Love's Divine วอนรักพิสุทธิ์ [Yaoi]

ตอนที่ 7 : วอนรักครั้งที่๗ : จีบเขา แล้วนอนกอดเขาอีกคน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 420
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    16 ม.ค. 57

วันจันทร์ณพิชญ์และที่หนึ่งมาเรียนด้วยอาการเป็นหวัดทั้งคู่  ถ้าถามว่าณพิชญ์เข็ดการตากฝนไหม  คงต้องตอบว่าไม่  สายน้ำเย็นฉ่ำที่พรั่งพรูบนร่างและทำให้รอบข้างพร่ามัวไม่ชัดเจนทำให้ณพิชญ์ตกหลุมรัก  น่ากลัวว่าคนที่คว้าหัวใจเขาไปจะเป็นคนไม่ดี  เพราะณพิชญ์ดูจะไม่กลัวเกรงผลลัพธ์ของการเปียกปอนสายฝนเย็นฉ่ำนั้นเลย

 

“ไปทำอะไรมา  เป็นหวัดทั้งคู่เลย” ติณแซวยิ้มๆเมื่อเห็นสองหนุ่มออกอาการไอเป็นพักๆให้คนนั่งใกล้ต้องรำคาญ  แน่นอนว่าเขาต้องเชียร์ให้สองคนนี้รักกันอยู่แล้ว

 

“เมื่อวานฝนตกตอนไปเที่ยวข้างนอก” ณพิชญ์ตอบเสียงแหบ  ในมือยังคงกดคุยกับเพื่อนในโปรแกรมแชท  ต่อให้เป็นหวัดหรืออะไรเขาก็ไม่รอแล้ว  ไม่ใช่เขาใจร้อนแต่เป็นคนตัวเล็กที่นั่งข้างเขาต่างหากที่ใจร้อน  น่ากลัวว่าแผนจะไม่สำเร็จเพราะที่หนึ่งใจกล้ากว่าที่เขาคิดไว้

 

“เที่ยว?  เห...” ติณยิ้มเจ้าเล่ห์ “มีอะไรที่กูไม่รู้หรือเปล่าเนี่ย”

 

ที่หนึ่งหน้าแดงกว่าเดิมที่เป็นเพียงเพราะพิษไข้  ค้อนขวับใส่ติณ  ขณะที่ณพิชญ์ก็ตอบกลับเพียงเรียบๆไม่ได้สนใจคำแซว “ไม่มีหรอก”

 

การเรียนดำเนินไปแบบที่นักศึกษาส่วนใหญ่ไม่ได้สนใจเรียนมากนัก  มักจะเป็นแบบณพิชญ์คือก้มหน้าก้มตาเล่นมือถือ

 

มื้อกลางวันคนของกรกฏยังคงจองที่ไว้ให้เช่นเดิม  แต่ณพิชญ์โบกมือลาพร้อมคว้าจานข้าวของเขาออกไปจากโต๊ะ “มีนัดเพื่อนไว้  เดี๋ยวเจอกันตอนเข้าเรียนเลย”

 

ร่างสูงและใบหน้าโดดเด่นดึงดูดทุกสายตาให้ต้องมอง  แต่เขาไม่สนใจแม้แต่จะชายตามองใครสักคนเดียว  ให้ความรู้สึกว่าเป็นคนหยิ่งในสายตาคนมองทั้งชายหญิง  ณพิชญ์เพียงเดินเร็วๆตรงไปยังมือที่โบกไหวๆอีกฟากหนึ่งของโรงอาหาร  เพื่อนห่างๆของณภัทรที่ชื่อสน

 

“กินด้วยนะ” ณพิชญ์ถือวิสาสะวางขานข้าวตนลงบนที่ว่างแล้วนั่งลงตาม  มองหน้าคมเข้มพอๆกับสีผิวแต่ตัวผอมบางยิ่งกว่าเขาเสียอีกเหมือนคนรู้จักกัน “ไม่เจอกันนาน  สบายดี?

 

เมื่อเจอเนียนมา  นายสนก็เนียนกลับ “สบายดี  แต่ภัทรดูท่าแล้วจะไม่สบาย”

 

“อือ  เป็นหวัด” ณพิชญ์พยักหน้ายอมรับแต่โดยดี

 

“ทุกคนนี่ภัทร  เพื่อนโรงเรียน” สนแนะนำณพิชญ์ให้เพื่อนในกลุ่มอีกสามชีวิตที่พยักหน้าทักทายได้รู้จักกันไว้ “ส่วนนี่ มะนาว บูม เพื่อนใหม่”

 

ณพิชญ์พยักหน้าทักทายทั้งสองคนบ้าง  แต่คนชื่อมะนาวขัดเสียก่อน “เรียกว่านาวพอนะ  มะนาวฟังดูแล้วไม่แมน  ไม่ชอบอ่ะ”

 

“ไปยื่นมติให้แม่มึงนู่นไป๊  อย่ามายุ่งกะพวกกู” สนขัดทั้งที่หัวเราะเอิ้กอ้ากอย่างอารมณ์ดี

 

“กวนตีนละสัด” มะนาวยื่นมือไปตบหัวสนเสียงดังฟังชัด “บอกพวกมึงง่ายกว่าบอกแม่เยอะ”

 

ณพิชญ์เพียงยิ้มๆให้การเล่นหัวสองเพื่อนแล้วก้มหน้าก้มตาทานข้าว  ท่วงท่าการจับช้อน  หลังตรงแน่ว  หรือแม่แต่ใบหน้านิ่งๆที่เคี้ยวข้าวไร้เสียงทำให้คนร่วมโต๊ะอึดอัดกับมารยาททานอาหารที่ตรงข้ามกับตนไม่น้อย  หนุ่มหล่อที่มาร่วมโต๊ะของพวกเขาดูคุณชายเสียเหลือเกิน  ถึงอันที่จริงมหาวิทยาลัยเอกชนนี้จะมีลูกคุณหนูมาเรียนเป็นจำนวนมากก็เถอะ  แต่ไม่มีใครให้ความรู้สึกชวนเกร็งได้เท่านี้

 

“ไม่ทานข้าวกันล่ะครับ” ณพิชญ์เอ่ยถามหลังดื่มน้ำเปล่าที่กรกฏถือตามมาให้  เมื่อไม่มีใครยอมทานเลยเหมือนจะหยุดดูเขาอย่างเดียว  ชวนให้สงสัยว่าเขาทำอะไรผิดหรือไม่

 

สนได้ส่งยิ้มแหยให้  ฝาแฝดของณภัทรไม่เหมือนเจ้าตัวเลยสักนิด 

 

ทานข้าวเสร็จก็ต้องรีบลุกให้คนอื่นได้มานั่งต่อ  เป็นมารยาทอันดีที่ณพิชญ์ไม่ได้ให้ความสนใจ  วันนี้เขาเดินตามสามหนุ่มไปนั่งเล่นใต้ตึกของคณะวิศวกรรมที่ภายในดูไฮเทคไม่น้อย  เลือกจะทำเป็นลืมเพื่อนเก่าอย่างติณและที่หนึ่งไปก่อน

 

บูมมีรูปร่างสูงโปร่งและผิวค่อนข้างขาว  ส่วนสูงของเขาน้อยกว่าณพิชญ์ไปไม่มากนัก  ลักยิ้มที่ปุ๋มสองข้างและฟันเขี้ยวทำให้อีกฝ่ายดูมีเสน่ห์  ณพิชญ์เลือกจะทำเพียงการมองดูหนุ่มหล่อน่ารักอย่างไม่ปิดบังและประทับรอยยิ้มอยู่บนใบหน้าตลอดเวลาเท่านั้น  ขณะที่คนถูกจ้องมองก็เหลือบสายตามองเป็นพักๆแต่ไม่พูดหรือถามอะไร

 

บูมมีสีหน้าอึดอัดใจ  ทั้งคิดมากทั้งกังวล  ซึ่งณพิชญ์ก็ต้องการให้เป็นแบบนั้น

 

“มองหน้าเพื่อนเราขนาดนี้คิดไรเปล่าเนี่ย” สนแซวขำๆ  แต่คำตอบสั้นๆทำเอาสะอึก  เพราะไม่นึกว่าอีกฝ่ายจะเป็นคนตรงขนาดนี้

 

“คิด” ณพิชญ์ตอบแล้วยิ้มกว้างให้บูม  คนฟังทำสีหน้าผะอืดผะอมแต่ไม่อาจห้ามเลือดฉีดพร่าทั่วใบหน้าที่แดงก่ำ  เรียกว่าเป็นความเขินอายแบบไม่รู้ตัวและไม่อยากยอมรับสักนิด

 

กู-ไม่-ใช่-เกย์” บูมจ้องตากระแทกเสียงตอบเน้นย้ำชัดทุกคำ  แต่พอสบตาพราวระยับบนใบหน้าหล่อเหลาเข้าไม่ทันไรก็ต้องหลบตาเสมองอย่างอื่นแทน  ดวงตาสีน้ำตาลเข้มใต้แพขนตางอนยาวหนาทั้งคมดุและสวยบาดใจนั่นยากจะสบตาด้วยนานๆ  นึกเสียดายที่คนตรงหน้าเป็นผู้ชาย  ถ้าเป็นผู้หญิงคงสวยสะบัดชนิดที่เขาต้องเป็นฝ่ายตามต้อยๆเสียเอง

 

“ไม่เป็นไรครับผมไม่ถือ” ณพิชญ์ตอบยิ้มๆทั้งที่ในใจฝ่อลงไปไม่น้อยกับท่าทีอีกฝ่าย  แม้จะดูเขินอายแต่กลับต่อต้านเขาไม่น้อย “ให้เป็นเพื่อนก็ยังดีครับ”

 

“โหย  ไม่เท่าไหร่เลยนะมึง” สนแซวขำเพราะรู้จุดประสงค์ที่พี่ชายฝาแฝดณภัทรอยากมาทานข้าวกับเขาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว  ถึงจะไม่ชอบอะไรเกย์ๆแต่ถ้าถูกขอร้องมาเขาก็ต้องช่วย  เรื่องที่ว่าสองคนนี้จะตกล่องปล่องชิ้นกันหรือไม่นั้นไม่เกี่ยวกับเขา

 

บูมเป็นคนหน้าตาดี  ผิวใสเรียบเนียนและแสดงออกทางสีหน้าแทบทุกอย่าง  ณพิชญ์จึงมองเพลินไม่นึกเบื่อเลย  คนๆนี้ต้องมีชีวิตที่มีความสุขมากกว่าเขาแน่  อย่างน้อยตอนมาเรียนวันแรกพ่อกับแม่ก็มาส่ง  ได้โอบกอดและได้รับความรักที่อบอุ่น  ณพิชญ์เองก็อยากได้เช่นนั้น

 

แย่งของณพิชญ์ไปก็ต้องจ่ายค่าตอบแทนคืนมาให้นะ...  เพราะคิดแบบนี้ณพิชญ์จึงยิ้มอย่างอารมณ์ดีบนใบหน้าได้ไม่เสื่อมคลาย  เขากำลังทวงถามค่าตอบแทนอยู่นี่ไง

 

“อย่าทำหน้าอย่างนั้นกันสิ  ผมไม่ได้จะทำอะไรไม่ดี” ณพิชญ์ท้วงเมื่อเห็นสีหน้ารับไม่ได้ของเพื่อนคนอื่นๆในกลุ่มนี้

 

“คือแบบ” มะนาวจอมพูดมาก  โบกมือโบกไม้เหมือนพยายามคว้าคำพูดจากอากาศ “ภัทรหน้าตาดีมาก  หน้าตาดีเวอร์ๆจนเรายังอิจฉาอ่ะ  ไม่น่าเป็นเกย์เลย  เสียดายแทน”

 

“มึงก็อิจฉาคนหน้าตาดีกว่ามึงทุกคนแหละ” สนว่าเข้าให้  ทำให้มะนาวหันขวับมาแยกเขี้ยวใส่เพื่อน  เพราะดันรู้ทันทั้งที่เพิ่งเจอกันมาได้อาทิตย์เดียว

 

“ไม่ใช่โว้ย!  กูอ่ะใจดีมีน้ำใจยิ่งกว่ามหาสมุทรอีก  ไม่เคยอิจฉาใครเลยสักนิ๊ด!” ท้ายเสียงสูงปรี๊ดอย่างที่รู้เลยว่าเพียงน้อยนิดก็ไม่ใช่ความจริงแน่ๆ

 

“เหรอ เหรอ เหรอ” สนเบะปากทำเสียงกวนอารมณ์พร้อมอาการลอยหน้าลอยตาจนทำให้คนมองเท้ากระตุกไปตามๆกัน 

 

ด้วยความไร้มนุษย์สัมพันธ์ณพิชญ์จึงทำเพียงนั่งเงียบๆฟังคนอื่นพูดคุยเล่นหัวกันแบบที่เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง  สิ่งที่ณพิชญ์ทำมีเพียงสนใจจ้องมองบูมด้วยใบหน้ายิ้มแย้มและดวงตาพราวเสน่ห์  สิ่งเหล่านี้ล้วนหายากและแน่นอนมันมาจากการฝึกปั้นแต่งหน้ากระจกอยู่หลายวันทีเดียว  ก่อนคนหล่อจะขอแยกตัวออกมาเมื่อถึงเวลาเรียนของเขาและอีกฝ่ายตอนบ่ายโมง 

 

“ภัทรไปไหนมา” ทันทีที่ใกล้ถึงห้องที่หนึ่งซึ่งนั่งรออยู่แถวนั้นพักใหญ่ก็เข้ามากอดแขนคนตัวโตกว่าไว้ “อย่าทิ้งเราไว้อย่างนี้สิ  มีแต่ผู้ชายมาแซว  เราไม่ชอบเลย  ติณก็ไม่ช่วยอะไรเลย”

 

ที่หนึ่งทำหน้ามุ่ยใส่คนหน้าตาร้ายกาจที่แลบลิ้นยั่วล้อเลียนจากที่นั่งไม่ห่างไปนัก  ข้างๆมีนักศึกษาสาวรุ่นเดียวกันในชุดกระโปรงเพียงสองคืบและเสื้อรัดติ้วคอยป้อนขนมให้  อันที่จริงเรียกว่าแทบเกยกันนั่งบนตักเสียแล้ว 

 

 “ไปหาเพื่อนสมัยม.ปลาย  เดี๋ยวคราวหน้าพาไปด้วยก็ได้” ณพิชญ์หันมาสนใจเพื่อตัวเล็กของเขา  ลูบผมนิ่มลื่นของหนุ่มหน้าหวานเบาๆ  โดยมีสายตาแวววาวต่างความรู้สึกนึกคิดของคนมองจับจ้องอยู่  ที่แน่ๆมีผู้หญิงบางคนกรี้ดด้วยความชอบใจเสียด้วย  ทำเอาณพิชญ์งงอยู่ไม่น้อย 

 

 

“เราอยากดูหนังผี  ดูด้วยกันนะภัทร” ที่หนึ่งอ้อนณพิชญ์ขณะที่นอนหนุนตักคนหน้าหล่อซึ่งกำลังอ่านนิยายภาษาต่างประเทศอย่างใจจดใจจ่อ  การได้อยู่ใกล้ชิดนัวเนียมันก็ดีอยู่หรอก  แต่ออกจะน่าเบื่อไปสักหน่อยที่ไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่านี้

 

“เอาสิ  ไปเปิดเองนะ” ณพิชญ์ตอบรับโดยไม่ละความสนใจจากนิยายที่อ่านอยู่  ตอนนี้เขากำลังศึกษาการจีบผู้ชาย  ซึ่งมันยากมากเพราะไม่ว่าจะหาข้อมูลอย่างไรผู้ชายก็ไม่มีทางชอบเกย์  ณพิชญ์จึงหวังไว้ว่าบูมอาจจะมีความเกย์หลบซ่อนเร้นอยู่ในใจก็เป็นได้  อย่างน้อยก็หน้าแดงให้เขานี่นะ?

 

ที่หนึ่งเดินดุกดิกไปเลือกแผ่นหนังที่ดูสยดสยองเพื่อเขาจะได้แกล้งกลัวได้สมบทบาท  หลังใส่แผ่นเข้าไปก็กลับมาอ้อนณพิชญ์ต่อ  “ไปเอาผ้าห่มมาคลุมโปงกับปิดไฟได้ไหม  จะได้ได้อารมณ์ด้วย”

 

“เอาสิ” ณพิชญ์ตอบรับง่ายๆพลางหยิบที่คั่นหนังสือที่วางไว้ข้างในโซฟาออกมาคั่นหน้าที่อ่านไว้  เขาคิดว่าที่หนึ่งพูดมานั้นน่าสนใจทีเดียว  ถึงไม่รู้ว่าทำไมต้องทำแบบนั้นก็ตาม

 

หนังเริ่มต้นด้วยบรรยากาศมึนมัว  ร่างเล็กเบียดชิดแน่นจนเปลี่ยนใจนั่งตักของอีกฝ่ายแบบไม่เอ่ยปากขอ  ความสนใจทั้งหมดเหมือนพุ่งไปที่ภาพบนจอโทรทัศน์ทั้งที่ความจริงแล้วไม่ใช่  ไม่ได้เริ่มก่อนนะแค่กลัวเท่านั้นเอง  ที่หนึ่งยิ้มบอกในใจตัวเองว่าอย่างนั้น

 

ผ้าห่มที่วางทับหัวและแอร์ที่ปรับเร่งจนเย็นเฉียบรวมทั้งความวังเวงที่เห็นบนหน้าจอทำให้ณพิชญ์รู้สึกแปลกๆ  ยิ่งคนตัวเล็กมาหยุกหยิกบนตักเขาก็นึกรำคาญจนต้องเอาสองมือกอดไว้ให้อยู่นิ่งๆแทน  ทำไมเขาจะต้องใจเต้นตึกตักขนาดนั้นเพียงเพราะนักแสดงในหนังเดินผ่าหมอกผ่านตัวเมืองที่ร้างไร้ผู้คนด้วย  ณพิชญ์ไม่เข้าใจเลย

 

ฝ่ายที่หนึ่งเมื่อโอบกอดก็หน้าแดงซ่านอุ่นร้อนจนต้องซุกกับอกเจ้าของตักที่นั่งอยู่  ยิ่งได้ยินเสียงหัวใจเต้นระรัวของคนตัวโตแล้วก็ถึงกับหุบยิ้มไม่อยู่  แนบหูฟังเสียงหัวใจณพิชญ์เต้นอย่างมีความสุข

 

พอมีอะไรโผล่มาแวบๆในฉากแต่นักแสดงกลับมองไม่เห็น  หัวใจณพิชญ์ยิ่งเต้นระรัว  นิ้วเรียวผอมทั้งกำแน่นทั้งเกร็ง  โอ้ยทำไมเขาต้องลุ้นแบบนี้ตามไปด้วย  เข้าไม่ใช่นักแสดงคนนั้นเสียหน่อย!

 

พอมีอะไรโผล่แบบเต็มๆตาเต็มๆตัว  ณพิชญ์ถึงกับสะดุ้งตัวโยนเผลอกลั้นหายใจไปพักหนึ่ง  ที่หนึ่งเกาะไว้แทบไม่ติดกลัวตกตักคนตัวโตกว่า  หัวใจเจ้ากรรมทำงานหนักและมือก็เย็นเฉียบแบบที่ณพิชญ์ไม่เข้าใจตัวเองเลยสักนิดว่าเขาเป็นอะไร! 

 

“ภัทรกลัวเหรอ  ไม่เป็นไรนะ  เราอยู่เป็นเพื่อนภัทรนี่ไง” ที่หนึ่งลูบอกลูบหน้าปลอบขวัญคนตัวโต  เหมือนจะผิดแผนไปหน่อยเรื่องหนังผีแต่เอฟเฟคแบบนี้คงไม่ไล่เขากลับไปนอนที่ห้องเหมือนสองวันที่ผ่านมา  ที่หนึ่งได้แต่อมยิ้มใต้แสงสลัวจากจอโทรทัศน์ขนาดใหญ่และผ้าห่มผืนโตที่คลุมทับพวกเขาอยู่

 

“กลัวเหรอ” ณพิชญ์พึมพำอย่างไม่เข้าใจ  คนอย่างเขาเนี่ยนะกลัว?  นี่น่ะหรือความรู้สึกกลัวที่เขาเคยอ่านเจอจากหนังสือหลากหลาย

 

            “อืม” ที่หนึ่งถือโอกาสกอดคนตัวสูงแล้วมุดหน้าเข้าอกอีกฝ่ายอีกครั้ง “แต่ไม่เป็นไรนะ  มีเราอยู่ด้วยทั้งคน  รับรองว่าไม่มีอะไรแปลกๆโผล่มาในห้องแน่”

 

            ณพิชญ์เหลียวมองรอบกาย  พอปิดไฟอย่างนี้ข้าวของทุกอย่างก็เหมือนเงาตะคุ่มดำๆดูลึกลับเหมือนจะมีอะไรโผล่มาแบบในหนังจริงๆ

 

            ณพิชญ์เผชิญหน้ากับความกลัวพร้อมอาการสะดุ้งและรัดคนในอ้อมกอดแน่นมาตลอดชั่วโมงครึ่ง  แน่นอนว่าที่หนึ่งเต็มใจแถมยิ้มปากฉีกจนปวดแก้มไปหมดแล้ว  นึกดีใจที่คนตัวโตกอดอย่างเดียวไม่หลุดเสียงตะโกนมาด้วยไม่งั้นคงปวดหูแย่

 

            “วันนี้เรานอนด้วยได้ไหม  เผื่อมีอะไรโผล่มาแบบในหนังเราจะได้ช่วยภัทรทันไง” คำขู่เด็กอนุบาลแต่ณพิชญ์ดันตอบตกลงเพราะเหตุผลนี้จริงๆ

 

            เขาไม่ได้กลัวอย่างที่ที่หนึ่งว่าหรอกนะ  เขาแค่ยังไม่พร้อมจะเจออะไรวันนี้ก็เท่านั้นเอง  ณพิชญ์ให้เหตุผลตัวเองว่าอย่างนั้น

 

            คนตัวสูงที่อาบน้ำเสร็จแล้วมานอนอ่านหนังสือรอเพื่อนตัวเล็กที่ยังอาบน้ำอยู่ถึงกับต้องขมวดคิ้ว  เมื่อที่หนึ่งออกมาจากห้องน้ำด้วยสภาพเอาเสื้อเชิ้ตสีขาวของณภัทรไปใส่แค่ตัวเดียว  บนบ่าปาดด้วยผ้าขนหนูสีขาดเปียกชื้นเล็กน้อย  ทำไมณพิชญ์ถึงรู้น่ะหรือว่าที่หนึ่งใส่แค่เสื้อเฉยๆ  ก็เพราะตุ้มน้อยที่แกว่งเบาๆใต้ร่มผ้าบางๆนั่นยังไงล่ะ!

 

            “ไปใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อย” ณพิชญ์โบกมือไล่ที่หนึ่งอย่างนึกเซ็ง

 

            “ไม่เอา  ใส่เยอะอึดอัด  เราไม่ชอบ” ที่หนึ่งปฏิเสธง้องแง้ง  โยนผ้าเช็ดตัวลงในตะกร้าเสื้อผ้าใช้แล้ว  กระโจนขึ้นเตียงอย่างว่องไวจนแม้แต่ณพิชญ์ยังเผลอผงะปล่อยหนังสือร่วงหล่นมือ  เพราะชายผ้าด้านล่างลมตีขึ้นในช่วงกระโดดจนเห็นอะไรๆที่ควรสงวนไว้ให้แค่ตัวเองดูคนเดียว

 

            ณพิชญ์อยากบอกที่หนึ่งจริงๆว่าเขาเองก็มีไม่ต่างไปจากเจ้าตัว  ไม่ต้องนึกอยากโชว์หรอกเพราะเขาไม่นึกพิศวาสด้วยเลยสักนิด  แค่คิดภาพผู้ชายร่วมรักกันอาหารมื้อเย็นที่กินไปก็พาลวกกลับมาที่ทางเข้าแล้ว  ให้ทำเองคงไม่ไหว

 

            “วันนี้ขอนอนกอดภัทรหนึ่งวัน” ที่หนึ่งเอาตัวเองมาเกยถึงบนอกของคนตัวโตกว่า  ตากลมใสสบตาออดอ้อน  ไม่ลืมกระพริบตาปริบๆให้น่าเอ็นดู “นะๆ”

 

            ที่หนึ่งก็เหมือนสัตว์ตัวเล็ก  และณพิชญ์คงแพ้ทางเจ้าพวกสัตว์ที่ดูอ่อนแอแบบนี้น่าดู  เพราะถึงจะกระอักกระอวนใจกับการโดนยั่วยวนด้วยเพศเดียวกันมากแค่ไหน  ณพิชญ์ก็เผลอพยักหน้าตอบตกลงไปเสียแล้ว

 

            ในอ้อมแขนคนหน้าหล่อจึงมีหนุ่มหน้าหวานนอนหลับใหลพร้อมอมยิ้มน้อยๆอย่างเป็นสุข  สองขาเพรียวเล็กยังกอดก่ายขาคนตัวโตไว้ข้างหนึ่งอีกต่างหาก  ทำให้ณพิชญ์ต้องตื่นนอนในยามเช้าด้วยอาการปวดเมื่อยทั้งแขนและขาซีกที่โดนยึดครอง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

100 ความคิดเห็น

  1. #90 shirai-ss (@shiraishi413-ss) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 มีนาคม 2558 / 00:36
    ขี้กลัวอย่างนี้แหละน่ารัก ณพิชญืต้องเป็นเคะสิก็ไรท์พูดเองว่าชอบเคะมีกล้าม-.,-
    #90
    0
  2. #81 whispering pearl (@whipped-cream) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2557 / 13:47
    ณพิชญ์ไม่เข้าใจความรู้สึกของตัวเอง ไม่รู้ว่ามันคือความกลัว
    แสดงว่าตั้งแต่เด็กจนโตไม่เคยดูหนังผีมาก่อนเลยงั้นเหรอ?

    ขำอะที่ณพิชญ์เหมือนเด็กอนุบาล 555
    #81
    0
  3. #38 SoRa_rt (@korinasai) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2557 / 11:14
    ไม่ชอบที่หนึ่ง  และอยากให้พิชญ์เป็นเคะ >_<!!
    #38
    0