Love's Divine วอนรักพิสุทธิ์ [Yaoi]

ตอนที่ 9 : วอนรักครั้งที่๙ : พี่รหัส

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 353
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    10 ก.พ. 57

            ณพิชญ์ไม่รู้ที่ทางในมหาวิทยาลัยนัก  ปกติเขาก็ให้กรกฏนำทางให้เสมอ  แต่วันนี้อารมณ์รุนแรงและเดือดพล่านจนเส้นเลือดทั่วทั้งตัวเต้นระริกเกินกว่าจะให้พวกสนเจอเขาในสภาพที่ผิดปกติแบบนี้ได้  ณพิชญ์จึงเลือกจะเดินเร็วๆออกไปอีกทางที่เขาไม่รู้จัก 

 

            คนหล่อทำเพียงเดิน  เดิน  และเดิน  สายตานั้นพร่ามัวเกินกว่าจะสนใจผู้คนและสิ่งแวดล้อม

 

            ณพิชญ์นึกอยากบีบลำคอขาวๆของที่หนึ่งเต็มสองมือ  ยกขึ้นแล้วเขย่าแรงๆพร้อมกับถามไปด้วยว่าคนตัวเล็กคิดอะไรอยู่ 

 

            สำหรับหนูตะเพาตัวเล็กเซ็กซ์คงไม่ใช่ความรัก  และบางทีอาจไร้ค่าไร้ความสำคัญเกินกว่าจะครุ่นคิดให้นานพอ  ถ้าสามารถซื้อด้วยสิ่งนี้ได้คนตัวเล็กคงยอมทำ  เพราะตอนนี้ที่หนึ่งไม่เหลืออะไรเลยนอกจากตัว  ซึ่งนับวันเขายิ่งขยะแขยงจนความเอ็นดูที่เคยมีให้ลดทอนลงจนอยากตบใบหน้าน่ารักนั่นสักทีสองที 

 

กอดติณและพยายามกอดเขาน่ะไม่เท่าไหร่  แต่เพื่อไม่ให้บูมมีใจให้ณพิชญ์  ที่หนึ่งถึงกับยอมมีอะไรกับคนที่เพิ่งเจอหน้ากันวันแรก!

 

            กล้าดียังไงมาพังแผนของเขา!

 

            มือเรียวผอมกำแน่นสั่นระริก

 

            ตุบ!

 

            ภาพชายหญิงสองคนนัวเนียภายในห้องรกๆจนเผลอทำของหล่นลงพื้นเรียกสติของณพิชญ์กลับคืนมา  ใบหน้าขาวตี๋ของชายหนุ่มและสวยหวานของหญิงสาวเขารู้สึกคุ้นเคยเหมือนได้เห็นเวลาเดินผ่านไปเรียน  น่าจะเป็นรุ่นพี่คณะเดียวกับเขาเอง

 

            ณพิชญ์รู้สึกขอบคุณภาพอันชวนตื่นตะลึงที่ดึงสติเขาให้กลับคืนมา  คนหล่อจึงแสดงความมีน้ำใจด้วยการเดินไปปิดประตูห้องให้คนทั้งคู่ได้กระทำการกันอย่างลับๆอย่างที่ควรจะเป็น  แต่ฝ่ายหญิงสาวกลับเห็นเขาเข้าพอดีและหลุดอุทานสะดุ้งสุดตัว

            “ว้าย!” เธอเบี่ยงตัวออกจากชายหนุ่มแล้วหันหลังให้ณพิชญ์พยายามจัดการตัวเองให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย  โดยมีชายหนุ่มยืดตัวมายืนในท่าปกติทำสีหน้าเหนื่อยหน่ายใส่ณพิชญ์

 

            “ทำไมช่วงเข้าด้ายเข้าเข็มต้องมีอะไรมาขัดทุกที” ชายหนุ่มหน้าตี๋ที่ณพิชญ์คิดว่าเป็นรุ่นพี่บ่นเบื่อๆโดยไม่มีความสำนึกสักนิดว่าสิ่งที่ทำไม่เหมาะสมกับสถานที่แค่ไหน

 

            “ขอโทษครับ  ผมไม่ได้ตั้งใจมาขัด” ณพิชญ์พูดด้วยสีหน้าสำนึกผิด  ทั้งที่ในใจไม่ได้รู้สึกแบบนั้นสักนิด “ผมแค่กลัวคนอื่นมาเห็นเลยจะช่วยปิดประตูห้องให้ดีๆ”

 

            ชายหนุ่มยักไหล่  เอาชายเสื้อนักศึกษายัดเข้ากางเกงลวกๆแล้วเดินมาโอบไหล่ณพิชญ์

 

            “ช่างมันเหอะ  เราไปกันดีกว่า”

 

            ณพิชญ์หันไปมองผู้หญิงสวยที่ร่วมทำกิจกรรมกับชายหนุ่มที่โอบไหล่เขาอยู่อย่างไม่เข้าใจ  ทำไมถึงชวนเขาไปแทนที่จะเป็นผู้หญิงคนนั้น  แถมยังท่าทางเหมือนสนิทสนมกับเขาอีกต่างหาก

 

            “พี่พาน้องรหัสเพื่อนไปหาพี่มันก่อนนะ” ชายหนุ่มหันไปบอกสาวสวยก่อนออกจากห้องทำให้ณพิชญ์พอเข้าใจได้เลือนราง  กรกฏบอกว่าอาทิตย์แรกของการเรียนตอนเย็นมีการรับน้องด้วย  แต่ณพิชญ์ไม่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว  ติณกับที่หนึ่งเลยพลอยโดดไปด้วย 

 

            ไม่คิดว่าพี่สายรหัสที่ได้ยินคนอื่นพูดถึงจะยังคิดนับญาติกับเขาอยู่

 

            “ทำแบบนี้จะดีเหรอครับ” ณพิชญ์หยุดเดินรั้งไม่ให้หนุ่มตี๋ที่ส่วนสูงไล่เลี่ยกับเขาเดินห่างไปไกลจากที่เกิดเหตุยิ่งกว่าเดิม “เขาเป็นผู้หญิงพี่ควรจะดูแลนะครับ”

 

            “ให้แฟนเขาดูแลไปเหอะน่า  พี่อ่ะของว่าง  เอาเสร็จก็แยกย้าย” ชายหนุ่มว่าขำๆแต่ณพิชญ์ไม่ขำไปด้วย  เขารู้สึกว่ามันไม่ถูกต้อง  โลกที่เขารู้จักไม่โหดร้ายถึงขนาดนี้  ทำไมคนรอบตัวเขาถึงทำเหมือนเรื่องเซ็กซ์เป็นเรื่องธรรมดาทำกับใครก็ได้  แล้วยังเรื่องการนอกใจที่ไร้ความสำนึกนี่อีก  หรือทุกสิ่งที่เขารู้จะผิดทั้งหมด?

 

            “อย่าทำหน้างั้นน่า” รุ่นพี่หน้าตี๋ขยี้ผมตัดสั้นของณพิชญ์  พูดแซวขำๆพลางกอดคอลากเด็กหนุ่มหน้าหล่อตามตัวเองไปยังจุดหมายที่ต้องการ “น้องไม่ได้เป็นชู้กับเขาเองเสียหน่อย  ทำหน้าเครียดทำไมเนี่ย  อย่าเป็นคนดีผิดกับหน้าตาแบบนี้ดิ” แถมตบท้ายด้วยการหัวเราะร่าเริงอีกต่างหาก

 

            “เออนี่  แล้วเด็กผู้ชายน่ารักๆที่อยู่กับเราตลอดมีแฟนยัง  เพื่อนพี่สนใจกันหลายคนเลย” ชายหนุ่มเสเปลี่ยนเรื่องคุยเมื่อไม่สามารถเรียกบรรยากาศดีๆจากณพิชญ์ได้

 

            “ยังไม่มีหรอกครับ” ณพิชญ์ตอบเพียงเท่านั้น  รายละเอียดอื่นๆเช่นคนตัวเล็กชอบเขาไว้ให้เห็นกับตาเองเดี๋ยวก็รู้  ที่หนึ่งใจกล้าและไร้ยางอายเกินกว่าที่ใครจะคาดคิดได้  แค่เรื่องที่สวนรถไฟณพิชญ์ก็ตระหนักเรื่องนี้ดีแล้ว  ยิ่งในห้องน้ำชายเมื่อครู่ยิ่งมั่นใจ

 

            “หล่อๆอย่างเรานี่มีคนจีบเยอะไหมเนี่ย” ชายหนุ่มยังไม่ละความพยายามในการกอดคอลากณพิชญ์ไปด้วยชวนคุยไปด้วย  หากเป็นคนอื่นอาจจะหวาดกลัวและระแวงภัยอยู่บ้างเพราะอย่างไรเสียเขาก็เป็นคนแปลกหน้า  แต่เด็กปีหนึ่งหน้าหล่อโดดเด่นคนนี้กลับเฉยชาทั้งไม่กลัวและไม่อึดอัดกับการทำตัวสนิทสนมเกินเหตุของเขา 

 

            “ไม่มีหรอกครับ” เพราะที่หนึ่งมักไล่ไม่ให้คนเข้าใกล้เขา  แถมยังชอบคุยขัดและตอบคำถามแทนเขาตลอด  เรียกว่าคนตัวเล็กพยายามผูกขาดสังคมณพิชญ์ไว้แค่ตัวเองกับติณ  ซึ่งคนหล่อก็ไม่เดือดร้อนอะไร  อย่างไรเสียเชื่อว่าแค่ณภัทรกลับมาเรียนเดือนเดียวคงหาเพื่อนได้มากกว่าเขาเรียนอยู่ที่นี่ทั้งปีอยู่แล้ว

 

            “เฮ้ยเป็นไปไม่ได้น่า  อย่ามาหลอกกันเสียให้ยาก” รุ่นพี่หน้าตี๋พูดกลั้วหัวเราะ “ขนาดไอ้เทพ  อ้อ  พี่รหัสเราที่กำลังจะไปหานี่แหละ  คิดดูนะ  มันงี้ออร่าผู้บริหารกดดันมากจนไม่น่ามีคนเข้าใกล้  แถมมีแฟนแล้ว  ผู้หญิงยังมาขายขนมจีบมันอยู่ทุกวันเนี่ย”

 

            “เหรอครับ” ณพิชญ์ตอบรับแล้วขมวดคิ้วมุ่น  อดใจถามออกไปไม่ได้ “เรื่องยุ่งกับแฟนชาวบ้านนี่เป็นเรื่องปกติกันหรือครับ  ไหนจะเซ็กซ์ในที่สาธารณะอีก”

 

            “พูดอย่างนี้ด่ากูเลยดีกว่า” คนเกิดก่อนบ่นอุบ  ยกมือเกาผมทรงสกินเฮดอย่างเซ็งๆ

 

            “ผมสงสัยจริงๆ  ไม่ได้ด่าพี่”

 

            “คือไงดี” รุ่นพี่หน้าตี๋เกาหัวแกรกๆอีกครั้ง  ก่อนจะยอมอธิบายออกมาเมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของรุ่นน้องหน้าหล่อ “มันก็ไม่ดีอ่านะ  แต่ของดีๆคนเขาก็เอาไปแล้ว  อยากได้ก็เลยต้องแย่งประมาณนั้น  แต่กรณีของพี่สนุกๆกันแล้วได้ของกลับไปน่ะ  พวกของแพงๆของผู้หญิงบางทีแค่เงินที่บ้านเขากับเงินแฟนมันไม่พอไง  อยากได้ก็ต้องมีอะไรมาแลก  ประมาณนั้น  ส่วนเรื่องนอกสถานที่มันเป็นความเร้าใจว่ะ  ก็เหมือนเหล้าบุหรี่คนรู้ไม่ดีแต่ก็แดกนั่นแหละ”

 

            ณพิชญ์เงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะถามคำถามที่ทำเอาคนฟังหงายหลังหันมามองคนถามให้เต็มตาแบบอึ้งๆ “แล้ว แดกนี่  มันแปลว่าอะไรหรือครับ  ใช้เป็นศัพท์เฉพาะเวลาเรียกรวมเหล้ากับบุหรี่  แบบที่ว่าพอดื่มเหล้าสูบบุหรี่ก็เรียกรวมๆว่าแดกรึเปล่าครับ

 

            หลังจากนั้นกลายเป็นความเงียบและสีหน้าพิลึกของรุ่นพี่หน้าตี๋  ก่อนจะถึงจุดหมายปลายทางในเวลาไม่กี่นาทีหลังคำถามนั้น  ทิ้งความสงสัยไว้ให้ณพิชญ์ต่อไป  เมื่อสถานที่เบื้องหน้าเด็กหนุ่มหน้าหล่อคือห้องที่เขียนป้ายไว้ชัดเจนว่าสโมสรนักศึกษา

 

            “เอาล่ะถึงแล้ว” คนเป็นรุ่นพี่เปิดประตูเข้าไปยิ้มๆ  ก่อนจะปรบมือเสียงดังเรียกความสนใจจากทุกคนภายในห้อง  รวมถึงชายหนุ่มร่างสูงโปร่งสวมแว่นตาไร้กรอบที่เพียงเห็นแวบเดียวณพิชญ์ก็คิดว่านี่แหละคือพี่รหัสของเขา  ความหล่อที่ทิ่มแทงตาให้รู้สึกอับอายอยู่บ้างที่เพื่อนสองคนมักพูดว่าเขาหล่อที่สุดในมหาวิทยาลัย  ซึ่งตอนนี้ความจริงก็อยู่เบื้องหน้าชัดเจนแล้ว

 

            “ขอแนะนำให้รู้จัก  น้องภัทร  ณภัทร  ไกรสถิตย์  น้องสายรหัสหนึ่งเดียวของไอ้เทพ  นี่กูหวังมากเลยนะเนี่ยว่าคนนี้คงไม่ซิ่วเหมือนสองคนก่อน” ณพิชญ์ถูกแนะนำให้รู้จักพร้อมสายตาสำรวจหกคู่ที่อยู่ในห้องก่อนแล้ว  แต่ณพิชญ์ก็ไม่ได้มีอาการตกประหม่าแต่อย่างใด  เพียงยกยิ้มเล็กน้อยทักทายกลับไปตามมารยาทเท่านั้น

            “สวัสดีครับ”

            “หวัดดีค่า  ว้ายหล่อมากอ่ะ” พี่ผู้หญิงคนหนึ่งลุกจากที่นั่งมาวีดว้ายใกล้ๆณพิชญ์ด้วยความกระตือรือร้น “ทำไมหนุ่มบริหารน่ากินอย่างนี้เนี่ย  มีแฟนรึยังคะ” ไม่วายหยอดถามเสียงอ่อนเสียงหวาน

 

             “ยังไม่มีครับ” ณพิชญ์ตอบรับยิ้มๆ  เขาคิดว่ากับคนอื่นๆนั้นน่าจะมีอารมณ์ร่วมอยู่บ้าง  แตกต่างจากรุ่นพี่หน้าตี๋ที่พาเขามาที่นี่  รายนั้นดูไม่สนโลกไม่สนสถานที่จนไม่น่าจะสนอารมณ์ร่วมของคู่สนทนา  ซึ่งก็เป็นอย่างที่เขาคิดจริงๆนั่นแหละ

 

            “มานั่งนี่ก่อนครับน้องภัทร” พี่รหัสหล่อทะลุแว่นของณพิชญ์เอ่ยชวนด้วยโทนเสียงทุ้มนุ่นทว่าราบเรียบ  เด็กปีหนึ่งคนเดียวของห้องก็เดินไปนั่งเก้าอี้ข้างพี่รหัสตัวเองด้วยความเต็มใจ  เขาคิดว่าพี่รหัสของเขามีบรรยากาศพิเศษของคนพิเศษอยู่  และเป็นครั้งแรกที่ณพิชญ์อยากรู้จักกับใครคนหนึ่งจากใจจริง  ไม่ใช่สถานการณ์บังคับและความจำเป็น “เพื่อนพี่กวนเราหรือเปล่าครับ”

 

            “ไม่หรอกครับ  ผมว่างจนกว่าจะบ่ายสองครึ่งครับ”

 

            พี่รหัสพยักหน้าแล้วเริ่มแนะนำตัวเอง “พี่ชื่อเทพนะครับ  ตอนนี้เรียนอยู่ปีสี่คณะและสาขาเดียวกันกับเรา  ตอนนี้พี่เป็นประธานสโมสรนักศึกษาอยู่  ถ้าไม่มีเรียนส่วนใหญ่พี่ก็จะอยู่ที่นี่แหละครับ  มีอะไรปรึกษาพี่ได้ทุกเรื่องนะ  พี่ยินดีช่วยเราเสมอ”

 

            “ขอบคุณครับ” ณพิชญ์ยิ้มรับ

 

            “แล้วตอนนี้เป็นยังไงบ้างครับ  เรื่องการเรียน  เรื่องเพื่อน  เราไม่เข้ารับน้องพอจะมีเพื่อนบ้างไหมครับ”

 

            “การเรียนก็ดีครับ  สนุกบ้างน่าเบื่อบ้าง” ณพิชญ์ตอบตามที่เขาคิด  แม้ว่าส่วนใหญ่เขาจะใช้เวลากับโทรศัพท์มือถือมากกว่าโดยไม่รู้ตัวก็ตาม “ส่วนเพื่อนผมมีเพื่อนสมัยม.ต้นบังเอิญลงเรียนคล้ายๆกันครับ”

 

            พี่เทพพยักหน้ารับฟัง  ใบหน้าเรียบเฉยแต่ก็แสดงออกว่าสนใจฟังณพิชญ์พูดทุกคำ 

 

            ณพิชญ์ฆ่าเวลาที่รอเรียนในห้องสโมสรนักศึกษาโดยไม่คิดสนใจเปิดโทรศัพท์มือถือตัวเองดูเลยสักนิดว่ามีใครโทรเข้าบ้าง  เขาใช้โทรศัพท์แบบที่ปิดทั้งเสียงทั้งระบบสั่นมานานแล้ว  โลกของณพิชญ์หมุนรอบตัวเขาเองเสมอ  แต่วันนี้เด็กหนุ่มหน้าหล่อปล่อยตัวปล่อยใจเรียนรู้โลกของการเสียสละเวลาชีวิตในช่วงการเป็นนักศึกษาของคนกลุ่มหนึ่งเพื่อประโยชน์นักศึกษาส่วนรวม  คนที่อยู่ในห้องนี้แตกต่างจากที่เขารู้จัก  วิธีคิดของพวกเขาที่แสดงออกมาทางคำพูดและการกระทำแตกต่างจากณพิชญ์

 

            ไม่ใช่โลกแบบที่เกริกเคยสอนเขา  และเน้นย้ำเสมอ

 

            ตัวเองก่อน  คนอื่นทีหลัง

 

            ...ไม่ใช่แบบนั้นเลย  และพวกเขาก็อยู่ดีและดูมีความสุขมากด้วย

 

            “เวลาเราทำประโยชน์ให้คนอื่นเราจะรู้สึกมีคุณค่า  และนั่นแหละคือความสุขมากกว่าการได้รับอะไรมากมายเสียอีกนะ” พี่รหัสของเขาพูดไว้ก่อนที่เขาจะขอตัวออกมาเข้าชั้นเรียน  โดยมีรุ่นพี่หนุ่มตี๋ที่ตอนนี้ณพิชญ์รู้แล้วว่าอีกฝ่ายชื่อบอสคอยกอดคอชวนเขาคุยด้วยท่าทางร่าเริงระหว่างไปส่งที่ห้อง

           

 

            และเพราะการได้เจอได้พูดคุยกับพี่รหัสทำให้ณพิชญ์อารมณ์ดีเกินกว่าจะโกรธเคืองที่หนึ่งอีก  อย่างไรเสียเขาก็ยังมีวิธีการอีกมากในการเข้าหากีรติ  ถึงการเข้าหาแม่ของบูมในฐานะแฟนจะสะดวกดายและง่ายแก่การทำร้ายจิตใจของผู้หญิงคนนั้นก็ตาม  คนหล่อจึงเดินยิ้มมาขอโทษสองเพื่อนที่กระวนกระวายรอเขาหน้าห้องเรียน

 

            “แล้วก็ไม่โทรมาบอก  เราเป็นห่วงนะรู้ไหม!” ที่หนึ่งโวยวายเสียงดังหลังได้ฟังเรื่องราวของณพิชญ์จบ  แน่นอนว่าคนเล่าต้องข้ามเรื่องรู้เห็นพฤติกรรมของคนตัวเล็กในห้องน้ำไป 

 

            “ขอโทษ” ณพิชญ์ลูบผมคนตัวเล็กกว่าเบาๆ  ไม่ลืมส่งยิ้มอ่อนโยนที่เขามักทำใส่กระจกเป็นการฝึกฝนจนติดเป็นนิสัย  เผลอมองกระจกทีไรเป็นต้องยิ้มเช่นนี้เสมอ “ไม่โกรธภัทรนะหนูตะเภา”

 

            คนตัวเล็กหน้าขึ้นสี  ก้มหน้างุดอุบอิบตอบ “ทำหน้าแบบนี้ใครจะโกรธลง”

 

            “ไปเรียนกัน  อาจารย์จะเริ่มสอนแล้ว” ณพิชญ์เอ่ยชวนยิ้มๆเหมือนไม่ได้เกิดเรื่องอะไรขึ้น

           

 

            ตกเย็นณพิชญ์ไม่ได้รีบเร่งกลับบ้านเมืองทุกที  ข้างสนามฟุตบอลเขียวขจีเพราะตลอดกลางวันเปิดสปริงเกอร์ดูแลต้นหญ้าอย่างดี  คนหน้าหล่อนั่งยิ้มมองดูกลุ่มชายยี่สิบสองชีวิตไล่ล่าเตะลูกฟุตบอลในสนามอย่างสนใจ  ด้านข้างมีที่หนึ่งนั่งหน้าบูดกอดอกมองชายหนุ่มผิวขาวหล่อน่ารักที่ขยันโบกมือให้คนตัวเล็กจากในสนามอย่างไม่ชอบใจ

            ที่หนึ่งไม่ชอบให้ใครมาจีบและหลงรักตัวเอง  คนเดียวที่เขาต้องการให้มาสนใจคือณภัทรเท่านั้น  แต่น่าเสียดายที่คนหน้าหล่อด้านข้างกลับไม่ไยดีความรู้สึกของเขา  เอาแต่มองตามบูม

 

            คิดถึงเรื่องเมื่อตอนกลางวันใบหน้าน่ารักก็บิดเบ้  สะกิดแขนคนนั่งข้างเบาๆให้หันมาสนใจ

 

“เรากลับบ้านกันเลยไม่ได้เหรอ”

 

“ก็ตกลงกันไว้แล้วว่าจะไปกินหมูกระทะกัน” ณพิชญ์บอกเรื่องข้อตกลงหลังมาเจอพวกสนในตอนเย็น  เห็นสนามฟุตบอลและทีมสองฝั่งติณก็ระริกระรี้เข้าแจมเป็นตัวสำรองของทั้งสองทีมเสียอย่างนั้น  เล่นๆไปสักพักคนในทีมก็มีงงกันไปข้างส่งผิดส่งถูกไม่รู้ว่าคนหน้าตาร้ายกาจอยู่ทีมไหนกันแน่  ให้ณพิชญ์ได้หัวเราะมองภาพดังกล่าวสนุกสนาน

 

ที่หนึ่งกลับมานั่งหน้าบูดล้วงโทรศัพท์มาเล่นเกมแก้เซ็งแทน  ถ้าเป็นเมื่อก่อนไม่ว่าเขาต้องการอะไรณภัทรต้องหามาประเคนให้ถึงที่แท้ๆ  ได้แต่โกรธตัวเองที่ตอนนั้นไม่ตอบตกลงคบกันคนด้านข้างไป

 

 

นอกจากหมูกระทะที่ส่งกลิ่นติดเสื้อผ้าและรสชาติไม่ถึงลิ้นเทวดาของณพิชญ์ให้ต้องฝืนทำเป็นอารมณ์ดีแล้ว  ตกค่ำยังต้องกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่บ้านเตรียมออกไปเที่ยวกลางคืนครั้งแรกในชีวิตของหนุ่มหล่ออีกด้วย  ปีนี้ณพิชญ์จะอายุสิบแปดปีเพราะเรียนก่อนวัย  แต่ตอนนี้ยังเพิ่งสิบเจ็ด  กระนั้นในกระเป๋าสตางค์ของณภัทรก็ซ่อนบัตรประชาชนปลอมที่มีหน้าเขาแต่ชื่อใครไม่รู้อายุยี่สิบสามปีไว้  ไม่สิ  หน้าณภัทรต่างหาก

 

“มึงจะแต่งหล่อทำไมวะ  แค่หน้ามึงอย่างเดียวก็ไม่มีใครเหลียวแลพวกกูแล้ว” พี่ชัย  รุ่นพี่ในคณะของสนคนหนึ่งพูดเสียงดังเมื่อณพิชญ์เดินยิ้มเข้าไปหากลุ่มพวกเขาที่โต๊ะ

 

“ถ้าเขาสนใจผมก็อาจจะเปลี่ยนมาสนใจพวกคุณแทนนะ  ถ้าผมไม่เล่นด้วย” ณพิชญ์ส่งยิ้มเป็นนัยไปให้คนทักขณะนั่งลง  โดยมีที่หนึ่งนั่งตามข้างๆ  ส่วนกรกฏและลูกน้องอีกสองคนนั่งโต๊ะข้างๆที่เคยมีป้ายว่าจองวางไว้อยู่  มีอีกหลายคนกระจายไปตามจุดต่างๆของร้าน  บอดี้การ์ดของณภัทรคุ้นชินกับการเตรียมรับมือสถานการณ์ต่างๆในสถานที่แบบนี้ดี 

 

“ภัทรน้องรัก  มึงเป็นคนดีโคตร  กูรักมึงเลยวะ” ชัยทำหน้าซาบซึ้งแบบโอเวอร์จนดูตลกแล้วใช้มือล้วงน้ำแข็งใส่แก้ว  เทโซดาและเหล้าก่อนใช้นิ้วคนพร้อมชูให้ณพิชญ์ด้วยเวลาอันรวดเร็วตามความช่ำชอง “แก้วนี้แทนน้ำใจของมึงเลยว่ะ  หมดแก้วนะ”

 

ณพิชญ์มองน้ำที่สีเข้มกว่าแก้วของคนชงอย่างชัดเจน  สัดส่วนเหล้าสามโซดาหนึ่งทำเอาณพิชญ์ถึงกับพูดอะไรไม่ออก  ไหนจะกรรมวิธีชงที่ทำให้คนหล่อเค็มลิ้นตั้งแต่ยังไม่มีอะไรเข้าปากอีก  แต่เขาก็รับมาโดยดี  ไม่ลืมยิ้มบอกขอบคุณคนชงด้วย

 

“ชนๆ” เสียงกระทบกันดังกริ๊กเมื่อแก้วน้ำสีอำพันอ่อนบ้างจางบ้างเจ็ดแก้วชนกัน 

100 ความคิดเห็น

  1. #82 whispering pearl (@whipped-cream) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2557 / 14:25
    อ่านตอนนี้แล้วหัวเราะก๊ากกับความไม่รู้ของณพิชญ์เลยค่ะ

    น่าสงสารรุ่นพี่คนนั้นจัง อึ้งจนตอบไม่ถูก 55555



    พี่เทพหล่อกว่าณพิชญ์อีกเหรอเนี่ย O_o

    ทั้งหล่อทั้งดีขนาดนี้จะได้คู่กันไหมนะ อิอิ
    #82
    1
    • #82-1 shirai-ss (@shiraishi413-ss) (จากตอนที่ 9)
      17 มีนาคม 2558 / 00:49
      ผมยังหาเมะไม่เจอเลยนะT^T
      #82-1
  2. วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2557 / 03:11
    ที่ 1 ค่ะ
    #19
    0