Love's Divine วอนรักพิสุทธิ์ [Yaoi]

ตอนที่ 5 : วอนรักครั้งที่๕ : มิตรชิดใกล้ แนบชิดจนตรวจต่อมลูกหมากได้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 447
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    14 ม.ค. 57

เช้าวันเสาร์กรกฏก็ขับรถพาณพิชญ์ไปยังบ้านวงศ์พาณิชยกุลของติณ  คฤหาสน์หรูหราที่ประดับตกแต่งภายในอย่างจีนทำให้ณพิชญ์สนใจอยู่ไม่น้อย  และก็สมกับที่ที่หนึ่งเอ่ยปากบอกว่าบ้านของติณคนเยอะ  เพราะทันทีที่เขาก้าวลงจากรถก็มีญาติพี่น้องของติณออกมาต้อนรับด้วยอาการจิกตาใส่เสียแล้ว

 

“เจอผู้หลักผู้ใหญ่ก็ไม่ยกมือไหว้  เด็กเหลือขอสมเป็นเพื่อนอาติณจริงๆ” ผู้หญิงที่ดูมีอายุหน่อยคนหนึ่งจีบปากจีบคอพูด  ดวงตารีๆก็หรี่แทบปิดมองเหมือนเหยียดหยามณพิชญ์ตั้งแต่หัวจรดเท้า “เพราะคบเพื่อนแบบนี้ไงอาติณถึงได้เสียคน”

 

“ก็เนี่ยแหละค่ะเขาว่าคบเพื่อนดีเป็นศรีแก่ตัว  คบเพื่อนชั่ว” ผู้หญิงที่ดูอายุมากกว่าณพิชญ์ไม่มากเน้นคำสุดท้ายแล้วจิกตามองเด็กหนุ่มเหมือนเขาไปอากงของเธออย่างไรอย่างนั้น “ก็เลยดีแต่ก่อเรื่องสร้างปัญหา  นี่ถ้ามีเพื่อนดีๆน้องติณก็คงไม่เป็นเด็กเกเรหรอก”

 

ณพิชญ์ขมวดคิ้วมุ่นกำมือแน่น  สูดลมหายใจเข้าช้าๆอย่างพยายามอดกลั้น  ทั้งที่หูได้ยินเสียงวี้ดแหลมและอื้ออึงจนสรรพเสียงรอบข้างเบาลงจนแทบไม่ได้ยินคำต่อว่าส่งลูกทอดกันของสาวสองวัย  ไม่มีใครกล้าด่าว่าเขามาก่อนในชีวิต  อารมณ์โกรธเคืองอันรุนแรงจึงพุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็วแทบควบคุมไว้ไม่อยู่

 

“นี่ขนาดว่าแล้วยังมาทำท่าไม่พอใจ  มือน่ะยกไหว้เป็นไหม  พ่อแม่เธอไม่สั่งสอนรึไง” คุณป้าตาตี่จิกด่าณพิชญ์  ถลึงตาใส่เหมือนจะข่มขู่ให้เด็กหนุ่มต้องยกมือไหว้ตน

 

“เห็นแล้วรู้เลยว่าทำไมน้องติณถึงกลายเป็นเด็กมีปัญหา  ก็เพราะคบแต่เพื่อนแบบนี้ไง!

 

กรกฏเห็นท่าไม่ดีที่เจ้านายเขาดูโกรธจัดตาขวางแถมไม่พูดไม่จาสักคำเดียวจึงรีบพูดสอดขึ้นขัดการแสดงความคิดเห็นว่าติณเลือกเพื่อนได้แย่แค่ไหน “ขอโทษนะครับคุณผู้หญิงทั้งสอง  เรามาหาคุณติณกับคุณที่หนึ่งครับ”

 

“เรื่องนั้นฉันรู้แล้วย่ะ!” อาเจ๊สาวหมวยที่ถ้าไม่พ่นคำว่าร้ายณพิชญ์อยู่คงน่ามองไม่น้อยเหวี่ยงใส่กรกฏ “น้องติณบอกแล้วว่าเพื่อนจะมาหา  แต่ฉันไม่ให้เข้าบ้าน  เดี๋ยวเสนียดจะพาลติดเอา”

 

“อาเจ้ตวงอย่ามาว่าเพื่อนติณอย่างนี้นะ!” ติณที่เพิ่งโดนที่หนึ่งเร่งให้ออกจากห้องน้ำเพราะได้ยินว่ารถของณภัทรเข้ามาในบ้านแล้วตวาดเสียงดังก่อนตัววิ่งมาถึงที่เกิดเหตุเสียอีก  ด้านหลังมีคนตัวเล็กวิ่งตามมาหน้าตาตื่น  ใบหน้าน่ารักซีดขาวเพราะคิดว่าตนเป็นต้นเหตุให้ณภัทรต้องมาโดนด่า “ทำไมอาเจ้กับหยี่โกวต้องมาด่าเพื่อนติณด้วย!  ถ้าการที่เพื่อนติณมาบ้านมันเสนียดนักติณจะไม่อยู่บ้านแล้ว!

 

สองสาวต่างวัยรับฟังก็หน้าซีดหน้าขาว  ผู้หญิงที่ติณเรียกว่าอาเจ้ตวงพูดเสียงอ่อยเอื้อมมือไปจับแขนของน้องชายเบาๆ “ทำไมน้องติณพูดอย่างนั้นล่ะ  อาเจ้กับหยี่โกวเป็นห่วงนะ  น้องติณจะออกไปอยู่นอกบ้านได้ยังไง  ใครจะดูแล  น้องติณอย่าเห็นคนอื่นดีกว่าคนในครอบครัวสิ”

 

ติณจิ๊ปากค่อยๆแกะมือพี่สาวตัวเองออกแล้วเดินไปกอดคอณพิชญ์เข้าบ้านแทน “เข้าบ้านกันเหอะไอ้ภัทร  ไม่ต้องกลัวนะเว้ยถ้ามึงเสนียดกูก็เสนียดตาม”

 

ณพิชญ์เดินตามเงียบๆไม่ตอบอะไร  เขากำลังพยายามเต็มที่กับการจัดการอารมณ์เดือดดาลของตัวเอง  ด้านหลังสองหนุ่มจึงตามด้วยหนึ่งหนุ่มน่ารักและบอดี้การ์ดผิวขาวจัด  ทิ้งไว้แต่สองสาวต่างวัยที่เขย่ามือกันด้วยความกังวล

 

ห้องนอนของที่หนึ่งอยู่ชั้นสามฟากของแขก  เพราะข้าวของสำหรับคนหนีหนี้ต่อให้เป็นอดีตลูกคุณหนูแค่ไหนก็มีอยู่ไม่มากนัก  สองข้างและอ้อมแขนของกรกฏหอบหิ้วกระเป๋าข้าวของของที่หนึ่งอย่างแข็งขัน  กล่องกระดาษใส่หนังสือเรียนและข้าวของจุกจิกอีกเพียงเล็กน้อยเท่านั้นที่คนตัวเล็กเลือกถือเอง  ส่วนสองหนุ่มที่กอดคอกันมาก็กอดคอกันออกจากห้องด้วยมือว่างเปล่าเหมือนเดิม

 

“กูตามไปอยู่ด้วยอีกคนได้ไหมวะ” ติณที่พร่ำขอโทษขอโพยณพิชญ์มาตลอดเปิดประเด็นใหม่ “กูรำคาญคนที่บ้านเต็มที  พอบอกจะย้ายไปอยู่ที่อื่นก็ขู่ตัดเงินกูตลอด”

 

“อยู่นี่แหละ  เดี๋ยวที่บ้านจะเป็นห่วงแล้วตามไปราวี” ณพิชญ์กระดากปากเกินกว่าจะพูดกูมึงกับใครจึงละคำไว้ในฐานที่เข้าใจ

 

“โหย...ช่วยเพื่อนแค่นี้เอง” หนุ่มหน้าตาร้ายกาจโอดครวญ  มือที่โอบไหล่ณพิชญ์เปลี่ยนเป็นเขย่าคอเพื่อนตัวสูงกว่าเบาๆ

 

“เขารักเขาห่วงก็ดีแล้ว  ถ้าทำตัวดีๆก็คงเลิกห่วงเองนั่นแหละ” ณพิชญ์ตอบเรียบๆ  ย้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ถ้าอยากให้คนไว้ใจก็ต้องทำตัวให้ไว้ใจได้”

 

ติณนิ่งไปครู่แล้ว  คิ้วขมวดมุ่นอึดอัดใจแล้วได้แต่ถอนหายใจ “ตอนนี้กูยังทำไม่ได้ว่ะ”

 

“งั้นก็โดนห่วงต่อไป” ณพิชญ์พูดเรียบๆแล้วก้าวเท้าเดินต่อ  มีหนุ่มเชื้อจีนที่หน้าตาร้ายกาจเจ้าเล่ห์ทำตัวง๊องแง๊งบ่นนั่นที่คอยกอดคอเดินเป็นเพื่อนไปจนถึงชั้นล่าง  ระหว่างเดินก็มักมีคนในครอบครัวเหล่มองเหมือนสำรวจณพิชญ์เสมอ  นับดูแล้วรวมเป็นแปดคนตั้งแต่เริ่มก้าวเข้ามาในตัวบ้านจนกำลังจะออก  แต่ณพิชญ์คิดว่าสมาชิกในครอบครัวใหญ่ของติณน่าจะมีมากกว่านี้

 

กรกฏเอาของไปเก็บที่กระโปงท้ายรถเบนซ์คันงามเงียบๆ  ส่วนสามหนุ่มก็เปิดประตูด้านหลังเข้าไปนั่งโดยที่ณพิชญ์ยังงงๆว่าติณจะตามมาด้วยทำไม  แต่เจ้าตัวตอบก่อนเขาจะถามเสียอีก “วันนี้กูว่าง  ขอไปเที่ยวบ้านมึงหน่อย  คิดถึงว่ะ  ไม่ได้ไปมาสามสี่ปีได้ละ”

 

เมื่อกลับมาถึงบ้านกรกฏก็อาสาหอบข้าวของที่หนึ่งพร้อมบอดี้การ์ดที่โผล่มารอรับหน้าประตูตัวบ้านอีกสองคน  และสัญญาว่าจะจัดการนำไปเก็บไว้ในห้องนอนของที่หนึ่งที่จัดเตรียมไว้ให้เรียบร้อยโดยเจ้าตัวไม่ต้องลงมือเอง  ไปนั่งเล่นกับสองหนุ่มที่ห้องของณภัทรได้ตามสบายไม่ต้องกังวล

 

“ป่ะ วินนิ่งกัน” กลายเป็นว่าแขกเชื้อจีนหน้าตาร้ายกาจชวนเจ้าบ้านเองเสียอย่างนั้น “ห้องไม่ต่างจากเดิมเลยว่ะ  แค่ของใหม่เพิ่มขึ้น”

 

ว่าแล้วก็เอาเครื่องเล่นต่อกับโทรทัศน์จอแบนขนาดใหญ่  ทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นแล้วลากสองเพื่อนมานั่งเล่นเกมไปด้วย

 

“ไปอยู่คอนโดที่ใกล้กับโรงเรียนใหม่น่ะ  เรียนจบถึงได้กลับมา” ณพิชญ์บอกข้อมูลของณภัทรให้เพื่อนเก่าทั้งสองได้รับรู้ “จิ๋วไปแล้ว  อยู่ที่นั่นไปก็เท่านั้น”

 

“หมายความว่าไงวะ” ติณถึงกับหันขวับละความสนใจจากการวางแผ่นเกมลงในเครื่อง

 

ณพิชญ์ยักไหล่  โยนจอยที่ได้ให้ที่หนึ่งซึ่งนั่งฟังอย่างสนอกสนใจอยู่ข้างๆ “เขาหนีไปเรียนเมืองนอกแล้ว”

 

“ห๊ะ!  แล้วมึงก็ปล่อยไป!?” ติณถามอย่างไม่เชื่อหู  ข่าวของณภัทรยังคงมีมาให้ได้ยินอยู่บ้างเรื่องอาละวาดคนที่มีที่ท่าจะจีบเบสท์  และเรื่องที่หมางเมินถึงขั้นลงไม้ลงมือกับเพื่อนเก่าที่เคยได้เบสท์

 

“พ่อไม่ให้ตาม  ดีไม่ดีเป็นคนพาหนีด้วยซ้ำ” ณพิชญ์ตอบพลางพยายามทำหน้าไม่พอใจทั้งที่ก็ไม่ได้สนใจประเด็นนี้แต่อย่างใด  เรื่องพวกนี้มันเป็นปัญหาของณภัทรที่ได้เริ่มลงมือแก้แล้ว  ปัญหาของเขาสิที่ยังไม่ได้ลงไม้ลงมือทำอะไรเลย “ฝากคนให้ไปตามหาให้แล้ว  ถ้าโชคดีคงได้เจอก่อนออกไปหาเอง”

 

บรรยากาศอึมครึมมีเพียงครู่เดียวเพราะหลังเริ่มการแข่งขันสองทีมบนจอ  เสียงกดจอยยิกๆและแหกปากด่าอย่างอารมณ์เสียของติณก็ทำให้ลืมสนใจอย่างอื่นไปได้  กลายเป็นความเร่าร้อนช่วงชิงชัยชนะเกมแห่งศักดิ์ศรีไปเสียอย่างนั้น

 

หลังทานข้าวกลางวันดับอารมณ์คุกรุ่นที่พ่ายแพ้เพียงคนเดียว  ติณก็เสนอกิจกรรมใหม่ทันทีที่ขึ้นมาบนห้องของณภัทรบนชั้นสาม

 

“มาดูหนังกัน!

 

สองหนุ่มที่เหลือก็เออออตามเพราะคิดกิจกรรมใหม่ไม่ออก  แต่ติณกลับไม่สนใจแผ่นหนังบนชั้นวางข้างโทรทัศน์  เขากลับเลือกจะถือวิสาสะบิดประตูเข้าไปในห้องนอนของณภัทรแล้วเปิดคอมพิวเตอร์แทน  เพียงไม่นานหนังโป๊ที่มีผู้ชายนอนเปลือยการสองคนก็เล่นให้สามหนุ่มได้ดู

 

ณพิชญ์มองค้างการกระทำของเพื่อนเก่าณภัทรอย่างพูดอะไรไม่ออก  เสียงจากลำโพงคอมพิวเตอร์ที่มีเสียงเบสด้วยดังกระเส่าก้องห้องนอนกว้าง  ที่หนึ่งหน้าแดงแปร๊ดในขณะที่ณพิชญ์กำลังอยากอ้วก

 

“ที่หนึ่ง” ติณเอ่ยเรียกหนุ่มตัวเล็กด้วยดวงตาหวานฉ่ำเยิ้ม  คนถูกเรียกอึกอักแต่ก็เดินไปนั่งบนพนักพิงแขนเก้าอี้นวมเล่มคอมของณภัทร  มือแกร่งโน้มคอคนตัวเล็กมาจูบแลกลิ้นอย่างไม่เกรงอกเกรงใจเจ้าบ้าน  ที่หนึ่งเองก็ได้แต่ส่งสายตาประหลาดมายังณพิชญ์ที่งงงวยกับหนังสดตรงหน้าเป็นที่สุด

 

ละจากบดจูบเร่าร้อนติณก็ลากเรื่อยชิมรสหนุ่มหน้าหวานที่ลำคอเล่น  ทิ้งร่องรอยทั้งบนลำคอขาวและหน้าอกแบนราบขาวใสของที่หนึ่งจนคนตัวเล็กเปลือยเปล่าทั้งร่างค่อยรู้ตัวหันมาถามณพิชญ์อย่างหน้าด้านๆให้คนฟังต้องลมหายใจสะดุด “เอาด้วยไหม”

 

“ไม่” ณพิชญ์ตอบเสียงเข้มอย่างนึกหงุดหงิดใจ  สงสัยว่าสมัยยังคบกับติณนั้นณภัทรเป็นคนอย่างไร  ก่อนพาร่างผอมสูงร้อยแปดสิบเซนติเมตรลุกขึ้นเดินออกจากห้อง  ไม่ลืมทิ้งท้ายก่อนปิดประตูให้ทั้งคู่ได้ทำกิจกรรมที่สมควรทำกันอย่างลับๆ “อย่าให้เลอะนะ”

 

“รังเกียจเหรอวะ”

 

เพราะคำท้วงนั้นทำให้ณพิชญ์เดินกลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง  ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงตัวเองอย่างเซ็งๆ

 

“มีเจลกับถุงไหม  ขอยืมหน่อย” ติณยังคงหน้าด้านต่อไป  เป็นโชคดีของทั้งคู่ที่เมื่อวานณพิชญ์ทำการสำรวจทุกซอกมุมของห้องณภัทรหลังเจ้าตัวออกไปแล้ว  จึงรู้ว่าของที่ถามหาอยู่ที่ไหน  เด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาส่งหลอดเจลให้เพื่อนสองคนที่กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มด้วยใบหน้าเรียบเฉย  ไม่คล้ายจะมีอารมณ์ร่วมเลยสักนิดเดียว

 

“ถ้าอยากก็มาเอาที่หนึ่งได้  มันก็อยากให้มึงมาเอาจะตายอยู่แล้ว  ใช่ไหม” ติณถามพร้อมเงยหน้าขึ้นยิ้มล้อคนหนุ่มหน้าหวานที่กำลังเปิดฝาเจลเทใส่นิ้วของคนตัวโตกว่าอย่างคุ้นชิน  เรียกใบหน้าแดงแปร๊ดของคนตัวเล็กจนต้องก้มหน้างุด  แต่ก็ตอบเสียงอือในลำคอให้ได้ยิน  ณพิชญ์ไม่เข้าใจเลยว่ากล้าทำขนาดนี้ยังมีความอายอะไรเหลืออยู่อีก

 

“ไม่เอาหรอก  เพื่อนกัน” ณพิชญ์ตอนเรียบๆแล้วล้วงเอามือถือขึ้นมาเล่นเกมแทน  ไม่อยากจะมองจะฟังกิจกรรมร่วมรักทั้งของจริงตรงหน้าหรือที่แสดงบนจอคอมพิวเตอร์

 

“ด่ากูอยู่รึเปล่าเนี่ย” ติณใช้มือข้างที่ว่างอยู่ลูบแก้มใสของคนตัวเล็กอย่างเห็นใจ  เขามองๆอยู่สักพักแล้วว่าเพื่อนตัวเล็กของเขามีใจให้คนหน้าหล่อที่นิสัยเปลี่ยนไปมากราวกับเป็นคนละคน  จนใจที่แม้กระทั่งใช้วิธีนี้คนขี้หื่นอย่างณภัทรก็ยังไม่ตกบ่วง

 

ที่หนึ่งหน้าเสียทั้งยังเหยเกแทบจะน้ำตาร่วงทั้งที่ติณยังไม่ทันล่วงล้ำเข้ามาสักส่วนเดียว  เขายอมให้ติณล่วงเกินเขาเพราะไม่มีอะไรตอบแทนความมีน้ำใจของหนุ่มตี๋ได้นอกจากเรื่องนี้  ตอนนี้เขามันคนตัวเปล่ามีแต่หนี้สินก้อนโตที่น่ารังเกียจยิ่งกว่ากองขี้  ตลอดเวลาที่อยู่บ้านติณหนุ่มน่ารักจึงเต็มใจทำมันจนเคยชิน  จะมานึกเสียใจก็ตอนนี้เอง

 

 “เปล่า” ณพิชญ์ปฏิเสธแต่เลือกจะส่งข้อความในโปรแกรมแชทไปฟ้องฝาแฝดที่ตอนนี้น่าจะยังไม่ถึงอเมริกาแล้ว  ต่อให้ตอบไม่ได้ก็ควรจะรู้ไว้ซะว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างกับห้องนอนตัวเอง  แน่นอนว่าณพิชญ์ย่อมไม่เดือดร้อนอยู่แล้วเพราะแค่มาอาศัยห้องนี้อยู่ไม่ถึงปีเฉยๆ

 

เรื่องแบบนี้เริ่มแล้วจะมาหยุดกลางคันก็ไม่ได้  ติณจึงได้นำเพื่อนตัวเล็กไปจนสุดทางทั้งที่รู้ว่าผลลัพธ์พาลแต่จะทำให้แย่เท่านั้น

 

เสียงกิจกรรมเข้าจังหวะทั้งจากลำโพงคอมพิวเตอร์และของจริงที่เหมือนจะแข่งลีลากันพาลให้เกมบนมือถือชักไม่สนุกขึ้นมาเรื่อยๆ  อาการขนลุกขนพองอยากอ้วกโจมตีณพิชญ์เป็นระลอกๆ  สุดท้ายก็ทนไม่ไหวเข้าไปแอวะลงในชักโครกจนได้

 

หลังกดชักโครกล้างปากล้างหน้าดีแล้ว  ณพิชญ์จึงกลับมานั่งบนฝาชักโครกส่งคำถามผ่านโปรแกรมแชทไปหาว่าที่คุณหมอของกลุ่มที่เขาคุยด้วยอยู่ทุกวัน

 

ณภัทรผู้หล่อสุดในเอกภพ:

เห็นผู้ชายเอากันแล้วอ้วกหมายความว่ายังไง 

 

ตุ่น ว่าที่หมอหล่อที่สุด:

ณพิชญ์คงจะท้องแล้วล่ะ

ใครเป็นพ่อเด็กเหรอ  

บอกเราได้นะ

 

ณภัทรผู้หล่อสุดในเอกภพ:

ไม่ตลก            

นี่จริงจังนะ      

 

ตุ่น ว่าที่หมอหล่อที่สุด:

นี่ก็จริงจัง

ถ้าไม่มีจะรับเป็นพ่อแทนก็ได้

 

ว่าที่คุณหมอตุ่นตอบเร็วเสมอเหมือนคนว่างงานไม่มีอะไรทำ  แต่ดันไร้สาระจนคนจริงจังชักหงุดหงิด  ปิดโปรแกรมแชทแล้วนั่งเล่นเกมจนเสียงเบาๆที่ดังลอดเข้ามาในห้องน้ำเงียบไป  ถ้าหนังไม่จบก็คือคนจบแล้วนั่นแหละ

 

ณพิชญ์ออกจากห้องน้ำมานอนเล่นเกมบนเตียงเหมือนไม่มีอะไร  ส่วนเพื่อนผิวขาวใสสองคนก็พากันแยกย้ายจัดการตัวเองหลังเสร็จกิจเงียบๆ  ที่หนึ่งยังไม่ทันออกจากห้องน้ำติณก็ขอตัวกลับบ้านไปก่อนแล้ว

 

เตียงยวบลงทำให้ณพิชญ์ละความสนใจจากเกมไปมอง  ที่หนึ่งค่อยๆคลานมาหาณพิชญ์ด้วยใบหน้ากระอักกระอวน  ก่อนทิ้งตัวลงนอนใกล้ๆหนุ่มหล่ออย่างลุ้นๆ

 

“เรานอนด้วยได้ไหม  รังเกียจเรารึเปล่า” เสียงไม่ทุ้มห้าวมากแต่ชักแหบเพราะเพิ่งผ่านพ้นกิจกรรมเสียพลังงานมาเมื่อครู่ถามเบาๆ  ดวงตากลมโตทอประกายความหวังทั้งที่กลัวคำตอบในทางร้าย

 

“ได้สิ” ณพิชญ์ลูบผมที่หนึ่งเบาๆให้รู้ว่าเขาไม่ได้รังเกียจอะไรคนตรงหน้า  อย่างน้อยสิ่งที่เขาเห็นนี้ก็มาจากความสมัครใจทั้งสองฝ่าย  ไม่ได้บังคับขืนใจกันแต่อย่างใด “ทำไมเราต้องรังเกียจหนูตะเพาด้วย”

 

“ขอบใจนะ  ภัทรดีกับเรามากเลย” ที่หนึ่งโผเข้ากอดณภัทรทั้งน้ำตาซึม  อ้อมกอดอบอุ่นของคนหน้าหล่อเพื่อนเก่าทำให้หนุ่มตัวเล็กหัวใจเต้นระรัวด้วยความสุข  โดยไม่รู้เลยว่าต่อให้เขาพยายามมากแค่ไหนก็ไม่มีวันได้มากไปกว่าที่ได้รับในวันนี้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

100 ความคิดเห็น

  1. #8 Black Waterlily (@blackwaterlily) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 มกราคม 2557 / 17:19
    ______________________________________ ตอนต่อไป
    #8
    0