Love's Divine วอนรักพิสุทธิ์ [Yaoi]

ตอนที่ 12 : วอนรักครั้งที่๑๒ : คนที่ทำให้รำคาญและคนที่ทำให้อบอุ่น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 321
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    21 ก.พ. 57

“ร้องไห้ทำไมครับ” ณพิชญ์ลูบผมปลอบโยนคนในอ้อมกอดอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรดี  เหลือบตามองบูมก็เห็นความปวดร้าวในดวงตาคู่นั้น  จึงได้แต่ซ่อนรอยยิ้มไว้ยามโอบกอดและกระซิบที่ข้างหูของคนตัวเล็ก “หนูตะเภาคนดี  อย่าร้องไห้เลยนะครับ  มีอะไรบอกภัทรได้ไหม”

“เรารักภัทร” เสียงสะอื้นอู้อี้อยู่บนอกของเขาทำให้รอยยิ้มณพิชญ์ยิ่งกว้างขึ้น  ได้แต่กดใบหน้าลงชิดใกล้หลบซ่อนไม่ให้ใครรู้เห็น 

หากสัตว์ตัวเล็กของเขาทำให้เจ้าโจรปวดร้าวได้เขาก็ยินดีจะเลี้ยงไว้เป็นอย่างดี  หากความสัมพันธ์ในตอนนี้ทำให้บูมเจ็บมากเท่าไร  เขาก็จะยิ่งทำให้ความสัมพันธ์แบบนี้รัดอีกฝ่ายแน่นขึ้นจนแทบหายใจไม่ออกเลย

“ภัทรรู้” ณพิชญ์ลูบหลังและลูบผมอีกฝ่ายอย่างปลอบโยน  พยายามทำเสียงให้นุ่มนวลน่าฟังที่สุด “แต่ภัทรไม่ได้รักที่หนึ่ง  ขอโทษนะครับ”

ที่หนึ่งร้องไห้โฮสะอื้นหนักทั้งที่รู้คำตอบดีอยู่แล้ว  ผู้ชายคนนี้ช่างใจร้ายนัก  โอบกอดปลอบขวัญเขาอย่างอ่อนโยนแต่กลับผลักไสเขาด้วยคำพูดทำร้ายจิตใจ  คนหล่อตรงหน้าไม่อ้อมค้อมเลยสักนิด  ทั้งที่มีเขาร้องไห้อยู่ในอ้อมกอดแต่กลับบอกว่าไม่รักได้อย่างไม่ไยดี

“ขอที่หนึ่งคืนด้วย! เสียงพูดกัดฟันด้วยอารมณ์คุกรุ่นทำให้ณพิชญ์ต้องเงยหน้าขึ้นมอง  เก็บซ่อนรอยยิ้มและความสะใจทั้งมวลให้เหลือเพียงความเศร้า  มันไม่ยากเลยเมื่อคิดว่าผู้หญิงที่เลี้ยงดูคนตรงหน้าเป็นใคร  และในช่วงเวลาเดียวกันเขาอยู่กับใคร

บูมโมโห  ทั้งโมโหทั้งเศร้าทั้งจุกทั้งอับอาย  ทุกอย่างปนเปบนสีหน้าของคนที่เคยหล่อน่ารัก  บัดนี้กลับถมึงทึงและบิดเบ้  เมื่อยี่สิบนาทีก่อนที่หนึ่งยังยอมตกลงเป็นแฟนกับเขา  และจบลงด้วยเซ็กส์อันเร่าร้อนในห้องน้ำอีกครั้ง  แต่พอเจอคนตรงหน้าก็วิ่งถลาเข้ามากอดให้อีกฝ่ายปลอบเสียแล้ว  เจ้าคนหล่อก็ช่างไม่รู้จักอะไรควรไม่ควร  เมื่อครู่เขาเพิ่งประกาศความสัมพันธ์กับคนน่ารักไป  เจ้านี่ก็ยังโอบกอดปลอบประโลมชิดใกล้แทบจะเป็นเนื้อเดียวกันต่อหน้าต่อตาคนทั้งสนาม  ไม่เกรงอกเกรงใจเขาสักนิด!

ณพิชญ์คลายอ้อมกอดอย่างรู้สถานการณ์  เขาไม่ต้องการให้อีกฝ่ายเกลียดตน  ไม่อย่างนั้นการเข้าใกล้ครอบครัวของผู้หญิงคนนั้นคงเป็นเรื่องยากแล้ว  แต่คนในอ้อมกอดกลับรัดแน่น  แม้มือณพิชญ์พยายามดึงแขนคนตัวเล็กออกโดยไม่ให้อีกฝ่ายต้องเจ็บก็ไม่สำเร็จ  เขาไม่กล้าทำร้ายคนผิวขาวเนื้ออ่อนให้ต้องเป็นรอยแดง  ไม่อย่างนั้นคนหล่อน่ารักต้องชังน้ำหน้าเขามากกว่านี้แน่

“หนูตะเภาปล่อยภัทรก่อนนะ” ณพิชญ์พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแต่ก็ไม่เป็นผล  ได้แต่เงยหน้าขึ้นมองคนหล่อน่ารักอย่างลำบากใจ “บูมเขาไม่พอใจนะครับ  อย่าทำอย่างนี้เลย”

ที่หนึ่งเม้มปากแน่น  คลายแรงแขนใบหน้าขุ่นมัวจากแรงอารมณ์  ความน้อยใจแล่นปราดจนลืมไปว่าต้องทำตัวอย่างไรให้น่ารักสมหน้าตา “ใช่สิ  ภัทรก็สนใจแต่บูมนี่  เคยคิดถึงจิตใจเราบ้างไหม!?

“แล้วหนูตะเภาล่ะครับ  เคยคิดถึงจิตใจบูมบ้างไหม” ณพิชญ์สวนกลับทันควัน  คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างไม่รู้ตัว  เพราะไม่เคยมีใครพูดเสียงดังใส่หน้าเขามาก่อน  ...ไม่สิ  คนแรกคือณภัทรที่เบียดตัวแทรกเกริกที่ยกอาหารเข้ามาในห้องของเขา  เอะอะเสียงดังหมายจะเข้าหาตัวจิ๋วจนเขาอดใจไม่ไหวทำร้ายอีกฝ่าย 

ในสายตาณพิชญ์  ที่หนึ่งทำแต่เพียงเรียกร้องเอาไม่หยุดตั้งแต่พวกเขาได้เจอกัน  เหมือนจะพูดด้วยสายตาและการกระทำเสมอว่ารักฉันสิ  แต่ไม่ได้ทำตัวให้เขารักลงเลยแม้แต่อย่างเดียว  หากให้พูดตรงๆต้องบอกว่าณพิชญ์เริ่มจะรำคาญกับความคิดอ่านของคนตรงหน้าแล้ว  

ณพิชญ์อยากได้ความรัก  แต่ต้องไม่ใช่แบบนี้

“ขอตัวนะครับ” ณพิชญ์ลุกขึ้นยืนสะบัดตัวหนีจากที่หนึ่งอย่างไม่สนใจไยดีอีก  คว้ามือถือที่วางไว้ข้างตัวก็ออกเดินจ้ำหนีทันที  พอคนตัวเล็กวิ่งตามกลับพบบอดี้การ์ดคนหนึ่งยืนขวางไว้ด้วยใบหน้าเรียบเฉย

“อย่าไปกวนคุณภัทรตอนนี้เลยครับ  คุณก็รู้ว่าถ้าเขาอารมณ์ไม่ดีจะเป็นยังไง” เอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง  คงมีเพียงสองอย่างนี้ที่ฝาแฝดเหมือนกัน 

“ที่หนึ่ง” บูมคว้าแขนคนตัวเล็กไว้  ใบหน้าไม่คลายจากอารมณ์กรุ่นร้อน  เขาอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว  เมื่อก่อนมีแต่คนวิ่งเข้าหา  แต่ตอนนี้เขากลับพบว่าตนเองไม่เป็นที่สนใจของคนที่เพิ่งตกลงเป็นแฟนกันเมื่อครู่เลย 

แรงบีบที่ต้นแขนทำให้คนตัวเล็กหันขวับกลับมาอย่างอารมณ์เสีย  เหวี่ยงใส่บูมระบายความไม่พอใจทุกอย่างที่ยากจะดับลงโดยง่าย “เราเจ็บ!  ปล่อยแขนเราเดี๋ยวนี้เลยนะ!

“ขอโทษครับ” บูมปล่อยแขนคนน่ารักอย่างรวดเร็ว “เจ็บมากไหม  ผมขอโทษ”

“ไปให้ไกลเลย  ฮึ่ย!” ที่หนึ่งสะบัดหน้าใส่ทั้งบอดี้การ์ดของณภัทรและแฟนคนแรกของตัวเอง  กระทืบเท้ามานั่งข้างๆติณที่ทำหน้าพิลึกมองเหตุการณ์ตรงหน้าขณะนั่งยืดตัวอยู่ “อารมณ์เสีย!

“กูซ่อมไม่ได้นะ” ติณยักคิ้วกวนอารมณ์ให้เพื่อนตัวเล็ก  คนโดนกวนเลยได้แต่สะบัดหน้าหนีอย่างหงุดหงิดใจ

“ที่หนึ่ง” บูมเดินเร็วๆตามมาด้วยสีหน้าไม่สู้ดี  หมายจะง้ออีกฝ่ายแต่คนตัวเล็กก็หันไปพูดกับเพื่อนตัวเองอย่างรวดเร็วแทบฟังไม่ทัน

“เราไม่อยากอยู่นี่แล้ว  กลับเถอะ  เร็วๆดิ” ไม่ลืมสะกิดลูกเจ้าสัวยิกๆ

“สงสัยวันนี้จะไม่ได้เตะบอลละ  ไปก่อนนะเดี๋ยววันหลังมาใหม่” ติณร้องบอกทุกคนแล้วเก็บข้าวของอย่างเซ็งๆ  วันนี้อุตส่าห์เอาชุดบอลตัวเก่งพร้อมรองเท้าสตั๊ดมาแต่กลับไม่ได้เล่น  ปัญหารักวุ่นวายนี่คอยขัดลาภเขาตลอดไม่ว่าจะอยู่กับเพื่อนคนไหนก็ตาม

เมื่อขึ้นมาในรถสปอร์ตของเพื่อน  ที่หนึ่งก็ยิงคำถามทันที

“ทำไงให้ภัทรรักเราอ่ะ  นี่ทำยังไงก็สนใจแต่ไอ้บูมนั่น”

“ผัวมึงไม่ใช่เหรอ” ติณกวนคนหงุดหงิดเล่นจนโดนผลักหัวไหล่ตัวเอน

“เฮ้ยๆๆๆ  อย่าเล่น  ดีนะที่กูยังไม่ได้สตาร์ตรถ  เมื่อกี้เผลอเหยียบคันแร่งไปแล้วนะสัด” ไอ้ตี๋โวยวายเสียงดัง  เพราะอีกนิดเดียวเขาก็เกือบจะบิดกุญแจอยู่แล้ว  รถฝั่งตรงข้ามที่จอดหันหัวเข้าหาเขาก็รถสปอร์ตเหมือนกันด้วย  งานนี้ม๊าอาจมีดึงหูยานได้

“เราไม่นับเป็นผัวเว้ย  ไม่งั้นติณก็ผัวเราอีกคนแหละ” ที่หนึ่งยู่หน้ากอดอกตอบเสียงขุ่น

“อ้าวก็เมื้อกี้ได้ยินว่าตกลงเป็นแฟนกันแล้วนี่” ติณได้แต่งง  แต่ไหนแต่ไรมาเขาก็ไม่เข้าใจปัญหาเรื่องรักๆอยู่แล้ว  ยิ่งที่หนึ่งที่โดนสปอยหนักยิ่งเข้าใจยากเข้าไปใหญ่ “แล้วไอ้ภัทรมันก็บอกว่ามึงได้กับไอ้ลักยิ้มนั่นก่อนหน้านี้ด้วย”

“ห๊ะ!  ภัทรบอกติณเหรอ” ที่หนึ่งหน้าซีด  ไม่คิดว่าคนหล่อจะทำกันได้ลง  กลืนน้ำลายอึกค่อยถามเสียงอ่อยแบบกลัวคำตอบ “แล้วภัทรว่าอะไรอีกบ้าง”

“ก็ไม่ได้ว่าอะไร  แค่บอกว่าพวกมึงได้กันแล้ว  ตกลงมันยังไงวะ  กูงงว่ะ” ติณเกาหัวแกรกตามประสาพวกขี้เกียจใช้ความคิด  เห็นว่าเป็นเพื่อนที่สนิทสนมกันดีก็เอ่ยปากถามหน้าด้านๆไม่เกรงอกเกรงใจ

“ก็ภัทรบอกว่าชอบไอ้นั่น  เราเห็นเหมือนจะชอบเราเลยไปเล่นด้วย  ไม่งั้นภัทรจีบติดแน่ๆ” ที่หนึ่งกำสายเบลท์อย่างคนรู้ตัวว่าเป็นคนผิด “แล้วภัทรก็ไม่สนใจเราเลย  ขนาดรู้ว่าเรามีอะไรกับมันก็ไม่ห้าม  เหมือนโยนเราให้มันเลยด้วยซ้ำ  เราก็น้อยใจอ่ะดิ  แล้วมันก็มาปลอบเรา  เลยเป็นแฟนกัน  แต่มันน่ารำคาญอ่ะ  เราไม่ชอบเลย”

“แล้วมึงจะเอายังไงต่อ  จะกั๊กหรือจะแทง” ติณเลิกคิ้วถามขณะบิดกุญแจรถ “บอกก่อนห้ามทุบห้ามทำกูตกใจแล้วนะ  ไม่งั้นรถพุ่งตายคู่แน่”

ที่หนึ่งทำหน้ามุ่ย “กั๊กอยู่แล้ว  ขืนแทงไปเราเสียภัทรแน่ๆ”

 
 

ณพิชญ์หงุดหงิด  เขาอารมณ์เสียจนได้แต่เดินเร็วๆไปหาตัวช่วยที่ครั้งหนึ่งทำเขาหายจากความกรุ่นโกรธไร้สติอย่างพี่บอส  เพียงเคาะประตูห้องสโมสรนักศึกษาและยื่นหน้าที่พยายามปั้นให้เรียบเฉยเข้าไป  พี่ผู้หญิงก็วี้ดว้ายอัญเชิญให้มานั่งที่โซฟาพร้อมน้ำและขนม

“น้องภัทรสุดหล่อ  มาหาพี่เหรอคะ  คิดถึงพี่ล่ะซิ” พี่แจมเหรัญญิกคนสวยที่ออกจะแต่งหน้าจัดเกินไปสักหน่อยบิดตัวไปมา  ดูแล้วตลกมากกว่าเจ้าตัวเขินจริง “เขินอ่ะ”

“ถุย” ที่มายด์คนท้วมผิวคล้ำที่นั่งอยู่อีกด้านใช้นิ้วชี้จิ้มผลักหัวเพื่อนอย่างแรง “อีนี่ไม่ดูตัว  น้องภัทรมาหาดาวคณะอย่างกูต่างหาก  พลาสติกทั้งตัวอย่างเธอไปให้ไกลๆเลย  ชิ้วๆ”

“ถึงพลาสติกแต่ฉันก็สวยเริ่ดทั้งตัวนะย้า  ไม่เหมือนใครบางคนแถวนี้  อิๆ  นับเป็นคนรึเปล่าก็ไม่รู้เนี่ย  ว่าไหมคะสุดหล่อ  กินนมพี่ เอ๊ย! นมช็อคไหมคะ  อร่อยน้า” เหรัญญิกคนสวยจิกกัดเพื่อนอีกก็เจาะหลอดดูดเข้ากล่องนมจะป้อนให้รุ่นน้องสุดหล่อ

ณพิชญ์ได้แต่ยิ้มแหย  เจอสถานการณ์แบบนี้เข้าไปจะให้หงุดหงิดต่อได้อย่างไร  สองเพื่อนเล่นกันข้ามตัวเขาไปมาวุ่นวายและคอยเอาอกเอาใจแถมเล่นมุกจนคนหล่ออดหัวเราะคิกไม่ได้  นับว่าตัดสินใจไม่ผิดจริงๆที่มาดับอารมณ์ร้อนที่ห้องนี้

“จริงๆแล้วผมมาหาพี่เทพน่ะครับ” ณพิชญ์ยิ้มขำที่เห็นหน้าเบ้แบบดาราตลกของทั้งคู่ที่ทำพร้อมเพรียงกันราวกับนัดไว้ “แต่ดูเหมือนวันนี้จะไม่อยู่นะครับ”

“อยู่ค่ะ  แต่ไปช่วยไอ้บอสมันพูดกับอาจารย์อยู่  เขาจะแจก F มันค่ะ  จะสอบซัมเมอร์อยู่แล้วยังไม่เข้าเรียนเลย  เพิ่งเข้าคาบอาจารย์แกเมื่อวานเนี่ย” พี่มายด์ตอบ  เหนื่อยอกเหนื่อยใจกับเพื่อนเจ้าปัญหาเต็มทน  ถ้าไม่มีเทพบุตรเป็นเพื่อนนี่ไม่รู้มันจะอยู่รอดจนจะขึ้นปีสี่ได้ยังไง

“พวกพี่เรียนซัมเมอร์กันอยู่เหรอครับ” ข้อมูลใหม่ทำให้ณพิชญ์แปลกใจ  เขาก็สงสัยอยู่ว่าทำไมรุ่นพี่ถึงมีน้อยกว่ารุ่นน้องเสียอีก

“จ้า  นี่ถ้าพี่ไม่เป็นสมาชิกสโมฯนี่เราคงไม่ได้เจอกัน  ต้องเรียกว่ามันคือพรหมลิขิตใช่ไหมคะ” พี่แจมบีบต้นแขนคนหล่อนวดเฟ้น  ยิ้มหวานหยด 

ณพิชญ์เลยได้แต่ส่งยิ้มแหยคืนกลับไปให้เท่านั้น “อาจจะครับ”

“มะๆ  พี่ป้อนขนมให้นะคะ” พี่มายด์ก็ไม่ยอมแพ้เช่นกัน  หยิบขนมขาไก่ในปี๊บแบบที่ไม่น่าเชื่อว่าจะมีให้เห็นในห้องสุดหรูของมหาวิทยาลัยลูกคุณหนู  ณพิชญ์เลยได้แต่นั่งตัวเกรงให้รุ่นพี่สาวสองคนแทะโลมเล่นรอเวลาเจอกับพี่รหัส

ราวครึ่งชั่วโมงที่ณพิชญ์นั่งรอคอยพี่รหัสตัวเอง  ถ้าเขาเป็นไก่ต้มทั้งตัวคงเหลือแต่กระดูก  เสื้อถูกปลดกระดุมออกให้สองสาวภายในห้องสโมบ่นว่าน่าเสียดายที่เขาผอมเกินไป  จะแนะนำฟิตเนสดีๆบ้างล่ะ  ชวนไปว่ายน้ำเล่นโยคะด้วยกันบ้างล่ะ  แต่มือยังไม่วายลูบซี่โครงคนผอมให้ผวาเล่น  ณพิชญ์ไม่คุ้นชินกับผู้หญิงและไม่กล้าทำให้พวกเธอเสียใจด้วย  ดังนั้นเมื่อพี่รหัสเปิดประตูเข้ามา  คนหล่อเลยรีบลุกไปหาทันที

“พี่ครับ  ผม...” แต่พอเจอหน้าจริงๆณพิชญ์กลับคิดไม่ออกว่าควรจะมาหาพี่รหัสตัวเองด้วยเรื่องอะไร  เลยได้แต่ยิ้มแหยๆดึงเสื้อนักศึกษามาปิดหุ่นผอมแห้งของตนไว้

“โอ้โห  พี่พวกมึงสองตัวรุมโทรมน้องมันเหรอเนี่ย” บอสโวยวายเมื่อเห็นคนหล่อยิ้มแหยให้  เข้าไปเอานิ้วจิ้มหัวสองสาวให้ได้โยกได้คลอนอย่างสนิทสนม  หาความเป็นสุภาพบุรุษในกระแสเลือดไม่ได้แม้แต่น้อย

พี่เทพทำหน้าไม่ถูก  แต่ก็ยังใจดีเอื้อมมือมาติดกระดุมให้น้องรหัสของตน

“เป็นอะไรรึเปล่า  สองคนนั้นทำอะไรบ้าง” ณพิชญ์ยืนนิ่งๆให้คนตัวสูงกว่าเล็กน้อยติดกระดุมให้  ทั้งเทพบุตรทั้งบอสสูงกว่าเขาทั้งคู่  แต่ถ้าพูดตามหลักของวัยกำลังเจริญเติบโตแบบเขา  คาดว่าตอนอายุยี่สิบน่าจะสูงกว่ารุ่นพี่ทั้งสองคนแล้ว  เพราะพ่อของเขาเองก็สูงร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตรได้  ซึ่งปกติคนเป็นลูกชายมักจะสูงกว่า

“ไม่ได้ทำอะไรหรอกครับ  แค่ป้อนขนมแล้วก็ทักว่าผมผอมเกินไป” ณพิชญ์ยิ้มแหยให้พี่รหัสตัวเอง  ก่อนกล่าวของคุณเมื่อกระดุมติดหมดแล้ว “ขอบคุณมากครับ”

เทพบุตรยิ้มมุมปากวางมือบนศีรษะน้องรหัสตัวเอง “มาหาพี่มีอะไรรึเปล่าครับ”

“ก็...ไม่มีหรอกครับ” ณพิชญ์เสหลบตา  อ้อมแอ้มสารภาพความจริงเมื่ออีกฝ่ายไม่พูดและทำอะไรเหมือนรอคำตอบจริงๆของเขาอยู่ “ผมแค่มีปัญหากับเพื่อนนิดหน่อย”

“เทพไม่ได้จะจีบน้องรหัสตัวเองใช้ไหม  เห็นแบบนี้เราคิดนะ” เหรัญญิกคนสวยแซวเมื่อหลุดจากวงมวยปล้ำจากบอสผู้ไร้ความปราณีเพศหญิง  ผมที่เคยเรียบสวยยุ่งฟูแต่ยังยิ้มได้  แทงเข่าใส่มันหน่อยเดียวถึงขั้นกระชากผมเลยทีเดียว

“นี่มึงจะนอกใจน้องฟ้าเหรอวะ  กูไม่ยอมนะ  กูจะเอาน้องฟ้าเป็นเพื่อนสะใภ้” บอสที่กำลังล็อกคอสาวอ้วนคล้ำที่พลิ้วเอาโล่ตะโกนร่วมวงแซวคนหล่อทะลุแว่น

เทพบุตรได้แต่ส่ายหน้าน้อยๆแล้วแตะไหล่รุ่นน้อง “รอพี่เก็บของแปบนะครับ  เดี๋ยวจะพาไปกินข้าวด้วย”

ณพิชญ์พยักหน้ายิ้มๆ  คิดในใจว่าชื่อเทพกับฟ้าฟังดูเข้ากัน  จึงเริ่มอยากจะเห็นนางเอกของพี่รหัสตัวเองบ้างแล้ว  เพราะเทพบุตรให้ความรู้สึกถึงความเป็นพระเอกที่ปกป้องและดูแลทุกคนได้จริงๆ  ณพิชญ์ออกจะนึกแปลกใจเสียด้วยซ้ำที่คนแบบในนิยายรักมีอยู่จริง  เพราะรอบตัวเขาเหมือนมีแต่คนที่หลุดออกมาจากหนังสือแนวฆาตกรรมอำพรางหรือเรื่องสยองขวัญเสียมากกว่า

พี่เทพอบอุ่น  ณพิชญ์ก็เลยชอบเข้าใกล้

และเมื่อมาถึงร้านอาหารไทยที่ตกแต่งแบบเรือนไทยร่มรื่น  ณพิชญ์ที่มองสำรวจด้วยความตื่นเต้นชอบใจในบรรยากาศก็ต้องหันไปมองตามพี่บอสที่กระตุกแขนเสื้อเขาให้มองตาม  รุ่นพี่หน้าตี๋กระซิบกระซาบเสียงดังให้อีกคนที่ร่วมโต๊ะได้ยิน “นี่ไงน้องฟ้า  ว่าที่ภรรยาของพี่รหัสน้อง  อย่างกะซาตานกะนางฟ้าอ่ะคู่นี้”

“ฟ้าเป็นนางฟ้าไม่ผิดหรอก  แต่ผมมั่นใจว่าตัวเองไม่ใช่ซาตานนะ” พี่เทพตวัดตาคมกริบหรี่มองเพื่อนตัวเองอย่างหาเรื่อง  ก่อนจะยิ้มเมื่อแฟนตัวเองเดินเข้ามาใกล้  ลุกขึ้นยืนดึงเก้าอี้ให้คนสวยได้นั่งด้วยรอยยิ้มกว้างอย่างที่ไม่น่าเชื่อว่าคนนิ่งๆอย่างเขาจะยิ้มเป็น

“สวัสดีค่ะ” รอยยิ้มหวานอย่างเป็นมิตรส่งให้คนทั้งโต๊ะ  ก่อนจะสบตาคนหล่อตาสวย “ชื่อฟ้าค่ะ  พี่เทพบอกว่าภัทรอายุรุ่นเดียวกับฟ้า  ดีใจที่ได้เจอกันนะคะ”

ฟ้าเป็นคนสวย  สวยเหมือนนางฟ้า  และนุ่มนิ่มนุ่มนวลเหมือนผู้หญิงสมัยก่อน  แต่งตัวเรียบร้อยไม่ตามสมัย  เสียงพูดไพเราะเสนาะหู  ช้าๆ ชัดถ้อยชัดคำเป็นจังหวะน่าฟัง  ยิ่งมองก็ยิ่งสวย  ยิ่งมองยิ่งสบายตาสบายใจ  ณพิชญ์จึงมองเพลินไม่มีเบื่อเลย 

แฟนพี่เทพก็อบอุ่น  ณพิชญ์ก็อยากเข้าใกล้เช่นกัน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

100 ความคิดเห็น

  1. #62 bpins (@princebpins) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 มีนาคม 2557 / 18:54
    ไม่ชอบ ที่หนึ่ง อ่ะ ไม่ชอบเลยคนแบบนี้
    #62
    0
  2. #33 TunasanG (@tunasang18) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2557 / 23:24
    แอบชอบโมเมนท์นี้เบา ๆ ณพิชญ์ตอนอยู่กับพี่เทพน่ารักมากอ่ะ
    #33
    0
  3. #32 ม.แมวตัวกลม (@bulldog_o) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2557 / 12:28
    ณพิชญ์เหมือนเด็กน้อย

    ที่กำลังเรียนรู้ชีวิต

    ว้าา...รุ่นพี่สุดหล่อมีแฟนซะแระ

    จะมีใครที่จะมาหยุดแค้นณพิชญ์ไหมน้อ??
    #32
    0