Love's Divine วอนรักพิสุทธิ์ [Yaoi]

ตอนที่ 4 : วอนรักครั้งที่๔ : ซองเอกสารและแผนการในใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 440
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    13 ม.ค. 57

            ณพิชญ์หยุดหัวเราะแล้วนั่งลงบนเตียง  ส่งร้อยยิ้มปริศนาด้วยดวงตาที่ไม่ยิ้มให้ณภัทรได้ขนลุกขนชันเล่น  มือเรียวผอมยกซองเอกสารสีน้ำตาลที่ยังปิดผนึกโบกไปมาเล่นให้ฝาแฝดของตนได้เห็นและสนใจของในมือเขาชัดๆ

 

            “ณภัทรเคยเห็นหน้าแม่ไหม” คำถามของณพิชญ์ทำให้คนมองต้องปรับสีหน้าเป็นเคร่งเครียด  เพราะไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าฝาแฝดถามเขาด้วยคำถามนี้ทำไม

 

            “เคยสิ  พ่อเคยเอามาให้ดูอยู่ครั้งหนึ่งตอนวันแม่” ณภัทรตอบด้วยน้ำเสียงและท่าทางเศร้าๆเมื่อหวนนึกถึงครั้งแรกที่เขาเห็นรูปแม่  ตอนนั้นเขาเรียนอยู่ชั้นป.สาม  และเป็นปีแรกเลยก็ว่าได้ที่พ่อผู้งานยุ่งของเขาสามารถหยุดงานมาอยู่กับพวกเขาวันหนึ่งได้  ถึงมันจะจบวันด้วยการที่ฝาแฝดจับหัวเขาโขกกับพื้นจนต้องวุ่นวายพาไปเย็บแผลที่โรงพยาบาลก็ตาม

 

            “ตอนไปมหาวิทยาลัยวันแรกณพิชญ์เจอผู้หญิงที่หน้าตาเหมือนแม่ด้วย” ณพิชญ์ยิ้มสมใจเมื่อเห็นสีหน้าตกตะลึงของฝาแฝด “ไม่รู้ว่าแม่มีฝาแฝดเหมือนเราสองคนรึเปล่า  เลยให้กรกฏหาข้อมูลมาให้นี่แหละ  มาลุ้นกันไหมว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นแม่ของพวกเรารึเปล่า”

 

            “ไม่ใช่แม่หรอก!” ณภัทรปฏิเสธเสียงแข็ง  เขาไม่มีทางยอมรับเด็ดขาดว่าแม่ที่พ่อบอกว่าจะเสียชีวิตเพราะคลอดพวกเขาสองแฝดตัวปัญหาจะทอดทิ้งพวกเขาไป  ในเมื่อพวกเขาต้องนอนตู้อบเป็นเดือนๆเพราะอ่อนแอ  แถมพี่ชายฝาแฝดของเขาก็มีความผิดปกติทางสมองตั้งแต่เกิดด้วย

 

            ณพิชญ์กระตุกยิ้มลึกลับที่มุมปาก  เขาก็อาจจะเชื่อแบบนั้นอยู่หรอกถ้าไม่ไปได้ยินอะไรเข้า  ใครๆก็คิดว่าเด็กสติไม่สมประกอบอยากจะพูดอะไรไปก็คงไม่เข้าใจ  ใช่  ตอนนั้นเขาไม่เข้าใจจริงๆนั่นแหละ  แต่ใช่ว่าจะจำไม่ได้ล่ะนะ

 

            “มาพนันกันไหม” ณพิชญ์ยื่นข้อเสนอด้วยดวงตาเจ้าเล่ห์จนณภัทรนึกหงุดหงิดใจ  หมอนี่จะเอาให้ได้ทุกทางทุกอย่างเลยใช่ไหม!?  แต่เพราะณภัทรเชื่อว่าแม่ของตนตายไปแล้วจริงๆจึงเชิดหน้าตอบอย่างมั่นใจ

 

            “เอาสิ!  ถ้ายัยป้านั่นเป็นแม่เราจริงๆ  ณภัทรจะยอมตามใจณพิชญ์ทุกอย่าง  แต่ถ้าไม่  ณพิชญ์ต้องเป็นฝ่ายตามใจณภัทร!

 

            มือเรียวผอมยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลให้ฝาแฝดตน  ใบหน้ายิ้มแย้มทั้งที่ดวงตาทอแววประกายดำด้านชวนกระอักกระอวน “ถ้าพูดถึงขนาดนั้นณพิชญ์จะให้ณภัทรเป็นคนเปิดซองข้อมูลที่ให้กรกฏไปหามา  อยากรู้เหมือนกันว่าผู้หญิงใจดีท่าทางมีความสุขคนนั้นจะใช่แม่คนนั้นของพวกเราจริงๆหรือเปล่า”

 

            ณภัทรจำต้องลุกจากเบาะนั่งเล่นคอมพิวเตอร์ของเขาไปนั่งลงข้างๆฝาแฝดตนเองอย่างหวาดระแวง  การเข้าใกล้ในระยะมือเท้าของณพิชญ์ไม่เคยให้ประสบการณ์ที่ดีกับณภัทรเลย  หรือถ้าจะพูดให้ถูกต้องเรียกว่าเขาโชกเลือดและบางครั้งก็แอดมิดไอซียูไปอยู่ในระหว่างความเป็นความตายเลยทีเดียว  ช่วงวัยเด็กจนโตเป็นวัยรุ่นเขาจึงหลายเป็นตัวตลกเพียงเพราะมีคนพูดอะไรคล้ายๆคำว่าพิชญ์

 

            มือแกร่งฉีกซองด้านบนออกอย่างไม่ใส่ใจนัก  ณภัทรใจร้อนเกินกว่าจะไปหยิบคัตเตอร์หรือแม้แต่ค่อยๆแกะกระดาษติดกาวออก

 

            เพียงคว่ำซองลงรูปถ่ายจำนวนมากก็พรั่งพรูลงมากองลงบนพื้นเตียงและเลยไปตกบนตักของณพิชญ์ด้วย  ฝาแฝดตัวผอมหยิบรูปบนตักขึ้นมาดูอย่างสนใจ  เป็นภาพถ่ายของครอบครัวที่มีกันอยู่สี่คนพ่อแม่ลูก  ณพิชญ์คาดเดาว่านี่น่าจะเป็นภาพที่ใหม่ทีเดียวเพราะเด็กหนุ่มคนที่อายุมากกว่าแทบไม่ต่างไปจากเมื่อวานที่เขาพบ  รู้สึกจะชื่อ...บูม

 

            ณภัทรหยิบเอกสารที่ค่อยๆไหลลงมาเป็นอย่างสุดท้าย  หน้าแรกของปึกเอกสารที่หนีบด้วยตัวหนีบสีดำเป็นสำเนาทะเบียนบ้านหลังหนึ่ง  ด้านบนยังหนีบรูปบ้านปูนสองชั้นสีโทนครีมและน้ำตาลหลังหนึ่งที่มีขนาดไม่เล็กนัก  มีพื้นที่กว้างรอบตัวบ้านน่าจะจัดเป็นสวนและสนามหญ้าหน้าบ้านไว้พักผ่อน  คาดว่าน่าจะมีราคาแพงทีเดียวเพราะเขตที่ตั้งอยู่ในตัวเมืองกรุงเทพ  แต่คงเอามาเทียบคฤหาสน์สี่ชั้นของบ้านเขาไม่ได้

 

            แล้วณภัทรก็ต้องแปลกใจ  ทะเบียนบ้านมีสามคนและเป็นผู้ชายทั้งหมด  เขาเหลือบมองภาพในมือของณพิชญ์ที่ชูให้เขาดูด้วยรอยยิ้มแห่งชัยชนะ

 

            ภาพหญิงวัยกลางคนที่มีวัยรุ่นชายสองคนควงแขนยิ้มแป้นทำให้ณภัทรชะงักงันทั้งร่างและลมหายใจ  ต่อให้เห็นรูปเพียงครั้งเดียว  แต่ถ้าพ่อบอกว่านั่นคือแม่ของเขาณภัทรก็จดจำใบหน้านั้นได้ในทันที  และคุณแม่ลูกสองที่เขาเห็นนี้ก็มีเค้าโครงของสาวสวยที่ยิ้มกว้างอย่างอ่อนโยนและใจดีบนรูปภาพที่พ่อเขานำมาให้ดู

 

            “เหมือนแม่ของพวกเราไหม”

 

            ณภัทรยื่นมือสั่นๆมาจับรูปไปดูให้ถ้วนถี่

 

            “อา..อาจ  อาจจะแค่คนหน้าเหมือน  ...แค่เหมือน” ณภัทรแย้งทั้งที่ดวงตาร้อนผ่าวเพราะหัวใจบิดตัวจนปวดร้าวยากจะทนทาน  จะไฝที่ใต้หางตาซ้ายหรือใกล้ติ่งหูก็เหมือนกับของแม่เขาไม่มีผิด

 

            “ขอดูเอกสารหน่อย” ณพิชญ์ดึงเอกสารที่วางบนตักของณภัทรไปเปิดดู “ทะเบียนมีสามทั้งที่มีกันอยู่สี่คน”

 

            ณพิชญ์พลิกเอกสารอีกครั้งเพื่อดูอย่างอื่นนอกจากสำเนาทะเบียนบ้าน  ด้านหลังเป็นข้อมูลที่กรกฏหามา 

 

“ผู้หญิงคนนั้นติชิลา  ชื่อเล่นชื่อ ติ เหมือนกีรติแม่ของเราเลย” ณพิชญ์เหลือบมองณภัทรที่ก้มหน้าก้มตาดูภาพบนเตียงอย่างจริงจัง “ชาวบ้านบอกว่าเธอกลับมาพร้อมลูกของคุณทรงวุฒิในขณะที่แม่จริงๆของเด็กคนนั้นตายหลังคลอด  และเธอก็เป็นทั้งแม่ของลูกและเมียของคุณทรงวุฒิตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา  ลูกชายคนโตบ้านนี้เกิดหลังพวกเราสี่วัน” ณพิชญ์เปิดดูสูติบัตรของคนทั้งสามที่มีอยู่ในทะเบียนบ้าน  ฝาแฝดตัวผอมคิดว่ากรกฏรู้ว่าเขาให้หาข้อมูลทำไม  และหาอะไร “โรงพยาบาลเดียวกับเราเสียด้วยนะ  ไม่แน่หมอทำคลอดอาจคนเดียวกันด้วยซ้ำ”

 

ณภัทรกำมือสองข้างแน่นจนเส้นเลือดหลังมือปูดโปน  ปากบางพึมพำเสียงแผ่วจนณพิชญ์ต้องเงี่ยหูฟัง  และมันก็ดังชัดขึ้นเป็นคำเดียวกัน “ทำไม  ทำไม!! ทำไม!!!!

 

ปึก! ปึก! ปึก!

 

ณภัทรทุบเตียงจนรูปภาพที่แผ่นอนวางบนนั้นกระเด้งกระดอน  เฝ้าตะโกนถามคำถามที่เขาไม่อาจรู้คำตอบได้เลย  ไม่ว่าจะคิดยังไง  เขาก็ไม่สามารถหาคำตอบได้จริงๆ!

 

“ทำไมแม่ถึงทิ้งเราไป!!!

 

ณพิชญ์มองดูฝาแฝดด้วยความสงบและนิ่งเฉย  เขามีคำตอบของคำถามนี้กับตัวเองอยู่แล้ว  และไม่ว่าความจริงจะเป็นอย่างไรเขาก็จะเชื่อแบบที่เขาเคยเชื่อเสมอมา

 

แฝดตัวผอมวางมือผอมๆของตนลงบนศีรษะที่มีทรงผมไม่แตกต่างจากตัวเอง  ตบเบาๆคล้ายจะปลอบขวัญคนเสียขวัญและสติกระเจิดกระเจิง  แต่คำพูดกลับเป็นอีกอย่างหนึ่ง

 

“รู้อะไรไหม  ตอนที่ณพิชญ์อาการหนักๆเคยได้ยินคุณหมอแอบไปพูดกับพ่อที่นอกห้องนอน” ณพิชญ์หยุดคำนิดหนึ่งเมื่อฝาแฝดของเขาหยุดทุบเตียงแล้วนิ่งฟังคำพูดของเขาอย่างตั้งใจ “เขาบอกว่า  เพราะแม่ของพวกเราพยายามทำแท้ง  ยาที่กินเข้าไปเลยทำให้ณพิชญ์เป็นแบบนี้  ณภัทรโชคดีจริงๆที่ไม่ได้เป็นด้วย  พ่อควรจะดีใจและมีหวัง  เพราะนั่นหมายถึงณพิชญ์อาจหายก็ได้”

 

ณภัทรร้องครางเหมือนสัตว์เจ็บ  น้ำตาหลั่งรินและทำได้แต่เพียงฟุบหน้าลงกับเตียง  ปล่อยมือผอมของคนที่กล่าวคำพูดที่ฟังแล้วเจ็บปวดที่สุดในชีวิตลูบผมของเขาเบาๆ

           

 

            สนามบินสุวรรณภูมิเวลาสี่ทุ่มครึ่งยังคงแออัดไปด้วยผู้คน  ณพิชญ์กอดอกพิงเสามองดูเพื่อนๆของฝาแฝดตนเองเกือบร้อยชีวิตพากันมาร่ำลา  เพิ่งจะรู้ว่าแม้กระทั่งเจ้าของร้านขายข้าวขาหมูในเยาวราชก็ยังเป็นเพื่อนกับณภัทร  แถมสนิทสนมกันชนิดที่พาทั้งบ้านมาร่ำราอีกต่างหาก  จนณพิชญ์อดสงสัยไม่ได้จริงๆว่าณภัทรมีอะไรดี?

 

            “ไปที่นั่นรักษาตัวด้วยนะอาภัทร  ไปตามเมียอย่าให้เห็นว่าหิ้วฝรั่งหัวทองกลับมาแทนนะเว้ย”

 

            “ฝรั่งหัวดำหัวเขียวก็ไม่เอานะคะ” ลูกสาวอาแป๊ะที่ดูแล้วน่าจะยังอยู่ประถมท้วง

 

            “หัวเขียวนั่นมันแมลงวันแล้วมั้งน้องกุ๊ก” ณภัทรแย้งหน้ายิ้มแย้ม  ดูปลาบปลื้มยินดีที่มีคนมาส่งมากมายจนน่าหมั่นไส้  ทั้งที่เพิ่งผ่านการร้องไห้จะเป็นจะตายไปเมื่อสองวันก่อน

 

            ภาพตรงหน้าเป็นสิ่งที่ณพิชญ์ไม่สามารถเข้าใจได้จริงๆ  ณภัทรที่เขารู้จักจากคำบอกเล่าของพ่อนั้นเป็นตัวปัญหาและก่อเรื่องไม่เว้นแต่ละวัน  มีกรกฏคอยวนเวียนเข้าห้องปกครองแทบจะทุกอาทิตย์  ทั้งโดดเรียนมั่วสุมแถมการเรียนย่ำแย่จนต้องยัดเงินให้เรียนจบๆเหมือนชาวบ้านเขาเพราะเกรดที่เกินศูนย์นั้นมีอยู่น้อยนิด

 

            ทั้งที่เป็นอย่างนั้น  ทำไมณภัทรถึงมีคนรักเขามากมายล่ะ?

 

            หรือเพราะณภัทรสามารถให้อภัยคนที่พยายามฆ่าเขาสองพี่น้องได้อย่างง่ายดายโดยใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งวันด้วยซ้ำ  คำพูดเหล่านั้นยังวนเวียนอยู่ในความคิดของณพิชญ์ 

 

          ก็ดีแล้วที่แม่มีความสุขดี  เราต้องดีใจสิถึงจะถูก

 

            นี่เป็นคำพูดของคนที่ไล่กระทืบไล่ฟันคนที่มาจีบแฟนตัวเองงั้นหรือ?  แถมเป็นแฟนที่ได้มาแบบบังคับฝืนใจจวบจนกระทั่งทุกวันนี้ด้วยนะ!

 

            แต่สำหรับณพิชญ์  เขาทำอย่างณภัทรไม่ได้จริงๆ

 

            เพราะตอนที่เป็นบ้าน่ะเขาไม่ได้คิดอะไรหรอก  มันจะเจ็บปวดทีหลังก็ตอนหายบ้าแล้วนี่แหละ  เขาสูญเสียโอกาสที่จะเติบโตแบบเด็กคนอื่นๆไปแล้ว  เขาได้รับชื่อว่าเป็นคนบ้าไปแล้ว!

 

            ณพิชญ์เลือกจะเดินเข้ามาบอกลาฝาแฝดเป็นคนสุดท้าย  รอยยิ้มกดมุมปากทำให้คนมองนึกไม่ชอบใจ  ตอนนี้ณภัทรเริ่มจะเกลียดณพิชญ์แทนที่ความกลัว  เมื่อคนที่หน้าเหมือนเขาทำลายโลกอันสดใสของเขาพังครืนลงต่อหน้าด้วยทุกสิ่งในซองเอกสารสีน้ำตาล  ...โลกที่เขามีแม่เป็นผู้หญิงที่ทั้งสวยทั้งอ่อนโยนแต่น่าเสียดายที่ร่างกายอ่อนแอเกินกว่าจะคลอดฝาแฝดออกมา

 

            แถมยังตบท้ายด้วยคำบอกเล่าที่ทำให้เขาต้องหลั่งน้ำตา

 

            รู้อะไรไหม  ตอนที่ณพิชญ์อาการหนักๆเคยได้ยินคุณหมอแอบไปพูดกับพ่อที่นอกห้องนอน  เขาบอกว่าเพราะแม่ของพวกเราพยายามทำแท้ง  ยาที่กินเข้าไปเลยทำให้ณพิชญ์เป็นแบบนี้  ณภัทรโชคดีจริงๆที่ไม่ได้เป็นด้วย  พ่อควรจะดีใจและมีหวัง  เพราะนั่นหมายถึงณพิชญ์อาจหายก็ได้

 

            “จำสัญญาของเราเมื่อวานซืนได้ไหม” ณพิชญ์เอ่ยขึ้นเมื่อเดินเข้ามาใกล้ฝาแฝด  เพื่อนๆรอบข้างก็พลอยสนใจสัญญาของฝาแฝดไปด้วย

 

            “ได้!” ณภัทรกระแทกเสียงตอบอย่างไม่สบอารมณ์ “จะให้ทำอะไรก็รีบๆบอกมา!

 

            “ก็แค่อยากให้ณภัทรใจเย็น  ตามจิ๋วกลับมาดีๆอย่าไปดุไปว่าอะไรเขา” ณพิชญ์ว่าพูดหน้าซื่อตาใส  ก่อนจะตบท้ายด้วยคำสั่งที่เรียกเสียงฮือฮาจากทุกคนที่ได้ยิน “แล้วก็อย่าเพิ่งเอาจิ๋วก่อนกลับถึงเมืองไทยด้วย  เท่านั้นเอง”

 

            “คำสั่งโหดมาก”

 

            “ไอ้ภัทรทำข้อสุดท้ายไม่ได้แน่ๆ”

 

            เสียงฮือฮารอบด้านจากเพื่อนทำให้ณภัทรหน้าแดงก่ำ  ทั้งโกรธทั้งอาย  อ้าปากจะพูดอะไรฝาแฝดก็รีบพูดแทรกขึ้นมาเสียงก่อน “ลูกผู้ชาย  สัญญาต้องเป็นสัญญา”

 

            “เออ!” คนหุ่นนักกีฬากระแทกเสียงตอบอย่างหงุดหงิดแล้วพาลกระทืบเท้าลากกระเป๋าใบเขื่องเข้าเทอร์มินอลไป  ทิ้งไว้แต่สายตามองตามเกือบร้อยชีวิตที่พร้อมใจกันหันกลับมานินทาคาดเดาว่าณภัทรต้องยอมผิดสัญญาลูกผู้ชายแหงๆ

 

            ณพิชญ์เดินยิ้มไปหาพี่เลี้ยงตัวโตของตัวเองที่ทำท่าจะเดินตามณภัทรไป  เขาส่งเสียงเรียกอีกฝ่ายไว้แล้วเดินไปคุยในมุมห่างจากเพื่อนฝูงของณภัทร

 

            “ณภัทรรู้ว่าเกริกตอนเป็นเลขาพ่อไปต่างประเทศบ่อย  เรื่องดูแลณภัทรคงไม่เป็นปัญหา” ณพิชญ์พูดเสียงเรียบนิ่งไม่ต่างจากใบหน้า  กับเกริกเขาไม่จำเป็นต้องพยายามทำอะไรแม้กระทั่งปั้นแต่งรอยยิ้ม  หรือแม้กระทั่งบอกว่าเขารู้อะไรบ้าง “แสบดีไหม  นี่แหละบทลงโทษของจอมวางแผน

 

            “เพราะแบบนี้ผมถึงต้องให้คุณณพิชญ์สลับตัวกับคุณณภัทร  มันน่าเสียดายนะถ้าคุณณพิชญ์จะขังตัวเองอยู่แต่ในห้องแบบนั้น” เกริกยิ้มอย่างอ่อนโยน  มือใหญ่ลูบผมคนที่เขาเลี้ยงดูอบรมสั่งสอนมาเองกับมือ  เขาพยายามทุกทางให้ณพิชญ์เป็นปกติ  เรื่องของสองฝาแฝด  เขาเองก็มีส่วนผิด “คุณหมอบอกว่าคุณณพิชญ์ใกล้หายแล้ว  ช่วงที่ผมไม่อยู่อย่าลืมทานยาทุกวันนะครับ”

 

            “ไม่ลืมหรอก” ณพิชญ์เอื้อมมือดึงมือใหญ่ออกจากศีรษะตนมากุมไว้  มือของเกริกใหญ่โตอบอุ่นและอ่อนโยนเสมอ  ถึงไม่มีพ่อและแม่เขาก็อยู่ได้  และตอนนี้เขาจะแสดงให้เห็นว่าต่อให้ไม่มีมือคู่นี้เขาเองก็อยู่ได้เช่นกัน “อย่าลืมดูแลตัวเองด้วย”

 

            เกริกปล่อยมือจากกระเป๋าสัมภาระตนมาตบมือณพิชญ์ที่กุมมือเขาไว้  รู้สึกลำบากใจไม่น้อยที่ต้องร้องขอสิ่งนี้  แต่เขาคิดว่าน้องชายเขาสามารถสอนสิ่งที่เขาไม่อาจสอนให้ณพิชญ์ได้  และเพื่อณพิชญ์เกริกทำได้ทุกทาง  ดังเช่นที่เขาให้สัญญากับตนเองไว้เมื่อสิบสี่ปีก่อน “อีกสี่เดือนน้องชายของผมจะออกจากคุก  คุณณพิชญ์ช่วยไปรับตัวการันต์แทนผมที  ที่เรือนจำบางเขน  วันที่ 18 ตุลา นะครับ”

 

            “อืม  ณพิชญ์จะไปรับเขา”

 

            ณพิชญ์กอดเกริกเป็นการบอกลา  สายตามองร่างสูงใหญ่วัยใกล้เลขสี่เดินเข้าเทอร์มินอลไปอย่างทอดอาลัย  ตอนแรกที่ณภัทรขอสลับตัวกันณพิชญ์ไม่ได้ติดใจสงสัยอะไร  จนกระทั่งตอนสลับตัวกันจริงๆที่เกริกกลบเกลื่อนพฤติกรรมดีอกดีใจที่เขาออกนอกห้องไม่มิด  ณพิชญ์จึงเริ่มครุ่นคิดถึงความเป็นมาเป็นไปของเหตุการณ์ทั้งหมด

 

            เกริกมีแผนการของเกริก  และเหมือนโชคชะตาเล่นตลก  ส่งผู้หญิงที่คลอดเขาให้ได้พบกันอีกครั้ง  ณพิชญ์จึงมีแผนการคร่าวๆในใจตนแล้วเช่นกัน

 

            ดวงตาสีน้ำตาลเข้มที่ทั้งสวยและดุทอดมองไกลออกไปไม่ใช่เพียงแผ่นหลังกว้าง  นึกขอโทษที่ผิดสัญญากับเกริก  เขาคงกินยาทุกวันไม่ได้  ต้องพูดว่าจะไม่กินยาอีกแล้ว... 

 

...เพราะคนบ้า  ทำผิดไม่ติดคุก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

100 ความคิดเห็น

  1. #79 whispering pearl (@whipped-cream) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2557 / 10:28
    เกริกดูไม่เหมือนบอดี้การ์ดเลยนะ
    เหมือนพ่อหรือพี่ชายของณพิชญ์ซะมากกว่า
    อยากรู้จังว่าทำไมเกริกถึงรักณพิชญ์ขนาดนั้น
    #79
    0
  2. #24 ม.แมวตัวกลม (@bulldog_o) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2557 / 10:26
    อั๊ยยะ....บรรทัดสุดท้าย
    #24
    0
  3. #7 Black Waterlily (@blackwaterlily) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 มกราคม 2557 / 10:16
    ณพิชญ์อย่าทำอะไรบ้าๆ นะ (OoO) เกริกกลับมาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา (>O<)
    #7
    0
  4. วันที่ 13 มกราคม 2557 / 22:49
    หน้าติดตามมากค่ะ สู้ๆนะค่ะ
    #6
    0