ชุด│สี่จตุรเทพ│EX FACTOR ชนวนร้ายอดีตรัก ♥ [สนพ.แจ่มใส ก.ย.61]

ตอนที่ 2 : HATING HATER HATEFUL │ 01-1 │ver.rewrite 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,239
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    6 ธ.ค. 60

Ex factor ชนวนร้ายอดีตรัก

 

มันมีหลายเหตุผลมากมายที่ทำให้ผมต้องมาจบวันๆ หนึ่งของตัวเองที่ในคุก เสียงสัญญาณจากไซเรนรถตำรวจที่ดังกังวานกึกก้องดูจะเป็นเสียงที่ผมคุ้นชินและคาดการณ์ได้ล่วงหน้าว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง...เพียงถ้าหากเรื่องทั้งหมดในตอนนั้นมันไม่ได้เกิดขึ้น เรื่องราวมากมายในอดีตที่ส่งผลมาถึงปัจจุบันและอาจกระทบไปถึงอนาคต

เราทั้งสองคนก็คงจะไม่วิ่งวนอยู่ในเขาวงกตที่ไร้ซึ่งทางออกเช่นนี้

เราสองคนคงจะไม่วิ่งวนจนกระทั่งกลับมาเจอกันอีกหลังจากที่ช่วงเวลาอันแสนเจ็บปวดเหล่านั้นผ่านไป

 

สองสัปดาห์ก่อนหน้าเปิดเทอม

เชี่ยเอ้ย กูโคตรเกลียดไอ้อ้ายเลยว่ะ

เสียงแหบว่าเกรี้ยวกราดตอนที่โยนเสื้อนอกหนังราคาแพงของตัวเองลงบนโต๊ะ เจตน์ หรือนักศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ หนึ่งในสมาชิกกลุ่มสี่จตุรเทพที่มีชื่อเสียงของมหาวิทยาลัย KMTL พ่นลมหายใจออกมาจนผมหน้าม้าที่เซ็ตทรงอย่างดีของเขาปลิวไหว จากนั้นก็ตะเบ็งเสียงกรนด่าเจ้าของงานวันเกิด หรืออีกนัยหนึ่งก็คือผู้ว่าจ้างงานในวันนี้

อ้ายหนี่พ่อมึงน่ะสิ ทำมาดัดจริตเปลี่ยนชื่อให้ดูจีนอินเตอร์ ถุย!! ชื่อรักก็บอกว่ารักดิวะ ไอ้ลักปิดลักเปิดเอ๊ย

เจ้าของร่างขนาดเล็กแต่เสียงไม่เล็กตามตัวยกมือขยี้ผมจนยุ่ง แล้วกระแทกก้นลงบนเก้าอี้ทรงสูงตัวอย่างหงุดหงิด

เอาน่ามึง มันจ้างเรามาเล่นดนตรี เราก็เล่นไปตามหน้าที่

หนุ่มหน้าไทยที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามบอกอย่างใจเย็น มือหนาสีน้ำผึ้งอ่อนของเจ้าตัวกำลังใช้ผ้าผืนบางเช็ดกีตาร์ตัวเก่งของเพื่อนไปพลางๆ สายตาคมกริบที่ล้อมด้วยกรอบแพขนตาหนาส่งเสริมให้ภาพลักษณ์ของผู้ชายคนนี้ดูอบอุ่นละมุนละไมคล้ายกับไอแดดยามเช้า รอยยิ้มบางๆ ที่ยกขึ้นตรงมุมปากรูปกระจับดูดีราวกับมีแสงออร่าเปล่งประกาย

เชนหนุ่มวิศวะเพียงคนเดียวในมหาวิทยาลัยที่มีความกล้าไว้ผมทรงสกินเฮดแล้วบังอาจดูดีได้ขนาดนี้เอื้อมมือไปจับไหล่เจตน์ จากนั้นก็ยื่นขวดเบียร์เย็นเจี๊ยบให้เพื่อนรัก ไม่มีอะไรดับอารมณ์ร้อนรุ่มจากความหมั่นไส้ปนอิจฉาได้ดีไปกว่าเบียร์อีกแล้ว

ดูก็รู้ว่ามันมีจุดประสงค์แอบแฝง คิดดูสิ มันน่ะนะขี้หลี ขี้โอ่ ขี้อวด โชว์พาวสาวฉิบหาย อยากจะต่อยหน้าแม่ง!!”

“ที่พูดนี่ไม่ใช่มึงเหรอ...?” เชนยกคิ้วเล็กน้อยอย่างกวนประสาท หัวเราะเสียงเบาตอนที่เห็นหน้าดำคร่ำเครียดของอีกฝ่ายที่สวนประโยคถัดมา พร้อมกับทำท่าแอ่นตัวเหมือนจะพุ่งเข้ามาต่อยหน้าคมคายนั่นสักหมัด 

“มันสิวะ!! กูนิสัยดีออกขนาดนี้ มึงเอาไปเทียบกับมันได้ยังไง นี่มันพิณเสน ส่วนนั่นน่ะมันเกลือ!!

คนที่รู้จักกันมายาวนานตั้งแต่เด็กกับเจ้าของงานวันเกิดบ่นเป็นหมีกินผึ้ง แม้ว่าประโยคแต่ละคำที่พ่นออกมาจะเรียกเสียงหัวเราะและรอยยิ้มของเชนมากกว่าทำให้เจ้าตัวเออออคล้อยตามไปกับโทสะนั้น

ก็...สำหรับเขาที่เรียนอยู่คนละคณะ คนละชั้นปี ไม่ได้สนิทสนมคลุกคลีอะไรกับเจ้าของงาน มันไม่มีเหตุผลอะไรไม่ใช่เหรอที่จะทำให้เขาต้องเกลียดบุคคลที่ไม่ต่างจากคนแปลกหน้า แค่เพราะว่าอีกฝ่ายเป็นอริที่ไม่ถูกกับเพื่อนสนิทของเขา ก็ไม่ได้แปลว่าเขาต้องมีความแค้นส่วนตัวอะไรกับเจ้าตัวเลยนี่ 

เจ้าของใบหน้าคมถอนหายใจเบาๆ เมื่อเห็นเพื่อนบีบแก้วพลาสติกที่วางทิ้งไว้บนโต๊ะจนบิดเบี้ยว กำลังจะเอื้อมมือไปเพื่อตบไหล่อีกฝ่ายเป็นการปลอบให้ใจเย็น แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้เอาน้ำเย็นสาดอารมณ์ที่คุกรุ่นของเพื่อน เสียงพลุดังตูมตามก็ดังขึ้นมา

เจ้าของงานวันเกิดที่สวมชุดสูทสั่งตัดสีสันสดใสกำลังสาวเท้าเดินเปิดตัวลงมายังสระว่ายน้ำอย่างยิ่งใหญ่ ใบหน้าที่พอไปวัดไปวาได้สวมแว่นกันแดดแบรนด์เนมราคาแพงอันโตบังไปกว่าครึ่งหน้า รอยยิ้มกระตุกที่มุมปาก ทำท่าเหมือนขยิบตาส่งยิ้มให้แขกที่มาร่วมงาน กระดาษที่ปล่อยลงมาจากบนดาดฟ้าตัวตึกปลิวว่อนลงมาระยิบระยับสะท้อนแสงราวกับเพชร เดินแปะมือผู้คนโดยรอบแล้วหมุนตัวสามตลบพร้อมกับหยิบแก้วไวน์ขึ้นมาจิบอย่างมีสไตล์

“กูเกลียดมัน” เจตน์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตายด้านหมดอารมณ์


ในตอนแรกเชนไม่เห็นด้วยสักเท่าไหร่ที่เพื่อนเกลียดใครเขาต้องเกลียดตามด้วย แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะพอเข้าใจถึงเหตุผลของเจตน์แล้วว่าทำไมถึงได้ไม่ชอบขี้หน้าเจ้าของงานวันเกิดและแสดงออกอย่างโจ่งแจ้งขนาดนี้ว่าไม่ชอบหน้าอ้ายหนี่ เขาเองก็ขออยู่ให้ห่างจากคนแบบนี้ให้มากที่สุดเหมือนกัน

จริงๆ แล้วมันมีปัญหาทางสมองรึเปล่า เลยคิดว่าที่ตัวเองทำอยู่มันเท่? มันไม่กลัวว่าไฟจะครอกมันตายบ้างเหรอวะ

เชนกำลังวิจารณ์ถึงพลุที่ถูกจุดขึ้นด้านหลังร่างสูงอีกครั้ง ถ้าขยับสาวเท้าไปอีกนิดอาจมีการผิดพลาดทางเทคนิค วันพรุ่งนี้อาจมีข่าวเจ้าของงานวันเกิดสะเหล่อและโง่ สะดุดขากางเกงไฟครอกตายขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์

“สาธุ!! กูขอให้ไฟเผาแม่งตายห่าไปเลยดีกว่า สมน้ำหน้าแม่ง”

พอเลื่อนสายตาไปเห็นเพื่อนกำลังยกมือไหว้ท้วมหัวบนบานศาลกล่าวขอให้มีคนตาย เชนก็รีบส่ายหัวปรับเปลี่ยนสีหน้าให้เข้าสู่โหมดผู้ใหญ่อีกครั้ง มันไม่ถูกถ้าเราจะแช่งให้มีคนตาย ต่อให้เกลียดกันแค่ไหนก็ไม่ควรทำแบบนั้น มันไม่ใช่นิสัยที่ดี

มึงอย่าใจร้ายนักสิ สาปแช่งคนอื่นมันบาปนะเว้ย โดยเฉพาะคนที่จ่ายเงินค่าจ้างให้เรา

พูดไปก็ทำท่าประหนึ่งเดินลมปราณ ควบคุมลมหายใจแล้วตั้งท่านั่งสมาธิบนเก้าอี้ทรงสูง เจตน์เบ้ปากหรี่ตามองอีกฝ่ายที่กำลังสวมบทบาทเป็นพระจากวัดเส้าหลิน แล้วขยับตัวเอาแขนเท้ากับขอบโต๊ะ กระซิบเสียงเบา

“กูมีไฟแช็คอยู่กับตัวนะ”

“กูมีน้ำมันรอนสันอยู่ท้ายรถ...” ด้วยความลืมตัวเชนตอบกลับเพื่อนทั้งๆ ที่ยังหลับตา แต่พอคิดได้ว่าตัวเองกำลังเข้าไปพัวพันในส่วนหนึ่งของแผนย่างคนทั้งเป็น ก็ลืมตาโพลงขึ้นมามองเพื่อนที่กำลังหัวเราะอย่างล้อเลียนด้วยท่าทางสะใจสุดๆ 

“ปีศาจจอมมารออกมาแล้ว สวัสดีครับท่านจอมมาร”

“ไอ้เชี่ยนี่...”

เพราะเผลอปล่อยตัวไปตามความรู้สึก เชนเลยปล่อยให้ด้านมืดของตนที่พยายามกดข่มเอาไว้หลุดรอดออกมา

คนนอกอาจจะไม่รู้และคิดว่าภาพลักษณ์ของเชนนั้นคือเด็กหนุ่มใสซื่อผู้น่ารัก เป็นมิตร เข้าหาง่ายและเป็นกันเอง แต่ถ้าได้ลองมาสนิทกันจริงๆ แล้วล่ะก็...ผู้ชายคนนี้มีมุมอันตรายและความดำมืดที่ซุกซ่อนอยู่ภายในจิตใจ น่ากลัวยิ่งกว่าสมาชิกในกลุ่มสี่จตุรเทพทั้งหมด

อย่างสมมติว่าถ้ามีเหตุการณ์ฆาตกรรมเกิดขึ้น เชนจะสวมหน้ากากเป็นเทพบุตรแสนดีเพื่อตบตาคนอื่น ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วเขาเองนั่นแหละที่เป็นคนวางแผนฆาตกรรมรวมไปถึงลงมือทั้งหมดด้วยตัวเอง

“จริงๆ แล้วมึงไม่เห็นต้องวางตัวเป็นคนดีกับมันเลย รู้จักก็ไม่รู้จัก จะนินทาหรืออยากจะเกลียดมันก็พูดออกมาตรงๆ ดิวะ”

เจตน์ยังคงไม่หยุดจุดไฟมารในตัวเพื่อนรัก เขากำลังสนุกที่ได้เห็นหน้ากากเทพบุตรของเชนค่อยๆ บุบสลาย

“พระพุทธเจ้าท่านสอนไว้ อันนินทากาเลเหมือนเทน้ำ”

กูต้องตรัสรู้เป็นพระอรหันต์เลยมั้ย กูไม่รู้หรอกว่าพระพุทธเจ้าสอนยังไง แต่มึงจะแปรพรรคเข้าข้างมันเพียงเพราะเงินไม่กี่หมื่นบาทฟาดหัวไม่ได้ ล้มงานนี้เถอะ บ้านมึงยากจนนักเหรอไง เราไม่ต้องการเงินก้อนนี้หรอก

แต่ไอ้ฌานต้องการคนไว้ผมสกินเฮดย้ำหนักแน่น มองหน้าอีกฝ่ายเหมือนจะเตือนความจำ

เรามาช่วยเพื่อน มึงลืมแล้วรึไง

มันไม่สำคัญสำหรับเชนหรือเจตน์หรอกว่าจะมีเงินค่าจ้างมากมายเพียงใด เพราะฐานะทางบ้านของหนุ่มๆ สามในสี่ไม่ได้มีความลำบากทางด้านการเงิน พวกเขาแต่ละคนล้วนมาจากครอบครัวที่มีฐานะ อย่างเชน...ที่บ้านของเขามีธุรกิจอู่แบบครบวงจรหลายสาขาทั่วประเทศ พูดกันไปแล้วเขาไม่จำเป็นต้องทำงานพิเศษอะไรก็สามารถกินอยู่ได้สบายตลอดชีวิต

ดึงสติหน่อย ไอ้อ้ายมันก็ไม่ได้แย่นักหรอกก็แค่ไม่มีใครชอบมันเลย

คนที่พยายามจะเป็นผู้ใหญ่พูดด้วยเสียงทุ้ม พยายามปรามเพื่อนและปรามตัวเองเพื่อประคับประคองไม่ให้การว่าจ้างในครั้งนี้ล่มไปเสียก่อน

พวกเขาโตมากพอที่จะแยกแยะเรื่องความรู้สึกกับงานไว้เป็นคนละเรื่องได้ และลองคิดดูถึงผลเสียถ้าหากสี่จตุรเทพยกเลิกงานก่อนเวลาการแสดงแค่ห้านาที คนอื่นจะมองพวกเขาเป็นคนยังไง ในอนาคตจะมีคนมาว่าจ้างพวกเขาให้ไปแสดงดนตรีอีกมั้ย 

 

ขออนุญาตชี้แจงเรื่องลบๆ แก้ๆ หน่อยนะคะ คือนิยายเรื่องนี้เราได้ทำการส่งสนพ.ไปค่ะ 

แต่ทั้งนี้ขออุบไว้ก่อน เพราะว่ารอผลรอบสองอยู่ ถ้ามีข่าวดีจะมาแจ้งให้ทราบแน่นอนค่ะ 

ซึ่งผลเนี่ยก็ยังไม่รู้นะว่าจะผ่านไม่ผ่าน แต่ที่แน่ๆ มีการแก้รีไรต์หลายรอบอยู่ค่ะก่อนที่จะส่งไป

เพราะฉะนั้นฉบับที่ลงให้นี่น่าจะเป็นฉบับรีไรต์รอบเกือบสุดท้ายแล้ว 

ยังไงก็หวังว่าจะไม่มีรอบต่อไป และหวังว่านิยายเล่มนี้จะได้ออก

เป็นเล่มก่อนที่จะครบ 3 ปีที่คลุกคลีกับพี่เชนมา 555555 รักทุกคนนะคะ

จะพยายามมาอัพให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เลยค่ะ 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

655 ความคิดเห็น

  1. #590 Badble (@pinkpandashmuel) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 23:32
    โอ้ยดราม่าแน่ นุไม่ไหวววว
    #590
    0
  2. #51 kanatipp (@kanatipp) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2559 / 11:22
    เจิมมมมจ้าา คิดถึงไรท์
    #51
    1
    • #51-1 YB Soulm@te (@black_devil_zaa) (จากตอนที่ 2)
      15 พฤศจิกายน 2559 / 14:26
      คิดถึงเหมือนกันเบยยย ♥
      #51-1
  3. วันที่ 5 มิถุนายน 2559 / 23:55
    หนีพี่ทิมมาซบอกพี่เชนแปรบบบบ

    ในที่สุดก็ได้อ่านพี่เชนแล้ว
    น่าสนุกจังค่ะ แลดูมีเงื่อนงำ
    จะรออ่านนะคะ
    #12
    0