I am normal ผมนี้ละคนธรรมดา

  • 93% Rating

  • 158 Vote(s)

  • 544,149 Views

  • 7,786 Comments

  • 9,112 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    572

    Overall
    544,149

ตอนที่ 20 : บทที่ 15.1 คนธรรมดา กับ ความสามารถ ที่(ไม่)ธรรมดา(2 ) (รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 28293
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 195 ครั้ง
    23 พ.ค. 57

บทที่ 15

คนธรรมดา กับ ความสามารถ ที่(ไม่ )ธรรมดา(2 )

 

หุบเขามังกรตรงบริเวณรอยต่อระหว่างช่องเขา

           เทียน่า ริว และศ.เอมี่ ปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง ริวทำหน้าตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เขามองไปรอบตัว สิ่งที่เห็นเป็นทุ่งสีเขียวชอุ่มอันงดงามที่มองไกลสุดสายตา สีฟ้าของท้องฟ้าตัดกับสีเขียวทำให้มองแล้วรู้สึกสบายตา สายลมอ่อนๆพัดผ่านต้นหญ้า  เทียน่ากำลังหลับตาลงเพื่อสัมผัสกับบรรยากาศที่อยู่รอบตัว แต่ริวกับไม่ได้ทำแบบนั้น เขาจ้องมองวงเวท ก่อนจะคิดขึ้นมาว่า

            (ว้าว ไอ้วงเวทนี้มันเป็นประตูไปที่ไหนก็ได้ชัดๆ  น่าเสียดายผมที่ไม่มีพลังเวท ถ้าเอาวงเวทแบบนี้ ไปใช้ที่โลกได้ รับรองว่ามันต้องทำเงินได้อย่างมหาศาลเลย เสียดายจริงๆ )

            -เวรกรรม ขนาดเวลาแบบนี้ แกยังคิดเรื่องไร้สาระได้อีกนะ ตกลงว่าสมองแกเคยมีความเครียดกับเขาบ้างไหมเนี่ย

            (ไม่น่าจะเคยมีนะ)ริวตอบแบบยิ้มๆ

ระหว่างที่ริวกับเท็ดดี้กำลังคุยกันนั้น เสียงของใครบางคนก็ดังขึ้นว่าขนาดในสถานการณ์แบบนี้ เธอยังสามารถยิ้มได้อีกนะ เธอไม่มีความรู้สึกกลัวบ้างเลยหรือยังไงกัน

            ยิ้ม เข้าไว้เมื่อยินดีและมีความสุข ฝืนยิ้มแม้ใจอึดอัดและทรมาน ยิ้มสุดใจแม้ในความปวดร้าวและระทมทุกข์ รอยยิ้มเท่านั้นที่จะพาตัวเองผ่านช่วงเวลาอันเลวร้ายของชีวิตไปได้ ริวจงใจพูดออกมาให้ศ.เอมี่ได้ยิน

            ศ.เอมี่จ้องมองริวด้วยอารมณ์ที่บอกไม่ถูก  ชายหนุ่มหันมามองเธอ นี้คือ คำพูดของคนที่ผมนับถือมากที่สุดนะครับใช่ ผมไม่พูดโกหกนะ มันเป็นคำพูดของตัวละครในนิยายเรื่องหนึ่งเคยพูดเอาไว้ในสถานการณ์แบบเดียวกันนี้  และผมก็ชอบตัวละครตัวนั้นจริงๆ ริวคิดต่อในใจ

            ศ.เอมี่พยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ เธอพูดขึ้นว่า ที่แท้เธอยิ้มเพราะแบบนี้เอง ท่าทางเธอจะผ่านอะไรมาเยอะเลยซินะ

ริวพยักหน้า โดยในหัวของเขามีเสียงหัวเราะของเท็ดดี้ดังขึ้นมาว่า

            -ฮ่าๆๆๆ โอ้ย  ข้าหัวเราะจนปวดท้องไปหมดแล้วนะ ใครจะไปคิดว่าแกจะแก้ตัวได้น้ำเน่าแบบนี้-

            (แก หยุดหัวเราะได้ไหม ขืน ไม่ตอบอะไรออกไปบ้าง มีหวังศ.เอมี่คงซักถามต่อไปไม่หยุดแน่ๆ การตอบแบบนี้ มันจะทำให้เธอรู้สึกว่า ผมเองก็มีความกังวลใจในสิ่งที่จะทำเหมือนกัน เธอจะไม่ต้องมาซักถามอะไรให้วุ่นวายอีก )

            - ข้าเข้าใจสิ่งที่เจ้าพูดแล้วนะ แต่มันอดขำไม่ได้นี้ เจ้าดันตอบแบบนั้นออกไปได้ ฮ่าๆๆ

            ริวไม่สนคำพูดของเท็ดดี้อีก เขาหันไปหาศ.เอมี่ ก่อนจะพูดว่าถ้าเช่นนั้นผมกับน้องสาวขอแยกตัวตรงนี้เลยละกัน ส่วนศ.เอมี่ก็กลับไปเถอะครับ ที่เหลือพวกผมจัดการกันเองได้

            ตกลงจ๊ะ ไม่ว่าจะได้ผลเป็นอย่างไร ห้ามเธอตายอย่างเด็ดขาด ฉันยังอยากจะทราบเรื่องราวของเธออีกเยอะ ถ้าพบกันคราวหน้า พวกเราไปดื่มน้ำชาด้วยกันนะศ.เอมี่พูดจบ เธอก็หายตัวไปทันที

 ยัยหนูคนนั้น ท่าทางจะถูกใจเจ้าเข้าให้แล้วนะ ว่าไงสนใจที่จะสานต่อความสัมพันธ์ไหมละเสียงของเท็ดดี้ดังขึ้นเมื่อมันเห็นว่าไม่มีใครคนอื่นนอกจากพวกริว

ริวทำหน้าเบ้ พร้อมพูดขึ้นว่า ชาติ โน้นตอนเย็นๆเถอะ ต่อให้สวย เรียบร้อย และมารยาทดีแค่ไหน ผู้หญิงที่มีความสามารถนำกองทหารนับ 100 ได้ ต่อให้ตาย ผมไม่คิดจะยุ่งด้วยหรอก แกคิดดูซิ ถ้าเกิดทะเลาะกันขึ้นมา ใครจะซวยมากกว่ากันระหว่างเธอ หรือผม

            ข้าแค่ถามเล่นๆ แกคิดไปไกลถึงขั้นนั้นเลยหรือ? ช่างคิดไปได้ ฮ่าๆๆๆ

            ริวไม่สนใจเสียงหัวเราะของเท็ดดี้ เขาทรุดตัวลงนั่งกับพื้นด้วยสีหน้าที่แสดงถึงความเหนื่อยล้า จังหวะนั้นเองที่เทียน่าลืมตาขึ้นมา  เทียน่ามองริวพร้อมพูดว่า

            หมดสภาพเลยนะค่ะ  ถ้ามีคนมาเห็นพี่ในสภาพแบบนี้ หนูรับรองว่า พวกเขาต้องหมดความเชื่อถือในตัวของพี่แน่ๆ

            ทำยังไงได้ ใครจะไปคิดว่าตัวเองจะต้องมาพูดต่อหน้ากษัตริย์ที่ปกครองรัฐแบบนั้น แถมถ้าโกหกโดยไม่มีเหตุผลมีหวังหัวหลุดจากบ่าแน่ๆ

            เทียน่าถอนหายใจ ไอ้ความรู้สึกแบบนั้น หนูก็พอจะเข้าใจหรอก แต่พี่ก็ไม่น่าจะหมดแรงถึงขนาดนี้

            นี้ละที่เขาเรียกว่า พอความเครียดหายไป แรงอึดที่มีก็หายตามไปด้วย เฮ้อ เหนื่อยจริงๆเลยนะ

            เทียน่านั่งลงข้างพี่ชาย พร้อมถามขึ้นมาตกลงว่าเรื่องราวทั้งหมด มันเป็นอย่างไรกันแน่ ทำไมพี่ถึงมีเนตรมังกรได้ พี่ช่วยอธิบายเรื่องราวทั้งหมดให้หนูฟังหน่อยจะได้ไหม?”

            ริวพยักหน้าพร้อมเล่าเรื่องราวทั้งหมดออกไป ตั้งแต่เรื่องพบหนังสือนิยาย จนถึงเรื่องราวที่มอนตาน่าให้ดาบไทอัสมาอย่างละเอียด สีหน้าของเทียน่าเปลี่ยนไปตลอดเวลา พอริวเล่าเรื่องราวจบลง เทียน่าถึงกับเอามือกุมหน้าผาก พร้อมพูดออกมาว่า

            นี้มันยิ่งกว่าที่หนูคิดไว้อีกนะ ตกลงว่าเรื่องที่พี่พูดไปเกือบทั้งหมดเป็นเรื่องในหนังสือนิยาย บวกกับการโกหกอย่างหน้าด้านๆซินะ

            โธ่ อย่าเรียกว่า การโกหกอย่างหน้าด้านๆซิ อย่างที่พี่ทำเรียกว่า ศิลปะแห่งคำพูดต่างหาก

            ศิลปะแห่งคำพูด? ช่างกล้าพูดโดยไม่อายปากเลยนะ อย่างที่แกทำคนอื่นเรียกกันสั้นๆ ว่า  แหล ต่างหากเสียงของเท็ดดี้ดังแทรกขึ้นมาเมื่อริวพูดจบ

            ริวได้แต่ยิ้มรับ ขณะนั้นเองที่เทียน่าได้พูดขึ้นว่า เอาเป็นว่าพี่จะเรียก อย่างไงก็ตาม แต่พี่ก็ใช้สิ่งนั้น(คำโกหก)เป็นข้ออ้างเพื่อที่จะได้ไม่ต้องสอบรอบที่ 3 และรอบที่ 4 หนูเข้าใจถูกไหมคะ?”

            อืม  มันก็ประมาณนั้นละ

            เทียน่าส่ายหัว ก่อนจะพูดว่าสมเป็นพี่จริงๆ เอาเรื่องใหญ่โตขนาดนั้นมาเป็นเหตุผลเพื่อจะได้ไม่ต้องสอบในรอบที่เหลือ หนูไม่รู้ว่าควรจะพูดยังไงดีแล้ว

            เท็ดดี้ยิ้มเจื่อนๆยัยหนู เจ้าไม่ใช่คนเดียวที่พูดไม่ออก ข้าก็เป็นเหมือนเจ้านั้นละ ใครจะไปคิดว่าไอ้ ริวจะกล้าเอาเรื่องแบบนี้มาใช้เป็นข้ออ้างในการไม่ต้องสอบ ช่างเป็นคนที่อ่านไม่ออกจริงๆ

            พวกเธอช่วยไปนินทาที่อื่นจะได้ไหม ผมยังนั่งอยู่ตรงนี้นะ อย่างน้อยๆก็เห็นแก่หน้ากันบ้าง ยัยน้องตัวแสบ ไอ้เท็ดดี้

            เทียน่ามองมาทางริว พร้อมพูดขึ้นว่า “งั้นพี่คิดจะเอาอย่างไงต่อ ระหว่างเดินหน้าเข้าไปในหุบผามังกรเพื่อหาความจริงตามที่พูดไว้ หรือว่า พี่จะนั่งรอเฉยๆอยู่ตรงนี้จนกว่าจะหมดเวลาสอบรอบที่ 3 จากนั้นพวกเราค่อยแอบกลับไปยังโลกมนุษย์

            ริวไม่ตอบ เขาหันไปมองรอบๆ ก่อนจะเห็นบางสิ่งที่อยู่ไกลออกไป ชายหนุ่มชี้ไปยังจุดที่เห็น “มีใครพอรู้บ้างไหมว่าไอ้ที่อยู่ไกลๆตรงนั้นมันคืออะไร?”

            เทียน่าได้แต่หันไปมองตาม จุดนั้นน่าจะเป็นสะพานเพียงแห่งเดียวที่เชื่อมระหว่างหุบผามังกร กับหุบเขามังกร ส่วนสิ่งก่อสร้างที่อยู่ใกล้กันก็น่าจะเป็นค่ายทหารที่คอยเฝ้ายามจุดนั้นตลอด 24 ชม.

            อืม ถ้าเช่นนั้นพวกเราก็อย่าไปทางนั้นเลย ขืนไปเจอทหารที่เฝ้ายามเข้า มีหวังต้องอธิบายกันยาว ตอนนี้ก็เอาเป็นว่าสำรวจบริเวณนี้ดูก่อน ถ้าเจออะไรขึ้นมาแล้ว พวกเราค่อยมาว่ากันใหม่อีกที

            เทียน่าพยักหน้าเห็นด้วย  เท็ดดี้รีบพูดออกมาว่าช้าก่อน!! ขืนหากันโดยไม่มีเป้าหมายแบบนี้ ต่อให้ใช้เวลา 3 วันก็หาไม่หมดหรอก ถ้ามีอะไรที่พอจะเป็นสัญลักษณ์ได้ก็ว่าไปอย่าง แต่นี้ยังไม่รู้เลยว่าจะหาอะไรเลย แล้วมันจะหาพบไหม

            จริงของนาย ถ้าเช่นนั้นก็เอาเป็นว่าเรื่องการหาทางลับเข้าหุบผามังกรเป็นอันยกเลิก เสร็จสิ้นภารกิจเรียบร้อยแล้วริวพูดออกมา ก่อนจะล้มตัวลงนอนกับพื้นหญ้า

            ไอ้ริว!! มันยังไม่ถึง 2 นาทีเลยนะ แกจะล้มเลิกง่ายๆแบบนี้เลยหรือ? อย่างน้อยแกก็น่าจะช่วยกันคิดหน่อยซิว่าควรจะทำอย่างไงต่อดี

            ริวจ้องมองท้องฟ้าโดยไม่โต้เถียงเท็ดดี้ซักคำ เวลาผ่านไปก็ยังคงมีแต่เสียงของเท็ดดี้พูดถึงแผนการต่างๆออกมาแต่เพียงฝ่ายเดียว ในช่วงเวลานั้นเทียน่าก็ได้แต่ฟังเงียบๆ เธอมักจะหันไปทางหุบผามังกรด้วยสายตาที่บอกไม่ถูก

ชายหนุ่มลุกขึ้นมานั่งอีกครั้ง เขาหันมาจ้องมองน้องสาว พร้อมถามขึ้นมาน้องกำลังกลุ้มใจอยู่หรือ? ”

            เทียน่าสะดุ้งเล็กน้อย พี่รู้ด้วยหรือคะ?”

            อืม ทุกครั้งที่น้องกลุ้มใจ หรือมีเรื่องอะไรในใจ น้องจะนิ่งเงียบ ยิ่งเงียบมากเท่าไร นั้นแสดงว่าน้องกลุ้มใจมากเท่านั้น ถ้าพี่เดาไม่ผิด น้องคงกลุ้มใจเรื่องของยูอิ และลีฟ่าซินะ

            ใช่ค่ะ หนูกลุ้มใจเรื่องของพวกเธอจริงๆ ยิ่งได้รับรู้เรื่องของคำสาปด้วยแล้ว หนูไม่รู้ควรจะทำอย่างไงต่อดี ทั้งยังไม่รู้ว่าควรจะแสดงสีหน้ายังไงเวลาที่กลับไปหาพวกเธอ ทั้งที่หนูไม่สามารถทำอะไรเพื่อพวกเธอได้เลยเทียน่าพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ

            ริวจ้องมองน้องสาว ดูเหมือนพวกลีฟ่าจะมีความสำคัญต่อน้องมากซินะ

            เทียน่าพยักหน้า ก่อนจะมองทอดยาวไปทางหุบผามังกร  ลีฟ่าเป็นเพื่อนคนแรกที่หนูรู้จักในโลกใบนี้  เธอเป็นคนดูแลทุกอย่างในช่วงที่หนูมาที่นี้ใหม่ๆ ส่วนยูอิก็เป็นเพื่อนร่วมห้องคนแรก ตอนที่หนูต้องมาอยู่หอ เธอมักจะคอยปลอบหนูเวลาที่คิดถึงบ้าน พวกเธอทั้งสองคนคือเพื่อนสนิทที่ไม่มีใครมาทดแทนได้เลย

            ริวเอามือลูบหัวน้องสาว ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน สรุปว่าน้องอยากช่วยพวกเธอซินะ

            เทียน่าได้แต่พยักหน้า ริวเงยหน้าไปมองท้องฟ้าด้วยอารมณ์ที่บอกไม่ถูก เขาได้แต่พูดเบาๆถึงเวลาแล้วซินะ

            ริวหยิบกล่องเหล็กออกมาจากกระเป๋า ก่อนจะจ้องมองเทียน่า พร้อมพูดขึ้นมา พี่ขอถามคำถามเดิมนะ น้องต้องการช่วยเหลือลีฟ่ากับยูอิจริงๆใช่ไหม

            ใช่ค่ะ หนูอยากช่วยพวกเธอเทียน่าตอบออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและจริงจัง

            ริวได้แต่ถอนหายใจ เฮ้อ เข้าใจแล้วละ พี่คงไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้วซินะ

            ไอ้ริว แกกำลังพูดเรื่องอะไรอยู่นะ

            มันถึงเวลาแล้วละ เท็ดดี้คำพูดของริวทำเอาเท็ดดี้เงียบลงทันที มันเข้าใจว่าริวกำลังพูดถึงอะไร

            เจ้าแน่ใจนะ ถ้าเจ้าเลือกแล้ว เจ้าจะหันหลังกลับไม่ได้อีกเลยนะ”เท็ดดี้รีบถามขึ้นมา

            ริวได้แต่ยิ้มหน้าเจื่อน  เทียน่ารีบถามขึ้นมาว่าพี่ค่ะ พวกพี่กำลังพูดถึงเรื่องอะไรกันอยู่หรือ? ไหนจะเรื่องเวลาที่พูดถึงอีก หนูงงไปหมดแล้วนะ

            ชายหนุ่มฝืนยิ้มพร้อมอธิบายออกไปตามตรง นี่คือเวลาที่พี่ต้องเลือกว่า จะหนีจากชะตากรรม หรือ จะเลือกเดินหน้าต่อไปเพื่อช่วยริเดีย

            เทียน่าได้แต่มองริวด้วยสายตาที่บอกไม่ถูก ชายหนุ่มพูดต่อว่าถ้าพี่เลือกทางหนี ฟราน ลีฟ่าและยูอิอาจจะต้องตายเพราะคำสาป และมันอาจจะร้ายแรงถึงขั้นที่ทำให้ ริเดีย ล่มสลายไปตลอดกาล แต่ถ้าเลือกเดินหน้าต่อไป พี่อาจจะต้องตายเพราะทางเลือกนี้ก็เป็นได้

            ถ้าเช่นนั้น การที่พี่นอนนิ่งๆเมื่อสักครู่ก็เพราะพี่กำลังคิดเรื่องนี้อยู่หรือ?”

            ใช่  ทางที่พี่เลือกคงมีแต่ต้องก้าวเดินไปข้างหน้าเท่านั้น" ริวพูดออกมาด้วยเสียหน้าเบื่อหน่าย

เทียน่าที่มองริวด้วยสีหน้าอมยิ้ม เพราะรู้ดีว่าทำไมพี่ชายถึงได้เลือกที่จะเดินทางนี้ เธอจึงพูดขึ้นว่าพี่ค่ะ หนูขอขอบคุณแทนยูอิและลีฟ่าด้วยนะ

            ริวยิ้มให้กับเทียน่า ก่อนจะเอามือลูบหัวเธอแทนคำตอบ จังหวะนั้นเองที่เท็ดดี้ได้พูดแทรกขึ้นมาว่า เจ้านี้ช่างดีกับน้องสาวจริงๆ ทั้งที่เป็นโอกาสสุดท้ายที่เจ้าจะหนีไปได้แล้วแท้ๆ เจ้ายังจะเลือกทำเพื่อน้องสาวอีกนะ

ชายหนุ่มทำหน้าจนใจ สำหรับเขาแล้ว ความกลุ้มใจของน้องสาวเป็นปัญหาใหญ่กว่า การล่มสลายของริเดียเสียอีก  ขณะที่ริวกำลังทำหน้าแบบนั้นอยู่ น้องสาวตัวแสบก็ถามออกมาว่า

ถ้างั้นพวกเราจะเอาอย่างไงต่อดีละ แยกย้ายกันออกไปค้นหาแถวนี้ตามที่เคยคิดดีไหม หรือว่า จะเปลี่ยนไปใช้วิธีบุกฝ่าค่ายทหารไปตรงๆดีละ

            ขอเถอะไอ้ 2 วิธีที่ว่ามา มันทั้งเหนื่อยและดูจะสิ้นคิดจริงๆ แถมยังไม่มีโอกาสจะสำเร็จอีกด้วย ริวพูดพร้อมส่ายหน้าเป็นการปฏิเสธวิธีที่เทียน่าเสนอมา

            ถ้าเช่นนั้นพี่มีวิธีที่ดีกว่าที่หนูพูดมาหรือ?”

            พี่ไม่มีหรอก แต่ท่านหญิงมังกรฟ้าน่าจะมีนะริวพูดพร้อมเอากล่องเหล็กมาวางไว้ตรงหน้า ก่อนที่ชายหนุ่มจะพูดต่อว่า

ตอนที่พี่ได้รับจดหมายจากคุณมอนตาน่า  เธอได้มอบกล่องเหล็กใบนี้มาด้วย ในจดหมายได้บอกไว้ว่า เวลาที่พี่เลือกจะเดินหน้าต่อไป กล่องเหล็กใบนี้จะมีประโยชน์ต่อพี่แน่ๆ และ พี่คิดว่าสิ่งนี้ละที่จะช่วยพาพวกเราให้เข้าไปในหุบผามังกรได้

            เทียน่าได้แต่หยิบกล่องเหล็กขึ้นมาสำรวจอย่างละเอียด ระหว่างนั้นเท็ดดี้ก็พูดขึ้นมาว่า มันก็เป็นไปได้ แต่บอกไว้ก่อนนะ ถ้าเป็นสิ่งของที่ยัยจอมวางแผนทิ้งเอาไว้ แกเตรียมทำใจยอมรับความลำบากที่จะตามด้วยละ ยัยนั้นไม่เคยใช้งานใครแบบสบายๆหรอก

            ริวยิ้มแหยๆ ก่อนจะพูดออกมาว่า ทำยังไงได้ละ มันมีทางเลือกที่จะสบายกว่านี้ไหม ถ้ามีแกก็พูดมาได้เลยนะ

            “.......”เท็ดดี้เงียบไปทันที

เห็นไหม ขนาดนายที่เป็นสัตว์เทพยังไม่มีทางออกที่ดีกว่านี้เลย ถ้าเช่นนั้นก็เอาตามนี้ละกัน ปัญหาคือไอ้กล่องเหล็กใบนี้ มันจะเปิดได้อย่างไงต่างหาก

ไชโย!  เปิดได้แล้ว ไม่คิดเลยว่ามันจะมีกลไกแบบนี้ซ่อนอยู่ในกล่องด้วยเสียงของเทียน่าดังแทรก ขึ้นในขณะที่ริวพูดจบพอดี 

พี่ชายมองน้องสาวที่กำลังดีใจ พร้อมพูดเบาๆว่ามันจะเป็นอย่างที่คิดจริงๆด้วย ไม่เช่นนั้น ทุกอย่างมันคงจะไม่บังเอิญขนาดนี้หรอก

เทียน่ารีบส่งกล่องเหล็กคืนให้กับริว เขารับกล่องมาดูซึ่งภายในกล่องเหล็กมีลูกแก้ว 2 ลูก หนึ่งเป็นลูกแก้วสีดำ และอีกหนึ่งเป็นลูกแก้วสีขาว บนฝากล่องด้านในก็มีอักษรสีแดงที่อ่านไม่ออกเขียนอยู่ประมาณ 4-5 บรรทัด

 ริวหันไปมองน้องสาวเหมือนจะถามว่า เธออ่านอักษรพวกนี้ออกไหม เทียน่าส่ายหน้าเป็นคำตอบ สักพักเสียงของเท็ดดี้ดังขึ้นว่า

อักษรพวกนั้นเป็นอักษรโบราณที่ใช้ในยุคแรกเริ่มของพวกสัตว์เทพ ไม่คิดเลยว่าจะได้เห็นมันอีก

เท็ดดี้ นายอ่านอักษรพวกนี้ออกเหรอ?”

อืม เดี๋ยวนะ ข้าขอเวลาเรียบเรียงเป็นคำพูดในปัจจุบันก่อน เอาละได้แล้ว พวกเจ้าต้องใจฟังให้ดีละกัน 

 

ถึง อรุณ เทพพิทักษ์

             ถ้าเธอได้ยินข้อความนี้ แสดงว่าเธอได้เลือกที่จะแบกรับชะตากรรมแล้วซินะ แม้จะเป็นเพียงชั่วคราวก็ตาม ฉันก็ดีใจที่เธอได้เลือกทางสายนี้  ลูกแก้ว 2 ลูกที่อยู่ในกล่องเหล็กใบนี้ ลูกแก้วสีขาวใช้สำหรับพาพวกเธอเข้าไปในหุบผามังกรตรงจุดที่จำเป็นสำหรับพวกเธอ วิธีการใช้ก็แสนง่ายแค่เธอโยนมันลงพื้นก็จะเกิดวงเวทขึ้นมา  และ วงเวทนั้นจะพาเธอไปยังสถานที่แห่งนั้นเอง ส่วนลูกแก้วสีดำไว้สำหรับทำให้ทุกอย่างกลับคืนสู่สภาพเดิมของมัน เธอจะใช้มันยังไงก็ขึ้นอยู่กับเธอแล้ว                                                                  

                                                                                                 สุดท้ายขอให้เธอจงมีโชคดีนะ

                                                                                                                 ท่านหญิงมังกรฟ้า

 ความเงียบเข้าปกคลุมริว เท็ดดี้และเทียน่า สักพักเทียน่าก็กล่าวขึ้นมาเป็นคนแรก ความสามารถของท่านหญิงมังกรฟ้าช่างน่าตกใจจริงๆ ขนาดเวลาผ่านมา 300 ปีแล้ว เหมือนท่านยังคงมองพวกเราอยู่ตลอดเวลา

            พี่ว่า ท่านหญิงมังกรฟ้าน่าสงสารมากกว่า ถ้ามีความสามารถเห็นอนาคตได้แบบนี้ ทุกวันที่ผ่านไปคงจะเป็นอะไรที่น่าเบื่อมาก ถ้าพี่ต้องเป็นแบบนั้น พี่ขอไม่เห็นอะไรเลยดีกว่า

            เห็นด้วย อนาคตจะน่าสนใจก็ต่อเมื่อไม่รู้เท่านั้น ยิ่งรู้มากเท่าไรก็ทรมานมาก  ยิ่งทรมานมากยิ่งอยากจะแก้ไขมัน เมื่อทำไม่ได้ตัวเองก็จะต้องจมอยู่กับความทุกข์นั้น ช่างเป็นคนที่โชคร้ายจริงๆ เสียงของเท็ดดี้พูดแทรกขึ้นมา

            ริวหันกลับไปมองเทียน่าพร้อมพูดว่า เรื่องท่านหญิงมังกรพอแค่นี้เถอะ พวกเรารีบเข้าไปหุบผามังกรกันได้แล้ว พี่อยากจะจบพวกเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด จากนั้นพวกเราจะได้กลับบ้านกันสักที

            ตกลงค่ะ

 ริวหยิบลูกแก้วสีขาวออกมาจากกล่องเหล็ก จากนั้นเขาก็จัดการโยนลูกแก้วลงพื้น วงเวทสีดำปรากฏขึ้นมาบนใต้พื้นที่พวกเขายืนอยู่ ไม่นานพวกเขาทั้งหมดก็หายไปพร้อมกับวงเวทนั้น

 

สถานที่แห่งหนึ่งในหุบผามังกร

            ม่ายจริง!!! ทำไมมันเป็นแบบนี้ ใครก็ได้ช่วยผมด้วยเสียงร้องของริวดังขึ้นมาอย่างสุดเสียง เนื่องจากเขากำลังตกลงมาจากที่สูงชนิดไม่เห็นก้นหลุมแม้แต่น้อย ความเร็วในการตกของริวยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  ถ้าถามว่า ทำไมเป็นแบบนี้ก็ต้องโทษวงเวทสีดำที่พาพวกเขามาปรากฏเหนือหลุมขนาดใหญ่ที่ ไร้ก้น จากนั้นมันก็หายไปในทันที ผลที่ตามมาคงไม่ต้องบอกเพราะเขาและเทียน่ากำลังเผชิญมันอยู่นั้นเอง

            ริวร้องตะโกนออกมาอย่างไม่อายใคร ผิดกับน้องสาวที่ยังคงสงบนิ่ง และเมื่อใกล้จะถึงก้นหลุม เทียน่าได้โบกมือขึ้นมา 1 ครั้ง วงเวทสีขาวปรากฏตัวออกมารับพวกเธอเอาไว้อย่างนิ่มนวล วงเวทค่อยๆลงสู่พื้นอย่างสวยงาม เมื่อเท้าของริวสัมผัสพื้นเท่านั้น เขารีบวิ่งไปจากวงเวทในทันที

            อ๊อก....เออ .....อ๊อก

            ชายหนุ่มอาเจียนออกมาประมาณ 2 -3 ครั้ง ก่อนที่เทียน่าจะเดินเข้ามาหา เธอพูดขึ้นมาว่า พี่ค่ะ ไม่เป็นอะไรใช่ไหม

            ริวยกมือขึ้นมาโบกไป-มา พร้อมพูดออกมาด้วยน้ำเสียงไม่สู้ดีนัก ถ้าไม่นับเรื่องที่ ต้องอาเจียนเอาอาหารเช้าที่กินไปออกมาจนหมด กับอาการหน้ามืด ตาลาย วิงเวียนศีรษะเหมือนจะเป็นลม แถมด้วยอาการเจ็บคอเพราะตะโกนมากเกินไป พี่ก็ถือว่าปลอดภัยดีทุกอย่างนะ

ถ้าพี่พูดเหน็บได้ขนาดนี้ หนูว่าพี่คงไม่ได้เป็นอะไรแล้วละ เทียน่าได้แต่ยิ้มแหยๆ
            ริวก้มลงไปอาเจียนออกมาอีก 1 ครั้ง ก่อนจะลุกขึ้นยืน เขามองขึ้นไปด้านบน ท่าทางพวกเราจะตกมาลึกพอสมควรเลย ดูจากตรงนี้ พี่แทบจะมองไม่เห็นแสงจากด้านบนเลย

            เทียน่ามองขึ้นไปข้างบนเหมือนกับพี่ชาย ใช่ค่ะ เท่าที่หนูประเมินดูแล้ว พวกเราน่าจะอยู่ต่ำกว่าพื้นดินประมาณคงว่า 1-2 กิโลแน่ๆ

            แย่แล้ว แบบนี้พวกเราจะกลับออกไปยังไง น้องพอมีที่วิธีเหาะขึ้นไปบ้างไหมริวถามขึ้นมาด้วยสีหน้าร้อนใจ

            ไอ้เวทที่ทำให้ลอยตัวขึ้นไปบนนั้นหนูก็พอจะมีหรอก แต่ดูท่าจะใช้ไม่ได้แล้วค่ะ

            ทำไมละชายหนุ่มถามขึ้นด้วยสีหน้างงๆ

            ตอนที่พวกเราตกลงมา มันทำให้กับดักเวทมนตร์บางอย่างที่ถูกวางเอาไว้แต่แรกเกิดทำงานขึ้นมา ถ้ายัยหนูเทียน่าพาพวกเราเหาะขึ้นไปทางที่ตกลงมา มีหวังถูกระเบิดเละเป็นเนื้อบดแน่ๆ แถมปากหลุมแห่งนี้ยังมีแร่ แอนโนไมด์ อยู่เต็มไปหมด เสียงของเท็ดดี้ดังแทรกขึ้นมา

ชายหนุ่มเอียงคอเล็กน้อยแร่ แอนโนไมด์  มันคืออะไรเหรอ?”

            เทียน่ายิ้ม แร่ แอนโนไมด์ เป็นแร่ชนิดพิเศษที่มีความสามารถในการดูดซับพลังเวทเป็นอย่างดี แม้พวกเราใช้เวทเหาะขึ้นไปจนถึงปากหลุมได้ เวทที่ใช้ก็จะถูกดูดซับพลังเวทไปจนหมด พวกเราก็จะตกลงมาที่นี้ตามเดิมนะค่ะ

            สรุปสั้นๆว่า มันเป็นแร่ที่ทำใช้เวทมนตร์ไม่ได้ใช่ไหม”

            เทียน่าพยักหน้า“เอ่อ มันก็ประมาณนั้นละค่ะ  ตอนที่อยู่ปากหลุมหนูพยายามใช้เวทไป 2 -3 ครั้งแต่พลังเวทก็ถูกดูดออกไปจนหมด ดังนั้นหนูจึงต้องเปลี่ยนมาใช้เวทตอนที่จะถึงพื้นยังไงละ

            ริวเงยหน้ามองขึ้นไป แสดงว่าพวกเราไม่มีทางกลับขึ้นไปจากทางนี้ได้เลยซินะ

            เท็ดดี้พูดแทรกขึ้นมา ใช่แล้วล่ะ ต่อให้ข้ากลับคืนสู่สภาพสัตว์เทพก็คงไม่อาจจะผ่านดงกับระเบิดที่มีไม่ต่ำกว่า 1000 อันไปได้หรอก แถมข้ายังต้องพาพวกเจ้าไปด้วย งานนี้ไม่มีทางรอดอย่างแน่นอน

            ริวถอนหายใจ เฮ้อ ถ้าเช่นนั้นทางเดียวที่จะทำได้คงมีแต่ต้องเดินหน้าต่อไปซินะ

            ใช่ค่ะ คงมีแต่ทางนี้เท่านั้นละเสียง ของเทียน่าตอบออกมาอย่างไม่เต็มเสียงนัก

ริวมองไปรอบๆจนเขาพบแสงที่ส่องออกมาจากมุมหนึ่งของถ้ำ เขาจึงได้แต่พาเทียน่าเดินไปในทางนั้น พอเดินมาถึงจุดที่มีแสงสว่าง ชายหนุ่มก็ได้เห็นช่องทางที่สามารถจะเดินต่อไปได้  เมื่อเดินมาตามเส้นทางนั้น พวกเขาก็พบถ้ำที่เต็มไปด้วยแสงสว่างราวกับติดหลอดผอมจอมประหยัดไปทั้งถ้ำเลย  ริวหันไปมองรอบตัว

น่าแปลกจริงๆ ขนาดอยู่ในถ้ำแบบนี้ยังมีแสงสว่างได้อีก มันเป็นเพราะอะไรกันนะ

            “ เห็ดเรืองแสงนะค่ะ ปกติมันเป็นพืชที่ชอบขึ้นในที่มืดและชื้นแฉะ แต่ไม่คิดเลยว่าพวกเราจะได้พบในถ้ำแบบนี้ หนูว่ามันต้องไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ๆเทียน่าเองก็ดูจะแปลกใจในสิ่งที่เห็นเช่นกัน

ชายหนุ่มได้แต่มองไปรอบๆเพื่อดู เห็ดเรืองแสงเหล่านั้น เขาเดินเข้าไปมองเห็ดพวกนั้นใกล้ๆ แต่พอเขาเดินเข้าไปเท่านั้นเห็ดเรืองแสงดูจะพยายามเคลื่อนตัวหนีไปอย่างช้าๆ  ริวถึงกับคิดขึ้นมาว่า

(สุดยอด! ไม่คิดเลยว่าจะมีเห็ดเคลื่อนไหวได้ด้วย ถ้าเอาไปออกงานวัด ไม่ก็รายการทีวี งานนี้รวยเละแน่ๆ ไม่ซิ  ถ้าเอาไปเพาะพันธุ์ เราอาจจะขายเห็ดเหล่านี้แทนหลอดผอมจอมประหยัดก็ได้ สิ่งนี้ละพลังงานธรรมชาติ 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่รวยวันนี้จะรวยวันไหน เห็ดจ้าไปกับพี่นะจ๊ะ)

ริวรีบยื่นมือเข้าไปเพื่อจะจับเห็ดเรืองแสง  เขาก็ได้เห็นสิ่งที่อยู่ข้างใต้เห็ดพวกนั้น ชายหนุ่มถึงกับรีบถอยห่างออกมาด้วยความเร็วเต็มที่ ริวชี้ไปที่เห็ดพวกนั้นพร้อมพูดน้ำเสียงสั่นๆว่า

เทียน่า มีโครงกระดูกอยู่ใต้เห็ดพวกนี้เต็มไปหมดเลย

เทียน่ารีบมาดูตามที่ริวบอก เธอถึงกับเอามือปิดปากด้วยความตกใจ เอ๋! ไม่จริงใช่ไหม ทำไมเป็นแบบนี้ไปได้ละ

เทียน่าพยายามจะเอามือไปจับเห็ด แต่ริวกับจับมือของเธอเอาไว้ พร้อมพูดขึ้นมาว่า อย่าจับนะ ดูจากสภาพของโครงกระดูกแล้ว พี่ว่าเห็ดพวกนี้ละ ที่เป็นต้นเหตุของการเสียชีวิตของโครงกระดูกเหล่านี้

เทียน่าได้แต่ตกใจจนหน้าซีดขาว เท็ดดี้รีบพูดแทรกขึ้นมาว่ายัยหนูเชื่อเจ้าริวเถอะ เห็ดที่พวกเจ้าเห็นอยู่นี้ไม่ใช่เห็ดเรืองแสงอย่างที่เจ้าเข้าใจ แต่มันเป็นเห็ดมายาที่หาได้ยากยิ่ง ถ้าเจ้าริวไม่ได้อยู่ข้างๆเจ้าในเวลานี้ เจ้าคงได้กลายเป็นปุ๋ยให้พวกมันไปแล้วละ

            เห็ดมายา? มันคือเห็ดอะไรหรือคะ?”

            มันเป็นเห็ดโบราณที่ใช้สิ่งมีชีวิตเป็นการแพร่พันธุ์ อย่าเห็นว่า มันส่องสว่างและสวยงามแล้วจะไม่มีพิษภัย ไอ้พวกนี้สามารถฆ่ามังกร ทีเร็ก หรือไลแคนก็ยังได้ เห็ดพวกนี้จะปล่อยละอองใส่เหยื่อที่หลงติดเข้ามาอยู่ในดงของพวกมันและ เมื่อเหยื่อสัมผัสละอองของพวกมันเข้าไปก็จะหลับไปอย่างไม่รู้ตัว ระหว่างที่เหยื่อหลับ พวกมันจะแพร่สปอร์ไปที่ตัวเหยื่อ  เมื่อสปอร์ไปติดตามตัวของเหยื่อแล้ว พวกมันก็จะเจริญเติบโตและขยายพันธุ์ต่อไปย่างรวดเร็ว เพียงไม่ถึง 10 นาที พวกมันก็จะสามารถแพร่พันธุ์ไปทั่วทั้งร่างกายของเหยื่อ ปุ๋ยที่พวกมันใช้ในการเจริญเติบโตก็คือเลือดและเนื้อของเหยื่อนั้นเอง ผลสุดท้ายเหยื่อเหล่านั้นจะถูกพวกมันดูดสารอาหารจนตายไปทั้งที่ยังหลับอยู่

            เทียน่ารีบถอยออกห่างเห็ดเหล่านั้น เท็ดดี้จึงพูดต่อว่ายัยหนูไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้ แม้เห็ดพวกนี้จะน่ากลัว แต่ถ้าเจ้าริวยังอยู่ที่นี้ มันไม่กล้าทำอะไรหรอก

            เทียน่ามองไปที่ริว จากนั้นเธอพูดว่า คุณเท็ดดี้ หนูว่าจะถามตั้งนานแล้ว พี่ริวเป็นสิ่งนั้นใช่ไหมคะ

            ใช่แล้วละ เจ้าไม่เคยรู้ตัวมาก่อนเลยหรือ? “

            เทียน่าส่ายหน้า ไม่ค่ะ ตลอดเวลาที่หนูอยู่กับพี่ชาย หนูไม่เคยทราบเรื่องนี้เลย คาดว่าพ่อกับแม่ก็คงไม่รู้เหมือนกัน  การที่พี่ริวไม่มีพลังเวทอยู่ในตัว พวกเราจึงไม่คิดว่าพี่ริวจะเป็นสิ่งนั้นไปได้นะ

            ข้าเข้าใจความรู้สึกนั้นดี ถ้าไม่ได้เห็นกับตา ข้าก็คงไม่เชื่อเหมือนกันว่า เจ้าริวจะเป็นสิ่งนั้นไปได้ กรณีอย่างเจ้าริวต้องถือว่าไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลย

            เทียน่าได้แต่พยักหน้าเข้าใจ ขณะที่เท็ดดี้จะพูดต่อ ริวก็พูดแทรกขึ้นมาว่าเฮ้อ ขอโทษที่ขัดจังหวะในการนินทาของคุณทั้ง 2คนนะ แต่กรุณาช่วยดูหน่อยจะได้ไหมว่า คนที่กำลังพูดถึงก็นั่งฟังอยู่ด้วย  แม้จะไม่เกรงใจกันก็ไม่เป็นอะไรหรอก อย่างน้อยสุดช่วยอธิบายในสิ่งที่พูดด้วยซิโว้ย ไม่ใช่รู้เรื่องกันแค่ 2 คนแบบนี้"
             ริวหยุดเล็กน้อย "ที่สำคัญสุด พวกเธอช่วยรอไปคุยที่อื่นจะได้ไหม ตอนนี้พวกเรากำลังอยู่ในดงเห็ดกินคนอยู่นะ อย่าทำเหมือนอยู่ในร้านน้ำชา หรือ สนามหญ้าทั่วไปสิ

            ขอโทษค่ะ หนูลืมไปว่าพวกเรากำลังอยู่ที่ไหนเทียน่าพูดออกมาด้วยสีหน้าสำนึกผิด 

ริวได้แต่ลูปหัวเธอพร้อมพูดขึ้นมาว่า เอาเป็นว่าพวกเรามาช่วยกันหาทางออกกันเถอะ

            เทียน่าพยักหน้า ก่อนที่เธอจะหันไปมองหาทางออก  ริวก็หันไปมองอีกทาง เขามองไล่มาจนถึงจุดหนึ่งที่เห็ดไม่เรืองแสง ริวพยายามจ้องมองจุดนั้นอย่างงงๆ  สักพักเห็ดที่ไม่เรืองแสงก็หายไปจากสายตาของเขา สิ่งที่ปรากฏขึ้นแทนก็คือช่องทางเดินสายหนึ่ง จังหวะนั้นเทียน่าก็พูดขึ้นมาว่า

พี่ค่ะ พี่เห็นทางออกบ้างไหมคะ หนูพยายามมองดูทุกจุดที่น่าจะเป็นไปได้แล้ว แต่ยังไม่เจอทางที่จะออกจากถ้ำแห่งนี้เลย หรือว่าพวกเราจะย้อนกลับไปยังเส้นทางเก่าก่อนดีค่ะ

เอ๋!! ทางออกก็อยู่ตรงนั้นไง น้องมองไม่เห็นหรือ?”ริวพูดจบ เขาก็ชี้ไปที่ช่องทางเดินที่เห็นตรงหน้า

เทียน่าได้แต่มองตามริว ไม่เห็นมีนี่ค่ะ ตรงที่พี่ชี้ไปมีแต่เห็ดมายาทั้งนั้นเลย

            ริวอึ้งไปเล็กน้อย ก่อนขมวดคิ้วแล้วกล่าวขึ้นมาไม่จริงน่า น้องไม่เห็นจริงๆหรือ? ทางออกอยู่ตรงนั้นแท้ๆ

            ชายหนุ่มชี้ไปทางนั้นอย่างมั่นใจ เทียน่าพยายามจ้องมองแต่เธอเห็นเพียงเห็ดมายาเท่านั้น เท็ดดี้รีบพูดออกมาว่า

”ไอ้ริว เจ้าแน่ใจนะว่าตรงนั้นมีทางไปต่อนะ

            ใช่  นายไม่เห็นช่องทางเดินเส้นนั้นหรือ? “ริวพูดโดยยื่นแหวนไปทางนั้นเพื่อให้เท็ดดี้เห็นได้ชัดขึ้น

            เท็ดดี้จ้องมองเห็ดบริเวณนั้นอยู่พักใหญ่ ริว เจ้าเดินนำหน้าไปเลย ส่วนยัยหนูเทียน่าอย่าออกห่างจากเจ้าริวเกิน 3 เมตรละ

            ริวรีบเดินนำหน้าไปโดยมีเทียน่าตามไปติดๆ สักพักเขาก็พาน้องสาวเดินผ่านช่องทางนั้นมาได้อย่างสบายๆ พอผ่านมาแล้ว เท็ดดี้รีบสร้างบอลแสงออกมา 3 ลูก มันทำให้เห็นสภาพโดยรอบ ทางเดินที่ริวเห็นนี้มีสภาพเป็นอุโมงค์ที่ถูกสร้าง ขึ้นโดยน้ำมือของมนุษย์  เท็ดดี้ก็พูดขึ้นว่า

            เวท ลวงตาชั้นสูงสุด ไม่คิดเลยว่าจะมีคนร่ายเวทเอาไว้ในที่แบบนี้ ขนาดสายตาของข้ายังไม่อาจจะแยกแยะเวทบทนี้ออกได้ แสดงว่าคนที่ร่ายเวทต้องมีพลังไม่น้อยไปกว่าข้าอย่างแน่นอน  ถ้าเจ้าริวไม่มาด้วย งานนี้ต่อให้เป็นข้าก็คงจะหาทางไปต่อไม่ได้แน่

            คุณเท็ดดี้ค่ะ ทั้งที่หนูกับคุณต่างก็มองไม่เห็นทางเส้นนี้ แล้วทำไมพี่ริวถึงมองเห็นเส้นทางนี้ได้ละ

            นี้ละความร้ายกาจของเนตรมังกร มันสามารถมองเห็นทุกอย่างได้อย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นเวทมนตร์ หรือคำสาปแบบไหนก็จะไม่สามารถปิดบังเนตรมังกรนี้ได้เลย  เนตรมังกรจึงจัดเป็นความสามารถที่อันตรายสำหรับเหล่าจอมเวทเลยก็ว่าได้

            เทียน่าถึงกับกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ เธอมองพี่ชายที่ยังคงหันซ้าย-ขวาเพื่อมองอุโมงค์อย่างสนใจ ขณะนั้นริวก็พูดออกมาว่า

            อุโมงค์นี้ยอดไปเลยนะ การออกแบบและการสร้างทำได้ยอดเยี่ยมมาก แต่ที่ยอดเยี่ยมที่สุดเห็นจะเป็นระบบระบายอากาศ ขนาดอยู่ใต้ดินขนาดนี้ยังมีอากาศไหลเวียนได้ตามปกติ ทั้งยังไม่รู้สึกอึดอัดแม้แต่น้อย ถ้าไม่ติดที่ว่าคนสร้างเล่นสีมากเกินไป พี่ว่าอุโมงค์นี้คงสมบูรณ์แบบยิ่งกว่านี้แน่ๆ

            สี? พี่ค่ะ อุโมงค์แห่งนี้มันไม่มีอะไรที่เป็นสีแม้แต่น้อย

            ริวหันกลับไปมองเทียน่า ไม่จริง! ถ้าเช่นนั้น สีแดง สีดำ และสีเหลืองที่พี่เห็นกระจายอยู่ที่พื้นและกำแพง มันคืออะไรล่ะ

            กับดักเวทมนตร์ยังไง  เฮ้อ ท่าทางคนสร้างอุโมงค์คงวางกับดักเวทมนตร์เพื่อไม่ให้มีคนผ่านไปได้  แต่พวกเขาคงไม่คิดหรอกว่ากับดักเวทมนตร์ที่วางไว้อย่างดีจะถูกเจ้ามองเห็นได้ง่ายแบบนี้ เนตรมังกรนี้ช่างมีความสามารถน่าตกใจจริงๆเลย

            ริวได้แต่ยิ้มแหยๆ แสดงว่าจุดที่มีสีแดง สีเหลืองกับสีดำคือจุดที่มีกับดักใช่ไหม ถ้าเช่นนั้นแค่พวกเราเดินไปในจุดที่ไม่มีสีก็พอซินะ

            มันก็ประมาณนั้นละ เจ้านำทางดีๆละริว ขืนเหยียบผิดอาจถึงตายได้เลยนะ

            สีออกชัดเจนแบบนี้ใครเหยียบผิดอีกก็โง่แล้ว ริวพูดจบ เขาก็หันกลับไปด้านหน้าเพื่อเตรียมที่จะออกเดินทางต่อ แต่ยังไม่ทันที่จะได้ก้าวเดินออกไปเสียงบางอย่างก็ดังขึ้น

            กึก

            เท้าขวาของริวเหยียบเข้ากับแผ่นหินมีสีแดง ทันในใดนั้นพื้นตรงที่พวกเขายืนอยู่ก็แยกตัวออก จนทำให้พวกริวต้องตกลงล่าง
            ไอ้เด็กบ้า !! พูดยังไม่ทันขาดคำ แกเอาอีกแล้วนะ ข้าไม่น่าจะไว้ใจแกเลย!”เสียงของเท็ดดี้ตะโกนดังขึ้นมาทันที

            ม่ายน่า!! ทำไมมันถึงเป็นแบบ นี้ไปได้ เสียง ของริวตะโกนขึ้นเมื่อพบว่า พวกเขากำลังตกลงไปยังหนามอันแหลมคมที่อยู่ด้านล่าง เทียน่าพยายามจะสร้างวงเวทเพื่อหยุดยังการตกแต่ไม่ว่าเธอจะตวัดมือเพียงไร วงเวทก็ไม่ปรากฏขึ้นมาเลย เท็ดดี้เองก็ไม่ดีไปกว่ากัน มันพยายามจะใช้เวทแต่ก็ไม่เป็นผลเลย

ขณะนั้นเองที่ดาบไทอัสพุ่งออกจากกระเป๋าของริว ก่อนจะเปลี่ยนรูปร่างกลายเป็นดาบเหมือนเดิม มันพุ่งตัวลงไปทำลายหนามที่อยู่ด้านล่างจนหมด จากนั้นมันก็เปล่งแสงสีทองออกมา พวกริวที่สัมผัสแสงนั้นค่อยลดความเร็วลง จนในที่สุดก็ถึงพื้นอย่างปลอดภัย พอริวสัมผัสพื้นแล้ว ดาบไทอัสก็กลับเป็นมีดพับ ก่อนจะก็ลอยกลับมาสู่มือ ชายหนุ่มมองดาบไทอัส พร้อมพูดขึ้นว่า

            ขอบใจนะไทอัส นายช่วยชีวิตผมเอาไว้อีกแล้ว

            ความรู้สึกของดาบไทอัสส่งออกมาอีกครั้ง มันเป็นความรู้สึกที่บอกว่า การปกป้องริวคือหน้าที่ของมัน ริวได้แต่ยิ้ม ก่อนจะเก็บดาบไทอัสลงกระเป๋ากางเกงอีกครั้ง เขาหันไปมองเทียน่า ก่อนจะพูดว่า

            เทียน่า ไม่เป็นอะไรนะ

            เทียน่าพยักหน้า ก่อนจะมองไปรอบๆห้อง จากนั้นเธอก็พูดว่า หนูไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ ไม่คิดเลยว่าใต้อุโมงค์จะมีห้องที่สร้างจากแร่ แอนโนไมด์ อยู่ด้วย มิน่าละเวทมนตร์ถึงใช้ไม่ได้เลย

ริวยิ้มอย่างโล่งใจดีนะที่ดาบไทอัสออกมาช่วยได้ทัน ไม่เช่นนั้นพวกเราตายแน่ๆ พวกเรามารีบหาทางออกกันเถอะ

             “อย่ามาทำเนียนเป็นเปลี่ยนเรื่อง ทั้งหมดที่ต้องเป็นแบบนี้ มันก็เป็นความผิดของแกไม่ใช่หรือ? ถ้าแกไม่เหยียบแผ่นหินผิด พวกเราก็ไม่ตกลงมาในห้องนี้หรอก

ขอโทษทีผมไม่ทันได้มองแผ่นหินที่พื้นริวตอบออกมาด้วยสีหน้าเจื่อนๆ
             เทียน่าได้แต่ถอนหายใจ คุณเท็ดดี้พอเถอะค่ะ พี่ชายไม่ได้ตั้งใจจะให้เป็นแบบนี้ซักหน่อย หนูว่าพวกเรามาช่วยกันหาทางออกจากนี้ที่นี้กันเถอะ

นั้นสิ ขืนอยู่ที่นี้ต่อไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาหรอกริวรีบเปลี่ยนเรื่องพูดทันที

เท็ดดี้ได้แต่ส่งเสียง เชอะออกมา ขณะนั้นเองที่เสียงของเทียน่าดังขึ้นว่าตรงนี้มีประตูด้วยค่ะ

จุดที่เสียงของเทียน่าดังขึ้น มานั้นเป็น จุดที่อยู่ในมุมอับ ถ้าไม่สังเกตให้ดีจะไม่มีทางเห็นประตูเลย แถมสีของประตูก็ยังกลมกลืนกับกำแพงจนเกือบแยกไม่ออก ริวรีบเดินไปหาเทียน่า เขาเห็นประตูเหล็กที่ตะไคร่น้ำเกาะอยู่เต็มไปหมด เทียน่าพยายามจะเปิดมันแต่ดูจะไม่เป็นผลเลย ริวจึงตรงเข้าไปช่วยอีกแรง ทั้งสองออกแรงผลักประตูอยู่พักใหญ่ ในที่สุดประตูก็ถูกเปิดออก

ครืน

            สิ่งที่อยู่หลังประตูบานนั้นเป็นห้องที่ไม่มีแม้แต่แสงไฟ ริวลังเลอยู่สักพักก่อนจะตัดสินใจเดินนำหน้าไป พอริวก้าวเท้าเข้าไปในห้องเท่านั้น

พรึบ

            เปลวไฟลุกโชนขึ้นจากคบเพลิงที่ติดอยู่บนกำแพง ไม่นานคบเพลิงอันอื่นก็ทยอยติดตามไป จนกระทั้งแสงจากเปลวไฟทำให้เห็นสภาพทั้งหมด  ภายในเป็นห้องที่มีขนาดกว้างพอๆกับหอประชุมตามโรงเรียนของรัฐบาล แต่ที่ต่างกันคงเป็นผนังและเพดานที่มีรอยร้าวอยู่เต็มไปหมด ทำให้ห้องนี้ดูเหมือนจะถล่มลงมาได้ทุกขณะ ส่วนกำแพงทั้ง2 ด้านต่างก็มีอะไรบางอย่างตั้งเรียงกันเป็นแถบ ริวกลืนน้ำลายลงคอ ก่อนจะชี้ไปยังสิ่งที่วางพิงกำแพง เขาพูดเสียงสั่นๆว่า

          “นั่นมันโลงศพใช่ไหม

          เทียน่ายิ้มแหยๆ ก่อนจะพูดว่า น่าจะใช่ค่ะ ดูเหมือนห้องนี้คงจะเป็นที่สำหรับเก็บศพในสมัยก่อน ดูจากปริมาณของโลงศพแล้ว การขนศพจำนวนมากมายังห้องนี้คงต้องใช้ทางอื่นมากกว่า นั่นก็หมายความว่าห้องนี้น่าจะมีทางออกไปข้างนอกอยู่ด้วย

         “ยัยหนูเทียน่าพูดมีเหตุผล ถ้ายังไงพวกเราเข้าไปดูข้างในกันเถอะเสียงของเท็ดดี้ดังขึ้นมา

         ริวได้แต่สะดุ้ง เขาหันไปมองเทียน่า พร้อมกล่าวเสียงสั่นๆว่า พวกเราต้องเข้าไปในห้องนี้หรือ? พี่ว่าพวกเราไปหาทางออกที่อื่นกันเถอะ อย่างเช่นทางที่พวกเราตกลงมาไง

         เทียน่าส่ายหน้า ไม่ไหวค่ะ ห้องนี้สร้างจากแร่ แอนโนไมด์ ทำให้หนูใช้พลังเวทไม่ได้เลย เรื่องที่จะเหาะขึ้นไปเป็นอันหมดสิทธ์ค่ะ

         “เดี๋ยวซิ ถึงน้องใช้พลังเวทไม่ได้ แต่ไอ้เท็ดดี้ที่เป็นสัตว์เทพก็น่าจะใช้เวทได้ไม่ใช่หรือ? แม้มันใช้ไม่ได้ก็ให้มันกลับร่างเดิม จากนั้นค่อยใช้แรงทำลายเพดานก็ได้

         เท็ดดี้ถอนหายใจ ก่อนจะพูดว่า ข้าทำอย่างที่เจ้าพูดมาไม่ได้หรอก

         ริวทำหน้างงๆ ก่อนจะพูดว่า ทำไมละ นายเป็นสัตว์เทพที่สามารถทำลายทวีปได้ในพริบตาไม่ใช่หรือ? แล้วทำไมถึงทำลายของแค่นี้ไม่ได้ละ

         "ที่ข้าทำไม่ได้ก็เพราะเจ้านั่นละ

           ริวชี้หน้าตัวเอง เพราะผมหรือ? นายหมายความว่ายังไง

           เท็ดดี้ไม่ตอบ เทียน่าจึงพูดขึ้นมาแทนว่า พี่ค่ะ พี่จำเรื่องพันธะสัญญาที่หนูเคยบอกได้ไหม

          "น้องหมายถึงพันธะสัญญาที่พี่ทำไปโดยไม่รู้ตัว ตอนที่สวมไอ้เท็ดดี้นะหรือ?”

           ใช่ค่ะ พันธะสัญญานั้นเรียกว่า พันธะสัญญาวิญญาณ พันธะสัญญานี้จะทำให้วิญญาณของพี่กับคุณเท็ดดี้เชื่อมต่อกัน  มันก็หมายความว่า พี่กับคุณเท็ดดี้จะต้องอยู่ด้วยกันไปตลอด จนกว่าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดตายลงไป

          ริวที่ฟังถึงตรงนี้ เขาถึงกับอ้าปากค้างไปเลย ไอ้บ้าเท็ดดี้ แกทำอะไรลงไป ทำไมแกต้องมาทำพันธะสัญญาบ้าๆแบบนั้นกับผมด้วย  วิญญาณของผมต้องมาเชื่อมโยงกับวิญญาณของแกนี่นะ ปรื๋อ แค่คิดก็สยองแล้ว แกรีบถอนพันธะสัญญาเดี๋ยวนี้นะ

          “ไอ้เด็กบ้า ถ้าข้าทำได้ ข้าทำไปนานแล้ว ใครมันอยากจะไปใช้วิญญาณเชื่อมกับแกกัน แต่ที่ไม่ทำเพราะข้าทำไม่ได้ต่างหาก ยัยจอมวางแผนให้ข้าสัญญาว่าจะดูแลแกไปจนกว่าแกจะตาย ถ้าแกอยากจะยกเลิกสัญญานัก แกก็ไปตายซะสิ ข้าจะได้เป็นอิสระเสียทีเท็ดดี้โวยวายขึ้นทันที

               ชายหนุ่มทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ ไม่นะ ทำไมท่านหญิงมังกรฟ้าถึงได้ทำแบบนี้ด้วย ผมไปทำอะไรให้ท่านโกรธกัน ทำไมท่านถึงได้ให้แหวนจอมอวดดี ปากปีจอ มาอยู่กับผม  แล้วแบบนี้ผมจะจีบสาว  ดูหนัง... ไม่ก็ทำกิจกรรมยามลับตาคนได้ไง แบบนี้มันแกล้งกันชัดๆ

              “ไอ้เด็กบ้า ในสมองแกมีแค่เรื่องเหล่านั้นหรือยังไงกัน หัดคิดอะไรที่มันสร้างสรรค์บ้างซิโว้ย .....(ตามด้วยคำด่าอีกสารพัดที่จะนึกออก)

              เทียน่ามองคนกับแหวนทะเลาะกันไปได้สักพัก เธอก็ตะโกนขึ้นว่า ทั้งสองคนเงียบได้แล้ว ถ้ายังไม่เงียบหนูจะทำให้เงียบเองนะ

            เสียงตะโกนของเทียน่าทำเอาริวและเท็ดดี้เงียบไปลงในทันที เทียน่าหันมามองริว ก่อนจะมองเท็ดด้วยสายตาที่ใครเห็นเป็นต้องเสียวสันหลังวาบ

             “ยืนตรง ตามองตรงหน้า  ห้ามขยับเขยื้อนเด็ดขาด

             ริวรีบทำตามทันที เท็ดดี้ได้แต่ส่งเสียงเข้าไปในหัวริวว่า -ยัยหนูเทียน่าเป็นอะไรนะ ทำไมถึงได้ดูน่ากลัวแบบนี้-

             (ยัยเทียน่าจะโกรธจนสติแตกไปแล้วนะซิ  ถ้า ยัยนี้โกรธถึงขั้นนี้เมื่อไร แกจงรู้ว่าอย่าไปขัดใจเธออย่างเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นต่อให้แกเป็นสัตว์เทพ ยัยนี้ก็จะเล่นงานแกจนต้องร้องเรียก คนมาช่วยเลยละ)

             -........ยัยหนูเทียน่า น่ากลัวขนาดนั้นเชียว ข้าว่าแกพูดเกินไปหน่.........- เท็ดดี้ลังเลเล็กน้อย ก่อนจะพูดขึ้นมา แต่ยังไม่ทันพูดจบประโยค เท็ดดี้ก็เห็นสายตาที่เทียน่าจ้องมองมา มันรู้สึกถึงบรรยากาศที่เย็นยะเยือกจากสายตาคู่นั้น จนมันทำได้แต่หุบปากพร้อมหลับตาในทันที 

             (เห็นไหมละ ยัยนี่น่ากลัวแค่ไหน)

             -จริงของเจ้า ข้ายังไม่กล้าจะสบตาของยัยหนูเทียน่าในตอนนี้เลย-

             เทียน่าจ้องมองพี่ชาย ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก พี่ค่ะ ก่อนที่พี่จะโวยวายอะไรช่วยฟังเรื่องราวให้จบเสียก่อนจะได้ไหมคะ  คุณเท็ดดี้ก็เหมือนกัน แทนที่จะพูดความจริงเพื่อให้พี่ริวเข้าใจ คุณกับไปทะเลาะกับพี่ริวซะได้ ตกลงคุณเป็นสัตว์เทพจริงๆหรือ?”

             ขอโทษครับเสียงของริวกับเท็ดดี้ดังขึ้นมาพร้อมกัน

             สีหน้าของเทียน่าค่อยผ่อนคลายลง ก่อนจะพูดขึ้นว่า ในเมื่อทั้งสองคนใจเย็นลงแล้ว ถ้าเช่นนั้นพวกเรามาเริ่มกันใหม่ก็ละกัน

             ริวพยักหน้าพร้อมคิดขึ้นว่า (ดูเหมือนอารมณ์ของยัยเทียน่าจะเริ่มเย็นลงบ้างแล้ว ตอนนี้พวกเราตามน้ำไปก่อน เดี๋ยวพอออกจาที่นี้ไป พวกเราค่อยมาทะเลาะกันใหม่ก็แล้วกัน ตกลงไหม )

             -ตกลง ถือว่าสงบศึกชั่วคราว จากนั้นค่อยมาว่ากันใหม่-

             (อืม)

             เทียน่าที่เห็นริวพยักหน้า เธอก็พูดขึ้นว่า เริ่มจากพี่ก่อนเลยนะ พันธะสัญญาวิญญาณป็น พันธะที่สัตว์เทพจะมอบให้แก่ผู้ที่สัตว์เทพยอมรับให้เป็นนายของตนเอง และผู้ที่ได้รับพันธะนี้จะสามารถยืมพลังของสัตว์เทพได้อีกด้วย

              ริวมองเท็ดดี้ ก่อนจะพูดขึ้นมาว่า หรือว่าที่เท็ดดี้ให้พี่ยืมพลังเวทในรอบที่ 2 นั้นก็เป็นผลมาจากพันธะนี้เหมือนกัน

             "ไม่ใช่หรอก พลังที่ข้าให้เจ้ายืมนั้นเป็นแค่เศษเสี้ยวของพลังทั้งหมด และข้าก็เป็นคนให้เจ้ายืม ไม่ใช่เจ้าเป็นคนขอยืมใช้พลังเสียงของเท็ดดี้ดังขึ้น

             ริวแสร้งทำหน้าไม่เข้าใจ ก่อนจะพูดว่า  ขอยืม กับให้ยืม ผลลัพธ์มันก็เหมือนกันไม่ใช่หรือ?

“ไอ้เด็กโง่ ใครว่าเหมือนกัน มันต่างกันแบบสุดขั้วเลยต่างหาก”เท็ดดี้ทำสีหน้าราวกับอาจารย์ ที่กำลังจะสั่งสอนนักเรียน โดยหารู้ไม่ว่านักเรียนที่กำลังจะสอนนั้นแอบแสยะยิ้ม ราวกับจะบอกว่า เขาต้องการรู้ความจริงจากปากของสิงโตเจ้าปัญหาว่าตัวเองมีสิทธิอะไรบ้าง แถมยังเป็นการเอาคืนที่มันยัดเหยียดพันธะสัญญาบ้าๆนี้มาให้กับผมด้วย

            เท็ดดี้ที่ไม่ทันเอะใจในเรื่องนี้ มันก็อธิบายขึ้นมาว่า ฟังให้ดีนะ  ถ้าข้าเป็นคนให้ยืมนั้นหมายความว่า ข้าเป็นคนกำหนดขอบข่ายของพลังได้ว่าข้าจะให้ยืมเท่าไรหรือไม่ให้เลยก็ได้  ถ้าเป็นการขอยืม  นั่นก็หมายความว่าเจ้าเป็นคนกำหนดว่าจะใช้พลังเท่าไร ตามแต่ใจเจ้าต้องการ แน่นอนว่าผลของพันธะนี้ทำให้ข้าปฏิเสธเรื่องเหล่านี้ไม่ได้ด้วย

            ริวถึงกับยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว เพราะเขากำลังนึกถึงภาพที่ตัวเองใช้เวทมนตร์เหาะไปมาแบบซุปเปอร์แมน จากนั้นก็นึกภาพตัวเองในชุดฮีโร่ผู้ลึกลับที่กำลังปราบเหล่าร้ายด้วยเวทมนตร์ ก่อนจะตัดมาเป็นภาพที่เขากำลังโอบกอดสาวงามบินขึ้นไปยังท้องฟ้ายามราตรี พร้อมจบลงด้วยจูบอันร้อนแรง ความคิดเหล่านี้ทำให้ริวหน้าแดงขึ้นมาด้วยความเขิน แต่ขณะที่ริวกำลังฝันหวานอยู่นั้น เสียงปลุกของเท็ดดี้ก็ดังก้องขึ้นมา

            “ไอ้ริว แกอย่ามาคิดฟุ้งซ่านแบบนี้จะได้ไหม ข้าเห็นแล้วยังอายแทนเลย คิดจะเอาพลังของข้าไปใช้ในเรื่องไร้สาระแบบนั้น ต่อให้ตายข้าก็ไม่ให้ยืมโว้ย

             ริวที่สะดุ้งตื่นจากความฝัน เขาจ้องมองเท็ดดี้ที่ขัดจังหวะ แต่ขณะที่จะพูดอะไรออกมานั้น แรงกดดันจากน้องสาวก็ทำให้เขาและเท็ดดี้จำต้องหุบปากลงอีกครั้ง สักพักเทียน่าก็พูดต่อว่า

            “พี่ค่ะ ไอ้ความคิดที่จะเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ของพี่ หนูว่าเลิกคิดเถอะ ขืน พี่ทำแบบนั้นจริง พี่ได้ถูกพ่อกับแม่เล่นงานก่อนจะได้เป็นอย่างแน่นอน

             ริวได้แต่มองหน้าเทียน่า เหมือนจะถามว่า เธอทราบสิ่งที่เขาคิดได้ยังไง  น้องสาวส่งยิ้มให้พี่ชาย พร้อมตอบไปตามตรง

"พี่อยากจะเป็นซุปเปอร์ฮีโร่มา ตั้งแต่เด็กแล้ว ขนาดรายงานเรื่องความฝันตอนป.4 ยังเขียนว่า ผมอยากเป็นซุปเปอร์ฮีโร่อยู่เลย ที่ห้องก็มีแต่หนังแนวนี้เต็มไปหมด ถ้าพี่มีพลังเวทขึ้นมาจริง หนูเดาว่าสิ่งที่พี่คิดจะทำคงไม่พ้นเรื่องนี้หรอก

              ริวหน้าจ๋อยลงในทันที ผิดกับเท็ดดี้ที่หัวเราะออกมาอย่างสะใจ สักพักเทียน่าก็พูดต่อว่า อีกอย่างต่อให้พี่อยากจะยืมพลังของคุณเท็ดดี้ขนาดไหน พี่ในตอนนี้ก็ไม่สามารถทำได้หรอกค่ะ

              ริวเอียงคอพร้อมทำสีหน้าไม่เข้าใจ แค่เท็ดดี้กับหยุดหัวเราะพร้อมพูดขึ้นมาว่า เอ๊ย ยัยหนูเทียน่าห้ามพูดเรื่องนั้นอย่าง...อุบ

              เท็ดดี้ยังไม่ทันที่จะได้พูดจนจบประโยค มันก็ถูกริวเอามือปิดปากไปแล้ว เทียน่า น้องอย่าไปสนใจที่ไอ้เท็ดดี้พูดเลย น้องรีบพูดต่อเลยพี่อยากรู้เรื่องต่อแล้ว

              “ฮ้า...อู...ด ....เอ็ด...อาด ..(อย่าพูดเด็ดขาด)เท็ดดี้พยายามจะพูดขึ้นมา  เทียน่าได้แต่ส่ายหน้า พร้อมพูดขึ้นว่า

              “พี่ค่ะ การที่พี่ไม่สามารถยืมพลังของคุณเท็ดดี้ได้นั้นก็เพราะพลังเวทของพี่กับคุณเท็ดดี้ต่างกันมากเกินไป

              ชายหนุ่มยังคงทำหน้าไม่เข้าใจ เทียน่าจึงพูดออกมาว่า คุณเท็ดดี้มีพลังเวทมหาศาล ส่วนพี่กลับไม่มีพลังเวทเลย การที่ดวงวิญญาณทั้ง 2 จะเชื่อมต่อกันได้นั้น พลังเวทก็จะต้องหลอมรวมเข้าด้วยกัน แต่ถ้าเป็นเช่นนั้น พลังเวทอันมหาศาลของคุณเท็ดดี้จะทำให้ร่างกายและวิญญาณของพี่แหลกสลายไปในทันที การที่วิญญาณเชื่อมต่อกันได้ คุณเท็ดดี้จึงจำเป็นต้องลดพลังเวทของตัวเองให้เหลือพอที่ร่างกายของพี่จะรับไหว  และเมื่อพันธะสัญญาวิญญาณ เสร็จสมบูรณ์  คุณเท็ดดี้จะต้องอยู่ในสภาพแบบนั้นไปจนกว่าพี่จะมีความสามารถรับพลังทั้งหมดได้  ถ้าคุณเท็ดดี้เร่งพลังเวทเกินกว่าที่กำหนดเอาไว้ ร่างกายและวิญญาณของพี่ก็จะแหลกสลายไปเช่นเดียวกันค่ะ

ริวเอามือออกจากปากของเท็ดดี้ พร้อมจ้องมองมันด้วยสายตาที่บอกไม่ถูก  เท็ดดี้รีบกล่าวขึ้นมาว่า

เจ้าอย่ามามองข้าด้วยสายตาแบบนั้นจะได้ไหม ข้าไม่ได้ทำเพื่อเจ้าซักหน่อย ข้าแค่ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับยัยจอมวางแผนเท่านั้นเอง

            ริวไม่สนใจคำพูดของเท็ดดี้แม้แต่น้อย เขาหันมาน้องสาว การที่เท็ดดี้ไม่สามารถพาพวกเราเหาะขึ้นไปข้างบนได้ก็เพราะมันมีพลังไม่พอสินะ

            “ใช่ค่ะ พลังของคุณเท็ดดี้ในตอนนี้น่าจะถูกแร่แอนโนไมด์ ดูดกลืนไปจนหมดแล้ว แม้เขาจะกลับคืนสู่ร่างเดิมได้ เขาก็ไม่อาจจะทำลายผนังห้องนี้ออกไปได้อยู่ดี”

            ชายหนุ่มยังทำหน้างงๆกับสิ่งที่น้องสาวบอกอยู่ดี เทียน่าจึงได้แต่ถอนหายใจ “พี่ฟังให้ดีนะ แม้คุณเท็ดดี้จะคืนร่างกลับเป็นเหมือนเดิมได้  พันธะวิญญาณก็จะยังคงอยู่เหมือนเดิม และถ้าคุณเท็ดดี้ใช้พลังมากเกินกำหนด  วิญญาณและร่างกายของพี่จะทนรับพลังที่เพิ่มขึ้นมาไม่ไหว ท้ายที่สุดร่างกายของพี่ก็จะถูกพลังเวททำลายไปจนหมด

            อ้าเสียงของริวดังขึ้น เขาหันไปมองเท็ดดี้ ก่อนกล่าวขึ้นมาทันที ขอบคุณนะ

เท็ดดี้ได้แค่สะบัดหน้าไปอีกทางด้วยสีหน้าที่มีสีแดงจางๆ สักพักริวก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้ เขาจึงถามขึ้นว่า

            “งั้นทำไมพี่ถึงถอดแหวนออกได้ละ หรือว่าแค่พี่ถอดแหวนออกพันธะวิญญาณก็จะสลายไปเอง

            เท็ดดี้ส่ายหน้าไม่ใช่แบบนั้นหรอก จริงอยู่ที่เจ้าสามารถถอดแหวนออกได้ แต่นั้นก็เพราะความสามารถบางอย่างในตัวที่ทำให้พันธะวิญญาณไม่ส่งผลต่อร่างกาย แต่การเชื่อมต่อระหว่างวิญญาณยังคงเป็นไปตามเดิม ดังนั้นถ้าข้าเพิ่มพลังเกินขีดที่กำหนดไว้  ร่างกายและวิญญาณของเจ้าจะแตกสลายไปเหมือนเดิม

           ริวได้แต่ยิ้มแหยๆขอโทษนะ

           “เชอะเสียงของเท็ดดี้ดังขึ้น ก่อนจะมีสีหน้าแดงยิ่งกว่าเดิม

เทียน่าเห็นพี่ชายกับเท็ดดี้คืนดีกันแล้ว เธอก็พูดขึ้นว่า “ในเมื่อพวกเราไม่มีทางอื่นแล้ว พวกเราก็เข้าไปในห้องกันเถอะค่ะ

            ชายหนุ่มหันไปมองห้องที่เต็มไปด้วยโลงศพ ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงเหนื่อยๆว่า ทำไงได้มันไม่มีทางเลือกแล้วนี้

            “ไอ้ริว  แกเป็นอะไรของแก ทำไมแกถึงไม่อยากจะเข้าไปในห้องนี้นัก  แกกำลังกลัวอะไรกันแน่

             ริวยิ้มแหยๆ ก่อนจะพูดว่า โธ่ ไอ้ห้องแห่งนี้ มันเหมือนกับฉากในหนังสยองขวัญที่ผมเคยดูนะ มันเลยทำให้ผมรู้สึกว่า ถ้าเข้าไปแล้วอาจจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นก็ได้

เทียน่าเอามือจบหน้าผาก ก่อนจะพูดว่า พี่นี่จริงๆเลย  ถ้าพี่กลัวนักก็จับมือของหนูเอาไว้ละกัน ต่อจากนี้หนูจะคุ้มครองพี่เอง

            เทียน่าพูดจบก็เอามือไปจับริว ก่อนจะพาพี่ชายดินตามเข้าไปด้านในทันที เท็ดดี้รีบพูดออกมาว่าเฮ้อ ท่าทางโลกนี้จะกลับตาลปัตรไปหมดแล้ว ผู้หญิงมาเล่นบทเจ้าชาย ส่วนผู้ชายดันมาเล่นบทเจ้าหญิง ผู้ชายแบบนี้ช่างแย่จริงๆเลย

            เทียน่าได้แต่ยิ้มแหยๆ ในขณะที่ริวกำลังหลับตาพร้อมเดินเกาะแขนเธออย่างไม่อายใคร ไอ้เท็ดดี้หุบปากไปเลย  แกไม่เคยดูหนังเรื่องนั้นก็พูดได้ซิ แกรู้ไหมว่ามันน่ากลัวขนาดไหน

ต่อให้น่ากลัวขนาดไหน เจ้าก็ควรเดินยืดอกให้มันสมกับลูกผู้ชายหน่อยซิ

            ริวลืมตาขึ้น ช่วงแรกของหนังก็มีคนพูดอย่างที่แกบอกนั้นละ แต่พอประตูปิดเท่านั้นละ ไอ้คนที่พูดก็ตายเป็นคนแรกเลย

            ปัง

จังหวะที่ริวพูดจบ ประตูที่พวกเขาเดินเข้ามาก็ปิดทันที  ริวและเทียน่าต่างหันไปมองด้วยความตกใจ เท็ดดี้ได้แต่ยิ้มหน้าเจื่อนพร้อมพูดขึ้นมาว่า

แค่เหตุบังเอิญนะ แกอย่าคิดมากไปซิ

ริวพยายามฝืนยิ้ม พร้อมพูดปลอบตัวเอง นั้นซินะ มันจะเป็นอย่างในหนังได้ยังไง ฮ่าๆๆๆใช่  ริวพยายามบอกตัวเองอย่างนั้นเป็น 100 ครั้งในใจ แต่เขาก็ยังคิดถึงฉากต่อไป ซึ่งฉากต่อไปนั้นเปลวไฟจะดับลงไปทีละดวง

พรึบๆๆ

เปลวไฟเริ่มดับไปทีละดวง  สีหน้าของริว เทียน่าและเท็ดดี้เริ่มซีดขึ้นมาทุกขณะ สักพักเท็ดดี้ก็ถามขึ้นว่า

ไอ้ริว แกพอบอกได้ไหมว่าฉากต่อไปของในหนังมันเป็นอย่างไง

            ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกว่าหลังจากเปลวไฟดับลงจนเหลือเพียงดวงเดียวแล้ว จากนั้นก็มีเสียงเพลงแนวสยองๆดังขึ้นนะริวพูดออกมาด้วยเสียงสั่นๆ เปลวไฟค่อยๆดับไปทีละดวง จนเหลือเพียงดวงเดียวตามที่ริวพูด น้องสาวเริ่มที่จะเบียดตัวเข้ามาใกล้พี่ชาย  จังหวะนั้นเองที่มีเสียงเพลงดังขึ้นตามที่ริวพูด

            สบาย สบาย ถูกใจก็คบกันไป  เพราะฉันเป็นคนไม่สนอะไร  ไม่เคยคิดกวนใจใคร สบาย สบาย หากเราจะคบกันไป  ฉันขอเพียงความรักและจริงใจ ไม่เคยต้องการอะไร

เสียงเพลงนี้ทำเอาพวกริวตกใจจนหน้าซีดขาว แต่ไม่นานริวก็นึกอะไรบางอย่างออก เขารีบหยิบเครื่องเกมที่อยู่ในกระเป๋าออกมา ก่อนจะจัดการปิดเสียงเพลง พร้อมพูดออกมาว่า

             ขอโทษที พอดีพี่ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ที่เครื่องเกม ขอโทษที่ทำให้ตกใจกันนะ

             เทียน่าทรุดตัวลงไปนั่งกับพื้นพร้อมพูดว่า พี่ค่ะ พี่จะเอาเครื่องเกมมาด้วยทำไม พี่รู้ไหมว่าหนูกลัวจนเข่าอ่อนไปหมดแล้ว

             ไอ้เด็กบ้า แกรู้ไหมว่าข้าตกใจแต่ไหน ต่อไปนี้ข้าจะเชื่อใจแกอีกแล้วเสียงโวยวายของเท็ดดี้ดังขึ้น

  ริวได้แต่ยิ้มแหยๆ จังหวะนั้นเองที่โลงศพด้านหลังของเทียน่าเริ่มขยับ ฝาโลงค่อยๆเปิดออก มือที่มีผ้าสีขาวพันไว้เริ่มโผล่ออกมาจากโลงศพ ก่อนจะตามมาด้วยหัวและร่างกาย ริวชี้ไปที่โลงศพพร้อมพูดด้วยน้ำเสียงสั่นๆว่า

              “มัมมี่

              เทียน่ารีบหันไปมองตามมือของริว ก่อนจะเห็นฝาโลงศพค่อยๆทุกโลงได้เปิดออกพร้อมกัน มือที่พันด้วยผ้าสีน้ำตาลยื่นขึ้นมาจากในโลงอย่างช้าๆ

              โครม (เสียงฝาโลงหล่นลงพื้นพร้อมกัน)

            เหล่ามัมมี่ที่อยู่ภายในโลงศพลุกขึ้น ก่อนจะก้าวขาออกจากโลงแทบจะพร้อมกัน

“กึก”

            เทียน่ารีบดึงมือพี่ชายให้ถอยหลังไปทางประตู พวกมัมมี่เองก็เดินตรงเข้ามาโอบล้อมพวกริวในลักษณะครึ่งวงกลม ชายหนุ่มฝืนยิ้มกับเหตุการณ์ที่เจอ

            “เอ่อ คือว่า ใครพอมีแผนการหนีจากสถานการณ์แบบนี้บ้างไหม”

            เทียน่าส่ายหน้าเป็นคำตอบ เท็ดดี้เองก็ดูจะจนปัญญาเช่นกัน ขณะนั้นเองที่มีดพับได้พุ่งออกมาจากกระเป๋ากางเกง มันมาหยุดอยู่ตรงหน้าชายหนุ่ม ก่อนจะส่งความรู้สึกออกมา ริวฝืนยิ้มพร้อมกล่าวว่า

            “นายกำลังบอกว่าตรงนี้ นายจะเป็นคนจัดการเองหรือ?”

            มีดพับเปลี่ยนกลับเป็นดาบไทอัสแทนคำตอบ ริวมองน้องสาว ก่อนจะหันไปจ้องมองดาบไทอัส”งั้นฝากด้วยนะ ไทอัส”

             ดาบไทอัสส่องประกายสีทองเป็นการรับคำ มันพุ่งตรงเข้าไปหามัมมี่ที่อยู่ใกล้ที่สุดในทันที เพียงพริบตาเดียว มัมมี่ตัวดังกล่าวก็กลายเป็น 4 -5 ท่อน จากนั้นดาบไทอัสก็พุ่งตรงไปยังมัมมี่อื่นต่อ

            “สุดยอดไปเลย”เสียงร้องอย่างดีใจของเทียน่าดังขึ้น เมื่อเห็นว่าดาบไทอัสจัดการมัมมี่ได้อย่างสบายๆ

            “เทียน่าอย่าเพิ่งดีใจไป เจ้าพวกนี้ยังไม่ตาย”ริวพูดพร้อมชี้ไปยังเศษชิ้นส่วนที่ถูกตัดเป็นชิ้นๆ กำลังรวมตัวกัน ก่อนจะคืบคลานมาหาพวกริวอย่างช้าๆ

            สีหน้าของเทียน่าซีดขาวลง ริวเองก็มีสีหน้าไม่ต่างไปจากเธอ เขามองไปรอบๆเพื่อหนีไปจากห้องแห่งนี้ สักพักชายหนุ่มก็เห็นประตูบานใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลนัก ริวรีบคว้ามือของน้องสาวและวิ่งไปทางนั้นทันทีแต่พวกมัมมี่กลับไม่ยอมให้ทำแบบนั้น พวกมันต่างพุ่งเข้าใส่ริวและเทียน่าราวกับว่าไม่ต้องการให้พวกเขาออกไปทางนั้น ระหว่างที่มัมมี่จะทำร้ายริว ดาบไทอัสจะพุ่งเข้ามาจัดการตัดมัมมี่ตัวนั้นให้เป็นชิ้นๆ

            ฟิ้ว       

“ฉับ”

            “ขอบคุณนะ ไทอัส”ริวตะโกนบอกเมื่อเห็นไทอัสได้พุ่งเข้ามาจัดการกับมัมมี่อีกครั้ง เขารีบเร่งฝีเท้าเพื่อไปให้ถึงประตูโดยเร็วที่สุด

            “ฉับ”

            ดาบไทอัสจัดการมัมมี่ได้อีก 2 ตัว พวกริวก็วิ่งไปถึงประตูเป็นที่เรียบร้อย  เขากับเทียน่าก็ช่วยกันผลักประตูทันที

             ครืน

             เมื่อประตูเปิดออกแล้ว ริวรีบตรงเข้าไปในประตูคนแรก เนื่องจากเขากลัวว่าภายในประตูอาจจะมีสิ่งที่ร้ายกาจกว่ามัมมี่ก็เป็นได้ ดังนั้นเขาจะยอมให้น้องสาวต้องมาเสี่ยงตายอย่างเด็ดขาด เมื่อแน่ใจว่าภายในไม่มีอะไร ริวก็สั่งเทียน่าตามมา  ดาบไทอัสเหมือนจะทราบว่าพวกริวเข้าประตูไปแล้ว มันจึงพุ่งขึ้นไปบนเพดานเพื่อทำให้เพดานถล่มลงมา

             โครม

             ก้อนอิฐบนเพดานลงมาทับเหล่าเศษซากมัมมี่จนพวกมันไม่สามารถเคลื่อนที่ไปไหนได้อีก ไทอัสกลับเป็นมีดพับอีกครั้ง ก่อนที่มันจะพุ่งผ่านประตูตามพวกริวไป  พอดาบไทอัสก็กลับไปอยู่ในมือของชายหนุ่ม มันก็ส่งความรู้สึกบอกถึงเหตุการณ์ทั้งหมด  ริวยิ้มบางๆ พร้อมพูดออกมาเบาๆว่า

ขอบคุณมากนะ ไทอัส

             ริวจัดการเก็บไทอัสเข้ากระเป๋า ก่อนจะหันไปมองเทียน่าแล้วพูดว่าไม่เป็นอะไรนะ

             เทียน่าได้แต่ส่ายหน้า ไม่เป็นอะไรคะ แล้วพวกมัมมี่เป็นอย่างไงบ้าง””

             "ดูเหมือนไทอัสจะจัดการฝังพวกมันไว้ใต้ก้อนหินแล้ว

เทียน่าถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนจะพูดว่า ขอบคุณมากค่ะ ไทอัส

            ริวเห็นเทียน่าไม่เป็นอะไรแล้ว เขาจึงหันไปมองรอบตัวแทน สถานที่พวกเขาอยู่ในเวลานี้เป็นอุโมงค์ที่มีประกายระยิบระยับราวกับอุโมงค์ ในเทพนิยาย ริวถึงกับพูดไม่ออก เขาเข้าไปสำรวจอุโมงค์แทบจะในทันที สิ่งที่ใช้ในการสร้างอุโมงค์นี้เป็นแผ่นหินสีฟ้าที่ดูคล้ายกับอัญมณี ริวได้แต่หันไปหาเทียน่าเพื่อจะถามว่าสิ่งนี้เป็นอะไรกันแน่ เธอได้แต่พูดออกมาว่า

             "แร่ แอนโนไมด์ นะค่ะ หนูไม่เคยคิดเลยว่าจะเห็นแร่ แอนโนไมด์ ที่เยอะขนาดนี้ ใครกันนะที่เป็นคนสร้างอุโมงค์แห่งนี้

              ริวทำท่างงๆ ก่อนจะถามขึ้นมา ไอ้แร่ แอนโนไมด์ นี้มันหายากมากเลยหรือ?”

              “ใช่ค่ะ แร่ แอนโนไมด์ ถือว่าเป็นแร่ที่สำคัญมากในริเดีย มันใช้สำหรับทำที่คุมขังนักโทษที่ทำผิดร้ายแรง บ้างก็เอาไว้ใช้ทำอุปกรณ์ควบคุมพลังเวท อย่างในตอนที่หนูมารักษาตัวที่นี้ หนูก็ได้อุปกรณ์ที่ทำจากแร่ แอนโนไมด์ ช่วยดูดซับพลังเวทที่ปะทุออกมา

              “อืม ดูเหมือนแร่พวกนี้จะมีราคาแพงมากเลยซินะริวถามออกมาด้วยสายตาที่เป็นรูป $ (เงินดอลลาร์สหรัฐ)

              เทียน่าได้แต่ยิ้มแหยๆ เมื่อเห็นสายตาแบบนั้นของพี่ชาย สักพักเสียงของเท็ดดี้ดังขึ้นมาว่า เฮ้อ คราวแรกก็วงเวท ต่อมาก็เห็ดมายา ตอนนี้คิดจะเอาแร่ไปขายอีก แกนี้มันหน้าเงินจริงๆนะ

              “ขอบใจที่ชมริวพูดออกมาโดยยังจ้องมองน้องสาวไม่วางตา

เทียน่าได้แต่ถอนหายใจก่อนจะพูดว่า ขายไม่ได้หรอกค่ะ แร่แอนโนไมด์ ถูกจัดอยู่ในหมวดสินค้าที่ถูกควบคุมและห้ามมีไว้ในครอบครอง ผู้ที่ทำการซื้อขายแร่พวกนี้โดยไม่ได้รับอนุญาตจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

              “สรุปว่า ถ้าเอาแร่พวกนี้ไปขายก็ต้องติดคุกซินะริวทำหน้าเบื่อโลกขึ้นมาทันที สักพักเขาก็พูดต่อว่า

ในเมื่อแร่พวกนี้ไม่มีค่าอะไร พวกเราก็รีบๆเดินผ่านอุโมงค์นี้ไปเถอะ อยู่ที่นี้แล้วแสลงใจชอบกล

               ริวเตรียมก้าวขาออกเดินทันที แต่เสียงของเทียน่าดังขึ้นมาว่า พี่ค่ะ แล้วเรื่องกับดักละ

            ชายหนุ่มกวาดตามองไปรอบๆอุโมงค์ ก่อนจะโบกมือเป็นสัญญาณ สบายใจได้ ในอุโมงค์แห่งนี้ไม่มีสีอื่นเจือปนอยู่เลย

            เทียน่าถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก สักพักเธอก็เดินตามพี่ชายไป หลังจากเดินมาได้สักระยะ ริวก็พูดขึ้นว่า

อุโมงค์แห่งนี้ยอดจริงๆนะ ต่อให้ไม่คิดเรื่องแร่แอนโนไมด์  อุโมงค์ แห่งนี้ก็ถือว่าสร้างได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะโครงสร้าง หรือ ความทนทานล้วนอยู่ในระดับที่ดีมาก การจะสร้างของแบบนี้ได้ต้องใช้เงินมากเพียงใดนะ

              “มันคงเกินกว่าที่พวกเราจะจินตนาการได้นะค่ะ  เอาแค่แร่ แอนโนไมด์ ที่ใช้สร้างอุโมงค์ก็แทบจะประเมินค่าไม่ได้แล้ว ไหนจะการขนย้ายมาสร้างในใต้ดินแบบที่นี้อีก ตกลงว่าที่นี้มันซ่อนอะไรเอาไว้นะ ถึงได้มีการคุ้มกันอย่างหนาแน่นขนาดนี้ เริ่มต้นจากกับระเบิดตรงจุดที่พวกเราตกลงมา ต่อด้วยเห็ดมายา ไหนจะอุโมงค์ที่เต็มไปด้วยกับดักเวทมนตร์  แถมยังมีเหล่ามัมมี่ที่ไม่ตายอีก  ถ้าเป็นคนอื่นต่อให้มากันเยอะกว่านี้ก็คงตายหมดอยู่ดี “

ไม่มีใครสามารถตอบคำถามนี้ได้ พวกริวได้แต่เดินมาเรื่อยๆจนถึงสุดอุโมงค์สายนี้ แต่สิ่งที่รอพวกเขาอยู่กับเป็นประตูขนาดใหญ่เท่าตึก 3 ชั้น  ริวมองประตูบานนี้ก่อนจะพูดว่า

            เอาเข้าไป ใต้ดินลึกกว่า 2 กิโลยังมีประตูแบบนี้อีกนะ แล้วแบบนี้จะเอาไงต่อละ พังเข้าไปเลยดีไหม

            เทียน่าเอามือไปสัมผัสกับประตู ก่อนส่ายหน้าเบาๆ “ไม่ไหวค่ะ ประตูบานนี้สร้างขึ้นมาจากแร่แอนโนไมด์ เช่นเดียวกับอุโมงค์  ถ้าพวกเราคิดจะทำลายมันคงต้องใช้แรงทางกายภาพเพียงอย่างเดียว

            แบบนั้นก็ไม่ไหวหรอก ยัยหนูเทียน่า ดูจากโครงสร้างของประตูแล้ว แรงทั่วไปไม่อาจจะทำลายได้แน่ และถ้าใช้แรงที่เกินกว่าทั่วไป โครงสร้างของอุโมงค์คงจะทนไม่ไหว ถ้าเป็นแบบนั้นพวกเรามีหวังถูกอุโมงค์ถล่มทับตายแน่เท็ดดี้รีบอธิบายขึ้นมา

            เวรกรรม นายจะบอกว่าพวกเราต้องมาติดอยู่ตรงนี้โดยไม่สามารถจะทำอะไรได้เลยหรือ?”ริวถามขึ้น ขณะที่เอามือกุมขมับด้วยอาการเหนื่อยหน่าย

            เท็ดดี้ไม่ยอมตอบคำถามนี้  ริวหันไปรอบตัวเพื่อหาทางเปิดประตู แต่ไม่ว่าจะหายังไง เขาก็ไม่พบหนทางเปิดประตูได้เลย ขณะที่ริวกำลังจะหมดหวังอยู่นั้น เขาสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง ริวได้แต่เดินไปที่กำแพงอยู่ไม่ไกลนัก เขาก้มมองไปยังอิฐก้อนหนึ่งที่อยู่ตรงหน้า ก่อนจะพูดว่า

             “เท็ดดี้ นายว่าอิฐก้อนนี้มันแปลกๆไหม

              ไม่นี้ มันก็เหมือนกับแร่แอนโนไมด์ก้อนอื่นๆนั้นละ

             “เอ๋! นี้อย่าบอกนะว่าผมเห็นคนเดียวอีกแล้ว?”

             ไอ้ริว เจ้าเห็นอิฐก้อนนี้ต่างจากก้อนอื่นยังไงละ

            ริวทำหน้าครุ่นคิด ก่อนจะอธิบายว่าอิฐก้อนอื่นๆเป็นสีฟ้าของน้ำทะเล แต่อิฐก้อนนี้ดูจะมีสีอ่อนกว่าเล็กน้อย ถ้าให้เทียบมันก็คงเหมือนกับสีของท้องฟ้า นายว่ามันแปลกไหม

             อืม มันแปลกจริงๆด้วย เจ้าลองสำรวจอิฐก้อนนี้ดูแล้วกัน ไม่แน่ว่าพวกเราอาจจะได้เบาะแสที่จะช่วยในการเปิดประตูก็ได้เสียงเท็ดดี้ดังจบ  ชายหนุ่มก็ยื่นมือไปสัมผัสก้อนอิฐนั้น

 โอ้ย

             ริวรีบชักมือกลับ เพราะพอสัมผัสก้อนอิฐเท่านั้น นิ้วของเขาก็เหมือนจะถูกไฟลวก ขณะที่ริวกำลังงงอยู่นั้น ดาบไทอัสก็ส่งความรู้สึกออกมา ชายหนุ่มรีบหยิบมันออกมา พร้อมพูดเบาๆ

             “ไทอัส นายกำลังขอให้ใช้นายเพื่อทำลายข่ายเวทที่ป้องกันก้อนอิฐนี้ซินะ

            ความรู้สึกจากดาบไทอัสส่งไปที่ริวอีกครั้ง มันทำให้แน่ใจว่าเขารู้สึกไม่ผิด ชายหนุ่มรีบดึงมีดพับให้กางออก ก่อนจะค่อยๆแทงใบมีดลงบนก้อนอิฐ

             ปึก

            ก้อนอิฐฟ้าเมื่อถูกดาบไทอัสสัมผัส มันได้กลายเป็นอิฐธรรมดา ริวจัดการเอาใบมีดค่อยๆแซะอิฐก้อนนั้นอย่างช้าๆ 

เท็ดดี้ถอนหายใจ ก่อนจะพูดขึ้นมาว่าเฮ้อ ดาบเทพเจ้ากลับต้องมากลายเป็นสิ่วเจาะกำแพงแบบนี้ ถ้ารู้ถึงไหนอายไปถึงนั้นเลย”               

ไอ้เท็ดดี้ นายหุบปากไปเลย ไทอัสช่วยชีวิตของพวกเรามาแล้ว 2 หน ครั้งนี้ยังช่วยหาทางเปิดประตูอีก แต่นายละทำประโยชน์อะไรบ้าง

             เท็ดดี้หุบปากลงทันที  ริวจึงได้แต่แซะอิฐต่อไป ไม่นานเขาก็เอาอิฐก้อนนี้ออกมาได้ ด้านหลังอิฐก้อนนี้เป็นปุ่มสีแดงที่มีอักษรเขียนบางอย่างเอาไว้  ชายหนุ่มเรียกให้เทียน่ามาดู เธอได้แต่พูดเสียงอ่อยๆว่า

             “พี่ค่ะ ตัวอักษรมันเขียนเอาไว้ว่า  กดปุ่มเพื่อเปิดประตู  พี่ว่าไอ้ปุ่มนี้มันจะใช้เปิดประตูจริงๆหรือ? หนูว่ามันดูง่ายเกินไปหน่อยนะ

             “แล้วพวกเรามีทางเลือกอื่นหรือ? เอาเป็นว่ากดไปก่อนก็แล้วกัน ถ้าไม่ได้ผลค่อยว่ากันใหม่ริวพูดจบ เขาก็จัดการกดปุ่มแบบไม่รอใครเลย

             “ครืน

            เสียงประตูค่อยๆเลื่อนขึ้นไปด้านบนอย่างช้าๆ จนกระทั่งมันเลื่อนขึ้นไปจนสุด เทียน่าได้แต่อ้าปากค้าง สักพักเธอก็พูดขึ้นมาว่า

             ไม่จริงน่า!  อะไรมันจะง่ายขนาดนี้

             มันไม่ง่ายอย่างที่เจ้าคิดหรอก ยัยหนูเทียน่า ปุ่มกดนี้ซ่อนอยู่หลังก้อนอิฐที่เหมือนกันนับพัน นับหมื่นก้อน ถ้าไม่ได้เนตรมังกรของเจ้าริวในการแยกแยะ พวกเราก็คงยังมันไม่เจอหรอก แถมอิฐก้อนนี้ยังมีข่ายเวทป้องกันเอาไว้อีก ถ้าพวกเรามาที่นี้โดยไม่มีดาบไทอัส พวกเราคงไม่อาจจะทำลายข่ายเวทเพื่อจะกดปุ่มได้  ที่สำคัญสุดกลไกที่จะทำให้ประตูทำงานนั้น น่าจะเป็นเทคโนโลยีจากโลกของพวกเจ้า การที่มันทำงานได้แบบนี้ก็เพราะเจ้าริวเป็นคนกด  เฮ้อ ข้าไม่อยากจะยอมรับหรอก  แต่ถ้างานนี้ไม่มีเจ้าริว พวกเราไม่ได้ไปต่อแน่

เทียน่าหันมามองริวด้วยสายตาที่บอกไม่ถูก แต่ยังไม่ทันที่เธอจะพูดอะไรออกมา  ริวก็รีบดึงมือของเธอเพื่อให้เดินตามเขาไปแล้ว  สักพักพวกเขาก็หลุดออกจากอุโมงค์ได้ในที่สุด ชายหนุ่มถึงกับอ้าปากค้างเพราะสิ่งที่อยู่ปลายสุดของอุโมงค์เป็นโพรงใต้ดินขนาดใหญ่  แต่นั้นยังไม่น่าตกใจเท่ากับสิ่งก่อสร้างที่เห็นอยู่ไม่ไกลนัก ริวจ้องมองสิ่งก่อสร้างด้วยสายตารูป $ (เงินดอลลาร์สหรัฐ) สักพักเขาก็ถามขึ้นมา

            ที่อยู่ตรงนั้น คือวิหารทองคำหรือเปล่า? เทียน่า

             เทียน่าเองก็อยู่ในอารมณ์ที่ไม่แตกต่างจากริวสักเท่าไร เธอมองวิหารแห่งนั้น ก่อนจะส่ายหน้า “หนูไม่รู้ค่ะ แต่เท่าที่ดูจากตรงนี้ มันน่าจะสร้างจากทองคำจริงๆนั้นละ”

             “วิหารทองคำ ขนาดเท่าโดมโตเกียว แม่เจ้าโว้ย ถ้าเอาทองพวกนี้กลับไปที่โลกมนุษย์ได้ มันคงขายได้พอๆกับงบประมาณประเทศแน่ๆ ไม่ซิ อาจจะมากกว่านั้นก็ได้ งานนี้พวกเรารวยแล้ว ริวพูดออกมาเบาๆโดยสายตาเขายังจับจ้องวิหารทองคำอย่างไม่วางตาเลย

 เท็ดดี้รีบพูดแทรกขึ้นมาว่าไอ้ริว เจ้าเลิกฟุ้งซ่านได้แล้ว สิ่งที่พวกเจ้ากำลังเห็นอยู่นี้คือ วิหารแห่งแสงสว่าง แถมสิ่งที่เจ้าเห็นก็ไม่ใช่ทองคำหรอก มันเป็นแค่อิฐธรรมดาที่เคลือบไปด้วยออร่าแห่งแสงต่างหาก

             “โธ่ แล้วก็ไม่รีบบอก นายปล่อยให้ผมฝันอยู่ซะตั้งนาน ริวรีบตอบกลับมาทันที

             เทียน่ายิ้มหน้าเจื่อนให้กับคำพูดของริว ก่อนเปลี่ยนไปถามเท็ดดี้ว่า คุณเท็ดดี้รู้จักวิหารแห่งนั้นด้วยหรือ? “

            รู้จักซิ แถมรู้จักเป็นอย่างดีด้วย วิหารแห่งนี้ คือ วิหารแห่งแสงสว่าง ที่เคยใช้เป็นสถานที่สถิตของข้า

            ทำไมมันถึงได้มาอยู่ในที่แบบนี้ได้ละ เท็ดดี้เสียงของริวดังขึ้น

            ข้าก็ไม่รู้ ข้าเคยบอกแล้วไงว่าช่วงเวลาที่เกิดการเปลี่ยนแปลงนั้น ข้าได้เข้าสู่นิทราไปแล้ว พอตื่นขึ้นมาอีกครั้ง วิหารแห่งนี้ก็หายไปแล้ว ข้าเคยคิดว่ามันคงถูกทำลายไปแล้ว แต่ที่ไหนได้ มันกลับมาอยู่ที่นี่”

ริวส่ายหน้าพร้อมพูดว่า“ช่างมันเถอะ ถือว่าผมไม่เคยถามก็แล้วกัน ไอ้ตัวไร้ประโยชน์

            ชายหนุ่มจงใจเน้นเสียงท้ายประโยคซะเต็มที่ เท็ดดี้ก็ไม่ได้โต้ตอบอะไรออกมา มันได้แต่ยิ้มแหยๆเหมือนจะเป็นการยอมรับในสิ่งที่ริว

ระหว่างที่ทั้ง 2 กำลังพูดกันอยู่นั้น เทียน่าก็พูดแทรกขึ้นมาว่าโธ่ ทั้งสองคนอย่างพูดอะไรที่มันรู้กันแค่สองคนซิค่ะ ถ้ายังไงช่วยอธิบายให้หนูรู้ด้วยซิ ไหนจะเรื่องวิหารแห่งแสงสว่าง ไหนจะสถานที่สถิตของคุณเท็ดดี้ พี่รีบอธิบายมาเลยนะ

            ริวมองน้องสาว พร้อมอธิบายเรื่องราวสัตว์เทพที่เท็ดดี้เคยเล่าให้ฟังออกไปจนหมด เทียน่าถึงกับหันมามองเท็ดดี้ พร้อมพูดว่า

            สิ่งที่พี่ริวพูดมาเป็นเรื่องจริงหรือคะ? ทำไมหนูไม่เคยได้ยินเรื่องแบบนี้มาก่อนเลย

             อย่าว่าแต่เจ้าเลย ยัยหนูเทียน่า คนที่ยังจดจำเรื่องนี้ได้คงไม่มีอีกแล้ว  แถมข้าก็ไม่ได้ถือโกรธอะไรด้วย อะไรที่มันผ่านไปแล้วก็ให้ผ่านไปเถอะ สิ่งที่พวกเราควรทำตอนนี้คือไปที่วิหารแห่งนั้น  ข้าเชื่อว่า เจ้ามังกรปีศาจ 3 ตา ต้องอยู่ที่นั้นแน่ๆเสียงของเท็ดดี้ดังจบ พวกเขาทั้งสองต่างพยักหน้าเห็นด้วย

หน้าวิหารแห่งแสงสว่าง

            พวกริวมาหยุดอยู่ห่างจากวิหารประมาณ 100 เมตร การที่พวกเขามาหยุดตรงนี้ก็เพราะชายหนุ่มเป็นคนหยุดเดินนั่นเอง เทียน่าที่เห็นพี่ชายหยุดเดิน เธอก็ถามขึ้นมาว่า

            พี่ค่ะ พี่หยุดเดินทำไมเหรอ อีกไม่กี่เมตรก็จะถึงวิหารแล้วนะ

            ชายหนุ่มไม่ตอบ เขาจ้องมองวิหารที่อยู่ข้างหน้า“คือว่า พี่เห็นวิหารมีม่านสีฟ้าอ่อนปกคลุมอยู่ ไม่รู้ว่าพี่เห็นคนเดียวอีกไหม ถ้ายังไงน้องช่วยดูให้ทีซิว่าเห็นเหมือนที่พี่เห็นไหม

 ริวพูดออกมาตามจริง จากประสบการณ์หลายครั้งที่ผ่านมา มันทำเอาเขาสงสัยไปซะทุกอย่างที่เห็น  เทียน่าได้แต่จ้องมองตามที่ริวขอ สักพักเธอก็พูดออกมาว่า

            ใช่ค่ะ หนูก็เห็นอย่างที่พี่พูดนั้นละ”

แสดงว่ามันก็ไม่ใช่กับดักซินะ ค่อยดีขึ้นหน่อย นึกว่าต้องเจอกับอะไรแย่ๆอีกแล้วริวถอนหายใจอย่างโล่งอก

ถ้าเป็นแบบนั้นได้ก็ดีซิ  ไอ้ม่านพลังที่เห็นอยู่ตรงนั้น ถ้าข้าเดาไม่ผิด มันเป็นอะไรที่แย่ยิ่งกว่าทุกอย่างที่เจอมาเลยเสียงของเท็ดดี้ดังแทรกขึ้นมา

นายอย่ามาขู่กันซิโว้ย  ที่เจอมาก็แย่พอแล้ว? ไหนจะตกจากที่สูง  เห็ดกินคน อุโมงค์ที่เต็มไปด้วยกับดัก มัมมี่ที่ถูกสับเป็นชิ้นก็ยังไม่ตาย  จากนั้นยังมาเจอประตูที่ปิดตายอีก มันจะมีอะไรที่แย่ไปกว่าที่เจอมาอีกฟะ ไอ้เท็ดดี้

เจ้านี่มันขี้โวยวายจริงนะ ถ้าเจ้าอยากรู้ว่ามันแย่แค่ไหน ทำไมเจ้าไม่เดินไปดูด้วยตาเลยละ ถึงยังไงเจ้าก็ต้องไปที่นั่นอยู่แล้ว

ริวยิ้มเจื่อนๆ เทียน่าจึงพูดแทรกขึ้นว่า พี่ค่ะ ขอแค่พวกเรามองดูม่านพลังอยู่ห่างๆก็พอแล้ว มันคงทำอะไรพวกเราที่อยู่ด้านนอกไม่ได้หรอก

ริวลังเลอยู่สักพัก ก่อนจะยอมพยักหน้าเป็นการเห็นด้วย พวกเขารีบเดินไปที่วิหารแห่งแสงสว่าง โดยหยุดยืนอยู่ห่างจากม่านพลังสีฟ้าอ่อนประมาณ 2 เมตรได้ ริวจ้องมองม่านพลังก่อนจะพูดออกมาว่า

เท่าที่ดูมันก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ท่าทางพวกเราจะถูกไอ้เท็ดดี้หลอกแล้วซิ

ไอ้ริว เจ้าลองหาก้อนหินโยนเข้าไปในม่านพลังสีฟ้าดูซิ แล้วเจ้าจะเข้าใจว่าข้าไม่ได้หลอกเจ้าแม้แต่น้อย

คำพูดของเท็ดดี้ทำเอาริวทำหน้างงๆ แต่ยังไม่ทันที่เขาจะทำอะไร เทียน่าก็จัดการหยิบก้อนหินที่อยู่ใกล้ตัวโยนเข้าไปในม่านพลัง เมื่อก้อนหินที่ผ่านม่านพลังเข้าไป มันกับหยุดนิ่งอยู่กลางอากาศ  ชายหนุ่มได้แต่จ้องมองก้อนหินนั้นด้วยสีหน้าบอกไม่ถูก เขาหันไปมองเทียน่าเหมือนจะถามว่านี้เป็นฝีมือเธอหรือเปล่า เทียน่าได้แต่ส่ายหน้า

เทียน่าเปลี่ยนมามองเท็ดดี้ พร้อมถามออกไปว่า คุณเท็ดดี้ค่ะ จากสภาพที่เห็น หรือว่า ม่านพลังนี้คือ ช่องว่างเวลาที่หยุดนิ่ง หรือ?”

เท็ดดี้พยักหน้าอืม มันก็น่าจะเป็นเช่นนั้นละ ถ้าไม่เห็นด้วยตา ข้าจะไม่มีวันเชื่อแน่ๆว่าจะมีสถานที่แบบนี้อยู่จริง

มีใครคิดจะอธิบายเรื่องราวทั้งหมดให้ผมฟังบ้างไหม ผมงงไปหมดแล้วนะริวรีบพูดแทรกขึ้นมา

เทียน่าหันมามองพี่ชาย ก่อนจะชี้ไปที่ก้อนหิน พี่เห็นก้อนหินที่หยุดนิ่งกลางอากาศใช่ไหมคะ

ริวพยักหน้า เทียน่าจึงพูดต่อว่าการที่ก้อนหินนั้นหยุดนิ่งไม่ได้เกิดมาจากเวทมนตร์ คำสาป หรือพลังใดๆเลย มันแค่หยุดนิ่งของมันเอง

เดี๋ยวซิ การที่ก้อนหินถูกขว้างออกไป มันก็ต้องตกลงพื้นเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว แต่นี่มันหยุดนิ่งอยู่กับที่เลยนะ มันจะเป็นแบบนั้นไปได้ยังไง

เป็นไปได้ซิค่ะ ถ้าเวลาภายในม่านพลังหยุดนิ่งลง ทุกอย่างไม่ว่าจะพลังงานใดๆก็ต้องหยุดตามไปด้วย

เอ๊ย นี่มันบ้ามากไปแล้ว การที่จะหยุดเวลา ย้อนเวลา หรือเร่งเวลา เป็นสิ่งที่ไม่มีทางเป็นไปได้เลย ไม่ว่าจะในทางวิทยาศาสตร์ หรือทางฟิสิกส์ ริวเริ่มโวยวายออกมา

พี่ค่ะ ไอ้ที่พูดมามันก็ถูก แต่พี่อย่าลืมว่า มันเป็นความจริงในโลกมนุษย์เท่านั้น มีพื้นที่พิเศษบางแห่งของริเดียที่เวลาเดินไม่เท่ากัน เช่น ถ้าเราเข้าไปที่นั้น 10 นาที แต่เวลาข้างนอกจะผ่านไป 30-60 นาทีแล้ว บางแห่งแม้จะเข้าไป 30 นาที แต่เวลาข้างนอกเพิ่งผ่านไป 1 นาทีก็มี พวกเราเรียกสถานที่แบบนั้นว่า ช่องว่างความต่างของมิติเวลา

ริวเอามือกุมหัว ก่อนจะพูดว่า ตกลงว่าไอ้โลกใบนี้มันหาตรรกะแห่งความจริงไม่ได้เลยใช่ไหม แต่ละเรื่องนี่เกินจะจินตนาการจริงๆ

โธ่ พี่อย่าทำหน้าเบื่อโลกแบบนั้นซิค่ะ ช่องว่างความต่างของมิติเวลา มันมีไม่กี่แห่งในริเดียหรอก และไอ้สถานที่แบบนี้ในโลกของเราก็มี อย่างเช่น สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้าไงละ 

ยัย หนูเทียน่าพูดถูกแล้วละ ไอ้สถานที่แบบนี้มีไม่มากหรอก ยิ่งสถานที่ที่เวลาหยุดแบบนี้ด้วยแล้ว มันไม่น่าจะมีเลยด้วยซ้ำเท็ดดี้พูดแทรกขึ้นมา

อ้าว แล้วไอ้ที่อยู่ตรงหน้านี้จะอธิบายว่ายังละ ไอ้เท็ดดี้

เท็ดดี้ไม่ตอบ ริวจึงพูดออกมาว่าเอาเป็นว่าช่างมันเถอะ นายจะให้เอาไงต่อ ถ้าเข้าไปทั้งแบบนี้ พวกเราคงโดนหยุดเวลาไปด้วยอย่างแน่

ดวงตาของสิงโตจ้องมาที่ชายหนุ่ม พร้อมพูดขึ้นมาริว ข้าอยากจะขอทดลองอะไรหน่อย เจ้าช่วยข้าได้ไหม

 ริวมองมันอย่างงงๆ แต่ก็ยังตอบออกไปว่าได้ซิ แล้วจะให้ทำอะไรล่ะ

เท็ดดี้ไม่ตอบคำถามของริว มันหันไปพูดกับเทียน่าว่า ยัยหนูเทียน่า เจ้าถอยไปก่อน คนที่จะไปต่อได้อาจจะมีเพียงเจ้าริวคนเดียวเท่านั้น

เทียน่ามองไปที่ริว แล้วพูดว่าเข้าใจแล้วค่ะ ถ้าไงหนูฝากพี่ริวด้วยนะ คุณเท็ดดี้

ได้ ข้าขอรับรองด้วยเกียรติของสัตว์เทพเลย

เทียน่าถอยหลังไปอย่างว่าง่าย ริวยกเท็ดดี้ขึ้นมามอง เอ๊ย ไอ้เท็ดดี้ นายพูดแบบนั้นหมายความว่ายังไงฟะ ทำไมผมต้องไปคนเดียวด้วย

เท็ดดี้มองชายหนุ่ม ริว ก่อนจะตอบคำถามข้อนี้ เจ้ายื่นมือเข้าไปในม่านพลังก่อนเถอะ แล้วข้าจะตอบคำถามเจ้าทุกอย่างเลย” 

ริวมองเท็ดดี้ด้วยสีหน้าสงสัย แต่ก็ยังคงทำตามที่เท็ดดี้บอก เขาค่อยๆยื่นนิ้วนี้เข้าไปในม่านพลังก่อน พอเห็นว่านิ้วยังคงขยับได้ตามปกติ ชายหนุ่มก็เริ่มยื่นเข้าไปทั้งมือ จากนั้นตามไปด้วยแขนทั้งแขน แต่ทุกอย่างยังคงเป็นไปตามปกติ เมื่อริวแน่ใจแบบนั้น เขาจึงตัดสินใจก้าวขาเข้าไปในม่านพลังเลย แน่นอนว่ามันไม่มีอะไรเกิดขึ้นแม้แต่น้อย ริวเดินเข้า-ออกม่านพลังหลาย 10 รอบ จนแน่ใจว่าไม่มีอะไรผิดปกติ เขาจึงหันมามองเทียน่าพร้อมพูดว่า

โธ่ ยัยเทียน่าหลอกพี่ซะจนเชื่อสนิทเลย ไอ้เท็ดดี้ก็เหมือนกันมาร่วมมือกับเทียน่ามาหลอกผมได้

เทียน่าที่มองริวเข้าออกม่านพลังด้วยสีหน้าบอกไม่ถูก ริวเดินเข้าไปในม่านพลังอีกครั้ง ก่อนจะกวักมือเรียกเทียน่าให้ตามไป น้องสาวเดินเข้ามาหยุดตรงหน้าม่านพลัง พร้อมพูดขึ้นมาว่า

พี่ค่ะ หนูมาได้แค่นี้ ต่อจากนี้พี่ต้องไปกับคุณเท็ดดี้เท่านั้น

เลิกล้อเล่นได้แล้ว  พี่ไม่ขำด้วยนะริวพูดออกมาด้วยน้ำเสียงโกรธๆ

เสียงในหัวของริวดังขึ้นมาว่า -ริว ยัยหนูเทียน่าพูดถูกแล้ว เธอเข้ามาในม่านพลังแบบแกไม่ได้หรอก-

เท็ดดี้ ทำไมนายถึงพูดผ่านความคิดแบบนี้ล่ะริวพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยดีแล้ว เนื่องจากท่าทางของเทียน่าและเท็ดดี้ดูจะตึงเครียดขึ้นมาแล้ว

เสียงของเท็ดดี้ตอบกลับไป -ริว เมื่ออยู่ในม่านพลังนี้ ตัวข้าจะไม่สามารถเปิดปากพูด หรือทำอะไรได้เลย เนื่องจากในม่านพลังนี้ เวลาได้หยุดลงตามที่บอกเอาไว้ ส่วนที่ข้ายังพูดกับเจ้าผ่านวิญญาณได้แบบนี้ เพราะข้าอาศัยพลังของพันธะทางวิญญาณที่มีกับเจ้า ไม่เช่นนั้นข้าก็คงถูกหยุดเวลาไปเช่นกัน-

ถ้าเป็นอย่างที่แกว่ามาจริง ทำไมผมถึงไม่เป็นอะไรเลย

นั่นเพราะพี่เป็น สายเลือดแห่งราชัน เทียน่าตอบออกมาจากภายนอกม่านพลัง

ริวมองน้องสาว ก่อนจะก้าวออกไปจากม่านพลังเพื่อให้เท็ดดี้พูดได้เหมือนเดิม สักพักเสียงของริวก็พูดขึ้นมาว่า

สายเลือดแห่งราชัน มันคืออะไรหรือ? แล้วมันเกี่ยวอะไรกับที่พี่สามารถเคลื่อนไหวในม่านพลังได้ละ

“สายเลือดแห่งราชัน คือ เด็กที่เกิดมาพร้อมกับสายเลือดเทพผู้สร้างโลกเสียงของเท็ดดี้ดังขึ้นมา แต่มันก็ไม่ได้ช่วยให้ริวเข้าใจขึ้นเลย

โอ้ ช่างเป็นคำตอบที่ช่วยได้มากจริงๆ ไอ้เท็ดดี้ นายตอบเหมือนไม่ได้ตอบเลยนะเฟ้ย นายไม่มีคำอธิบายที่ดีกว่านี้บ้างไงฟะ

 เทียน่าได้แต่ถอนหายใจ พร้อมพูดขึ้นแทนว่าในริเดีย มีตำนานที่สืบทอดกันมา  ได้กล่าวเอาไว้ว่า ทุกชีวิตในริเดีย ถือกำเนิดจากเนื้อและเลือดของเทพผู้สร้างโลก โดยว่ากันว่าพระองค์เสียสละร่างกายและชีวิตเพื่อสร้างโลกใบนี้ขึ้นมา ดังนั้นทุกชีวิตในริเดียจึงมีDNAของเทพเจ้าผู้สร้างโลกปะปนอยู่

ตำนานนี้มันเกี่ยวอะไรกับพี่ด้วยละริวถามแทรกขึ้นมาเพราะดูเหมือนเขายังไม่เข้าใจว่า เทียน่ากำลังพูดอะไรอยู่

พี่ค่ะ อย่าเพิ่งขัดจังหวะซิค่ะ  พี่ฟังให้จบก่อนก็จะรู้เอง เทียน่าพูดออกมาด้วยน้ำเสียงโกรธๆ สักพักเธอก็เล่าเรื่องต่อไป

การที่มี DNAเทพเจ้าผู้สร้างโลกอยู่ในสิ่งมีชีวิต มันจะส่งผลอย่างใหญ่หลวง ยกตัวอย่าง ผลไม้ใดที่มีDNA ตัวนี้มาก รสชาติก็จะดีกว่าผลไม้พันธุ์เดียวกัน ในทางกลับกันถ้าสัตว์ตัวไหนมีDNA นี้สูง มันก็จะกลายเป็นสัตว์ป่าที่แข็งแกร่งกว่าตัวอื่นๆในฝูง ส่วนในมนุษย์ หรือ พวกกึ่งมนุษย์ ถ้ามี DNA ตัวนี้มาก พลังเวทก็จะสูงตาม

สรุปว่า การมีอยู่ของ DNAเทพผู้สร้างโลก คือตัวกำหนดพลังเวทใช่ไหมริวถามแทรกขึ้นมา

มันไม่ใช่แค่นั้นซิค่ะ การมีอยู่ของDNAเทพ ผู้สร้างโลกนี้เป็นตัวกำหนดทุกสิ่งเลย ไม่ว่าจะพรสวรรค์ สติปัญญา หรือแม้กระทั้งพลังเวท รวมไปถึงวงศ์ตระกูลอีกด้วย พวกตระกูลใหญ่ที่สืบสายเลือดมาจากสัตว์เทพมักจะมี DNAของเทพเจ้าผู้สร้างโลกอยู่ในตัวมาก เช่นคุณพ่อ คุณแม่ หรือมังกรปีศาจ 3 ตา เป็นต้น

ชายหนุ่มพยักหน้าอย่างเข้าใจ เทียน่าจึงพูดต่อว่า ดังนั้นการที่คนในตระกูลใหญ่มักจะแต่งกับตระกูลใหญ่ด้วยกันก็เพราะต้องการรักษา DNAเทพผู้สร้างโลกให้ไปถึงลูกหลานให้มากที่สุด การที่มีDNAเทพ ผู้สร้างโลกสูง มันจะทำให้อำนาจของตระกูลมั่นคงขึ้นด้วย ดูอย่างง่ายๆ การที่ท่านโทมัส(กษัตริย์แห่งรัฐแสงสว่าง)คิดจะยกองค์หญิงให้กับพี่ก็เพราะ เรื่องนี้นั้นเอง

ริวพูดแทรกขึ้นมาอีกครั้ง สรุปว่ากษัตริย์โทมัสต้องการให้พี่ไปเป็นพ่อพันธุ์ซินะ

พี่ค่ะ หนูบอกแล้วว่าห้ามพูดแทรกเทียน่าทำหน้าบูด  ริวได้แต่ยกมือขึ้นปิดปากเป็นสัญญาณว่าเขาจะไม่พูดอีกแล้ว

เทียน่าหยุดเล็กน้อย ก่อนจะเล่าเรื่องต่อ โดยปกติในทุก 10 หรือ 20 ปี จะมีเด็กที่มีDNAเทพาผู้สร้างโลกเข้มข้นสูงถือกำเนิดขึ้นมา 1 คน พวกเราต่างเรียกเด็กเหล่านี้ว่า สายเลือดแห่งราชัน  พวกเขามักจะถือกำเนิดขึ้นพร้อมพลังเวทอันสูงส่งและพรสวรรค์อันล้ำค่า ในบางครั้งเด็กพวกนี้จะมีความสามารถพิเศษบางอย่างติดตัวมาแต่กำเนิดด้วย ส่วนใหญ่แล้วเด็กเหล่านี้จะกลายเป็นผู้นำรัฐในอนาคต ไม่ก็กลายเป็นแม่ทัพ หรือจอมเวทย์ระดับ Lord   จุดนี้เองคือที่มาของชื่อ สายเลือดแห่งราชัน

ริวที่ฟังถึงตรงนี้เขาถึงกับทำตาโตขึ้นด้วยความอาการตกใจ เทียน่าดูเหมือนจะเข้าใจเรื่องนี้ เธอจึงพูดออกมาว่า

พี่ค่ะ ส่วนที่เหลือให้พี่ถามคุณเท็ดดี้เถอะ หนูก็อธิบายไม่ถูกเหมือนกันว่าทำไมพี่ถึงไม่มีพลังเวททั้งที่มีสายเลือดแห่งราชัน ไหนจะความสามารถพิเศษที่ได้รับมาอีก หนูคิดว่าความสามารถที่พี่ได้รับมา มันน่าจะมีมากกว่า 1 อย่าง

ริวได้แต่ทำหน้างงๆ ขณะนั้นเองเท็ดดี้ก็พูดออกมาว่า ริว เจ้ามีสายเลือดแห่งราชันอยู่ในตัวจริงๆ เพียงแต่ว่าเจ้าค่อนข้างแปลกกว่าคนอื่น

อ้อ หมายถึงเรื่องที่ไม่มีพลังเวท  มันก็ต้องมีบ้างละที่ สายเลือดแห่งราชันจะไร้ซึ่งพลังเวท ผมไม่คิดมากหรอก

ริว การที่ไม่มีพลังเวทไม่ได้สำคัญอะไรเลย เมื่อเทียบกับสิ่งที่เจ้าได้รับมานะ

ริวทำหน้างงๆ เท็ดดี้จึงพูดต่อว่า อย่างที่ยัยหนูเทียน่าบอก สายเลือดแห่งราชัน จะเกิดมาพร้อมพลังเวทอันสูงส่ง พรสวรรค์อันล้ำค่า และบางครั้งก็เกิดมาพร้อมความสามารถพิเศษด้วย การที่เจ้าไร้ซึ่งพลังเวทจึงทำให้ได้รับความสามารถพิเศษมาแทนพลังเวทยังไงล่ะ”

ความสามารถพิเศษที่นายพูดถึง คือ เนตรมังกร หรือ? ”

ใช่ เนตรมังกร คือ 1 ใน 8 ความสามารถพิเศษของผู้ที่เป็นสายเลือดแห่งราชัน

ริวได้แต่ยิ้มแหยๆ ก่อนจะพูดว่าไอ้ เท็ดดี้ ผมยังไม่เข้าใจเลยว่า แกกำลังพูดเรื่องอะไรอยู่ จริงอยู่ที่ผมมีเนตรมังกร แต่มันคงไม่ช่วยให้ผมเข้าไปเดินอยู่ในม่านพลังได้อย่างสบายๆใช่ไหมละ

เท็ดดี้พยักหน้าใช่ สิ่งที่ข้ากำลังจะบอกคือ แม้เจ้าจะไม่มีพลังเวท แต่กลับได้ความสามารถพิเศษมามากกว่า 1 อย่างนะซิ

คำพูดของเท็ดดี้ทำเอาริวอึ้งไปทันที เทียน่าเองมองริวด้วยสายตาที่บอกไม่ถูก สักพักเท็ดดี้ก็พูดต่อว่าเท่าที่ข้ารู้ เจ้ายังมีความสามารถอีก 3 อย่างด้วยกันได้แก่

1.เหนือโลก

2.ปราศจากการผูกมัด

3.เทพอาวุธ

เอ๊ย เดี๋ยวซิ ผมไปมีความสามารถแบบนั้นตั้งแต่เมื่อไรกัน

เท็ดดี้พูดต่อว่า ริว การที่เจ้าเข้าออกม่านพลังได้โดยไม่เป็นอะไรก็เพราะความสามารถเหนือโลก อีกทั้งเจ้าก็ยังสามารถนำเครื่องเกมมาเล่นที่โลกนี้ได้ก็เพราะความสามารถนี้นั้นเอง

ริวยังคงทำหน้างงๆ เทียน่าจึงพูดเสริมขึ้นมาว่าพี่ค่ะ อย่างที่หนูเคยบอกเอาไว้ ริเดียไม่สามารถนำเทคโนโลยีจากโลกมนุษย์มาใช้ได้  มันไม่ใช้เป็นเพราะผลของคำสาป หรือผลของเวทมนตร์ แต่มันเป็นปรากฏการเหนือธรรมชาติของริเดีย  ความสามารถเหนือโลก ก็คือ ความสามารถที่ทำให้ตัวพี่อยู่เหนือปรากฏการที่ไม่สามารถอธิบายได้ในโลกริเดียนั่นเอง การที่ประตูบานใหญ่เปิดได้ก็เป็นเพราะความสามารถนี้เหมือนกัน

ริวได้แต่นิ่งเงียบ ระหว่างนั้นเองที่เท็ดดี้พูดขึ้นมาว่า “ต่อมาคือความสามารถปราศจากการผูกมัด  ความสามารถนี้จะทำให้คำสาปทุกชนิดไร้ผล  อีกทั้งยังทำให้ร่างกายอยู่เหนือพันธะสัญญาทุกอย่าง รวมไปถึงพลังพิเศษ หรือความสามารถพิเศษที่ทำให้เกิดผลต่อจิตใจ ทุกอย่างจะไม่สามารถทำอะไรเจ้าได้เลย  ยกตัวอย่างง่ายๆ อย่าง นัยน์ตาแม่มดที่สามารถอ่านสีของจิตใจได้  ถ้ามาอยู่ต่อหน้าความสามารถนี้ก็จะทำให้มองไม่เห็นอะไรเลย

มิน่าละ คำสาปถึงได้ไม่เป็นผลกับตัวผมเลยริวพูดออกมาเบาๆ

เท็ดดี้พยักหน้า“ความสามารถอีกอย่างคือ เทพอาวุธ ความสามารถนี้จะทำให้นายดึงพลังของอาวุธเทพเจ้าออกมาใช้ได้อย่างเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ ถ้าเจ้าเป็นสายเลือดแห่งราชัน แต่ไม่มีความสามารถนี้ อาวุธเทพเจ้าจะไม่ยอมรับในตัวเจ้า แม้เจ้าจะพยายามฝืนจนสามารถใช้อาวุธเทพเจ้าได้ อาวุธเทพเจ้าก็จะแสดงพลังออกมาแค่ 10 % ของพลังที่แท้จริงเท่านั้น

เดี๋ยวก่อน! องค์ชายชิริวก็มีจักรวารีเป็นอาวุธ แสดงว่าเขาก็เป็นสายเลือดแห่งราชันเหมือนผมสินะ

ใช่แล้ว เขาเป็นสายเลือดแห่งราชันเหมือนเจ้า แถมยังมีความสามารถเทพอาวุธอีกด้วย แต่น่าเสียดายที่เขามีสายเลือดสัตว์เทพมากเกินไป มันจึงทำให้ความสามารถที่ได้รับมา แสดงพลังได้แค่ 3 ใน 10 ส่วน ถ้าองค์ชายชิริวสามารถเปล่งอนุภาพจักรวารีได้สักครึ่งเดียวก็ถือว่าเก่งมากแล้วล่ะ”

ริวที่ฟังถึงตรงนี้ เขาก็นึกไปถึงองค์ชายชิริว พร้อมพูดว่า “ผมว่าแค่นั้นก็ถือว่าสุดยอดมากแล้วนะ “

เฮ้อ ไอ้ริว  ข้าพูดตั้งนานแกยังไม่เข้าใจอีกหรือว่าตัวเองสำคัญขนาดไหนนะ ไอ้ความสามารถแต่ละอย่างที่แกมี ไม่ว่าจะเหนือโลก ปราศจากการผูกมัด เทพอาวุธ และ เนตรมังกร บอกตรงๆเลยนะ ไม่ว่าอันไหนก็ล้วนเป็นสิ่งที่ต้องการของตระกูลใหญ่ทั้งนั้น การที่แกมีความสามารถพิเศษขนาดนี้ นั่นก็หมายความว่า แกเป็นคนที่มีสายเลือดใกล้เคียงกับเทพผู้สร้างโลกที่สุดยังไง  ถ้าเรื่องนี้หลุดออกไปมีหวังเกิดศึกชิงนายขึ้นแน่ๆ

เฮ้อ ทำไมผมซวยแบบนี้ ความสามารถแต่ละอย่างที่ได้มาช่างไร้ประโยชน์จริงๆ

ไอ้ริว แกพูดแบบนั้นหมายความว่ายังไงกัน แกรู้ไหมว่าคนหลายคนอยากจะเป็นอย่างแก แต่ก็ไม่มีทางเป็นได้เลย  นี้แกยังจะบ่นอะไรอีก

ไอ้เท็ดดี้ แกคิดดูซิอย่าง ความสามารถเหนือโลก มันก็แค่ทำให้เครื่องเกมติดได้ ดีหน่อยมันก็แค่ช่วยทำประตูเปิดได้เท่านั้น ถ้าคิดให้ดีขึ้นมาอีกนิด  มันก็แค่ทำให้ผมเดินเข้า-ออกที่นี้ได้อย่างอิสระ ถามจริงเถอะ แกคิดว่าผมจะมาที่อันตรายอย่างนี้อีกทำไมกัน มาแค่ครั้งเดียวผมก็ไม่อยากจะมาแล้ว ถ้าเช่นนั้นไอ้ความสามารถแบบนี้ มันมีประโยชน์ตรงไหนได้อีก แกลองบอกมาซิ

เท็ดดี้และเทียน่าต่างอ้าปากค้างไปพร้อมกัน ริวรีบกล่าวต่อว่าต่อมา ความสามารถปราศจากการผูกมัด แม้คุณสมบัติจะฟังดูดี แต่มันจะมีประโยชน์อะไรในชีวิตประจำวันบ้างไหม แม้คำสาปจะไม่มีผลกับผม แต่พวกอาวุธเช่นดาบ ธนู หอก และอาวุธอื่นๆอีกสารพัดยังมีผลตามปกติ ถ้าผมเกิดโดนอาวุธพวกนั้นเข้าไป ความสามารถนี้ช่วยให้รอดตายไหมละ

ไอ้....เท็ดดี้แทบจะพูดอะไรไม่ออกกับคำบรรยายของริว.

ริวถอนหายใจ 1ครั้ง เฮ้อ ยิ่งไอ้เทพอาวุธยิ่งแย่ใหญ่ แม้ผมจะใช้พลังของอาวุธได้เต็ม 100 % แต่ผมใช้อาวุธไม่เป็น มันก็เหมือนกับว่าผมเอาปืนM 16 ไปสู้กับคนใช้มีด แม้ผมจะมีปืนM 16อยู่ในมือแต่ดันลืมปลดสลักปืน หรือใช้มันไม่เป็น ผมก็แพ้คนใช้มีดอยู่ดี นายว่าจริงไหม

เท็ดดี้และเทียน่าต่างแทบลมจับกับคำตอบนี้  ริวดูจะไม่สนใจ เขายังคงพูดต่อไป “ที่พอจะใช้ได้ที่สุดเห็นจะเป็นเนตรมังกร แม้มันจะทำให้ผมสงสัยทุกอย่างที่เห็นก็ตามเถอะ

ไอ้ริว เคยมีใครบอกเจ้าไหมว่า  คนอย่างเจ้านี้มันโคตรมองโลกในแง่ลบเลย ขนาดความสามารถระดับเทพ เจ้าดันมองเป็นเศษขยะซะได้ ข้าขอนับถือเจ้าจากใจเลย เท็ดดี้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงแดกดันแบบสุดๆ แน่นอนว่า ยัยน้องสาวตัวดีก็ดันพยักหน้าเห็นด้วยอีก

 ริวจึงได้แต่ดีดหน้าผากเธอไป 1 ครั้ง เทียน่าได้แต่เอามือจับหน้าผากที่ถูกดีด คุณเท็ดดี้ค่ะ แล้วไอ้ความสามารถที่พี่ใช้ตอนดงเห็ดมายา มันคืออะไรหรือ? ทำไมละอองของเห็ดมายาถึงไม่มีผลกับพี่ริวเลย

สำหรับอันนี้ข้าไม่แน่ใจนัก แต่น่าจะเกี่ยวข้องโดยตรงกับความสามารถที่ทำให้ริวสัมผัสความรู้สึกของดาบไทอัสได้  เอาเป็นว่า ข้าขอดูไปอีกสักพักก็แล้วกัน ถ้ามันใช่ความสามารถนั้นจริงๆ ข้าว่าทั้งตระกูลเซริว และตระกูลแม่มดได้เปิดศึกกันแน่ๆ ดีไม่ดี เพื่อนของเจ้าอาจจะถูกดึงเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วยก็ได้นะ ยัยหนูเทียน่า

เทียน่าถึงกับมองมาที่ริวด้วยสายตาที่บอกไม่ถูก “หรือว่า พี่ริวจะมีความสามารถอันนั้นติดตัวมาด้วย

เท็ดดี้ไม่ตอบ ริวจึงได้แต่มองเทียน่า เอาเถอะ พวกเราอย่าพูดเรื่องนี้กันอีกเลย เพราะไม่ว่ามันจะแย่ยังไง มันก็เป็นความสามารถของพี่นั้นละ ในเมื่อทราบแบบนี้แล้ว พี่คงต้องเข้าไปข้างในเพียงคนเดียว ส่วนน้องก็รออยู่ที่นี้ละกัน อ้อ เอานี้ติดตัวไว้ด้วย

 ริวพูดจบก็เด็ดดอกกุหลาบขนาดเล็กให้เทียน่าไปอีก 3 ดอก(เหลือ 10 ดอกเล็กกับ 1ดอกใหญ่) เทียน่าได้แต่ยื่นมือมารับไว้แต่โดยดี หลังจากเธอรับไปแล้วก็พูดออกมาว่า

พี่เองก็ระวังตัวด้วยนะ

อืม พี่ไปก่อนนะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 195 ครั้ง

79 ความคิดเห็น

  1. #7193 linnil (@LinNil) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2559 / 07:32
    นี้มัน! ริวจิตสัมผัส!!?
    #7193
    0
  2. #6957 kamrung (@kamrung) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2559 / 12:15
    เมพโคตร
    #6957
    0
  3. #6865 ไอซ์ น้ำแข็ง (@icekun) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 21 มีนาคม 2559 / 11:01
    รออยู่นะ
    #6865
    0
  4. #6568 Ganauou (@ganauou) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2558 / 09:53
    สนุกนะ ถ้าไม่ติดที่พระเอกชอบทำเป็นโง่และเถียงคนอื่นจนยืดเรื่องออกไป
    #6568
    0
  5. #6426 Harm. (@tanzanaza) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 4 กันยายน 2558 / 12:02
    ริวเป็นคนตลกใช่ไหม 5555 แล้วแบบนี้ถึงไม่มีเวทแต่ก็ใช้เวทของเท็ดดี้ได้สินะ
    #6426
    0
  6. #6425 Harm. (@tanzanaza) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 4 กันยายน 2558 / 12:00
    ริวเป็นคนตลกใช่ไหม 5555 แล้วแบบนี้ถึงไม่มีเวทแต่ก็ใช้เวทของเท็ดดี้ได้สินะ
    #6425
    0
  7. #4764 Chatchai Wongcha-oom (@onkchad) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2557 / 03:16
    ขอบคุณคัฟฟฟ สู้ๆนะ ขอเป็นกำลังใจให้ผ่านทุกอย่างไปได้นะคัฟฟฟ
    #4764
    0
  8. #4739 @um (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2557 / 20:27
    สนุกมากค่ะชอบการตูนแนวนี้แหละ

    ขอบคุนนะคะ
    #4739
    0
  9. #4263 SHADOW_ (@kp-plue) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2557 / 01:01
    งานเข้าอีกแล้วจ้า 555
    #4263
    0
  10. #4200 PiLii (@pinepilins) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2557 / 16:13
    ฮะๆๆๆๆๆๆๆ มานึกภาพเจ้าริวเต้นไปร้องเพลงไป ท่าทางหมอนี่จะเป็นพวกจริงจังในสิ่งที่ตัวเองตั้งใจทำน่าดูแต่กะนั่นแหล่ะ ปกติสามัญสำนึกของคนทั่วไป ใครจะคิดว่าเทพจะหลอกได้ รุ้น้อยไปซะละ 5555
    #4200
    0
  11. #4092 watch012 (@watch012) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2557 / 03:17
    สนุกดี ลุ้นๆ ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป อิ อิ
    #4092
    0
  12. #3949 แสงรัตติกาล (@prang9210) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2557 / 13:37
    มันเกิดธรรมดาตั้งแต่เอาเกมมาเล่นแล้วล่ะ
    #3949
    0
  13. #3696 Kuroko Tetsuya_kun (@phingpin) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2557 / 20:36
    ริว แกมีความธรรมดาตรงไหนฟะ
    #3696
    0
  14. #3183 Nunnally (@kuroyuri) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2557 / 18:15
    ริวนายนะห่างจากคำว่า'คนธรรมดา'มาไกลมากแล้วนะ==

    #3183
    0
  15. #3112 122 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2557 / 12:53
    เมื่อไหร่นิยายออนไลน์จะไร้ซึ่งพระเอก....ซะทีหนอ รอ ต่อไป

    #3112
    0
  16. #3111 2222 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2557 / 12:16
    ขอเม้นต์นิด1 เรื่องสนุกดี แต่รู้สึกมันจะมีมุขคุยกันระหว่างแหวนกับพระเอกแบบ

    ไร้สาระมากไปหน่อย เกือบทุกตอน ต้องอ่านข้ามๆไป ไม่รู้จะอ่านทำไมมันเยอะเกิน

    พอดีๆ น่าจะดีนะงับ เยอะไปก็นะ เหมือนคนพูดไม่หยุดก็น่ารำคาญ

    ไม่ได้ซีนะ

    #3111
    0
  17. #3091 zakurazz (@zakurabiki) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2557 / 00:19
    รออ่านคับ สนุกมาก
    #3091
    0
  18. #2888 นายตัวร้าย (@aom084495) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2557 / 12:10
    สนุกมากเลยค่า
    #2888
    0
  19. #2774 Dark_imp (@rungsiripard) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2557 / 20:45
    สนุกค่ะ เป็นกำลังใจให้น้าา(^^)v
    #2774
    0
  20. #2664 Crag (@crag) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2557 / 14:01
    แถมอีก5ตอนก็ได้ค่ะรออ่าน~ สนุกมากกกกกกก
    #2664
    0
  21. #2476 JENNYHA (@jennyha) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2557 / 18:58
    สนุกสุดๆๆๆ
    #2476
    0
  22. #1642 :* จุบุจุบุ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 มกราคม 2557 / 10:11
    ริว...แกไม่ใช่คนทำมดาแล้ว
    #1642
    0
  23. #1379 เอกเองครับ (@kujaku01) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2556 / 10:05
    อุตส่าห์มองเห็น แต่ดันไม่มองที่พื้น แต่ทำไมในกับดักมีประตูได้ล่ะเนี่ย ฮ่าฮ่า ถ้าเห็ดมายาโดนริวจับจะเกิดอะไรหนอ
    #1379
    0
  24. #1323 cherryme (@cherryme) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2556 / 18:28
    คือคุณพี่ชายค่ะ.... อุตส่าห์เท่มีเนตรมังกร...
    #1323
    0
  25. #1303 ชิวเฟิง (@suchart-tumsuwan) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2556 / 15:14
    เป็นการง่าย ยิ้มได้ ไม่ต้องฝืน เหมือนชีพชื่น ดั่งบรรเลง เพลงสวรรค์ แต่ที่ควร ชื่นชม นิยมกัน คือยิ้มมั่น ใจได้ เมื่อภัยมา.....[] ไม่แน่ใจนะคะว่าถูกต้องทุกคำ เพราะจำได้แค่นี้ จากคำพูดของ"รพินทร์ ไพรวัลย์"ที่ปลอบโยน"คุณหญิงน้อย...ดาริน วราฤทธิ์" ในเรื่องเพชรพระอุมา เขียนโดย พนมเทียน
    #1303
    1
    • #1303-1 sunny (จากตอนที่ 20)
      19 กรกฎาคม 2559 / 21:00
      ถ้าจำไม่ผิดคือ "เป็นการง่าย ยิ้มได้ไม่ต้องฝืน เมื่อชีพชื่นเหมือนบรรเลงเพลงสวรรค์ แต่คนที่ควรชมนิยมกัน ต้องใจมั่นยิ้มได้เมื่อภัยมา" จากหนังสือ"มหาบุรุษ" ของ หลวงวิจิตรวาทการ

      [It is all very well to smile

      When life flows as a song

      But the man worth while

      Is the man who smiles

      When everything goes dead wrong]
      #1303-1