Love's Divine วอนรักพิสุทธิ์ [Yaoi]

ตอนที่ 3 : วอนรักครั้งที่๓ : เพื่อนของฝาแฝดก็คือเพื่อนของเรา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 492
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    13 ม.ค. 57

            วันต่อมาณพิชญ์ก็ได้พบหน้าเพื่อนเก่าอีกคนหนึ่งของณภัทรที่เขาฝากพ่อให้ช่วยเหลือ  ที่หนึ่งดูไม่แตกต่างจากภาพสมัยม.สามที่ถ่ายรวมกลุ่มกับณภัทรนัก  ส่วนสูงที่อยู่แค่คางเขาเรียนได้ว่าเตี้ยกว่ามาตรฐานของชายไทยทั้งยังผิวขาวเนียนแทบไร้ขน  ถึงไม่ต้องมีหน้าหวานๆก็เพียงพอล่อเป้ามนุษย์เพศชายผู้นิยมการขุดลอกท่อหลัง

 

            “ขอบคุณมากนะ” ท่าทีเกร็งๆของอีกฝ่ายทำให้ณพิชญ์เพียงพยักหน้าให้เท่านั้น  แล้วก็กลับมาสนใจโปรแกรมแชทไอคอนสีเขียวในมือ  ณภัทรบอกว่าทำวีซ่าผ่านแล้ว  พรุ่งนี้หนังสือเดินทางที่โดนอำนาจกดดันจะส่งมาถึงที่บ้านและวันมะรืนตอนห้าทุ่มฝาแฝดของเขาจะขึ้นเครื่องไปต่างประเทศ

 

            ..รีบร้อนสมกับเป็นเรื่องของจิ๋ว...

 

            นอกจากณภัทรที่ใช้ชื่อของเขาสมัครมาคุยกับตัวเขาเองแล้วยังมีเพื่อนๆของณภัทรที่รู้เรื่องการสลับตัวเข้ามาชวนเขาคุยเล่นเหมือนไม่มีอะไรทำ  ความจริงก็เริ่มมีมาตั้งแต่ก่อนวันเปิดเทอมเสียอีก  แต่ตอนนั้นเขายังไม่รู้จักโปรแกรมแชทนี้เลย  ณภัทรเพิ่งจะบอกเขาเมื่อตอนเย็นกลับบ้านเมื่อวาน  และทั้งที่ตอนนี้เป็นช่วงเวลาไม่ถึงสิบนาทีก่อนแปดโมงเช้าที่น่ามีเรียนกันแท้ๆก็ยังมีเข้ามาไม่หยุด

 

ตุ่น ว่าที่หมอหล่อที่สุด:

รู้จักมันมาสามปีเพิ่งรู้ว่าไอ้พัดมีแฝด

เคยอยากผูกคอตายใต้ต้นผักชีไหม

 

 

 ณภัทรผู้หล่อสุดในเอกภพ: 

อยากผูกคอณภัทรกับใบพัดเครื่องบินมากกว่า          

 

ตุ่น ว่าที่หมอหล่อที่สุด:

โหด

 

            ณภัทรอมยิ้มกับรูปการ์ตูนที่อีกฝ่ายส่งมาให้  ได้ยินพ่อพูดอยู่เหมือนกันว่าเพื่อนกลุ่มใหม่ที่เรียนม.ปลายที่เดียวกันกับของณภัทรดีมาก  แต่ฝาแฝดเขามันไม่รักดีไปรู้จักกับพวกเกเรนอกโรงเรียนเยอะกว่า  เอาง่ายๆว่าโรงเรียนอาชีวะในกรุงเทพมีกี่โรงเรียนมันก็ขยันไปรู้จักกับเขาเกือบหมดนั่นแหละ  ยิ่งพวกคนวัยทำงานแขนขาลายพร้อยไปด้วยลายสักยิ่งไม่ต้องพูดถึง  หากพ่อไม่ขู่ณภัทรว่าถ้าสักแม้แต่ปลายก้อยจะไล่ออกจากบ้านและไม่ส่งเสียเงินเลี้ยงดูอีก  ฝาแฝดหุ่นล่ำของเขาคงสักตั้งแต่คอลงมาถึงปลายเท้า

 

            ณพิชญ์ไม่คิดว่าการมีรอยสักต้องแปลว่าเป็นคนไม่ดีเสมอไป  เขาเคยถามเรื่องนี้กับเกริกตอนดูข่าวทีวีเพราะพวกผู้ร้ายที่โดนตำรวจจับมักมีรอยสัก  พี่เลี้ยงก็อธิบายเสียยืดยาวที่เด็กชายณพิชญ์ในตอนนั้นสรุปความเองง่ายๆว่าอย่าดูคนแต่ภายนอก  วลีเด็ดจากหนังสือหลายๆเล่ม 

 

            “เอ่อ...ภัทร” เสียงเรียกทำให้ณพิชญ์ต้องละสายตาจากโทรศัพท์ในมือ  ที่หนึ่งที่นั่งขนาบเขาอีกข้างส่งสายตาละห้อยและน่าตาน่าสงสารมาให้ “ภัทรจำเราได้ไหม”

 

            “จำได้สิ” ณพิชญ์ใช้เวลานึกเพียงครู่ก็นึกชื่อที่ณภัทรใช้เรียกอีกฝ่ายออก “ใครจะจำหนูตะเพาไม่ได้ล่ะ”

 

            ที่หนึ่งยิ้มกว้างให้ด้วยท่าทางดีใจไม่แพ้ติณเมื่อวาน  แต่เสียงโปรแกรมแชทก็ดังขัดจังหวะการคุยของพวกเขา  ณพิชญ์ก้มหน้าลงอ่านข้อความด้วยความสนใจ  แม้เขาจะพิมพ์ตอบช้าไปบ้างแต่ก็รู้สึกสนุกไม่น้อย  ไม่ได้รับรู้ถึงความเกร็งๆจากคู่สนทนาแตกต่างจากสองคนที่นั่งประกบข้างเขาซ้ายขวา

 

ตุ่น ว่าที่หมอหล่อที่สุด:

ไอ้สนมันเรียนวิศวะมอเดียวกับไอ้พัดนะ

เดี๋ยวอาจได้เจอกัน

 

            ณภัทรผู้หล่อสุดในเอกภพ:

คนนี้รู้เรื่อง?     

 

ตุ่น ว่าที่หมอหล่อที่สุด:

คนละห้อง

ไม่ได้สนิทแต่ก็รู้จักกัน

ให้บอกไหม  หรือเนียนไหว?

 

 

 ณภัทรผู้หล่อสุดในเอกภพ: 

บอกเลย                     

แล้วให้เขาเนียนแทน   

 

ตุ่น ว่าที่หมอหล่อที่สุด:

555

 

            ณพิชญ์อมยิ้มแล้วเงยหน้าขึ้นมาคุยกับที่หนึ่งเพราะอารมณ์ยังดีอยู่ “ที่หนึ่งยังน่ารักเหมือนเดิม  ใครจะลืมได้ล่ะ”

 

            แก้มขาวใสของคนฟังเปลี่ยนสีเป็นแดงแปร๊ดอย่างห้ามไม่อยู่  ตากลมใสหลุบต่ำก้มหน้างุดหลบตาเขาทันที  เสียงไม่แหบห้าวนักพูดงุบงิบกับตัวเองแต่ณพิชญ์กลับได้ยิน “ตัวเองมีแฟนอยู่แล้วแท้ๆ”

 

            ณพิชญ์ทำเหมือนไม่ได้ยินแล้วคุยเล่นกับเพื่อนของณภัทรต่อ 

 

            การเรียนผ่านไปโดยที่ณพิชญ์สนใจบ้างไม่สนใจบ้าง  ถ้าเรื่องไหนเขาคิดว่าน่าสนใจก็จะหยุดฟัง  แต่ถ้าไม่  หนุ่มหล่อโดดเด้งก็จะหันกลับมาสนใจเพื่อนๆของณภัทรที่ขยันทักเขากันจริงๆ  ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าณภัทรสามารถมีเพื่อนในโปรแกรมนี้ถึงร้อยหกคน  แถมเจ้าตัวยังบอกว่าทั้งหมดนี้คือคนที่สนิทด้วย  มันจะเยอะเกินความจำเป็นไปหน่อยรึเปล่านะ  และดูเหมือนประเด็นณภัทรมีฝาแฝดจะเป็นที่สนใจเสียเหลือเกิน

 

            พักเที่ยงณพิชญ์ก็เก็บมือถือแล้วเดินนำสองเพื่อนเก่าสมัยม.ต้นของณภัทรออกจากห้อง  กรกฏยืนรออยู่หน้าห้องแล้วหลังเห็นคนเดินออกจากห้อง  เมื่อวานเขาโดนเจ้านายใหม่ด่าเสียยกใหญ่ที่ไม่ไปจองโต๊ะในโรงอาหารให้  วันนี้เลยสั่งลูกน้องไปนั่งจองโต๊ะให้ได้อย่างน้อยสี่ที่แล้ว

 

            “จะให้สั่งอาหารรอเลยไหมครับ” กรกฏถามทันทีที่ณพิชญ์เดินออกจากประตูห้อง

 

            “แกงเขียวหวานไก่  ผัดโป๊ยเซียน  ข้าวหอมมะลิ” คำตอบของณพิชญ์ทำให้บอดี้การ์ดผิวขาวจัดคิดอยากกรีดร้องออกมาเป็นสาวประเภทสองสักทีสองที  โรงอาหารของมหาวิทยาลัยถึงจะเป็นเอกชนแต่ก็ไม่ใช่ร้านอาหารหรูที่เจ้าตัวเข้าเมื่อวาน  ข้าวหอมมะลิไม่แน่ว่าจะมีขาย  และณพิชญ์เป็นคนที่เรื่องมากจนเขานึกรักณภัทรขึ้นมาจับใจ  รายนั้นขอแค่เขาไม่โผล่หน้าไปให้เห็นเป็นพอ

 

            “ไม่รู้ว่าจะมีรึเปล่านะครับ  แต่จะลองบอกให้พวกนั้นไปหาดูก่อน” กรกฏเดินตามณพิชญ์ที่เดินลิ่วๆไม่สนใจใครไปยังทิศทางของโรงอาหาร  ในใจต้องลอบเช็ดเหงื่อด้วยความวิตกคำตอบที่จะตามมา

 

            “ถ้าไม่มีก็ไปหาซื้อมา  เอาจากร้านเมื่อวานก็ได้” ณพิชญ์พูดทุกอย่างให้เป็นเรื่องง่ายเสมอ  ก่อนจะพูดต่อไปโดยไม่หันมองสามคนที่จ้ำตามเท้าก้าวยาวๆของเขา “ติณ  หนูตะเภา  อยากกินอะไรก็บอกกรกฏเลย”

 

            “เซอร์ลอยน์สเต๊ก  เอาแบบมีเดียมนะครับคุณบอดี้การ์ด” คาดว่าติณไม่รู้ว่าโรงอาหารของมหาวิทยาลัยมีร้านสเต็กชื่อดังตั้งอยู่ด้วย  เขาจึงส่งสายตาเยาะเย้ยแถมแลบลิ้นกวนประสาทกรกฏอีกต่างหาก

 

            “ผมขอข้าวผัดปูธรรมดาก็พอครับ” ที่หนึ่งมีท่าทางเกรงใจกรกฏอยู่ไม่น้อย  หรือความจริงแล้วเขาเกรงใจเงินในกระเป๋าที่พ่อให้มาก่อนหนีไปซึ่งตอนนี้เหลืออยู่เพียงน้อยนิดก็ไม่รู้

 

            เป็นโชคดีที่โรงอาหารมหาวิทยาลัยเอกชนมีคุณภาพสมค่าเทอม  รายการอาหารทั้งหลายบรรดาลูกน้องของกรกฏจึงสามารถหามาประเคนให้คุณชายทั้งสามได้หลังนั่งที่ไม่นานนัก  แต่กรกฏก็ดีใจได้เพียงไม่นาน

 

            “รสชาติแย่” ณพิชญ์ตักข้าวได้เพียงคำเดียวก็เคี้ยวแบบฝืนใจแล้วพูดออกมา “ออกไปซื้อร้านเมื่อวานเอามาให้หน่อย”

 

            กรกฏสบตามองลูกน้องที่กำลังถือถาดวางจานชุดสเต็กของติณเข้ามา  โดยไม่ต้องพูดกันพวกเขาก็สามารถสื่อสารและคร่ำครวญถึงสิ่งที่กำลังประสบนี้ได้  กรกฏส่งสัญญาณทางสายตาว่าลูกน้องเขาที่บังเอิญมาได้ยินคำสั่งนี่แหละที่ต้องออกไปซื้อ

           

 

            ขณะที่กำลังเดินออกจากห้องเรียนหลังเลิกเรียนในยามบ่ายสี่โมง  ชายเสื้อของณพิชญ์ก็ถูกดึงรั้งไว้ด้วยคนตัวเล็กกว่า  ที่หนึ่งมีอาการอึกอักคล้ายอยากพูดอะไรบางอย่าง  ณพิชญ์จึงต้องหยุดเดินและพาร่างของพวกเขาทั้งสองเบี่ยงออกหลบทางเดินคนอื่นๆ

 

            “มีอะไรหรือเปล่าหนูตะเภา”

 

            “คือ...” ที่หนึ่งอึกอัก  ก้มหน้าแล้วไม่ยอมต่อประโยค  ณพิชญ์จึงเพียงยืนมองอีกฝ่ายนิ่งรอคอยอย่างใจเย็น  ไม่มีแม้แต่คำพูดเร่งสักคำจากปาก

 

            หลังจากอึกอักและปล่อยความเงียบโรยตัวมาร่วมสิบนาทีก็เป็นที่หนึ่งเองที่ทนไม่ไหว  จำต้องรวบรวมกำลังใจและแรงฮึดเอ่ยปากออกมา “เราขอไปอยู่บ้านภัทรได้ไหม  บ้านติณคนเยอะ  เราเกรงใจ”

 

            “ได้สิ” ณพิชญ์ตอบตกลงอย่างง่ายดาย  บ้านของเขาหลังใหญ่โตแต่ตอนนี้ใกล้เหลือเขาอยู่แค่คนเดียวเท่านั้น  

 

            “ได้จริงเหรอ!” ที่หนึ่งยิ้มกว้างอย่างยินดี  ท่าทางกระดี๊กระด๊าผิดจากเมื่อครู่ลิบลับ

 

            “แต่ต้องหลังจากนี้สามวันนะ” ณพิชญ์มีข้อแม้  แน่นอนว่านั่นเป็นวันหลังจากที่ณภัทรบินไปตามหาหัวใจที่อเมริกาแล้ว

 

            “เออ...ทำไมล่ะ” ที่หนึ่งหน้าเสียเล็กน้อย

 

            “วันเสาร์ไม่มีเรียนจะได้ขนของจัดของได้สะดวกไง” ณพิชญ์แถเนียนอย่างสมเหตุสมผล

 

            “แล้ว...เย็นนี้ภัทรว่างไหม”

 

            “ไม่ว่าง  มีนัดกับเพื่อนน่ะ” ณพิชญ์มองหน้าตาที่โผล่ความเซ็งมาแวบหนึ่งของที่หนึ่งด้วยความสนใจ  แต่ก็แกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น “ทำไมเหรอ”

 

            “แค่อยากไปเที่ยวกับภัทรน่ะ  ไม่มีอะไรหรอก” ที่หนึ่งปฏิเสธยิ้มๆเหมือนไม่มีอะไร  ณพิชญ์ก็ยิ้มให้เหมือนไม่ติดใจสงสัยอะไรเช่นกัน  แต่คิดว่าจะเอาเรื่องเพื่อนสองคนที่อาจต้องนั่งเรียนด้วยกันเป็นปีไปปรึกษาเพื่อนของณภัทร  อย่างน้อยๆพ่อเขาก็บอกว่าพวกนี้ดี?

           

 

            สถานที่โต๊ะเอ็มเคจับจองไว้ด้วยชายหนุ่มถึงสิบสองชีวิต  เรียกว่าต้องใช้โต๊ะต่อกันถึงสามโต๊ะทีเดียวจึงเพียงพอต่อกลุ่มเพื่อนสมัยม.ปลายของณภัทร

 

            “กูว่าคนชื่อที่หนึ่งคิดไรชัวร์” เพื่อนคนหนึ่งของณภัทรแสดงความคิดเห็นหลังฟังเรื่องราวการไปเรียนแทนณภัทรของของณพิชญ์จบ

 

            “พิชญ์อย่าทำข้อสอบได้คะแนนเยอะนะ  เดี๋ยวมีคนจับได้ว่าเป็นตัวปลอม  ฮ่าๆๆๆ” อีกคนพูดแทรกแถมจบด้วยเสียงหัวเราะครืนทั้งโต๊ะอย่างครื้นเครง

 

            “แล้วที่หนึ่งเขาคิดอะไร” ณพิชญ์ผู้อ่อนด้อยประสบการณ์เรื่องความรู้สึกของคนฉกเป็ดตัดหน้าว่าที่คุณหมอตุ่นให้ได้เหวอกับวิทยายุทธ์ของคนเพิ่งเคยเข้าร้านเอ็มเคครั้งแรก

 

            “เฮ้ยๆๆ  ตะเกียบจะเร็วไปแล้วนะเฮ้ย!” นายตุ่นหุ่นนักว่ายน้ำร้องโวยแทรกบทสนทนา  เรียกเสียงเยาะเย้ยถากถางอย่างไม่มีปราณีจากเพื่อนคนอื่นๆ

 

            “ก็คิดว่าอยากได้พิชญ์เป็นผัวไง” วิชชาผู้ผอมแห้งและซีดเซียวเหมือนถั่วงอกแต่ดันเรียนป่าไม้และถ่อสังขารมาหาเพื่อนๆเพื่อร่วมโต๊ะเอ็มเคในตำนานกับฝาแฝดของณภัทรเป็นคนตอบ  ซึ่งไม่เข้ากับลุคที่ดูเจี๋ยมเจี้ยมเอาเสียเลย

 

            “ที่ร้ายกว่านั้นนะเว้ย” เพื่อนตัวอ้วนกลมที่โดนผลักไสให้ไปนั่งหัวโต๊ะโดดเดี่ยวเพียงผู้เดียวแสดงความคิดเห็นบ้าง “อยากได้ทั้งๆที่รู้ว่าเขามีเมียอยู่แล้วด้วย!

 

            “เฮ้ยๆๆๆ  แต่ก็ไม่แน่นะเว้ย” คนเปิดประเด็นเรื่องที่หนึ่งแสดงความเห็นต่าง “เขาอาจจะอยากปลดหนี้ก็ได้นะเว้ย  เจ้าหนี้เป็นเพื่อนพ่อไอ้ภัทรมันงี้สบายรูเลย”

 

            “ทำไมต้องสบายรูวะ” ว่าที่เภสัชหน้าเหี้ยมประหนึ่งโจรใต้ถามด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดเพราะเพิ่งโดนฉกลูกชิ้นปลาที่เล็งไว้ไปต่อหน้าต่อตา

 

            “เอ๊า!  ก็ล้างหนี้แลกกับถ่ายคล่องไง  รูสบายไม่ต้องเบ่งขี้เลย ฮ่าๆๆๆๆ”

 

            “ไอ้จั๊บอุบาทว์  กินข้าวอยู่  ห่านี่!

 

            “เอ็มเคต่างหาก  ฮ่าๆๆๆๆ”

 

            ณพิชญ์ยิ้มแย้มพร้อมแกล้งฉกของกินในหม้อตัดหน้าชาวบ้านอย่างเป็นสุข  อาหารมื้อนี้เป็นมื้อที่มีสีสันและเขามีความสุขที่สุดตั้งแต่เคยกินมา  ทั้งที่รสชาติอาหารไม่ได้ถูกปากเลยแม้แต่น้อย  แต่เขากลับไม่บ่นสักคำผิดวิสัยเรื่องมากต่างจากทุกที  แถมยังยิ้มกว้างและหัวเราะอย่างมีความสุขอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนอีกด้วย

 

 

            หลังดูหนังกับเพื่อนกลุ่มใหญ่ของณภัทรกว่าณพิชญ์จะกลับถึงบ้านก็เกือบห้าทุ่มแล้ว  แต่เมื่อเปิดเข้าไปในห้องของณภัทรเจ้าของห้องก็ยังคงตื่นอยู่  แถมแชทอย่างเมามันกลับกลุ่มเพื่อนอุดมด้วยรอยสักไม่ได้สนใจฝาแฝดที่เพิ่งเดินเข้าห้องมาเลย

 

            “วันนี้ไปกินข้าวกับพวกม.ปลาย”

 

            “อ่อ  รู้แล้ว  เห็นพวกมันอัพขึ้นเฟซอยู่” ณภัทรตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจ

 

            “ก๋วยบอกว่าอย่าทำคะแนนสอบเยอะ  เดี๋ยวคนจับได้ว่าเป็นตัวปลอม” ณพิชญ์เย้าฝาแฝดที่ไม่สนใจตัวเองด้วยรอยยิ้มมุมปาก  เรียกอาการหันขวับหน้ายุ่งแหกปากด่าทันดี

 

            “ไอ้เหี้ย!” ไม่รู้ว่าคำด่าของณภัทรหมายถึงใคร  ระหว่างก๋วยกับณพิชญ์

 

            “ฮ่าๆๆๆๆ” ณพิชญ์หัวเราะท่าทางทางของแฝดอย่างอารมณ์ดี  ทำเอาณภัทรทำหน้าเหมือนเห็นสัตว์ประหลาด  เพราะไม่คิดว่าคนอย่างณพิชญ์จะหัวเราะเป็น

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

100 ความคิดเห็น

  1. #78 whispering pearl (@whipped-cream) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2557 / 10:08
    น่าสงสารพวกบอดี้การ์ดชะมัด 555
    อ่านตอนนี้แล้วทำให้ชอบณภัทรขึ้นมาเยอะเลย
    ดูเป็นคนมีมนุษยสัมพันธ์ดีมากๆ
    เป็นเพื่อนกับนักเรียนอาชีวะเกือบทุกโรงเรียน แถมยังมีพวกวัยทำงานอีก
    น่ารักจัง ^ ^
    #78
    0
  2. #23 ม.แมวตัวกลม (@bulldog_o) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2557 / 10:18
    เพื่อนสารพัดรูปแบบ @.@
    #23
    0
  3. #3 Black Waterlily (@blackwaterlily) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 มกราคม 2557 / 14:26
    แค่ 3 ตอนก็สนุกแล้ว  รออ่านๆ  ว่าแต่เมื่อไรเนื้อคู่จะออกมา?
    #3
    0
  4. #2 pus tee (@ptee) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 มกราคม 2557 / 08:26
    ยังเหลือเพื่อนอีกหลายกลุ่มซินะที่ยังไม่ได้เจอ
    #2
    0