Love's Divine วอนรักพิสุทธิ์ [Yaoi]

ตอนที่ 15 : วอนรักครั้งที่๑๕ : ลงโทษ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 354
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    17 มี.ค. 57

ณพิชญ์ไม่กล้าสบตาวิบวาวราวนักล่าจับจ้องเหยื่อของอีกฝ่าย  เขาเสตาหลบและพยายามซุกใบหน้าของตนเองกับไหล่ให้ได้มากที่สุด  รวมทั้งพยายามบังคับเสียงให้เรียบนิ่งไม่สั่นขณะพูดกับคนที่นั่งคร่อมตัวเองอยู่ “ไปให้พ้น  เอ็นโซ”

“ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ” สัมผัสหยุ่นนิ่มของริมฝีปากที่ลำคอทำให้ณพิชญ์ยิ่งขนลุกชัน  เอ็นโซขยับเลื่อนริมฝีปากขึ้นมาเรื่อยๆจนเกือบจะแตะปากที่ซุกไหล่ของคนตัวผอมได้  ถ้ามือของณพิชญ์ไม่กางออกมายันใบหน้าเขาได้พอดิบพอดีทั้งที่ไม่ลืมตามองเลยสักนิด

“ขอร้อง  ไปให้พ้น” เสียงของณพิชญ์สั่น  และตัวเขาก็สั่นด้วย  แต่ไหนแต่ไรมาณพิชญ์เกลียดการสัมผัสอยู่แล้ว  ถ้าเขาไม่ใช่ฝ่ายเริ่มก่อนมักจะจบลงด้วยฝ่ายที่บังอาจแตะต้องเขาต้องเจ็บตัว  กับที่หนึ่งเขาเองรู้ตัวอยู่ตลอดว่าอีกฝ่ายรู้สึกอย่างไร  จึงพอจะเตรียมใจได้บ้าง  แต่ไม่ใช่กับการคุกคามของคนตัวโตกว่าเช่นเอ็นโซ  ณพิชญ์ไม่รู้จะปกป้องตัวเองอย่างไรให้ดูเหมือนเช่นคนปกติทำ “อย่าแตะตัวผม  ผมขอเตือน”

“ทำไมล่ะ” เอ็นโซยิ้มร้าย  จับมือผอมขึ้นมาสอดนิ้วกำไว้ทั้งมือ  จุมพิตที่หลังมืออีกฝ่ายหนักๆ  แต่ก็ยอมถอยออกไปนั่งที่เบาะด้านข้างตามเดิม  ยิ้มร้ายให้คนหน้าหล่อแล้วดึงมืออีกฝ่ายขึ้นมาจูบแรงๆอีกครั้ง  ถามกลั้วเสียงหัวเราะในลำคอ “เธอจะทำอะไรผมเหรอ”

ณพิชญ์ตวัดสายตามองอีกฝ่ายอย่างขุ่นเคืองใจ  ชั่วขณะที่อีกฝ่ายตั้งคำถาม  เขาก็ตั้งคำถามกับตัวเองในใจเช่นกัน  ทำไมเขาต้องกลัวคนตรงหน้าด้วย  แค่เพียงเพราะณภัทรบอกว่าคนคนนี้อันตราย  และตอนนี้เขาไม่มีบอดี้การ์ดเป็นมือเท้าออกแรงแทนงั้นหรือ  เพียงเท่านี้ณพิชญ์ก็ต้องกลัวแล้วหรือ?

เขาไม่รู้จักอีกฝ่ายดีพอ  เอ็นโซก็ไม่ต่างกัน “คุณไม่รู้จักผม”

เช่นนั้นจุดที่ณพิชญ์จะวางให้หนุ่มลูกครึ่งท่าทางอันตรายไม่ใช่ความกลัว  แต่เป็นคนที่ต้องระวัง

“นั่นก็จริงนะ” เอ็นโซโคลงหัวแล้วอมยิ้ม  ยกมือของณพิชญ์ที่เขากุมไว้ขึ้นมาจุมพิตหลังมือเบาๆอีกครั้ง  เขาพูดทั้งที่ยังจับจ้องมือผอมอยู่  จึงไม่ทันได้สบดวงตาของคนตาดุสวย “ให้ผมได้รู้จักเธอได้ไหมล่ะ”

ณพิชญ์เงยหน้าจากไหล่  นั่งหลังตรงเม้มปากแน่น  กัดฟันพูดขณะจ้องอีกฝ่ายนิ่ง  ดวงตาดุและประกายดำด้านมืดมิดกำลังบอกเล่าบางสิ่งให้คนตัวโตกว่าที่เงยหน้ามาสบตาได้รับรู้

เพราะแม้จะตอบคำถามที่ว่าผู้ชายที่ชื่อเอ็นโซนี้เป็นใครนอกเหนือจากเพื่อนเก่าตัวร้ายของณภัทรไม่ได้  แต่ณพิชญ์ตอบได้ว่าตัวเขาเป็นใคร  และทำอะไรได้บ้าง

“เอ็นโซ  ผมขอเตือน  ปล่อยมือและอยู่ห่างๆผมซะ  ความอดทนของผมมีไม่มาก”

เพราะตอนนี้ณพิชญ์ไม่มีความกลัว  คำตอบของเขานั้นจึงชัดเจนและหนักแน่น 

ชั่ววูบหนึ่งเอ็นโซรู้สึกราวกับพลัดตกจากที่สูงเมื่อสบตาอีกฝ่าย  เขาปล่อยมืออย่างเผอเรอ  ขมวดคิ้วกับจังหวะหัวใจที่ไม่ได้เต้นระริกจากความตื่นเต้นยินดี  ดวงตาโตจับจ้องใบหน้าที่เขาคุ้นเคยมาตั้งแต่จำความได้  ก่อนสลักไว้ในใจว่าคนตรงหน้านี้ไม่ใช่ณภัทรที่เขารู้จักดี  และเขาเองรู้อยู่แล้วว่าไม่ใช่

“โอเค” ลูกครึ่งยกสองมือชูขึ้นเหมือนจะบอกยอมแพ้  แล้วกอดอกนั่งหลังพิงพนักของตัวเองแต่โดยดี  กระนั้นก็ยังคงรอยยิ้มยั่วยวนกวนประสาท “ถ้าเธอไม่อยากให้ผมแตะ  ผมไม่แตะก็ได้”

พอไร้ความกลัวเขาก็เริ่มคิด  เริ่มสังเกตรอบด้าน  และเข้าใจสาเหตุที่คนทั้งโรงหนังพร้อมใจกันหลับ  รวมทั้งที่นั่งรอบตัวเขาโล่งผิดปกติ  ออกจะเกินความจำเป็นสักหน่อยหากแถวที่เขานั่งรวมทั้งก่อนและหลังจะว่างเปล่าไร้คนจับจอง  ทั้งยังต้องเจออีกฝ่ายภายใต้ความมืดสลัวที่ไร้วี่แววพวกของกรกฏ  บอดี้การ์ดของเขาคงไม่ได้มีแค่ราคาคุย

ณพิชญ์ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะฆ่าเขา  มันไม่มีเหตุผลสมควร  ดังนั้นความหวาดระแวงยิ่งลดทอน  เด็กหนุ่มหน้าหล่อจึงยืดตัวนั่งในท่าคุณชายได้อย่างปลอดโปร่ง  สองมือประสานกันบนตักอย่างสุภาพ  ไร้ความกังวลกดดันทับให้ต้องรู้สึกอึดอัด  ใบหน้าจึงกลับมาเรียบเฉยไร้อารมณ์อันเป็นใบหน้าปกติแท้จริง  เอ่ยปากถามอีกฝ่ายตรงประเด็น “คุณมาหาผมทำไม”

คนตรงหน้านี้ไม่เหมือนฝาแฝด  ดูนิ่งกว่า  อันตรายกว่า  แต่ไม่รู้ทำไมหนุ่มลูกครึ่งกลับยิ่งใจเต้นระรัว  อยากคลุกวงในด้วยจนต้องขยับตัวเข้าไปใกล้ๆ 

“เรื่องหนูตะเภา” เอ็นโซตอบพลางมองไปทางคนตัวเล็กที่หลับอยู่อีกข้างของณพิชญ์  เอนหัวซบไหล่ของบูม  และคนหล่อน่ารักเองก็เอนพิงศีรษะที่หนึ่งเช่นกัน “ความสัมพันธ์ของเธอ  หนูตะเภา  ติณ  และหมอนั่นด้วย”

ณพิชญ์อยากจะหัวเราะ  แต่ก็สะกดกลั้นทำเพียงกดยิ้มมุมปาก  กลบเกลื่อนดวงตาพราวระยับขบขันด้วยการเสมองสองหนุ่มที่ดูคล้ายคู่รักหวานชื่นนอนอิงกัน “ความสัมพันธ์ของพวกผมมันทำไมหรือครับ”

“เธอก็รู้ว่ามันแย่  และคนที่เริ่มทำให้มันเป็นแบบนี้คือติณ” เอ็นโซยื่นหน้าเข้ามาใกล้ณพิชญ์อีกจนคนหล่อต้องขยับเอนตัวหลบอย่างไม่ชอบใจนัก  แต่ใบหน้ายังคงเรียบเฉยรับฟังอีกฝ่าย “ฉันอยากให้เธอทำให้หนูตะเภาเลิกรักเธอ  จะได้จบปัญหาความสัมพันธ์แย่ๆพวกนี้สักที”

คำตอบที่ได้รับทำให้ณพิชญ์ต้องเผลอเลิกคิ้วมองอีกฝ่ายด้วยความคิดใหม่  วูบหนึ่งจึงกลับไปเป็นใบหน้าเรียบเฉยดังเดิมทั้งที่มุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย  นึกชอบคนตรงหน้าที่ฉลาดไม่เบา

“ยังไงหรือครับ”

แต่น่าเสียดายที่คนตรงหน้ายังไม่ฉลาดพอจะรู้ว่าปัญหาแท้จริงมันอยู่ที่ตรงไหน  และควรจะแก้ยังไงกันแน่  ณพิชญ์ลอบหัวเราะในใจ

 
 

เมื่อภาพยนตร์ดำเนินมาจนใกล้จบเรื่อง  เอ็นโซจากไปได้ราวสิบนาที  ผู้คนที่หลับใหลก็ทยอยตื่นขึ้นมาอย่างเสียดายที่เผลอหลับไป  คำพูดสุดท้ายของหนุ่มลูกครึ่งไม่ใช่คำบอกลา  แต่เป็นคำถามว่าทำไมเด็กหนุ่มหน้าหล่อจึงไม่หลับ  และเขาก็ทำเพียงส่งยิ้มลึกลับโดยไม่มีคำพูดใด 

ณพิชญ์เฝ้ามองปฏิกิริยาอย่างนึกสนุก  บางคนแค่แสดงออกทางสีหน้า  บางคนทำเหมือนชิน  บางคนก็แอบบ่นเบาๆกับเพื่อน  บางคนก็ปลุกคนที่มาด้วยให้ตื่น  และเมื่ออกมาด้านนอกหลังภาพยนตร์จบ  ณพิชญ์ก็ต้องฟังเสียงบ่นอยู่เหมือนกัน

“เสียดายอ่ะ  เผลอหลับไปตั้งแต่ต้นๆเรื่องเลย” ที่หนึ่งบ่นหน้างอกระเง้ากระหงอดกับณพิชญ์ “ภัทรก็ไม่ปลุกเราเลย”

“ภัทรก็เผลอหลับเหมือนกัน” ณพิชญ์เลือกจะตามน้ำเมื่อคนทั้งโรงภาพยนตร์หลับ  จะให้เขาตื่นอยู่คนเดียวก็นับว่าประหลาด

“อะไรเนี่ย  หลับกันหมดสามคนเลย  อย่างนี้ก็ไม่รู้เรื่องอ่ะดิ” ที่หนึ่งยังหน้างอบ่นต่อไป  มือหนึ่งจับมือกับบูม  ส่วนอีกข้างก็เกาะแขนณพิชญ์ที่ถือแก้วน้ำและป๊อบคอร์นที่ยังไม่หมดออกมาทิ้งข้างนอก “พรุ่งนี้มาดูเรื่องนี้ใหม่ได้ไหม  ตอนจบสนุกดีอ่ะ  เสียดายมากเลย”

“เอาสิครับ” ณพิชญ์ก็ตอบรับง่ายๆ  ก่อนจะส่งยิ้มเมื่อมองเห็นกรกฏทำหน้าเครียดชะเง้อมองพวกเขาทั้งสามคน  คาดว่าคงรู้ความผิดปกติของรอบหนังคราวนี้แล้ว 

ทันทีที่ทิ้งขยะในมือลงถังจนหมด  ณพิชญ์ก็แกะมือที่หนึ่งออกเบาๆแล้วหยิบมือถือขึ้นมาส่งข้อความหาเบอร์โทรของกรกฏ

ฝีมือเอ็นโซ  กลับไปบ้านค่อยคุยกัน

ณพิชญ์เงยหน้าขึ้นมายิ้มอ่อนโยนให้คนที่หยิบมือถือขึ้นมาอ่านอีกฟากของบันไดเข้าโซนดูภาพยนตร์  แต่ดวงตาดำด้านส่งประกายน่ากลัวให้คนมีหน้าที่คุ้มครองต้องขนลุกชัน 

กรกฏและทีมบอดี้การ์ดรู้สึกหนักอึ้งในใจ  เพราะสถานการณ์ในตอนนี้นั้นทำให้เลือดเย็นเฉียบ  ถ้าหากนี่ไม่ใช่ฝีมือเอ็นโซ  และถ้าเป้าหมายคือชีวิตณภัทร  คนที่ส่งยิ้มอยู่นี้ก็นับว่าเป็นคนตายแล้ว  เป็นความล้มเหลวอย่างที่สุดในฐานะบอดี้การ์ด  ได้แต่หวังว่าคนตรงหน้าจะยังเป็นแค่เด็กคนหนึ่ง  ไม่เหมือนเจ้านายเก่าที่ส่งพวกเขามา  ไม่เช่นนั้นคงไม่มีลมหายใจอยู่ถึงวันพรุ่งนี้แน่

กรกฏก้มหัวลงต่ำ  บรรดาลูกน้องก็พลอยทำตาม  แต่เมื่อเหลือบตาเห็นณพิชญ์ส่ายหน้าเบาๆทั้งยังขมวดคิ้วก็ต้องรีบเงยหน้ากลับขึ้นมายืดตัวตรงแน่วอย่างรวดเร็ว

“พวกนั้นเป็นอะไรน่ะ” ที่หนึ่งยืนมองดูพฤติกรรมณพิชญ์และทีมบอดี้การ์ดทั้งสองฝั่งอย่างงงงวย  จำได้ว่าตอนแรกบอดี้การ์ดของณภัทรยังมีแค่สามคนอยู่เลย  แต่พอออกจากโรงหนังแล้วเหมือนจะมีเพิ่มขึ้นเป็นห้าคน?

“สงสัยคงรู้สึกผิดที่ไม่ได้ตามเข้าไปด้วย” ณพิชญ์หันมายิ้มแล้วลูบผมที่หนึ่งเบาๆ “ปกติพวกเขาตามภัทรตลอด  คงรู้สึกไม่ดีที่ปล่อยภัทรไปคนเดียว”

แม้จะพูดกับที่หนึ่ง  แต่สายตาของณพิชญ์ก็เผื่อแผ่มองคนที่จับจ้องแต่ร่างเล็กของที่หนึ่งด้วย  สมองครุ่นคิดวุ่นวายว่าบูมมีส่วนเกี่ยวข้องกับเอ็นโซหรือไม่  และถ้าใช่เขาควรจะทำอย่างไรต่อไป

“ไม่ใช่คนเดียวสักหน่อย  เรากับบูมก็อยู่ด้วยไง” ที่หนึ่งส่งยิ้มหวานมาให้คนหล่ออย่างไม่รู้เรื่องราว  ณพิชญ์จึงทำเพียงส่งยิ้มกลับไปและจูงมือคนตัวเล็กลงมาหาเหล่าบอดี้การ์ดที่ยืนทำหน้าเคร่งเครียดรออยู่ด้านล่าง  กวาดตามองซ้ายขวาระแวดระวัง  ซึ่งณพิชญ์คิดว่าเปล่าประโยชน์และผิดเวลา

 
 

ทันทีที่ไปส่งบูมที่บ้าน  ดวงตาคมสวยมองอาคารสีครีมน้ำตาลสองชั้น  สนามหญ้า  โต๊ะหินและต้นไม้ร่มรื่น  ผ่านช่องระหว่างแนวรั้วไม้และประตู  ที่นี่ให้ความรู้สึกของความเป็นบ้านมากกว่าคฤหาสน์หลังงามที่เขาอยู่มาทั้งชีวิต  ความอิจฉาตีพุ่งขึ้นมาจากใจอกจนเกือบแสดงออกทางสีหน้าและแววตา  จนณพิชญ์อดเอ่ยปากถามไม่ได้

“ขอเข้าไปหน่อยได้ไหม”

บูมหันกลับมาขณะเปิดประตูข้างที่ตนนั่งออกไป  ใบหน้าหล่อน่ารักบึ้งตึง  มองผ่านร่างเล็กของแฟนที่กำลังขมวดคิ้วมุ่นขยับปากเป็นคำว่าไม่แบบไร้เสียงไปยังคนที่นั่งริมประตูอีกฝั่ง

“ไม่!

ปัง!

ประตูรถปิดเสียงดังพร้อมกับคนลงแรงกระทืบเท้าอารมณ์เสีย  เดินไปไขกุญแจประตูเล็กเข้าบ้านตัวเอง  ไม่ลืมหันกลับมาส่งสายตาเจ็บปวดกัดฟันมายังรถเบนซ์คันงาม  ที่ตอนนี้รถติดตามอีกสองคันไม่ได้ตามห่างๆแต่จอดประกบหน้าหลังประกาศความแตกต่างฐานะของเขาและอีกฝ่าย

เขาสู้อะไรณภัทรไม่ได้เลย!

 
 

“หนูตะเภาไปพักก่อนนะ  ภัทรขอคุยอะไรกับกรกฏหน่อย” ณพิชญ์ลูบผมที่หนึ่งเบาๆ  แล้วดันหลังคนตัวเล็กที่ส่งยิ้มคืนกลับมาให้

“อืม” ที่หนึ่งตอบรับแล้วหันกลับมามองคนหน้าหล่อที่ยังยืนอยู่หน้าประตูบ้านตัวเอง  ท่าทางของณพิชญ์และเหล่าบอดี้การ์ดแปลกไปตั้งแต่ออกจากโรงหนัง  แม้จะไม่รู้เพราะอะไรแต่ที่หนึ่งก็จับสังเกตทางอารมณ์ได้ “แล้ววันนี้เราไปนอนด้วยได้รึเปล่า”

“งดหนึ่งวันนะ” ณพิชญ์เองเพียงมองตาก็รู้ว่าคนตัวเล็กสังเกตเห็นความผิดปกตินี้ได้  เพียงแต่ไม่พูดไม่ถามเท่านั้น  ซึ่งนับว่าเป็นข้อดีของอีกฝ่ายที่คนหล่อเพิ่งเจอ

เมื่อลับร่างบางไปแล้ว  ณพิชญ์ก็เดินนำเหล่าบอดี้การ์ดต่างไซต์ไปยังสระว่ายน้ำข้างตัวอาคารบ้าน  เสียงสายฝนตกกระทบหลังคาสระว่ายน้ำทำให้เด็กหนุ่มต้องเงยหน้าขึ้นมองอย่างสนใจ  ฝนตกเกือบทุกวันแต่เขามักจำต้องอยู่ในอาคารเวลานั้นเสมอเพื่อไม่ให้ดูผิดเพี้ยนไปจากคนปกติ

“ไปเปิดหลังคา” ณพิชญ์ออกคำสั่งอย่างไม่เจาะจงคนรับ

“แต่คุณณภัทรจะเปียกฝนนะครับ  แล้วตอนนี้คุณยังไม่หายหวัดด้วย” กรกฏแย้งเครียดอย่างคนรู้ชะตากรรมตนเอง

“ไม่เป็นไร” ณพิชญ์เดินไปนั่งบนเก้าอี้เอนนอนสีขาวข้างสระ  ออกคำสั่งอีกครั้งด้วยใบหน้าและน้ำเสียงเรียบเฉยคล้ายไม่ยินดียินร้าย  ทั้งที่ในใจกำลังสนุกอยู่ไม่น้อย “ใครก็ได้ไปเปิดหลังคาที  แล้วปรับอุณหภูมิสระให้เย็นที่สุดด้วย”

เหล่าบอดี้การ์ดแอบลอบสบตากัน  คำขู่เมื่อเช้าวันนี้ที่ออกจากปากเจ้านายยังคงเด่นชัดในความทรงจำ  ทั้งสถานที่และคำสั่งคงไม่วายได้ป่วยกันยกทีมแน่ๆ  หวังเพียงว่ายามเช้ามาถึงจะไม่มีใครปอดบวมหรือตะคริวกินไปเสียก่อน

เมื่อหลังคาเปิด  ฝนเม็ดโตที่ตกกระทบผืนสระใสจนน้ำกระดอนทำให้บอดี้การ์ดบางคนถึงกับกลืนน้ำลายฝืดเฟือน  ถ้าอากาศเย็นสักหน่อยคงเป็นลูกเห็บเม็ดโต  คิดแล้วก็ลอบมองเจ้านายที่ยิ้มน้อยๆยกมือขึ้นแบรับน้ำฝนอย่างอ้อนวอนขอความเมตตา

“ยืนนิ่งกันทำไมครับ  รู้อยู่แล้วนี่ครับว่าต้องทำอะไร” ณพิชญ์แค่มองตาและสีหน้าก็พอเดาได้ว่ากรกฏบอกเล่าคำขู่ของเขาไปแล้ว  และทั้งเจ็ดก็รู้ชะตากรรมของตัวเองดี  เพียงแต่ที่ยืนบื้อเปียกฝนกันอยู่นี้ก็เพราะยังไม่อยากได้รับการลงโทษเสียมากกว่า “เช้าสำหรับผมคือตอนพระอาทิตย์ขึ้นนะครับ”

กรกฏถอนหายใจลงมือถอดเสื้อผ้าของตัวเองก่อนเป็นคนแรกอย่างจำยอม  เดินไปวางปืนทั้งสามกระบอกของตนเองในที่ร่มฝนไม่อาจแตะต้องได้อย่างเป็นกังวลเล็กน้อย  จนเหลือเพียงกางเกงในตัวเดียวจึงกระโดดลงสระว่ายน้ำดังตูมและน้ำกระเซ็นจนมาถึงที่ณพิชญ์นั่ง  เด็กหนุ่มละความสนใจจากท้องฟ้าและสายฝนหันไปมอง  ทำให้บอดี้การ์ดที่เหลือต้องเร่งมือถอดและกระโจนลงสระบ้าง

“ถอดกางเกงในแล้วโยนกลับขึ้นด้านบนด้วยครับ”

เมื่อเห็นเหล่าบอดี้การ์ดเปลือยสั่นในสระ  ณพิชญ์ก็เดินกลับเข้าตัวบ้าน  แต่เขาไม่ได้กลับเข้ามาเพื่อเปลี่ยนอาบน้ำเสื้อผ้าแล้วเข้านอนอย่างที่เหล่าบอดี้การ์ดคิด  ร่างผอมสูงเดินกลับมาที่ข้างสระว่ายน้ำอีกครั้งพร้อมตะกร้าเปล่าในมือ 

“ตอนเช้าขึ้นจากสระค่อยไปเอาที่สนามหญ้าหน้าบ้านนะ” ณพิชญ์พูดเรียบๆทั้งที่ในใจหัวเราะเริงร่าอย่างสนุกสนาน  สองมือก็แข็งขันหยิบเสื้อผ้าของบอดี้การ์ดตัวเองใส่ตะกร้าที่นำมาด้วย

ลับร่างคนหน้าหล่อ  เหล่าบอดี้การ์ดก็โอดครวญบ่นกันขรม  มีกรกฏคอยปลอบด้วยคำที่ดูไม่คล้ายคำปลอบนักว่าอย่างน้อยก็โชคดีที่เป็นเด็กแฝด  ไม่ใช่คุณราเชนทร์หรือคุณวรคุณ  ไม่เช่นนั้นคงตายยกทีมโดยที่ยังไม่รู้ว่าทำอะไรผิด 

ยังไม่ทันได้ดีใจที่ยังมีชีวิตอยู่นานนัก  ณพิชญ์ก็กลับมาพร้อมคนงานสวนที่ลากถังพลาสติกถังใหญ่ตามหลัง  ภาพถังคุ้นเคยนั้นทำเอาขนที่ลุกชันอยู่แล้วยิ่งลุกเกรียวมากขึ้น

“ผมเอาน้ำแข็งมาฝากครับ  ไม่ต้องทำหน้าดีใจกันแบบนั้นก็ได้  ผมรู้ครับว่าทุกคนชอบอะไรเย็นๆ” พูดจบก็หันมาพยักพเยิดให้คนงานสวนที่กำลังตกตะลึงกับภาพชายกล้ามเปลือยทั้งเจ็ดในสระว่ายน้ำกลางสายฝน “เทน้ำแข็งลงสระเลยครับ”

หลังลับร่างคนงานสวนที่ช่วยกันลากถังใส่น้ำแข็งขนาดใหญ่ที่บัดนี้ว่างเปล่ากลับไปครบทั้งสามถัง  ณพิชญ์ก็กลับมานั่งที่เก้าอี้ข้างสระว่ายน้ำตัวเดิมอีกครั้ง  ประสานมือบนตักและมองเหล่าบอดี้การ์ดที่หนาวสั่นด้วยใบหน้าเรียบเฉย  ท่าทางของณพิชญ์มักดูสุขุมและสุภาพเสมอ  แต่ก็แฝงความร้ายกาจและกลิ่นอายประหลาดที่ไม่อาจปกปิดมิดให้ขนลุกชัน

“ตอนนี้คงได้เวลาคุยกันจริงๆสักที” ดวงตาดุสวยที่ขนตาเปียกชื้นจนมองภาพพร่ามัวไล่มองหน้าบอดี้การ์ดแต่ละคนผ่านม่านฝน “พวกคุณรู้เรื่องเอ็นโซแค่ไหน”

100 ความคิดเห็น

  1. #72 TunasanG (@tunasang18) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 เมษายน 2557 / 15:55
    โอ้ว อ่านบทนี้ตอนอากาศร้อน ๆ แล้วรู้สึกอิจฉาพวกบอดี้การ์ดแฮะ 555+
    ไม่เอาฝนแต่ถ้าเป็นสระน้ำใส่น้ำแข็งนี่อยากลงไปว่ายด้วยจริง ๆ
    #72
    0
  2. #67 summer34 (@ladboy34) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 มีนาคม 2557 / 22:31
    พิช นายกำลังทำให้ฉันหลงนายนะ
    #67
    0
  3. #66 O[]Ovampire (@lumvampire) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 มีนาคม 2557 / 22:45
    ณพิชญ์แมนมาก แต่เราจะให้นายเป็นเคะอ่ะ ไม่ยอมๆ
    เอ็นโซจะมาไม้ไหนหว่า




    #66
    0
  4. #64 เฮียแมวตัวกลม (@bulldog_o) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 มีนาคม 2557 / 19:17
    ถึงจะแอบเสียศูนย์ไปนิดนึง...ตอนนี้คืนฟอร์มแระ โหดกว่าเดิมป่ะเนี่ย5555 ว่าแต่เอ็นโซเกี่ยวอะไรกับหนูตะเภาเน่าหว่า??
    #64
    0
  5. #60 SoRa_rt (@korinasai) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 มีนาคม 2557 / 17:33
    เม่ื่อไร ที่หนึ่งจะหายไป 
    #60
    0
  6. #59 ตัวหนอนสายรุ้ง (@4ymmbik) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 มีนาคม 2557 / 17:08
    ชอบอ่ะ ร้ายๆแบบนี้สิถึงจะดี อิอิ
    #59
    0
  7. #58 pus tee (@ptee) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 มีนาคม 2557 / 16:14
    อย่างเทห์อะ ตัวละครบุคคลิกแบบนี้แทบไม่ค่อยมีให้เห็น
    มาจนถึงตอนนี้เดาเรื่องไม่ออกจริงๆ
    #58
    0
  8. #57 Nothing (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 มีนาคม 2557 / 15:53
    ณพิชญ์ นายกำลังทำให้ฉันหลงนายนะ

    #รอเสมอนะคะ
    #57
    0