คัดลอกลิงก์เเล้ว

백일몽 (Evanesce) TaoLay & HunMin

โดย black_jack9

http://www.youtube.com/watch?v=dzhOqwF8qHg&index=11&list=PLA91TLEzZINsOvVuFzd019vY-c3IRLZEF

ยอดวิวรวม

355

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


355

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


14
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  12 พ.ย. 57 / 13:38 น.
นิยาย 백일몽 (Evanesce) TaoLay & HunMin 백일몽 (Evanesce) TaoLay & HunMin | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เนื้อเรื่อง อัปเดต 12 พ.ย. 57 / 13:38


백일몽 (Evanesce) TaoLay & HunMin

By Bl_9

*ต้องฟังเพลงไปด้วยนะคับ*

http://www.youtube.com/watch?v=dzhOqwF8qHg&index=11&list=PLA91TLEzZINsOvVuFzd019vY-c3IRLZEF

 

เสียงเพลงที่ดังอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงบ่ายที่ถูกตั้งไว้ให้เล่นต่อกันโดยไม่มีเพลงใดมาขั้นกลาง เพลงเดียวที่สามารถสนองอารมณ์ของบุคคลที่อยู่ในห้องพักตอนนี้ได้

ความเหมือนที่แตกต่างเมื่ออยู่คนละที่แต่กลับเลือกฟังเพลงเดียวกัน

ท่วงทำนองที่ดำเนินไปโดยไม่ได้มีความใยดีต่อสิ่งใดๆ แม้กระทั่งตอนนี้ที่มีบุคคลอื่นก้าวเข้ามา

หนึ่งแววตาที่เหม่อลอยออกไปนอกหน้าต่าง ดวงตาคู่นั้นที่ทอดออกไปไกลแสนไกล

 

침묵, 이상 하고 싶은 말이 없는지
ชิม-มุก, ทอ อี-ซัง ฮา-โก ชี-พึน มา-รี ออม-นึน-จี
เงียบ ไม่มีอยากจะพูดคำใดๆออกมาแล้วเหรอ

하얗게 쏟아지던 웃음 꽃은 벌써 시든지 오랜걸 어떡해
ฮา-ยัก-เค โซ-ดา-จี-ดอน อู-ซึม โก-ชึน บอล-ซอ ชี-ดึน-จี โอ-เรน-กอล ออ-ตอ-เค
นานแล้วที่ดอกไม้สีขาวแห่งเสียงหัวเราะเหี่ยวเฉาไป ทำยังไงดีนะ

꽃잎은 져서 (점점) 흙이 되고 (No) 불타던 격정은 재가 되고
โก-นี-พึน จยอ-ซอ (จอม-จอม) ฮึล-กี ดเว-โก (No) บุล-ทา-ดอน คยอก-จอ-งึน เจ-กา ดเว-โก
กลีบดอกไม้ร่วง (มากขึ้นเรื่อยๆ) เปรอะเปื้อน (ไม่) ความรักที่เผาไหม้กลายเป็นเถ้าถ่าน

좋았었던 모든 이렇게
เว โช-วัด-ซอด-ดอน โม-ดึน กอน โก กี-รอ-เค
ทำไมทุกๆสิ่งที่ดีถึงเป็นแบบนี้ตลอดเลย
Don’t know why (Don’t know why)
ไม่รู้ทำไม (ไม่รู้ทำไม)
Tell me why (Tell me why)
บอกฉันทีว่าทำไม (บอกฉันทีว่าทำไม)

사라질 (사라질) 모든 (모든 )
ซา-รา-จิล (ซา-รา-จิล) โม-ดึน กอน (โม-ดึน กอน)
ทุกสิ่งอย่าง (ทุกสิ่งอย่าง) หายไป (หายไป)

 

“พี่ เป็นไงบ้าง” อ้อมกอดที่รวบเอาทั้งร่างแทบจะเข้าไปในอกแกร่ง รั้งให้สติของคนที่เหม่อลอยกลับมา

ดวงหน้าหวานยิ้มน้อยๆ พรางเอื้อมมือมาจับใบหน้าคมที่ถูกแต่งเติมด้วยแว่นกรอบใหญ่ที่มักจะใส่ปิดบังใบหน้าแทบทุกครั้งที่ออกจากหอพัก

“พี่ไม่ได้เป็นอะไรนี่” เสียงหวานใสกล่าวขึ้น แต่ไม่ได้ทำให้คนน้องที่ถือวิสาสะคลายอ้อมกอดแต่อย่างไร

“พี่ทานข้าวหรือยัง” สิ้นคำถามคนเป็นพี่กลับส่ายหน้าน้อยๆ

“พี่ยังไม่หิว แล้วเทาละกินอะไรมาหรือยัง ออกไปกับเซฮุนแต่เช้าล่ะ”

“ผมทานมาแล้วคับ ซื้อของโปรดพี่กลับมาด้วยนะ ... มาทานกัน” มือแกร่งรวบมือเรียวอย่างรวดเร็วและดึงน้อยๆ เป็นการส่งสัญญาณให้ลุกตามมา

เมื่อเลื่อนเก้าอี้และจับบ่าให้คนผู้พี่นั่งลงตามความต้องการ ร่างสูงก็รีบเดินไปหยิบถุงใส่อาหารเข้าไปในห้องครัวทันที

“นั่งรอแป๊บเดียวนะคับ เด๋วผมใส่จานให้ก่อน”

“ไม่ต้องยุ่งยากก็ได้เทา” แต่คงได้แต่พูดเพราะเลย์ไม่เคยขัดใจเทาได้ซักที

“มาแล้ว ทานเลยอร่อยมาก ผมรับรอง” เมื่อวางจานที่เต็มไปด้วยต๊อกโปกี พร้อมอาวุธเรียบร้อยก็มานั่งข้างๆเตรียมมองคนข้างหน้ากินอย่างใจจดใจจ่อ

“ต้องนั่งเฝ้าพี่กินเลยหรือไง ไม่ได้เป็นเด็กๆ นะ” เลย์พูดขำๆ เมื่อเห็นกิริยาของน้องเล็ก

“พี่รู้อะไรไหม” เทาเอื้อมมือมาจับใบหน้าพี่ชายอย่างเบามือก่อนจะกล่าวต่อไป

“ผมไม่ต้องเฝ้าพี่ทำอะไรต่ออะไรหรอก” สายตาคมจับจ้องยังดวงตามักจะเหม่อลอยทุกครั้งเมื่อมีโอกาส

“เพราะพี่รู้ว่าผมอยู่ข้างพี่เสมอ และตลอดไป”

ติ้ง

ติ้ง...

เสียงน้ำตาหยดน้อยไหลลงมากระทบพื้นมากเพียงใดตอนนี้ใครจะไปใส่ใจ ในเมื่อเลย์มั่นใจแล้วว่าอ้อมกอดของน้องชายตรงหน้าจะไม่ทำให้เขาเจ็บเหมือนที่เคย

.........

.....

..

ในอีกห้องหนึ่ง

หนึ่งแววตาที่หลุบต่ำ จ้องมองไปที่ปลายนิ้วที่สัมผัสกันไปมาอย่างโหยหาความอ่อนโยนที่เคยได้รับ

 

이리 아름다운 건지
เว อี-รี อา-รึม-ดา-อุน กอน-จี
ทำไมถึงสวยงามแบบนี้

그저 한낱 짧은 사랑은 한낮 꾸는
คือ-จอ ฮัน-นัด จัล-บึน กุม ซา-รา-งึน ฮัน-นัด กู-นึน กุม
มันเป็นเพียงความฝันสั้นๆ ความรักเป็นเพียงแค่การเพ้อฝันไป

사랑은 끝을 향하는지
ซา-รา-งึน กือ-ทึน ฮยา-งา-นึน-จี
รักถึงต้องจบลง

사라질 (사라질) 모든 (모든 )
ซา-รา-จิล (ซา-รา-จิล) โม-ดึน กอน (โม-ดึน กอน)
ทุกสิ่งอย่าง (ทุกสิ่งอย่าง) หายไป (หายไป)

이리 아름다운 건지
เว อี-รี อา-รึม-ดา-อุน กอน-จี
ทำไมถึงสวยงามแบบนี้

그저 한낱 짧은 사랑은 한낮 꾸는
คือ-จอ ฮัน-นัด จัล-บึน กุม ซา-รา-งึน ฮัน-นัด กู-นึน กุม
มันเป็นเพียงความฝันสั้นๆ ความรักเป็นเพียงแค่การเพ้อฝันไป

 

คนตัวเล็กที่ไม่เคยบ่น หรือออกอาการใดๆ นอกจากนั่งมองมือตัวเอง

เป็นแบบนี้มานานเท่าไรแล้ว ที่โอเซฮุนเห็น

พี่ใหญ่ที่มีรอยยิ้มสดใสหายไปตั้งแต่วันนั้น ทั้งๆ เป็นคนบอกว่าไม่เป็นไร

คนภายนอกคงคิดว่าคนที่เสียใจที่สุดควรเป็นผม

แต่มันไม่ใช่ ....

มือยาวเอื้อมมาจับมือนิ่มที่กำลังเกาะกุมกันพร้อมกับร่างสูงโปร่งที่นั่งลงข้างๆ

“มือเย็นจัง” เสียงปนแหบดังขึ้นข้างหูคนที่ตัวเล็กกว่า แต่กลับไม่มีคำพูดใดๆ ย้อนกลับมา

“นั่งตรงนี้นานแล้วนะพี่ไปเล่นเกมในห้องกันไหม” คำเชื้อเชิญกับถูกปัดด้วยการส่ายหน้าน้อยๆก่อนกล่าว

“พี่อยากฟังเพลงตรงนี้ ...น่ะฮุนน่า” ใบหน้าหวานที่ถูกครอบคลุมด้วยความเศร้าจนหม่นหมองเบือนมาสบตากับคนน้อง

อ้อมแขนที่เกี่ยวรั้งคนตัวเล็กเข้าสู่อ้อมกอดตัวเองอย่างถือวิสาสะพร้อมกับริมฝีปากที่ประกบกับขมับของคนตัวเล็กกลับเอื้อนเอ่ยขึ้น

“งั้นผมจะอยู่กับพี่ ...แบบนี้ ....อย่างนี้ .... จนกว่าพี่จะไล่ผมละกัน”

รอยยิ้มอ่อนๆ บ่งบอกให้รู้ว่าคนผู้พี่รู้ดีว่าน้องสื่อถึงอะไร มือเล็กยกขึ้นมาวางบนแขนยาวที่รัดไว้พร้อมเบี่ยงเบียดตัวเองเข้าไปให้ใกล้ชิดกับน้องเล็กมากขึ้นไปอีก
ใบหน้าฝังลงที่ต้นคออย่างไม่ต้องร้องขอ อ้อมกอดนั้นยิ่งกระชับแน่นจนรู้สึกถึงลมหายใจที่แผ่วเบาข้างหูที่เริ่มแดงขึ้นพร้อมกับเสียงสะอื้นฮัก

“ความจริงคือพี่มีผม และผมจะทำให้พี่เข้มแข็ง .... เราจะก้าวผ่านไปด้วยกัน...นะคับ” เสียงกระซิบที่ชัดเจนทุกถ้อยคำถูกตอบรับด้วยแรงพยักหน้าของคนในอ้อมกอดจนน้องเล็กต้องกดริมฝีปากลงไปข้างแก้มนวลที่เปรอะเปื้อนด้วยน้ำตาอีกครั้ง อีกครั้ง .... และอีกครั้ง

어둠, 너는 ( Oh-ah) 검게 모든 지워내
ออ-ดุม, นอ-นึน เว (นอน เว Oh-ah) คอม-เก โม-ดึน กอล ทา จี-วอ-เน
ความมืด ทำไมเธอต้อง (ทำไมเธอ) ลบทุกอย่างให้กลายเป็นสีดำ

아무것도 보게 oh 혼자 멋대로 영원할 미래를 꿈꾸게
อา-มู-กอด-โด มด โบ-เก oh ฮน-จา เน มอด-เด-โร ยอง-วอ-นัล มี-เร-รึล กุม-กู-เก เฮ
มองไม่เห็นอะไรเลย oh ฉันฝันถึงอนาคตที่นิรันดร์คนเดียวแบบที่ฉันอยากให้เป็น

노을은 져서 (점점) 검어지고 (No) 파도는 언젠간 부서지고
โน-อือ-รึน จยอ-ซอ (จอม-จอม) กอ-มอ-จี-โก (No) พา-โด-นึน ออน-เจน-กัน บู-ซอ-จี-โก
ดวงอาทิตย์ตก (มากขึ้นเรื่อยๆ) กลายเป็นสีดำ (ไม่) สักวันหนึ่งคลื่นจะแตกลง

좋았었던 모든 이렇게
เว โช-วัด-ซอด-ดอน โม-ดึน กอน โก กี-รอ-เค
ทำไมทุกๆสิ่งที่ดีถึงเป็นแบบนี้ตลอดเลย
Don’t know why (Don’t know why)
ไม่รู้ทำไม (ไม่รู้ทำไม)
Tell me why (Tell me why)
บอกฉันทีว่าทำไม (ไม่รู้ทำไม)

사랑은 끝을 향하는지
ซา-รา-งึน กือ-ทึน ฮยา-งา-นึน-จี
รักถึงต้องจบลง

 

ตารางงานล่าสุดของเดือนนี้ถูกส่งต่อให้กับสมาชิกวงทุกคนที่นั่งอยู่ในห้องพักโดยมีความแตกต่างกันไปอย่างเห็นได้ชัดจากความหนาของเนื้องานของแต่ละคนที่ได้รับ

“ทำไมของพี่เลย์หนาจัง” เทากล่าวขึ้นเมื่อถือวิสาสะรับตารางของพี่ชายมาเปิดดูก่อนของตนเองเสียอีก

“เฮ้ยทำไมงานพี่เลย์เยอะจัง แถมไปจีนด้วย” คำพูดที่เอ่ยขึ้นอย่างหัวเสีย

“ไม่หรอกมั้งเทา” เลย์เอื้อมมาดึงแขนน้องตัวโตเพื่อขอดูด้วย

“ไม่อะไรละพี่ดูดิ เกมโชว์ รายการอะไรเนี่ยเต็มไปหมดเลย ทำไมไม่ให้ผมไปด้วยละ ผมคนจีนนะ” คนเล็กฝั่งจีนเริ่มโวยวาย แต่ก็ไม่มีใครสนใจเท่าไรเพราะรู้ถึงความใจร้อนของเจ้าตัวดี ยิ่งเป็นเรื่องของพี่ชายสุดที่รักคงไม่มีใครอยากทะเลาะด้วย

“ถามเลย์เองซิ” พี่ผู้จัดการตัดบทก่อนจะแจกให้คนอื่นๆ ต่อไป

“พี่เลย์” น้ำเสียงที่เข้มขึ้นไปอีกหลายระดับกลับไม่กล้าเปล่งออกมาเมื่อเห็นรอยยิ้มหวานของผู้เป็นพี่ที่ยิ้มให้กลับกิริยาของน้องเล็กที่แสดงให้เห็นถึงความห่วงใย

มือแกร่งจับมือเรียวดึงเล็กน้อยให้คนพี่ลุกขึ้นและเดินตามเข้าห้องตัวเองไปโดยไม่สนใจดูตารางงานตัวเองแม้แต่น้อย

.....

..

.

“ทำไม ไม่อยากพัก ไม่อยากอยู่กับผมเหรอ” เสียงที่เคยโหวกเหวกเมื่อไม่นานกลับอ่อนทุ้มตัดพ้อคนตรงหน้า จนคนเป็นพี่ต้องเอื้อมมือมาปิดริมฝีปากบางนั้น

“ไม่ใช่ อยากเข้าใจผิดซิเทา” ยังไม่ทันจะกล่าวต่อมือหนากลับจับมือเรียวออกอย่างรวดเร็ว

“แล้วที่พี่ทำตอนนี้มันหมายถึงอะไร อยากไปอยู่จีนมากใช่ไหม อยากไปอยู่ ... ตรงนั้นหรือไง ทำไม แล้วผมละ” น้ำเสียงที่ดังขึ้นประหนึ่งจะบอกให้คนฟังรู้ถึงอารมณ์ที่สามารถปะทุได้ตลอดเวลา

อ้อมกอดที่เกิดขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว ดีที่คนสูงยังมีสติทำให้รับคนตัวเล็กกว่าได้ไม่เอียงเอน

“ไม่ใช่นะ พี่ไม่ได้อยากไปที่นั้น...เชื่อพี่นะ เทาต้องเชื่อพี่” แค่นี้ก็ทำให้ความร้อนของอารมณ์ต่ำจนเป็นน้ำเย็นได้เพียงพริบตา

“พี่แค่อยากทำงาน เท่านั้น จริงๆ” ทุกถ้อยคำย้ำชัด จนคนตัวสูงจำยอมด้วยดุษฎี

“ผมเชื่อ ผมเชื่อ” เทาพูดซ้ำๆ จนคล้ายเสียงกระซิบที่แผ่วเบา เหมือนสะกดให้ตัวเองเข้าใจ ถึงแม้ว่าสิ่งที่เห็นไม่ได้เป็นอย่างนั้น มือแกร่งจับวงหน้าขาวขึ้นมาเพื่อสบตาและให้รับรู้ความถึงความเป็นจริง

“พี่เลย์ พี่เป็นคนเดียวที่ผมเชื่อ .... และพี่ก็เชื่อผมได้เพียงคนเดียวเท่านั้น จำไว้” คำพูดที่รู้ว่าทำร้ายพี่ชายตนเองเพียงใด แต่เทาต้องพูดก่อนจะรีบหันหลังเดินออกจากห้อง แต่ความเร็วของเสียงสะอื้นยังคงเร็วกว่าเสมอ


밤이 끝나면 다시 태양은 떠올라 밝아온대도
อี บา-มี กึด-นา-มยอน ทา-ชี เท-ยา-งึน ตอ-อล-ลา พัล-กา-อน-เด-โด
ถ้าคืนนี้จบลง ดวงอาทิตย์ขึ้น สว่างอีกครั้ง

잡을 수도 없을 순간이 벌써 너무 그리워
ชา-บึล ซู-โด ออบ-ซึล อี ซุน-กา-นี บอล-ซอ นอ-มู คือ-รี-วอ
โหยหาช่วงเวลานี้ที่ไม่สามารถจับไว้ได้
I don’t know (I don’t know)
ฉันไม่รู้ (ฉันไม่รู้)
Wanna know (Wanna know)
อยากจะรู้ (อยากจะรู้)

이렇게 끝난 꿈인 건지
อี-รอ-เค กึด-นัน กู-มิน กอน-จี
ความฝันจะจบลงแบบนี้เหรอ

사람도 (사람도) 사랑도 (사랑도)
ซา-รัม-โด (ซา-รัม-โด) ซา-รัง-โด (ซา-รัง-โด)
คนก็ด้วย (คนก็ด้วย) ความรักก็ด้วย (ความรักก็ด้วย)

나는 없는 건지
นา-นึน เว เกล ซู ออม-นึน กอน-จี
ทำไมฉันถึงตื่นไม่ได้

 

“ไหนๆ ขอผมดูของพี่บ้างซิ” เซฮุนถือวิสาสะเดินมาซ้อนหลังคนตัวเล็กกว่าแล้ววางคางบนไหล่นิ่มก่อนจะเอื้อมมือไปจับมือเล็กที่ถึงตารางงานตัวเองขึ้นมาดู

“พี่ได้พักยาวเลยละ” เสียงเล็กๆ ที่เหมาะกับตัวดังขึ้น

“ไม่นะ นี่ไงต้องไปงาน มีไปจีนด้วย ได้พักที่ไหน” เสียงที่ออกจะฟึดฟัดเล็กๆ ทำให้เจ้าของตารางขำน้อยๆ

“ถ้าเทียบกับตารางของเซฮุนน่าแล้ว นี่ไม่ถือว่าเป็นงานหรอก” คนตัวสูงถึงกับตาโตหันกลับมาอย่างรวดเร็วก่อนจะกล่าวว่า

“พี่ซิ่วหมินเห็นตารางงานผมได้ไง ผมนึกว่าพี่จะไม่สนใจผมแล้วนะเนี่ย” เสียงที่ติดน้อยใจเล็กๆ ไม่ได้เข้ากับรอยยิ้มกว้างบนหน้าร่างสูงเลย

“สนใจซิ พี่เห็นก่อนเซฮุนน่าด้วย”

“ดีใจจัง” รอยยิ้มที่กว้างจนทำให้ตาปิด เอกลักษณ์ที่แสนน่ารักของน้องเล็กทำให้คนตรงหน้ายิ้มตามด้วยไม่ยาก

“อย่าลืมซิพี่เป็นเกอเก้อนะ” รอยยิ้มกว้างค่อยๆ ปิดลงพร้อมกับสายตาที่จับจ้องใบหน้าหวานที่สับสน ปวดร้าว

“ใช่ พี่พูดถูก ...... พี่เป็น ฮยองของผม” คำที่เน้นหนักทำให้คนตรงหน้าถึงกับสะอึก

“นั่นคือความจริงที่ผมว่าพี่ก็คงรู้อยู่” ดวงตาที่ฉ่ำไปด้วยน้ำ จนอาจเออไหลในไม่ช้าแต่กลับไม่มีเสียงสะอื้นใดๆ มุ่งมองมาที่ใบหน้าหวาน

“ฮยอง ... ขอโทษ”

“ผมไม่ได้อยากได้คำขอโทษจากพี่ แต่ที่ผมอยากได้ .... ความจริง ....ที่พี่ต้องอยู่กับมัน อยู่กับผม เพื่อพวกเรา ไม่ใช่เพื่อใครคนอื่นอีกแล้ว”

คำพูดที่ไม่มีอะไรผิด แต่ความรู้สึกที่เคยถูกผูกมัดไว้มันขาดวิ่นเสียจนไม่สามารถปะติดปะต่อได้อีก

“พี่จะทำ ฮยองจะพยายาม” มือเล็กของซิ่วหมินเกาะกุมกันอีกครั้ง

결국은 잠시 뿐일 사랑은 잠시 뿐인
คยอล-กู-กึน จัม-ชี ปู-นิล กอล ซา-รา-งึน จัม-ชี ปู-นิน กอล
สุดท้ายแล้วก็เป็นเพียงฝันไป ความรักเป็นเพียงชั่วขณะ

스쳐갈 꿈일 뿐인 아직은 깨기 싫은
ซือ-ชยอ-กัล กู-มิล ปู-นิน กอล อา-จี-กึน เก-กี ชี-รึน กอล
เป็นแค่ฝันที่ผ่านไป แต่ฉันยังคงไม่อยากตื่น

한낱 짧은 한낮 꾸는
ฮัน-นัด จัล-บึน กุม ฮัน-นัด กู-นึน กุม
ความฝันสั้นๆ เพ้อฝันไป

한낱 짧은 한낮 꾸는
ฮัน-นัด จัล-บึน กุม ฮัน-นัด กู-นึน กุม
ความฝันสั้นๆ เพ้อฝันไป

 

“พี่ซิ่วหมิน เราไม่เคยไปไหนกันสองคนเลยเนอะ”เลย์เอ่ยขึ้นเมื่อได้ถึงห้องพักหลังจากเดินทางมาเพื่อออกรายการเกมโชว์ที่จีน โดยตารางงานครั้งนี้มีเพียงเลย์กับซิ่วหมินเป็นตัวแทนของ EXO-M

“นั่นซิ...” ซิ่วหมินยังคงพูดน้อยเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนในความรู้สึกของเลย์

“พี่ ... เป็นไงบ้าง” คำถามที่กล่าวขึ้นลอยๆ แต่กลับกระทบความรู้สึกเข้าอย่างจัง

แต่กลับได้คำตอบเพียงการส่ายหน้าน้อยๆ ในความรู้สึกของเลย์พี่ชายคนโตแต่กลับตัวเล็กน่ารักน่าทะนุถนอมแต่เข้มแข็งกว่าใคร

“เซฮุนเป็นห่วงพี่มากนะ” ดวงตาที่เบิ่งขึ้นมองตรงมาอย่างตกใจ ทำให้เลย์อดขำไม่ได้

“เซฮุนมักชอบมาบ่นให้ฟังนะคับ บ่นให้ผมฟังบ้าง บ่นให้เทาฟังบ้าง สรุปผมก็รับรู้หมดอยู่ดี” พูดไปเลย์ก็ยิ้มไปเมื่อนึกถึงอากัปกิริยาของน้องเล็กที่เหมือนขัดใจไปทุกเรื่องที่เกี่ยวกับพี่ใหญ่

“พี่ ... พี่” ซิ่วหมินหมดคำพูดเสียดื้อๆ

“เซฮุนอาจไม่ได้พูดเก่ง ร่าเริง เหมือนใคร ... ใคร” ดวงตาที่ทอดยาวมาจับที่ใบหน้าคนตัวเล็กบ่งบอกได้ดีว่ากำลังต้องการสื่อถึงใคร

“แต่เซฮุนเป็นห่วงพี่มาก .... และรักพี่มากนะคับ” เสียงนุ่มที่ต้องการบอกอะไรบางอย่างที่ไม่ใช่คนตรงหน้าจะไม่รู้

“พี่รู้ เซฮุนเหมือน ... เทา”

“ใช่ พวกเขาเหมือนกัน พวกเขาไม่เคยปิดบังความรู้สึก ตรงเกินไป ล้นเกินเหตุ”

“5555” ซิ่วหมินหลุดขำกับคำพูดของเลย์ จนน้ำตาไหล มือเรียวเอื้อมมาลูบหางตาที่มีน้ำตาซึมออกมาอย่างช้าๆ

“และเพราะพวกเขาเป็นแบบนี้ทำให้ผมมั่นใจว่า .... เซฮุนดูแลพี่ได้นะคับ” น้ำตาที่เหมือนจะเหือดแห้งไปแล้วกลับเออล้นออกมาอีกครั้ง

“ลืมได้แล้วเหรอเลย์ ... ลืมกันได้แล้วเหรอ” เสียงสะอื้นมาพร้อมกับน้ำตาและคำพูดที่เลย์ไม่ได้คาดคิดว่าจะได้เห็นจากพี่ชายคนโต อ้อมกอดที่เลย์พร้อมจะเปิดรับพี่ชายเข้ามาอย่างไม่มีเงื่อนไขนั้นยิ่งทำให้เสียงร่ำไห้ดังขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

“จะลืม หรือจะจำ ... มันไม่จำเป็นหรอกคับในความคิดผม ... บางครั้งความทรงจำก็ทำให้เราเรียนรู้และเข้มแข็ง .... ถึงแม้ว่าจะต้องแลกมาด้วยน้ำตา” ซิ่วหมินรู้สึกถึงความเปียกชื้นที่หยาดหยดลงมาที่ไหล่ จนต้องเงยหน้าจากไหล่กว้างของเลย์ขึ้นมามองใบหน้าขาวที่อาบด้วยน้ำตาแต่กลับมีรอยยิ้มที่กดลึกจนเห็นลักยิ้มนั้น

“ผมจะไม่ลืมในสิ่งที่ผ่านมาถึงแม้จะเจ็บปวด แต่ผมจะอยู่ จะทำงานต่อไปตามความฝันของผมอย่างไม่มีวันท้อแท้ ....” ซิ่วหมินเข้าใจถึงสิ่งที่เลย์พูดได้ไม่ยาก เพราะมันเป็นความฝันเดียวกันกับตนเอง

“และผมจะก้าวไปกับพวกเราทุกคน”

“งั้นก็ต้องมีพี่ด้วยนะ” ซิ่วหมินพูดด้วยน้ำเสียงอู้อี้ขึ้นมาทันที จนเลย์ยิ้มแก้มบุ๋มตาปิด

“แน่นอนคับ .... พวกเราจะก้าวไปด้วยกัน”

เลย์กระชับมือเรียวกับมือเล็กอย่างแนบแน่น

“พวกเราจะอยู่ด้วยกัน สู้ด้วยกัน” ซิ่วหมินกล่าวด้วยแววตามุ่งมั่น

“แม้จะต้องเริ่มจากศูนย์ใหม่ ผมก็จะทำ สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นพียงอุปสรรคที่เราจะช่วยกันก้าวข้ามไป ...” ซิ่วหมินพยักหน้าหงึกหงักแสดงความเห็นด้วย แต่ก็อดถามคำถามที่ค้างคาใจอย่านออกไปไม่ได้

“แล้วเลย์ไม่อยาก .....”

“ความฝันที่แท้จริง ความฝันที่ผมเคยมองข้ามไป ... มันอยู่ที่นี่ตรงนี้ ผมจะไม่ไปไหน ผมจะอยู่ ... ตลอดไป” เลย์กล่าวชัดเจนอย่างไม่ติดขัดทำให้เห็นความแน่วแน่ได้เป็นอย่างดี

“ความฝันของพวกเราต่างหาก” ซิ่วหมินกล่าวด้วยรอยยิ้มที่เลย์ไม่เคยเห็นมานาน และหวังว่าจะรักษาให้รอยยิ้มนี้จะอยู่แบบนี้ไปอีกนานแสนนาน

 

ความรู้สึกที่ถูกเปิดเผย

ความฝันที่อาจมองข้ามไป

ความจริงที่ต้องเผชิญ

ความรักที่พวกเราจะมีให้กัน ... ตลอดไป

 

THE END

 
Korean lyrics: Naver
Thai Romanization & Translation by: @SJenamour
Take out with full credits

...อ้างอิง http://sz4m.com/b4026045

 

ผลงานทั้งหมด ของ black_jack9

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น