ชุด│สี่จตุรเทพ│EX FACTOR ชนวนร้ายอดีตรัก ♥ [สนพ.แจ่มใส ก.ย.61]

ตอนที่ 46 : HATING HATER HATEFUL │ 13-1 │ver.rewrite 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 623
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    17 ก.ย. 61



[CHAIN TALK]

20.00 น.

หลังจากที่ผมและเพื่อนๆ ปล่อยร่างท้วมของคู่กรณีลงที่แห่งไหนสักมุมหนึ่งของโลกแล้ว พวกผมก็ตัดสินใจที่จะขับรถมุ่งตรงไปยังบ้านของปันนา คุณคงไม่คิดว่าผมจะปล่อยให้เรื่องที่สงสัยคาใจอยู่แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ หรอกนะ เพราะถ้าเธอเป็นคนที่จ้างวานให้มีคนส่งข้อความมาก่อกวนผมกับซอจริงๆ ผมก็อยากจะรู้เหตุผลว่าเธอทำเรื่องทั้งหมดนั้นไปทำไม

รถยนต์จำนวนสองคันมาจอดเทียบท่าอยู่ตรงหน้าประตูรั้วบ้านขนาดใหญ่แสดงถึงฐานะการเงินที่ไม่ธรรมดาของปันนา ไอ้เจตน์ที่เป็นคนรู้จักคนในแวดวงสังคมเดียวกันกับตัวเองดีเป็นคนนำทางมาที่บ้านหลังนี้ และเมื่อผมดับเครื่องรถยนต์ คนตัวเตี้ยที่สุดในกลุ่มก็เป็นฝ่ายเดินไปยังหน้าประตูรั้วเพื่อกดกริ่งเรียกคนในบ้านให้ออกมาเปิดประตู

ผมชั่งใจอยู่เกือบสองนาทีก่อนจะตัดสินใจปลดเข็มขัดนิรภัยแล้วก้าวเท้าลงมายืนด้านล่างรวมกลุ่มกับเพื่อนที่เหลือ

“มึงว่าน้องเขาจะอยู่เหรอวะ” ไอ้ฌานเป็นคนถาม เมื่อเห็นว่าไม่มีวี่แววของใครที่จะออกมาเปิดประตูบ้าน

“ป่านนี้หนีไปแล้วมั้ง” ไอ้ทิมที่ยืนกอดอกพิงกับตัวรถบอก ปรายสายตามองเข้าไปในบ้านที่ยังคงเงียบสนิทไร้การเคลื่อนไหวใดๆ

“ถ้าหากว่ากูเป็นคนร้ายจริงๆ กูคงไหวตัวทันตั้งแต่ตอนไอ้เจตน์โทรไป ป่านนี้อาจจะหนีไปถึงไหนต่อไหนแล้วก็ได้”

ผมพยักหน้าเห็นด้วยกับไอ้ทิม จากนั้นก็พ่นลมหายใจออกมาด้วยความรู้สึกอึดอัด

“เป็นไรวะมึง”

ผมเหลือบตามองไอ้ฌานที่ถามออกมาด้วยความเป็นห่วง

“ไม่รู้ว่ะ กูแค่รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างไม่ถูกต้อง”

“อะไรคือไม่ถูกต้องวะ มึงเป็นคนคิดแผนให้ฟังเสียงจากโทรศัพท์เพื่อยืนยันตัวเองนะ อีกอย่างไอ้เวรนั่นก็บอกหนักแน่นแล้วนี่ว่าเสียงที่ได้ยินคือปันนา”

ใช่ มันถูกทุกอย่างอย่างที่ไอ้ฌานว่า แต่ในขณะที่เรื่องทุกอย่างมันดำเนินไปอย่างที่ควรจะเป็น ผมกลับรู้สึกว่ามันยังมีอะไรบางอย่างที่ผมหาคำตอบไม่ได้

แน่นอนปันนามีเรื่องจูงใจในการทำร้ายผมกับซอ เพราะปกติเธอก็ไม่ถูกกับพวกเราทั้งสองคนอยู่แล้ว แต่คนที่วางแผนทำร้ายคนอื่นๆ ด้วยวิธีตื้นๆ และมีช่องโหว่อย่างปันนาน่ะเหรอจะสามารถวางแผนที่รัดกุมขนาดที่ว่าพวกผมต้องเหนื่อยเลือดตาแทบกระเด็นกว่าจะตามหาตัวเจอ และการรู้ตัวปันนาว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ได้อย่างง่ายๆ มันยิ่งทำให้ผมระแวง

“ไม่มีคนอยู่บ้านว่ะ”

หลังจากที่เจตน์ยืนกดกริ่งนานกว่าสามนาที ในที่สุดมันก็ยอมแพ้แล้วสาวเท้ากลับมารวมกลุ่มกับพวกเราและเปิดประเด็นที่สงสัยขึ้นมาทันที 

“มึงคิดว่าเป็นฝีมือของน้องปันนาจริงๆ เหรอวะ”

“มันมีอะไรแปลกๆ ใช่มั้ยล่ะ” ไอ้ทิมว่าเหมือนจะรู้ความนัยของทั้งผมกับไอ้เจตน์ “มึงไม่นึกสงสัยอะไรบ้างเลยเหรอวะไอ้ฌาน ปกติมึงจมูกไวกับเรื่องแบบนี้อยู่แล้วนี่”

คนที่ยืนเงียบมาสักพักใหญ่ถอนหายใจออกมาดังพรืด ไอ้ฌานขมวดคิ้วยุ่งจนเป็นปมแล้วยกมือขึ้นมาขยี้หัวตัวเองแรงๆ

“จะบอกว่าไม่สงสัยก็ไม่ใช่ เพราะเท่าที่กูสืบข้อมูลมา กูก็ยังหาความเกี่ยวข้องของปันนากับตะวันไม่เจอว่ะ จะบอกว่าเป็นญาติก็ไม่ใช่ เป็นคนรู้จักหรือแฟนเก่าก็ไม่ใช่อีก แต่ไอ้เวรนั่นมันก็สารภาพออกมาแล้วว่าปันนาคือคนที่จ้างมัน มันจะกล้าไม่ยอมพูดความจริงทั้งๆ ที่มีมีดจ่อคออยู่เหรอวะ”

“แล้วถ้าหากว่ามันจัดฉากโกหกเพื่อปกป้องเจ้านายตัวจริงของมันล่ะ” ผมเอ่ยถามขึ้นมากลางวง

สีหน้าของสมาชิกทุกคนดูตื่นตระหนกไปกับข้อสันนิษฐานที่ผมเอ่ยออกไป

“กูก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่ามันแปลกยังไง แต่ลางสังหรณ์กูมันบอกว่าปันนาไม่ใช่คนร้ายที่แท้จริง” ผมเว้นช่วงไปก่อนจะอธิบายต่ออย่างใจเย็น “ดูจากพฤติกรรมและการกระทำต่างๆ แล้ว ปันนาไม่ใช่คนที่จะมีความใจเย็นและรอบคอบมากพอที่จะเล่นงานกูโดยไม่มีช่องโหว่ อีกอย่างกูกับเขาก็ไม่เคยมีปัญหาต่อกันโดยตรง”

“และมันยิ่งแปลกที่ไอ้อ้วนนั่นบอกว่าปันนาเป็นคนทำ” ไอ้ทิมเสริมทัพผมอย่างรู้ทัน “มันพยักหน้าทันทีที่ได้ยินเสียงปันนาเลยไม่ใช่เหรอ เหมือนกับว่ามันตั้งตารออยู่แล้วที่จะตอบว่าเป็นปันนา”

“ถ้าเป็นแบบนั้น...”

ผมรู้สึกไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่นัก มันเหมือนกับมีอะไรบางอย่างมาวิ่งวนๆ อยู่ในท้อง ก็เลยตัดสินใจหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาดู สัญญาณจีพีเอสจากโทรศัพท์มือถือที่ผมจัดการเข้าแอพฯ ล็อกรหัสให้สามารถตามดูเจ้าของเครื่องที่จับคู่กันไว้ว่าตอนนี้อยู่ที่ไหนกำลังปรากฏบนแผนที่ และตำแหน่งที่มันกำลังแสดงก็ไม่ใช่ที่บ้านของซออย่างที่ผมหวังไว้

สัญญาณบอกตำแหน่งมันกำลังกะพริบและเคลื่อนที่ไปเรื่อยๆ ไม่มีหยุด ดูเหมือนว่าซอเพิ่งจะออกไปที่ไหนมาสักแห่ง

ซอไม่อยู่บ้าน ผมพูดออกมาด้วยเสียงเคร่งเครียด จนเพื่อนๆ ทุกคนหันมามองเป็นตาเดียวกัน กูไม่รู้ว่าสิ่งที่กูคิดถูกต้องมั้ย แต่พวกมึงต้องช่วยกูแล้วล่ะ

ไม่ว่าอะไรที่ผมร้องขอให้เพื่อนช่วย พวกมันทุกคนก็พร้อมที่จะช่วยผมเสมอ

กูจะลองพยายามหาทางเข้าไปในบ้านปันนาเองไอ้เจตน์ออกรับทันทีโดยไม่ต้องรอให้ผมออกคำสั่ง

งั้นกูกับไอ้ทิมจะไปหากออ้อ ถ้าได้ความยังไงกูจะโทรบอก

ผมพยักหน้ารับคำเพื่อนๆ สาวเท้าอย่างเร่งรีบไปที่รถ กระชากประตูออกมาขณะที่เปิดจีพีเอสนำทางเพื่อมุ่งตรงไปหาเจ้าของเครื่อง    

ความรู้สึกแบบนี้ ความกระวนกระวายใจ และลางสังหรณ์บางอย่างที่กำลังร่ำร้องบอกผม ซอกำลังตกอยู่ในอันตรายและผมไม่ไว้ใจเลยที่ปล่อยให้เธออยู่คนเดียวแบบนี้

ปลายเท้าของผมเหยียบเข้าไปที่คันเร่งจนมิด รถเก๋งสีแดงสดขับพุ่งทยานออกไปยังถนนใหญ่ สายตาเหลือบมองไปยังหน้าจอโทรศัพท์ตลอดเวลา จุดหมายปลายทางที่เธอกำลังเดินทางไปอาจจะเป็นบ้านของเธอก็ได้ แต่ถึงอย่างนั้น...ถึงอย่างนั้นผมก็ยังอดห่วงไม่ได้อยู่ดี

ครืด ครืด

เสียงโทรศัพท์มือถือที่เปิดระบบสั่นเอาไว้ทำให้ผมสะดุ้งเล็กน้อย ผมรู้สึกเหมือนสติตัวเองไม่ได้จดจ่ออยู่กับการขับรถเท่าไหร่ ก็เลยตบไฟเปลี่ยนเลนไปทางซ้ายแล้วเอื้อมมือกดรับสายที่โทรมาจากซอ

“ฮัลโหลซอ ตอนนี้อยู่ที่ไหนน่ะฮะ”

ผมรู้ว่าตัวเองไม่ควรจะขึ้นเสียงกับคนรัก แต่ผมก็โกรธที่เธอดื้อรั้นออกมานอกบ้านทั้งๆ ที่สถานการณ์ยังไม่ปลอดภัย 

“ฮัลโหล...” ผมกรอกเสียงซ้ำลงไปอีกครั้งเมื่อเห็นว่าปลายสายไม่ยอมพูดอะไรกลับมา และในที่สุดขณะที่ผมกำลังจะหมดความอดทนกับการต้องอยู่กับความเงียบ ผมก็ได้ยินเสียงตะกุกตะกักแปลกๆ บางอย่างดังขึ้น มันคล้ายกับเสียงของคนปิดประตูรถ และเสียงของใครอีกคนที่กำลังพยายามกระชากประตูรถเพื่อเปิดออก

“นายจะพาเราไปไหนน่ะ!!!

ผมไม่รู้ว่าอะไรที่ทำให้หัวใจตัวเองหยุดเต้นได้เร็วกว่ากัน ระหว่างเสียงที่กำลังสั่นกลัวของซอหรือว่า...

“เธอต้องไปกับเรา...”

เสียงของคนที่คุ้นเคย ยิ้ม!!!

พวงมาลัยที่ผมควรจะประคองให้ขับไปตรงๆ ถูกหักจนสุดเพื่อจอดรถเทียบเข้ากับริมฟุตบาธ มือหนาของผมเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์ออกมาเปิดเพื่อดูตำแหน่งของซอให้ชัดๆ แต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้ตำแหน่งที่แน่นอนของซอ เสียงตะกุกตะกักบางอย่างก็ดังตามมา มันเหมือนกับเสียงของคนที่กำลังยื้อแย่งโทรศัพท์ และไม่นานต่อจากนั้น...

“สวัสดีครับพี่เชน”

ผมถลึงตากว้างเมื่อปลายสายโทรศัพท์ไม่ใช่เสียงของซอแต่เป็นเสียงของยิ้ม ผมไม่รู้ว่านี่มันเรื่องอะไรกัน แต่ผมไม่สบายใจเลยสักนิด ผมรู้สึกว่ามือตัวเองกำลังกำโทรศัพท์แน่นจนแทบแหลกคามือ!

“ผมไม่ขอโทษนะครับที่ทำแบบนี้”

สิ้นเสียงนั้นสายโทรศัพท์ของซอก็ถูกตัดไป ผมรีบโทรกลับไปเบอร์นั้นอีกครั้งแต่อีกฝ่ายกลับปิดเครื่องไปแล้ว!! ตำแหน่งจีพีเอสที่ผมไว้ใช้ติดตามซอก็ถูกปิดไปด้วย

ติ๊ง!!

เสียงโทรศัพท์ที่บอกสัญญาณว่ามีข้อความเข้าทำให้ผมรีบสไลด์หน้าจอเข้าไปดู ข้อความฉบับใหม่จากเบอร์โทรศัพท์ใหม่ที่ผมไม่คุ้นถูกส่งมาให้อีกครั้ง

 

อยากช่วยซอมั้ย

เรามาเล่นเกม truth or dare กันดีกว่า :)’

 

Truth or dare? จริงหรือกล้า...

สิ่งที่ไอ้ยิ้มต้องการมันไม่ใช่แค่การเล่นเกมบ้าๆ พวกนี้ แต่เป็นความพินาศในชีวิตผมต่างหาก!!

 

‘Shall we play?’

 

มันมีคำตอบอื่นนอกเหนือจากยอมเป็นผู้เล่นในเกมเฮงซวยนี่อีกเหรอ

ผมพรมปลายนิ้วไปบนแป้นพิมพ์ ก่อนจะส่งข้อความตอบกลับไปหาอีกฝ่ายเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่ผ่านมา

 

‘Yes, I do’

 

ผมเชื่อว่าเกมนี้มันไม่ได้เดิมพันแค่ความลับกับความพินาศในชีวิตผมเท่านั้น แต่ผู้เล่นในเกมนี้...คงต้องเดิมพันแลกกับชีวิตของตัวเอง

ถ้านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ผมได้พูดอะไรสักอย่างกับคนสำคัญ...ผมก็อยากจะใช้เวลาที่มีอยู่ตอนนี้ในการส่งข้อความหาคนทุกคนที่ผมแคร์

ผมหลับตาแน่นในขณะที่เอนหัวพิงกับเบาะ กดแป้นบนหน้าจอมือถือเพื่อส่งข้อความไปหาพ่อกับแม่และซอว่าผมรักพวกเขา และข้อความสุดท้ายที่ผมบรรจงพิมพ์ลงไปทีละตัวอักษรด้วยความรู้สึกที่หนักหน่วงไปทั้งหัวใจ มันถูกส่งไปให้สมาชิกจตุรเทพทุกคน

 

ถ้าหากกูตายมาช่วยรับศพกูด้วยนะ

 

หลังจากที่ผมกดส่งข้อความสำเร็จ ข้อความต่อไปที่เป็นเหมือนภารกิจก็ถูกส่งเข้ามาในเครื่องผม

 

เจอกันที่ตึก x โรงงาน B เก่า เวลา 0.00 น. วันนี้

 

ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองจะต้องเจอกับอะไรนับจากนี้ แต่ถ้ามันสามารถช่วยซอได้ ผมก็พร้อมจะทำทุกอย่าง!!

[END CHAIN TALK]

 

 



ตอนนี้จะเป็นตอนสุดท้ายที่อัพให้อ่านกันแล้วนะคะทุกคน

สำหรับใครที่รอเล่มพี่เชนนั้น ไรต์ทราบกำหนดวางขายมาคือ

วันที่ 25 กันยายน 2561 นี้ที่เพจ JLS+ นะคะ

สาวๆ คนไหนยังไม่ได้กดติดตามเพจ ฝากไปกดกันด้วยน้า

ส่วนรายชื่อผู้โชคดีได้รับหนังสือ ด้วยไรต์มาแจ้งให้ทราบในตอนถัดไปน้า

https://www.facebook.com/JLS-Book-700439026989981/



-ช่วงฝากนิยาย-

"ทำงานกับผมเงินเดือนดี สวัสดิการเยี่ยม โบนัสสูง 

มีกองทุนสำรอง ประกันชีวิตชั้นหนึ่ง

และฟรีคนดูแลตลอดชีวิต"

ตอนที่ได้ฟังครั้งแรก หญิงสาวก็ถึงกับทำตาโตอ้าปากค้างด้วยความงกในสายเลือด

แต่เมื่อได้รับสัญญามาจากเขา เธอถึงได้รู้ว่าไอ้งานที่ว่านั่นมันไม่ได้หมูอย่างที่คิด...

"โครงการ SEX รักษาโรค"

เกิดมาชาตินี้ให้ทำงานหนักวัวตายควายล้มแค่ไหน จอมนางก็ไม่เคยว่า

แต่ไอ้อดีตเด็กอ้วนที่ปัจจุบันผันตัวมาเป็นเจ้านายของเธอนี่มัน...!!

"หน้าที่ของนางก็มีแค่ตามใจผม ตามใจผม และตามใจผม"

ตามใจที่ว่านั่นไม่ใช่ตามใจธรรมดา!!!

เพราะมีชุดนางพยาบาลและโซ่แส้กุญแจพร้อม!!!


____________เด็กแว๊นบางพลี vs สก๊อยบางระจัน____________
'ตัวเอง นิ้วนางกับนิ้วกลางเค้าหายไปอ่ะ ไม่รู้ไปอยู่ไหน'
ตาโตๆ ของพี่เจ๋งกวาดมองร่างฉันที่นอนหอบอยู่ด้านล่าง 
ตอนแรกก็เข้าใจว่าเขาคงหมายถึงท่าไอเลิฟยู
แต่พอกระดิกนิ้วเท่านั้นแหละ 
'อุ๊ย เจอแล้ว อยู่ในนี้!' 
อยู่ในนี้ที่พี่มันว่าคือในตัวฉัน! ไอ้เชี่ยพี่เจ๋ง หนูใช่ของเล่นมั้ยวะพี่
แฟนฉันมีแล้ว...เอาเก่งด้วย

สายโรแมนติกโดนเด็กจับกินจิ้มนุ้งฮันโล้ดด

________________________นายน้อย vs หนูลิต________________________

“ชัวร์นะ” ฮันถามย้ำอีกครั้งตอนที่ฉันปรือตาขึ้นมามองหน้าเขา 
ถ้าเขาไม่เซ็กซี่บาดใจขนาดนี้ ฉันคงไม่สมยอมขึ้นเตียงกับเขาหรอก แต่นั่นมันประเด็นรอง หลักๆ แล้วคือฉันแค่ชอบเขาเอามากๆ ก็เท่านั้น 
“ชัวร์” ฉันตอบออกไปเสียงแผ่ว มือที่เคยบังหน้าถูกจับออกทำให้สบตากับเขาตรงๆ 
การที่เขายิ้มและมองฉันด้วยสายตาที่จะบอกว่าเอ็นดูก็ไม่ใช่จะคลั่งไคล้ก็ไม่เชิงนั้นก็ยิ่งทำให้ฉันรู้สึกใจสั่น ฉันไม่รู้หรอกว่าฮันจะรู้สึกแบบเดียวกันกับฉันมั้ย แต่แววตาที่เต็มไปด้วยความต้องการนั้น มันมากพอแล้วจริงๆ ที่ฉันจะปล่อยให้เรื่องทุกอย่างมันเป็นไป 
“ลิตรู้มั้ย...” 
“ฮะ...ฮ๊า” ฉันหอบหายใจและเผลอร้องสลับเสียงครางตอนที่อีกฝ่ายแนบชิดลงมา 
“ลิตเซ็กซี่กว่าที่ฮันคิดนะ” 


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

655 ความคิดเห็น