Love's Divine วอนรักพิสุทธิ์ [Yaoi]

ตอนที่ 8 : วอนรักครั้งที่๘ : รักสามเส้า เราสามคน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 404
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    18 ม.ค. 57

            คนเรามักจะอ้อนวอนภาวนาขอให้ตนสุขสมหวัง  แต่น่าเสียดายที่ทุกสิ่งนั้นมักไม่เป็นไปดังที่หวังไว้  จะมีใครสักกี่คนกันเล่าที่จะสมหวังในเรื่องหนึ่งๆ  แม้กระทั่งเรื่องหัวใจก็ไม่ใช่เรื่องของความรู้สึกคนเพียงสองคน  ณพิชญ์เพิ่งจะเข้าใจก็วันนี้เอง

 

            “นี่เพื่อนสมัยม.ต้น  ชื่อที่หนึ่งกับติณ” ณพิชญ์พาสองหนุ่มหน้าร้ายและหน้าหวานมารู้จักกลุ่มเพื่อนของนายสนในวันต่อมา  สามหนุ่มถึงกับอ้าปากหวอเมื่อเจอความน่ารักของที่หนึ่งในชุดนักศึกษาชาย 

 

            ใบหน้าหน้าแดงก่ำของหนุ่มหล่อน่ารักอย่างบูมทำให้ณพิชญ์หงุดหงิด  บูมกำลังตกหลุมรักที่หนึ่ง  ดวงตาของคนที่เมื่อวานบอกว่าตนไม่ได้เป็นเกย์กำลังเปล่งประกายระยิบระยับเหมือนยามที่คนตัวเล็กมองมาที่เขา  แก้มปุ๋มลงไปเพราะเจ้าตัวกลั้นยิ้มไม่อยู่เพียงเพราะที่หนึ่งตอบรับว่า “หวัดดี  เราที่หนึ่งนะ”

 

            “ติณนะ” ติณยิ้มนิดๆที่เจ้าตัวอาจคิดว่าเท่ห์แต่คนมองกลับเห็นว่ายั่วประสาทเสียมากกว่า

 

            “สนครับ  เพื่อนม.ปลายภัทร  โสด  อยากได้คนน่ารักมาดูแลใจมากครับ” นายสนปากไวชิงแนะนำตัวก่อนใครเพื่อน  ไม่ลืมหยอดคำหวานและขยิบตาให้ที่หนึ่ง

 

            คนน่ารักที่โดนหลีจนเอียนพยายามไม่ทำหน้าบึ้งใส่นายสน  อย่างไรเสียก็เป็นเพื่อนณภัทรของเขา

 

            “ผมนาวนะครับ  love you ณ บัดนาว” ไม่ลืมทำนิ้วรูปหัวใจไว้ที่อกซ้ายส่งให้ที่หนึ่ง  คนตัวเล็กรีบเข้าไปหลบหลังณพิชญ์แทบไม่ทัน  บ่นเบาๆให้เจ้าของหลังได้ยิน

 

“เพื่อนภัทรประสาทมาก”

 

ณพิชญ์กลั้นยิ้ม  เห็นด้วยกับคำพูดของที่หนึ่ง

 

บูมที่กำลังจะแนะนำตัวถึงกับตาเหลือกที่คนน่ารักแอบไปหลบอยู่หลังเพื่อนเสียแล้ว  จึงหันไปส่งสายตาด่ามะนาวที่ออกอาการโอเวอร์หลีคนน่ารัก

 

“นี่กินข้าวกันแล้วใช่ไหมครับนี่” ณพิชญ์ทักทั้งที่รู้อยู่แล้วจากสายอย่างสน  จูงมือที่หนึ่งมานั่งข้างๆพร้อมส่งยิ้มให้สามหนุ่มวิศวกรรม “พวกผมเพิ่งกินเสร็จเมื่อกี้นี้เอง  ขอนั่งด้วยนะครับ  กว่าจะได้เรียนอีกทีก็บ่ายสองครึ่งนู่นล่ะครับ”

 

“กูว่ากูเคยเจอมึงมาก่อนรึเปล่าวะนาว  หน้าคุ้นๆว่ะ” ติณที่ตามมานั่งอีกข้างของณพิชญ์เอ่ยทักนาว  เท้าคางมองหน้ามะนาวเหมือนกำลังนึกอยู่ว่าเคยเจอที่ไหน

 

“ไม่ใช่แค่เจอเว้ย  มึงนี่แหละที่กระทืบกู!” มะนาวกระแทกเสียงตอบ  ถลึงตาใส่คนหน้าตาร้ายกาจ

 

“อ้าวเหรอ ฮ่าๆๆๆ” หนุ่มตี๋หัวเราะร่าแบบไม่คิดมากที่บังเอิญเจอโจทย์เก่า  ซ้ำยังจำเขาไม่ได้อีกต่างหาก “โลกกลมดีว่ะ  เรื่องมันผ่านมานานแล้วช่างมันละกัน”

 

            “นานพ่องดิ!  ยังไม่ถึงอาทิตย์เลย” มะนาวแย้งเสียงขุ่น  ลุกขึ้นมืนบนเก้าอี้นั่งแล้วเลิกเสื้อนักศึกษาโชว์ซี่โครงม่วงช้ำบนผิวขาวเหลือง “เห็นไหมยังม่วงตีนมึงอยู่เลย!

 

            “ใครใช้ให้เพื่อนมึงเบี้ยวเพื่อนกูล่ะ” ติณว่าพลางแบมือยักไหล่  ยิ้มกวนๆให้มะนาว “จริงๆพวกกูรักสงบมากนะเว้ย  ไม่เคยหาเรื่องใครก่อนเลย”

 

            มะนาวกัดฟันกรอดๆเพราะติณพูดถูก  ถึงกลุ่มติณจะเลวแค่ไหนแต่ปกติพวกมันก็อยู่แบบเงียบๆ  เป็นเพื่อนเขาเสียอีกที่ไปถูกใจเมียเพื่อนมันแล้วท้าแข่งรถ  สุดท้ายพอแพ้เมียเพื่อนเขาไม่เล่นด้วยเลยต้องกินยำตีนแทนยกกลุ่ม

 

            “ภัทรไม่ต้องไปเข้ากลุ่มพวกนั้นนะ” ที่หนึ่งดึงตัวณพิชญ์มากระซิบที่หูเพราะกลัวติณได้ยิน “พอภัทรย้ายโรงเรียน  พวกที่ทำเรื่องนั้นก็ย้ายไปอีกโรงเรียนหนึ่ง  เหมือนจะรักกันดีนะแต่พอเราลำบากมีแค่ติณนี่แหละที่ช่วยเรา  คนอื่นแค่หน้าเรายังไม่มองเลย”

 

            ณพิชญ์มองดวงตาแดงก่ำคลอน้ำตาที่เต็มไปด้วยความเสียใจและคับแค้นก็ได้แต่ยกมือขึ้นลูบหัวปลอบโยนที่หนึ่ง  กระซิบข้างหูคนตัวเล็ก “ภัทรไม่ว่างขนาดนั้นหรอก  จะพยายามดึงติณออกมาให้ด้วยก็แล้วกัน”

 

            ที่หนึ่งยิ้มกว้างรับในขณะที่บูมทำเสียงกระแอมไอ  จิกตาใส่ณพิชญ์ด้วยความไม่พอใจ

 

            “คอแห้งจังเลย  ใครนะที่เมื่อวานบอกว่าจะจีบ  ไปซื้อลูกอมมาให้หน่อยดิ๊” บูมลอยหน้าลอยตาพูดกับอากาศให้ณพิชญ์อมยิ้มกับท่าทางตลกของหนุ่มหล่อน่ารัก  ถึงจะรู้ว่าจุดประสงค์ของบูมไม่ดีแน่ๆก็เถอะ  แต่เขาก็ไม่มีอะไรต้องกลัวเพราะไม่ได้เป็นอะไรกับที่หนึ่งเสียหน่อย

 

            อยากบอกที่หนึ่งว่าเขาจีบบูมก็บอกไปสิ  คนที่ลำบากน่ะมันบูมชัดๆ  ไม่ใช่เขา

 

            “งั้นเดี๋ยวผมให้กรกฏไปซื้อให้นะครับ  มีใครจะเอาอะไรอย่างอื่นอีกไหมครับ” ณพิชญ์เอ่ยถึงบอดี้การ์ดที่เขาไล่ให้ไปยืนดูเขาห่างๆแทนการประกบติดเหมือนช่วงอาทิตย์แรก  เขาไม่อยากให้บูมและเพื่อนๆอึดอัดกับการมีบอดี้การ์ดมาวนเวียนอยู่ใกล้  แตกต่างจากติณและที่หนึ่งที่ดูเฉยชากับการพบเจอกรกฏ  คาดว่าสมัยที่ยังอยู่กับณภัทรฝาแฝดเขาคงโดนประกบติดตลอดเวลาอยู่นอกบ้านเป็นแน่

 

            ที่หนึ่งหน้าซีดหันขวับมาจ้องหน้าณพิชญ์พร้อมเขย่าแขนคนตัวโตกว่าเบาๆ  ดวงตากลมโตอ้อนวอนขอให้ไม่เป็นความจริง  ณพิชญ์ไม่ได้จีบบูม

 

            ณพิชญ์เพียงส่งยิ้มบางพร้อมลูบผมที่หนึ่งเป็นการปลอบโยน

 

            “กรกฏ?” มะนาวทวนคำพลางเลิกคิ้วข้างเดียวกวนๆ

 

            “บอดี้การ์ดผมตรงนั้นไง” ณพิชญ์ชี้ให้ดูชายหนุ่มผิวขาวในชุดสูทดำไม่เกรงใจสภาพอากาศร้อนจัดยืนพิงต้นไม้ไม่ไกลจากกลุ่มพวกเขานัก

 

            แค่สบตากับสน  ณพิชญ์ก็เห็นอาการคันปากยิกๆอยากถามแต่ถามตอนนี้ไม่ได้  คาดว่าคงเคยเจอกรกฏสมัยยังตามณภัทรต้อยๆมาก่อน

 

            “เป็นง่อยรึไง  จะทำอะไรก็ใช้คนอื่น” บูมถามเหมือนต้องการหาเรื่องณพิชญ์  แต่เป็นที่หนึ่งเองที่ออกอาการเบะปากถลึงตาใส่บูมอย่างไม่ชอบใจ

 

            “แล้วนายล่ะง่อยรึไงถึงมาสั่งภัทร” ที่หนึ่งแหวใส่บูมอย่างไม่เก็บอาการ  คนหน้าหวานยกให้บูมเป็นคนที่เขาเกลียดขี้หน้าที่สุดในชีวิตไปเรียบร้อยแล้ว  เกลียดเสียยิ่งกว่าเจ้าหนี้นอกระบบของพ่อเขาเสียอีก

 

            หนุ่มหล่อน่ารักถึงกับเหวอเมื่อโดนที่หนึ่งจิกด่า 

 

            “เมื่อก่อนมึงก็ชอบที่หนึ่งอยู่ไม่ใช่เหรอวะ  เปลี่ยนรสนิยมเมื่อไหร่เนี่ย” ติณถามหน้าเซ็ง  เขารึอุตส่าห์ลุ้นคู่ณภัทรกับที่หนึ่งจะแย่  ไหงเพื่อนสุดหล่อของเขาดันไปปิ๊งผู้ชายที่แมนน้อยกว่าตัวมันหน่อยนึงไปได้  ไม่ได้ใกล้เคียงรสนิยมเดิมเลยสักนิด  แถมยังพาที่หนึ่งมารับรู้ให้เสียใจเล่นอีก  ถึงจะรู้ว่าไอ้ภัทรมันเป็นคนคิดน้อยเหมือนในสมองมีแต่ขี้เลื่อยก็เถอะ

 

            ที่หนึ่งค้อนตาใส่ติณ  พูดแบบนี้มันยิ่งเจ็บกว่าเก่าอีกนะ  เดี๋ยวก็ร้องไห้ให้ดูเสียหรอก

 

            บูมเหวอหนักกว่าเดิม  อาการของคนตัวเล็กน่ารักที่คว้าหัวใจเขาไปตั้งแต่แรกสบตาบอกว่ามีใจให้ไอ้คนที่มาจีบเขา  แถมเจ้านั่นยังเคยชอบคนตัวเล็กด้วย  เพียงจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาโดดเด่นและดวงตาดุหวานก็รู้สึกพ่ายแพ้แล้ว  ไม่ต้องพูดถึงฐานะทางบ้านที่ถึงขนาดมีบอดี้การ์ดส่วนตัวเลย

 

            “เพิ่งจะเปลี่ยนตอนมาเรียนวันแรกนี่แหละ” ณพิชญ์พูดยิ้มๆ  แต่ไม่ได้หมายถึงบูม “เจอหน้าครั้งแรกแทบหยุดหายใจเลย”

 

            “น้ำเน่าได้อีก” สนแซวขำ  แต่ที่หนึ่งหน้าบึ้งตึง  กอดแขนณพิชญ์แน่นไม่ยอมปล่อยและจ้องหน้าบูมอย่างอาฆาตแค้น  ส่วนหนุ่มหล่อน่ารักที่ถูกจ้องก็ได้แต่กลืนน้ำลายฝืดเฟือนคอ  รักเขาแล้วเขาไม่รักตอบยังพอว่า  นี่ถึงขนาดโดนเกลียดขี้หน้าเลยนะ!

 

            “ถ้าไม่เอาอะไรแล้วผมโทรบอกกรกฏให้ไปซื้อของให้บูมนะครับ” ณพิชญ์ยิ้มให้บูมนิดหนึ่งก่อนโทรสั่งขนมลูกอมและน้ำมาเลี้ยงเพื่อนร่วมโต๊ะ  ไม่ลืมย้ำคำว่าเร็วๆและชื่อกรกฏด้วยเสียงเรียบๆให้คนปลายสายต้องออกวิ่งด้วยความผวา  ถ้าใช้ให้คนอื่นไปทำหน้าที่แทนต้องโดนเล่นทีหลังแน่ๆ

 

            มะนาวมองบอดี้การ์ดของณภัทรอยู่ตลอดเลยอดหัวเราะออกมาไม่ได้ “ทำไมหมอนั่นต้องวิ่งขนาดนั้นด้วยอ่ะ  ทำอย่างกับว่ากลัวอะไรงั้นแหละ  ใช้ให้ไปซื้อขนมแค่เนี้ยะ”

 

            “พูดถึงอะไรที่กลัว” ที่หนึ่งตบมือเหมือนคิดอะไรได้ “นอกจากผีภัทรก็กลัวอะไรที่มีคำว่าพิษต่อท้ายนี่นา  เมื่อก่อนถามก็ไม่ยอมตอบด้วย”

 

            ณพิชญ์เลิกคิ้ว  ในขณะที่นายสนชะงัก  ออกอาการตาเหลือกอ้าปากหวอ  ไอ้คำว่า พิด’  มันไม่ใช่ชื่อเล่นของฝาแฝดณภัทรที่สลับตัวมานั่งหัวโด่กับเขาตอนนี้หรอกเหรอวะ!?

 

            “ไม่เห็นมีอะไรนี่  สงสัยช่วงนั้นอาหารเป็นพิษบ่อยมั้ง” ณพิชญ์แถเนียนพร้อมส่งยิ้มเป็นมิตรไปให้สนที่เหงื่อตกลอบมองดูเขาอยู่  จะมาโดนขัดขวางทั้งที่เพิ่งเริ่มต้นแถมยังไม่เป็นไปตามหวังได้อย่างไร  ณพิชญ์ไม่มีทางยอม

 

            แม้ในใจณพิชญ์จะนึกสงสัยว่าเหตุใดณภัทรจะต้องกลัวเขาด้วย  พวกเขาเพิ่งเจอหน้ากันครั้งแรกตอนเกิดเรื่องจิ๋วไม่ใช่หรือ  นั่นก็ก่อนแยกกลุ่มเพื่อนสมัยม.ต้นไม่นานเท่านั้นเองนี่?

 

            “แล้วสนล่ะกลัวอะไรเหรอ” แม้เป็นคำถามยิ้มๆจากคนหล่อที่เปล่งออร่าเทวดา  แต่คนฟังถึงกับหลั่งเหงื่อกลัวออกมาทั้งที่ไม่รู้ว่าทำไมต้องกลัวด้วย  แต่สัญชาตญาณนายสนสุดยอดนักหลบแห่งชาติกำลังกรีดร้องว่ามึงไม่รอดแน่ไอ้สน!

 

            “โอ้ย  ไอ้นี่เหรอ  กลัวแม่งทุกอย่างแหละ” เป็นมะนาวที่ตอบแทนนายสนที่ใบ้กินไปแล้ว “หมา  แมว  อาจารย์  นารี  เตารีด  ปลั๊กไฟ  หม้อหุงข้าว  ไม่เห็นมีอะไรที่มันไม่กลัว”

 

            “เกินไปเว้ย” สติสนกลับคืนมาหลังโดนมะนาวเกรียนใส่ “กูคนปกตินะไม่ใช่มึง”

 

            ณพิชญ์หัวเราะร่าแล้วถามมะนาวบ้าง “แล้วมะนาวล่ะ”

 

            “คนอย่างเทพนาวไม่เคยกลัว” ไม่พูดเปล่ายังอุตส่าห์ลุกขึ้นยืนยกเท้าเหยียบเก้าอี้นั่งเสียข้างหนึ่ง  มือตบปุที่อก  ยักคิ้วข้างเดียวให้เพื่อนฝูง “ของอย่างนี้มันอยู่ที่ใจวะ”

 

            ไม่ใช่แค่คนในโต๊ะหรอกที่เกิดอาการคันเท้ากับท่าทางของมะนาว  เพื่อนโต๊ะข้างเคียงที่เห็นก็พลอยรู้สึกเช่นนั้นไม่ต่างกัน  กระทั่งติณที่เอาแต่นั่งแชทโทรศัพท์ก็ยังเบะปากหมั่นไส้  ณพิชญ์จึงต้องกวักมือให้คนไม่กลัวอะไรกลับไปนั่งให้เรียบร้อยก่อนจะมีคนอดใจไม่ไหวเข้า  เมื่อเขาเหลือบเห็นโต๊ะชายล้วนไม่ไกลนักสบตาซุบซิบกัน  ณภัทรเคยบอกไว้ว่าถ้าผู้ชายรวมกลุ่มแล้วไม่พูดเสียงดังแถมแอบมองซุบซิบผู้ชายนอกกลุ่มหมายถึงเตรียมหาเรื่องแล้ว

 

            แต่ณภัทรไม่เคยบอกว่าถ้าเป็นตุ๊ดจะมีความหมายในอีกแง่หนึ่ง  และเป้าหมายก็ไม่ใช่มะนาวที่เก๊กท่าโดดเด่นสะดุดเท้าเสียด้วย

 

            “อืม... แล้วบูมล่ะครับ” ณพิชญ์ถามพลางส่งยิ้มกรุ่มกริ่มตาวิบวับให้คนมองต้องหน้าแดงฮึดฮัด  และไม่ได้เป็นคนเดียวด้วยแต่สองเพื่อนขนาบข้างณพิชญ์ก็ออกอาการเดียวกัน  ที่หนึ่งยังพอเข้าใจว่าทำไม  แต่นายติณคนหน้าร้ายจะฮึดฮัดขัดใจด้วยทำไม

 

            ณพิชญ์หันไปมองติณเป็นเชิงถาม  แต่หนุ่มหน้าร้ายกาจสะบัดหน้าหนีไม่ตอบเสียอย่างนั้น

 

            “ไม่เกี่ยวกับมึง” บูมถลึงตาตอบณพิชญ์อย่างไม่ชอบหน้าศัตรูหัวใจ

 

            “คนหยายคาบ  แหยะ” ที่หนึ่งพูดไม่ดังนักแต่เพราะนั่งเยื้องกันบูมเลยยังพอได้ยิน

 

            หนุ่มหล่อน่ารักเหวออีกรอบ  ไม่ใช่ว่าเพื่อนติณของที่หนึ่งหยาบคายกว่าเขาอีกเหรอ  ทำไมถึงทำหน้าตารังเกียจแถมมีคำว่าแหยะใส่เขาอีกต่างหาก

 

            “ไปคุยกันข้างนอกหน่อยได้ไหมครับบูม  ผมไม่ชอบแบบนี้เลย” ณพิชญเอ่ยชวนทั้งใบหน้าและน้ำเสียงจริงจัง  ที่หนึ่งได้ยินใบหน้าก็งอง้ำ  ติณเอือมระอา  ส่วนสองหนุ่มสนมะนาวสนับสนุนเต็มที่  โดยเฉพาะสนที่คิดว่าหากขัดใจณพิชญ์ชีวิตเขาจะลำบาก  ทั้งที่คนหล่อก็ไม่ได้คุกคามข่มขู่เขาแถมยังมีออร่าเทวดาแตกต่างจากณภัทรเกรียนจอมเกลิบลับ

 

            ใต้ร่มเงาไม้ใกล้สระน้ำสองหนุ่มยืนนิ่ง  ณพิชญ์มีสีหน้าอ่อนอกอ่อนใจในขณะหนุ่มหล่ออีกรายหน้าบึ้งตึงและไม่ยอมมองหน้าคนหล่อกว่า “บูมครับ  ผมไม่ได้คิดอะไรกับที่หนึ่งแล้ว  เราไม่ได้เจอกันตั้งแต่เรียนม.ปลาย  และตอนนี้ผมชอบคุณ  ชอบคุณตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน  ให้โอกาสผมหน่อยไม่ได้หรือครับ”

 

            “ไม่!” บูมปฏิเสธเสียงแข็ง “กูไม่มีทางชอบมึง  กูชอบที่หนึ่ง”

 

            “บูมครับ” ณพิชญ์จับหน้าค่อยๆออกแรงหันใบหน้าบูมให้มาสบตากับเขา  ยิ่งนานใบหน้าของบูมก็ยิ่งแดงก่ำอย่างคนเขินอาย  ดวงตาเรียวที่ออกอาการประหม่าทำให้ณพิชญ์ใจชื้น  ปลายจมูกเขาแตะกับอีกฝ่ายเบาๆ “ผมไม่ได้อ้อนวอนคุณเพื่อให้มาชอบผม  ผมขอน้อยกว่านั้นอีก  ผมขอแค่โอกาสเท่านั้น  ขอแค่คุณอย่าปิดหัวใจให้ผมเลย  ถึงคุณจะชอบที่หนึ่งผมก็ไม่ห้าม  ขอแค่ให้ผมได้ชอบคุณและคุณอย่าเกลียดผมแบบตอนนี้ก็พอแล้ว”

 

            ณพิชญ์ทอดเสียงอ่อนอ้อนวอน  สบตาของอีกฝ่ายที่ไม่ว่าจะดูอย่างไรก็เป็นดวงตาของลูกผู้ชายคนหนึ่ง  อาจผ่านร้อนหนาวมามากกว่าเขาเสียอีก “นะครับ  ผมขอร้อง”

 

            “แค่... แค่นี้ใช่ไหม” บูมพูดเสียงตะกุกตะกัก  หัวใจเขาเต้นแรงเหมือนจะหลุดออกมาเสียให้ได้  รุนแรงเสียยิ่งกว่าเห็นรอยยิ้มน่ารักของที่หนึ่งเสียอีกจนเขานึกกลัวใจตัวเองจริงๆ

 

            “ครับ” ณพิชญ์ยิ้มหวาน  ยอมปล่อยมือจากใบหน้าของอีกฝ่ายแต่โดยดี  เหมือนในนิยาย...เพียงแต่เปลี่ยนบทนางเอกเป็นผู้ชายเท่านั้นเอง

 

            สองหนุ่มเดินกลับไปนั่งโต๊ะเงียบๆ  พอเห็นที่หนึ่งจ้องมองเขาอย่างอาฆาตมาดร้ายนานเข้าบูมจึงขอตัวออกมาสูบบุหรี่แถวห้องน้ำชาย  ไม่นานนักที่หนึ่งก็บอกว่าปวดท้องอยากเข้าห้องน้ำบ้าง  แต่พอณพิชญ์จะมาส่งกลับปฏิเสธทั้งที่ปกติทำตัวเหมือนฝากกระเพราะปัสสาวะไว้ที่เขา  ณพิชญ์พอเดาได้ว่าคนหน้าหวานตัวเล็กคิดจะทำอะไร 

 

            “ผมเองก็เริ่มชักจะอยากเข้าห้องน้ำเหมือนกัน  ตอนกินข้าวไม่น่าดื่มน้ำตามมากเลย” ณพิชญ์พูดกลั้วหัวเราะในประโยคหลังเมื่อเห็นที่หนึ่งลุกจากที่นั่งไปได้พักหนึ่งแล้ว

 

            แต่เมื่อมาถึงห้องน้ำ  ภาพที่เห็นทำเอาณพิชญ์พูดไม่ออก

 

            หนุ่มหล่อน่ารักที่เขาตามจีบกำลังกอดเอวที่หนึ่ง  คนตัวเล็กเองก็กอดคอคนที่สูงกว่าไว้  ปากทั้งคู่ประกบติดกันและกำลังจูบอย่างดูดดื่มลึกซึ้ง  ให้บอกว่าโดนบังคับณพิชญ์ก็ไม่มีวันเชื่อลมปากที่หนึ่ง  เป็นเวลานานหลายนาทีกว่าทั้งคู่จะผละริมฝีปากออกห่างกัน

 

            “งั้นก็ชอบเรามากๆ  อย่าเผลอใจไปชอบภัทรเป็นอันขาดเชียว” ที่หนึ่งยิ้มให้บูม  เป็นเพียงยิ้มแค่ปากแต่ดวงตากลับน่ากลัว  น่าเสียดายที่คนตกอยู่ในห้วงรักกลับไม่เข้าใจ

 

            “เราจะมองใครได้อีกนอกจากที่หนึ่ง  เรารักที่หนึ่งนะ” คนตัวเล็กฟังก็ได้แต่ยิ้มรับ  ไม่ตอบอะไร

 

            ที่หนึ่งจูงมือคนสูงกว่าเข้าไปในห้องน้ำ  ส่วนณพิชญ์ที่ยืนหลบมุมแอบมองทั้งสองได้แต่ขมวดคิ้วมุ่น  ไม่เข้าใจว่าทำไมจะต้องเข้าห้องน้ำห้องเดียวกันด้วย  จนกระทั่งเสียงแปลกๆเหมือนเมื่อวันเสาร์ดังลอดออกมาจากห้องน้ำที่ทั้งคู่เข้าไป  ณพิชญ์ก็เข้าใจอะไรได้ชัดเจน

 

             มือเรียวผอมกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนและตัวเขาสั่นเทิ้มไปทั้งร่างด้วยแรงโทสะ  หูอื้อจนได้ยินแต่เสียงหวีดแหลมและดวงตาพร่ามัวมองเห็นภาพเบื้องหน้าเลือนราง  ลมหายใจแรงๆยากจะควบคุมได้  ทั้งหมดทำให้ณพิชญ์ตัดสินใจเดินออกไปให้ห่างจากเสียงร่วมรักของคนทั้งคู่  ก่อนที่เขาจะควบคุมสติไม่ไหวพังประตูห้องน้ำเข้าไปจับทั้งคู่แยกออกจากกัน

 

            แผนการของเขากำลังจะล่มทั้งที่เพิ่งเริ่ม

 

            ...สัตว์ตัวเล็กของเขาไม่น่ารักเอาเสียเลย...

100 ความคิดเห็น

  1. #75 nun-yai04 (@nun-yai04) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2557 / 17:36
    ชอบพิช ที่เหนือกว่าบูมอ่ะ
    #75
    0
  2. #18 Xu-Anqi (@joan013) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 มกราคม 2557 / 00:17
    โอ้ยๆๆๆลุ้น!! จนท้องบิด
    #18
    0
  3. วันที่ 18 มกราคม 2557 / 15:46
    สู้ๆค่ะ กำลังลุ้นๆเลย
    #17
    0