Love's Divine วอนรักพิสุทธิ์ [Yaoi]

ตอนที่ 14 : วอนรักครั้งที่๑๔ : ไม่ได้มีเพียงหนึ่ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 329
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    1 มี.ค. 57

เช้าวันต่อมาในขณะที่ณพิชญ์เดินจูงมือที่หนึ่งเข้าตึกคณะบริหารธุรกิจที่แสนจะล้ำสมัย  คนหล่อน่ารักที่นั่งคอยอยู่นานแล้วก็ออกมายืนขวางทาง  ใบหน้าดูดีบึ้งตึงเมื่อมองสบกับดวงตาคมหวานทรงสเน่ห์  ณพิชญ์ยิ้มกว้างตีหน้าซื่อเหมือนไม่รู้ว่าคนตรงหน้ามาหาใครอีกคน 

“อ้าวสวัสดีครับบูม  ดีใจจังครับได้เจอกันแต่เช้าเลย” เสียงคนหล่อทุ้มนุ่มฟังสดใส  ทั้งใบหน้าที่มักนิ่งเฉยปรากฏรอยยิ้มหวานหยด  ผู้คนโดยรอบที่กำลังเร่งรีบจึงหยุดอมองดูอย่างไม่ตั้งใจ 

เพียงทำหน้านิ่งๆณพิชญ์ยังเป็นที่สนใจทั้งชายหญิง  ยิ่งยิ้มหวานเชื่อมตาใสขนาดนี้พลังอานุภาพร้ายกาจถึงขั้นทำให้หญิงสาวคนหนึ่งด้านหลังบูมหลุดกรี้ดออกมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ  ก่อนหลุบร่างลงมุดโต๊ะอย่างรวดเร็วเมื่อสายตาทุกคนหันมามองต้นเสียง

ที่หนึ่งกระตุกมืออย่างไม่ชอบใจ  ถึงรู้ว่าไม่มีสิทธิ์แต่ความหึงหวงในใจก็ยากจะห้ามได้จริงๆ  ไม่ว่าใครๆก็สนใจณภัทรของเขาเสียเหลือเกิน  ทำราวกับคนหล่อนี้เป็นดาราทั้งที่ไม่ใช่

“กูมาหาที่หนึ่ง  ไม่ใช่มึง” บูมตอบกลับอย่างเย็นชา  ถือโอกาสที่คนหล่อกำลังยืนอึ้งสะบัดมือที่หนึ่งจากณพิชญ์  แล้วรีบจูงมือคนตัวเล็กเดินหนีไปด้วยกันอย่างรวดเร็ว

ที่หนึ่งมองตามหลังคนหล่อน่ารักอย่างไม่ชอบใจ  แต่ไม่คิดส่งเสียงห้ามอะไรเพราะเขาเองก็อยากจะคุยข้อตกลงการเป็นแฟนกับคนตรงหน้านี้เหมือนกัน  เมื่อวานเป็นการรับปากส่งๆโดยไม่ได้ไตร่ตรองให้ดีเพราะความเจ็บปวดในใจถาโถมมากเกินไป  แต่ณภัทรก็บอกเขาเองว่าไม่ได้ไร้หวังเสียทีเดียว  จะให้มาเปลืองตัวกับคนที่ไม่ได้รักได้ยังไง

“เดี๋ยวจะถึงเวลาเรียนแล้ว  บูมมีอะไรก็รีบๆพูดมาเถอะ” ที่หนึ่งกระตุกแขนบูมที่ยังจ้ำเท้าเดินหนีผู้คนอยู่ไม่หยุด  เมื่ออีกฝ่ายหันมาสนใจตนเองบ้าง  คนน่ารักจึงพามายืนหลบมุมคุยกันในบริเวณที่ไม่ค่อยมีคนอย่างระเบียงข้างห้องพักอาจารย์ในชั้นหนึ่ง “เอ้า!  มีอะไรก็รีบๆพูดมาสิ  แปดโมงปุ๊บอาจารย์เช็คชื่อปั๊บเลยนะ”

หลังสูดหายใจเข้าลึกๆ  บูมก็เอ่ยถามคำถามคาใจตลอดหนึ่งวันที่ผ่านมาออกไป “ที่หนึ่งทำไมถึงทำแบบนั้น  เราเป็นแฟนกันแล้วนะ  บูมบอกทุกคนแต่ที่หนึ่งก็วิ่งไปกอดไอ้ภัทรมัน!  เราเสียหน้าเสียใจแค่ไหนที่หนึ่งรู้บ้างไหม!?

“ก็เรายังตัดใจไม่ได้นี่!” คนตัวเล็กตวาดกลับบ้าง  ที่หนึ่งไม่ใช่คนที่จะยอมให้ใครมาอารมณ์เสียใส่  ทุกคนตามใจและอ่อนข้อให้เขาเสมอมา  แต่คนแปลกหน้าที่เจอกันเป็นวันที่สามกลับกำลังขึ้นเสียงใส่เขา! “เรารักภัทรถึงอยากจะตัดใจแต่แค่เจอหน้าภัทรเราก็ทำไม่ได้แล้ว  แค่เสียหน้ามันจะอะไรนักหนา!?  เราสิเสียใจตั้งเท่าไหร่ทำไมไม่เข้าใจบ้าง!?  ถ้าบูมไม่เข้าใจเราคงคบกันต่อไม่ไหวแล้วนะ!

ถึงที่หนึ่งจะพูดแบบนั้น  แต่คนน่ารักก็คิดไว้แล้วว่าคนที่ทนรอเจอกันช่วงกลางวันไม่ไหวอย่างบูมคงไม่คิดจะเลิกกับตนแน่ๆ  คนหล่อน่ารักกำลังหลงใหลคลั่งไคล้เขาไม่ต่างไปจากพวกในโรงเรียน  ถ้าเพียงแต่พ่อของเขาไม่ล้มละลาย  อย่าหวังเลยว่าเขาจะต้องมีชีวิตยอมคนแบบนี้

“ที่หนึ่งก็ไม่ได้อยากคบกับผมอยู่แล้วนี่” บูมประชด  ใบหน้าติดเศร้าและเจ็บปวด “ที่หนึ่งก็แค่อยากจะลืมมันเท่านั้นเอง  ส่วนผมก็เป็นแค่เครื่องมือที่พอไม่มีประโยชน์ก็โยนทิ้งขว้างได้ตามใจชอบ”

ที่หนึ่งเม้มริมฝีปาก  เพราะเมื่อวานคนน่ารักก็คิดอย่างนั้นจริงๆ

“เราจะคบกับบูมจนกว่าภัทรจะเลิกชอบบูม  ไม่ว่าจะนานแค่ไหน” ที่หนึ่งเลือกจะเผยความจริงอย่างไม่มีปิดบัง  เน้นหนักในประโยคหลังดั่งคำมั่น  จ้องดวงตาตกตะลึงของอีกฝ่ายนิ่ง  ไม่อับอาย  ไม่ละอายใจแม้แต่น้อยที่กำลังทำร้ายใจใครคนหนึ่งอยู่ “จะเลิกกับเราหรือจะคบ  เราให้บูมตัดสินใจเลย”

บูมร้าวลึกในหัวใจ  มันเหมือนปริแตกออกและชั่วขณะหนึ่งมันทำให้คนหล่อน่ารักรู้สึกไร้ค่า  เป็นบางสิ่งที่ย่ำแย่ยิ่งกว่าเครื่องมือเพื่อลืมใครสักคน  และในช่วงเวลาต่อมาเมื่อจ้องมองใบหน้าน่ารักที่หม่นหมอง  คิดถึงวันแรกที่พบเจอรวมทั้งการโอบกอดร่างเล็กนี้ในครั้งแรก  เขาก็รู้ว่าคนตรงหน้านั้นทั้งน่าสงสารและน่าสมเพชมากสักเพียงใด  เพราะเพื่อหัวใจใครคนหนึ่งที่ไม่เหลียวแล  ที่หนึ่งถึงกับยอมเอาตัวเข้าแลก  ทุ่มหมดหน้าตักที่มี

ที่หนึ่งเพียงสบตามองหน้าอีกฝ่ายก็รู้ว่าคิดอะไรอยู่  ยิ้มหยันให้ความน่าสมเพชของตัวเองเช่นกัน  กระนั้นก็พูดต่อตามความต้องการของตนเอง “ระหว่างนั้น  เราก็จะพยายามตัดใจจากภัทร  จะหันมามองบูมให้ได้เป็นการตอบแทน  ถึงไม่รู้ว่าจะเป็นไปได้ไหมก็ตาม  แต่เราสัญญาว่าเราจะพยายาม”

บูมยิ้ม  หัวเราะ  น้ำตาคลอดวงตาทั้งสองข้าง  เขาหัวเราะอย่างเหือดแห้งและเจ็บปวด  กระนั้นก็ยังมีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้า “เอาสิ  เราจะเป็นแฟนกันนานเท่าที่ที่หนึ่งต้องการเลย”

คนหล่อน่ารักเพิ่งจะรู้ตัวว่าไม่ได้มีคนน่าสมเพชยืนอยู่ที่นี่เพียงคนเดียว  แต่มีถึงสองคน

 
 

ขณะที่หนึ่งและบูมหนีไปคุยกันสองคน  ณพิชญ์ต้องเผชิญวิกฤตชีวิตครั้งแรกเมื่ออยู่ในมหาวิทยาลัยและไม่มีที่หนึ่งกับติณคอยกันท่าคนเข้าหาเขา

“สวัสดีค่ะ  เราชื่อน้ำหวานนะ  นายชื่ออะไรเหรอ” สาวน้อยใจกล้าคนแรกเดินเขามาทักเขาทันทีที่เห็นบูมลากจูงข้อมือที่หนึ่งเดินลิ่วไป  การแต่งหน้าแต่งตัวและสีผมล้วนเป็นไปตามอย่างสมัยนิยมทั้งสิ้น  คนหล่อแทบมองไม่เห็นความเป็นธรรมชาติแม้กระทั่งรอยยิ้มที่ตกแต่งบนใบหน้า

“ณภัทรครับ  เรียกว่าภัทรเฉยๆก็ได้” ณพิชญ์ยิ้มตอบอย่างเป็นมิตร  เขาเคยชินที่จะทำหน้าอย่างนี้ไปเองโดยอัตโนมัติเมื่อต้องพูดคุยกับใครเสียแล้ว

“ภัทรมีแฟนรึยังคะ” สาวเจ้ารุกต่ออย่างไม่มีติดขัด  ณพิชญ์ก็เพียงยิ้มรับสนใจในการจีบที่ผู้หญิงเป็นฝ่ายเริ่มก่อนนี้ไม่น้อย

“เขาทิ้งผมไปแล้วครับ” เมื่อสวมบทณถัทร  คำตอบก็ต้องเป็นเรื่องของณภัทรอยู่แล้ว

“หือมีคนกล้าทิ้งภัทรด้วยเหรอคะ  เป็นผู้หญิงที่แย่จังเลยค่ะ  สนใจอยากมีคนปลอบใจไหมคะ” สาวน้อยเสนอตัว  ยิ้มยั่วพลางใช้ปลายนิ้วม้วนผมเหมือนจะเอียงอายแต่ก็ไม่น่าใช่  ณพิชญ์ไม่เข้าใจภาษาทางกายรูปแบบนี้เลยสักนิด

“เขาเป็นผู้ชายครับ  ไม่ใช่ผู้หญิง” ณพิชญ์ตอบกลับอย่างสุภาพแต่เรียกอาการผงะจากสาวเจ้าได้ไม่ยาก  เธอสะบัดหน้าเดินหนีเขาไปโดยไม่มีคำบอกลา  ทั้งยังเดินลงส้นสูงเสียงดังอย่างหงุดหงิดอีกด้วย  ถ้าเป็นภาษาคนทั่วไปต้องบอกว่าเสียหน้ามากที่เผลอไปจีบเกย์เข้า

และหลังจากนั้นเป็นวิกฤตชีวิตของณพิชญ์อย่างแท้จริง  เมื่อชายไม่แท้ต่างเข้ามากลุ้มรุมชวนคุยให้คนหล่อต้องอึดอัด  เบียดร่างกับขั้นบันไดที่ไต่ระดับยกสูงขึ้นจากพื้น  บางคนถึงขั้นถามถึงขนาดของลับและเบอร์โทรไว้นัดเจอกันทั้งที่ยังไม่ทันแนะนำชื่อด้วยซ้ำ  ณพิชญ์เม้มปากปิดเงียบไม่ตอบสักคำ  เมื่อกรกฏเข้ามาทำหน้าที่แหวกฝูงชน  คนหล่อก็รีบเดินหนีขึ้นบันไดไปห้องเรียนทันที

“คุณช้ามาก  ผมกลัวจะแย่อยู่แล้ว” ณพิชญ์ต่อว่าทันทีที่ขึ้นมาถึงหน้าห้องเรียนในชั้นสามและหันกลับมาเจอกรกฏเดินตามหลังเขาอยู่ห่างๆ “สาบานเลยว่าถ้าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีกผมจะสั่งให้คุณแก้ผ้าแล้วกระโดดน้ำในสระ  ไม่ถึงเช้าไม่ต้องขึ้นมา”

กรกฏถึงกับลอบถอนหายใจเมื่อเจ้านายของเขาไม่ได้มีความคิดพิสดารนัก  สระว่ายน้ำของบ้านไกรสถิตย์สะอาดมาก  แถมยังปรับอุณหภูมิได้ด้วย  เคยนึกหวาดกลัวอยู่ตั้งนานถึงขั้นจับเข่าคุยกับพวกลูกน้องว่าหากคุณณภัทรคนใหม่ไม่พอใจสั่งลงโทษขึ้นมา  มีความเป็นไปได้แบบใดบ้างว่าพวกเขาอาจต้องเจอ  และพวกลูกน้องของกรกฏก็ช่างคิดพิเรนทร์กันจนน่าเหลือเชื่อ

“รับทราบครับ  ผมจะระวังไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้อีก” กรกฏรับคำหนักแน่น  ณพิชญ์จึงวางใจเดินเข้าห้องเรียนไปแต่โดยดี  เลือกที่นั่งตรงกลางครู่เดียวก็มีคนเข้ามาชวนคุยอีกแล้ว

“ได้ข่าวว่านายเป็นเกย์เหรอ” คนพูดไม่พูดเปล่า  ยกมือถือให้ดูข้อความที่มีการแชร์กันด้วย  ณพิชญ์ถึงกับตกตะลึงในความเร็วของโลกการสื่อสาร  เขาเพิ่งพูดไปเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้วนี้เอง  แต่คาดว่าคนคงรู้กันทั้งมหาวิทยาลัยแล้ว

“ก็...ครับ” ณพิชญ์ตอบรับอย่างคนไม่รู้จะพูดอย่างไรดี  ยังนึกทึ่งไม่หาย

“ดีๆ  เห็นมีข่าวลือว่ารุ่นพี่จะตัดเพศที่สามออกไปเวลาเลือกเดือนคณะ  ผมอาจจะมีสิทธิ์เป็นก็ได้” ไม่ว่าเปล่า  นายคนหล่อสไตล์เกาหลีตามกระแสนิยมยักคิ้วแถมมาให้ด้วย

ณพิชญ์ยิ้มขำกับท่าทางทะเล้นของอีกฝ่าย  ก่อนเอ่ยถามตามที่ตนสงสัย “เลือกเดือนคณะคืออะไรครับ”

“ห๊ะ!?  นี่ไม่รู้เหรอ  บ้านอยู่หลังเขารึไง” ณพิชญ์ไม่โกรธที่ถูกถามเช่นนั้น  เพียงแต่สงสัยว่าคนเราแบ่งหน้าเขาและหลังเขาออกจากกันได้ยังไง  ในเมื่อเขาลูกหนึ่งเป็นรูปทรงสามมิติ  ด้านหน้าด้านหลังกล่องใบหนึ่งยังระบุยากเลย “ก็ผู้ชายที่หล่อที่สุดในคณะ  ไว้เป็นหน้าเป็นตาให้สาวๆกรี้ดไง”

“งั้นผมขอรู้ชื่อว่าที่เดือนคณะได้ไหมครับ” ณพิชญ์ผู้เพิ่งประสบปัญหาสาวกรี้ดเมื่อราวสิบนาทีก่อน  และพบว่ามันไม่ใช่เรื่องน่ายินดีเท่าไหร่นึกสนใจคนที่ต้องการมัน

“รู้สึกเป็นเกียรติยังไงก็ไม่รู้แหะ” คนหล่อสมัยนิยมบ่นเบาๆแต่ณพิชญ์ก็ยังได้ยินชัดเจน “ผมชื่อคิม  คิมหันต์ฤดูร้อนน่ะ  อันนี้พ่อแม่ตั้งให้จริงๆนะ  อย่าไปฟังเพื่อนผมมันพูดเชียว  เอาซะเสียหมาอ่ะ”

“ครับ  ฮ่าๆๆๆๆ” ณพิชญ์หัวเราะออกมาอย่างนึกขำ  ทั้งวิธีพูดและเนื้อความรวมทั้งใบหน้าจิตตกตอนพูดถึงเพื่อนทำให้เส้นอารมณ์ขันคนหล่อกระตุกได้ไม่ยากเลย

 
 

“เย็นนี้ไปดูหนังด้วยกันไหม”

คำเอ่ยชวนจากคนที่ไม่คาดคิดทำให้ณพิชญ์ที่นั่งมองดูติณเตะบอลอยู่กลางสนามหันมามองคนพูดอย่างไม่เชื่อหู  จนต้องถามทวนอีกครั้งอย่างไม่แน่ใจ “บูมว่าอะไรนะครับ”

“ไม่ต้องไปกินเหล้ากับพี่ชัยแล้ว  ไปดูหนังด้วยกันนะ” บูมเอ่ยย้ำอีกครั้ง  ใบหน้าเรียบเฉยดูไม่ยินดียินร้าย  เหมือนไม่ได้มองว่าคนหล่อตรงหน้าเป็นศัตรูหัวใจอีกแล้ว

“ครับ” ณพิชญ์ยิ้มกว้างตอบรับอย่างยินดี  ค่อยหุบยิ้มเมื่อเหลือบมองเห็นคนน่ารักที่นั่งข้างๆตน “แล้วที่หนึ่งล่ะครับ”

“ก็ไปด้วยกันสามคนนี่แหละ  ตกลงไปไหม” บูมเอ่ยตอบอย่างไม่ใส่ใจท่าทางกระอักกระอวนของคนโดนชวน  ที่หนึ่งเบือนหน้าหนีเมื่อคนหล่อส่งสายตาตั้งคำถามมาให้

ณพิชญ์ถอนหายใจ  รู้สึกสงสัยในท่าทีที่ทั้งสองคนมีให้ต่อกัน  รวมทั้งที่บูมมีต่อเขาด้วย  กระนั้นก็ยังยิ้มตอบคนหล่อน่ารักที่ก้มลงเอามือวางบนเข่าใกล้ๆ “ไปครับ”

แถมด้วยการยันตัวลุกขึ้นไปหยิบผ้าขนหนูที่อีกฝ่ายวางพาดไหล่มาเช็ดใบหน้าที่ชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อให้  บูมชะงัก  ส่วนที่หนึ่งเผลอปล่อยมือถือร่วงลงบนพื้นหญ้า  กัดฟันกรอดเพราะไม่คิดว่าณภัทรจะกล้าจีบแฟนเพื่อนต่อหน้าต่อตาขนาดนี้

“ภัทร  นั่นแฟนเรา  เราทำเอง” ที่หนึ่งแย่งผ้าขนหนูในมือเรียวใหญ่มาถือไว้เอง  เช็ดหน้าเช็ดผมและลำคอให้บูมอย่างไม่เบามือนัก  ก่อนวางพาดบนไหล่ให้อีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว “เอ้าเสร็จแล้ว  ไปเตะต่อสิ”

บูมพยักหน้าด้วยอาการข่มความเจ็บปวดลึกในใจไว้  วิ่งเหยาะๆออกไป

 
 

บรรยากาศรักสามเส้าคุกรุ่นและระอุออกมาจากสามร่างที่นั่งรอเวลาเขาโรงหนัง  ณพิชญ์นั่งจ้องหน้าบูมนิ่ง  ในขณะที่บูมก็จ้องมองที่หนึ่งนิ่งเช่นกัน  ถามว่าคนน่ารักทำอะไรอย่างนั้นเหรอ  คนอย่างที่หนึ่งจะทำอะไรได้นอกจากกุมมือข้างหนึ่งของณพิชญ์ไว้แล้วจ้องมองคนหล่อด้วยดวงตาบอกรัก  ในขณะที่มืออีกข้างก็ปล่อยให้บูมจับไว้อย่างถือสิทธิ์

มันเริ่มมาตั้งแต่ตอนนั่งรถเบนซ์สีดำสนิททั้งคันเพื่อมายังห้างดังแล้วด้วยซ้ำ  ที่หนึ่งอยู่ตรงกลาง  จับมือข้างหนึ่งกับบูม  ในขณะที่อีกข้างก็จับมือณพิชญ์แน่นไม่ยอมปล่อย  จนกระทั่งเอนศีรษะลงมาซบไหล่คนหล่อ  บูมก็กัดฟันกรอดส่งสายตาโกรธเคืองและเจ็บปวดมาให้ณพิชญ์ครู่ใหญ่  จนเปลี่ยนมาจับจ้องนิ่งที่คนตัวเล็ก  ไม่โวยวายหรือทำอะไรทั้งนั้น

พอลงจากรถก็ตัดสินใจว่าจะทานอาหารเย็นกันในร้านอาหารญี่ปุ่นร้านหนึ่ง  ณพิชญ์เป็นคนเดียวที่คีบอาหารให้ทั้งสองคน  ที่หนึ่งก็คอยแต่จะคีบอาหารให้เขา  ยิ้มหวานพูดว่าณภัทรไม่ชอบของดิบอย่างนั้นอย่างนี้แต่วันนี้ก็ยังใจดีตามใจที่หนึ่ง  ส่วนบูมก็นิ่งเงียบคีบอาหารให้ที่หนึ่งโดยไร้คำพูดจา  ราวกับตุ๊กตาไขลานที่แผ่ความเจ็บปวดออกมา

ณพิชญ์อยากจะเอาใจบูม  แต่ก็ติดที่หนึ่งที่เป็นแฟนกับอีกฝ่าย  คนหล่อทำอะไรไม่ได้มากนักนอกจากจ้องมอง  ไม่ต่างจากที่บูมเลือกจะจ้องมองที่หนึ่งอย่างเดียวโดยไม่โวยวายอะไร  ทั้งที่อีกฝ่ายทำเหมือนไม่เห็นหัวเขาที่เป็นแฟนเลยแม้แต่น้อย

“ได้เวลาฉายหนังแล้วครับ” กรกฏเดินถือตั๋วหนังสามใบพร้อมลูกน้องที่คอยถือแก้วโค้กและป๊อบคอร์นด้านหลังแจ้งเจ้านายให้รับทราบ

ณพิชญ์พยักหน้ารับเอาตั๋วหนังมาถือไว้  กระตุกมือยืนขึ้นพลางส่งยิ้มให้อีกสองหนุ่ม “ไปดูหนังกันครับ  พวกกรกฏก็นั่งข้างหลังพวกเราด้วย  ไม่อึดอัดนะครับ”

ที่หนึ่งส่ายหน้าบอกว่าไม่อึดอัด  แต่บูมกลับนิ่วหน้า  กระชากเสียงเหมือนคนหาที่ลงอารมณ์ขุ่นเคืองที่อัดแน่นมานานของตนได้ “ใครมันจะไม่อึกอัด  โดนตามประกบยิ่งกว่านักโทษตลอดเวลาขนาดนี้”

ณพิชญ์เลิกคิ้ว  หันไปส่งยิ้นพลางยื่อมือไปทางลูกน้องอีกสองคนของกรกฏให้ส่งของกินมาให้เขาถือซะ  เป็นการบอกไล่กลายๆว่าตั๋วหนังของเหล่าบอดี้การ์ดเป็นหมันแน่แล้ว  ด้านหลังสามที่นั่งต้องปล่อยว่างอย่างไม่ต้องสงสัย

เดินหาที่นั่งไม่นาน  ณพิชญ์ก็พบว่าบางทีบอดี้การ์ดของเขาก็ทำหน้าที่ได้ดีเกินไป  เพราะที่นั่งรอบด้านของทั้งสามคนล้วนปล่อยโล่ง  ไร้วี่แววคนมานั่งแม้หนังจะเริ่มฉายแล้ว

จนกระทั่งครึ่งเรื่องและที่หนึ่งกับบูมหลับไป  ใครบางคนก็ทิ้งตัวลงนั่งในเบาะด้านข้างให้ณพิชญ์ต้องสนใจหันไปมอง  ภายใต้เงาสลัวแต่รอยยิ้มของคนโครงหน้าลูกครึ่งฝั่งยุโรปก็พอให้คาดเดาได้ว่าเป็นใคร  เพราะกลุ่มของณภัทรมีเพียงคนเดียวที่มีลักษณะเช่นนี้  คนที่ฝาแฝดเขาบอกว่าเป็นต้นเหตุของความเลวร้ายทั้งปวง

“เอ็นโซ” ณพิชญ์เอ่ยชื่ออีกฝ่ายอย่างหวาดระแวง  เพื่อนตัวร้ายร่างสูงใหญ่ของณภัทรกำลังฉีกยิ้มน่ากลัวมาให้เขา  ดวงตาวิบวาวภายใต้แสงสลัวทำให้คนตาคมสวยรู้สึกราวกำลังเจอผีอยู่มิปาน

.ใบหน้านั้นเลื่อนเข้าใกล้  และแม้ณพิชญ์จะเอนตัวหลบอย่างไรสุดท้ายริมฝีปากบางของอีกฝ่ายก็ทาบทับลงมาอยู่ดี  คนหล่อตัวแข็งทื่อ  ยอมให้ลูกครึ่งขยับริมฝีปากแนบชิดแม้กระทั่งลิ้มเลียริมฝีปากเขา  ไม่ขัดขืน  ไม่กรีดร้องโวยวายอะไรทั้งสิ้น  มีเพียงเหงื่อกลัวเย็นเหยียบไหลริน  เพราะยามนี้เขาไม่มีบอดี้การ์ดติดตัวแม้สักคนเดียว

“สวัสดีคนห้องตรงข้ามณภัทร” มือใหญ่ไล้แก้มและกรามคางณพิชญ์เล่น  ขนทั้งร่างลุกชัน “ผมสงสัยมาตั้งนานแล้วว่าคนที่อยู่ในห้องนั้นเป็นใคร  หน้าตายังไง  แล้วก็...นายชื่ออะไรนะ  บอกผมหน่อยได้ไหม  ฝาแฝดของณภัทร”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

100 ความคิดเห็น

  1. #92 spsygk (@spsygk) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2558 / 15:54
    #เชียร์เอ็นโซ 555
    #92
    0
  2. #54 TunasanG (@tunasang18) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 มีนาคม 2557 / 19:27
    ถูกใจ~~~~~ เอ็นโซ ชอบนายอ่ะ รุกหนัก ๆๆๆ ๆ เลย เชียร์ ๆ
    #54
    0
  3. #53 TunasanG (@tunasang18) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 มีนาคม 2557 / 19:16
    ถูกใจ~~~~~ เอ็นโซ ชอบนายอ่ะ รุกหนัก ๆๆๆ ๆ เลย เชียร์ ๆ
    #53
    0
  4. #52 bpins (@princebpins) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 มีนาคม 2557 / 09:20
    ทำมั้ยเอ็นโซ ถึงรู้ว่าไม่ใช่ณภัทรอ่ะ???
    #52
    0
  5. #50 SoRa_rt (@korinasai) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 มีนาคม 2557 / 11:14
    ตัวเต็งพระเอกโผล่มาแล้ว >_<!!
    #50
    0
  6. #48 ม.แมวตัวกลม (@bulldog_o) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 มีนาคม 2557 / 22:21
    เปิดตัวแร๊งงงงงงงงงงงงงงงงส์์์์์์
    #48
    0
  7. #46 Mikaail (@mikaail) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 มีนาคม 2557 / 18:24
    กรี๊ดดดด หนูชอบแบ๊ดบอย เอ็นโซบันไซ! 555
    #46
    0
  8. #44 ตัวหนอนสายรุ้ง (@4ymmbik) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 มีนาคม 2557 / 17:05
    กริ๊ดดดดดดดดดดด มาถึงก็มาจูบเลย ท่าทางจะร้ายจริงๆนั้นล่ะ วิกิตจริงๆล่ะงานนี้
    #44
    0
  9. #43 frozen-sn (@snowcharisma) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 มีนาคม 2557 / 16:47
    โอ๊ะ...งานงอก!!!!
    #43
    0
  10. #42 O[]Ovampire (@lumvampire) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 มีนาคม 2557 / 16:46
    จะฟินกับเอ็นโซดีมั้นเนี่ยดูร้ายดี ติดตามต่อมาลงเร็วๆนะ
    #42
    0
  11. #41 Giselle (@lawrence) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 มีนาคม 2557 / 16:43
    ว้ากกก ค้าง!!! เอ็นโซ่เป็นใคร? เจอหน้ากันครั้งแรกก็จูบเลย! อยากอ่านต่อแล้ว!! มาอัพเร็วๆ~
    #41
    0