I am normal ผมนี้ละคนธรรมดา

  • 93% Rating

  • 158 Vote(s)

  • 544,368 Views

  • 7,787 Comments

  • 9,115 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    791

    Overall
    544,368

ตอนที่ 10 : บทที่ 9 คนธรรมดา กับ การประลองเวทที(ไม่)ธรรมดา ตอนปลาย (รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 30136
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 227 ครั้ง
    22 พ.ค. 57

บทที่ 9

                             คนธรรมดา กับ การประลองเวททีไม่ธรรมดา  ตอนปลาย

 

คำพูดของผู้อำนวยการทำเอาอารมณ์ที่เคยโกรธของชายหายไปเกินกว่าครึ่ง เขาหันจ้องมองชายหนุ่มในทันที แน่นอนว่าไม่เพียงแต่ชางเท่านั้นที่มองริว ทุกคนในสนามต่างก็หันมาสนใจชายหนุ่มจากต่างโลกเช่นกัน ริวได้แต่ปั้นหน้าเป็นสีหน้าเมินเฉยตามปกติ โดยที่ในใจเขาอยากจะหนีไปจากจุดนี้ใจจะขาดแล้ว ชางทำท่าพยักหน้าเหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง

 “นายเป็นพวกชอบทำมากกว่าพูดซินะ ที่แสดงออกเมื่อสักครู่ก็หมายความว่าแทนที่จะมาผูกมิตรกันด้วยคำพูด สู้สนทนาด้วยหมัดหรือเวทมนต์น่าจะเป็นการดีกว่าใช่ไหมล่ะ

ริวได้แต่พยักหน้าตามน้ำไป เพราะเขาไม่ต้องการทำให้ชางโกรธไปมากกว่านี้ ชางฉีกยิ้มพร้อมหัวเราะอย่างถูกใจ

ฮ่าๆๆ เข้าใจแล้ว ฉันเป็นคนผิดเองที่ไม่เข้าใจความหมายของนาย

ริวยิ้มออกมาอย่างโล่งอกเมื่อเห็นชางหัวเราะ ผู้อำนวยการที่เห็นทั้งสองคนปรับความเข้าใจกันได้แล้ว เขาจึงพูดออกมา

ในเมื่อทั้ง2 คนปรับความเข้าใจกันได้แล้ว ฉันจะขออธิบายกฎพิเศษที่ใช้ในการประลองเวทของพวกเธอเลยนะ อย่างแรก กรรมการหลักที่คุมการประลองเวทในครั้งนี้ก็คือ ตัวฉันเอง นอกจากนั้นบริเวณรอบเวทียังมีอาจารย์คุมสอบที่มีเป็นจอมเวทระดับLeaderอีก4คนคอยควบคุมอยู่อีกชั้น  อาจารย์แต่ละคนจะประจำอยู่ตรงหัวมุมทั้ง 4 ของเวทีประลองเพื่อสร้างบาเรียป้องกันเวทที่อาจจะหลุดรอดจากออกไปนอกสนามได้ ไม่ทราบว่าทั้งสองคนจะยอมรับเรื่องนี้ได้ไหม

แบบนี้ก็เยี่ยมไปเลย ทุกครั้งที่ใช้เวทมนต์ ผมมักจะกลัวคนที่ประลองหรือคนรอบข้างจะได้บาดเจ็บจึงทำให้ใช้พลังเวทได้แค่ครึ่งเดียว แต่คราวนี้ไม่เหมือนกัน ผมได้ทั้งคู่แข่งที่ยอดเยี่ยมและสนามประลองที่ป้องกันคนดูได้ คราวนี้ละผมจะได้ใช้พลังเวทให้เต็มที่เลย”ชางพูดออกมาด้วยสีหน้าชอบใจสุดๆ ผิดกับริวที่ได้ทำสีหน้าเมินเฉยตามปกติ สำหรับเขาแล้วการมีหรือไม่มีเวทป้องกันก็มีค่าเท่ากัน 

ริวได้แต่พยักหน้าเป็นการยอมรับ ผู้อำนวยการเห็นทั้งสองคนยอมรับแล้วนอกจากนั้น การประลองทั้ง3รอบจะไม่มีการประกาศคะแนนเหมือนทุกครั้งเพราะการประกาศคะแนนอาจจะทำให้เธอทั้งสองคนเสียสมาธิได้  ที่แย่ไปกว่านั้นอาจจะมีผู้เข้าสอบบางคนมองเวทที่พวกเธอใช้ไม่ออก จนทำให้ทางอาจารย์ผู้คุมสอบต้องเสียเวลาในการอธิบายไปด้วย เพื่อตัดปัญหาในเรื่องนี้ทางกรรมการผู้คุมสอบจะประกาศคะแนนทีเดียวในช่วงสอบเสร็จ ไม่ทราบว่าพวกเธอมีปัญหาอะไรไหม

ไม่มีครับชางตอบออกมาทันที ริวก็ได้แต่พยักหน้าเห็นด้วย ผู้อำนวยการจึงพูดต่อว่าข้อสุดท้าย ฉันจะประกาศเวทที่ทั้งสองคนจะใช้ในรอบ 1 และ2 ออกไปให้ทุกคนได้ยิน เพื่อให้ทุกคนเป็นพยานว่าพวกเธอไม่ได้ปรับเปลี่ยนเวทที่ใช้ตามสถานการณ์ พวกเธอจะตกลงรับเงื่อนไขข้อนี้หรือไม่

ไม่มีปัญหาครับชางตอบออกมาอย่างสบายๆ ริวได้แต่พยักหน้าอีกครั้ง ผู้อำนวยการจึงพูดต่อว่าเพื่อเป็นการยุติธรรมต่อทั้ง 2 ฝ่าย เวทที่ใช้รอบแรกจะให้ผู้เข้าสอบ ชาง เฟยหู่ เป็นคนบอกก่อน จากนั้นค่อยให้ผู้เข้าสอบริวเป็นคนบอก ส่วนเวทที่ใช้สำหรับรอบ 2 ให้ริวเป็นคนบอกก่อน และชาง เฟยหู่ค่อยบอกที่หลัง ส่วนรอบสุดท้ายไม่จำเป็นต้องบอก ไม่ทราบว่าทั้งสองเห็นด้วยกับเงื่อนไขนี้ไหม

ไม่มีปัญหาครับ ความจริงจะให้ผมบอกก่อนทั้งสองรอบก็ไม่มีปัญหาอะไรชางพูดออกมาอย่างสบายๆ เหมือนกับว่าเขามั่นใจว่าต้องได้ชัยชนะเป็นแน่แท้

ริวทำได้แค่เพียงพยักหน้าตามน้ำไปอีกครั้ง  ผู้อำนวยการมองริวอย่างสนใจเพราะตั้งแต่เขาปรากฏตัวออกมา ริวยังไม่ได้พูดซักคำ เสียงของผู้อำนวยการดังขึ้นมา

ในเมื่อตกลงกันได้แล้ว  ชาง เฟยหู่ การสอบรอบแรกเธอจะใช้เวทอะไร

มหาพายุน้ำแข็ง

คำพูดของชางทำเอาคนทั้งสนามตกใจไปตามกัน เนื่องจากชางเป็นทายาทแห่งพระเพลิง อีกทั้งยังสืบสายเลือดจากซึซาคุ  เขาจึงถนัดเวทไฟเป็นที่สุด แต่ชางกลับเลือกใช้เวทสายน้ำแข็งแทน นั่นก็ส่งผลทำให้ทุกคนตกใจมากพอแล้ว แถมเวทที่เลือกใช้ยังเป็น 1 ในสุดยอดเวทสายน้ำแข็งอีก มันจึงทำเอาคนทั้งสนามต่างทำอะไรไม่ถูกเลย ผู้อำนวยการเงียบไปเล็กน้อย ก่อนจะหันไปถามริวว่า

แล้วเธอละจะใช้เวทอะไร

          คมมีดสายลม

          ถ้าคำพูดของชางสร้างความตกใจให้กับคนทั้งสนามแล้ว คำพูดของริวก็ทำเอาทั้งสนามเงียบราวกับอยู่ในป่าช้าทีเดียว เพราะเวทคมมีสายลม คือเวทที่เรียกได้ว่าอยู่ต่ำที่สุดในบรรดาเวทสายลมทั้งหมดเลย ผู้อำนวยการเป็นคนแรกที่รู้สึกตัว เขาถามออกมาทันทีอีกครั้ง ว่า

            นี่เธอแน่ใจนะว่าจะเวทบทนี้นะ

            ริวพยักหน้าอีกครั้ง ชางถึงกับโวยวายออกมาว่า นายจะดูถูกฉันมากเกินไปแล้ว นายคิดว่ามันสนุกนักหรือยังไงที่มาดูถูกกันแบบนี้

            ชาง  เงียบเดี๋ยวนี้ ถ้าเธอไม่เงียบ ฉันจะตัดสิทธ์ในการสอบของเธอผู้อำนวยการพูดแทรกขึ้นมา จากนั้นเขาก็มองไปที่ริว

            ริว ฉันจะไม่ห้ามหรือขอให้เธอเปลี่ยนไปใช้เวทอื่น แต่ฉันอยากจะบอกไว้ว่าเวทระดับนั้นไม่มีทางเอาชนะชางได้หรอก มันอาจจะทำให้เธอแพ้ไปตั้งแต่รอบแรกด้วยซ้ำ เธอยังยืนยังที่จะใช้เวทบทนั้นอยู่ไหม

            ริวพยักหน้าด้วยสีหน้าเมินเฉยแบบเดิม แต่ในใจเขากับคิดว่า(เฮ้อ ไอ้ผมก็อยากจะเปลี่ยนเหมือนกัน แต่เวทอีกอย่างที่ผมใช้เป็นมันแย่ยิ่งกว่าเวทคมมีดสายลมอีก  ถ้าให้เลือกระหว่าง แย่ กับ แย่ยิ่งกว่า ผมขอเลือกแย่มาสู้ในการประลองรอบแรกละดีแล้ว เพราะถึงอย่างไง ผมคงอยู่ไม่ถึงการประลองรอบ 2 หรอก)

            ขณะริวคิดแบบนั้น ผู้อำนวยการได้แต่จ้องมองริวด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก สักพักเขาก็ถามขึ้นมาว่า

“แล้วการประลองรอบ 2  เธอจะใช้เวทบทไหน

            คลื่นอัสนี

          คำตอบในครั้งนี้ทำเอาผู้อำนวยการและคนอื่นๆเงียบไปอีกครั้ง ผู้อำนวยการจ้องมองริวเหมือนจะขอให้เขาเปลี่ยนเวทที่ใช้ แต่ก็ไม่ได้รับการตอบสนองแม้แต่น้อย เขาจึงหันไปมองชางเพื่อถามขึ้นมา

            แล้วเธอละ ชาง

            ชางส่งสายตากราดเกรี้ยวไปยังริว พร้อมเค้นเสียงออกมาทีละคำว่า “เวทผสมเทวทัณฑ์วารีอัคคี

          คำพูดของชางเรียกเสียงร้องจากผู้เข้าสอบอีกครั้ง เพราะ เวทที่ชางบอก เป็นเวทที่เกิดจาก 2 ธาตุที่ต่างขั้วมาหลอมรวมเข้าเป็น 1 เดียวกัน และมันยังเป็น 1 ในเวทที่ใช้ได้ยากมาก เสียงพูดคุยของคนดูเริ่มกระจายวงกว้างขึ้นไปเรื่อยๆ คนเชียร์ หรือคนที่ลงพนันข้างชางไว้ถึงกับยิ้มอย่างดีใจเมื่อได้ยินว่าชางจะใช้เวทบทนี้ ผิดกับคนที่เข้าข้างริวถึงกับหน้าถอดสีโดยเฉพาะ1ในอาจารย์คุมสอบที่คุยกับริวถึงกับทรุดลงไปนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง ผู้อำนวยการพูดขึ้นว่า

            ในเมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันได้แล้ว ขอให้ทั้งคู่แยกย้ายกันไปที่วงกลมได้แล้ว

            ริวและชางต่างแยกย้ายกันที่วงกลม พวกเขาทั้งสองค่อยๆลอยขึ้นบนฟ้า ริวใช้จังหวะนี้หยิบหลอดยาขึ้นมา แต่ยาในหลอดกลับเปลี่ยนเป็นสีทองไปแล้ว ชายหนุ่มไม่มีเวลาจะครุ่นคิด เขารีบดื่มยาเข้าไปทันที จากนั้นก็เริ่มร่ายเวทตามที่น้องสาวสั่ง  เมื่อวงกลมลอยมาหยุดบนฟ้า ผู้อำนวยการก็ลอยขึ้นมาอยู่ระหว่างชางและริว  เขาหันซ้ายไปมองริว ก่อนจะหันขวาไปมองชาง ผู้อำนวยการยกมือขึ้น แล้วพูดออกมาเสียงดังว่า      

            เตรียมพร้อม 3 ...2...1  เริ่มได้เลย

            ผู้อำนวยการตวัดมือลงเพื่อเป็นสัญญาณเริ่มการประลองเวท ชางรีบยื่นมือทั้ง 2 ออกมาข้างหน้า ก่อนจะตะโกนว่า

            มหาพายุน้ำแข็ง

            พายุน้ำแข็งที่พุ่งออกมาจากมือของชางตรงเข้าไปหาชายหนุ่ม พายุที่พุ่งออกมานี้เต็มไปด้วยไอเย็นและก้อนน้ำแข็งนับไม่ถ้วน ไอเย็นจากพายุแผ่ปกคลุมไปทั่วบริเวณ คนที่นั่งอยู่แถวหน้าของเวทีประลองเริ่มถอยห่างออกมา บางคนต้องเรียกเวทไฟขึ้นมาเพื่อสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกาย ผู้อำนวยการที่ลอยตัวอยู่เหนือลานประลอง เขามองเวทมหาพายุน้ำแข็งของชาง ก่อนคิดว่า

            (สมบูรณ์ไร้ที่ติจริงๆ ไม่คิดเลยว่าทายาทแห่งพระเพลิงจะใช้เวทน้ำแข็งได้สมบูรณ์แบบขนาดนี้ สมแล้วที่ได้ฉายาว่าจอมเวทอัจฉริยะในรอบ 100 ปี แล้วแบบนี้อีกฝ่ายจะใช้เวทคมมีสายลมรับมือยังไง ช่างน่าสนใจจริงๆ )

            มหาพายุน้ำแข็งพุ่งตรงเข้าหาริวอย่างรวดเร็ว  ชายหนุ่มเอาแต่จ้องมองพายุน้ำแข็ง ส่วนปากก็ท่องเวทแบบไม่หยุด สักพักมือของเขาก็มีสายลมอ่อนๆหมุนไปทั่วฝ่ามือ มหาพายุน้ำแข็งได้พุ่งเข้าใกล้ริวจนเหลืออีกไม่กี่ซม.ก็จะสัมผัสใบหน้าของเขาแล้ว  จังหวะนั้นเองชายหนุ่มก็ท่องเวทเสร็จทันเวลา ริวรีบยื่นมือที่มีเวทคมมีดสายลมเข้าไปในพายุน้ำแข็งด้วยสีหน้าผ่อนคลาย

            เฮ้อ จบซะที

            คนที่ได้ยินคำพูดและเห็นสีหน้าของริวในเวลานี้ มีเพียงผู้อำนวยการเท่านั้น เขาถึงกับอึ้งไปทันที แต่ยังไม่ทันที่จะพูดอะไรออกมา มหาพายุน้ำแข็งก็หยุดนิ่งอยู่กับที่ ชางได้แต่ทำหน้ามึนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ว่าทายาทแห่งพระเพลิงจะพยายามเร่งพลังเวทเพียงใด พายุหมุนน้ำแข็งก็ไม่ขยับเขยื้อนเลย

มหาพายุน้ำแข็งเริ่มจับตัวแข็งจนกลายเป็นก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่ ก่อนที่มันจะสลายตัวไปเป็นละอองน้ำแข็ง ชางและคนดูรอบสนามถึงกับตกใจในสิ่งที่เห็น ชางหันไปมองอาจารย์คุมสอบทั้ง 4 คนเพื่อดูว่ามีใครส่งสัญญาณว่าริวทำผิดกติกาไหม แต่ดูเหมือนว่าไม่มีอาจารย์คุมสอบไหนร้องคัดค้านเลย ดังนั้นองค์ชายพระเพลิงจึงเปลี่ยนเป้าหมายไปที่ผู้อำนวยการแทน สิ่งที่เห็นมีเพียงท่าทางตกใจจนทำอะไรไม่ถูกของผู้อำนวยการเท่านั้น เสียงบ่นปานละเมอดังขึ้นจากปากของแกรน เมอลินว่า

            เป็นไปไม่ได้ เรื่องบ้าๆแบบนี้เกิดขึ้นได้ด้วยหรือ?”

            ริวเองมึนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น เขายกมือขึ้นมามองอย่างงงๆพร้อมคิดขึ้นมาว่า (เดี๋ยวซิ ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้ละ ผมน่าจะแพ้ไปแล้วนี่ หรือว่า ชางจะเป็นคนหยุดเวทเอาไว้ก่อนที่จะปะทะตัวของผม มันต้องเป็นแบบนั้นแน่ๆ ชาง นายช่างสมเป็นเจ้าชายจริงๆ )

            แม้ริวจะคิดแบบนั้น แต่เขาก็ไม่ลืมท่องเวทบทต่อไป ชายหนุ่มท่องเวทไปได้สักพัก มือของเขาก็เกิดประกายสายฟ้าขึ้นมา เสียงของผู้อำนายการก็ดังขึ้นว่า

การประลองรอบ 2 เริ่มได้

            ชางรีบยื่นมือออกไปข้างลำตัว สักพักก็มีเปลวไฟวนรอบแขนขวาและลามไปที่มือขวา ส่วนมือซ้ายก็สายน้ำวนปรากฏขึ้นมา ชางได้ปะกบมือทั้งสองข้างเข้าด้วยกัน สายน้ำวนและเปลวไฟในมือค่อยๆหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างช้าๆ องค์ชายพระเพลิงกางมือออกสิ่งที่เกิดขึ้นคือ หอกรูปเกลียวสีแดงและสีฟ้าอ่อน หอกนี้ยาว 1 ช่วงแขน ชางใช้มือขวาจับหอก ก่อนจะปาหอกเข้าใส่ริว ผู้อำนวยการยิ้มพร้อมคิดขึ้นมา

            (หอกเทวทัณฑ์วารีอัคคี แม้จะไม่สมบูรณ์เต็ม 100%  แต่ถ้าเทียบกับเวทมหาพายุน้ำแข็งแล้วถือว่ารุนแรงกว่ามาก  ทีนี้ก็เหลือแค่ดูว่าเด็กคนนั้นจะใช้เวทคลื่นอัสนีรับมือยังไง )

            หอกรูปเกลียวตรงเข้าหาชายหนุ่มจากต่างโลกในพริบตา ริวเองก็ไม่คิดว่าหอกจะพุ่งมาเร็วขนาดนี้  เขารีบใช้มือที่มีสายฟ้าเข้าต่อต้านทันที  ผู้อำนวยการที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดได้แต่อ้าปากค้างเพราะหอกรูปเกลียวเมื่อสัมผัสกับปลายนิ้วของมือข้างนั้นแทนที่มันจะทำลายมือจนไม่เหลือซาก  หอกกับเกิดแรงสั่นสะเทือนไปทั้งด้าม สักพักมันก็สลายตัวไปเอง ชางมองหอกที่สลายไปด้วยสีหน้าบอกไม่ถูก ความคิดที่ว่าเวทบทนี้จะทำให้ริวพ่ายแพ้ต้องแหลกสลายในทันทีที่เวทสลายไป 

ชางเริ่มที่จะมีเหงื่อไหลซึมออกมาจากฝ่ามือและแผ่นหลัง เขาจ้องมองริวด้วยสีหน้าตึงเครียด ผิดกับริวที่มองชางด้วยสายตาซาบซึ้งเป็นอย่างมาก ไม่นานชายหนุ่มก็คิดขึ้นมาว่า

            (ไม่ผิดแล้วล่ะ ชางออมมือให้กับผมจริงๆ ดูซิขนาดเวทรวดเร็วและรุนแรงแบบนี้ยังสลายไปก่อนจะถึงตัวเสียอีก แสดงว่าชางจะต้องทราบแล้วว่าผมไม่ได้มีฝีมืออย่างที่เขาหวังไว้ เขาไม่เพียงจะไม่โกรธ ชางยังช่วยให้ผมรอดตายจากการประลองเวทอีกด้วย นายนี้เป็นคนดีจริงๆ ชาง)

            ผู้อำนวยการกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ มือเริ่มที่จะมีเหงื่อไหลออกมา พร้อมกับอาการเสียวสันหลังวาบ เขาคิดขึ้นมาว่า

(มันมีเรื่องบ้าแบบนี้ด้วยเหรอ? ทักษะการใช้เวทระดับนี้มันเกินกว่าจอมเวทระดับLord ไปแล้วนะ ไหนจะความกล้าบ้าบิ่นที่คิดจะเสี่ยงตายแบบนั้นอีก แต่ที่ยอดเยี่ยมที่สุดเห็นจะเป็นความเข้าใจในเวทมนตร์ที่ใช้ ตกลงว่าเด็กคนนี้เป็นใครกันแน่ )

            ชางจ้องมองริวด้วยอาการสั่นไปทั้งตัว ทายาทแห่งพระเพลิงเอามือขวามาจับหินหยกที่แขวนอยู่บนสร้อยคอ เขาทำหน้าเคร่งเครียดอยู่สักพัก ก่อนจะตัดสินใจดึงสร้อยเส้นนั้นออกมา เสียงของผู้อำนวยการก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง

            เริ่มการประลองรอบที่ 3 ได้

            ชางไม่รอช้า เขายกนิ้วโป้งขึ้นมากัดให้เลือดออกจากนั้นนำนิ้วโป้งไปวางบนหินหยก องค์ชายพระเพลิงใช้มือซ้ายกำหินหยกเอาไว้แน่นพร้อมชูมือขึ้นท้องฟ้า เสียงร่ายเวทดังกึกก้องไปทั่วทั้งสนาม  แสงสีดำจากหินหยกพุ่งขึ้นท้องฟ้าก่อให้เกิดเป็นวงเวทสีเขียวอ่อน  แสงจากหินหยกเริ่มแรงขึ้นเรื่อยๆ แต่ผุ้ที่ใช้หินหยกกลับมีสีหน้าซีดขาวลงทุกครั้งที่แสงสีดำเข้มขึ้น ไม่นานริมฝีปาก ดวงตา จมูก และรูหูของชางก็เริ่มมีเลือดซึมออกมา ผู้อำนวยการรีบตะโกนออกมา

            มหาเวทอัญเชิญ อเล็กซานเดีย  ชางหยุดเดี๋ยวนี้นะ!!! เธอในตอนนี้ยังใช้เวทอัญเชิญบทนี้ไม่ไหวหรอก

            ไม่มีเสียงตอบกลับมาจากชางแม้แต่น้อย เขายังคงยื่นมือที่กำหินหยกขึ้นไปบนฟ้า แสงจากหินหยกเข้าปกคลุมรอบร่างกายขององค์ชายแห่งพระเพลิง ผิวหนังเริ่มซีดเฝือกลงเรื่อยๆ ผู้อำนวยการพยายามจะเข้าไปห้ามไม่ให้ชางร่ายเวทต่อ แต่กระแสเวทที่อยู่รอบตัวดูจะไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้น  ผู้อำนวยการใช้กำลังเพื่อที่จะทำลายเวทที่ปกคลุมอยู่รอบตัวของชางแต่ก็ไร้ผล วงเวทสีเขียวอ่อนที่องค์ชายพระเพลิงสร้างขึ้นได้มีปราสาทขนาดยักษ์ปรากฏออกมา ปราสาทเริ่มเปลี่ยนรูปร่างเป็นโกเลมขนาดตึก 4 ชั้น 

            ผู้อำนวยการรีบตะโกนอย่างสุดเสียง “ทุกคนหนีเร็ว โกเลมยักษ์ ตัวนี้คือ เทพทำลายล้าง อเล็กซานเดีย ผู้ที่โดนแสงของมันเข้าจะกลายเป็นฝุ่นในพริบตา ใครยังไม่อยากตายให้รีบหนีไปให้ไกลที่สุดเท่าที่ทำได้

            เสียงตะโกนของผู้อำนวยการทำเอาผู้เข้าสอบรวมไปถึงอาจารย์คุมสอบต่างแตกตื่น โกลาหลไปหมด เมอลินที่ 3 รีบหันไปสั่งการให้อาจารย์ที่อยู่ตรงมุมเวทีให้รีบร่ายเวทป้องกันขั้นสูงสุด  พอสั่งงานเสร็จผู้อำนวยการก็หันไปมองริวเพื่อเตือนให้รีบหนีไป แต่สิ่งที่เห็นถึงกับทำให้เขาลืมส่งเสียงเตือนไปเลย  เมอลินที่ 3 จ้องมองเวทในมือของชายหนุ่ม พร้อมพูดเบาๆออกมา

            นี้มันเวทอะไรกัน ทำไมมันถึงดูคล้ายเวท เทวทัณฑ์ขั้นสูงสุดแบบนี้

 

ย้อนกลับไปเล็กน้อย

            ในขณะที่ชางกำลังลังเลเรื่องสร้อยคออยู่นั้น ริวเองก็ลังเลว่าเขาควรจะใช้เวทบทไหนดี เขามีเวทแค่ 2 บท และแต่ละบทก็ล้วนใช้ไปหมดแล้ว ขณะที่ลังเลอยู่นั้นชายหนุ่มก็นึกถึงท่าทางที่ชางประกบเวท 2 สายเข้าด้วยกัน  ริวจึงยิ้มก่อนตั้งท่าแบบชาง เขาร่ายเวทคมมีดสายลมให้ปรากฏขึ้นมาที่มือซ้าย จากนั้นชายหนุ่มก็ร่ายเวทคลื่นอัสนีขึ้นที่มือขวา ริวพยายามจะเอาเวททั้ง 2 มาประกบกันในทันที แต่พอเวททั้ง 2 อย่างสัมผัสกันเวทที่ร่ายไว้ก็สลาย

ชายหนุ่มจำต้องร่ายเวทขึ้นมาใหม่อีกครั้ง โดยครั้งนี้เขาจงใจตัดคำบางคำเพื่อทำให้ร่ายเวทได้เร็วขึ้น แม้จะฟังดูมั่วไปบ้างแต่มันก็ทำให้ริวร่ายเวทได้เร็วกว่าเดิม การร่ายเวทนี้ยังทำให้เขาสามารถร่ายเวททั้ง 2 บทได้พร้อมกันโดยไม่ติดขัดสักนิด

สักพักเวทสายฟ้าและเวทสายลมก็เกิดขึ้นมาเพียงแต่สายฟ้าที่เกิดขึ้นใหม่ดูจะต่างจากเดิมเล็กน้อย ส่วนเวทคมมีดสายลมก็ดูจะหมุนช้าลงอย่างเห็นได้ชัด ริวไม่สนใจในสิ่งที่เกิดขึ้นเลย เขาเอามือซ้าย(เวทคมมีสายลม)ไว้ด้านล่าง และเอามือขวาที่มี(เวทคลื่นอัสนี)ไว้ด้านบน จากนั้นจึงค่อยๆเอาเวททั้ง2 มาประกันอย่างช้าๆ(จังหวะนี้เองที่ผู้อำนวยการหันมาเห็นพอดี) การประกบเวททั้งสองอย่างทำได้อย่างราบรื่นจนเขาเองยังแปลกใจ  ริวค่อยๆกางมือออกเหมือนอย่างที่ชางเคยทำ สิ่งที่เกิดขึ้นมาในระหว่างมือของเขาในเวลานี้คือ บอลแสงสีขาว ที่มีแสงส่องไปทั่วบริเวณ ริวมองบอลแสงในมืออย่างงงๆ

-ไอ้หนุ่มรีบโยนบอลแสงนั้นออกไปเร็ว เดี๋ยวที่เหลือข้าจะจัดการให้เอง-

เสียงลึกลับดังขึ้นในหัวเขาอีกครั้ง ริวได้แต่มองไปรอบตัวจน เขาเห็นโกเลมยักษ์  อเล็กซานเดีย  แม้ชายหนุ่มจะไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่ก็พอเดาได้ว่าไอ้สิ่งที่เห็นมันเป็นอันตรายต่อเขาแน่ๆ ริวรีบโยนบอลแสงออกไปตามที่เสียงในหัวบอก บอลแสงพอหลุดออกจากมือของชายหนุ่มเท่านั้น มันได้พุ่งตรงเข้าหาอเล็กซานเดียอย่างรวดเร็ว จนชายหนุ่มที่โยนออกไปยังงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น ผู้อำนวยการรีบตะโกนอย่างสุดเสียงว่า

ทุกคน รีบหมอบลงกับพื้น เดี๋ยวนี้!!!!

ยังไม่ทันจะสิ้นเสียงร้องเตือนของผู้อำนวยการ บอลแสงก็เข้าปะทะกับอเล็กซานเดียแล้ว ทันทีที่ปะทะแรงระเบิดมหาศาลก็ทำเอาอเล็กซานเดียแหลกเป็นผงไปในพริบตา แต่ที่หน้าแปลก คือระเบิดที่รุนแรงขนาดนั้นกลับไม่ทำอันตราย ริว ชาง เวทีประลอง หรือแม้แต่เวทป้องกันที่อยู่รอบๆเลย ตรงกันข้ามแรงระเบิดกลับทำให้ชางได้สติ เขามองหินหยกที่แหลกคามือไปแล้ว องค์ชายพระเพลิงทรุดตัวลงไปนั่งบนวงกลมอย่างหมดแรง วงกลมเวทค่อยๆพาตัวชางและริวลงมาที่พื้นเวทีอย่างช้าๆ พอแตะพื้นเวที ชางก็กระอักเลือดออกมา ผู้อำนวยการรีบสั่งให้เรียกจอมเวทขาวมารักษาทันที แต่อาการของเขาดูจะแย่กว่าที่คิดไว้เพราะขนาดจอมเวทขาว 3 คนยังไม่อาจจะทำให้อาการขององค์ชายพระเพลิงดีขึ้นได้เลย ผู้อำนวยการรีบสั่งการอีกครั้ง

เอมี่ มีใครตาม ศ.เอมี่หรือยัง

ตามแล้วครับ แต่เธออยู่ที่ทางเข้าหุบเขามังกรกว่าจะมาถึงที่นี้อาจจะสายเกินไปแล้วหนึ่งในจอมเวทขาวรีบพูดออกมา

“แค่กๆ”ชางเริ่มไออกมาเป็นเลือด จอมเวทขาวที่รักษาเพิ่งจาก 3 คนเป็น 5 คน แต่ก็ยังไม่สามารถหยุดอาการนี้ได้ สายตาของจอมเวทขาวเกือบทุกคนหันมามองริวเหมือนกับจะบอกว่า แกก็มาช่วยกันหน่อยซิโว้ย

ริวทราบถึงความหมายของสายตาที่จ้องมองมาดี เขารีบเดินเข้าไปหาชางพร้อมกุหลาบในมือ ริวเลียนแบบท่าทางของศ.เอมี่อีกครั้ง พร้อมบีบดอกกุหลาบในมือให้แตก แสงสว่างจากมือของชายหนุ่มแผ่กระจายไปทั่วร่างกาย องค์ชายพระเพลิงกลับเป็นปกติในทันทีที่แสงจางหายไป ริวเดินกลับยืนที่เดิมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ชางที่ได้สติ เขาพยายามลุกขึ้นยืน ก่อนจะเดินเข้าไปหาริว องค์ชายพระเพลิงพยายามจะพูดอะไรบางอย่างออกมา แต่ศักดิ์ศรีในตัวทำให้เขาต้องนิ่งเงียบเอาไว้  เสียงอันราบเรียบของริวดังขึ้นมา

            นายไม่ต้องมาขอบคุณผมหรอก ผมช่วยนายเพราะนายเป็นคนดี มันก็แค่นั้นละ

ชางที่ได้ยินคำพูดของริว เขาได้แต่ก้มหน้าลงด้วยความละอายใจในสิ่งที่ทำลงไป ไม่นานองค์ชายพระเพลิงก็พูดออกมาอย่างไม่เต็มเสียงว่า

ขอบคุณ ฉันขอบคุณนายจริงๆ ฉันหมายถึงสำหรับทุกอย่าง ถ้าไม่มีนาย ฉันคงทำเรื่องร้ายแรงที่ยากจะแก้ไขลงไปแล้ว อ้อ ต้องขอโทษในสิ่งที่เคยว่านายด้วย เวทที่นายใช้ไม่ได้เป็นการดูถูกฉันแม้แต่น้อย นายแค่ต้องการสอนฉันว่า เวทมนตร์ ไม่ใช่ สักแต่ว่าใช้เท่านั้น แต่ต้องเข้าใจมันแก่นแท้ของมันด้วยซินะ เฮ้อ ฉันแพ้นายอย่างหมดรูปจริงๆ ไม่ว่าจะเรื่องจิตใจ หรือเวทมนตร์

ริวได้แต่อึ้งจนพูดไม่ออก เขาพยายามจะพูดแก้ตัว แต่เสียงของผู้อำนวยการได้ก็พูดแทรกขึ้นก่อนที่เขาจะอ้าปากเสียงอีก

เมื่อการประลองเวทจบลงแล้ว ต่อจากนี้จะขอประกาศคะแนนทั้ง 3 รอบ ฉันในฐานะอาจารย์ผู้ตัดสินหลักจะขออธิบายรายละเอียดของการประลองเวททั้งหมดให้ทุกท่านได้ฟังเอง ฉันเชื่อว่าทุกคนในที่นี้คงมีข้อสงสัยต่อการประลองเวทครั้งสักครู่ไม่มากก็น้อย โดยเฉพาะเรื่องเวททั้ง 3 บทของผู้เข้าสอบA 81ที่ใช้นั่นมีหลักการอะไรบ้าง ไม่ทราบว่าฉันพูดถูกต้องหรือไม่

 ผู้เข้าสอบและบรรดาคนเข้าชมการประลองเวทต่างพยักหน้าแทบจะพร้อมกัน เนื่องจากการประลองเวทเมื่อครู่มีหลายอย่างเหลือเกินที่พวกเขาไม่สามารถเข้าใจได้เลย เสียงของเมอลินที่ 3 ดังก้องไปทั่วทั้งบริเวณเวทีประลอง

สำหรับการประลองรอบแรก ชางที่ใช้เวท มหาพายุน้ำแข็ง เวทบทนี้ใช้ได้อย่างสมบูรณ์ในทุกด้าน ดังนั้นจึงได้คะแนนไป 27 คะแนน

เสียงของผู้เขาสอบเริ่มดังขึ้นมา โดยแต่ละคนต่างวิจารณ์การให้คะแนนของกรรมการ เนื่องจากเวทที่ชางใช้นั่นถือว่าสมบูรณ์แบบแล้ว การจะได้ 30 คะแนนอาจจะดูน้อยเกินไปด้วยซ้ำแต่เขากับได้แค่ 27 คะแนนเอง เสียงวิจารณ์เริ่มแผ่ออกไปจนชางที่ฟังอยู่ได้ตะโกนขึ้นว่า

            ทุกท่านได้โปรดฟังก่อนครับ จริงอยู่เวทใช้ถือว่าสมบูรณ์แบบ ทั้งยังไร้ที่ติ(แกจะชมตัวเองมากไปไหม ไอ้ชาง by ริว ) แต่ถึงเวทจะสมบูรณ์แบบแค่ไหน คนที่ใช้เวทก็ยังเป็นจุดอ่อนอยู่ดี ฉันใช้เวทแบบตรงเกินไป มันจึงเกิดเป็นจุดอ่อนของเวทที่สมบูรณ์แบบขึ้นมา ไม่ทราบว่าที่ฉันพูดมานี้คือสาเหตุที่ทำให้ได้คะแนนเพียง 27 คะแนนใช่ไหมครับ

ผู้อำนวยการยิ้มก่อนจะพูดออกมาว่า “ถูกต้องแล้วล่ะ ถ้าเธอคิดดัดแปลงลักษณะการเคลื่อนไหวของเวทที่ใช้สักเล็กน้อย ไม่เพียงแต่จะทำใช้เวทได้รุนแรงขึ้น มันยังทำให้ศัตรูรับมือยากขึ้นอีกด้วย ดังนั้นฉันจึงตัด 3 คะแนนของเธอในเรื่องนี้ ไม่ทราบว่าเธอยอมรับผลการตัดสินนี้ได้ไหม

ยอมรับครับเสียงของชางตอบออกมาทันที

ผู้อำนายการยิ้มอย่างพอใจ ก่อนจะกล่าวต่อว่า“ส่วนคะแนนการใช้เวท คมมีสายลมของผู้เข้าสอบริว ได้ 30 คะแนนเต็ม

เสียงโห่และเสียงโวยวายจากผู้เข้าสอบดังขึ้นมาทันที ระดับเสียงยังดังขึ้นเรื่อยๆเพราะคนผู้เข้าสอบทั้งหมดไม่ยอมรับคะแนนการสอบในครั้งนี้  ริวได้แต่ยิ้มแหยๆเพราะเขาก็เป็น 1 ในคนที่ไม่ยอมรับผลนี้เช่นกัน จนในที่สุดก็มีคนลุกขึ้นยืน

ผมขอคัดค้านการให้คะแนนของกรรมการครับ

ฉันด้วย

ผมและพวกก็ขอคัดค้านครับ

ใช่ เวทที่หมอนั้นใช้ก็แค่เวทระดับต่ำสุดไม่ใช่หรือ? ทำไมถึงได้คะแนนเต็มได้ละ แบบนี้มันต้องมีการติดสินบนแน่ๆเสียงของผู้ชมการสอบคนหนึ่งดังขึ้น

เสียงจากผู้สมัครสอบดังขึ้นเรื่อยๆ ริวได้แต่แอบยิ้มด้วยความดีใจเพราะ ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไป คะแนนสอบของเขาก็จะต้องถูกตัดออก ดีไม่ดีอาจจะถูกตัดสิทธ์ในการสอบก็ได้ สิ่งที่เขาควรทำตอนนี้คือโหมไฟให้หนักมากขึ้นจนทุกคนออกปากขับไล่ แน่นอนว่าเขาก็จะแกล้งทำคอตกก่อนจะเดินจากไปด้วยท่าทางดีใจ เอ๊ย ท่าทางเศร้าสร้อย ริวที่วางแผนการไว้แบบนั้น เขาเดินออกมาข้างหน้า ก่อนจะตะโกนสุดเสียง

ทุกคนหุบปากได้แล้ว

เสียงโห่ร้องหยุดทันทีที่ริวตะโกนออกมา เขารีบตะโกนต่อว่า “นี้นะเหรอ? เหล่านักเรียนที่จะเป็นกำลังหลักของริเดียในอนาคต พวกคุณนี้ช่างแย่จริงๆ ในเมื่อผลออกมาไม่ได้ตามที่ตัวเองคิดก็โวยวาย ทั้งที่ตัวเองยังไม่ได้ฟังเหตุผลอะไรเลย คนอย่างพวกคุณนะไม่สมกับสิ่งที่เรียกว่าจอมเวทหรอก ไม่ซิ อาจจะไม่สมควรกับคำว่า นักเรียน ด้วยซ้ำ หัดพิจารณาตัวเองก่อน แล้วค่อยมาว่าคนอื่นเถอะ อ้อ ถ้าใครมีปัญหาขอให้บอกออกเลย ผมเต็มใจจะรับผิดชอบสิ่งที่พูดออกไปทั้งหมด”

คำพูดของริวทำเอาคนที่เข้าสอบต่างแสดงสีหน้าโมโหออกมาอย่างชัดเจน ริวได้แต่จ้องมองพวกเขาด้วยสายตาดีใจพร้อมภาวนาให้พวกเขาโวยวายออกมาดังกว่าเดิม เขาจะได้ถูกโห่ไล่ให้ลงจากเวที แน่นอนว่าริวก็จะแกล้งเดินจากไปเพื่อเป็นการรับผิดชอบในสิ่งพูดออกไป แต่ก่อนที่แผนการจะสำเร็จ  เสียงหัวเราะของผู้อำนวยแทรกขึ้นก่อน

ฮ่าๆๆ ด่าได้ดี ด่าได้ดี  ไม่คิดเลยว่านอกจากใจกล้า บ้าบิ่น มีคุณธรรมและมีเมตตาแล้ว ยังเป็นคนเถรตรงไม่กลัวใครหน้าไหนอีกด้วย คนแบบนี้ละที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ต้องการ

ผู้อำนวยการใช้สายตาอันเย็นยะเยือกกวาดตาไปยังผู้เข้าสอบทั้งหมด“สำหรับคนที่ไม่เห็นด้วยกับการให้คะแนนและยังไม่ยอมรับฟังเหตุผลอีก ฉันในฐานะผู้อำนวยการขอเชิญพวกคุณกลับไปเดี๋ยวนี้ มหาวิทยาลัยแห่งนี้จะไม่ต้อนรับคนที่ไม่มีเหตุผลอย่างพวกคุณ แต่ถ้าพวกคุณคิดจะฟังเหตุผลว่า ทำไมถึงให้คะแนนแบบนี้ก็จงนั่งต่อไป เมื่อฟังจบแล้ว ถ้าพวกคุณสามารถทำอย่างที่พูดได้ ฉันในฐานะผู้อำนวยการจะใช้สิทธ์เปลี่ยนคะแนนของคนที่ทำได้ให้เป็น 90คะแนนเต็มให้เอง ไม่ทราบว่ามีใครจะคัดค้านไหม

เสียงของผู้เข้าสอบทั้งหมดเงียบไปทันที นั่นหมายถึงว่าพวกผู้เข้าสอบยอมรับในข้อเสนอของผู้อำนวยการ มีเพียงแต่ริวเท่านั้นที่ส่งเสียง ชิ ออกมาเนื่องจากคำพูดของผู้อำนวยการได้ทำลายแผนการที่เขาวางไว้จนหมด เสียงของผู้อำนวยการอธิบายขึ้นมา

ก่อนอื่นเลยทุกคนคงทราบใช่ไหมว่า เวทมหาพายุน้ำแข็ง ประกอบไปด้วยเวทน้ำและน้ำแข็ง เวทน้ำจะเป็นตัวก่อให้เกิดเป็นพายุ โดยมีเวทน้ำแข็งผสมเข้าไปเพื่อทำให้เกิดไอเย็น เวททั้งสองจะผสานกันจนก่อเกิดเป็นมหาพายุน้ำแข็งที่ใช้แช่แข็งทุกอย่างได้ในพริบตา

ผู้เข้าสอบบางคนพยักหน้าหมายความว่าพวกเขารู้อยู่แล้ว ผิดกับผู้เข้าสอบบางคนยังคงทำหน้ามึนงงกับคำอธิบาย ผู้อำนวยการแบมือซ้ายขึ้นมาพร้อมสร้างการหมุนของกระแสน้ำจนเกิด เป็นมหาพายุน้ำแข็งขนาดเล็กในมือ  เมอลินที่ 3 ยกมือซ้ายให้อยู่ในระดับที่ผู้เข้าสอบสามารถเห็นได้

นี้คือมหาพายุน้ำแข็งในรูปแบบย่อส่วน และ เวทที่อยู่ที่ปลายนิ้วชี้ข้างขวานี้ คือ คมมีดสายลม

ผู้เข้าสอบทุกคนต่างมองไปยังนิ้วขวาตามที่ผู้อำนวยการบอก สิ่งที่พวกเขาเห็นคือจุดสีเขียวเล็กๆบนปลายนิ้วชี้ข้างขวา ไม่นานผู้อำนวยการก็ใช้นิ้วชี้จิ้มไปด้านข้างของมหาพายุน้ำแข็ง แต่ผลที่ได้คือนิ้วชี้ทั้งหมดได้กลายเป็นน้ำแข็งในพริบตา

            อ้า!!!!”

เสียงผู้เข้าสอบร้องออกมาแทบจะพร้อมกัน ผู้อำนวยการสะบัดนิ้วชี้เล็กน้อย น้ำแข็งที่ติดอยู่ก็หาย  

            ที่ทุกคนเห็นเมื่อสักครู่คือการปะทะกันระหว่าง เวทคมมีดสายลม และ เวทมหาพายุน้ำแข็ง ผลก็บอกได้คำเดียวว่ามหาพายุน้ำแข็ง เป็นฝ่ายชนะขาดลอย

ผู้เข้าสอบหลายคนต่างพยักหน้าเห็นด้วยกับสิ่งที่เห็น ผู้อำนวยการได้อธิบายต่อ “แต่ผู้เข้าสอบริวกับไม่ได้ทำการปะทะแบบที่แสดงให้ดู เขาได้ใช้วิธีปะทะแบบอื่น

ผู้เข้าสอบที่ได้ยินต่างมองไปที่ริวเป็นตาเดียว เขาได้แต่ฝืนยิ้ม ก่อนจะคิดว่า( ตาลุงคนนี้พูดอะไรนะ ผมไปทำแบบนั้นตั้งแต่เมื่อไรกันฟะ  สิ่งที่ผมทำจริงๆก็แค่ยื่นแขนออกไปเท่านั้นเอง ส่วนเรื่องที่เหลือมันเกิดทั้งหมด ผมไม่เกี่ยว อย่ามาโยนความดีให้กันซิโว้ย!!!)

ผู้อำนวยการตวัดมือเป็นวงกลม 1 ครั้ง บนท้องฟ้าปรากฏเป็นภาพที่ริวกำลังยื่นมือเข้าไปในมหาพายุน้ำแข็ง สักพักผู้อำนวยการก็พูดต่อว่า

ผู้เข้าสอบริวได้ใช้เวทคมมีดสายลมเข้าปะทะกับก้อนน้ำแข็งที่อยู่ภายในมหาพายุน้ำแข็ง จนก้องน้ำแข็งแตกกระจายและกระเด็นไปปะทะกับก้อนน้ำแข็งอื่นๆอีกนับร้อย การปะทะกันนี้ก่อให้เกิดปรากฏการณ์นี้ เรียกว่า supercooling  ซึ่งปรากฏการนี้จะเกิดขึ้นเมื่อลดอุณหภูมิลงต่ำกว่าจุดเยือกแข็งแล้วแต่น้ำก็ยังไม่แข็ง หากได้รับการกระตุ้นจากภายนอก มันจะทำให้น้ำกลายเป็นน้ำแข็งอย่างรวดเร็ว การกระตุ้นจากภายนอกอาจเป็นแรงสั่นสะเทือน ฝุ่นผงหรือเกล็ดน้ำแข็ง ฯลฯ ที่ใส่ลงไปในน้ำจะกลายเป็น "ตัวล่อ" ให้โมเลกุลของน้ำรวมกัน เป็นผลึกน้ำแข็งนั้นเอง

คำพูดของผู้อำนวยการมาหยุดตรงนี้ ทุกคนที่ฟังอยู่เริ่มนึกถึงภาพพายุกลายเป็นน้ำแข็ง ก่อนกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งในเวลาต่อมา ไม่นานเสียงของใครบางคนก็ดังขึ้นว่า

“ ขอโทษนะค่ะ โดยปกติแล้วปรากฏการณ์แบบนี้ มันเกิดกับพายุที่กำลังเคลื่อนไหวได้ด้วยหรือ? หนูเคยเห็นว่ามันเกิดกับพวกน้ำอัดลม ไม่ก็น้ำเปล่าที่แช่เย็นเท่านั้นเอง

นั่นก็เพราะเวทมหาพายุน้ำแข็ง มันสมบูรณ์แบบเกินไปนะครับ ดังนั้นเวลาที่จะสัมผัสเป้าหมาย ปริมาณน้ำและน้ำแข็งทั้งหมดจะหยุดนิ่งไปประมาณ 3-5 วินาที เพื่อทำให้เวทเกิดผลทำลายล้างสูงสุดยังไง  และช่วงเวลานี้เองที่คุณริวรอคอยอยู่ เขาใช้คมมีดสายลมสร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับก้อนน้ำแข็งก้อนหนึ่งให้แตกออกเป็น 100-200 ชิ้น และก้อนน้ำแข็งแต่ละชิ้นก็กระเด็นไปสร้างแรงกระทบต่อก้อนหินอื่นๆ จนทำให้เกิดปฏิกิริยา supercooling ในช่วงเสี้ยววินาทีนั้นเอง เฮ้อ ฉันไม่เคยคิดเลยว่าเวลาแค่นั้นจะทำให้ส่งผลทำให้มหาเวทบทนี้ถูกทำลายได้อย่างสวยงามแบบนี้ ชางเป็นคนตอบคำถามนี้ออกมา  เขาส่ายหน้าเล็กน้อยเป็นการยอมรับความพ่ายแพ้ในครั้งนี้

อ้า / สุดยอดไปเลย / ปีศาจชัดๆ” เสียงร้องของผู้เข้าสอบดังขึ้นมาแทบจะพร้อมกัน เสียงของผู้อำนวยการดังขึ้นมาว่า

            “การจะทำแบบนั้นได้ คนที่ใช้เวทต้องมั่นใจในจังหวะ ปริมาณพลังเวท และเวลาเป็นอย่างดี ที่สำคัญที่สุดต้องมีความกล้าที่เกินคนไม่เช่นนั้น ถ้าทำไม่สำเร็จเขาจะแพ้ไปในทันที เอาละใครคิดว่าจะทำแบบนี้ได้บ้างให้ลุกขึ้นมาเลย

“........”

ไม่มีใครสักคนที่กล้าลุกขึ้นยืนเพราะชางกำลังจ้องมองเขาด้วยสายตาที่ว่า ถ้าแกลุกขึ้นมาเขานี้ละจะใช้เวทมหาพายุน้ำแข็งนั้นใส่แกทันที

มันอาจจะเป็นแค่การบังเอิญธรรมดาก็ได้ไม่ใช่หรือครับเสียงของอาจารย์บางคนดังขึ้น ริวที่ได้ยินเขาแทบจะร้องออกมาด้วยความดีใจที่มีคนเข้าใจตัวเขาแล้ว ผู้เข้าสอบเกือบทั้งหมดต่างพยักหน้าเห็นด้วยกับความเห็นนี้  แต่ผู้อำนวยการกับส่ายหน้า

มันไม่ใช่แบบนั้นหรอก ถ้าพวกเธอไม่เชื่อจงดูภาพต่อจากนี้ละกัน

ผู้อำนวยการตวัดมือ 2-3 ครั้ง ก่อนจะสร้างเวทบางอย่างออกมาเหนือหัว เวทที่สร้างขึ้นมาก็กลายเป็นกระจกขนาดใหญ่ กระจกแสดงภาพของริวที่ทำหน้าผ่อนคลาย ก่อนเขาจะเอามือสอดเข้าใส่ใจกลางพายุอย่างไม่มีลังเล ภาพหยุดลงตรงนี้ ผู้อำนวยการจึงพูดออกมาว่า

ที่ทุกคนเห็นคือภาพในขณะที่ผู้เข้าสอบ ริว ตัดสินใจใช้เวท คมมีดสายลมออกไป มีใครในที่นี้บ้างที่สามารถทำแบบนั้นด้วยสีหน้าผ่อนคลาย ถ้าใครคิดว่าทำได้ช่วยลุกขึ้นยืนด้วย

             “......”

ไม่มีใครกล้าลุกขึ้นเช่นเคย ผู้อำนวยการจึงพูดต่อว่า ในเมื่อไม่มีใครกล้าลุก ฉันจะถือว่าพวกคุณยอมรับคะแนนสอบในรอบนี้นะ

ผู้เข้าสอบและผู้ชมการสอบต่างพยักหน้าพร้อมกัน ไม่เว้นแม้แต่อาจารย์คุมสอบที่ได้ฟังคำอธิบายจากผู้อำนวยการและชางต่างก็ยอมรับว่าตัวเองไม่อาจทำแบบนั้นได้เลย มีเพียงคนเดียวที่ไม่ยอมรับซึ่งนั้นก็คือ ตัวของริวเอง เขาได้แต่ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก เมื่อได้เห็นและได้ยินสิ่งที่ชางและผู้อำนวยการพูด เขาแทบจะร้องคัดค้านออกไป ติดที่ว่าถ้าชายหนุ่มทำแบบนั้นมีหวังได้มีการตรวจสอบเรื่องราวทั้งหมดอีกครั้งแน่ๆ และเรื่องที่เขาไม่มีพลังเวทอาจจะแตกก็ได้ ริวจึงได้แต่ยอมรับชะตากรรมไปเท่านั้นเอง เสียงของผู้อำนวยการกล่าวต่อว่า

สำหรับการประลองเวทรอบ 2 ผู้เข้าสอบชางใช้เวท เทวทัณฑ์วารีอัคคี แม้เวทบทนี้จะไม่สมบูรณ์เหมือนเวทมหาพายุน้ำแข็ง แต่ความรุนแรงของเวทก็จัดอยู่ในระดับสูง ฉันจึงให้คะแนน 25 คะแนน

การให้คะแนนครั้งนี้ไม่มีผู้เข้าสอบคนใดโต้เถียงออกมาแม้แต่คนเดียว ผู้อำนวยการยิ้มอย่างพอใจพร้อมพูดต่อทันที

ส่วนผู้เข้าสอบ ริว ได้ใช้เวท คลื่นอัสนี ในการสอบรอบ ฉันให้คะแนน 29 คะแนน

ผู้เข้าสอบยังคงมองกันไป-มาเหมือนไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ ผู้อำนวยการจึงตวัดมือเพื่อสร้างกระจกขนาดใหญ่ขึ้นมาอีก ครั้งนี้กระจกได้ฉายภาพก่อนที่เวท เทวทัณฑ์วารีอัคคี จะปะทะกับมือของริวที่ยื่นออกไป เสียงอธิบายของผู้อำนวยการดังขึ้นมา

จากภาพที่ทุกคนเห็น ทัณฑ์วารีอัคคี ได้ปะทะเข้าโดยตรงกับมือของผู้เข้าสอบริว ในขณะที่ยังร่ายเวทคลื่นอัสนีไม่จบ

อ้า ไม่จริงน่า

ถ้าทำแบบนั้นเดี๋ยวก็ได้ตายหรอก

ไอ้บ้า ถ้าเขาตายจริงจะมายืนต่อหน้าแกบนเวทีได้ยังไงกันฟะ การที่เขาทำแบบนั้นต้องมีความหมายอะไรแน่ๆ

เสียงของผู้เข้าสอบรวมไปถึงอาจารย์คุมสอบต่างพูดคุยกันสนุกปากจนกระทั่ง เสียงบางอย่างดังแทรกขึ้นมา

อะแอม โปรดเงียบหน่อย ผมจะพูดต่อแล้ว

ทุกเสียงเงียบลงทันที ผู้อำนวยการจึงอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นต่อ “การที่ผู้เข้าสอบริวร่ายเวทคลื่นอัสนีไม่จบก็เพราะเขาจงใจให้มันเป็นอย่างนั้นเอง

เอ๋!!”เสียง ผู้เข้าสอบทั้งหมดดังขึ้นมาแทบจะพร้อมกัน ผู้อำนวยการจึงรีบอธิบายว่า “ก่อนที่จะพูดถึงเหตุผลนี้ ทุกคนคงรู้ว่าการจะหลอมเวท 2 อย่างที่มีธาตุตรงกันข้ามให้รวมเป็นหนึ่งเดียวกันนั้นเป็นเรื่องยากมาก แต่ถ้าทำสำเร็จจะเพิ่มพลังการทำลายเป็น 10-100 เท่าได้เลย การหลอมรวมเวทแบบนี้ก็มีข้อเสียตรงที่พลังเวทอาจจะไม่เสถียร ดังนั้นเมื่อหลอมเสร็จแล้วจำเป็นจะต้องใช้โจมตีให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่เช่นนั้นเวทที่หลอมรวมจะสลายตัวไปก่อนที่จะได้ใช้

ทุกคนต่างพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ เสียงอธิบายของผู้อำนายการดังต่อไป “ตรงความไม่เสถียรนี้ละคือจุดอ่อนของเวท เทวทัณฑ์วารีอัคคี ผู้เข้าสอบริว จึงได้ใช้การร่ายเวท คลื่นอัสนี ที่ไม่สมบูรณ์เข้าจัดการ

ผู้เข้าสอบรวมไปถึงอาจารย์บางคนถึงกับทำหน้างงๆกับคำอธิบายนี้ ผู้อำนวยการจึงพูดต่อว่า “คลื่นอัสนีจัดเป็นเวทสายฟ้าที่เบาที่สุด มันสามารถทำได้อย่างมากที่สุดก็แค่ใช้นวดไหล่แก้ปวดเมื่อได้เท่านั้น แต่เนื่องจากมันมีพลังไฟฟ้าน้อยจึงควบคุมได้ง่าย ยิ่งการร่ายเวทด้วยแล้ว แม้ต่อให้ไม่สมบูรณ์ มันก็ยังใช้นวดไหล่ได้อยู่ดี ตรงนี้ละที่ผู้เข้าสอบริวใช้ประโยชน์จากมัน  การร่ายเวทที่ไม่สมบูรณ์ของคลื่นอัสนีทำให้เกิดไฟฟ้าที่มีประจุ + มากกว่าประจุ ขึ้นมา จากนั้นเขาก็ใช้คลื่นไฟฟ้านี้ไปป่วนการหลอมหลอมของเวท เทวทัณฑ์วารีอัคคี แน่นอนว่าเมื่อคลื่นไฟฟ้าที่ไม่สมดุลไปสัมผัสกับวัตถุที่ไม่เสถียร ผลที่ตามมาก็คือการทำลายพันธะระหว่างเวทที่ใช้หลอม เทวทัณฑ์วารีอัคคี  เมื่อพันธะระหว่างเวทถูกทำลาย เวทไฟและน้ำก็จะทำลายกันเองจนสลายไปในพริบตา

การจะทำแบบนี้ได้ ผู้ที่ใช้ต้องปรับระดับพลังเวทที่มีในร่างกายให้น้อยที่สุดเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนเวทที่ไม่สมบูรณ์ ทั้งยังต้องมีจังหวะที่แม่นยำชนิดว่า แม้หลับตาก็ยังสามารถร้อยด้ายเข้ารูเข็มได้ในครั้งเดียวจึงจะสามารถใช้คลื่นอัสนีแทรกเข้าไปเพื่อทำลายพันธะของเวทได้ ถ้าใครคิดว่าทำแบบนี้ก็ให้ยกมือขึ้นมาก็แล้วกัน

ไม่มีแม้คนเดียวที่กล้ายกมือ สักพัก 1ในผู้เข้าสอบรีบถามออกมาทันทีว่า “สมมุติว่าเขาส่งเวทเข้าไปแทรกแซงช้าไป หรือเวทที่แทรกแซงเกิดไม่ได้ผลขึ้นมา มันจะเป็นอย่างไงหรือครับ

ผู้อำนวยการถอนหายใจ“ในกรณีเบาที่สุด แขนข้างที่สัมผัสเวทจะต้องแหลกเป็นผงในพริบตา ส่วนร่างกายก็อาจจะบาดเจ็บไปด้วย แต่ในกรณีที่หนักที่สุดก็อาจจะถึงแก่ความตายไปเลย เพราะการลดพลังเวทให้ต่ำสุดจะทำให้ร่างกายตัวเองปราศจากพลังป้องกันไปด้วย ดังนั้นฉันจึงตัด 1 คะแนนสำหรับเรื่องเสี่ยงตายแบบนี้”

เฮ้อ!”เสียงถอนหายใจของริวดังขึ้นเพราะเขาไม่มีโอกาสจะแก้ตัวแม้แต่น้อยเลยว่า ทั้งหมดเป็นแค่เรื่องบังเอิญชัดๆ สิ่งที่เขาทำคือแต่ยื่นมือออกไปเพื่อป้องกันเวทเท่านั้น เขาไม่เคยคิดลึกซึ้งแบบนั้นเลย

ขณะที่ริวกำลังเซ็งสุดชีวิตอยู่นั้นเอง ผู้อำนวยการได้กล่าวต่อไป “สำหรับการประลองรอบ 3 ชางได้ใช้มหาเวทอัญเชิญ อเล็กซานเดีย  แต่ เนื่องจากเขาใช้เวทไม่สมบูรณ์ แถมพลังเวทและการควบคุมก็ไม่ดี อีกทั้งยังใช้สื่อกลางอย่างหินหยกทมิฬอีกด้วย ดังนั้นจึงได้ 0 คะแนน เธอจะคัดค้านอะไรไหม

ไม่ครับชางตอบออกมาด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก

ผู้อำนวยการหันไปมองริว “ส่วนเวทที่ริวใช้นั้นได้30คะแนนเต็ม แต่สำหรับชื่อเวทและการกำเนิดของมันคงต้องให้ริวเป็นคนบอกเองแล้ว

ริวถึงกับตกใจจนพูดไม่ออก เพราะเขาเองก็ไม่รู้จะพูดอะไรเหมือนกัน เสียงลึกลับในหัวก็ดังขึ้นมาว่า

-ไอ้หนุ่ม ถ้าแกไม่อยากหน้าแตกก็จงพูดตามที่ข้าบอก ไม่เช่นนั้นเรื่องที่แกไม่มีพลังเวทได้แตกออกไปแน่ๆ-

ริวได้แต่พยักหน้าเป็นการรับคำ เสียงอันราบเรียบของเขาดังขึ้นทันที “เวทบทนั้นมีชื่อว่า บอลแสงเทวะ การกำเนิดของเวทบทนี้มาจากเวทลมและเวทสายฟ้า โดยใช้เวทลมเป็นแกนหมุน ส่วนเวทสายฟ้าก็ใช้เป็นพลังงานโดยแยกประจุ+ และ ประจุ ออกจากกัน

เดี๋ยวซิ เวทคลื่นอัสนีสามารถทำถึงขึ้นนั้นได้เลยหรือ?”เสียงตกใจของชางถามขึ้นทันที ริวไม่รู้จะตอบยังไง เขาได้แต่ยิ้มรับ แล้วพูดตามเสียงในหัวต่อไปทันที

ทำได้ครับ ขอแค่ร่ายเวทโดยการลบบางคำออกไปและเสริมด้วยคำของเวทบทอื่น อย่างเช่น เวทคมมีดสายลม นายก็จะสามารถแยกประจุ + และ ออกจากกันได้เอง

ชาง ผู้อำนวยการและบรรดาผู้คนที่ฟังอยู่ถึงกับอึ้งจนพูดอะไรไม่ออกเลย ริวไม่สนสีหน้าของทุกคน เขาได้แต่พูดตามเสียงลึกลับในหัวต่อว่า

จากนั้น ผมจึงใช้เวทลมที่ไม่สมบูรณ์การช่วยหมุนประจุไฟฟ้าทั้งสองขั้วให้ชนกัน จนเกิดเป็นพลังงานรูปแบบใหม่ขึ้นมา ถ้าจะให้อธิบายแบบง่ายๆ เวทบทนี้ก็คือ เวทเทวทัณฑ์แห่งแสง รูปแบบหนึ่งนะครับ

ผู้อำนวยการที่ฟังถึงตรงนี้ เขากลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ  เดี๋ยวก่อน เธอสามารถควบคุมเวทคลื่นอัสนีได้ดีขนาดนั้นเลยหรือ?”

-จงยิ้มแล้วพยักหน้า พร้อมชูมือขึ้นสู่ฟ้าซะ ที่เหลือข้าจะจัดการเอง-

ริวได้แต่ทำตามเสียงลึกลับทุกขั้นตอน เขาฉีกยิ้มเท่าที่จะทำได้ ก่อนจะพยักหน้าแล้วชูมือขึ้นสู่ฟ้า ไม่นานท้องฟ้าบริเวณนั้นก็เกิดเมฆดำปกคลุมไปจนหมด เสียงฟ้าร้องดังก้องขึ้น บนเมฆก็มีเสียงบางอย่างปรากฏออกมา ทุกคนที่เห็นถึงกับพูดอะไรไม่ออกเพราะสิ่งที่ปรากฏออกมานั้นคือ มังกรตัวใหญ่ที่ครอบคลุมไปทั้งท้องฟ้า สักพักมันก็หายไปราวกับไม่เคยเกิดอะไรขึ้น ท้องฟ้ากลับมาแจ่มใสเหมือนเดิม ผู้อำนวยการที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดก็พูดออกมาปานละเมอว่า

จ้าวมังกรอัสนี!!  มิน่าละ เธอถึงได้ควบคุมเวทสายฟ้าได้ดีขนาดนี้ ที่แท้เธอสยบจ้าวมังกรอัสนีมาเป็นสัตว์อัญเชิญได้แล้ว

ริวไม่ตอบเขาได้แต่ยิ้มแหยๆเพราะสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ฝีมือเขาเลย เสียงลึกลับในหัวก็ดังขึ้นมาว่า

-ไอ้เด็กบ้ายังไม่รีบเดินหนีอีก แกจะยืนบื้อให้เขาสักประวัติทำไมกันฟะ แกรีบตรงไปที่โรงแรมเลยนะ ข้ามีเรื่องจะคุยกับพวกแกเป็นการด่วน-

ริวรีบเดินลงจากเวทีทันที ผู้อำนวยการ หรือผู้เข้าสอบคนอื่นกว่าจะรู้ตัว ริวก็เดินจากมากไกลแล้ว แน่นอนว่าเทียน่าก็รีบวิ่งตามหลังเขาไปติดๆเช่นกัน

 

อีกด้านหนึ่ง

            ยูอิ และลีฟ่าต่างกำลังอึ้งกับสิ่งที่เห็น เสียงตะกุกตะกักของเอลฟ์สาวดังออกมา “ยัยลีฟ่า เธอทำแบบคุณพี่ชายได้ไหมมิ้ว

            ลีฟ่าส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว “ไม่มีทางเลย ต่อให้เป็นแม่ของฉันก็คงใช้เวทแบบคุณพี่ชายไม่ได้แน่

          อย่ามาล้อเล่นนะมิ้ว แม่ของเธอเป็นผู้นำสภาแม่มดไม่ใช่หรือมิ้ว? แล้วทำไมถึงทำแบบนั้นไม่ได้ละยูอิถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงตกใจ

            ลีฟ่าทำหน้าเจื่อนๆ ก่อนจะอธิบายขึ้นมาการใช้เวทอย่างคุณพี่ชายนั้นไม่ได้อยู่ที่ทักษะ หรือพลังเวท แต่อยู่ที่ช่วงเวลา จังหวะ ประสบการณ์และความเข้าใจแก่นแท้ของเวทบทนั้นเป็นอย่างดี ดังนั้นคนที่จะใช้เวทแบบนี้ได้ก็มีแต่คุณพี่ชายเท่านั้นล่ะ

            ลีฟ่าหยุดเล็กน้อย ก่อนจะอธิบายต่อว่าโดยเฉพาะเวทสุดท้ายที่ใช้นั้น แสดงให้เห็นว่าคุณพี่ชายต้องผ่านการศึกษาค้นคว้า การต่อสู้และการฝึกฝนอย่างหนักจึงจะทำได้ ไม่งั้นเขาไม่มีทางที่จะใช้ เวทเทวทัณฑ์แห่งแสงได้แน่ๆ”

            ยูอิถอนหายใจด้วยสีหน้าที่บอกไม่ถูก “ช่างเป็นคนที่ประเมินไม่ออกจริงๆนะมิ้ว ขนาดเวทขั้นพื้นฐานของพื้นฐานยังสามารถใช้ได้ดีขนาดนี้ ฉันไม่อยากคิดเลยว่าเวทระดับสูงจะสามารถใช้ได้ขนาดไหน  เดี๋ยวก่อนนะ ถ้าคุณพี่ชายเก่งขนาดนี้ ทำไมตระกูลแม่มดและตระกูลเซริวถึงได้ไม่เคยพูดถึงเรื่องของคุณพี่ชายเลยละมิ้ว

            ลีฟ่าส่ายหน้าเบาๆ พร้อมกล่าวออกมาฉันก็ไม่รู้ ฉันเคยถามคุณแม่เหมือนกัน แต่ท่านก็ไม่ยอมบอกอะไรเลย แถมพอไปถามแม่มดคนอื่นก็ไม่เคยมีใครกล้าพูดแม้แต่คนเดียว การมีตัวตนของคุณพี่ชายเหมือนกับเป็นสิ่งต้องห้ามของตระกูลแม่มดนะ

            ยูอิทำหน้าแบบบอกบุญไม่รับ “สรุปว่านอกจากความเก่งกาจของคุณพี่ชายแล้ว พวกเราก็ไม่ทราบอะไรเกี่ยวกับตัวเขาเลยใช่ไหมมิ้ว

            อืม

            โธ่โว้ย ถ้ารู้ว่าต้องมาเจอเรื่องปวดหัวแบบนี้ ฉันน่าจะตั้งใจฟังเรื่องของคุณพี่ชายตอนที่ยัยเทียน่าเฟ้อให้ฟังหน่อยน่าจะดีกว่านะมิ้ว”

            ลีฟ่าได้แต่ยิ้มแหยๆ “ไอ้เรื่องแบบนั้นไม่มีประโยชน์หรอก เธอก็รู้ไม่ใช่หรือว่ายัยเทียน่ามักจะเฟ้อแต่ด้านดีของคุณพี่ชาย แต่ไอ้เรื่องสำคัญอย่างฝีมือ พลังเวทหรือสิ่งที่คุณพี่ชายสามารถทำได้ เธอไม่เคยพูดถึงเลย

            จริงด้วย มิ้ว”

            ลีฟ่าหันไปมองยูอิด้วยสีหน้าที่จริงจัง “ยูอิ ฉันตัดสินใจแล้ว ถ้าพบกันครั้งหน้าฉันจะใช้นัยน์ตาแม่มดเพื่อดูว่าคุณพี่ชายกำลังคิดอะไรอยู่ อย่างน้อยมันคงจะทำให้ฉันทราบถึงตัวตนของเขาขึ้นมาบ้าง”

           

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 227 ครั้ง

104 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 20 มกราคม 2561 / 13:54
    เบื่อเพื่อนนางแล้วเนี่ย.-.
    #7642
    0
  2. #7541 kookiooo (@kookiooo) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 กันยายน 2560 / 18:30
    กุเบื่อความบังเอิญของเรื่องนี้ จำหนักมาก
    #7541
    0
  3. #7322 bmaxloading (@bmaxloading) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 มกราคม 2560 / 20:59
    เปลี่ยนจากมิติริเดียเป็นจินตภาพ เถอะ แล้วชื่อเมืองก็ เป็น มโนรม จะสุดยอดเลย
    #7322
    0
  4. #7268 Sir.eyes (@Poeei) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2559 / 07:56
    นึกว่าลักกี้เเมน//เเหม่บังเอิญชิบหาย
    #7268
    0
  5. #7191 linnil (@LinNil) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2559 / 21:09
    จากปกติก็ดวงมหาเฮงอยู่แล้ว โด๊ปยาไป Luck status ทะลุเกินระดับ MAX ไปแล้ว O_o
    #7191
    0
  6. #7106 Rake_V (@Rake_V) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 20:05
    ความดวงดีนี้ นายนี่มัน"สุดยอดนักเรียนดวงดี" ชัดๆ!!!
    #7106
    0
  7. #6964 Nine-Za (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2559 / 12:39
    555

    อะไรมันจะฟลุคได้ขนาดนั้น

    สมชื่อยาแห่งโชคจริงๆ
    #6964
    0
  8. #6789 ไอซ์ น้ำแข็ง (@icekun) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2559 / 20:09
    รออยู่นะ
    #6789
    0
  9. #6467 ROLLEBUNNY (@rollerbunny) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 กันยายน 2558 / 00:03
    ไรท์เตอร์รู้ไหม
    ผมอ่านนิยายของไรท์เตอร์ซ้ำมา5รอบแล้วนะครับ..
    มันสนุกมาก อ่านเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ
    ปกติเเล้วผมจะเบื่อง่ายมาก ยังไงก็ขอบคุณนะครับ
    ผมรอไรท์เตอร์อยู่นะ! <3
    #6467
    0
  10. #6419 Harm. (@tanzanaza) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 กันยายน 2558 / 21:11
    5555555555 โคตรซวยเลยยย ดันกลายเป็นคนเก่งโคตรๆไปแล้ว
    #6419
    0
  11. #6333 fenr (@friendsly) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2558 / 16:48
    มโนเเทนพระเอกเเทบทุกคน สงสารพระเอกตรงนี้เเหละ
    #6333
    0
  12. #6087 Non D, Tiamat (@nondust) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 เมษายน 2558 / 00:44
    555 ๕๕๕ ถถถ hahaha %%% ฮ่าๆๆ ห้าห้าห้า ฮ๊ะๆๆ #ชักดิ้นชักงอหนักมาก
    #6087
    0
  13. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  14. #5345 Student Superintendent (@companionship) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2557 / 22:10
    เป็นความบังเอิญที่ลงตัวมากกกกก 5555
    #5345
    0
  15. #5051 Amnesai (@virintarn) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 กันยายน 2557 / 18:53
    5555+ ฮามากเลยอ่ะ ริวได้สกิลอย่างเมพ แถมยังเป็นความบังเอิญ+เอ๋อของตัวเองอีก นายนี่มันโชคดีเกินไปแล้วริว
    #5051
    0
  16. #4924 Katana (@hiddenblade) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 กันยายน 2557 / 00:11
    555555555 
    #4924
    0
  17. วันที่ 7 สิงหาคม 2557 / 01:06
    5555 ไม่ไหวๆ ปวดท้อง 555

    #4734
    0
  18. #4690 แมวพันธุ์แท้ (@anupong2519) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2557 / 13:43
    กลับมาอ่านกี่ครั้งกะยังชอบ คิดเอง เออเอง ของคนรอบข้างริวนี่ ผมชอบมาก
    #4690
    0
  19. #4359 นายสัก (@sakchaic) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2557 / 13:45
    คิดว่าคงไม่มีนางเอกนะ แต่มีสาวหลายคน
    #4359
    0
  20. #4192 PiLii (@pinepilins) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2557 / 10:54
    ไม่เอาซิสค่อนน้า ชอบเทียน่านะ แต่ไม่อยากให้พี่น้องมันหวานกันเกินไป มันไม่งามอ่า ถ้าไม่มีนางเอกกะไม่เป็นไร พี่เป็นพระเอก น้องเป็นตัวเอก แต่ต้องบ่ใช่นางเอกเน้อ เง้อออออออ
    #4192
    0
  21. #4087 watch012 (@watch012) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2557 / 22:22
    ขึนอยู่นานกว่านั้นได้โดนซักประวัติพรุนแน่ๆ อิ อิ
    #4087
    0
  22. #4016 รออ่าน (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2557 / 18:10
    ยามหาโชคนี่มันสุดยอดจิงๆ 55555555
    #4016
    0
  23. #3986 (_- -)// {NTR} L(- -_) (@kenjidark) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2557 / 01:15
    เข้ามารอตลอดเวลาครับ
    #3986
    0
  24. #3943 แสงรัตติกาล (@prang9210) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2557 / 11:26
    ณ จุดนี้ชมคนเเต่ง หาข้อมูลได้สุดยอด เเต่งได้เยี่ยม เขียนได้ดี อ่านเพลินเลยงิ
    #3943
    0
  25. #3665 Kuroko Tetsuya_kun (@phingpin) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2557 / 17:51
    สนุกเวอร์ๆ
    #3665
    0