ชุด│สี่จตุรเทพ│EX FACTOR ชนวนร้ายอดีตรัก ♥ [สนพ.แจ่มใส ก.ย.61]

ตอนที่ 14 : HATING HATER HATEFUL │ 04-2 │ver.rewrite 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,027
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    4 มี.ค. 61


ผมหยุดมือที่กำลังซับไปบนปากแผล เงยหน้าขึ้นมองสีหน้าของซอที่กำลังกัดริมฝีปากอย่างทรมาน

ให้ตายดิ มือเด็กช่าง เด็กวิศวะ ใครๆ ก็รู้ป่ะวะว่าหนักยิ่งกว่าฝ่าตีน ย้ายไปเรียนหมอตอนนี้ทันรึเปล่าวะ หรือไม่ก็ลงโทษมือตัวเองด้วยการจับตีซะเลยดีมั้ย โทษฐานที่ไม่รู้จักผ่อนแรง โทษฐานที่ทำให้คนตรงหน้าต้อง...เจ็บ

“เราไม่เป็นไร...” ซอพูดเสียงเบาหลังจากที่ความแสบเริ่มทุเลา แต่ผมรู้ว่าเธอโกหก เธอกำลังเจ็บและอดทนอย่างถึงที่สุด 

“รีบจัดการให้เสร็จเถอะ จะได้ทำแผลให้นายบ้าง”

ผมพยักหน้ารับซอและก้มหน้าก้มตาจัดการกับแผลต่อ แม้ว่าตลอดการทำแผลนั้นผมจะได้ยินเสียงเป่าปากเพื่อระบายความเจ็บ แต่ก็ไม่มีสักครั้งที่เธอจะบอกให้ผมหยุดมือ

ไม่ใช่แค่ผมที่โตขึ้นและเปลี่ยนไป แม้แต่ซอเองก็เติบโตขึ้น...อดทนเก่งมากขึ้น ไม่ขี้แยให้ผมต้องคอยปลอบเหมือนแต่ก่อนแล้วสินะ 

“ไม่น่าจะมีเศษกระเบื้องติดอยู่ข้างในนะ แต่ทางที่ดีแวะไปโรงพยาบาลให้หมอตรวจอีกทีดีกว่า”

คนตัวเล็กพยักหน้ารับผมอย่างเชื่องช้า แล้วค่อยๆ ชักเท้าที่พันแผลเสร็จแล้วออก แต่พวกคุณเคยเป็นมั้ย ความรู้สึกที่อยากจะให้ช่วงเวลานี้อยู่กับเราไปนานๆ ความรู้สึกที่การกระทำไปก่อนที่สมองจะสั่งการ มือของผมเองก็เป็นอย่างนั้น ผมจับขอเท้าของซอเอาไว้แน่น และพูดคำบางคำออกไปก่อนจะได้คิดทบทวนให้ดี

“ขอโทษนะ...”

มีไม่กี่ครั้งในชีวิตที่ผมจะพูดขอโทษกับใครสักคนหนึ่ง เพราะหลังจากที่ผมผ่านเรื่องราวเลวร้ายในชีวิตมาอย่างโชกโชน ผมก็กลายเป็นคนที่คิดทบทวนทุกอย่างก่อนจะตัดสินใจทำอะไร ผมกลายเป็นพวกคิดเยอะและระวังไม่ให้เกิดเรื่องผิดพลาดขึ้นซ้ำสอง แต่กับเรื่องของซอไม่ว่าอะไรก็เหนือการควบคุมไปหมด

“ขอโทษ...เรื่องอะไร”

นั่นสินะ ผมขอโทษซอเรื่องอะไร เรื่องแผลพวกนี้ เรื่องในโรงอาหาร เรื่องที่หน้าเธอกลายมาเป็นแบบนี้ เรื่องที่ไม่สามารถปกป้องเธอได้ หรือว่าเรื่องที่ทำให้เราต้องเลิกกัน...

คำขอโทษมากมายมันพรั่งพรูขึ้นมาในหัวใจผม ทั้งๆ ที่ผมคิดหาสาเหตุไม่ออกด้วยซ้ำ

การคุยกันแบบจริงๆ จังๆ หลังจากที่ผ่านมาเจ็ดปีของเรา มันควรจะกระอักกระอ่วนขนาดนี้เลยเหรอวะ

“ก็...”

ในขณะที่ผมกำลังสรรหาคำพูดมาอธิบายกับคนตัวเล็ก เสียงโทรศัพท์มือถือของผมก็ดังขึ้น ผมพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วเอื้อมมือหยิบมือถือขึ้นมากดรับสายรูมเมตที่โทรมาได้รู้เวลาสุดๆ  

“ว่าไงมึง” ผมกรอกเสียงลงไปในโทรศัพท์ พอดีกันกับที่สายตามองเหลือบไปเห็นหน้าจอโทรศัพท์ของซอแจ้งเตือนข้อความค้างอยู่ในเครื่อง ผมคิดว่าตอนนั้นเธอคงจะกำลังวิ่งหนีพวกไอ้ดอนอยู่มั้งเลยยังไม่ได้เปิดอ่าน แล้วมาเด้งแจ้งเตือนอีกทีตอนนี้ผมเลยเผลอไปเห็นเข้า

ผมไม่ได้อยากเสือกหรือสอดรู้เรื่องของเธอหรอกนะ แต่รายชื่อของคนที่ส่งข้อความเข้ามาในมือถือซอน่ะกำลังทำให้ผมสับสน

ผมถือวิสาสะเอื้อมมือเข้าไปหยิบโทรศัพท์มือถือของซอออกมาปลดล็อก รหัสปลดล็อกเครื่องไม่ใช่สิ่งที่ยากสำหรับผม ก็แค่วันเกิดและปีเกิดของเธอเท่านั้นที่ผมจำได้อย่างขึ้นใจ

“ทำอะไรน่ะ!” คนตัวเล็กแหวเสียงลั่นตอนที่ผมจัดการปัดหน้าจอแล้วเอี้ยวตัวหลบมือที่พุ่งเข้ามาหมายจะแย่งสมบัติส่วนตัวของตนคืน ใช้นิ้วกดลงไปที่ไอค่อนรูปข้อความก่อนจะพบกับข้อความที่ส่งเข้ามาในเครื่อง

 

‘that's what you deserve x!’

 

ข้อความนั้นทำให้ผมขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย และยิ่งดูจากเวลาที่ส่งเข้ามาก็ยิ่งทำให้ผมรู้สึกสับสน

ก่อนหน้าที่ผมจะออกมาจากโรงอาหาร ผมจำได้ว่าปันนาโวยวายเรื่องโทรศัพท์มือถือของตัวเองหายไป แต่ตอนนั้นผมไม่มีกะจิตกะใจจะสนใจเรื่องเล็กๆ น้อยๆ หรือการเรียกร้องความสนใจของเธอ ความปลอดภัยของซอคือสิ่งที่ผมเป็นห่วงมากยิ่งกว่าการแก้แค้นเอาคืนตัวต้นเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น

จะหาว่าผมระแวงไปเองก็ได้ แต่กลไกการป้องกันตัวของผมและเรื่องเลวร้ายที่ผมต้องประสบพบเจอมาจนกระทั่งซิ่วออกมาจากมหาวิทยาลัยเก่าได้สอนสั่งผมให้รู้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นที่โรงอาหารวันนี้มันไม่ใช่แค่การกลั่นแกล้งกันของพวกผู้หญิง อีกทั้งเหตุการณ์ทั้งหมดยังดูเหมือนกับเป็นการจงใจทำให้เราสองคนย้อนกลับไปในอดีตที่ผ่านมา

ปันนาไม่มีทางส่งข้อความหาซอในขณะที่เกิดเรื่องได้ เพราะในตอนนั้นเธอแทบจะไม่ได้จับมือถือเลยสักครั้ง แต่ผมก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าดอนมีเหตุจูงใจทะเลาะวิวาทในโรงอาหารก็เพื่อปันนา มีใครบางคนซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้รึเปล่า ใครบางคนที่ได้รับผลประโยชน์จากเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ที่อาจส่งผลให้ผมต้องถูกไล่ออกจากมหาวิทยาลัย

ครืด!!

ในขณะที่ผมยังคงถือโทรศัพท์ค้างอยู่ในมือ เสียงบานประตูห้องชมรมที่ถูกยกขึ้นจนแสงสว่างจากภายนอกลอดผ่านเข้ามาก็เรียกความสนใจจากผมไปชั่วขณะหนึ่ง ผมหรี่ตาจนเกือบหยีและสะดุ้งเล็กน้อยตอนที่ซอพุ่งตัวเข้ามาเพื่อแย่งโทรศัพท์มือถือของตัวเองคืนไป สายตาสีน้ำตาลจ้องมองผมด้วยความขุ่นเคืองและผมอาจจะต้องถูกซักฟอกถึงการกระทำเมื่อครู่แล้ว ถ้าหากว่าบรรดาเพื่อนๆ ของผมไม่โผล่หัวเข้ามาในห้องเสียก่อน  

นี่ที่ตัวผมมันมีจีพีเอสติดตามตัวไว้รึไงวะ ไอ้พวกจตุรเทพมันถึงได้ตามหาง่ายขนาดนี้ โทรมากริ๊งเดียวก็รู้ซะแล้วว่าผมมาซ่อนตัวอยู่ที่ไหน

“กูว่าแล้วว่ามึงต้องอยู่ที่นี่”

คนที่ยืนอยู่ตรงกลางว่า ใช้โทรศัพท์ชี้หน้าผมแล้วพาพวกที่เหลือสาวเท้าเข้ามาในห้องอย่างคุ้นเคย

“ก่อเรื่องอีกแล้วนะมึง งามหน้าแน่งานนี้” ไอ้เจตน์ที่ถือส้มเอาไว้ในมือว่า กระโดดเข้ามานั่งตรงที่ว่างบนโต๊ะซึ่งตั้งอยู่ใกล้ๆ กับเบาะที่ซอนั่งอยู่ “อันยอง เธอคงคืออดีตรักเก่าของไอ้เชน”

ผัวะ!

โดยไม่รอให้ไอ้เจตน์มโนเปลี่ยนสัญชาติตัวเองเป็นเกาหลี ผมเดินเข้าไปทางด้านหลังแล้วใช้มือกดหัวเพื่อนจนหน้าแทบทิ่มลงพื้น

“เอ่อ สวัสดีค่ะ”

“ไม่ต้องไปทำความรู้จักกับไอ้ผีบ้าพวกนี้มากก็ได้”

ผมร้องแหวเสียงลั่นตอนที่ซอหันไปยกมือไหว้เพื่อนผมเรียงตัว แต่ยังไม่ทันจะได้ทำอะไรมากไปกว่านั้น ไอ้มนุษย์เซื่องซึมอย่างทิมก็สาวเท้าเข้ามาประชิดตัวผม มือหนาแห้งและหยาบกร้านประคองหน้าผมเอาไว้ หรือถ้าจะพูดให้ถูกคือตะปบ แรงมากจนแก้มผมยู้ยี้เหมือนก้อนอะไรสักอย่าง

“คิ้วแตก รอยช้ำ แล้วก็แผลถลอกที่หลังมือ ที่เหลือไม่มีอะไรมาก”

“แปลว่าไม่ต้องส่งมันเข้าโรงพยาบาล”

ไอ้ฌานที่ลากเก้าอี้มานั่งอยู่ถัดไปว่าหลังจากที่ฟังคำวินิจฉัยโรคอันมั่วซั่วของหมอจำเป็น และเมื่อไอ้ทิมจัดการใช้พาสเตอร์ตีแสกเข้าที่หน้าผมจนครบทุกบาดแผลแล้ว เรื่องเลวร้ายต่อมาที่กำลังจะเกิดขึ้นก็คงจะมาจากปากของไอ้เจตน์

“มึงพูดมาเลย”

“พูดอะไร” คนตัวเตี้ยแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง ยักไหล่แล้วปลอกเปลือกส้มออกช้าๆ

ผมอยากจะถามมันเหลือเกินว่าเวลามีปัญหาหรือเกิดเรื่องอะไรที่มันใหญ่หลวงมากๆ คนที่จะคอยเป็นโทรโข่งคาบข่าวมาบอกพวกเราในกลุ่มคือมันไม่ใช่เหรอ และสายตาของทุกคนในห้องก็กำลังจ้องมองไอ้เจตน์เป็นตาเดียวกัน

“กินส้มมั้ย อร่อยนะ ส้มไหว้งานที่บ้านกูเลย”

ว่าแล้วก็ยื่นส้มมาให้ทุกคน ยิ้มตาหยีเหมือนไม่รู้ความนัยอะไรจากสายตาของพวกเราทั้งหมด ผมจะนับหนึ่งถึงสามในใจช้าๆ แล้วกัน ดูซิว่าถ้าความอดทนของผมหมดแล้ว ผมจะใช้คีมง้างปากมันออกได้มั้ย

“เออๆ กูไม่ล้อเล่นแล้วก็ได้”

ขอบคุณสวรรค์ที่ผมไม่ต้องฆาตกรรมเพื่อนอย่างที่คิด

“มึงก็รู้ใช่มั้ยเรื่องที่มึงอ้างกับพวกกูว่าจะออกไปซื้อน้ำ ทิ้งน้องปันนาผู้น่าสงสารไว้ แล้วไปมีเรื่องลุยเดี่ยวกับพวกไอ้ดอนน่ะ”

ผมพยักหน้ารับ ไม่มีความจำเป็นอะไรที่ต้องปิดบังในหมู่เพื่อนอยู่แล้ว

“พ่อกับแม่มันจะมาเอาเรื่องมึง...วันนี้ ชั่วโมงนี้ นาทีนี้ เดี๋ยวนี้เลยว่ะเพื่อน”


ผมเคยได้ยินมาบ้างว่าพ่อแม่ของไอ้ดอนเส้นใหญ่ไม่ใช่เล่น และก็ไม่แปลกใจเลยที่เพื่อนผมจะรู้ข่าววงในรวดเร็วขนาดนี้ ครอบครัวของไอ้เจตน์บริจาคให้มหาวิยาลัยปีละตั้งเท่าไหร่เพื่อให้รับลูกชายคนเดียวในตระกูลเข้าเรียนที่นี่ ดังนั้นข่าวความเคลื่อนไหวใดๆ ที่ไอ้เจตน์อยากรู้ ขอแค่อ้าปากถามออกไปเพียงนิด มันก็รู้เรื่องทุกอย่างหมด

“คุณพิมพ์ช่วยอะไรเราได้บ้างงานนี้” ไอ้ฌานที่นั่งเงียบไปนานหันไปหาไอ้ทิมที่ถอนหายใจอย่างปลงตก

แม่เลี้ยงของไอ้ทิมเป็นถึงรองอธิการบดีมหาวิทยาลัย แต่ดูจากท่าทางแล้วพ่อแม่ของไอ้ดอนคงใหญ่พอตัวเช่นกัน น่าจะยากที่จะงัดข้อกันได้

“แบบนี้มึงก็ถูกไล่ออกน่ะสิ”

“ไล่ออก!!?

คนที่ผมแทบจะลืมไปแล้วว่ายังนั่งอยู่ตรงนี้ร้องออกมาเสียงลั่น ผมส่งสายตาตำหนิไปให้ไอ้ฌานที่ดันพลั้งปากพูดเรื่องนั้นออกไป แล้วหมุนตัวไปเผชิญหน้ากับซอที่สีหน้ากำลังกระวนกระวายใจ

ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมตัวเองถึงต้องรู้สึกดีใจเพียงเพราะซอตื่นตระหนกกับเรื่องที่ผมอาจถูกไล่ออก ผมคงเป็นบ้าไปแล้วมั้งที่รู้สึกอยากยิ้มเพราะตัวเองกำลังจะถูกไล่ออกเนี่ย บ้าเอ๊ย ก็แค่ความเป็นห่วงทั่วๆ ไปจากคนที่ไม่มีสถานะ ทำไมจะต้องอยากยิ้มด้วยนะ   

“ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก” ผมกลั้นยิ้มแล้วตีหน้าขรึมทำเป็นเท่เพื่อกลบเกลื่อนสีหน้าไม่น่าดูของตัวเอง

ผมคิดว่าคนเราเวลาอยากยิ้มแล้วต้องฝืนกลั้นมันเอาไว้ หน้ามันจะออกตลกๆ น่ะ อีกอย่างผมยังต้องรักษาระยะห่างกับคะนึงนิจเอาไว้ จนกว่าผมจะหาคำตอบได้ว่ารู้สึกยังไงกับเธอและผมพร้อมที่จะยอมรับความรู้สึกนั้นจริงๆ หรือเปล่า

บ้าชิบ ทำไมผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นผู้ชายย้อนแย้งแบบนี้วะ ใจหนึ่งก็เหมือนจะรู้แล้วว่าตัวเองกำลังคิดยังไงกับซอ แต่อีกใจหนึ่งผมกลับไม่อยากยอมรับและอยากจะวิ่งหนีไปให้ไกล

อยากจะรักมากแค่ไหน แต่สุดท้ายเรื่องเลวร้ายที่ผ่านมาในอดีตมันก็ยังตามหลอกหลอนผมอยู่ดี   

“ไม่ใหญ่กับผีน่ะสิ มึงลืมไปแล้วรึไงว่าตัวเองถูกทัณฑ์บนเอาไว้ อีกอย่างประวัติมึงตอนมัธยมก็ไม่ใช่เล่นๆ กูว่างานนี้ท่าจะรอดยาก มึงทำอะไรทำไมไม่คิดเลยวะ! ไหนล่ะไอ้หน้ากากเทพบุตรของมึงที่ใส่เตือนสติไว้ตลอด ไอ้...”

ผมคงจะถูกไอ้เจตน์เทศนาหนักกว่านี้ถ้าไอ้ทิมกับไอ้ฌานไม่เข้าไปใช้มืออุดปากมันไว้ นัยน์ตาสีดำเลื่อนมองคนตัวเล็กที่กำลังจดจ้องตาไม่กะพริบ สีหน้าที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดนั่นทำให้ผมรู้สึกเศร้าแปลกๆ

จริงๆ เรื่องนี้มันเป็นการตัดสินใจของผม ผมเองที่เลือกปกป้องซอ และผมก็พร้อมยอมรับผลจากการกระทำทั้งหมดแล้ว ไม่นึกเสียดายหรือเสียใจเลยที่ทำลงไป การได้ทำอะไรเพื่อคนตรงหน้าทั้งตัวและหัวใจนั้น เป็นสิ่งที่ผมต้องการ ไม่มีอะไรอีกแล้วที่ผมอยากทำไปมากกว่านี้

ต่อให้เวลาผ่านไปนานแค่ไหน ต่อให้ผมคิดว่าตัวเองเปลี่ยนไป แต่ความจริงแล้วยังมีสิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง...

“ไอ้เจตน์มันก็พูดเว่อร์ไปงั้นแหละ” ผมปลอบเธอเหมือนว่านี่เป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ให้ตาย ดูก็รู้ว่าซอไม่เชื่อในรอยยิ้มของผมเลยแม้แต่น้อย

“ไอ้ทิมมันโทรไปขอร้องคุณพิมพ์แล้วล่ะ กูว่าเรื่องนี้ถ้าคุณพิมพ์ลงมาไกล่เกลี่ยด้วยตัวเอง พ่อแม่ไอ้ดอนน่าจะฟังบ้าง ยังไงก็คนแวดวงเดียวกันนี่ จริงป่ะ”

ไอ้ฌานที่จับสีหน้าและกระแสความรู้สึกที่แผ่ออกมาจากซอได้รีบพูดให้กำลังใจ ชะโงกหน้าผ่านไหล่ผมไปหาคนที่อยู่ด้านหลังแล้วทำหน้าที่ที่ตัวเองถนัดมากที่สุด...มองโลกในแง่ดี

“ไอ้เชนมันไม่เป็นไรหรอก มันอุตส่าห์ช่วยปกป้องเธอจากพวกไอ้ดอนนี่นา สวรรค์มีตารู้เห็นเรื่องทุกอย่างแหละ”

“แต่สวรรค์ไม่ได้เก่งเรื่องการต่อกรกับคนตอแหลนะมึง”

“แดกส้มของมึงต่อไปเถอะไอ้เจ๊ก ก่อนที่กูจะเอาฝ่าตีนยัดให้มึงแดกแทน”

“ขอโทษคร้าบคุณเพื่อน”

“ไม่ได้อยากจะขัดหรอกนะ แต่เมื่อกี้คุณพิมพ์โทรมาว่ะ...”

เสียงเอ่ยขัดบรรยากาศมาคุของทิมเรียกสายตาของสมาชิกกลุ่มจตุรเทพ ผมเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเพราะมีไม่บ่อยนักที่แม่เลี้ยงของไอ้ทิมจะโทรมาหา แล้วยิ่งสีหน้าตื่นๆ ของมัน จะต้องมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นแน่ๆ

“พ่อแม่ไอ้ดอนเรียกตัวมึงให้ไปคุยที่ห้องรองอธิการบดีว่ะ...และดูท่าพวกเขาคงจะไม่ยอมง่ายๆ”

รู้อยู่แล้วรึเปล่าวะว่าเรื่องมันจะต้องมาลงอีหรอบนี้ เอาเถอะ ยังไงผมก็ทำใจรับเอาไว้แล้ว ไม่โดนไล่ออกวันนี้ วันหน้าก็ต้องโดนอยู่ดี  

 


ความซวยมาเยือนแล้วออเจ้า อุ๊ย ผิดเรื่อง 

จะเกิดอะไรขึ้นกับพี่เชน อีพี่จะต้องพบเจอกับเรื่องอะไรบ้าง 

โปรดติดตามอัพต่อไปเลยจ้ะ งานนี้ต้องมีคนเดือดร้อนแน่ๆ

 _________________________________________________________________________

 

อ่านจบแล้วส่งฟีดให้เค้าด้วยน้า

อยากรู้ว่าแนวดาร์กๆ แบบนี้มีคนอ่านมั้ยอ่ะ T_T

ปกติไรต์เป็นคนเขียนแนวโรแมนติกคอเมดี้ กลัวทุกคนจะไม่ชิน

อยากจะลองเขียนงานให้หลากหลายแนวดู ยังไงก็ฝากพี่เชนไว้ด้วยน้า

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

655 ความคิดเห็น

  1. #640 หว๋าย.... (@n0867634212) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 กันยายน 2561 / 19:13
    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-03.png ใครช่วยได้ละ
    #640
    0
  2. #469 ฝันหวาน(sweet dream) (@rot_bus) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 มีนาคม 2561 / 23:31
    อ่านนนน
    #469
    0
  3. #468 jampinko (@jampinko) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 มีนาคม 2561 / 02:08
    มาๆๆๆ มีคนรออยู่นะ
    #468
    1
    • #468-1 YB Soulm@te (@black_devil_zaa) (จากตอนที่ 14)
      2 มีนาคม 2561 / 17:49
      มาแล้ววววววว ดีใจมีคนเมนต์ด้วยยย ฮืออออออ
      #468-1
  4. #467 HARLEYJ (@neenny123) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 มีนาคม 2561 / 22:45
    เจิมมมมมมมมมมมมมมมม
    #467
    1
    • #467-1 YB Soulm@te (@black_devil_zaa) (จากตอนที่ 14)
      2 มีนาคม 2561 / 17:49
      ขอบคุณสำหรับการเจิมนะคะ ฮือออ น้ำตาไหล ดีใจมากๆ
      #467-1
  5. #466 Mr. Men (@lava75559) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 มีนาคม 2561 / 19:03
    เจิมมมมมมม
    #466
    1
  6. #124 2182518 (@2182518) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 16:56
    โห น่าสงสารอ่.....
    #124
    0
  7. #123 Shinevaw (@Shinevaw) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 มีนาคม 2560 / 21:22
    เศร้าอ่ะ
    #123
    0
  8. #122 2182518 (@2182518) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 มีนาคม 2560 / 15:22
    ฮืออออออ
    #122
    0
  9. #121 MingHatai (@MingHatai) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 มีนาคม 2560 / 20:22
    รักซอออออ
    #121
    0
  10. #120 Vernal equinox (@summer-fool-wer) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 มีนาคม 2560 / 11:54
    ตามๆ เราๆ เราตามน่ะ เรารอยู่ๆๆ
    #120
    0