I am normal ผมนี้ละคนธรรมดา

  • 93% Rating

  • 158 Vote(s)

  • 544,325 Views

  • 7,786 Comments

  • 9,112 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    748

    Overall
    544,325

ตอนที่ 16 : บทที่ 13 คนธรรมดา กับ สนามสอบที่(ไม่)ธรรมดา (รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 29864
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 220 ครั้ง
    22 พ.ค. 57

บทที่ 13

                             คนธรรมดา กับ สนามสอบที่(ไม่ )ธรรมดา

 

เช้าวันใหม่ ณ ประตูทางเข้ามหาวิทยาลัยโอริเฟีย

            บรรยากาศหน้ามหาวิทยาลัยยังคงเป็นที่ขายของบรรดาแม่ค้าพ่อค้าเหมือนเดิม เพียงแต่พวกที่มาตั้งแผงขายของในวันนี้ บางส่วนไม่ได้เอาของมาวางขายแต่เอาโต๊ะมาตั้ง และมีป้ายที่เขียนว่า รับซื้อสัตว์อสูรทุกชนิดในราคาสูงติดอยู่ ถนัดจากพวกพ่อค้าและแม่ค้ามาไม่ไกลนัก มีกลุ่มคนจำนวนมากกำลังมุงดูอะไรบางอย่าง  ไม่นานก็มีใครบางคนปลีกตัวออกมาจากกลุ่มคนที่มุงดู คนที่ปลีกตัวออกมานี้เป็นเด็กชายอายุประมาณ 7-8 ปี เขารีบวิ่งไปหาแม่ค้าที่สวมหมวกสีน้ำเงิน เธอกำลังจัดข้าวของเพื่อเตรียมตัวเปิดร้านขายของ พอเด็กมาถึงก็ยื่นกระดาษบางอย่างให้กับเธอพร้อมพูดว่า

            คุณป้าครับ นี้คือรายชื่อของผู้ที่ได้ 3 อันดับแรกในการสอบรอบที่ 2

            แม่ค้าหมวกสีน้ำเงินส่งยิ้มให้กับเด็กชาย ก่อนจะยื่นมือไปรับกระดาษ สักพักเธอก็ส่งเงินให้กับเด็กคนนี้ไป พร้อมพูดว่า

ขอบใจมากจ๊ะ นี้ค่าจ้างของหนูนะ

            ขอบคุณครับ ถ้ายังไงผมขอตัวไปบอกเรื่องนี้กับคนอื่นๆต่อเลยนะครับเด็กชายเอาเงินใส่กระเป๋า ก่อนจะวิ่งไปหาพ่อค้าที่อยู่ถนัดไปไม่ไกลนัก พอเด็กชายจากไปแล้ว แม่ค้าผมสีน้ำเงินก็คลี่กระดาษออกดู ภายในเขียนเอาไว้ว่า

ผู้ที่สอบได้อันดับหนึ่งอันดับสามของรอบที่ 2

1.ชื่อ อรุณ เทพพิทักษ์          ได้ 99 คะแนน 

2.ชื่อ ฟิน ซึซาคุ                   ได้ 92 คะแนน

3.ชื่อ นาโก เก็มบุ                 ได้ 91 คะแนน

 

           

แม่ค้าที่สวมหมวกสีน้ำเงินอ่านจบ เธอก็หยิบกระดาษอีกแผ่นออกมาเปิดดู ซึ่งกระดาษแผ่นนี้เขียนเอาไว้ว่า

 

ผู้ที่สอบได้อันดับหนึ่งอันดับสามของการสอบข้อเขียน

1.ชื่อ อรุณ เทพพิทักษ์

ได้ 100 คะแนน 

2.ชื่อ ฟิน ซึซาคุ

ได้  80  คะแนน

3.ชื่อ นาโก เก็มบุ

ได้  79  คะแนน

 

 

            แม่ค้าสวมหมวกสีน้ำเงินเอากระดาษทั้ง 2 ใบมาเทียบกันแล้ว เธอก็พูดขึ้นมาเบาๆว่า “อันดับ 2 และ 3 จะเป็นพวกตระกูลใหญ่ตามที่คาดไว้  การจะขอซื้อสัตว์อสูรที่ล่าได้คงจะไม่ไหว ยิ่งตระกูลซึซาคุด้วยแล้ว ตระกูลนี้เค็มยิ่งกว่าเกลือซะอีก ที่น่าจะพอต่อลองได้คงมีแต่อันดับ 1 เท่านั้น ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นใครมาจากไหน แต่ถ้าได้คะแนนสูงแบบนี้คงต้องเก่งมากแน่ๆ

            แม่ค้าหมวกสีน้ำเงินจัดการเรียกคนที่อยู่ใกล้ๆให้เข้ามาหา ก่อนจะกระซิบว่า คราส นายลองไปสืบมาซิว่า คนที่ได้อันดับ 1 เป็นใคร หน้าตายังไง จำไว้นะถ้าหาตัวพบแล้ว นายต้องรีบมารายงานฉันโดยด่วน ไม่ว่ายังไงพวกเราก็ต้องติดต่อซื้อ-ขายกับเด็กคนนี้ให้ได้ เข้าใจไหม

            รับทราบครับ นายหญิงคราสตอบขึ้นมาทันที ขณะที่คราสตอบแบบนั้นออกไป เสียงของใครบางคนก็ดังขึ้นว่าคุณแม่ค้าครับ ไอ้นี้มันคืออะไรหรือ?”

            แม่ค้าที่สวมหมวกสีน้ำเงินจ้องมองไปยังคนถาม เขาเป็นชายหนุ่มสวมเสื้อเชิ้ต กางเกงยีน และสวมรองเท้าผ้าใบสีน้ำตาลแดง เด็กหนุ่มคนนี้ที่กำลังมองสินค้าของเธออย่างสนใจ แม่ค้าจึงโบกมือเป็นสัญญาให้กับคราสเหมือนต้องการบอกให้เขาไปทำงานได้แล้ว

 คราสพยักหน้าพร้อมจะวิ่งจากไปทันที แม่ค้าที่สวมหมวกสีน้ำเงินจึงหันไปมองชายหนุ่มที่ถามพร้อมว่าไม่ทราบว่าพ่อหนุ่มหมายถึงสิ้นค้าชิ้นไหนหรือจ๊ะ

            ชายหนุ่มเจ้าของเสียงยกขนมปังขึ้นมากัด 1 คำ ก่อนจะใช้มืออีกข้างชี้ไปยังอุปกรณ์ที่มีลักษณะคล้ายกับกระป๋องนมข้นหวาน เพียงแต่มันเป็นสีแดงเข้มไปทั้งใบ แม่ค้ายิ้มก่อนจะพูดออกมาว่า

            ดูเหมือนพ่อหนุ่มจะเพิ่งเคยมาเมืองนี้ซินะ สิ่งที่พ่อหนุ่มชี้เรียกว่า กระป๋องเก็บอากาศ มันบรรจุอากาศในสถานที่ต่างๆเอาไว้ในนี้ได้ เมื่อเอาไปเปิดในที่ห้องก็จะสามารถทำให้ห้องมีอากาศแบบที่พวกเราต้องการได้ อย่างกระป๋องสีฟ้า คืออากาศริมทะเล น้ำเงินคือ อากาศบนภูเขาหิมะ และสีแดงคืออากาศในหน้าร้อน

            ว้าว!! นี้มันสุดยอดไปเลย แล้วไอ้กระป๋องสีเหลืองขนาดเล็กนั้นคืออากาศที่ไหนหรือครับชายหนุ่มชี้ไปยังกระป๋องสีเหลืองด้วยสีหน้าสนใจสุดๆ

            แม่ค้าที่สวมหมวกมองไปยังกระป๋องสีเหลือง ก่อนจะพูดว่า นั่นเป็น แอปเปิ้ลทองคำอัดกระป๋องนะจ๊ะ

            ชายหนุ่มจ้องมองกระป๋องสีเหลืองด้วยความตกใจ ไม่นานผู้หญิงอีกคนก็เดินเข้ามาชายหนุ่ม พร้อมพูดขึ้นว่าพี่ค่ะ หนูบอกแล้วไงว่าให้รออยู่เฉยๆ ทำไมถึงไม่ฟังกันบ้างนะ

            ชายหนุ่มเอามือจับหัว ก่อนจะก้มตัวขอโทษหญิงสาวที่มาทีหลัง สักพักเขาก็พูดขึ้นมาว่า พี่เห็นร้านนี้มีกระป๋องแปลกๆตั้งขายอยู่เยอะไปหมด พี่ก็เลยอยากจะรู้ว่ามันเป็นอะไรบ้างนะ ขอโทษจริงๆ ทางน้องเป็นอย่างไงบ้างละ

            ไม่ไหวค่ะ ผู้คนแห่งมาดูคะแนนสอบซะจนไม่มีที่ให้แทรกเข้าไปได้เลย สงสัยคงต้องมาดูที่หลังแล้วละหญิงสาวได้แต่ทำมืออย่างจนใจ

แม่ค้าที่สวมหมวกสีน้ำเงินก็พูดขึ้นมาว่า พวกหนูมาดูคะแนนสอบหรือจ๊ะ?”

            ใช่ค่ะ แต่ดูจากจำนวนคนแล้ว พวกหนูคงต้องรอก่อน เดี๋ยวค่อยกลับมาดูทีหลังก็ได้แล้วกันหญิงสาวพูดจบ เธอก็จัดการดึงพี่ชายให้ตามเธอไป แต่คนเป็นพี่กับพูดขึ้นว่า

            เทียน่าอย่าเพิ่งไปสิ พี่อยากได้แอปเบิ้ลทองคำกระป๋องนั้น น้องช่วยซื้อให้หน่อยน้า!!!

ชายหนุ่มหรือริวได้แต่ส่งสายตาลูกแมวขี้อ้อนไปยังน้องสาวเพื่อขอให้เธอซื้อของให้ แต่คำตอบที่ได้คือ

 ไม่ค่ะ

            ริวทำหน้าราวกับเพิ่งได้รับข่าวร้ายสุดๆทำไมละ นี้คือแอปเบิ้ลทองคำของหายากติดระดับตำนานเชียวนะ รับรองมันต้องอร่อยมากแน่ๆ

            เทียน่าถอนหายใจ “พี่ค่ะ ไอ้แอปเบิ้ลทองคำในตำนานกรีกกับแอปเบิ้ลทองคำอัดกระป๋องที่อยู่ตรงหน้าของพี่ มันมีคุณสมบัติต่างกันราวฟ้ากับเหวเลยนะ ที่สำคัญแอปเปิ้ลกระป๋องนั้นก็ไม่ใช่ของกินด้วย

            ริวยังคงทำหน้างงๆ เทียน่าจึงได้แต่กล่าวต่อว่าแอปเบิ้ลทองคำในตำนานมีไว้เพื่อ ผู้ที่งามที่สุด แต่ไอ้แอปเปิ้ลทองคำอัดกระป๋องนี้มีไว้ แว๊กขนหน้าแข้ง ต่างหาก ปกติแล้วพวกสาวๆ ไม่ก็หญิงประเภท2นิยมซื้อใช้กัน ถ้าพี่ต้องการซื้อมันไปเพื่อแว๊กขนหน้าแข้ง หนูจะซื้อให้ เพียงแต่หนูต้องเป็นคนแว็กขนให้พี่เองนะ

            ริวรีบส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว เทียน่าได้แต่ทำหน้าหน่ายใจ มีเพียงแม่ค้าที่สวมหมวกสีน้ำเงินเท่านั้นที่หัวเราะออกมา  สักพักเธอก็พูดว่า

            ฮ่าๆๆ โอ้ย พวกเธอนี้ตลกจริงๆ ตกลงว่าพ่อหนุ่มคนนี้เพิ่งจะมาริเดียเป็นครั้งแรกซินะ ถึงได้ดูจะไม่ทราบเรื่องเหล่านี้เลย

            ใช่ครับ ผมเพิ่งมาครั้งแรกจริงๆริวตอบออกมาทันที

แม่ค้าที่สวมหมวกสีน้ำเงินหยิบกระป๋องเล็กๆใบหนึ่งส่งให้กับริว ถ้าพ่อหนุ่มหาของกินอยู่ พ่อหนุ่มเอากระป๋องนี้เถอะ รับรองพ่อหนุ่มต้องชอบมันแน่ๆ

            ริวได้รับกระป๋องมาอย่างงงๆ กระป๋องนี้สูงเพียง 10 ซม. และมีเส้นผ่าศูนย์กลางเพียง 5 ซม. เทียน่าเห็นกระป๋องนี้จึงหันไปถามแม่ค้าว่า

 อาหารอัดเม็ดหรือคะ?”

            แม่ค้ายิ้มรับ ใช่จ๊ะ ในกระป๋องนั้นมีอาหารอัดเม็ดอยู่ 5 ชนิด ชนิดละ 1 เม็ด ขอแค่เปิดกระป๋องออก จากนั้นใช้น้ำเปล่าหยดลงไป 1 หยดก็จะกลายเป็นอาหารจานด่วนสำหรับ 1 มื้อของคน 1 คน ป้าขอยกให้พ่อหนุ่มก็แล้วกัน ถือว่าเป็นของขวัญสำหรับผู้เดินทางมาที่นี้เป็นครั้งแรกนะ

            ว้าว นี้มันสุดยอดไปเลย ผมขอบคุณมากนะครับ คุณป้าริวยกมือขึ้นมาไหว้แม่ค้าทันที

 เทียน่าก็ยกมือขึ้นมาไหว้แม่ค้าเพื่อเป็นการขอบคุณเช่นกัน จากนั้นเธอก็จัดการดึงมือริวให้ตามไปทันที  ริวหันมาโบกมือให้กับแม่ค้าที่สวมหมวกสีน้ำเงิน

คุณป้าครับ ผมไปก่อนนะ อ้อ เดี๋ยวพอสอบเสร็จ ผมจะมาหาใหม่ อย่าเพิ่งไปไหนนะครับ ผมมีเรื่องอยากจะถามอีกเยอะเลย

            พี่ค่ะ! อย่าไปกวนคุณป้าแบบนั้นซิเทียน่าตะโกนขึ้น ก่อนจะเปลี่ยนจากดึงแขนไปดึงหูของริวแทน

            โอ้ยๆๆ อย่าดึงหูแบบนี้ซิ พี่เจ็บนะริวร้องออกมาทั้งน้ำตา แต่คนเป็นน้องก็ยังไม่สนใจเสียงร้องของพี่ชาย   เธอจัดการดึงหูของเขาพร้อมเดินต่อไปเรื่อยๆ

            หลังพวกริวจากไปจนลับสายตา แม่ค้าที่สวมหมวกสีน้ำเงินยิ้มพร้อมคิดว่า ( แม้คนพี่จะดูเอ๋อไปบ้าง แต่ก็ดูจะเป็นคนจริงใจดี ส่วนน้องสาวแม้จะโกรธในสิ่งที่พี่ชายทำ เธอก็ยังไม่ยอมทิ้งพี่ชายอยู่ดี  ช่างเป็นพี่น้องที่รักกันจริงๆนะ)

            ระหว่างที่แม่ค้ากำลังคิดแบบนั้น คราสก็กลับมาพร้อมพูดว่า นายหญิงครับ ผมได้รูปของคนที่ได้คะแนนเป็นอันดับ 1 มาแล้ว เดี๋ยวพวกเราไปตามหาตัวเด็กคนนี้ด้วยกันเถอะ

            แม่ค้าที่สวมหมวกสีน้ำเงินรับรูปในมือของคราสมาดู พอเธอเห็นรูปเท่านั้น เธอก็อึ้งไปพักใหญ่ ก่อนจะหัวเราะออกมาเต็มเสียง

            ฮ่าๆๆๆๆ โอ้ย ปวดท้อง ไม่คิดเลยว่าจะเป็นพ่อหนุ่มคนนั้นไปได้ ใครจะไปคิดว่าหน้าตาเอ๋อๆ ท่าทางไม่เต็มบาทอย่างนั้นจะซ่อนเขี้ยวเล็บไว้แบบนี้ เป็นครั้งแรกเลยนะ ที่ฉันประเมินคนผิดไป เสียท่าจริงๆ

            คราสได้แต่ยืนมองนายหญิงอย่างไม่เข้าใจ เพราะถึงแม้นายหญิงจะบ่นว่าเสียท่า เธอก็ยังยิ้มและหัวเราะไม่หยุดเลย  แม่ค้าที่สวมหมวกสีน้ำเงินก็หันไปมองรอบๆพร้อมคิดขึ้นมาว่า

            (ที่แท้พ่อหนุ่มคนนั้นรู้แต่แรกแล้วว่า ฉันเป็นใคร ทั้งที่มีพ่อค้า-แม่ค้าอยู่ที่นี้มากมายแต่เขากับตรงเข้ามาหาฉันโดยไม่ลังเล แถมยังบอกให้รอเขาจนสอบเสร็จอีก แสดงว่าเขาคงคิดจะเจรจาการค้ากับฉันซินะ ช่างยอดเยี่ยมสมกับเป็นอันดับ 1 ในการสอบจริงๆ)

            เอ่อ นายหญิงครับคราสส่งเสียเรียกนายหญิง เมื่อเห็นเธอนิ่งเงียบไป

            แม่ค้าที่สวมหมวกสีน้ำเงินหันมาหาคราส พร้อมกล่าวออกไปว่า “คราส เตรียมติดต่อไปยังพ่อค้า-แม่ค้าที่อยู่ในเมืองนี้ทุกคน บอกให้พวกเขาเตรียมการซื้อสัตว์อสูรจากผู้เข้าสอบทุกคนได้เลย และสั่งทุกคนด้วยว่าให้ราคาอย่างยุติธรรมที่สุด ห้ามมีการกดราคาอย่างเด็ดขาด

            เอ๋! ทำไมละครับ ปกติพวกเรามักจะซื้อขายตามราคาที่เราเป็นฝ่ายกำหนด ทำไมวันนี้นายหญิงถึงได้สั่งการแบบนี้ละ

            นั่นเพราะถ้าพวกเราไปกดราคา พวกเราอาจจะต้องเสียลูกค้าคนสำคัญไปนะซิ

            คราสยังคงทำหน้างงๆ แม่ค้าที่สวมหมวกสีน้ำเงินถอนหายใจ “เมื่อสักครู่ พ่อหนุ่มที่สอบได้อันดับ 1 ในการสอบทั้ง 2 รอบ ได้มาตรวจสอบฉันก่อนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขืน ฉันไปติดต่อซื้อขายกับเขาในแบบที่พวกเราเคยทำ รับรองว่าพวกเราจะไม่มีเจรจากับเขาได้เลย ทางเดียวที่จะทำได้คือให้คนของพวกเราทั้งหมด ประเมินราคาของทุกสิ่งตามความเป็นจริงเท่านั้น  พอเสร็จสิ้นการสอบรอบนี้เมื่อไร เขาจะมาเจราซื้อขายกับพวกเราด้วยความสมัครใจเอง

            ไม่จริงน่า! พวกผมพยายามปิดข่าวเรื่องที่นายหญิงจะมาที่นี้แทบตาย แล้วทำไมเขาถึงทราบว่านายหญิงจะมาตั้งร้านที่นี้ได้ล่ะ

            แม่ค้าที่สวมหมวกสีน้ำเงินส่ายหน้า ฉันไม่รู้ว่าเขาทราบได้ยังไง ขนาดฉันเพิ่งตั้งร้านได้ไม่ถึง 5 นาที เขาก็เข้ามาตรวจสอบฉันแล้ว ช่างเป็นคนเก่งเหนือจินตนาการจริงๆ ดังนั้นไม่ว่ายังไง พวกเราก็ต้องทำให้เขาเห็นว่า พาณิชนาวา ของพวกเราเป็นกลุ่มพ่อค้าที่ให้ความยุติธรรมกับลูกค้าเป็นที่สุด

            ผมเข้าใจแล้วครับ ผมจะรีบลงมือปฏิบัติทันทีเลยคราสรับคำก่อนจะรีบวิ่งจากไป ที่แท้แม่ค้าที่สวมหมวกสีน้ำเงินนี้คือ เลดี้ ซินแคร์ ผู้นำขบวนพาณิชนาวา ที่เป็น 1 ใน 3 ผู้ทรงอำนาจทางเศรษฐกิจของรัฐแห่งนี้ กลุ่มการค้าพาณิชนาวาเน้นการค้าขายทางเรือเป็นหลัก การที่เธอมาดูการทดสอบในรอบที่ 3 นี้ไม่เพียงจะมาหาซื้อสัตว์อสูรจากผู้เข้าสอบเท่านั้น เลดี้ ซินแคร์ยังถือโอกาสมาดูการเคลื่อนไหวของตลาดไปในตัวอีกด้วย เธอมองทิศทางที่ริวเดินจากไป ก่อนจะพูดเบาๆว่า

            ฉันจะรอนัดหมายของพวกเรานะ พ่อหนุ่มจอมมายา

            การประกาศของเลดี้ซินแคร์ทำเอาบรรดาพ่อค้าแม่ค้าในเมืองต่างทำอะไรไม่ถูกโดยเฉพาะ 2 ใน 3 ผู้ทรงอำนาจที่เหลือถึงกับงงในสิ่งที่เกินขึ้นเป็นอย่างมาก แต่พวกเขาก็ได้แต่สั่งให้ลูกน้องปรับราคาการรับซื้อสินค้าให้เท่ากับทางเลดี้ ซินแคร์ และการปรับราคาการรับซื้อในครั้งนี้ยังส่งผลวงกว้างไปยังพวกพ่อค้า-แม่ค้า รวมไปถึงคนที่เอาสินค้ามาวางขายอีกด้วย ผลที่ตามมาอย่างคาดไม่ถึงคือ เศรษฐกิจของเมืองออร่าไลท์กลับมาคึกคักอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน แม้จะไม่กี่วันก็ตาม ส่วนไอ้คนที่เป็นต้นเรื่องนั้นกำลังเอาลูกชิ้นในมือขวาใส่ปาก ส่วนที่มือซ้ายยังถือขนมปังเหมือนเดิม เสียงของตัวก่อเรื่องดังขึ้นว่า

            อร่อยสุดๆไปเลย พี่ไม่คิดเลยนะว่า ลูกชิ้นเนื้อปลาบินได้จะอร่อยได้แบบนี้

            เค้าเรียกว่า มัจฉาเวหาค่ะ ไม่ใช่ปลาบินได้  พี่กินดีๆหน่อยซิ ซอสติดปากหมดแล้วนะเทียน่าพูดพร้อมเอาผ้าเช็ดหน้าเช็ดปากให้กับริว

การที่เทียน่าต้องซื้อลูกชิ้นมัจฉาเวหาให้กับริวก็เพราะพอชายหนุ่มพ้นสายตาของแม่ค้า เขาก็จัดการเอากระป๋องขึ้นมาเปิดทันที แต่เขาก็ไม่สามารถทำได้เพราะไม่มีที่เปิดกระป๋อง ริวจึงเปลี่ยนมาใช้ฟันกัดแทน เทียน่าทนไม่ไหว เธอจึงจำใจต้องลูกชิ้นให้กับเขากินไปชั่วคราวก่อน พอพี่ชายกินลูกชิ้นเสร็จเรียบร้อยแล้ว เทียน่าก็เช็ดปากให้เขาอีกครั้ง พร้อมพูดว่า

            หนูว่าพวกเราคงต้องรีบหน่อยแล้วละ      

เทียน่าพูดจบก็ดึงมือของริวให้เดินต่อไปอย่างสุดแรง แต่ริวก็ได้แต่เดินไปพลาง หยุดไปพลาง เขามองร้านค้าที่อยู่รอบตัวอย่างสนใจ

โธ่ พี่ค่ะ ช่วยเร่งฝีเท้าหน่อยเถอะ  ถ้าไปสายพวกเราอาจจะหมดสิทธ์สอบรอบที่ 3 นะค่ะเทียน่าพูดออกมาด้วยท่าทีร้อนรน

ริวยกขนมปังขึ้นมากัดอีก 1 คำ ก่อนจะค่อยพูดออกมาว่า “แบบนั้นก็ยิ่งดีซิ  ยัยตัวแสบอย่าลืมนะว่า พี่มาเพื่อสอบตก แล้วไอ้การโดนตัดสิทธ์ก็มีแต่ผลดี ไร้ซึ่งผลเสียไม่ใช่หรือ?”

พี่ค่ะ ถ้าพี่ถูกตัดสิทธ์ไม่เป็นไร แต่ถ้าหนูถูกตัดสิทธ์เพราะไปสอบไม่ทัน หนูจะต้องโดนลงโทษตัดสิทธ์ในการสอบไปอีก 3 ปีเลยนะ ถ้ายังไงพี่ช่วยเร่งฝีเท้าทีเถอะ 

เข้าใจแล้วนะ ยัยตัวแสบ” ริวพูดออกมาพร้อมเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น แต่ยังไม่ทันได้ไปถึงไหนเลยพวกริวก็ต้องมาหยุดอยู่หน้าทางเข้าสนามสอบรอบ 3 เนื่องจากทางเข้าสนามสอบในเวลานี้ต่างเต็มไปด้วยผู้คน ไม่ว่าจะผู้เข้าสอบ พ่อค้า แม่ค้า และผู้คนอีกมากมายที่ไม่ทราบว่าใครเป็นใคร  หน้าประตูยังมีทหารจำนวนหนึ่งยืนปิดประตูทางเข้า-ออกเอาไว้อย่างแน่นหนา

เทียน่าถึงกับทำหน้างงๆ แต่ขณะที่เธอกำลังอยู่ในอาการแบบนั้น เสียงเรียกของใครบางคนก็ดังขึ้นมาว่า

คุณพี่ชาย เทียน่า ทางนี้ค่ะ

ริวหันไปมองต้นเสียง เขาเห็นลีฟ่าและยูอิกำลังโบกมือเรียกพวกเขาทั้งสองคนให้เข้าไปหา เทียน่ารีบวิ่งเข้าไปหาพวกเธอทันที ผิดกับชายหนุ่มที่ยกขนมปังขึ้นมากัดอีกคำ พร้อมมองไปรอบๆ ริวมองไปยังเหล่าทหารที่ขวางประตูด้วยความสนใจ สักพักเสียงในหัวของเขาก็ดังขึ้นมาว่า

- ทหารเหล่านี้เป็นทหารองค์รักษ์ แต่ดูจากปลอกแขนสีขาวที่อยู่ตรงต้นแขนขวาแล้ว ทหารพวกนี้น่าจะเป็นทหารองค์รักษ์ส่วนพระองค์มากกว่า แสดงว่าคนที่อยู่ในสนามสอบตอนนี้น่าจะเป็นพวกเชื้อพระวงศ์ ไม่ก็ กษัตริย์ผู้ปกครองรัฐแห่งนี้

(ผมว่าน่าจะเป็นเชื้อพระวงศ์มากกว่า ถ้าเกิดกษัตริย์เสร็จมาชมการสอบแบบนี้ พระองค์คงเป็นกษัตริย์ที่ว่างงานที่สุดใน 2 โลกแน่ๆ)

-แกนี้ยังปากเสียเหมือนเดิมจริงๆ เดี๋ยวนะ นี้แกให้วิธีคิดแทนการพูดด้วยปากหรือ?-

(ใช่แล้วละ เมื่อวานตอนที่ผมคิดถึงตัวการ์ตูน แกบอกเองว่าอ่านความคิดผมได้ ดังนั้นถ้าผมจะคุยกับแกผ่านทางความคิดก็น่าจะได้เหมือนกัน )ริวคิดขึ้นอีกครั้ง

-หึๆ เจ้านี้ช่างละเอียดรอบคอบใช้ได้เลยนะ ขนาดเรื่องเล็กน้อยแค่นั้น เจ้ายังไม่ปล่อยให้ผ่านไปเลยนะ

(ขืน ถ้าไม่รอบคอบก็ตายซิโว้ย แกคิดดู ขนาดอาหารแผงลอย ถ้ากินผิดยังทำให้ถึงตายได้ แล้วแบบนี้จะไม่ให้รอบคอบได้ไง ผมยังอยากมีชีวิตอยู่และยังอยากกลับไปแต่งงานที่โลกมนุษย์นะ เฟ้ย)

-ไม่ทราบแกมีคนรักแล้วหรือ? ถึงได้อยากจะกลับไปแต่งงานที่นั้นนะ-

(........มันก็ต้องมีอยู่แล้วน่า ไม่เช่นนั้นผมจะกล้าพูดหรือ?)ริวทำท่าลังเลเล็กน้อย ก่อนจะตอบออกไป

 -เธอชื่อว่าอะไร หน้าตาสวยไหมละ-

(....เอ่อ.......เอาเป็นว่าเรื่องนี้พักไว้ก่อนเถอะ แต่แกนั้นละทราบได้ยังไงว่าทหารพวกนั้นเป็นองค์รักษ์ส่วนพระองค์นะ)ริวอ่ำ อึ้งอยู่พักใหญ่ ก่อนรีบเปลี่ยนเรื่องในทันที

-ถ้าเรื่องแค่นี้ข้าไม่รู้ ข้าก็ไม่สมควรจะสัตว์เทพผู้สถิตอยู่ที่รัฐแห่งนี้แล้วละ-

(เอ๋! เดี๋ยวก่อนซิ  นายเป็นสัตว์เทพประจำรัฐแห่งนี้เหรอ? ทำไมนายไม่เคยบอกเลยละ ไม่ซิ มันมีด้วยหรือไอ้สัตว์เทพประจำรัฐนะ)

-เจ้าไม่เคยถามข้าเองนะ แล้วข้าจะบอกทำไมให้เมื่อยปาก  อีก อย่างคนที่รู้เรื่องพวกนี้ก็คงไม่มีอีกแล้วละ ตั้งแต่เมื่อ 1000 ปีก่อน ผู้คนในรัฐทั้ง 7 ต่างก็เริ่มหันไปนับถือเทพประจำรัฐแทนพวกข้า  ตำนาน และตัวตนของสัตว์เทพก็ค่อยๆลดคุณค่าลง จนมนุษย์ส่วนใหญ่ต่างคิดว่าพวกเราต่ำชั้นกว่าเทพประจำรัฐที่พวกเขานับถือ ความจริงมันไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย ถ้าเปรียบเทียบสัตว์เทพกับเทพประจำรัฐแล้ว พวกเราถือว่ามีอำนาจมากกว่าเทพประจำรัฐอย่างที่เทียบกันไม่ได้เลย  เพียงแต่สัตว์เทพจะไม่ชอบสุงสิงกับมนุษย์ หรือช่วยเหลือมนุษย์เหมือนอย่างที่เทพประจำรัฐทำ  มันจึงทำให้ตัวตนของพวกเราดูจับต้องได้ยากมากกว่าเทพประจำรัฐ-

( ช้าก่อน แม้พวกสัตว์เทพจะถูกลดคุณค่าและความนับถือลง มันคงไม่ถึงขั้นถูกลืมเลือนไปตามกระแสกาลเวลาหรอกมั่ง)

            -ไอ้ริว เจ้าดูถูกกระแสของกาลเวลามากเกินไปแล้ว เรื่องราวของสัตว์เทพตนอื่นอาจจะยังมีหลงเหลืออยู่ในริเดียบ้าง แต่มันก็คงถูกดัดแปลงไปจนไม่เหลือโครงเรื่องเดิมแม้แต่น้อย โดยเฉพาะเรื่องของข้านั้น คงไม่มีมนุษย์ หรือเผ่าพันธุ์ไหนจำได้อีกแล้วละ-

  (เท่าที่ฟังจากน้ำเสียงนายแล้ว นายดูจะดีใจที่เป็นแบบนั้นมากกว่านะ)

            -ฮ่าๆๆ เจ้านี้รู้ใจข้าจริงๆ ข้าไม่ชอบให้มนุษย์อย่างพวกเจ้ามาบูชา หรือนับถือหรอก ยิ่งยกย่องให้เป็นสัตว์เทพประจำรัฐด้วยแล้ว ข้ายิ่งไม่ชอบ การที่ข้าชอบอยู่ที่รัฐแห่งนี้ก็เพราะถูกใจในแสงแดดอ่อนๆยามเช้าของรัฐแห่งนี้ต่างหาก ยิ่งได้นอนกลิ้งไปมาในวันที่อากาศอบอุ่นด้วยแล้ว เจ้ารู้ไหมว่ามันสุดยอดเพียงใด-

            ริวพยักหน้าอย่างยิ้มๆ(สมเป็นนายดีนะ ไหนๆนายก็พูดมาแล้ว ขอถามหน่อยนะว่า นอกจากนายแล้ว สัตว์เทพประจำรัฐอื่นๆมีอะไรบ้างละ)

            -แปลกดีนะ ที่เจ้าสนใจเรื่องพวกนี้ ข้านึกว่าเจ้าจะปล่อยเรื่องนี้ให้ผ่านไปอย่างทุกทีซะอีก

            (นายรู้ด้วยหรือ? ว่าผมจงใจปล่อยบางเรื่องให้ผ่านไปนะ)ริวคิดถึงตรงนี้ เขาก็เริ่มมีสีหน้าที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย

            -รู้ซิ ไม่ว่าจะเรื่องเครื่องเกมที่เจ้าใช้ได้ทั้งที่คนอื่นใช้ไม่ได้ เรื่องที่คำสาปไม่มีผลกับตัวเจ้า หรือแม้แต่เรื่องตัวตนของเจ้า ไม่ว่าเรื่องไหนเจ้าก็รับรู้ด้วยการฟัง แต่เจ้าก็ไม่คิดจะถามออกมา ข้าจึงแปลกใจว่าอะไรที่ทำให้เจ้าสนใจเรื่องสัตว์เทพประจำรัฐจนถามออกมาแบบนี้-

            (มันอาจจะเป็นแค่ความสงสัย แถมเรื่องนี้ก็ไม่เกี่ยวกับผมโดยตรงด้วย ผมจึงต้องการจะฟังคำตอบไงละ แต่ถ้านายไม่อยากจะตอบก็ไม่เป็นไรนะ )

            -ได้ซิ ถ้าเจ้าอยากรู้ ข้าก็จะบอก สัตว์เทพที่ถือว่าเป็นสัตว์ที่สถิตในแต่ละรัฐในเวลานั้นมีดังนี้

1. มังกรฟ้าเซริว                       ประจำอยู่ที่รัฐแห่งพฤกษา

2. ซึซาคุ                                   ประจำอยู่ที่รัฐแห่งพระเพลิง

3. เกมบุ                                   ประจำอยู่ที่รัฐแห่งวารี

4. พยัคฆ์ขาว                          ประจำอยู่ที่รัฐแห่งวายุ  

5. มังกรทอง (หวงหลง)            ประจำอยู่ที่รัฐแห่งพสุธา 

6. เคเบรอส                              ประจำอยู่ที่รัฐแห่งแสง 

7. ลูน่า                                      ประจำอยู่ที่รัฐแห่งรัตติกาลน

            (ลูน่า เดี๋ยวนะทำไมชื่อนี้มันคุ้นหูยังไงก็ไม่รู้นะ อืม ใช่แล้วสมุดเล่มนั้นไง ตอนที่มันเป็นหนังสือนิยาย มันเขียนไว้ว่า แต่งโดยผู้ใช้นามปากกาว่า ลูน่า นะ)

            เท็ดดี้ที่ฟังขึ้นตรงนี้ มันเงียบไปเล็กน้อย ก่อนจะพูดออกมาว่า - มันก็คงเป็นแค่ความบังเอิญนะ เจ้าอย่าได้ใส่ใจไปเลย-

            ริวยกแหวนขึ้นมาจ้องมอง (อย่างนั้นหรือ? เข้าใจแล้วละ เชิญนายเล่าต่อได้ ผมจะไม่ขัดอีกแล้ว)

-หลังจากที่เทพประจำรัฐทั้งปรากฏตัวออกมา พวกข้าทั้ง 7 ก็ค่อยถูกลืมเลือนไปตามการกระแสของกาลเวลา แต่เมื่อมีสิ่งเก่าหายไปก็มีสิ่งใหม่เกิดขึ้น พวกข้าบางส่วนถูกนับถือขึ้นมาใหม่ในฐานะเทพประจำทิศ และประจำตระกูลที่นับถือนะ อย่างเช่น

เซริว กลายเป็นเทพอสูรแห่งทิศตะวันออก ทั้งยังถูกนับถือให้เป็นเทพประจำตระกูลเซริว  ซึซาคุเป็นเทพอสูรแห่งทิศใต้ถูกนับถือให้เป็นเทพประจำตระกูลซึซาคุ พยัคฆ์ขาวเป็นเทพอสูรแห่งทิศตะวันตกถูกนับถือให้เป็นเทพประจำเผ่าพยัคฆ์หมอก เกมบุเป็นเทพอสูรแห่งทิศเหนือถูกนับถือให้เป็นเทพประจำเผ่าเงือก ส่วนมังกรทอง(หวงหลง) คือ จ้าวแห่งสัตว์เทพนั้นถูกยกย่องให้เป็น สัตว์เทพที่คอยนำสารจากเทพเจ้าผู้สร้างโลกใบนี้

ริวทำหน้าครุ่นคิด ก่อนจะพูดขึ้นมาอีกครั้งว่า(อ้อ ที่แท้เป็นเช่นนี้เอง แต่นายกับลูน่าทำไมถึงเลือนหายไปจากประวัติศาสตร์ของมนุษย์ได้ละ)

-สำหรับข้าจงใจให้หายไปเอง ในช่วงเวลาที่เกิดการเปลี่ยนแปลงนั้น ข้าจงใจเข้าสู่นิทราเพื่อหลบหนี้ปัญหาพวกนี้  ส่วนสัตว์เทพตนสุดท้ายนั้น ข้าไม่รู้ว่านางหายไปเพราะเหตุใดนะ-

(นางหรือ? นี่อย่าบอกนะว่าสัตว์เทพตัวสุดท้ายเป็นเพศเมียนะ)ริวถามขึ้นด้วยความตกใจ

-ไม่ใช่แบบนั้น พวกเราสัตว์เทพสามารถกำหนดเพศได้ตามต้องการ แต่ลูน่าเป็นสัตว์เทพที่ชอบจำแลงเป็นเพศหญิง พวกเราจึงเรียกเจ้านั้นว่า นางนะ -

ริวพยักหน้าอย่างเข้าใจ พร้อมคิดขึ้นว่า(ลูน่าเป็นสัตว์เทพแบบไหนหรือ? ฟังจากน้ำเสียงที่นายพูดถึงเธอแล้ว พวกนายน่าจะสนิทกันเกินกว่าคำว่าเพื่อนนะ)

            -ข้ากับนางสนิทกันอย่างที่เจ้าว่านั้นล่ะ แต่ข้าก็ไม่เคยรู้เลยว่านางมีรูปร่างที่แท้จริงเป็นอย่างไร -

(เอ๊ย นี้แกล้อเล่นใช่ไหม มันไม่ขำนะ สัตว์เทพด้วยกันกับไม่รู้ว่าเป็นตัวอะไรเนี่ย มันดูแย่มากเลยนะเฟ้ย แถมแกกับเธอก็สนิทกันมากด้วย มันยิ่งทำให้แย่เข้าไปอีก หรือว่า แกแค่หลงรักเขาเพียงข้างเดียว )

-ไม่ใช่โว้ย  ข้าไม่ได้โกหก ข้ากับนางสนิทกันมากกว่าเพื่อนจริงๆ อย่าคิดว่าข้าจะโกหกเรื่องคนรักเหมือนแกซิ ไอ้เด็กบ้า-

(........ชิ..จำไว้ทีใครทีมัน.)

- การที่ข้าไม่รู้ว่าลูน่าเป็นตัวอะไรก็เพราะ ลูน่าเป็นสัตว์เทพมายาที่ไม่มีรูปร่างตายตัว เธอสามารถจำแลงเป็นอะไรก็ได้ที่เธออยากจะเป็นในหมู่สัตว์เทพทั้ง 7 ตน ลูน่าจัดเป็นสัตว์เทพที่ลึกลับมากที่สุดแล้ว เมื่อก่อนถึงกับมีคำบอกว่า  ผู้ใดเห็นตัวตนของลูน่า ผู้นั้นจะสิ้นชีพในบัดดล-

ขณะที่เท็ดดี้พูดจบ เสียงเรียกของลีฟ่าก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง เธอเรียกให้ริวเดินไปหาเร็ว เขาจึงได้แต่หยุดพูดกับเท็ดดี้  ก่อนจะเดินเข้าไปหาลีฟ่าที่เรียกอยู่แทน พอมาถึงริวก็เห็นเทียน่ากำลังคุยอยู่กับยูอิอย่างสนุกสนาน

ริวจึงได้แต่มองอยู่ห่างๆ เขาจัดการกินขนมปังที่เหลือลงคอทันที แน่นอนว่าชายหนุ่มทำลงไปเพราะจุดที่ยืนอยู่นั้นมีสาวๆอยู่อยู่เต็มไปหมด การถือขนมปังเดินไปกินไปดูจะไม่สุภาพเลย (สรุปว่ามันทำลงไปเพราะต้องการวางมาดเท่อวดสาวเท่านั้นนะ By เท็ดดี้)  แต่ขณะที่กลืนขนมปังลงไปนั้น

อึก

ใค...รก็.....ได้ช่...วย.... ด้...ว..ย ข...นม...ปัง...ติ....ด..ค....อเสียงอันแผวเบาของริวดังรอดออกไป ใครบางคนรีบยื่นขวดน้ำให้กับริว เขารีบรับขวดน้ำมาดื่มอย่างไม่เกรงใจ สักพักริวก็พูดขึ้นมาว่า

เฮ้อ นึกว่าไม่รอดซะแล้วซิ ไม่คิดเลยว่าขนมปังที่โลกริเดียจะน่ากลัวขนาดนี้

-ไอ้เด็กบ้า ที่เป็นแบบนี้เพราะแกคิดจะวางท่ามากเกินไปต่างหาก เอาแต่โทษอย่างอื่นอยู่ได้ หัดโทษตัวเองบ้างซิฟะ-

(เรื่องซิ)ริวตอบกับทันที  แต่ยังไม่ทันที่เท็ดดี้จะพูดอะไรต่อ ชายหนุ่มก็สังเกตได้ว่าคนที่ยื่นขวดน้ำให้กับเขาก็คือ ลีฟ่า นั้นเอง  ลีฟ่าจ้องมองริวอยู่พักใหญ่

สวัสดีค่ะ คุณพี่ชาย ไม่ทราบว่าเป็นอย่างไงบ้าง

ริวปิดขวดน้ำ พร้อมส่งมันคืนให้กับลีฟ่า ก่อนจะยิ้มแหยๆแล้วพูดว่า “สวัสดีจ๊ะ ลีฟ่า พี่ไม่เป็นอะไรแล้วละ จริงซิ ทำไมน้องไม่เข้าไปคุยกับเทียน่าและยูอิ พวกเธอดูคุยกันสนุกเลยนะ

แน่นอนว่า 2 ประโยคสุดท้ายของริวเป็นการพูดเปลี่ยนเรื่องอย่างหน้าด้านๆเท่านั้น ลีฟ่ายังคงจ้องมองริวไม่ละ หนูไม่ชอบการพนัน และไม่ชอบการเล่นขี้โกงด้วย

การพนัน? การเล่นขี้โกง? ลีฟ่ากำลังพูดถึงอะไรอยู่หรือ?”แม้ริวจะสงสัยในสิ่งที่ลีฟ่าพูด แต่เขาก็ยังดีใจที่ลีฟ่ายอมเปลี่ยนเรื่องพูด

ลีฟ่าจ้องมองริว ก่อนจะพูดว่า “คุณพี่ชายทราบหรือยังคะว่าการสอบรอบที่ 3 ต้องทำอะไรบ้าง

ริวยิ้มพร้อมกล่าวว่า “เทียน่าบอกให้ฟังเมื่อคืนแล้วละ เห็นว่ารอบนี้แค่ไปล่าสัตว์อสูรกลับมาเท่านั้นเอง ส่วนจะล่าที่ไหน หรือ ล่าอะไรก็ขึ้นอยู่กับผู้เข้าสอบ  ด้านคะแนนก็จะนับจากความยากและง่ายของสิ่งที่ล่ามาได้นะ แม้จะล่าสัตว์อสูรชนิดเดียวกันมาก็ไม่เป็นไร เพราะคณะอาจารย์ที่คุมการสอบจะเป็นคนตรวจสอบเองว่าสัตว์อสูรตนไหนควรได้คะแนนดีกว่ากัน กติกาข้อเดียวของการสอบรอบที่ 3 นี้คือ ต้องกลับมาที่สนามสอบพร้อมสัตว์อสูร ก่อนพระอาทิตย์ตกดิน ถ้ากลับมาหลังจากพระอาทิตย์ตกดินไปแล้วจะถือว่าสอบตกทันที

ใช่ค่ะ แล้วคุณพี่ชายรู้ไหมว่า การสอบรอบนี้และรอบสุดท้ายจะเป็นรอบที่เปิดให้คนภายนอกเข้าชมการสอบได้ด้วย การสอบรอบนี้ถือว่าเป็นรอบที่พ่อค้า-แม่ค้าต่างจับตามองกันเป็นที่สุด เพราะทุกปีผู้เข้าสอบที่ล่าสัตว์อสูรมาได้นั้นจะนำมาขายให้กับพ่อค้าและแม่ค้าอีกต่อ

ริวพยักหน้าเป็นเชิงยอมรับ ก่อนจะถามออกไปว่าอืม เทียน่าก็เล่าให้ฟังแล้วเหมือนกัน แล้วที่พูดมามันเกี่ยวอะไรกับการพนันด้วยล่ะ

ทำไมจะไม่เกี่ยวละค่ะ เพราะก่อนที่จะเริ่มการสอบรอบที่3 นี้ ได้มีการประกาศคะแนนของผู้เข้าสอบใน 2 วันที่ผ่านมาให้ผู้เข้าชมการสอบได้รับรู้ด้วย ตรงนี้ละที่ทำให้ทุกคนต่างสนใจในการสอบรอบนี้ พวกเขาอยากรู้ว่าคนที่ได้คะแนนสูงสุดจะล่าสัตว์อสูรอะไร และจะล่าที่ไหน คนบางกลุ่มถึงกับมีการตั้งโต๊ะรับพนันกันเลย

ริมฝีปากของชายหนุ่มปรากฏเป็นรอยยิ้มบางๆ พร้อมพูดขึ้นมาว่า ยูอิเข้าใจหาเรื่องเล่นดีนะ แต่ยูอิจะทายผลถูกได้ยังไงกัน  คนที่เป็นอันดับ 1 จะยอมบอกสถานที่ล่า และสัตว์อสูรที่ต้องการล่าหรือ? ขืนบอกแล้วมีคนมาแย่งเขาล่าก็แย่กันพอดี  ลีฟ่าว่าจริงไหม

คำพูดของริวทำเอาลีฟ่าจ้องมองมาที่พี่ชายของเพื่อนสนิทอย่างไม่วางตา สักพักเธอก็พูดขึ้นมาว่า“คุณพี่ชายพูดยังกับว่าไม่ใช่เรื่องของตัวเองเลยนะค่ะ

ริวหันมามองลีฟ่าอย่างงงๆ “ลีฟ่าพูดแบบนั้นหมายความว่ายังไงหรือ? พี่ไปเกี่ยวอะไรกับเรื่องที่ยูอิจะทำด้วยล่ะ

            ลีฟ่าจ้องมองริวด้วยสายตาที่ต่างจากเดิม ดวงตาของเธอส่องประกายเป็นรัศมีสีทอง ระหว่างที่เธอจะถามอะไรออกมานั้น ยูอิได้วิ่งเข้ามาหาริวโดยมีเทียน่าเดินตามมาติดๆ เมื่อมาถึงเธอก็ชิงถามขึ้นทันทีว่า

คุณพี่ชายค่ะ วันนี้พี่จะไปล่าที่ไหน และล่าอะไรหรือมิ้ว?”

            พี่ว่าจะไปล่าที่หุบเขามังกร ส่วนสัตว์ที่จะไปล่าก็คือ กระต่ายเขาเดียว ยูอิไปล่าด้วยกันไหม ริวตอบออกตามที่เตี้ยมกับเทียน่าเอาไว้ตั้งแต่เมื่อคืน  สถานที่แห่งนั้นเป็นสถานที่สำหรับคนทั่วไปที่ใช้ในการล่าสัตว์  ยิ่งไอ้กระต่ายเขาเดียวที่ผมคิดจะล่านั้นก็จัดเป็นสัตว์อสูรที่อ่อนแอที่สุดในแถบนี้อีกด้วย  ถ้าถามว่ามันอ่อนแอแค่ไหน เอาเป็นว่าเด็กอายุ 5 -6 ขวบก็ยังสามารถจับมันได้เลย คำตอบของริวทำเอายูอิและลีฟ่างไปตามกัน มีเพียงเทียน่าที่ถอนหายใจออกมาเพราะยังถือว่าเธอโชคดีที่นัดแนะเรื่องนี้กับพี่ชายเอาไว้ก่อนล่วงหน้า

 ระหว่างที่เป็นแบบนั้น ริวก็หันไปเห็นคนอีก 2 คนกำลังเดินเข้ามาในจุดที่พวกเขายืนอยู่ หนึ่งในสองคนกวักมือเรียกให้ชายหนุ่มเข้าไปหา ริวได้แต่หันไปสะกิดน้องสาว พร้อมพูดว่า

เทียน่า พี่ขอตัวสักครู่นะ พอดีมีคนเรียกให้พี่ไปพบนะ

ริวพูดจบก็ชี้ไปทางคนที่กวักมือเรียก เทียน่าหันไปมองคนที่กวักมือเรียกพี่ชาย เข้าใจแล้วค่ะ พี่ไปหาคุณมอนตาน่าเถอะ เดี๋ยวพออาจารย์ประกาศเรียกแล้ว พวกเราค่อยมาพบกันตรงหน้าประตูก็แล้วกัน

ตกลง ถ้าเช่นนั้นพี่ไปก่อนนะริวพูดออกมาก่อนจะวิ่งไปหาคุณมอนตาน่าที่กวักมือเรียกทันที

เมื่อริวจากไปแล้ว  เทียน่าก็หันไปพูดกับยูอิว่าเห็นไหม ยัยยูอิ ฉันบอกเธอแล้วว่าพี่ชายจะไปล่าที่นั้น แถมยังไปล่ากระต่ายเขาเดียวด้วย ทำไมเธอถึงไม่เชื่อกันบ้างเลย

มิ้ว ยัยเทียน่า คะแนนสอบของคุณพี่ชายได้ถึง 199 คะแนนจาก 200 คะแนนเลยนะ แล้วใครจะไปคิดว่าเขาจะเลือกล่าอะไรแบบนั้นละมิ้ว ไอ้ฉันนึกว่าเขาจะไปล่า ทีเร็ก ไม่ก็ พญางู 2 หัว หรือ คีเมร่าซะอีกมิ้ว แต่นี้กลับไปล่าไอ้กระต่ายแสนอ่อนแอ เป็นใครก็อึ้งทั้งนั่นละ เฮ้อ ตกลงว่าคุณพี่ชายคิดอะไรกันอยู่นะมิ้ว

เทียน่าได้แต่ยิ้มแหยๆเพราะเธอทราบดีถึงสาเหตุที่พี่ชายต้องไปล่าที่นั้น ระหว่างนั้นเองที่ลีฟ่าจ้องมองเทียน่าด้วยสายตาแบบเดียวกับที่มองริว สักพักเธอก็พูดขึ้นว่า

เทียน่า เธอทราบสาเหตุเรื่องที่คุณพี่ชายต้องไปล่าที่นั้นใช่ไหม เธออย่าโกหกเด็ดขาด เธอน่าจะรู้ว่าฉันมี นัยน์ตาแม่มดอยู่ แม้มันจะไม่มีความสามารถถึงขั้นอ่านใจ แต่ฉันยังสามารถมองสีของความรู้สึกได้  ถ้าเธอพูดโกหกพวกเราไม่ต้องมาพูดกันอีกเลย

ยูอิทำท่าตกใจขึ้นมาทันที มิ้ว! ลีฟ่า ฉันว่ามันจะมากไปหน่อยนะ แค่เรื่องไม่เป็นเรื่อง เธอถึงกับจะทำแบบนั้นเลยหรือมิ้ว? “

ยัยยูอิ นี้มันไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะ เมื่อกี้ฉันลองใช้นัยน์ตาแม่มดอ่านความรู้สึกของคุณพี่ชายเหมือนกัน แต่เธอรู้ไหม ฉันอ่านสีความรู้สึกของคุณพี่ชายไม่ได้เลย ลีฟ้ากล่าวขึ้นมาด้วยท่าทางร้อนรน

ไม่จริงน่า! ยัยลีฟ่า เธอกำลังบอกว่านัยน์ตาแม่มดของเธออ่านสีความรู้สึกของคุณพี่ชายไม่ได้หรือมิ้ว?”

ลีฟ่าพยักหน้า ก่อนจะพูดว่า “ใช่ ฉันอ่านความรู้สึกทุกอย่างของคุณพี่ชายไม่ได้เลย นี้เป็นครั้งแรกเลยที่เจอเรื่องแบบนี้

ล้อเล่นใช่ไหมมิ้ว เธอกำลังบอกฉันว่าคุณพี่ชายไม่มีอารมณ์ความรู้สึกเลยหรือมิ้ว?”ยูอิรีบถามขึ้นมา

ไม่ใช่!! ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดในโลกหรอก ที่ปราศจากความรู้สึก ไม่ว่าคน ต้นไม้ หรือแม้แต่สัตว์ล้วนมีความรู้สึกกันทั้งนั้น การนัยน์ตาแม่มดจะมองไม่เห็นสีของความรู้สึกมีความเป็นไปได้ 2 ทาง ทางแรก คุณพี่ชายต้องเป็น สิ่งนั้นซึ่งมันไม่น่าจะเป็นไปได้หรอก ขืน เขาเป็นขึ้นมาจริง ตระกูลเซริวและแม่มดต้องรู้เป็นอันดับแรก แต่ในตระกูลแม่มดไม่เคยมีใครพูดถึงเรื่องนี้เลย ดังนั้นเรื่องนี้จึงหมดสิทธ์

เทียน่าได้แต่ยิ้มแหยๆกับคำพูดนี้ เพราะลีฟ่าน่าจะเริ่มรู้ถึงตัวตนของริวแล้ว สักพักเธอก็พูดต่อว่า ทางที่ 2 อาจจะเป็นเพราะ ฉันมองไม่เห็นสีของความรู้สึกก็ได้ นั่นหมายความว่า คุณพี่ชายทำจิตใจให้ว่างไว้ตลอดเวลาที่พวกเราคุยกัน แต่มันไม่น่าจะเป็นได้ บอกตามตรงยิ่งอยู่กับคุณพี่ชาย ฉันยิ่งพบว่า เขาเก่งจนหาอะไรเปรียบไม่ได้เลย แถมเขายังลึกลับซะจน ฉันเริ่มกลัวในตัวตนของเขาแล้ว

สรุปว่าเธอหาความจริงในตัวคุณพี่ชายไม่ได้ จึงมาคาดคั้นเอาจากยัยเทียน่าแทนซินะ มิ้วยูอิพูดตัดบททันทีที่ฟังจบ

ลีฟ่าได้แต่พยักหน้า ยูอิส่ายหน้าเบาๆพร้อมกล่าวต่อว่า “ยัยบ้า เธอนี้มันแย่จริงๆ จริงอยู่คุณพี่ชายอาจจะเป็นอย่างที่เธอว่ามานะมิ้ว แต่อย่างน้อยที่สุด เขาก็ไม่เคยทำอะไรเลวร้ายไม่ใช่หรือมิ้ว? แล้วเธอจะกังวลไปทำไม อย่าบอกนะว่าเธอกลัวคุณพี่ชายจะเป็นภัยต่อตระกูลแม่มด ถ้าคิดเช่นนั้นจริง เธอว่าคิดมากเกินไปแล้วมิ้ว คนที่กินขนมปังจนติดคอเกือบตายนี้นะเป็นภัยต่อตระกูลแม่มด คิดผิดคิดใหม่ได้เลยนะมิ้ว

ยัยยูอิ ตกลงว่าเธอกำลังว่าพี่ชายของฉันอยู่ หรือว่า กำลังอบรมยัยลีฟ่าอยู่กันแน่เทียน่าถามขึ้นมา เธอทราบดีว่ามุมมองและระยะทางในการมองของเอลฟ์นั้นค่อยข้างเหนือกว่ามนุษย์อยู่มาก มันจึงไม่แปลกเลยที่ยูอิจะได้เห็นริวกินขนมปังจนติดคอ

ฉันกำลังอบรมยัยลีฟ่าอยู่นะซิ ใครมันจะกล้าไปว่าพี่ชายสุดที่รักของเธอกันมิ้ว

อืม จริงของเธอ ยูอิ เทียน่า ฉันผิดไปแล้ว ช่วงนี้ฉันเครียดเรื่องการสอบไปหน่อย ฉันเลยไม่ทันจะได้คิดเรื่องนี้ให้ดี ฉันขอโทษจริงๆนะลีฟ่าพูดออกมาด้วยท่าทางสำนึกผิด

เทียน่าและยูอิต่างมองเธอด้วยสีหน้าเห็นใจ เพราะสำหรับลีฟ่าที่เกิดในตระกูลแม่มดแล้ว พลังเวทคือการกำหนดทุกสิ่ง และยิ่งเธอมี นัยน์ตาแม่มด ติดตัวมาตั้งแต่เกิดด้วยแล้ว มันหมายถึง เธอคือผู้นำรุ่นต่อไปของตระกูลแม่มดนั่นเอง ดังนั้นมันก็คงไม่แปลกหรอกที่เธอจะกังวลในพฤติกรรมของริว

เทียน่าที่รู้เป็นแบบนั้น เธอจึงพูดขึ้นมาว่า ลีฟ่า เธออย่ากังวลไปเลย พี่ริวไม่มีทางคิดจะทำร้ายเธอหรือตระกูลแม่มดอย่างเด็ดขาด สำหรับเขาแล้วทุกอย่างในริเดียอาจจะเป็นแค่เรื่องในจินตนาการก็ได้ หลังจากการทุกอย่างจบลงแล้ว เขาจะหายไปจากชีวิตของพวกเธอตลอดกาล

เทียน่า เธอหมายความยังไงกันนะมิ้วเสียงยูอิถามแทรกขึ้น

 เทียน่าได้แต่ส่ายหน้าก่อนจะเดินจากไปทันที  ลีฟ่าได้แต่มองเพื่อนสาวที่เดินจากไปจนลับตา ก่อนจะหันมาพูดกับยูอิว่า

สีแห่งความจริง กับ สีแห่งความกังวล ทั้งยังมีสีแห่งการปกปิดเจือปนอยู่ด้วย สิ่งที่เทียน่าพูดเป็นความจริงที่แฝงไปด้วยความกังวล แต่ก็มีบางอย่างที่เธอกำลังปกปิดพวกเราอยู่ ตกลงว่าคุณพี่ชายเป็นใครกันแน่ ทำไมเทียน่าถึงต้องพูดแบบนั้นด้วย

ยัยลีฟ่า เธอถามฉันแล้วจะให้ฉันไปถามใครมิ้ว แค่เรื่องสถานที่ล่า กับ สัตว์อสูรที่จะล่าก็แย่พอแล้วนะมิ้ว นี้ยังต้องมานั่งกลุ้มใจเรื่องของคุณพี่ชายอีก โธ่โว้ย แบบนี้ให้ไปสู้กับจอมมารโดยตรงยังดีกว่าอีกไม่ต้องมานั่งปวดหัวด้วยนะมิ้วยูอิเอามือจับหัวพร้อมโวยวายออกมา

ขนาดเวลาแบบนี้ยังจะมีอารมณ์มาล้อเล่นอีกนะ สู้กับจอมมารงั้นหรือ? ช่างคิดไป.......ลีฟ่าพูดถึงตรงนี้ เธอก็นึกอะไรบางอย่างออก ไม่นานสีหน้าของเธอก็ซีดลงอย่างเห็นได้ชัด  สักพักลีฟ่าก็พูดออกมาว่า

ยัยยูอิ เธอยังจำเรื่องที่คุณพี่ชายทำการรักษาพวกชาวบ้านในวันแรกได้ใช่ไหม

จำได้ซิมิ้ว ใครจะไปลืมได้ละ คุณพี่ชายเล่นเอาจอมเวทขาวหน้าแตกกันเป็นแทบๆเลยนะมิ้วยูอิรีบกล่าวขึ้นมา  เธอหยุดไปเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อว่า

ถ้าฉันจำไม่ผิดนะมิ้ว ชาวบ้านกลุ่มนั้นน่าจะเป็นชาวบ้านที่มีอาชีพล่าสัตว์และเก็บสมุนไพรขายซินะมิ้ว

ลีฟ่าเอามือจับปลายคางด้วยสีหน้าครุ่นคิดน่าจะเป็นอย่างนั้นนะ แต่ที่ไม่เข้าใจคือ ทำไมชาวบ้านที่ไปล่ากระต่ายถึงได้ตกเป็นเหยื่อของไลแคนได้นะ

ยูอินิ่งเงียบไปสักพัก เท่าที่ฉันรู้มา ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกหรอกนะที่เกิดเรื่องแบบนี้นะมิ้ว เรื่องทำนองนี้เกิดขึ้นมาหลายครั้งแล้วละ แต่ถูกปิดข่าวเอาไว้ จริงซิ เธอพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาทำไมหรือมิ้ว?”

ลีฟ่าไม่ตอบ เธอได้แต่พูดออกมาว่า “โดยปกติไลแคนจะอาศัยอยู่ในที่อับชื้นและไม่ค่อยมีแสงแดด เธอบอกฉันหน่อยซิว่า สถานที่แบบนั้นมีอยู่ที่ไหนในหุบเขามังกรบ้างไหม

นี่เธอบ้าไปแล้วหรือมิ้ว หุบเขามังกรจะไปมีสถานที่แบบนั้นอยู่ได้อย่างไงมิ้ว เธอลองคิดดูนะ ทิศเหนือก็ติดกับเมืองหลวงแห่งนี้  ทิศใต้ก็ติดกับริมแม่น้ำ ส่วนทิศตะวันออกก็ติดกับป่าโปร่ง ด้านทิศตะวันตกก็.....

ยูอิหยุดเล็กน้อยด้วยความตกใจ ก่อนจะพูดเสียงสั่นๆว่า “นี่เธอกำลังจะบอกว่าไลแคนพวกนั้นออกมาจากหุบผามังกรหรือ?”

อืม มีความเป็นไปได้สูงมากเลยนะลีฟ่าพยักหน้าเป็นการยอมรับ

ยูอิยื่นมือซ้ายออกมาข้างหน้า ส่วนมือขวาจับหน้าผากช้าก่อนมิ้ว แม้หุบเขามังกรจะติดกับหุบผามังกรอย่างที่ฉันว่ามา แต่หุบผามังกรถือว่าเป็นเขตหวงห้ามของ7รัฐเลยนะมิ้ว การที่จะไปมาระหว่างกันได้ จำเป็นต้องผ่านด่านทหารฝีมือเยี่ยมกับวงเวทป้องกันอันแข็งแกร่งเสียก่อนนะมิ้ว  การที่ไลแคนจะหลุดออกมาจากหุบผามังกร มันแทบเป็นไปไม่ได้เลยนะมิ้ว

สำหรับเรื่องทหารยามนั้นฉันไม่รู้ว่าเป็นอย่างไง แต่วงเวทป้องกันที่ร่ายไว้ตั้งแต่ 300 ปีก่อน เธอคิดว่ามันยังสมบูรณ์อีกหรือ?  อีกทั้งภายในหุบผามังกรก็ยังมีสิ่งอื่นที่ร้ายกาจกว่าไลแคนเป็น 1000 เท่าอยู่ด้วยไม่ใช่หรือ”

บรรยากาศเริ่มตึงเครียดขึ้น คิ้วของเอลฟ์สาวขมวดเข้าหากัน ยัยลีฟ่า เธอกำลังจะบอกฉันว่าจอมมารมังกรปีศาจ 3 ตาที่หายเข้าไปในหุบผามังกร ตั้งแต่เมื่อ 300 ปีก่อนอาจจะยังมีชีวิตอยู่ และ มันก็เป็นสาเหตุทำให้ไลแคนถูกกดดัน จนพวกมันจำใจออกมาหากินนอกอาณาเขตล่าของตัวเองหรือมิ้ว?"

แม่มดสาวพยักหน้าอย่างมั่นใจในความคิดของตัวเองใช่ มันฟังดูอาจจะบ้าไปหน่อยนะ แต่ฉันคิดถึงสาเหตุอื่นไม่ออกแล้ว

นี้ไม่เรียกว่าหน่อยแล้วละมิ้ว ความคิดเธอนี้บ้ามากๆเลยมิ้ว ไหนจะจอมมารที่ยังไม่ตาย ไหนจะบอกว่าไลแคนถูกไล่ที่เพราะจอมมารอีก ฉันว่าแทนที่เธอจะเอาเวลามาคิดฟุ้งซ่านแบบนี้ เธอเอาเวลาไปห่วงการสอบในวันนี้ดีกว่าไหมมิ้ว

ลีฟ่าจ้องมองเอลฟ์สาว พร้อมพูดว่ายูอิ ถ้าฉันบอกว่าคุณพี่ชายก็คิดแบบเดียวกับฉันละ เธอจะว่ายังไง

ยูอิถึงกับอึ้งเมื่อได้ยินคำพูดนี้  ลีฟ่าจึงกล่าวต่อว่ายูอิ คนที่รักษาชาวบ้านคือคุณพี่ชายนะ การที่เขาเห็นบาดแผลบนร่างกายของคนเจ็บแล้วบอกว่ามันเกิดจากอะไร น่าจะเป็นเรื่องง่ายสำหรับเขาเลย  และ มันก็มีความเป็นไปได้ว่า เขาอาจจะสอบถามชาวบ้านว่าไปได้รับบาดแผลเหล่านี้มาจากที่ไหน นี้ละคือสาเหตุที่คุณพี่ชายเลือกหุบเขามังกรเป็นที่ล่าในวันนี้

STOP! ถึงแม้คุณพี่ชายจะเลือกที่แห่งนั้นเป็นที่ล่า มันอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคิดก็ได้นะมิ้ว คุณพี่ชายอาจจะไปที่นั้น เพื่อล่าไลแคนที่ทำร้ายชาวบ้านยังไงละมิ้ว

            ลีฟ่าถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย เฮ้อ ฉันก็อยากจะให้เป็นแบบนั้น แต่ถ้าเขาจะไปล่าไลแคนจริง ทำไมคุณพี่ชายต้องบอกว่าไปล่ากระต่ายเขาเดียวด้วยละ ไลแคนไม่ได้เป็นสัตว์อสูรที่ห้ามล่าสักหน่อย แถมคนที่มีฝีมือระดับที่ล่าไลแคนได้ก็มีไม่มากนัก เขาคงไม่ต้องกังวลเรื่องคนแย่งหรอก แล้วมันมีเหตุผลอะไรที่ทำให้เขาต้องปกปิดเรื่องนี้ด้วยละ เธอว่าฉันพูดถูกไหม

มันก็จริงของเธอนะ มิ้ว”

ลีฟ่าเงียบไปเล็กน้อย ก่อนพูดต่อว่า“นอกจากนั้นคำพูดของเทียน่าและสีของจิตใจที่เธอแสดงออกมา มันก็บอกอยู่แล้วไม่ใช่หรือว่าเรื่องที่เธอปิดบังอยู่ไม่ใช่ธรรมดา ยูอิลองคิดดูซิว่ามีเรื่องอะไรบ้างที่ทำให้เทียน่ากังวลใจได้ขนาดนี้

             “เรื่องของคุณพี่ชายนะซิมิ้ว สำหรับเทียน่าแล้ว เรื่องนี้น่าจะสำคัญที่สุดในชีวิตแล้วล่ะมิ้วยูอิตอบออกไปโดยไม่คิดเลย

            ถูกต้อง แต่ทั้งเธอและฉันต่างก็รู้ดีว่าคุณพี่ชายร้ายกาจขนาดไหน มันคงมีแต่คนบ้าเท่านั้นละที่คิดจะเป็นห่วงเขา นอกเสียจาก คุณพี่ชายตัดสินใจที่จะพาตัวเองเข้าไปเสี่ยงกับสิ่งที่อันตรายจนถึงแก่ชีวิต  แล้วไอ้เรื่องแบบนั้นมันมีในหุบเขามังกรด้วยหรือ?”

            ยูอิเริ่มที่จะคล้อยตามลีฟ่าแล้ว สักพักยูอิก็พูดออกมาว่าจริงของเธอนะมิ้ว การที่คุณพี่ชายเลือกสถานที่ล่าเป็นหุบเขามังกร อาจเป็นเพราะเขาคิดจะเข้าไปในหุบผามังกรก็ได้นะมิ้ว  แต่เท่าที่ฉันทราบมา การจะเข้าไปตั้งขออนุญาตจากผู้นำทั้ง 7รัฐก่อนไม่ใช่หรือมิ้ว? “

            ลีฟ่าฝืนยิ้ม ก่อนจะพูดว่านั้นละคือความหมายที่มาของคำพูดของเทียน่า เธอบอกว่าคุณพี่ชายจะหายไปจากชีวิตพวกเราใช่ไหม ฉันเลยคิดว่า คุณพี่ชายตั้งใจจะเข้าไปในหุบผามังกรทั้งที่ยังไม่มีคำสั่งแน่ๆ เพราะขืนรอคำสั่งแบบที่เธอว่า สิ่งเลวร้ายอาจจะเกิดขึ้นมาก่อนแล้วก็เป็นได้

            ยูอิที่ฟังถึงตรงนี้ เธอก็เริ่มยอมรับในสิ่งที่แม่มดสาวพูดใช่ ฉันยอมรับว่ามันอาจจะเป็นอย่างที่เธอว่ามาก็ได้นะมิ้ว การมีตัวตนของจอมมารเมื่อ 300 ปีก่อน อาจจะก่อให้เกิดผลที่เลวร้ายสุดจะคาดคิดจริงๆ แต่เธอต้องคิดด้วยนะว่า มันก็อาจจะไม่เกิดอะไรขึ้นมาเลยก็ได้ไม่ใช่หรือมิ้ว? เรื่องที่เธอพูดมาทั้งหมด มันไม่มีหลักฐานอะไรมายืนยันได้เลยว่า จอมมารยังมีชีวิตอยู่นะมิ้ว

            ใช่ ถูกอย่างที่เธอพูดนั่นละ แต่มันก็ไม่มีใครยืนยันได้ว่า จอมมารมังกรปีศาจ 3 ตาตายไปแล้วไม่ใช่หรือ? ฉันว่านี้ละสาเหตุที่คุณพี่ชายต้องเข้าไปในนั้นยังไง ถ้าจอมมารยังมีชีวิตอยู่จริง ด้วยฝีมือระดับเขาการจะหนีออกมาคงไม่ใช่เรื่องที่ยากเย็นนัก ในทางกลับกัน ถ้าจอมมารตายไปแล้ว การที่เขาจะหลบสายตาทหารยามก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่ต่อให้ถูกจับได้จริง คุณพี่ชายก็ยังมีความสามารถพอที่จะหลบหนีออกจากริเดียโดยใช้เส้นทางโบราณได้อีก  สำหรับคุณพี่ชายแล้ว เขาคือคนที่ไม่เคยมีตัวตนในโลกใบนี้ และเขาพร้อมจะหายไปจากโลกใบนี้ได้ทุกเมื่อที่เขาต้องการ เธอว่าจริงไหมละ

ยูอิเงียบลงทันที ไม่นานเธอก็พูดออกมาว่า “มีความเป็นไปได้สูงมาก แต่คุณพี่ชายคิดจะทิ้งการสอบเพื่อสืบหาสาเหตุที่แท้จริงของชาวบ้านที่ถูกทำร้ายเพียงแค่นั้นหรือมิ้ว? ฉันว่ามันดูไม่คุ้มที่จะเสี่ยงเลยนะมิ้ว

สำหรับเรื่องคุ้ม หรือไม่คุ้ม ฉันไม่รู้หรอก แต่ที่เจอกันมา 2 วัน ฉันรู้ว่าคุณพี่ชายเป็นคนดีแค่ไหน เขาช่วยเหลือคนเจ็บด้วยเวทรักษาระดับสูง ทั้งที่ไม่จำเป็นต้องทำเลย เขายังปกป้อง ฟรานจากคนอื่นโดยไม่เกี่ยงว่าเธอจะเป็นใครหรือมีฐานะอะไร ทั้งยังช่วยปกป้องชีวิตของพวกเราจากมหาเวทอัญเชิญอเล็กซานเดีย นอกจากนั้นเขายังยอมเสียพลังเวทเพื่อรักษาองค์ชายชางทั้งที่เป็นคนคิดร้ายต่อเขาแท้ๆ ไหนจะคำพูดที่ไม่ถือโทษองค์ชายชางอีก  แค่คิดถึงจุดนี้ ฉันว่าการที่คุณพี่ชายจะเข้าไปในหุบผามังกรเพื่อหาสาเหตุมาช่วยชาวบ้าน มันดูจะเป็นเรื่องปกติไปเลย เธอว่าจริงไหมละ

ยูอิพยักหน้าเห็นด้วย “จริงของเธอมิ้ว คุณพี่ชายเป็นคนดีเกินไปจริงๆนั้นละมิ้ว เอ่อ สมมุติว่านี้เรื่องนี้คือความจริง เธอว่าพวกเราควรจะทำไงดีละมิ้ว

ลีฟ่าก้มหน้าเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาด้วยสายตาแน่วแน่ “ตอนนี้พวกเราไปหาศ.เอมี่เพื่อแจ้งเรื่องนี้ก่อนเถอะ ดูซิว่าศ.เอมี่จะว่ายังไง ถ้าอาจารย์เอมี่คิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง พวกเราจะได้ช่วยกันห้ามคุณพี่ชาย แต่ถ้าเธอคิดว่าเป็นเรื่องล้อเล่นหรือเรื่องไร้สาระ ฉันคงต้องขอเปลี่ยนสถานที่ล่าซะแล้วละ อย่างน้อยที่สุด ก่อนที่คุณพี่ชายจะทำอะไรบ้าๆลงไป ฉันจะได้ห้ามเขาได้ทัน

ถ้าเธอคิดจะทำแบบนั้น ฉันก็เอาด้วยคนนะมิ้วยูอิพูดออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

 

 

ด้านของริว

            ริวเดินตรงเข้าไปหาคุณมอนตาน่า พอมาถึงแม่ของฟรานกลับพาริวเดินไปในที่ลับตาผู้คน เมื่อมาถึงจุดที่ไม่มีผู้คน มอนตาน่า และผู้ที่เดินมาด้วยกันต่างก็เอาฮูดลง มันทำให้ผมเห็นว่าคนที่เดินมากับคุณมอนตาน่าก็คือ ฟราน นั้นเอง  ริวจ้องมองมอนตาน่าอยู่พักใหญ่ เพราะเขากำลังคิดว่าควรจะบอกเรื่องเมื่อคืนออกไปดีไหม แต่ยังไม่ทันที่จะได้พูดอะไร เท้าของใครบางคนก็เตะเข้าที่หน้าแข้งของริวอย่างเต็มแรง

            โป้ก

            โอ้ย!  ยัยฟรานเธอมาเตะหน้าแข้งผมอีกแล้วนะ นี้ผมไปทำอะไรผิดอีกเนี่ยริวพูดพร้อมกระโดดไปมาด้วยความเจ็บปวด

ฟรานที่เตะหน้าแข้งของชายหนุ่มไปแล้ว เธอเท้าเอวพร้อมเอามือมาชี้หน้าริว นายนั้นละมาจ้องมองหน้าแม่คนอื่นด้วยสายตาหื่นๆแบบนั้นได้ยังไง นายอย่าคิดนะว่าการช่วยเหลือคุณแม่เมื่อวานจะทำให้ฉันยอมเปิดทางให้นายทำ อะไรบ้าๆกับแม่ของฉันได้

            ยัยบ้า ใครจะไปทำแบบนั้นกัน ยิ่งกับคุณป้า อายุเฉียด 4.......

            ฉับ

            เสียงบางอย่างตวัดผ่านหน้าของริวไปอย่างรวดเร็ว สักพักปลายผมของริวที่เคยยื่นออกมาก็ล่วงหล่นลงพื้นอย่างช้าๆ ชายหนุ่มมองไปทางมอนตาน่า ตอนนี้ในมือของเธอถือกรรไกรสีเงินเล่มเล็กๆเอาไว้ และ ปลายกรรไกรก็มีเศษเส้นผมของเขาติดอยู่ด้วย เธอยิ้มด้วยสีหน้าอ่อนหวาน แต่น้ำเสียงที่พูดออกมานี้ซิทำเอาผมแทบอยากจะหนีไปให้พ้นจากที่นี้เลย  แม่ของฟรานพูดออกมาว่า

            ริวจ๊ะ เมื่อสักครู่ หนูเรียกใครว่าป้าหรือ? ฉันฟังไม่ถนัดเลย

            ริวส่ายหัวอย่างรวดเร็วเป็นการปฏิเสธ ฟรานได้แต่ถอนหายใจ ก่อนที่เธอจะเปลี่ยนไปถามเรื่องอื่นแทน“นี่นาย ตกลงว่านายเลือกจะไปล่าที่ไหนละ และจะไปล่าตัวอะไร

            คำถามนี้อีกแล้วหรือ?”ริวพูดออกมาเบาๆ ก่อนจะตอบออกไปตามที่เคยตอบลีฟ่าและยูอิ

แน่นอนว่าคำตอบนี้ทำเอาฟรานอึ้งไปพักใหญ่เช่นกัน เธอไม่คิดว่าชายหนุ่มจะเลือกไปล่าอะไรที่ง่ายดายแบบนี้  สักพักฟรานก็พูดออกมาว่า

            เอาเถอะ นายจะล่าอะไรที่ไหนก็เรื่องของนาย แต่ฉันขอบอกไว้ก่อนเลยว่าวันนี้มีพวกคนนอกมาดูการสอบด้วย แถมยังได้ข่าวว่ากษัตริย์โทมัสจะทรงมาดูการสอบรอบนี้ด้วยพระองค์ตัวเอง ขืน นายทำตัวเปิ่นๆขึ้นมาระวังจะโดนโห่ไล่ไม่รู้ด้วยนะ ยิ่งนายที่เป็นอันดับ 1 ของการสอบทั้ง 2 รอบที่ผ่านมาด้วยแล้ว ทุกคนหวังจะมาดูนายกันทั้งนั้นละ

            ช้าก่อนนะ! เธอบอกว่าใครเป็นอันดับ 1 ในการสอบนะริวรีบถามออกมาทันที

            อ้าว นี้ยังไม่รู้ตัวอีกหรือว่า นายเป็นอันดับ 1 ที่ได้ 199 คะแนนจาก 200 เชียวนะ”ฟรานพูดออกมาด้วยสีหน้างงๆ

            ไม่จริงน่า!”ริวได้แต่อึ้งจนทำอะไรไม่ถูกเลย

ฟรานมองชายหนุ่ม ก่อนจะกล่าวต่อไปว่า ตกลงว่านายแกล้งโง่หรือเปล่า รอบแรกนายสอบได้100คะแนนเต็ม ในรอบสองครึ่งแรกยังอาละวาดซะเวทีหายไปทั้งเวที  ไหนจะอัดไอ้ชาง ทายาทแห่งพระเพลิงซะจนมันไม่กล้าคุยโวไปอีกนาน นายคิดว่าทำเรื่องไปขนาดนั้นแล้วยังจะได้ที่ 2 อีกหรือ? บอกตรงๆนะ ถ้านายไม่ได้ที่ 1 นั้นซิแปลก ตกลงว่านายโง่ซะจนไม่รู้อะไรเลย หรือว่า นายถ่อมตัวจนเกินงามกันแน่  

ริวยิ้มแหยๆ เขาไม่แค่คิดว่าตัวเองจะได้ที่ 2 หรอกนะ ขนาดที่ 100 หรือ 200  เขาก็ไม่คิดจะติดด้วยซ้ำ แล้วมันเป็นอย่างนี้ได้ยังไงกัน หรือว่าการตรวจคะแนนสอบรอบแรกยังไม่เสร็จอีกหรือ? โธ่แล้วที่นี้จะทำไงดีละ 

ขณะที่ริวกำลังสับสนว่าควรจะทำอย่างไงต่อดี มอนตาน่าก็หันมาพูดกับฟรานว่าฟราน แม่ขอคุยกับริวตัวต่อตัวได้ไหมจ๊ะ แม่มีอะไรบางอย่างจะพูดกับริวหน่อย ถ้ายังไงลูกไปรายงานตัวคนเดียวก่อนนะ แล้วแม่จะตามไปทีหลังก็ละกัน

            ฟรานหันไปมองริวด้วยสายตาที่บ่งบอกว่า ถ้านายทำอะไรแม่ของฉัน นายตายแน่ สักพักฟรานก็เดินยอมจากไป  เมื่อลูกสาวจากไปแล้ว มอนตาน่ารีบหยิบเอาดาบที่ยาวประมาณ 1 ช่วงแขนออกมาจากข้างเอว (เนื่องจากมอนตาน่าสวมเสื้อคลุมทับไว้ จึงทำให้มองไม่เห็นดาบตั้งแต่แรก)  ก่อนจะส่งมันให้กับริว พร้อมพูดว่า

            ริว หนูยังไม่มีอาวุธประจำตัวใช่ไหม ถ้ายังไงหนูเอาดาบเล่มนี้ติดตัวไปล่าสัตว์อสูรด้วยเถอะ

            ไม่จริงน่า! ดาบเล่มนี้คือ ดาบไทอัส ที่เป็น 1 ใน 8 อาวุธเทพเจ้าไม่ใช่หรือ? ทำไมถึงดาบเล่มนี้ถึงมาอยู่เจ้าได้ละ ยัยหนูมอนตาน่าเสียงของเท็ดดี้ดังขึ้นมาเมื่อเห็นดาบในมือมอนตาน่า

            ชายหนุ่มมองดาบที่อยู่ในมือมอนตาน่าอย่างงงๆ เพราะดาบในมือที่เห็นนั้นเป็นเพียงดาบที่มีด้ามจับสีฟ้าอ่อน ส่วนตัวดาบก็ถูกหุ้มด้วยหนังที่ดูเก่าจนจะขาดเมื่อไรก็ได้ เอาเป็นว่ารูปลักษณ์ภายนอกของดาบดูจะไม่เหมาะสมกับคำว่าดาบเทพเจ้าแม้แต่น้อย

ระหว่างที่ริวกำลังใช้สายตาสำรวจดาบ มอนตาน่าก็ใช้มือลูปดาบไทอัสอย่างช้าๆ พร้อมพูดว่าดาบเล่มนี้เป็นสมบัติประจำตระกูลสามีของฉันนะ ตอนที่เขาแต่งกับฉันเขาก็นำมันมาด้วย แต่พอเขาตายไป มันก็ถูกเก็บรักษาเอาไว้อย่างดีในห้องสมบัติ เมื่อวานพอฉันเข้าไปหาเอกสารในห้องสมบัติ ฉันเห็นดาบส่องแสงเหมือนกำลังร้องเรียกหาเจ้านายคนใหม่อยู่  ไม่ทราบว่าหนูพอจะรับมันไปใช้เป็นอาวุธประจำตัวได้ไหม สามีของฉันคงจะต้องดีใจแน่ๆ ถ้าหนูได้เป็นเจ้าของดาบเล่มนี้

            ทำไมต้องเป็นผมละครับ  ฟรานอาจจะเป็นเจ้าของดาบเล่มนี้ก็ได้นะครับริวถามออกมาด้วยสีหน้างงๆ

            มอนตาน่าส่ายหน้า “ดาบไทอัส ไม่มีเจ้าของมานานกว่า 500 ปีแล้ว แม้แต่สามีของฉันก็ไม่อาจจะใช้มันได้เลย ส่วนฟรานยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย เธอจับดาบเล่มนี้มาเป็น 100 ครั้งแต่ก็ไม่สามารถใช้มันได้ คนที่จะใช้ดาบไทอัสเล่มนี้ได้น่าจะมีเพียงหนูเท่านั้น

             ริวยังคงทำหน้าไม่เข้าใจ ทำไมคุณมอนตาน่าถึงได้มั่นใจแบบนั้น ขณะนั้นเองที่เท็ดดี้พูดเสริมขึ้นมาว่าใช่ ยัยหนูมอนตาน่าพูดถูกแล้ว ดาบไทอัสเป็นดาบที่สร้างขึ้นมาเพื่อคนแบบเจ้า ถ้ายังไงเจ้าก็รับมันไว้เถอะ

            ริวที่มองดาบ ก่อนจะส่ายหน้าแล้วพูดขึ้นมาวาผมไม่รับจะได้ไหม

            ไอ้ริว แกจะบ้าหรือยังไง ดาบไทอัสถือว่าเป็นอาวุธระดับเทพเจ้าเลยนะ มันสามารถทำลายเวทมนตร์ได้ทุกรูปแบบเลย ที่สำคัญคนใช้ไม่จำเป็นต้องมีพลังเวทก็ใช้ได้ แล้วแกมีเหตุผลอะไรที่จะไม่ยอมรับมันฟะ

            ริวจับจ้องไปที่มองดาบในมือมอนตาน่า พร้อมพูดออกมาว่า “เท่าที่ดู มันค่อนข้างหนัก ผมเลยไม่อยากจะได้นะ

            คำพูดของริวทำเอามอนตาน่า เท็ดดี้ อึ้งไปตามกัน สักพักเท็ดดี้ก็ตะโกนขึ้นมาว่า “หนัก!! ไอ้ริวนี้แกปฏิเสธจะรับดาบเทพเจ้าเอาไว้เพราะเหตุผลว่ามันหนักเกินไปนี่นะ แกยังประสาทดีหรือเปล่า

            ชายหนุ่มตอบออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า แน่นอน ตอนนี้สติของผมดีเต็ม 100 %เลยละ ผมกำลังจะไปล่ากระต่ายเขาเดียวนะ แล้วทำไมต้องแบกดาบเหล็กที่ดูหนักประมาณ 5-10 กิโลไปด้วยละ  ไม่ต้องพูดถึงการล่ากระต่ายหรอก  เอาแค่เดินแบกดาบไปยังหุบเขามังกร ผมก็คงหมดแรงแล้ว ไหนจะต้องเอาดาบไปไล่แทงกระต่ายอีก แกคิดว่าคนธรรมดาอย่างผมจะทำได้ไหม หัดใช้สมองบ้างซิโว้ย”

            คำพูดของริวทำเอามอนตาน่าส่ายหน้าออกมาด้วยความหน่ายใจ ส่วนเท็ดดี้ก็อ้าปากค้างไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สักพักมันก็ถอนหายใจพร้อมพูดว่า

            ข้าไม่คิดเลยว่าจะมีคนปฏิเสธอาวุธเทพเจ้าเพราะเหตุผลงี่เง่าแบบนี้อยู่อีก เอาเถอะในเมื่อแกไม่ต้องการดาบไทอัสเพราะมันหนัก แกก็จงยื่นมือไปจับดาบพร้อมจินตนาการถึงสิ่งที่ต้องการซะ แล้วดาบไทอัสจะกลายเป็นรูปร่างที่เจ้าต้องการเอง นี้คือ 1 ในคุณสมบัติของดาบเล่มนี้

ริวเอื้อมมือไปจับดาบอย่างกลัวๆ แต่ทันทีที่เขาสัมผัสด้ามดาบ ความรู้สึกบางอย่างจากตัวดาบก็แผ่เข้ามาในตัวของเขา ไม่นานความรู้สึกนั้นก็หายไป ชายหนุ่มได้แต่ยิ้มแหยๆ ก่อนจะพูดออกมาว่า

            มันความรู้สึกโกรธซินะ ไม่คิดเลยว่าแกก็มีความรู้สึกเหมือนสิ่งมีชีวิตด้วย”

            คำพูดของริวทำเอามอนตาน่าหันมองมาที่เขา พร้อมถามว่า “ริว นี่หนูพูดว่าดาบไทอัสมีความรู้สึกด้วยหรือ?“

            ครับ แถมยังเป็นความรู้สึกที่รุนแรงอย่างมาก  ท่าทางผมจะทำให้ดาบเล่มนี้โกรธจัดซะแล้วซิ ไม่ทราบว่าคุณมอนตาน่าพอมีวิธีเกลี้ยกล่อมดาบที่กำลังโกรธให้ใจเย็นลงบ้างไหมครับ ริวพูดออกมา

            ไม่มีจ๊ะเสียงมอนตาน่าตอบออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อยๆ เพราะนี้เป็นครั้งแรกเลยที่เธอได้ยินเรื่องแบบนี้

            เท็ดดี้ นายพอมีวิธีกล่อมดาบให้หายโกรธไหม ดูท่าดาบไทอัสจะไม่ยอมเปลี่ยนรูปร่างอย่างเด็ดขาด ถ้ามันยังไม่หายโกรธน่ะริวพูดออกมา

            ข้าก็ไม่มี นี่เป็นครั้งแรกเลยที่รู้ว่าดาบไทอัสก็มีความรู้สึก เอาเป็นว่าแกหาทางแก้เอาเองเถอะ แกเก่งเรื่องพวกนี้อยู่แล้วนี่

            ริวได้แต่ถอนหายใจออกมา เขามองไปที่ดาบในมือพร้อมพูดว่า “งั้นก่อนอื่น ผมขอโทษละกัน ผมไม่ได้รังเกียจนายหรอกนะ เอาเป็นว่าพวกเรามาคืนดีกันเถอะ ไทอัส

            ความ รู้สึกอย่างที่ 2 ถูกส่งออกมาจากดาบ ริวที่สัมผัสได้ เขาก็พูดว่าความรู้สึกปฏิเสธที่จะยอมคืนดีซินะ เฮ้อ ถ้าเช่นนั้นผมจะช่วยลับและดูแลดาบเป็นอย่างดีอาทิตย์ละ 2 ครั้ง นอกจากนั้นทุกครั้งที่จะใช้นาย ผมจะถามความสมัครใจของนายทุกครั้งเลย ถ้านายไม่ยอม ผมก็ไม่บังคับให้ทำอย่างเด็ดขาด และ ผมจะให้เกียรตินายเสมอเหมือนกับสิ่งมีชีวิตที่อยู่บนโลกใบนี้ นายจะตกลงยอมรับเงื่อนไขพวกนี้ไหม

            ความรู้สึกที่ 3 จากดาบก็ค่อยๆถูกส่งออกมา ริวที่สัมผัสได้ เขาก็ยิ้มพร้อมพูดว่าท่าทางนายจะตกลงแล้วซินะ งั้นนายช่วยเปลี่ยนรูปร่างตามที่ผมจินตนาการด้วยนะ อ้อ ถ้ารูปร่างไหนไม่ชอบก็บอก ผมจะได้เปลี่ยนให้เป็นแบบที่นายชอบ

            แสงจากดาบส่องขึ้นมาแวบหนึ่งเหมือนจะบอกว่า ตกลง ริวหลับตาแล้วจินตนาการถึงบางอย่างที่เขาต้องการให้ดาบไทอัสเป็น สักพักความรู้สึกจากดาบก็ส่งมาหาริวอีกครั้ง มันเป็นความรู้สึกที่ดาบไทอัสตกลงเลือกสิ่งที่เขาจินตนาการเอาไว้นั้นเอง แสงจากดาบส่องออกมาอีกครั้งพร้อมกับรูปร่างที่เริ่มเปลี่ยนไปตามที่เขาคิดในตอนนี้ พอแสงสว่างจากดาบหายไป มันก็กลายเป็นแท่งโลหะสีแดงยาวประมาณ 1 คืบ

มอนตาน่าที่เห็นสิ่งของที่อยู่ในมือของริว เธอจึงถามออกมา ริว สิ่งนี้มันคืออะไรหรือจ๊ะ?”

            ริวยิ้มให้กับมอนตาน่า ก่อนจะตอบว่า “มีดพับเอนกประสงค์ครับ มันมีตั้งแต่กรรไกรตัดเล็บ มีดปอกผลไม้ ไขควง ที่เปิดไวน์ ที่ตะไบเล็บ เลื่อยขนาดเล็ก เข็มทิศ  เรียกว่ามีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบวงจรเลย แถมรุ่นนี้ยังมี ที่เปิดกระป๋องเพิ่มขึ้นมาอีกด้วย

            เวรกรรม ไอ้ริว นี้แกเปลี่ยนอาวุธเทพเจ้าเป็นอุปกรณ์อย่างนี้เลยหรือ? แกไม่คิดว่ามันเป็นการดูถูกดาบไทอัสมากเกินไปหน่อยหรือ?”เสียงของเท็ดดี้ถามขึ้นมาเมื่อได้รับรู้ถึงสิ่งที่ริวเลือก

            ริวส่ายหน้าไม่นี่ ผมว่าการใช้ดาบที่มีความรู้สึกในฐานะอาวุธต่างหากละที่เป็นการดูถูก แกรองคิดดูซิ ถ้าตัวแกถูกคนอื่นใช้เป็นอาวุธในการฆ่าฟันโดยไม่สนใจความรู้สึกที่แกมีเลย นายจะรู้สึกภูมิใจในสิ่งนั้นไหมละ

            ไม่ละ ใครมันจะไปภูมิใจกับเรื่องแบบนั้นกันฟะ”

            ถ้าเช่นนั้น แกชอบไหมละที่ต้องกลายเป็นอาวุธทั้งที่ตัวเองไม่ต้องการ”ริวถามต่อไปทันที

            เท็ดดี้สายหน้า พร้อมเสียงแข็งว่าไม่มีทาง ถ้าเกิดต้องเป็นแบบนั้นจริง ข้าขอยอมตายซะดีกว่า

            ริวยกเท็ดดี้ขึ้นมามอง มันก็เหมือนดาบไทอัสนั่นละ มันไม่เคยภูมิใจว่าตัวเองเป็นอาวุธเทพเจ้าเลย ความรู้สึกที่มันส่งมาครั้งสุดท้าย มันเป็นความรู้สึกที่บอกว่าไม่ต้องการเป็นอาวุธอีกแล้ว ผมจึงเปลี่ยนมันมาเป็นของสิ่งนี้ยังไง

            คำพูดของริวเล่นเอาสัตว์เทพเถียงอะไรไม่ออกเลย ระหว่างที่เท็ดดี้นิ่งเงียบอยู่นั้น เสียงของมอนตาน่าดังแทรกขึ้นมาว่า

            นี้มันเหลือเชื่อเกินไปแล้ว ไม่คิดเลยว่าดาบไทอัสมีความรู้สึกอย่างนี้อยู่ในตัวด้วย?”

 ชายหนุ่มยื่นมีดพับออกไปตรงหน้า เพื่อแสดงหลักฐานให้มอนตาน่าเห็นว่าเขาพูดจริงทุกคำ ริวกล่าวขึ้นมาว่าไทอัส ถ้านายคิดว่าสิ่งที่ผมพูดเป็นความจริง จงกลับคือสู่ร่างที่แท้จริงซะ

            แสงจากมีดพับส่องออกมาก่อนจะกลับเป็นดาบไทอัสตามเดิม มอนตาน่าถึงกับอึ้งจนพูดอะไรไม่ออก ยิ่งเท็ดดี้ด้วยแล้ว มันถึงกับอ้าปากค้างไปพักใหญ่เลย หัวสิงโตที่แหวนก็ถอนหายใจออกมา

            เฮ้อ ข้าอยู่มานับ 3000 ปียังไม่รู้เรื่องที่อาวุธเทพอย่างดาบไทอัสมีความรู้สึกเลย แต่แกกับจับดาบไม่ถึง 10 วินาที แกก็สัมผัสถึงความรู้สึกของดาบได้แบบนี้ ข้าไม่รู้จะสรรหาคำพูดอะไรมาเปรียบกับสิ่งที่แกทำแล้วนะ ไอ้ริว”

            ริวสั่งให้ดาบไทอัสกลับคืนสู่สภาพเดิม จากนั้นเขาพูดขึ้นมาว่า เท็ดดี้ นายประเมินผมสูงไปแล้ว การที่ผมสัมผัสความรู้สึกของไทอัสได้ก็เพราะมันกำลังโกรธอยู่ต่างหาก ถ้ามันไม่โกรธ ผมก็ไม่รู้หรอกว่ามันมีความรู้สึกเช่นกัน  งานนี้น่าจะเรียกว่า ดวงดีมากกว่านะ"

ดวงก็จัดเป็น 1 ในความสามารถเหมือนกันจ๊ะ  ริวอย่าได้ดูถูกตัวเองมากนักเลยมอนตาน่าพูดปลอบใจ

ริวแทบจะไม่สนใจฟังคำพูดปลอบใจของมอนตาน่าเลย เขาเอาแต่จ้องมองมีดพับในมือ พร้อมคิดว่า(ไชโย! ในที่สุด ผมก็หาที่เปิดกระป๋องมาได้แล้ว เดี๋ยวพอกลับโรงแรมเมื่อไร ผมจะได้ทดลองกินอาหารอัดเม็ดแล้ว)

-ไอ้ .... ที่แท้แกคิดแบบนี้เอง ถึงได้ให้ดาบไทอัสอยู่ในสภาพแบบนั้น  ตกลงว่าแกเก่งหรือบ้ากันแน่ฟะ-

            ริวยิ้มเจื่อนๆ ก่อนจะรีบเปลี่ยนไปพูดว่า “เอาเป็นว่าพวกเราอย่าพูดเรื่องนี้กันเลย คุณมอนตาน่าเรียกผมมาเพราะเรื่องดาบไทอัสเพียงอย่างเดียวหรือครับ คำพูดประโยคแรกเป็นการบอกกับเท็ดดี้ให้หุบปากไว้ ส่วนประโยคที่ 2 เป็นการพูดเพื่อเปลี่ยนเรื่องนั้นเอง

อ้า เพราะเรื่องดาบไทอัสทำเอาลืมไปเลยนะ เมื่อวานตอนที่หนูพูดถึงเรื่องบันทึกก่อนหน้าสงคราม  ฉันกลับไปถึงบ้านก็รีบไปค้นหาบันทึกพวกนั้นทันที และขณะที่ค้นหาบันทึกอยู่นั้นเอง เพดานที่อยู่ด้านบนของห้องสมบัติก็แตกออกและฉันก็พบของสิ่งนี้นะมอนตาน่า พูดจบ เธอได้ส่งหนังสือเล่มหนึ่งให้กับชายหนุ่ม เขาจัดการเปิดหนังสือออกดู ภายในหนังสือมีกล่องเหล็กและจดหมายอีก 2 ฉบับโดยฉบับแรกถูกฉีกอ่านไปแล้ว ริวดูอยู่สักพักก่อนจะส่งหนังสือคืนกลับไป

มอนตาน่ารับหนังสือคืนจากริว ก่อนจะพูดต่อว่าจุดที่เพดานแตกนั้นก็คือ จุดที่ดาบไทอัสวางอยู่ และหนังสือเล่มนี้ก็ตกลงมาตรงที่ดาบตั้งอยู่พอดีด้วย

            พอพูดจบมอนตาน่าก็หยิบจดหมายฉบับที่ยังไม่ฉีกให้กับริว พร้อมพูดว่า จดหมายฉบับนี้จ่าหน้าซองถึงหนูนะ

            ริวรับจดหมายมาเปิดดูแบบงงๆ แต่เขาก็ต้องรีบส่งคืนไปเพราะเขาอ่านอักษรเหล่านั้นไม่ออกแม้แต่ตัวเดียว มอนตาน่าจึงยิ้มพร้อมพูดว่า

ในจดหมายนั้นเขียนด้วยอักษรโบราณของริเดียนะ ถ้าหนูอ่านไม่ออก ฉันจะอ่านให้ฟังก็ละกันนะ

มอนตาน่ารับจดหมายมาอ่านให้ฟังว่า

          ถึงอรุณ เทพพิทักษ์

          ถ้าเธอได้อ่านจดหมายฉบับนี้ แสดงว่าเธอได้รับมอบดาบไทอัสจากทายาทจอมมารรุ่นที่ 8 แล้วใช่ไหม แถมเธออาจจะได้รับรู้บางส่วนของเรื่องราวจากนิยายที่เธอชอบอ่าน เธออาจจะสงสัยว่าฉันคือใคร และทราบเรื่องพวกนี้ได้ยังไง ก่อนอื่นเลยฉันชื่อ ท่านหญิงมังกรฟ้า ถ้าเทียบตามศักดิ์แล้ว ฉันคือยายทวดของเธอ แต่เรื่องนั้นไม่ได้สำคัญอะไรหรอกนะ สิ่งที่สำคัญกว่าในตอนที่เธอได้รับจดหมายนี้คือ ช่วงเวลาแห่งการเลือกที่เธอกลัวกำลังจะมาถึงในเวลาไม่ช้าแล้ว ฉันไม่รู้ว่าเธอจะเลือกหนทางใด แต่ถ้าเธอตัดสินใจเลือกที่จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับสิ่งที่กำลังจะเจอ ขอให้เธอทิ้งกล่องเหล็กไว้ในหนังสือตามเดิม ส่วนดาบไทอัสก็คืนแก่เจ้าของเดิมซะ จากนั้นเธอจะได้ชีวิตอันปกติของเธอคืนไป แต่ถ้าเธอเลือกที่จะก้าวเดินต่อไป กล่องเหล็กและดาบไทอัสจะเป็นประโยชน์กับเธอในอนาคตอันใกล้นี้ละ ส่วนเธอจะใช้มันยังไง มันก็ขึ้นอยู่กับเธอแล้ว

สุดท้ายนี้ ริว ฉันขอโทษจริงๆที่ดึงเธอเข้ามาร่วมในสิ่งที่ตัวเธอไม่ได้ก่อ ฉันยังโยนภาระที่คนรุ่นก่อนทำไว้ให้กับเธออีก หวังว่าเธอคงจะยกโทษให้กับย่าทวดอย่างฉันคนนี้นะ

                                                                                  ลงชื่อ ท่านหญิงมังกรฟ้า

 

 มอนตาน่าที่อ่านจดหมายจบ เธอก็เงยหน้าขึ้นมามองริว “จดหมายฉบับแรกที่มีรอยฉีกนั้น จ่าหน้าซองถึงฉันโดยตรง ท่านหญิงมังกรฟ้าขอให้ฉันเอาดาบไทอัสมามอบให้เธอ พร้อมกับจดหมายและกล่องใบนี้ หนูอาจจะไม่เชื่อแต่จดหมายฉบับนี้ถูกเขียนขึ้นเมื่อประมาณ 280 ปีก่อน ถ้าเดาไม่ผิดน่าจะเป็นช่วงหลังจากที่ชนะสงครามกับ 7 จอมมารนั่นล่ะ หนังสือเล่มนี้ถูกซ่อนในเพดานจนกระทั่งฉันเข้าไปตามหาเอกสารตามคำบอกใบ้ของหนู บางทีทุกอย่างที่เกี่ยวกับตัวของหนูอาจจะถูกท่านหญิงมังกรฟ้ากำหนดไว้ตั้งแต่แรกแล้วก็เป็นได้

ริวได้แต่อึ้งจนอ้าปากค้างเพราะถ้าเป็นแบบนั้น จริงนั้นหมายความว่าชีวิตของเขาถูกใครบ่งการมาตั้งแต่เกิดเลย ไม่ซิ ต้องบอกว่าถูกเตรียมเอาไว้ก่อนที่เขาจะเกิดเสียอีก ขณะที่ริวกำลังเครียดอยู่นั้น เท็ดดี้ก็พูดขึ้นมาว่า

สมแล้วที่เป็นยัยจอมวางแผน แสดงว่ายัยนั้นคงเตรียมการทุกอย่างเอาไว้หมดแล้วซินะ เธอถึงได้กล้าเขียนจดหมายแบบนี้ขึ้นมา

เท็ดดี้ ตกลงว่าท่านหญิงมังกรฟ้า นี้คือใครกันแน่ ทำไมเขาถึงได้เขียนจดหมายถึงผมได้ละ

เฮ้อ เอาง่ายๆนะ อย่างที่ยัยจอมวางแผนเขียนบอกไว้ เธอคือยายทวดของแก เพียงแต่ไม่แน่ใจว่าแกสืบสายเลือดมาจากญาติทางฝั่งไหนของหล่อน ส่วนคุณสมบัติของยัยนั้น ถ้านับเฉพาะด้านฝีมือและพลังเวทแล้ว หล่อนคงจัดเป็นจอมเวทระดับMaster  แต่ถ้านับเรื่องนิสัยเข้าไปด้วยแล้ว ยัยคนนั้นร้ายยิ่งกว่าจอมมาร หรือสัตว์เทพอย่างข้าอีกนะ นิสัยของหล่อนทั้งชั่วร้าย ทั้งเจ้าเล่ห์ แถมยังยอกย้อนสิ้นดี และที่แย่มากที่สุด คือ ยัยนั้นดันมีพลังในการมองอนาคตอยู่ด้วย ซึ่งเป็นที่มาของฉายา ท่านหญิงนักทำนาย ......

“พอเถอะ ผมไม่อยากจะฟังแล้ว เอาเป็นว่าหล่อนคือยายทวดของผม และได้วางแผนให้ผมทำตามที่เธอกำหนดเอาไว้ซินะริวพูดออกมาด้วยท่าทางโกรธ สุดๆ เขากำหมัดแน่น

เท็ดดี้ทำได้แค่พยักหน้าเป็นการยอมรับ ก่อนที่มันจะพูดออกมาตรงๆว่า มันก็น่าจะเป็นอย่างนั้นละ แล้วแกจะเอาอย่างไงต่อดีละ

ริวกัดริมฝีปากเพื่อระงับอารมณ์ เขาพยายามนับ 1- 100 ก่อนจะตามด้วยการหายใจเข้าลึกๆ ไม่นานเขาก็พูดออกไปด้วยเสียงราบเรียบว่า

 “ไม่เห็นต้องทำอะไรเลยนี้ ผมแค่เก็บกล่องใบนี้เอาไว้ตามที่จดหมายบอกก็พอแล้วซินะ

ริวพูดจบ เขาก็หันไปพูดกับมอนตาน่าต่อทันทีว่า “ตกลงว่าคุณมอนตาน่ามีธุระเพียงแค่นี้ซินะครับ ถ้าใช่ผมขอลาเลยละกัน

ริวพูดจบ เขาก็รีบเดินจากไปทันทีโดยไม่สนใจว่าคุณมอนตาน่าจะมีท่าทาง หรือคำตอบอย่างไง มอนตาน่ามองริวเดินไปจนสุดตา เธอส่ายหน้าเบาๆเหมือนกับรู้แล้วว่ามันจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น สักพักเธอก็พูดเบาๆว่า

“พยายามเข้านะริว ฉันเชื่อว่าหนูต้องผ่านมันไปได้แน่ๆ”

 ริวรีบเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นไปอีกเหมือนกับว่า เขากำลังพยายามหนีไปจากที่นี้ให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่พอเดินไปได้สักพัก ชายหนุ่มก็เริ่มเดินช้าลงเรื่อยๆ จนในที่สุดเขาก็ไปหยุดตรงริมรั้วแห่งหนึ่ง ริวสูดลมหายใจเข้าลึกๆก่อนจะผ่อนออกมา เขาทำแบบนี้ซ้ำไป-มา เมื่ออารมณ์กลับเป็นปกติแล้ว ริวเอามือทั้ง 2 ข้างตบแก้มตัวเอง 1 ครั้งพร้อมพูดว่า

“แปะ เอาละ ผมพร้อมแล้ว

5 นาทีงั้นเหรอ? ไม่คิดเลยว่าจะสงบสติอารมณ์ได้เร็วขนาดนี้ เจ้านี้ทำให้ข้าแปลกใจได้เสมอจริงๆ ถ้าเป็นคนปกติแล้วรู้ว่าชีวิตของตัวเองถูกใครบงการอยู่ มีหวังอาละวาดยกใหญ่ไปแล้วละเสียงของเท็ดดี้ดังขึ้นเมื่อมันเห็นว่าชายหนุ่มกลับเป็นปกติแล้ว

ริวยิ้มพร้อมตอบว่าใครเป็นอย่างไงผมไม่รู้ แต่สำหรับผมแค่นี้ก็มากเกินพอแล้วละ

แสดงว่าเจ้าไม่คิดจะฟังเรื่องของท่านหญิงมังกรฟ้าต่อแล้วใช่ไหม

ใช่ สำหรับผม เธอจะเป็นใครหรือคิดจะทำอะไร ผมไม่สนอีกแล้ว การที่ผมมาอยู่ตรงนี้นั้นไม่ได้เกิดจากเธอ แต่เกิดจากตัวเอง สิ่งที่ผมทำทั้งหมด ผมก็เลือกเองว่าจะทำด้วยตัวเอง ท่านหญิงมังกรฟ้าไม่เคยมาบังคับให้ผม ทุกอย่างที่ผมทำล้วนเกิดจากความคิดของตนเองทั้งนั้น และไม่ว่าใครก็จะไม่สามารถเปลี่ยนเรื่องพวกนี้ได้”

หึๆ ตอบได้ดี

ขณะที่เป็นแบบนั้นเสียงประกาศให้ทุกคนมารวมกันที่สนามสอบก็ดังขึ้นมา ริวจึงต้องรีบเดินกลับไปยังที่จุดนัดพบที่บอกกับเทียน่าเอาไว้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 220 ครั้ง

69 ความคิดเห็น

  1. #6919 maybeokbaek (@mayboekbaek) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 เมษายน 2559 / 22:27
    ไม่ทราบว่าที่ริเดียมีหลักสูตรบังคับมโนศาสตร์ที่ทุกคนต้องเรียนรึเปล่า แต่ละคนมโนได้เทพละเกิน
    #6919
    0
  2. #6861 ไอซ์ น้ำแข็ง (@icekun) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 มีนาคม 2559 / 10:58
    รออยู่นะ
    #6861
    0
  3. #6656 pan club (@stang50) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2558 / 15:26
    ริเดียคือโลกแห่งการจินตนาการผู้คนสามารถมโนให้เรื่องเล็กเป็นเรื่องใหญ่ได้สินะ
    #6656
    1
    • #6656-1 ผู้ลึกลับสีดำ (@KratHasas) (จากตอนที่ 16)
      17 กันยายน 2560 / 09:45
      ไรท์ครับผมรู้นะ ว่าไรท์เคยอ่านมังงะwebtoonเรื่อง ลำนำแห่งโชคชะต่ อยู่นะ
      #6656-1
  4. #6423 Harm. (@tanzanaza) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 กันยายน 2558 / 22:41
    ท่านหญิงนั่นนับว่าโคตรเทพและน่ากลัวจริงๆ ริวนายคงหลีกหนีชะตากรรมไม่พ้น
    #6423
    0
  5. #5929 Nam Chontara (@namkaa1996) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2558 / 21:48
    ชอบเรื่องนี้ ชาวริเดียมโนเก่งไปป่ะ 555
    #5929
    0
  6. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  7. #5482 Eiyoshi (@saranphon-cat22) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2557 / 19:33
    ที่แท้ก็อยากได้ที่เปิดกระป๋อง= =
    #5482
    0
  8. #5053 Amnesai (@virintarn) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 กันยายน 2557 / 09:28
    ที่เปิดกระป๋องอันใหม่ของริวคือดาบไทอัสดีๆนี่เองสินะ
    #5053
    0
  9. #3947 แสงรัตติกาล (@prang9210) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2557 / 12:40
    ดาบหนักเลยไม่เอา....
    #3947
    0
  10. #3675 Kuroko Tetsuya_kun (@phingpin) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2557 / 18:06
    ฮ่าอ่ะ ขนมปังติดคอ
    #3675
    0
  11. #3181 Nunnally (@kuroyuri) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2557 / 18:07
    พลังมโนมาอีกแล้ว...เพือนสาวสองคนนี้นี้สุดยอดจริงๆ

    #3181
    0
  12. #2884 นายตัวร้าย (@aom084495) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2557 / 08:20
    สนุกดีค่ะ
    #2884
    0
  13. #2534 phoomiphat (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2557 / 14:33
    ใส่อักษรไม่พอ เดี๋ยวส่ง word ให้ละกัน ขอเฟสหน่อยได้รึเปล่า
    #2534
    0
  14. #2533 phoomiphat (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2557 / 14:32
    คำผิด { } พิมพ์ติดมาโดยไม่ได้ตั้งใจ [ ] คำตกหล่น ( ) คำผิด / / เสียงพูด < > คำพูดติดขัด > < ใส่แล้วคำพูดมันอาจจะลื่นขึ้น

    ตอนที่ 13 คนธรรมดา กับ สนามสอบที่ไม่ธรรมดา

    ริวหันไปมองต้นเสียง เขาเห็นลีฟ่าและยูอิ{น}กำลังโบกมือเรียกพวกเขาทั้งสองคนให้เข้าไปหา เทียน่...

    สักพักเสียงใน[หัว]ของเขาก็ดังขึ้นมาว่า

    -ทหารเหล่านี้เป็นทหาร(องครักษ์)...-

    -เธอชื่อว่าอะไร หน้าตาสวย /มั้ยหล่ะ/-

    พยัคฆ์ขาว ชื่อ เบียคุโกะนะ อ่านเร็วๆเป็น เบี๊ยคโกะ

    หลังจากที่เทพประจำรัฐทั้ง[หลาย]ปรากฏตัวออกมา พวกข้าทั้ง...

    -สำหรับข้าจงใจ...ข้าจงใจเข้าสู่นิทราเพื่อหลบห{นี้}ปัญหา-

    ใช้ สิ ดีกว่า ซิ รึเปล่า คหสต.

    "ยัยยอิ ตกลงว่าเธอกำ... "เธอทราบดีว่าการมองคนของเอลฟ์>สาว
    #2533
    0
  15. #2366 Nunal (@nunal) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2557 / 17:14
    ต่อไป...
    #2366
    0
  16. #2201 Piefah (@piefah) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 เมษายน 2557 / 19:34
    มีทั้งย่าทวด และยายทวดในจดหมายค่ะ
    #2201
    0
  17. #2161 Godhand (@rookie-a4) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 13 มีนาคม 2557 / 16:06
    พยัคขาว .... เบียคโคะ ครับผม
    #2161
    0
  18. #2157 c sheba (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 มีนาคม 2557 / 21:28
    มันค่อนข้างหนัก
    #2157
    0
  19. วันที่ 25 มกราคม 2557 / 16:01
    เอ่อะ... เป็นตุเป็นตะเชียวนะ สองสาวนี้
    #2012
    0
  20. #1595 ttdddt (@tpnd02) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 มกราคม 2557 / 16:22
    คิกๆ ยังทำให้ทึ่งได้เหมือนเคย
    #1595
    0
  21. #1527 examiner (@examiner) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 มกราคม 2557 / 20:46
    คำว่า "อึง" ผิดนะคะ ต้องใช้คำว่า "อึ้ง" ค่ะ ออกเสียงเดียซกับคำว่ "ทึ่ง"
    พระเอกเราเกรียนได้ใจมากค่ะ ขอให้คงความเกรียนไว้ให้นานๆ นะคะ
    #1527
    0
  22. #1464 อ้นคุง_ (@aonkung30) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 มกราคม 2557 / 15:15
    สนุกมากงับ
    #1464
    0
  23. #1375 เอกเองครับ (@kujaku01) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2556 / 09:42
    ฮ่าฮ่า มีดพับอเนกประสงค์ เจ๋งไปเลย เจ้าริวนี่พูดหรือไม่พูดก็ทำคนเข้าใจผิดได้ตลอดเลยแฮะ
    #1375
    0
  24. #1320 cherryme (@cherryme) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2556 / 18:27
    ดหคุณพี่คะแนนใจติดลบอ่ะค่ะ
    หนมปังติดคอ
    #1320
    0
  25. #1260 ChinSarLeon (@smith1739) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2556 / 14:50
    สนุกมากๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #1260
    0