ชุด│สี่จตุรเทพ│EX FACTOR ชนวนร้ายอดีตรัก ♥ [สนพ.แจ่มใส ก.ย.61]

ตอนที่ 15 : HATING HATER HATEFUL │ 04-3 │ver.rewrite 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,029
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    9 มี.ค. 61


 

ห้องทำงานรองอธิการบดี

“รองจะต้องจัดการให้ผมนะครับ ลูกชายผมหน้าพังยับแบบนี้ แล้วจะใช้ชีวิตอยู่ในมหาลัยอย่างปลอดภัยได้ยังไงกัน ไม่ใช่ว่าผมต้องหาบอดี้การ์ดคอยมาคุ้มกันลูกผมจากพวกเด็กอันธพาลเกเรรึไง!!

“คุณพ่อใจเย็นๆ ก่อนนะคะ” คนที่ได้รับตำแหน่งรองอธิการบดีว่า แล้วลากสายตามามองผมที่นั่งอยู่ตรงข้าม “ชัยชนะ...รองก็รู้จักเธอมานาน และรู้ดีว่าเธอเป็นเด็กนิสัยดี สุภาพ ฉลาดและขยันขันแข็งขนาดไหน แต่เรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ มันทำให้รองผิดหวังมากจริงๆ”

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมได้มีโอกาสเข้ามานั่งพูดคุยในห้องของรองอธิการบดี หรือก็คือแม่เลี้ยงของไอ้ทิม สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ความจริงแล้วทางคณะวิศวะฯ น่าจะเป็นคนเข้ามาจัดการ แต่เพราะผมเป็นเพื่อนสนิทกับลูกเลี้ยงของรองอธิการบดี และพ่อแม่ของไอ้ดอนที่ถูกผมซ้อมก็เป็นคนใหญ่โต คุณพิมพ์จึงต้องมาออกหน้าแทนให้

“เด็กดีเหรอ! ดูยังไงก็กุ๊ย!!!

ถ้าดูสภาพการไว้ทรงผมของผม การแต่งตัวด้วยชุดเสื้อช็อป เนื้อตัวมอมแมมเพราะเลอะคราบน้ำมันเครื่องรถตลอดเวลา ผมว่ามันก็ไม่แปลกเท่าไหร่ที่จะถูกมองว่าเป็นพวกกุ๊ยล่ะนะ ชินแล้วล่ะ ใครๆ ก็ว่าผมเป็นแบบนั้นทั้งนั้น

“คุณพ่อคะ ช่วยสงบสติอารมณ์ด้วยนะคะ รองขอคุยกับนักศึกษาก่อน”

คุณพิมพ์เอ่ยขึ้นมาเสียงเย็นเพื่อปรามพ่อไอ้ดอนไม่ให้โวยวายไปมากกว่านี้ ผมเหลือบสายตามองสีหน้าของเสี่ยใหญ่เจ้าของธุรกิจผับบาร์ใจกลางเมืองนิ่งๆ แล้วมองเลยไปทางไอ้ดอนที่กำลังนั่งกระดิกเท้ายกยิ้มให้อย่างผู้ชนะ

“รองถามจริงๆ เถอะนะ พวกเธอมีเรื่องอะไรกัน ทำไมต้องทะเลาะใหญ่โตกลางโรงอาหารแบบนั้น คนหนึ่งก็รุ่นพี่ปีสาม อีกคนก็รุ่นน้องปีสอง อยู่ร่วมสถาบันเดียวกันทำไมไม่รักใคร่เป็นพี่เป็นน้อง โดยเฉพาะเธอชัยชนะ...ประวัติของเธอตอนสมัยเรียนมัธยมมันโชกโชนมาก รองเคยเตือนเธอแล้วใช่มั้ยว่าอย่ามีเรื่องอีก ไม่อย่างนั้นทางมหาวิทยาลัยคงจะรับเธอไว้ที่นี่ไม่ได้”

คำตำหนิด้วยน้ำเสียงเย็นๆ ทำให้ผมไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นสบตารองอธิการบดี รู้สึกได้ถึงลมหายใจที่หนักอึ้งและความผิดที่กดทับลงมาบนบ่า ตอนนั้นเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นผมก็คิดดีแล้วนะว่ามันจะต้องมาลงเอยแบบนี้ และผมก็ไม่เสียใจเลยถ้าตัวเองจะถูกไล่ออกเพียงเพราะปกป้องซอ แต่มันก็ยังอึดอัดอยู่ดี อึดอัดกับการต้องรับผิดชอบเรื่องทั้งหมดทั้งๆ ที่ความจริงแล้วผมไม่คิดว่าตัวเองมีความผิดเลยสักนิด  

“ไอ้พวกนักเลง!! รองต้องไล่นักศึกษาคนนี้ออกไปนะครับ ไม่งั้นผมไม่ยอมแน่ มารังแกลูกชายผมได้ยังไง!!

ไล่ก็ไล่ดิวะ ใช่ว่าเรียนไม่จบไม่มีปริญญาแล้วผมจะหางานทำไม่ได้สักหน่อย ก็แค่เลิกเรียน กลับบ้านไปทำอู่ซ่อมรถของตัวเองต่อ มันก็เท่านั้น!!

“คุณพ่อช่วยใจเย็นๆ แล้วรอให้รองได้ถามไถ่นักศึกษาก่อนนะคะว่าเรื่องมันเป็นมายังไงกันแน่”

“ผมบอกไปแล้วยังไงล่ะครับรองว่าพี่เขาจู่ๆ ก็โมโหไม่พอใจผม เดินมาขวางทางไม่ยอมให้ผมไปจนกว่าผมจะก้มกราบพี่เขาในฐานะรุ่นพี่ พอผมไม่ยอม...พี่เขาก็ซ้อมผมเอาๆ”

โอ้โห ไอ้สันดร! มึงเลิกเรียนวิศวะฯ แล้วย้ายไปเรียนเอกการเล่านิทานเถอะว่ะ แต่งเรื่องได้เก่งฉิบหายเลย

“จริงรึเปล่าชัยชนะ” คำถามนั้นหันมาถามผม

และมันก็ทำให้ผมลังเลที่จะตอบคำถามนั้นเพราะไม่รู้ว่าจะเลือกคำตอบแบบไหน สมมติว่าถ้าผมพูดความจริงออกไปว่าผมมีเรื่องกับไอ้ดอนและพวกเพราะปกป้องซอ ไอ้ดอนมันก็อาจจะเอาเรื่องบาดแผลตามตัวมันที่มีมากกว่ามาอ้าง จำนวนคนห้าต่อหนึ่ง ดูแล้วยังไงผมก็เป็นคนที่น่าจะเจ็บตัวมากกว่า

แล้วถ้าผมเลือกที่จะตอบรับเรื่องโกหกของไอ้ดอน...ภาพลักษณ์ของผมมันก็ไม่ต่างจากกุ๊ยข้างถนนอยู่ดีนั่นแหละ ยังไงเสียต่อให้ตอบอะไรไปมันก็คงไม่มีอะไรดีขึ้น

“ก็...”

“ขออนุญาตค่ะ!!

ในขณะที่ผมกำลังจะพยักหน้ายอมรับข้อกล่าวหาที่ไอ้ดอนแต่งเรื่องขึ้นมา เสียงเล็กใสๆ ของใครคนหนึ่งก็ดังขึ้นที่ด้านหลัง ผมเอี้ยวตัวหันกลับไปมองแล้วก็ต้องถลึงตากว้างอย่างตกใจเมื่อพบซอกับพวกจตุรเทพยืนล้อมอยู่ด้านหลัง

ไอ้ฉิบหาย พวกมึงยกโขยงกันมาทำไมเนี่ย แค่นี้เรื่องมันยังใหญ่ไม่พออีกเหรอวะ...

“คุณมีธุระอะไร ตอนนี้รองกำลัง...”

“ขอให้หนูพูดเถอะค่ะ ไม่อย่างนั้นรองจะปรักปรำผู้บริสุทธิ์ให้เป็นคนผิดได้นะคะ!”  

ผมเอนตัวจนแทบจะตกเก้าอี้เพื่อหันไปหาบรรดาเพื่อนๆ ส่งสายตาถามมันว่านี่มันเรื่องอะไร แต่ไม่มีใครตอบผมเลยสักคน

“เข้าไปดิครับน้อง” ไอ้ฌานขยับตัวเล็กน้อยเพื่อแหวกทางให้กลุ่มคนที่ใส่เสื้อช็อปสีเดียวกันกับเราเข้าไปด้านในห้อง ผมกะพริบตาช้าๆ เมื่อเห็นว่าเป็นบรรดาลูกสมุนของไอ้ดอนที่เพิ่งถูกผมซัดมา

คนตัวเล็กที่ยืนอยู่หน้าสุดของกลุ่มสาวเท้าเดินกระเผลกเข้ามาใกล้โต๊ะที่พวกเรานั่ง ผมเอื้อมมือเข้าไปจับแขนเล็กได้ทันเวลาตอนที่เธอกำลังจะเซล้มเพราะทรงตัวไม่อยู่ เราสองคนมองสบตาเพียงครู่ ก่อนที่นัยน์ตาสีน้ำตาลจะหันมองหน้ารองอธิการบดี

“เชนเขาไม่ได้ทำผิดอะไรนะคะ ที่เขามีเรื่องกับดอนก็เพราะว่าเขาปกป้องหนู!

เชนเขาไม่ได้ทำอะไรผิดค่ะ เขา...ปกป้องหนู

ประโยคและภาพในความทรงจำบางอย่างไหลย้อนเข้ามาอีกครั้ง นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ซอพูดประโยคนี้และยืนหยัดอยู่ตรงหน้าเพื่อปกป้องผม เธอเคยทำมาแล้ว...และเมื่อเวลาผ่านไปเธอก็ยังยืนยันที่จะทำแบบเดิมโดยไม่เกรงกลัวอะไร

ผมคงจะปล่อยตัวปล่อยใจให้ถลำลึกไปในเรื่องราวของอดีต ผมคงจะรู้สึกดีที่ภาพเหตุการณ์เก่าๆ เหล่านั้นไหลย้อนกลับมา ในวันที่ผมไม่มีใครอยู่เคียงข้าง ในวันที่ไม่มีใครเชื่อว่าผมไม่ได้เป็นตัวปัญหา มีเพียงแต่ซอเท่านั้นที่อยู่เคียงข้าง เธอคนเดียวเท่านั้นที่อยู่กับผมแม้ในวันที่ผมทำตัวเกเรและไม่น่ารัก

“คนที่ผิดคือเขาต่างหาก”

คำพูดนั้นทำให้ไอ้ดอนถึงกับผุดตัวลุกขึ้นมาจากโซฟา หน้าตาดูร้อนรนและรีบพูดแก้ตัวพัลวัน

“สองคนนี้เป็นพวกกันต้องพูดเข้าข้างกันอยู่แล้วสิครับรอง!

“พูดเข้าข้างหรือว่าพูดความจริง เอาให้แน่นะครับน้อง” ไอ้ฌานที่ยืนกอดอกอยู่ด้านหลังว่า นัยน์ตาสีน้ำตาลของมันกำลังจ้องมองไปที่รุ่นน้องซึ่งอยู่ร่วมภาควิชากันนิ่งๆ ปกติแล้วเพื่อนผมมันไม่เคยมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับใคร ออกจะเป็นที่รักและที่เคารพของพี่ๆ น้องๆ และเพื่อนๆ ทุกคน ดังนั้นการที่มันมาออกตัวเพื่อปกป้องผมขนาดนี้ ก็คงทำให้ไอ้ดอนรู้สึกหวั่นเกรงบ้างไม่ใช่น้อย

“นี่มันเรื่องอะไรกัน คุณลองเล่ามาซิ” คุณพิมพ์หันสายตาไปหาคนตัวเล็ก ซอขยับตัวก้าวเท้าเข้าไปหาพร้อมกับยื่นโทรศัพท์มือถือให้

หลักฐานอยู่ในนี้หมดแล้วค่ะ ตรงนี้เป็นภาพจากกล้องวงจรตรงมุมตึกที่พวกเขามีเรื่องกันค่ะ หรือถ้าไม่เชื่อ รองอธิการลองถามลุงภารโรงที่อยู่แถวนั้นดูมั้ยคะ พอดีลุงแกเดินผ่านแถวนั้นพอดี แกอาจจะเห็นก็ได้นะคะว่าใครรังแกใครกันแน่”

ไฟล์ภาพวิดีโอถูกเปิดให้ทุกคนในห้องได้เห็นผ่านโทรศัพท์มือถือของไอ้ทิมที่คงจะไปขอไฟล์มาจากห้องรปภ. ของมหาวิทยาลัย

คุณพิมพ์เลื่อนสายตามองใบหน้าของไอ้ดอนและผู้ปกครองด้วยสายตาของผู้เหนือกว่า หลังจากที่คลิปเล่นจนจบ เธอยื่นโทรศัพท์คืนให้ซอแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเหยียบชวนสะท้านไปถึงไขกระดูกสันหลัง

“คุณพ่อคงรู้ถึงพฤติกรรมของลูกชายตัวเองแล้วนะคะ...” เธอยิ้มแล้วว่าต่อไป “หวังว่ากลับบ้านไปแล้วคุณพ่อจะอบรมพฤติกรรมลูกชายตัวเองไม่ให้ก่อเรื่องอีกนะคะ แล้วก็...รองขอพักการเรียนพวกเธอทุกคนเป็นเวลาสองสัปดาห์เพื่อให้พวกเธอได้คิดทบทวนถึงพฤติกรรมของตัวเองว่ามันเหมาะหรือไม่เหมาะกับบทบาทหน้าที่ของนักศึกษาอย่างไร เชิญออกไปได้ค่ะ”

“กลับ!!!” พ่อไอ้ดอนหันไปเรียกลูกชาย สีหน้าและแววตาดูเกรี้ยวกราดไม่ใช่น้อย ผมทอดสายตามองผู้คนที่เริ่มทยอยออกไปจากห้องรองอธิการบดี จนกระทั่งเหลือแค่ผม ซอ และบรรดาเพื่อนๆ ที่ยังคงอยู่ในห้อง 

“ชัยชนะ”

“ครับ”

ถึงเธอจะไม่ได้เป็นคนเริ่มเรื่อง แต่การมีเรื่องทะเลาะวิวาทในมหาวิทยาลัยก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรให้เกิดขึ้น ยังไงรองก็ต้องลงโทษ ฐานที่ไม่รู้จักคิดและตัดสินใจให้ดีกว่านี้”

“คุณพิมพ์ครับ...” ผมเบนสายตาไปหาไอ้ทิมที่เอ่ยขึ้นมา ผมรู้ว่ามันกำลังจะขอร้องให้แม่เลี้ยงช่วยปล่อยผมไปสักครั้ง แต่ผิดก็ต้องว่าไปตามผิดนั่นแหละ ผมหลีกหนีความจริงข้อนี้ไม่ได้  

“ผมเข้าใจครับ”


“รองจะรายงานพฤติกรรมที่เกิดขึ้นในวันนี้ให้ผู้ปกครองของเธอทราบ ต่อจากนี้รองขอติดทัณฑ์บนเธอรอบสองไว้ก่อน แต่ถ้ามีเรื่องอีกครั้ง รองคงต้องเชิญเธอออกจากมหาวิทยาลัย เธอเคยซิ่วมาแล้ว คงไม่อยากจะโดนไล่ออก ย้ายมหาวิทยาลัยอีกเป็นครั้งที่สองหรอกนะ”

คำพูดนั้นทำให้ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หลบสายตาของรองอธิการบดี ก้มลงมองเข่าที่ขยับชิดกันอย่างลืมตัว โดยไม่ทันได้สังเกตเลยว่าประโยคนั้นของรองจะเรียกสายตาฉงนสงสัยของคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างๆ

ไม่มีใครรู้ถึงเหตุผลที่ผมย้ายออกมาจากมหาวิทยาลัยเก่า ทั้งๆ ที่มหาวิทยาลัยนั้นเป็นสถาบันการศึกษาอันดับหนึ่งของประเทศ มีคนเป็นหลายล้านคนที่อยากสอบเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยนั้น

แต่สุดท้าย...ผมกลับซิ่วออกมาโดยไม่เคยบอกเหตุผลกับใครเลยสักคน แม้กระทั่งครอบครัวตัวเองหรือกับเพื่อนสนิท

และไม่แน่ว่าบางทีเหตุผลที่ทำให้ผมต้องซิ่วออกจากมหาวิทยาลัยในตอนนั้น มันอาจจะเกิดขึ้นซ้ำสองในตอนนี้ การย้อนคืนหวนสู่อดีตที่ไม่ใช่แค่เรื่องบังเอิญ มันอาจจะเป็นความตั้งใจของใครบางคนที่ทำให้เกิดขึ้นอีกครั้งก็เป็นได้  

 

ผัวะ ผัว ผัวะ!!!

แรงเหวี่ยงจากก้านไม้เรียวที่ถูกหักมาจากต้นสดๆ ร้อนๆ ถูกฟาดไม่ยั้งเข้าที่บั้นท้ายซึ่งมีเพียงกางเกงบ็อกเซอร์สวมอยู่ ผมยืนกอดอก หลับตาแน่น พยายามข่มเสียงไม่ให้เผลอร้องออกไป เพราะถ้าทำแบบนั้นก้านไม้เรียวที่อยู่ในมือคนเป็นแม่ คงจะหวดซ้ำลงมาหนักกว่าเดิม

ทำไมผมจะต้องเลือกวันมีเรื่องได้ตรงกับวันที่ต้องกลับมาดูแลอู่ที่บ้านด้วย แถมรองอธิการบดียังรายงานเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ให้แม่รู้แล้วอีกต่างหาก ให้ตายเถอะ วันนี้เป็นวันที่ซวยที่สุดในชีวิตผมเลยนะ

“แม่ แม่...แม่จ๋า เชนเจ็บแล้ว แม่จะเลิกหวดเชนได้รึยัง”

“เจ็บเหรอ แค่นี้ยังน้อยไป แม่บอกแล้วใช่มั้ยว่าอย่ามีเรื่อง! ให้ทำตัวดีๆ!!

ไม้เรียวถูกโบกสะบัดอยู่ตรงหน้า ใบหน้าหวานของแม่ดูเหี้ยมขึ้นเป็นร้อยเท่าจนแม้แต่พ่อที่ยืนดูการลงโทษสุดโหดของพวกเราแม่ลูกยังไม่กล้าจะเอ่ยขัด

โธ่ คุณราชันย์...จะยืนดูลูกถูกหวดเป็นเด็กห้าขวบเฉยๆ เหรอ นี่ลูกชายคนเดียวอายุ 20 กว่าแล้วนะ จะไม่ช่วยพูดให้หน่อยรึไง

“แม่รู้อะไรมาบ้างเนี่ย พอเชนกลับมาก็เอาแต่ตีๆๆ แล้วแบบนี้เชนจะมีแรงไปคุมอู่ไหวได้ยังไง”

“คุมไม่ไหวก็ไม่ต้องคุม ตอนทำล่ะไม่คิด แล้วเป็นไงล่ะ ผลที่ออกมา เกือบจะโดนไล่ออกอยู่แล้วเห็นมั้ย!!

ผมเข้าใจนะที่แม่โกรธ แม่โมโห เพราะครั้งหนึ่งตอนที่ผมสอบเข้ามหาวิทยาลัยติดอันดับของประเทศได้ แม่ก็ดีใจจนแทบจะปิดซอยเลี้ยง แต่แล้วจู่ๆ ผมก็ย้ายมหาวิทยาลัย ซิ่วออกมาเรียนที่มหาวิทยาลัยอื่นโดยไม่บอกเหตุผล

ตอนนั้นแม่ผมน่ะผิดหวังในตัวผมมาก...แต่ยังดีที่ผมย้ายมหาวิทยาลัยมาแล้วทำตัวดีขึ้น ชนะการประกวด เป็นตัวแทนทำกิจกรรมของมหาวิทยาลัยมาก็ตั้งหลายงาน แม่เลยฝากความหวังเอาไว้กับที่มหาวิทยาลัยนี้ว่าผมจะเรียนจบปริญญาให้แม่ได้ชื่นใจสักที แต่ผมก็ยังทำ...ให้แม่ผิดหวังอยู่ดี

“เชน อย่าเถียงคุณนายพรทิพย์เขาน่ะ”

คุณราชันย์ที่นั่งเงียบอยู่นานเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับส่งซิกให้ผมยอมเออออตามน้ำ แต่ทำไมผมจะต้องยอมล่ะ ความผิดของผมมีอย่างเดียวก็คือออกโรงปกป้องคนอื่นโดยไม่ได้คิดถึงตัวเอง แม่ควรจะภูมิใจในตัวผมด้วยซ้ำไปที่รักความยุติธรรม

“แต่พ่อ...”

“แม่เขาเป็นเพื่อนเรียนมาด้วยกันกับคุณพิมพ์ เชนทำอะไรที่มหาลัย แม่เขาก็รู้หมดแหละ”

เพื่อนเรียนมาด้วยกัน? มิน่าล่ะ...การเคลื่อนไหวใดๆของผมที่เกิดขึ้นเวลาอยู่มหาวิทยาลัย แม่ถึงได้รู้ก่อนคนอื่นเสมอ แบบนี้ตอนที่ผมซิ่วย้ายมาเรียนที่นี่ ก็เข้าทางของแม่ในการจับตาดูผมสินะ

“แม่ เชนโตแล้วนะ ไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว ทำไมต้องให้คนมาคอยจับตาดูเชนด้วย”

“ก็เพราะเชนโตแล้วไง แม่ถึงได้โมโหที่เชนเป็นคนแบบนี้ แม่ไม่เคยสอนให้ลูกชายแม่มีเรื่องทะเลาะวิวาทกับคนอื่น ตอนแรกแม่ก็คิดว่าเชนจะทำตัวเป็นเด็กดี ไม่ก่อเรื่อง แต่เห็นทีว่าแม่จะไว้ใจคนผิด”

“แม่...เชนก็ได้รับบทลงโทษแล้วไง แม่อย่าทำหน้าเหมือนผิดหวังกับเชนแบบนี้ได้มั้ย”

ผมพูดเสียงออดอ้อนแล้วสาวเท้าเข้าไปหาคุณนายพรทิพย์ สองแขนโอบกอดร่างเล็กของแม่เอาไว้แล้วเอาหน้าคลอเคลีย

“เชนขอโทษ แต่มันเป็นเหตุสุดวิสัยจริงๆ...”

คนเป็นแม่ที่ถูกผมกอดถอนหายใจออกมาอย่างหนักอกหนักใจ เหลือบสายตามองผมนิ่งๆ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงนิดหนึ่ง

“แล้วน้องเป็นยังไงบ้าง”

น้องที่แม่หมายถึงคงเป็นซอ สมัยก่อนที่พวกเราคบกัน ซอเปรียบเสมือนลูกสาวอีกคนหนึ่งของบ้านหลังนี้ ครอบครัวของเธอสนิทกับครอบครัวของผม ไปมาหาสู่ด้วยกันเสมอ และการที่เธอกลับมาเมืองไทยก็รู้ถึงหูคนเป็นแม่มาตั้งแต่ต้นถึงได้ถามถึง น้อง คนที่ว่าโดยปราศจากความแปลกใจใดใด มีเพียงผมที่ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรกับใครเขา...

“ดีที่เชนไปช่วยทัน ไม่งั้นซออาจโดนพวกนั้นรังแก”

“ไอ้เด็กพวกนี้ก็เหลือเกิน เป็นผู้ชายแท้ๆ ยังกล้ารังแกผู้หญิง แม่น่าจะเข้าไปคุยกับผู้ปกครองของเด็กคนนั้น กล้าดียังไงมารังแกลูกสาวลูกชายแม่”

ดูจากการพูดจาแบบนี้ แม่ผมคงจะไม่ค่อยโกรธที่ผมถูกทัณฑ์บนเท่าไหร่แล้วใช่ม้า

“แม่ไม่โกรธเชนแล้วใช่มั้ย แม่ยกโทษให้เชนแล้วเนาะ แม่ไม่ผิดหวังในตัวเชนน้า”

ผมฝังจมูกลงที่ข้างแก้ม แต่แม่กลับสะบัดตัวออก แล้วมองค้อนตาขวาง ผมสัมผัสได้ถึงไอความซวยจางๆ ที่กำลังมาคุในบรรยากาศ...

“ใครบอก! แม่โกรธเชนมาก โกรธจนอยากจะตีให้ตาย!! มีวิธีตั้งมากมายที่จะช่วยน้อง ทำไมจะต้องใช้กำลัง!! เชนก็รู้ว่าแม่เกลียดที่สุดคือการที่ลูกชายแม่ไปมีเรื่องกับคนอื่น

งี้ด...ตอนอยู่มหาวิทยาลัยน่ะเก๋าเป็นเสือเป็นสิงห์ แต่พอกลับมาบ้านผมมันก็เป็นแค่ลูกหมาหงอยๆ ที่รอให้แม่ดุ

“ต่อจากนี้แม่จะไม่ไว้ใจเชนอีกแล้ว เชนจะต้องอยู่ในสายตาแม่ตลอดเวลา แม่จะไม่ปล่อยให้เชนทำตัวเหลวไหลอีก แม่ขอสั่งเลยนะ...รีบไปเก็บข้าวเก็บของที่หอแล้วย้ายกลับมาอยู่บ้าน! เชนต้องถูกคุมความประพฤติบ้างแล้ว”

ตอนจะขนของย้ายออกไปอยู่กับไอ้ฌาน ก็ขอร้องอ้อนวอนตั้งสามวันสามคืนกว่าคุณนายจะยอมใจอ่อน ทีตอนนี้จะสั่งให้ย้ายกลับมาง่ายๆ งั้นเหรอ ฝันไปเหอะ!!

“แม่ เรื่องนั้นกับเรื่องนี้มันคนละเรื่องกันเลยนะ อีกอย่างเชนจะขับรถไปกลับบ้านกับมหาลัยทำไม หอพักก็มี แค่วิชาเรียนก็เยอะจนแทบจะไม่มีเวลากระดิกตัวอยู่แล้ว ไหนจะงานชมรม ไหนจะกิจกรรมอื่นๆ อีก ทำไมแม่ทำแบบนี้อ่ะ”

“ถ้าไม่ทำแบบนี้ แล้วเขาจะเรียกว่าลงโทษเหรอ เลิกพูดมากได้แล้วไอ้ลูกชาย! แม่สั่งให้ทำก็ทำตาม รึจะเถียง?”

พอแม่จบประโยคด้วยคำว่า รึจะเถียง เมื่อไหร่ เป็นอันว่าได้ลงมติแล้วเรียบร้อย

เวรกรรม...เวรกรรม ทำไมชีวิตผมต้องมาซวยขนาดนี้ด้วยวะเนี่ย กลุ้มใจ

[END CHAIN TALK]

 

-ช่วงฝากนิยาย-
สายฮาเกรียนประสาทเสียจิ้มพี่เจ๋งโล้ดดด

____________เด็กแว๊นบางพลี vs สก๊อยบางระจัน____________
'ตัวเอง นิ้วนางกับนิ้วกลางเค้าหายไปอ่ะ ไม่รู้ไปอยู่ไหน'
ตาโตๆ ของพี่เจ๋งกวาดมองร่างฉันที่นอนหอบอยู่ด้านล่าง 
ตอนแรกก็เข้าใจว่าเขาคงหมายถึงท่าไอเลิฟยู
แต่พอกระดิกนิ้วเท่านั้นแหละ 
'อุ๊ย เจอแล้ว อยู่ในนี้!' 
อยู่ในนี้ที่พี่มันว่าคือในตัวฉัน! ไอ้เชี่ยพี่เจ๋ง หนูใช่ของเล่นมั้ยวะพี่
แฟนฉันมีแล้ว...เอาเก่งด้วย
______________________________________________
สายโรแมนติกโดนเด็กจับกินจิ้มนุ้งฮันโล้ดด

________________________นายน้อย vs หนูลิต________________________

“ชัวร์นะ” ฮันถามย้ำอีกครั้งตอนที่ฉันปรือตาขึ้นมามองหน้าเขา 
ถ้าเขาไม่เซ็กซี่บาดใจขนาดนี้ ฉันคงไม่สมยอมขึ้นเตียงกับเขาหรอก แต่นั่นมันประเด็นรอง หลักๆ แล้วคือฉันแค่ชอบเขาเอามากๆ ก็เท่านั้น 
“ชัวร์” ฉันตอบออกไปเสียงแผ่ว มือที่เคยบังหน้าถูกจับออกทำให้สบตากับเขาตรงๆ 
การที่เขายิ้มและมองฉันด้วยสายตาที่จะบอกว่าเอ็นดูก็ไม่ใช่จะคลั่งไคล้ก็ไม่เชิงนั้นก็ยิ่งทำให้ฉันรู้สึกใจสั่น ฉันไม่รู้หรอกว่าฮันจะรู้สึกแบบเดียวกันกับฉันมั้ย แต่แววตาที่เต็มไปด้วยความต้องการนั้น มันมากพอแล้วจริงๆ ที่ฉันจะปล่อยให้เรื่องทุกอย่างมันเป็นไป 
“ลิตรู้มั้ย...” 
“ฮะ...ฮ๊า” ฉันหอบหายใจและเผลอร้องสลับเสียงครางตอนที่อีกฝ่ายแนบชิดลงมา 
“ลิตเซ็กซี่กว่าที่ฮันคิดนะ” 

 

 

 

 


 

เมนต์รอได้นะทุกคน
เดี่ยวพรุ่งนี้มาอัพ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

655 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 21:57
    มารอพี่เชนค่าาาา *ชูป้ายไฟ*
    #571
    1
    • #571-1 YBSoulmate (@black_devil_zaa) (จากตอนที่ 15)
      23 เมษายน 2561 / 16:55
      อาถรรพ์อีพี่ ทำให้ทุกคนรอนานเลย งือออ T.T
      #571-1
  2. วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 21:56
    มารอพี่เชนค่าาาา *ชูป้ายไฟ*
    #570
    0
  3. วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 21:56
    มารอพี่เชนค่าาาา *ชูป้ายไฟ*
    #569
    0
  4. วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 21:56
    มารอพี่เชนค่าาาา *ชูป้ายไฟ*
    #568
    0
  5. วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 21:56
    มารอพี่เชนค่าาาา *ชูป้ายไฟ*
    #567
    0
  6. วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 21:56
    มารอพี่เชนค่าาาา *ชูป้ายไฟ*
    #566
    0
  7. วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 21:56
    มารอพี่เชนค่าาาา *ชูป้ายไฟ*
    #565
    0
  8. วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 21:56
    มารอพี่เชนค่าาาา *ชูป้ายไฟ*
    #564
    0
  9. วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 21:56
    มารอพี่เชนค่าาาา *ชูป้ายไฟ*
    #563
    0
  10. วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 21:56
    มารอพี่เชนค่าาาา *ชูป้ายไฟ*
    #562
    0
  11. วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 21:56
    มารอพี่เชนค่าาาา *ชูป้ายไฟ*
    #561
    0
  12. วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 21:56
    มารอพี่เชนค่าาาา *ชูป้ายไฟ*
    #560
    0
  13. วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 21:56
    มารอพี่เชนค่าาาา *ชูป้ายไฟ*
    #559
    0
  14. วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 21:56
    มารอพี่เชนค่าาาา *ชูป้ายไฟ*
    #558
    0
  15. วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 21:56
    มารอพี่เชนค่าาาา *ชูป้ายไฟ*
    #557
    0
  16. วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 21:56
    มารอพี่เชนค่าาาา *ชูป้ายไฟ*
    #556
    0
  17. วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 21:56
    มารอพี่เชนค่าาาา *ชูป้ายไฟ*
    #555
    0
  18. วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 21:56
    มารอพี่เชนค่าาาา *ชูป้ายไฟ*
    #554
    0
  19. วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 21:56
    มารอพี่เชนค่าาาา *ชูป้ายไฟ*
    #553
    0
  20. วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 21:56
    มารอพี่เชนค่าาาา *ชูป้ายไฟ*
    #552
    0
  21. วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 21:56
    มารอพี่เชนค่าาาา *ชูป้ายไฟ*
    #551
    0
  22. วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 21:56
    มารอพี่เชนค่าาาา *ชูป้ายไฟ*
    #550
    0
  23. วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 21:56
    มารอพี่เชนค่าาาา *ชูป้ายไฟ*
    #549
    0
  24. วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 21:56
    มารอพี่เชนค่าาาา *ชูป้ายไฟ*
    #548
    0
  25. วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 21:56
    มารอพี่เชนค่าาาา *ชูป้ายไฟ*
    #547
    0