Love's Divine วอนรักพิสุทธิ์ [Yaoi]

ตอนที่ 6 : วอนรักครั้งที่๖ : ใต้ต้นไม้และสายฝน ...กับหนูตะเพา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 421
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    15 ม.ค. 57

ราวหกโมงเย็นที่ณภัทรส่งข้อความรัวๆเข้ามาในโปรแกรมแชท  สั่งให้จัดการเผาเก้าอี้นั่งเล่นคอมของตัวเองทิ้งแล้วหาซื้อแบบเดิมมาเปลี่ยนซะ  ไม่ลืมก่นด่าเพื่อนสนิทสมัยม.ต้นของตัวเองว่ามีแต่พวกแย่ๆและถ้าณพิชญ์ไม่อยากมีชีวิตแย่ๆก็ให้รีบเลิกคบกับสองคนนี้เสีย  อันที่จริงฝาแฝดคนน้องใช้คำหยาบคายมากชนิดที่บางคำณพิชญ์ก็ไม่รู้ความหมาย 

 

“คุณณพิชญ์ครับ  คุณกำลังทำให้ผมอยากกลับเมืองไทยทั้งที่เพิ่งมาถึง” โทรศัพท์จากต่างประเทศของเกริกตามมาติดๆทำให้ณพิชญ์จำต้องลุกไปนั่งโซฟาห้องนั่งเล่นของณภัทรแทนเพราะที่หนึ่งนอนหลับอยู่บนเตียง

 

“ถ้าเกริกกลับมาณพิชญ์จะไม่ยอมเจอกับเกริกอีก” ณพิชญ์ตอบกลับเรียบๆ “เกริกให้ณพิชญ์ออกมาเองแล้วไม่ยอมเชื่อใจณพิชญ์งั้นเหรอ”

 

“คุณณพิชญ์ครับ” เกริกกล่าวตอบอย่างอ่อนใจ “สังคมสมัยนี้น่ากลัวมากนะครับ  ผมไม่คิดว่าคุณจะเจอกับคนแย่ๆและเรื่องแย่ๆตั้งแต่ไม่กี่วันแรกแบบนี้”

 

“ณพิชญ์ดูแลตัวเองได้”

 

“ผมเป็นห่วง” เกริกทอดเสียงอ่อน “ผมห่วงคุณจริงๆนะคุณณพิชญ์  มันไม่ได้หมายความว่าผมไม่ไว้ใจคุณ  ผมไม่ไว้ใจคนอื่นต่างหาก  คนรอบตัวคุณตอนนี้น่ากลัว  แม้แต่กรกฏเองก็ไม่ใช่คนของคุณวรคุณจริงๆนะครับ”

 

“หมายความว่ายังไง” ณพิชญ์ขมวดคิ้วมุ่น  แม้แต่บอดี้การ์ดของเขาเองก็ไว้ใจไม่ได้งั้นหรือ  ถ้าอย่างนั้นเขาควรจะไว้ใจใครดีล่ะในเมื่อคนที่เขาต้องฝากชีวิตไว้ก็ยังเชื่อใจไม่ได้  แล้วพ่อจะให้ตามติดชีวิตณภัทรทำไมถ้าไม่ใช่คนของพ่อ  คำถามเหล่านี้ทำให้ณพิชญ์สับสน

 

“ก่อนหน้านี้เขาทำงานให้คนอื่น  แต่เพราะเป็นมือดีเรื่องกลบเกลื่อนปัญหาเลยถูกยืมตัวมา” เกริกตอบเสียงเครียดเล็กน้อย “เขาทำเรื่องร้ายๆเยอะนะครับ  เก่งด้วย”

 

ณพิชญ์ได้ยินเสียงณภัทรโวยวายแว่วตามมากับสายแต่จับใจความไม่ได้  คาดว่าน่าจะบ่นเรื่องกรกฏนั่นแหละ 

 

ถ้าพูดถึงเรื่องไม่ดี  ณพิชญ์ก็กาหัวใครคนหนึ่งที่พ่อเขาอาจยืมคนมาอยู่ในใจได้แล้ว

 

“ขอบคุณที่ห่วงนะ  แต่ณพิชญ์ไม่เป็นอะไรหรอก  แค่นี้นะ  ดูแลตัวเองด้วย” ณพิชญ์เลือกจะตัดสายเกริกทิ้งเพราะเขากำลังหงุดหงิดและความขัดเคืองใจทวีความรุนแรงจนหูเริ่มอื้อแล้ว  พอคิดว่ากรกฏเป็นคนของใครเขาก็ยากจะควบคุมสติได้จริงๆ

 

ราเชนทร์  แก้ววิเศษ 

 

เขาเกลียดคนๆนี้  เกลียดมากทั้งที่ยังไม่เคยเห็นหน้า

 

 

และเพราะเกลียดคนที่คาดว่าเป็นเจ้านายเก่ากรกฏ  ณพิชญ์จึงสั่งจัดการเรื่องเก้าอี้นวมตัวปัญหาภายในวันอาทิตย์ซึ่งปกติบริษัทห้างร้านหลายแห่งจะปิดทำการ  ขณะที่ตัวเองจูงมือที่หนึ่งซึ่งยิ้มกว้างปานปากจะฉีกไปเที่ยวเล่นตั้งแต่เก้าโมงเช้า

 

สวนรถไฟในช่วงต้นฤดูฝนดูสดใสไม่น้อย  กลิ่นดินชื้นๆลอยขึ้นบนให้ณพิชญ์ได้สูดดมด้วยความสบายใจทั้งที่ไม่ได้หอมอะไร  กลิ่นธรรมชาติเขาไม่คุ้นนักแต่กลับชอบใจ  เดินจูงมือคนตัวเล็กที่อมยิ้มแก้มแดงเดินเคียงคู่กันเงียบๆไปเช่าจักรยาน

 

“คนเยอะเหมือนกันเนาะ” ที่หนึ่งนั่งซ้อนท้ายจักรยานจับเอวคนตัวโตกว่าชวนคุย  เสียงอ่อนเสียงหวานที่ต่อให้ณพิชญ์โง่แค่ไหนก็รู้ว่าเจ้าตัวมีใจให้

 

“อืม” ณพิชญ์ตอบรับง่ายๆเพราะไม่รู้จะพูดอะไรดี

 

“เด็กคนนั้นน่ารักจัง” ที่หนึ่งชี้ชวนให้ดูครอบครัวสามคนพ่อแม่ลูกที่เด็กน้อยตัวเล็กน่ารักในชุดสีชมพูกำลังวิ่งเล่นอยู่  ผมแกละสองข้างเดาได้ไม่ยากว่าเป็นเด็กหญิง  ใบหน้ากลมรีตาโตใสแหววน่ารักน่าหยิกส่งยิ้มน่ารักให้ลมให้ฟ้า

 

“อืม” ณพิชญ์เห็นด้วย  เด็กคนนั้นน่ารักจริงๆ

 

“รูปนั้นเท่ห์ดี” ที่หนึ่งชี้ไปยังรูปปั้นหนึ่งในสนามหญ้าที่ณพิชญ์ขี่จักรยานผ่าน

 

“อืม” ณพิชญ์คิดว่าเป็นรูปปั้นที่ทำได้เหมือนจริงดี  ถ้าเป็นสีดูไกลๆอาจคิดว่าเป็นคนจริงก็ได้

 

“ภัทรไม่พูดอะไรเลย  เมื่อก่อนออกจะพูดมากแท้ๆ” ที่หนึ่งกระเง้ากระงอดกับแผ่นหลังของคนที่ตนมีใจให้  ชวนคุยอะไรก็ตอบอืมๆๆอย่างเดียว  เหมือนไม่อยากคุยกับเขาอย่างนั้นแหละ

 

“ก็ตอนนี้ไม่เหมือนตอนนั้นแล้ว” ณพิชญ์ตอบได้แค่นั้น  เขาไม่ใช่ณภัทรเสียหน่อย “ขอโทษนะที่พูดไม่เก่ง”

 

“ไม่เป็นไร  แบบนี้ก็ดีแล้วเราจะได้เป็นคนพูดบ้างไง  ฮิๆ” ที่หนึ่งหัวเราะคิกคักอารมณ์ดีเหมือนไม่ติดใจอะไร  ทั้งที่ในความเป็นจริงกำลังกังวลว่าณภัทรรังเกียจตนอยู่หรือเปล่า

 

คนหล่อโดดเด่นแบบที่ขี่จักรยานผ่านใครเป็นต้องเหลียวมองตาม  ส่วนหนึ่งก็นึกสงสัยว่าเป็นดาราหรือเปล่า  อีกส่วนก็นึกชมว่าหน้าตาดีพ่อแม่ช่างเข้าใจปั้นมาจริงๆ  คนตัวเล็กหน้าหวานที่ซ้อนท้ายถ้าเห็นผู้ชายท่าทางจะเป็นพวกเดียวกันเป็นต้องจิกตาใส่  ยิ้มเชิดหน้าให้รู้ว่านี่ของฉัน

 

...เป็นความสุขเล็กๆน้อยๆของที่หนึ่ง

 

ณพิชญ์ขี่จักรยานพาคนตัวเล็กมองดูนั่นนี่ชวนเขาคุยไปเรื่อยๆจนหยุดที่ม้านั่งข้างสระน้ำซึ่งว่างเปล่าไร้คนจับจอง  สองหนุ่มจับจูงมือกันไปนั่งเล่นใต้ร่วมไม้มองดูระลอกคลื่นด้วยหัวใจที่ต่างกัน  คนตัวสูงสงบสุขอิ่มเอมอย่างแปลกประหลาดทั้งที่สวนบ้านเขาสวยกว่าที่นี่เป็นพันเท่า  ส่วนคนตัวเล็กก็ใจเต้นตึกตักมีความสุขชนิดที่กลัวจะขาดใจตายเสียให้ได้

 

พวกเขานั่งเงียบๆคู่กันไปอยู่พักใหญ่  ที่หนึ่งเอนหัวลงซบท่อนแขนที่ไม่ใหญ่โตเหมือนของณภัทรให้เจ้าของต้องหันมาสนใจ  คนหน้าหวานเงยหน้ายิ้มให้อย่างอายๆ “ได้ไหม”

 

ณพิชญ์ยิ้มให้ที่หนึ่งอย่างเอ็นดู  คนตัวเล็กตรงหน้าให้ความรู้สึกคล้ายคลึงคนรักของณภัทรมากจริงๆ  มากจนเขาเองก็อดเอ็นดูไม่ได้ทั้งที่รู้ว่าเป็นคนละคนกัน  มือเรียวผอมลูบผมนิ่มลื่นของอีกฝ่ายเบาๆอย่างใจดี  ถ้าณภัทรมาเห็นคงได้ช็อกตาตั้ง

 

“ได้สิ”

 

ที่หนึ่งยิ้มหวานสะเทิ้นอายจนต้องเสตาหลบแต่ก็ยังเหลือบมองรูปหน้าสมบูรณ์แบบเป็นพักๆ  ถ้าเพียงแต่สมันนั้นเขาจะรู้ว่าเพื่อนจอมเกเรของเขาจะโตมาหล่อเหลาใจดีขนาดนี้คงจีบไปนานแล้ว  ไม่ผลักไสให้อีกฝ่ายเป็นแค่เพื่อนจนกลายเป็นไปรังควาญชีวิตเพื่อนต่างห้องที่ลักษณะคล้ายเขาอย่างเบสท์หรอก  ขนาดชื่อยังมีความหมายใกล้เคียงกันเลย  จะไม่ให้คิดเข้าข้างตัวเองได้อย่างไรไหว

 

“แล้ว...” ที่หนึ่งเปิดประเด็นหลังเงียบอยู่กับความคิดตนเองไปได้พักหนึ่ง  ความมั่นใจที่สูญเสียไปเพราะพ่อล้มละลายเพื่อนและญาติหนีหายไร้ความช่วยเหลือเริ่มกลับฟื้นคืนมา  ที่หนึ่งเคยน่ารักที่สุดในโรงเรียน  น่ารักชนิดที่ไม่มีใครเทียบเขาได้ตลอดมาทั้งหกปี  เป็นคนน่ารักที่แม้แต่ชายแท้ก็ยังหลงรัก “ถ้าเราบอกว่าจะจีบภัทรล่ะ  ตอนนี้เรายังมีหวังอยู่ไหม”

 

ณพิชญ์มองหน้าเอียงอายแดงระเรื่อสองข้างแก้มแต่ตากลมใสทอประกายแห่งความหวัง  ที่หนึ่งน่ารักเสียจนเขาอดใจลูบแก้มนิ่มๆไม่ได้  หวนคิดไปถึงใบหน้าน่ารักที่ดวงตาทอประกายเศร้าสร้อยของอีกคน  แต่เมื่อยามจ้องมองเขาก็เป็นแบบนี้  ทอประกายประหลาดที่เขาไม่เข้าใจ  แต่ว่าฝาแฝดของเขาก็น่าจะชอบแบบนี้ 

 

คิดไปคิดมาณพิชญ์ก็ยิ้ม  ยิ้มร้ายๆแบบที่คนมีใจให้คงมองไม่ออกถึงความจริงข้างใน

 

“น่าจะมี”

 

ที่หนึ่งยิ้มกว้างยินดีจนน้ำตาซึม  วางมือน้อยๆทับมือที่จับข้างแก้มตัวเองอย่างรักใคร่  แขนอีกข้างกอดแขนคนตัวโตกว่าไว้เหมือนจะบอกว่านี่เป็นของเขา  เขารักแล้ว  รักหมดใจทั้งที่เพิ่งเจอกันไม่ถึงอาทิตย์หลังห่างหายกันไปสามปีนี่แหละ

 

“ขอบคุณ  ขอบคุณนะ”

 

ณพิชญ์ยิ้มใจดีโน้มเปิดผมหน้าของคนตัวเล็กแล้วจูบเบาๆ  เขาเอ็นดูคนตรงหน้า  แต่ไม่ได้รักและให้ความสำคัญอะไรจนทำลายไม่ได้  ทำลายความน่ารักที่เขาเห็นอยู่นี้ด้วยความรู้สึกของอีกฝ่ายเอง

 

 

หลังทานข้าวกลางวันแบบที่ณพิชญ์ต้องฝืนกล้ำกลืนอาหารรสชาติไม่ถูกปากเพราะไม่อยากเรื่องมากให้คนมาด้วยต้องเสียอารมณ์  สองหนุ่มก็จูงมือกันไปเดินเล่นที่จตุจักร  อากาศร้อนอบอ้าวทำให้คนผิวคุณหนูสองคนผิวแดงเรื่อทั้งร่าง  กลิ่นเหงื่อของผู้คนและข้าวของมากมายทำให้ณพิชญ์ผะอืดผะอม  ยิ่งคนมากเท่าไหร่เขาก็ยิ่งตาลายวิงเวียนจนทนไม่ไหวต้องขอเดินกลับไปสวนรถไฟอีกครั้ง

 

ที่สุดสองหนุ่มก็ต้องกลับมาใช้บริการเช่ารถจักรยานและจอดไว้ไม่ไกลจากที่นั่งนัก  ตอนนี้พวกเขานั่งแกว่งเท้าบนสะพานไม้เหนือสระบัว  กลิ่นหอมธรรมชาติทั้งจากน้ำและจากบัวทำให้ณพิชญ์หายเครียด  ปลอดโปร่งจากการเผชิญฝูงชนเมื่อไม่นานมานี้

 

“เราว่าฝนใกล้จะตกแล้วนะ” ที่หนึ่งแสดงความคิดเห็นหลังท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสี  แดดที่เคยแรงจ้าค่อยๆหายไปโดยใช้เวลาไม่นานนัก  อากาศกรุงเทพแปรปรวนคาดเดาไม่ได้  เมื่อครู่ร้อนจัดประเดี๋ยวก็ฝนตก  ผ่านไปไม่ทันไรฝนยังไม่หยุดตกแดดจ้าอาจจะออกมาแผดผิวคนเบื้องล่างเล่นแล้ว

 

“อยากลองเปียกฝนกับหนูตะเพาดูเหมือนกัน” ณพิชญ์ตอบไปอย่างนั้นเพราะไม่ยังอยากไปไหน  เขาชอบที่เท้าตัวเองสัมผัสน้ำบ้างใบบัวบ้างแบบนี้  กลับไปจะลองถามคนงานครัวดูว่าบ้านเขามีสระบัวไหม

 

ที่หนึ่งได้ฟังคำตอบก็สะท้านอายหน้าแดงก่ำ  วันนี้เขาใส่เสื้อยืดตัวบางสีขาวครีมและกางเกงขายีนสั้น  เป็นเสื้อผ้าแบบที่คงไม่มีผู้ชายแท้ๆที่ไหนใส่กัน  เอาง่ายๆว่าตั้งใจมาอ่อยคนชวนเที่ยวเต็มที่นั่นแหละ  แค่คิดภาพตัวเองโดนฝนแล้วคนข้างกายจะมองอย่างไรก็ร้อนวูบวาบแล้ว  เพียงมโนเฉยๆเจ้าหนูไม่รักดีก็เริ่มมีอาการให้เจ้าของต้องหน้าแดงซ่านเขินตัวเองบิดไปมา

 

ไม่นานฝนก็พรั่งพรูลงมาจากฟ้าสมคำทักของที่หนึ่ง  ร่างเล็กเบียดชิดคนตัวโตกว่าแล้วกระซิบแบบที่พยายามทำเสียงให้ปกติที่สุด “ฝนตกแล้ว”

 

ณพิชญ์โอบร่างเล็กพยายามบังฝนให้พาเดินไปหลบฝนใต้ต้นไม้ใกล้สะพาน  ที่หนึ่งกวาดตามองซ้ายขวาลอกแลกไม่เห็นคนก็ยิ้มกับตัวเอง  สองข้างแก้มสุกปลั่งแล้วร้อนผ่าวยามเบียดชิดแนบร่างกับคนตัวโต  ก้มมองก็เห็นตุ่มไตชูชันใต้ร่มผ้าบางที่เปียกชื้น  สองมือจึงเอื้อมหยิบมือคนตัวโตกว่ามาจับ  อ้อนเสียงอ่อนเสียงหวานเงยหน้ามองอย่างมีความหวัง “ภัทร”

ณพิชญ์ไม่เข้าใจความหมายของท่าทางคนร่างเล็กในคราแรก  จนเมื่ออีกฝ่ายบดเบียดกางเกงยีนสั้นๆกับต้นขาของเขาทั้งยังหัวใจที่สั่นระรัวใต้ฝ่ามือก็ช่วยบ่งบอกความนัย  คิ้วเข้มขมวดฉับเข้ากันทันที 

 

นี่ไม่คิดจะเลือกที่เลยใช่ไหม

 

ณพิชญ์นึกตำหนิที่หนึ่งอยู่ในใจ  คราวเมื่อวันก่อนในห้องนอนของณภัทรก็ทีหนึ่งแล้ว  ไม่ใช่แค่สถานที่นะ  ขนาดมีคนอยู่คนหน้าตาน่ารักตรงหน้าก็ยังไม่คิดอาย  ดูเถอะว่าเขาเพิ่งเห็นเจ้าตัวมีอะไรกับคนอื่นมาเมื่อวานวันนี้ก็คิดชวนเขาจ้ำจี้ในสวนสาธารณะเสียแล้ว  ณพิชญ์ไม่รู้ว่าด่าว่าพฤติกรรมนี้ของอีกฝ่ายอย่างไรจริงๆ

 

“ภัทร” ที่หนึ่งร้องเรียกอีกครั้ง  และส่ายเอวบิดไปมาเร็วขึ้นเหมือนคนปวดฉี่หนัก  แต่ณพิชญ์มองภาพตรงหน้าอย่างนึกรังเกียจ  มันน่าเกลียดมากจริงๆทั้งที่คนทำหน้าตาน่ารักมาก

 

“นี่มันสวนสาธารณะ” ณพิชญ์แย้งเสียงเข้ม  พยายามไม่ให้ความขยะแขยงปะปนมากับน้ำเสียง 

 

“ไม่เป็นไรหรอก” ที่หนึ่งกวาดสายตามองรอบด้านอีกครั้ง “ไม่มีใครเห็นเราหรอก  นะภัทรนะ  เราไม่ไหวแล้ว”

 

ณพิชญ์นิ่งเงียบไม่ยอมลงมือทำอะไรทั้งนั้น  จึงกลายเป็นที่หนึ่งเองที่จับมือณพิชญ์ทำทุกอย่าง  พร่ำเรียกชื่อณภัทรไม่มีหยุด  ทันทีที่หนอนร้ายพ่นพิษจากฤทธิ์มือเล็กบังคับมือเขาให้ช่วยเหลือ  ใบหน้าสุขสมเลื่อนลอยยิ่งทำให้ณพิชญ์นึกอยากเทแอลกอฮอล์ล้างแผลใส่มือตัวเอง  และเทล้างร่างตรงหน้าด้วยเผื่อมันจะทำให้เด็กหนุ่มน่ารักสะอาดขึ้นมาบ้าง

 

ณพิชญ์แต่งตัวให้ที่หนึ่งด้วยใบหน้าเรียบเฉย  เดินออกไปเอามือรองน้ำฝนล้างมือไปพลางสูดลมหายใจเข้าลึกและค่อยๆระบายออก  เขาไม่อยากเกลียดและโกรธคนตรงหน้า  ณพิชญ์คิดว่าที่หนึ่งชอบคนใจดีและเขาก็ควรต้องเป็นแบบนั้น

 

แต่ณพิชญ์อดใจไม่ได้จริงๆ

 

“หนูตะเพารู้ไหมว่ากำลังทำอะไรอยู่” ณพิชญ์ต่อว่าเสียงเครียด “มันน่าเกลียดรู้ไหม  ทำไมไม่มีความยับยั้งชั่งใจบ้าง  เราไม่ใช่สัตว์นะ!


            ที่หนึ่งหน้าซีดทรุดตัวลงนั่งสะอึกสะอื้นใต้โคนต้นไม้  ไม่คิดว่าณภัทรจะด่าว่าตนเอง  เมื่อก่อนอีกฝ่ายไร้ความยับยั้งชั่งใจกว่าเขาเป็นร้อยเท่า  เอาเป็นว่าต่อให้ฝนไม่ตกณภัทรก็สามารถเอาที่สะพานบัวที่มีคนเดินผ่านไปมาอย่างไม่มีความอายได้นั่นแหละ  อย่างน้อยตอนเรียนอยู่ม.สองณภัทรก็เคยทำให้เห็นจะๆคาตาในห้องเรียนที่มีสักขีพยานเกือบห้าสิบชีวิต  คนโดนก็ไม่ใช่ใคร  เพื่อนในกลุ่มนั่นแหละ!

 

แล้วทำไม...  ทำไมพอเขาทำบ้างถึงได้โดนว่าได้  หรือเพราะเบสท์ไม่ทำอย่างนี้  คิดถึงตรงนี้คนหน้าหวานก็บิดเบ้ปากร้องไห้โฮออกมา  เขาอยากให้ณภัทรตรงหน้ารักเขา  กอดเขา  และทำดีกับเขาเพราะเขาเป็นเขาไม่ใช่ใครอีกคน

 

ณพิชญ์ถอนหายใจเมื่อเห็นคนตัวเล็กทรุดตัวลงร้องไห้  เดินย่อตัวลงนั่งยองๆตรงหน้าอย่างหนักอกหนักใจ  มือใหญ่ลูบผมเปียกชื้นของอีกฝ่ายเงียบๆอย่างไม่รู้จะพูดอะไรดี

 

“เบสท์ไม่เคยทำอย่างนี้ใช่ไหม” คำถามปนสะอื้นเบาผ่านวงแขนที่บังใบหน้าก้มชิดเข่าไว้ทำให้ณพิชญ์ขมวดคิ้วมุ่น  เกี่ยวอะไรกับจิ๋ว  คนตัวเล็กคิดไปถึงไหน

 

“ไม่เกี่ยวหรอก  ไม่ว่าใครทำเรื่องแบบนี้ภัทรก็คิดว่าน่าเกลียดทั้งนั้น” ณพิชญ์ตอบกลับเสียงเรียบ  มือยังลูบศีรษะเปียกชื้นของอีกฝ่ายเบาๆคล้ายจะปลอบขวัญ  แต่คำพูดก็ยังเป็นคำต่อว่าอยู่ดี

 

ที่หนึ่งปล่อยโฮออกมาอีกครั้ง  น่าเกลียด  น่าเกลียด  คำๆนี้วนเวียนอยู่ในหัวจนดวงใจปวดร้าวแทบขาดใจ  ทำไมณภัทรที่เขารักถึงใจร้ายแบบนี้  เขาทำเพราะเขารักอีกฝ่ายจนห้ามใจไม่ไหว  ทุกอย่างมันเป็นใจเหมือนว่าคนตัวโตมีใจ  แต่ทำไมถึงลงเลยแบบนี้

 

“เกลียดเราแล้วใช่ไหม” ที่หนึ่งถามทั้งที่ยังร้องไห้  เสียงอู้อี้ปนหอบสะอื้นฟังดูน่าสงสารจับใจ

 

“ไม่หรอก  ภัทรไม่เกลียดหนูตะเพา” ณพิชญ์ลูบผมคนตรงหน้าอย่างสงสาร  ที่หนึ่งเป็นคนที่สองที่ทำให้เขามีความรู้สึกสงสาร  ดูเหมือนเขาจะแพ้คนลักษณะแบบนี้  หรือเพราะฝนที่ยังพรุ่งพรูลงมาไม่ขาดสายทำให้เสียงเศร้ายิ่งฟังดูเศร้าขึ้นไปกว่าที่เป็น “อย่าทำอีกก็พอ  คนน่ารักอย่างหนูตะเพาไม่ควรทำอย่างนี้  อย่าเป็นฝ่ายเริ่มก่อนเลยนะ”

 

เพราะเบสท์ไม่เคยเริ่มก่อนใช่ไหม  คำถามนี้ดังก้องอยู่ในหัวของคนตัวเล็กแต่ปากอิ่มได้รูปเพียงคลี่ยิ้มเงยหน้าให้คนตัวโตกว่าเห็น  เขาจะไม่ถามจะไม่พูดถึง  เขาจะทำให้ณภัทรของเขาเลิกนึกถึงคนมาทีหลังเอง เขาจะน่ารักอย่างที่อีกฝ่ายต้องการ  จะน่ารักจนณภัทรมองใครอื่นไม่ได้อีกเลย

 

“อืม  สัญญาเลยว่าเราจะเป็นคนน่ารักของภัทร”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

100 ความคิดเห็น

  1. #80 whispering pearl (@whipped-cream) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2557 / 12:54
    สงสารติณกับที่หนึ่งจังเลย
    ไม่รู้ตัวสักนิดเลยสินะว่าถูกอดีตเพื่อนสนิทตัวจริงรังเกียจและไม่อยากคบอีกต่อไปแล้ว
    โดยเฉพาะที่หนึ่งน่าสงสารมากๆที่คิดว่าตัวเองยังมีหวัง
    #80
    0
  2. #37 Giselle (@lawrence) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2557 / 06:44
    ที่หนึ่ง very ณพิชย์น่ารักจัง รู้จักกลัวเป็นครั้งแรก ฮ่าๆ
    #37
    0
  3. #36 Giselle (@lawrence) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2557 / 06:30
    อ่านมาเรื่อยๆ ณภัทรตัวจริงเลวร้ายได้ขนาดนี้เลยหรือเนี่ย มิน่าจิ๋วถึงหนีไป ขอให้จิ๋วไปพบคนที่ดีเถอะนะ ;_; ส่วนณภัทรให้จมอยู่กับความทุกข์จากผลกรรมของตัวเองไป หนูตะเพาทำตัวแย่มาก สกปรกขนาดนี้ ใครเค้าจะไปรักนายจริง สมเป็นเพื่อนณภัทรเลย คนเหมือนกันถึงได้คบกันได้
    #36
    0
  4. #25 ม.แมวตัวกลม (@bulldog_o) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2557 / 10:39
    ไม่ชอบหนูตะเภา.....
    #25
    0
  5. วันที่ 16 มกราคม 2557 / 10:53
    หนูตะเพา กล้าจริงวุ้ย ดีที่เป็นเคะ ถ้าเป็นเมะคงโดน หนูตะเพาจับกดไปแล้ว
    #15
    0
  6. #14 Black Waterlily (@blackwaterlily) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 มกราคม 2557 / 09:10
    ณพิชญ์พาหนูตะเพาไปเที่ยวทำไมมมมมมมมมม (*O*)
    ป.ล.ลุ้นให้ณพิชญ์เป็นเคะเหมือนกัน (เคะราชินี (^U^) 55+)
    #14
    0