I am normal ผมนี้ละคนธรรมดา

  • 93% Rating

  • 158 Vote(s)

  • 544,339 Views

  • 7,786 Comments

  • 9,113 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    762

    Overall
    544,339

ตอนที่ 34 : บทที่ 2 คนธรรมดา กับ วันที่โชคร้ายที่สุด (2 )

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17682
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 133 ครั้ง
    14 พ.ค. 57

บทที่ 2

                   คนธรรมดา กับ วันที่โชคร้ายที่สุด ( 2)

            หญิงสาวนาม เลมอนพาริวเดินไปยังท่าจอดเรือที่อยู่ทางซ้ายของโรงแรม เรือที่จอดอยู่นั้นมีด้วยกัน  2  ลำแต่ละลำก็ล้วนทาด้วยสีขาว แต่ต่างกันตรงที่ เรือลำแรกเป็นเรือสำราญขนาดใหญ่ ที่มีความโออ่าสะดวกสบาย ตกแต่งอย่างประณีต มี 3 ชั้น พร้อมด้วยดาดฟ้าที่เปิดโล่งเหมาะสำหรับการจัดงานเลี้ยง ตัวเรือน่าจะสามารถรับแขกได้ไม่ต่ำกว่า 400 คน  ส่วนเรืออีกลำอยู่ห่างออกไปประมาณ 700-800 เมตร มันเป็นเรือหางยาวสีขาวที่มีหลังคาเป็นผ้าใบ ส่วนคนขับเรือเป็นเพียงชายกลางคนทั่วไปเท่านั้น ไม่ต้องบอกก็ทราบได้ว่าเหล่าเพื่อนรักได้เตรียมเรือแบบไหนเอาไว้ให้ แต่ความคิดของริวกลับต้องเปลี่ยนไปทันที เมื่อเห็นเลมอนพาเขาตรงไปที่ทางขึ้นเรือสำราญ 

            (ไม่จริงน่า!  ไอ้ 2 คนนั้นลงทุนเหมาเรือสำราญเลยหรือ? ตกลงว่าคู่นัดบอดของพวกมันเป็นใครกันแน่ฟะ ถึงได้กล้าลงทุนขนาดนี้ )ริวคิดขึ้นขณะที่กำลังก้าวขึ้นเรือสำราญ

เลมอนยังคงเดินนำหน้าริวไปราวกับว่า เธอรู้เส้นทางบนเรือสำราญลำนี้เป็นอย่างดี  เมื่อขึ้นมาถึงชั้น 3  ริวกลับไม่เห็นใครอยู่ชั้นนี้สักคน เขาจึงถามออกไปว่า

“คุณเลมอนครับ ชั้นนี้ไม่มีใครอยู่เลยหรือ?”

“ใช่ค่ะ ถ้าเป็นพวกบอดี้การ์ดจะอยู่เฉพาะชั้น 1และ 2 เท่านั้น ส่วนพวกลูกเรือต่างๆจะอยู่ที่ชั้น 1  ส่วนชั้นที่ 3เป็นที่พักส่วนตัวของฉัน ดังนั้นนอกจากพวกเราแล้วก็ไม่มีคนอื่นอีกเลย”

“เฮือก”เสียงกลืนน้ำลายของริวดังขึ้น เขาจ้องมองเลมอนพร้อมคิดขึ้นว่า (ตกลงว่ายัยคนนี้เป็นใครกันแน่ ทำไมต้องมีบอดี้การ์ดติดตามมางานนัดบอดด้วยฟะ )

แม้ริวจะคิดแบบนั้น เขาก็ยังคงเดินตามเลมอนมาติดๆ  เธอพาชายหนุ่มมายังห้องรับรองแห่งหนึ่ง ภายในห้องนี้มีโต๊ะสีเหลี่ยมผืนผ้า 1 ตัว และมีเก้าอี้สีแดงอีก 2 ตัวที่ตั้งอยู่ตรงข้ามกัน ที่กำแพงมีหน้าต่าง 1 บาน  เลมอนเชิญริวให้ไปนั่งที่เก้าอี้ ก่อนจะเดินไปนั่งเก้าอี้อีกตัว 

“ดร.ไกรศรค่ะ ถ้าเป็นที่นี้ ฉันขอรับรองว่าจะต้องไม่มีใครแอบฟังบทสนทนาของพวกเราอย่างแน่นอน”

ริวขมวดคิ้ว พร้อมกล่าวออกไปว่า “ดร. ไกรศร? คุณเข้าใจผิดแล้วละครับ ผมไม่ได้ชื่อนั้นสักหน่อย”

“ดร.ไกรศรค่ะ ถ้าเป็นในห้องนี้ ฉันขอรับรองว่าจะไม่มีใครมาทำร้ายคุณได้แน่ เพราะฉะนั้นคุณไม่ต้องแสดงละครอีกแล้วละ”เลมอนกล่าวขึ้นมาด้วยท่าทางยิ้มแย้มพร้อมใช้สายตาสำรวจริวอย่างละเอียด  เสียงถอนหายใจของเธอดังขึ้นมา

“เฮ้อ คุณนี้ดูแตกต่างจากที่ฉันคิดเลยนะคะ แม้จะทราบมาก่อนว่าคุณเป็นอัจฉริยะที่เรียนจบปริญญาเอก ด้วยอายุเพียง 20 ปี ฉันก็ไม่คิดว่าคุณจะหน้าเด็กถึงขนาดนี้”

คำพูดของเลมอนทำให้ริวทราบได้ทันทีว่านี้ต้องเป็นการเข้าใจผิดแน่ๆ  ขณะนั้นเองที่เสียงของเท็ดดี้ดังขึ้นในหัวว่า

- ไอ้ริว ดูเหมือนยัยหนูคนนี้จะเข้าใจว่าแกเป็นดร.ไกรศรอะไรนั้นไปแล้ว แม้จะไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่ข้าว่าเรื่องนี้คงจบไม่สวยแน่ๆ-

ริวฝืนยิ้ม ก่อนจะพูดออกไปตามความจริงว่า “ผมบอกแล้วว่า ผมชื่อริว แถมยังเป็นแค่นักเรียนเตรียมสอบเท่านั้นเอง ทำไมคุณถึงคิดว่าผมเป็นดร.อะไรนั้นไปได้ละครับ คุณเอารูปถ่ายของเขามาเปรียบเทียบกับผมก็ได้ แล้วคุณจะรู้ว่าทุกอย่างเป็นแค่ความเข้าใจผิด”

เลมอนขมวดคิ้ว ก่อนส่ายศีรษะเบาๆ “ไม่มีค่ะ ดร.ไกรศรเป็นพวกที่เกลียดการถ่ายรูป ทางฉันจึงไม่มีรูปถ่ายของเขาแม้แต่เพียงรูปเดียว”

“ในเมื่อคุณเลมอนไม่มีรูปของดร.ไกรศร แล้วคุณมั่นใจได้ยังไงว่าผมเป็นดร.ไกรศร นี้อาจจะเป็นแค่ความเข้าใจผิดของคุณก็ได้นะครับ”

เลมอนยิ้มราวกับว่าเธอกำลังรอคำถามนี้อยู่แล้ว “ไม่เป็นการเข้าใจผิดอย่างแน่นอน เพราะคุณบอกรหัสได้ถูกทุกคำ  มันก็แสดงให้เห็นแล้วว่าคุณก็คือดร.ไกรศร”

“รหัสอะไรของคุณนะ ผมจำไม่ได้เลยว่าไปตอบรหัสของคุณต้องแต่เมื่อไร”ริวถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงงงๆ

เลมอนเริ่มทำหน้ามุ่ยลงเล็กน้อย เพราะไม่ว่าเธอจะพูดอย่างไง ชายหนุ่มก็ยังไม่ยอมรับว่าตัวเองเป็นดร.ไกรศรเสียที เธอรีบหยิบสมุดที่เคยเปิดเมื่อสักครู่ส่งให้กับริว พร้อมพูดว่า

“ถ้าคุณยังไม่เชื่อในตัวของฉัน คุณก็น่าจะเชื่อสมุดที่เป็นลายมือของตัวคุณเองนะ”

ริวยื่นมือไปรับสมุด เลมอนจึงพูดต่อว่า “คุณเป็นคนนัดฉันให้ไปพบที่โรงแรมเอง และยังบอกอีกว่าให้ฉันทำตามเงื่อนไขในสมุดเล่มนี้ ถ้าฉันทำผิด หรือไม่ปฏิบัติตามคุณจะไม่ยอมเจรจาเรื่องที่พวกเราตกลงกันไว้ยังไงละคะ ”

ริวเปิดสมุดดูทีละหน้า ยิ่งเปิดสมุดเท่าไรสีหน้าก็ยิ่งซีดขาวขึ้นทุกขณะ เพราะสิ่งที่สมุดเล่มนี้ล้วนเขียนถึงการติดดอกกุหลาบเอาไว้ที่หน้าอก การแนะนำตัว รวมไปถึงเครื่องดื่มที่เธอต้องสั่ง แต่นั้นยังไม่น่ากลัวเท่า สิ่งที่เป็นคำตอบ อย่างเช่น

1.      Silver Moon 1 ที่ ไม่ทราบว่าคุณต้องการเพิ่มบ้างไหมค่ะ (คำถาม)

ให้ส่ายหน้าเป็นคำตอบ

2.      คุณมารอนานหรือยัง                                                         (คำถาม)

ต้องตอบเวลาอย่างละเอียดที่สุด เช่น  1 ชม. 30นาที 02 วินาทีเป็นต้น

3.      แนะนำตัวชื่อตัวเอง                                                            (คำถาม)

ให้บอกชื่อปลอม และถามถึงบุคคลที่ 3(ที่ไม่มีอยู่จริงในที่นั้น)

            คำตอบที่เขียนอยู่ในสมุดล้วนเป็นสิ่งที่เขาเคยกล่าวกับเลมอนทั้งนั้นเลย ริวได้แต่คิดขึ้นมาว่า

            (....ไอ้เท็ดดี้ แกคิดว่ามันมีความเป็นไปได้แค่ไหนที่คนเราจะบังเอิญเจอเรื่องแบบนี้นะ)

            เท็ดดี้ทำเหนื่อยหน่าย เนื่องจากสีหน้าของริวบ่งบอกอย่างชัดเจนว่า เขาพยายามจะหาทางหนีจากความจริงที่ได้ในขณะนี้ มันถอนหายใจพร้อมตอบไปว่า

            -ถ้าแกถามเพราะอยากจะหนีความจริง ข้าจะตอบว่านี้เป็นความโชคร้ายที่มนุษย์มักจะเจอตอนอับโชคนะ อีกไม่นานมันก็จะดีขึ้นตามลำดับเอง-

             ริวทำหน้าเบ้ราวกับว่าไม่อยากจะยอมรับในเรื่องนี้เลย เสียงของเท็ดดี้ยังดังต่อว่า

            -อย่าทำหน้าบอกบุญไม่รับอย่างนั้นสิ แม้นี้จะเป็นโชคร้าย แต่มันอาจเป็นข่าวดีสำหรับแกก็ได้นะ-

            ชายหนุ่มต่างโลกขมวดคิ้ว เสียงของแหวนเจ้าปัญหาดังขึ้นว่า

            -เหตุการณ์แบบนี้ มันก็เหมือนกับเกมจีบสาวที่แกชอบเล่นยังไงละ ส่วนแม่ตุ๊กตากระเบื้องนี้ก็คือหญิงสาวที่แกจะต้องจีบ   ดีไม่ดี แกอาจจะลงเอยกับยัยหนูตุ๊กตากระเบื้องอย่าง Happy Ending ก็ได้นะ-

            ริวยิ้มอย่างสบายๆ พร้อมคิดว่า (ถ้าได้แบบนั้นก็ดีไป ผมกลัวแต่ว่ามันจะจบแบบ Bad Ending มากกว่า)

            เท็ดดี้มองริวอย่างอ่อนใจ เพราะตั้งแต่พูดกันมา ชายหนุ่มไม่ได้ถามเรื่องที่เป็นความจริงเลย สักพักมันก็กล่าวว่า

            -แกหนีความจริงพอแล้วสินะ งั้นต่อไปข้าขอพูดตามความจริงบ้างละ-

            สีหน้าสบายๆกลายเป็นตึงเครียด น้ำเสียงของเท็ดดี้ยังคงดังต่อไปว่า  -การที่คำตอบของแก ไปตรงกับข้อความในสมุดแบบนี้ มีทางเป็นไปได้ 2 อย่าง

1.เรื่องนี้อาจจะเป็นแค่เหตุบังเอิญจริงๆ แต่แกก็น่าจะทราบว่าความบังเอิญส่วนใหญ่ที่เกิดกับแกนั้น มันใกล้เคียงกับหายนะดีๆนี้เอง

            (อึก! เฮ้อ ไอ้เท็ดดี้ แกอย่าเอาความจริงมาพูดซิ )

2. เรื่องนี้อาจจะเกี่ยวข้องกับท่านย่าทวดของแก(ท่านหญิงมังกรฟ้า) และคงไม่ต้องบอกว่าผลสุดท้ายจะเป็นอย่างไงนะ

(คงไม่พ้นเรื่องวุ่นๆ หรืออาจจะถูกพาไปยังวังวนแห่งหายนะเหมือนคราวก่อนสินะ)

-ใช่-

พอเท็ดดี้พูดจบ ริวและมันต่างทำหน้าบอกบุญไม่รับเพราะ ไม่ว่าจะทางไหมมันก็ไปสิ้นสุดที่หายนะอยู่ดี  ยิ่งทั้งสองย้อนคิดถึงเรื่องราวที่เคยประสบมา  มันทำให้พวกเขาต่างได้คำตอบเหมือนกันคือ เผ่นออกไปให้เร็วที่สุด  เมื่อคิดได้เช่นนั้นได้ริวก็รีบยื่นสมุดคืนให้แก่เลมอน พร้อมหยิบบัตรเช่า DVD ออกมาจากกระเป๋าเงิน แล้วส่งให้เธอได้ดู

 “นี้คือบัตรเช่า DVD ของผมนะครับ  เห็นไหมครับว่าผมอายุแค่ 18 ปีจริงๆ และผมก็มีชื่อว่าอรุณ ไม่ใช่ดร.ไกรศรอะไรนั้น”

เสียงของเท็ดดี้ดังแทรกขึ้นมาว่า – ทำแบบนี้ถูกต้องแล้วละ บอกความจริงไปตามตรง พวกเราจะได้ไม่ต้องมายุ่งเกี่ยวกับเรื่องของยัยหนูคนนี้อีก-

เลมอนจ้องมองบัตรเช่าDVD ด้วยสีหน้าฝืนยิ้ม “ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้  ดร.ไกรศรตัวจริงไปอยู่ที่ไหนกัน”

ริวได้แต่นิ่งเงียบเพราะเขาไม่รู้จะตอบเธอยังไงดี ขณะนั้นเองที่เสียงของเท็ดดี้ดังขึ้นว่า

-ไอ้ริว ดูเหมือนชั้นที่ 1 จะมีเสียงทะเลาะกันขนาดใหญ่เลย  เดี๋ยวนะ มีเสียงฝีเท้ากำลังตรงมาทางนี้  เอ๊ะ เริ่มมีเสียงปืนยิงกันแล้ว -

 สีหน้าของชายหนุ่มซีดเฝือกลงเมื่อเท็ดดี้พูดจบ เลมอนส่งบัตรเช่าDVDคืนให้กับริว พร้อมก้มตัวเป็นการคำขอโทษ  เธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา ก่อนจะรีบกล่าวขึ้นว่า

 “รบกวนคุณริวรอสักครู่ค่ะ เดี๋ยวฉันจะให้คนพาคุณไปส่งที่โรงแรมก็แล้วกัน”

 ยังไม่ทันที่ริวจะได้พูดอะไร ประตูห้องก็เปิดออก ชายที่มีแผลเต็มตัวพยายามจะเดินเข้ามาในห้อง

 “องค์.....รีบหนีไป...”

“ปัง”

เสียงปืนดังขึ้นมา ชายคนที่มีแผลเต็มตัวจะล้มลงพร้อมกับรอยกระสุนที่เพิ่มขึ้นมาอีก 1รอย ร่างกายของชายคนนั้นกระตุก 2 ครั้ง ก่อนจะถูกยิงซ้ำเข้าที่ลำตัวอีก 1นัด

“ปัง”

“ม่ายน่า!!!!!

  เสียงร้องดังขึ้นมาจากปากของเลมอน เธอถอยหลังไปเล็กน้อย ก่อนจะเอามือจับโต๊ะเพื่อไม่ให้ล้มลง ใบหน้าของเธอซีดเฝือกลงกับภาพที่เห็น ส่วนริวถึงกับสลบทั้งยืนเพราะนี้เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นคนถูกฆ่าตายต่อหน้า เท็ดดี้ถอนหายใจก่อนจะใช้เวทกระตุ้นให้ริวตื่นขึ้นมา

อ๊าก

“มันเจ็บนะโว้ย”เสียงของริวดังขึ้นทันทีที่โดนกระตุ้น เสียงเท็ดดี้ดังขึ้นว่า

-แกตื่นแล้วซินะ เฮ้อ ไม่คิดเลยว่าแกจะอ่อนแอถึงขนาดนี้  แค่เห็นคนโดนยิงถึงกับสลบทั้งยืนเลยนะ–

ริวยิ้มแหยๆ ก่อนจะโวยวายขึ้นมาว่า (แกอย่าเอามาตรฐานคนในริเดียมาใช้วัดซิโว้ย คนธรรมดาอย่างผมต้องให้มาตรฐานของชาวโลกเท่านั้น)

-ถ้าใช้มาตรฐานนั้น แกก็คงอ่อนแอยิ่งกว่าผู้หญิงอีก ถ้าไม่เชื่อก็ลองดูยัยหนูเลมอนสิ ขนาดเธอเห็นที่คนถูกยิงต่อหน้า ยังไม่สลบเหมือนกับแกเลย-

(อึก!! )ริวจุกจนพูดอะไรไม่ออกเลย ขณะที่ชายหนุ่มกำลังโต้เถียงกับเท็ดดี้   ผู้ชายกลุ่มหนึ่งเดินข้ามชายที่ถูกยิงเข้ามาภายในห้อง ริวหันไปมองพวกเขาด้วยสายตาที่บอกไม่ถูกว่าควรโกรธ หรือ กลัวคนพวกนี้ดี การที่พวกเขาฆ่าคนก็แย่มากพอแล้ว นี้ยังทำการลบหลู่คนตายอีก ตกลงว่าคนพวกนี้ยังมีความเป็นคนอีกเหรอ?

- ข้าละตามความคิดแกไม่ทันจริงๆ เมื่อสักครู่ แกกลัวจนสลบ แต่ตอนนี้กลับไปโกรธเพราะเรื่องแบบนี้ ที่สำคัญแกอย่าโกรธในเรื่องที่ไม่เป็นความจริงสิโว้ย -

 (ไม่เป็นความจริง? หรือว่าผู้ชายคนนั้นยังมีชีวิตอยู่?)ริวถามพร้อมจ้องไปยังร่างกายที่ยังคงไม่เคลื่อนไหว  ไม่นานเท็ดดี้ก็กล่าวว่า

-ใช่ ผู้ชายคนนั้นยังไม่ตาย แต่ก็คงจะห่างจากความตายไม่นานนัก-

คำพูดของเท็ดทำให้ริวเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงอย่างไม่รู้ตัว ภายในกระเป๋ามีตลับยาครีมที่มีขนาดพอเหมาะ ชายหนุ่มกำตลับยาไว้แน่ เสียงของเท็ดดี้ดังขึ้นมา

-ถ้าคิดจะใช้ของในตลับยา ข้าว่ารอก่อนเถอะ ไม่แน่ว่าแกอาจจะต้องใช้กับคนอื่นก็ได้-

ริวทำท่าตกใจ ก่อนจะคิดขึ้นมาว่า (นายทราบด้วยหรือว่าในตลับยามีอะไรนะ)

เท็ดดี้ส่งยิ้มให้ริวแทนคำตอบ ชายหนุ่มได้แต่ถอนหายใจเพราะของที่อยู่ในตลับยาครีมคือดอกกุหลาบคริสตัล  1 ดอก ตั้งแต่กลับมาจากริเดีย  เขาก็ติดนิสัยต้องพกดอกกุหลาบติดตัวตลอดเวลา เนื่องจากประสบการณ์ที่พบเจอที่ริเดีย สอนให้รู้ว่า แม้ตอนนี้จะดูเป็นปกติ แต่อีกไม่กี่นาทีข้างหน้า ตัวเองอาจจะนอนจมกองเลือดก็เป็นได้  

“ท่านอา!!”เสียงตะโกนของเลมอนดังขึ้น ริวจึงหันไปมองกลุ่มคนที่เข้ามาในห้อง  พวกเขามีด้วยกัน 3 คนโดยแต่ละคนล้วนมีอาวุธครบมือ ชายสวมสูทสีน้ำเงินเข้ม ท่าทางสุภาพที่สุดใน 3 คน กล่าวขึ้นมาท่าทางสบายๆว่า

“ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งนะ หลานเลมอน”

เลมอนจ้องมองคนที่พูด ก่อนจะกัดฟันพร้อมกล่าวว่า “เช่นกันค่ะ  หนูนึกอยู่แล้วว่าท่านอาจะต้องยังไม่ตาย แต่ไม่คิดเลยว่า คุณเลขากับคุณพ่อบ้านจะร่วมมือกับท่านอาด้วย”

            เสียงหัวเราะเบาๆดังขึ้นมาจาก 1 ใน 3ของคนที่เข้ามา ชายคนนี้แต่งกายด้วยชุดพ่อบ้าน สวมถุงมือสีขาว เขาเดินออกมายืนข้างชายสวมสูทสีน้ำเงิน ก่อนปลดเนคไทสีดำจากชุดพ่อบ้านทิ้งลงข้างตัว

            “องค์หญิงครับ ผมไม่ใช่พ่อบ้านมาตั้งแต่ต้นแล้วครับ  การที่ต้องมาเป็นพ่อบ้านก็เพราะคำสั่งของนายท่านเท่านั้นเอง”

            พ่อบ้านมองไปยังท่านอาเหมือนจะบอกนี้ ชายคนนี้ต่างหากคือ นายท่านของผม จากนั้นเขาก็พูดต่อว่า

“อาชีพหลักของผมก็คือ มือสังหาร  ถ้าคุณหนูยอมส่งแผนที่น้ำอมฤตมาให้แต่โดยดี ผมจะช่วยส่งคุณหนูกับนายท่านไปอย่างไม่ต้องทรมาน”

พอพูดจบมือสังหารในคราบพ่อบ้านได้เล็งปืนในมือใส่เลมอน

            เธอกัดริมฝีปาก พร้อมส่งสายตาอันโกรธเกรี้ยวไปใส่พ่อบ้าน น้ำเสียงอันเกรี้ยวกราดดังขึ้นว่า

 “ที่แท้คนที่ยิงท่านพ่อก็คือ คุณเองซินะ”

            อดีตพ่อบ้านส่ายหน้าเป็นการปฏิเสธ เขายืดอกพร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงที่คนฟังอยากจะกระโดดถีบปาก

 “ไม่ใช่ครับ ถ้าผมเป็นคนลงมือ ไอ้แก่นั่นไม่รอดมาจนถึงทุกวันนี้หรอก”

“ปัง”เสียงปืนดังขึ้นมาทันทีที่มือสังหารพูดจบ กระสุนปืนพุ่งผ่านแก้มของหญิงสาวอย่างรวดเร็ว อดีตพ่อบ้านส่งยิ้มเหมือนจะบอกว่า เห็นไหมว่าเขามีฝีมือขนาดไหน เลมอนกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ เธอพยายามควบคุมอารมณ์พร้อมถามด้วยน้ำเสียงสั่นๆ

“ถ้าไม่ใช่ฝีมือของคุณ งั้นใครเป็นคนที่ลอบสังหารท่านพ่อกัน”

มือสังหารในคราบพ่อบ้านส่งสายตาไปที่เลขาเหมือนจะบอกว่าคนที่ลอบสังหารก็คือเขานั้นเอง เลขาเพียงใช้นิ้วกลางดันกรอบแว่นตาราวกับว่าเรื่องทั้งหมดไม่เกี่ยวกับเขาเลย  ถ้าสายตาฆ่าคนให้ตายได้ เลขาผู้นี้คงถูกเลมอนใช้สายตาฆ่าเป็น 100 ครั้งแล้ว   บรรยากาศเริ่มเปลี่ยนมาเป็นตึงเครียด (ความจริงมันเครียดตั้งแต่คนกลุ่มนี้เข้ามาแล้ว เพียงไอ้ริวเอาแต่สนใจเนคไทจนยังไม่รู้ตัวก็เท่านั้นเอง by เท็ดดี้)

 ริวรีบหันซ้าย-ขวาเพื่อหาอะไรเป็นที่กำบัง สิ่งที่เขาเห็นก็คือเก้าอี้ที่อยู่ไม่ไกลนัก ชายหนุ่มถอยมาอย่างช้าๆ  แต่การกระทำของชายหนุ่มก็ยังไม่พ้นสายตาท่านอาของเลมอน ปืนในมือถูกหันมาทางริว  เขารีบยกมือขึ้นเหนือหัวพร้อมพูดด้วยเสียงสั่นๆว่า

            “ผมเห็นว่าพวกคุณคงจะมีธุระคุยกันนาน  ถ้ายังไงผมขออนุญาตนั่งพักก่อนนะครับ”

            “แกร็ก”

            เสียงง้างไกปืนเป็นคำตอบอย่างดีแทนคำพูดจากปาก  เลมอนตะโกนออกมาว่า “ท่านอาอย่านะค่ะ  ผู้ชายคนนี้คือ ดร.ไกรศร ผู้เชี่ยวชาญอักษรโบราณที่หาตัวจับได้ยาก ถ้าคุณอาสังหารเขาก็อย่าหวังที่จะแปลภาษาโบราณที่อยู่บนแผนที่น้ำอมฤตเลย”

             รอยยิ้มอันเย้ยหยันปรากฏบนใบหน้าคุณอาที่เอาปืนหันมาทางริว  น้ำเสียงที่บ่งบอกความเป็นต่อดังขึ้นว่า

 “ท่าทางหลานจะดูถูกอามากไปแล้วนะ  หลานคิดจริงๆหรือว่าอาไม่ทราบเรื่องของดร.ไกรศรนะ”

            สีหน้าของเลมอนเจื่อนลง เสียงของคุณอายังดังต่อไปว่า “อาจะบอกเลยว่า คนที่วางแผนให้หลานไปติดต่อกับดร.ไกรศรก็คือ อา”

ท่านอาของเลมอนยิ้มเยาะหลานสาว ก่อนจะพูดต่อว่า “ดร.ไกรศรไม่เคยมีตัวตนในโลกใบนี้ ทุกอย่างเป็นเรื่องที่อาแต่งขึ้นมา เพื่อล่อให้หลานเอาแผ่นที่น้ำอมฤตออกมาจากประเทศนั้นเอง”

เลมอนกัดฟันด้วยความโกรธ เสียงหัวเราะอย่างชอบใจดังขึ้นมาจากผู้ที่วางแผนการนี้ ไม่นานเขาก็เล่าต่อว่า

“ที่เหลือก็เป็นอย่างที่หลานรู้มานั้นละ”

ท่านอาของเลมอนหันมามองริวด้วยสายตาอันเย็นชา  “สิ่งเดียวที่ทำให้แผนการนี้ต้องผิดพลาดก็คือไอ้เด็กคนนี้ ถ้ามันไม่ปลอมเป็นดร.ไกรศร หลานคงจะถูกสังหารตั้งแต่เดินออกจากโรงแรมแล้ว และพอเป็นแบบนั้นพวกอาก็จะอาศัยความสับสนยึดเรือลำนี้ แต่แผนการทุกอย่างต้องผิดพลาดไปเพราะมันคงเดียว หลานคิดว่าอาจะปล่อยเจ้าเด็กบ้านี้ไปหรือ?”      

            เลมอนอึ้งจนพูดอะไรไม่ออก เธอหันมามองริวราวกับว่าชายหนุ่มคนนี้ช่างเป็นคนลึกลับผิดกับหน้าตาที่แสนจะธรรมดา  เสียงหัวเราะอย่างผู้มีชัยดังขึ้นมา

“ฮ่าๆๆ  แต่ถ้าหลานอยากจะช่วยพ่อหนุ่มคนนี้จริง อาก็จะยอมให้โอกาสกับหลาน ขอเพียงส่งแผนที่น้ำอมฤตออกมาแต่โดยดี เด็กคนนี้ก็จะรอดตาย  แต่ถ้าทำแบบนั้นพี่ชายก็จะหมดทางรอดไปด้วยนะ”

            เลมอนกำหมัดแน่นจนเลือดไหลลงพื้น เธอพยายามใช้ความคิดอย่างหนัก ในขณะที่ริวยังคงยกมือขึ้นเหนือหัว เขามองเหล่าร้ายทั้ง 3 คน สลับกับ แม่ตุ๊กตากระเบื้องด้วยอารมณ์ที่บอกไม่ถูก  เสียงของเท็ดดี้ดังขึ้นว่า

-ไอ้ริว ต่อจากนี้แกจำไว้เลยนะ ถ้าเกิดเหตุการณ์บังเอิญอย่างครั้งนี้ แกต้องก้มหน้าก้มตาวิ่งหนีไปให้สุดชีวิตเลยนะ เฮ้อ  มานัดเที่ยวกับสาว แต่ลงเอยด้วยปืนจ่อหน้าผาก ถ้าเอาเรื่องนี้ไปบอกกับคนอื่น มันจะมีใครเชื่อไหมเนี่ย-

            ริวได้แต่ฝืนยิ้ม ก่อนจะรีบเปลี่ยนเรื่องทันที (ไอ้เท็ดดี้ เวทป้องกันของแกสามารถกันกระสุนปืนได้ไหมฟะ )

            -สบายมาก ต่อให้เป็นปืนกล หรือ อาร์พีจี  RPG(เครื่องยิงจรวด) ข้าก็ป้องกันได้อย่างสบายๆ- น้ำเสียงมั่นใจของเท็ดดี้ดังขึ้นมาในหัว

            (ระยะการป้องกันละ ไกลแค่ไหน เอาให้ละเอียดที่สุดนะ)ริวตอบออกมา เท็ดดี้ได้แต่จ้องมองริวด้วยสายตาที่บอกไม่ถูก

            -ที่ถามแบบนี้เพราะแกต้องการช่วยยัยหนูตุ๊กตากระเบื้อง กับไอ้ผู้ชายที่กำลังจะตายใช่ไหมละ-

            (มันก็ประมาณนั้นละ)ริวตอบออกมาด้วยสีหน้าราบเรียบ เท็ดดี้ยิ้มบางๆ ก่อนจะกวาดตามองรอบห้อง จากนั้นจึงตอบด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า

            -ถ้าต้องการช่วยยัยหนูเลมอนยังพอจะเป็นไปได้ แต่ถ้าจะช่วยไอ้ผู้ชายที่ใกล้ตาย ไม่น่าจะทำได้ เพราะขืนกางขอบเขตเวทป้องกันไปทางนั้น ไอ้ตัวโกงทั้ง 3 ตัวก็จะเข้ามาอยู่ในรัศมีป้องกันด้วยนะสิ-

            ริวได้แต่ครุ่นคิดด้วยสีหน้าราบเรียบ  การจะช่วยเลมอนและชายที่ใกล้ตายจากคนทั้ง 3 คนนั้นไม่ใช่เรื่องยาก แต่ที่ยากคือจะทำอย่างไงไม่ให้ชีวิตคนธรรมดาของเขาต้องสูญเสียไปต่างหาก ขืน ให้เท็ดดี้โชว์เทพมากไป มีหวังชีวิตอันสงบสุขของผมจะต้องจบลงแน่ๆ

            -เฮ้อ ข้าตามความคิดของแกไม่เคยทันเลย ช่างเถอะ ระหว่างที่แกกำลังใช้ความคิด ข้าก็ขอใช้ช่วงเวลานี้ ชมละครชีวิตเรื่องนี้ไปพลางๆก่อนก็แล้วกัน-

            ริวทำหน้ามุ่ย ราวจะถามว่าทำไมแกไม่มาช่วยกันคิดบ้างฟะ เสียงหัวเราะเบาๆของเท็ดดี้ดังขึ้นในหัว ก่อนจะตามมาด้วยคำพูดที่แสนน่าตบว่า

            -นี้คือการฝึกของวันนี้ยังไง พยายามเข้าละ -

            ริวส่ายศีรษะอย่างช้าๆ เพราะดูเหมือนไอ้เท็ดดี้จะคิดว่าเหตุการณ์ตรงหน้าเป็นละครซีรี่ย์ไปเสียแล้ว แถมมันยังหน้าด้านโยนทุกอย่างมาให้กับผมโดยอ้างว่าเป็นการฝึกอีก ขณะนั้นเสียงอันอ่อนแรงของเลมอนก็ดังขึ้นว่า

            “คุณอาเป็นฝ่ายชนะแล้วค่ะ  หนูยอมใช้แผนที่น้ำอมฤตเพื่อแลกกับชีวิตของชายคนนี้”

            “ฮ่าๆๆๆ ใครจะไปคิดว่าหลานสาวของอาจะยอมแลกชีวิตของพี่ชายกับชายหนุ่มเพียงคนเดียวอย่างนี้ ถ้าท่านพี่รู้เข้า อาว่าเขาคงจะเสียใจแน่ๆ”เสียงหัวเราะอันเย้ยหยันดังขึ้นมาจากปากของคุณอา

เลมอนได้แต่กำหมัดแน่น  ร่างกายสั่นไปด้วยความโกรธ “ท่านพ่อจะต้องไม่ว่าหนูอย่างแน่นอน เพราะท่านพ่อมักสอนว่าชีวิตของมนุษย์สำคัญกว่าสิ่งใดในโลกนี้”

“ฮ่าๆๆๆ สมกับเป็นความคิดท่านพี่จริงๆ”เสียงของท่านอาของเลมอนดังขึ้น ก่อนจะพูดด้วยเสียงเย็นชาว่า

 “แต่ความคิดอ่อนหัดแบบนั้นปกครองผู้คนไม่ได้หรอก  ส่งแผนที่น้ำอมฤตมาเดี๋ยวนี้ ไม่เช่นนั้นไอ้เด็กนี้ตายแน่”

เลมอนกัดริมฝีปากจนเลือดออก สักพักเธอก็เดินไปกำแพง บริเวณนั้นมีรีโมทแอร์ติดเอาไว้  แม่สาวตุ๊กตากระเบื้องใช้นิ้วจิ้มไปรีโมท 4-5 ครั้ง กำแพงตรงส่วนนั้นได้แยกออก ภายในมีตู้เซฟขนาดใหญ่ เธอกดรหัสเพื่อเปิดตู้เซฟ สิ่งที่อยู่ภายในเป็นกระบอกใส่เอกสารสีดำ เลมอนหยิบกระบอกเอกสารออกมา

            “หนูจะมอบแผนที่ให้ก็ต่อเมื่อคุณอาปล่อยเขาไปก่อน ถ้าคุณอาไม่ยอมรับเงื่อนไขนี้ หนูก็จะทำลายแผนที่ทิ้งทันที”

            น้ำเสียงอันเด็ดเดี่ยวของเธอดังขึ้น คุณอาได้แต่หันไปปรึกษากับพ่อบ้าน แต่ยังไม่ทันที่พวกเขาจะได้คำตอบ เลมอนก็พูดขึ้นว่า

            “การที่จะเปิดกระบอกเอกสารอันนี้ได้จำเป็นต้องให้รหัสพิเศษ ที่มีเพียงหนูเท่านั้นที่ทราบ ถ้าคุณอาฝืนเปิดโดยไม่ทราบรหัส แผนที่ก็จะถูกทำลายในทันที”

            สีหน้าของตัวโกงทั้ง 3 ต่างตกใจขึ้นมา แต่สีหน้าของพวกเขายิ่งซีดลงไปอีกเมื่อได้ยินเสียงของเลมอนพูดต่อว่า

“และถ้าคุณอาไม่ยอมรับเงื่อนไข หนูจะทำลายแผนที่ทิ้งเดี๋ยวนี้เลย”

            (ช่างเป็นผู้หญิงที่ใจเด็ดจริงๆ แกว่าอย่างนั้นไหม )ริวที่เห็นเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจบถึงตอนนี้ ชายหนุ่มมองเลมอนอย่างชื่นชม แต่เท็ดดี้ดูจะไม่สนใจคำพูดของริวแม้แต่น้อย มันจ้องมองกระบอกเอกสารในมือแม่ตุ๊กตากระเบื้องอย่างไม่วางตา เสียงอันตึงเครียดของมันดังขึ้นว่า

            -ไอ้ริว ท่าทางข้าคงต้องลงมือเองแล้วละ ไม่ว่ายังไงก็ต้องเอาของในกระบอกเอกสารมาให้จงได้-

            (อะไรของแกฟะ เดี๋ยวก็ให้คิดหาวิธีเอง เดี๋ยวก็บอกจะลงมือเอง แกช่วยอธิบายหน่อยได้ไหมว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่  ทำไมพวกเราถึงต้องไปร่วมชิงไอ้กระบอกเอกสารอันนั้นด้วยล่ะ)

            -ของในกระบอกนั้นมีกระแสพลังเวทที่รุนแรงนะสิ มีความเป็นไปได้สูงว่าของในกระบอกเอกสารน่าจะเกี่ยวข้องกับริเดีย  ถ้าตกอยู่ในมือคนชั่วมีหวังเรื่องใหญ่แน่ๆ –

            (เอ๊ย!! ทำไมถึงมีของแบบนั้นอยู่ในโลกมนุษย์ได้ฟะ ไม่สิ ก่อนหน้านั้น  แกทราบได้ยังในว่าของในกระบอกมีกระแสพลังเวทที่รุนแรงนะ )ริวรีบถามขึ้นมาทันที

            -ถ้าแกอยากรู้ก็จ้องมองมันเองสิฟะ ถ้าเป็นเนตรมังกรต้องเห็นกระแสพลังเวทที่ตกค้างอย่างแน่นอน-

            ริวเปลี่ยนมาจ้องมองกระบอกในมือเลมอน สักพักเขาก็เห็นออร่าสีเหลืองอ่อนจางๆรอบกระบอกเอกสาร แสงสีเหลืองอ่อนนี้ถ้าไม่จับจ้องให้ดีจะไม่มีทางเห็นได้เลย ชายหนุ่มได้แต่ยิ้มแหยๆ

            (ไอ้ออร่าสีเหลืองจางๆที่อยู่รอบกระบอกเอกสาร มันคือกระแสพลังเวทที่ตกค้างใช่ไหม)        เท็ดดี้พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงความตึงเครียดว่า

            -ถูกแล้วละ  กระแสพลังเวทที่ตกค้างอยู่นี้ สามารถจำแนกออกได้หลายแบบ และไอ้ที่เห็นก็เป็นแบบที่รุนแรงที่สุดด้วย-

            (ไอ้เท็ดดี้ แกช่วยสรุปเป็นภาษามนุษย์หน่อยจะได้ไหม ผมฟังไม่เข้าใจเลยโว้ย)ริวโวยวายออกมาทันที

            -เฮ้อ งั้นเอาง่ายๆนะ ไอ้ของในกระบอกเอกสารนั้น น่าจะเป็นของเทพประจำรัฐ ไม่ก็อาจจะเป็นของเทพแห่งสงครามก็เป็นได้-

            (เอ๊ย ทำไมของแบบนั้นถึงมาอยู่ในโลกมนุษย์ได้ล่ะ)ริวถามออกมาด้วยความตกใจ

            - ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน  -

            ริวได้แต่ทำสีหน้ากลืนไม่เข้าคลายก็ไม่ออก เท็ดดี้จึงถามริวต่อว่า

-สมมุติว่าของในกระบอกเอกสารเป็นของเทพแห่งสงคราม แกคิดว่าผลมันจะลงเอยแบบไหนละ-

สีหน้าบอกหนักใจแสดงขึ้นมาบนใบหน้าของชายหนุ่ม เขาแทบไม่ต้องคิดเลยว่าของในกระบอกจะนำความเสียหายมายังโลกมนุษย์เพียงใด ถ้าตกอยู่ในมือคนชั่ว ริวถอนหายใจ ก่อนจะคิดว่า

( เข้าใจแล้วละ แกต้องการจะให้ทำอะไรก็บอกมาละกัน อ้อ ขออย่างเดียวอย่าให้ผมเข้าไปสู้กับพวกนั้นด้วยมือเปล่านะ รับรองว่าผมต้องแพ้ 1000 % )

            เท็ดดี้มองริวด้วยสายตาที่สื่อว่า ไม่ต้องบอกข้าก็รู้ว่าแกเป็นอย่างไง  จังหวะนั้นเองที่ท่านอาของเลมอน ได้กล่าวออกมาว่า

“ไอ้หนูนี่โชคดีจริงๆเลยนะ แกไปได้แล้ว”

 ยังไม่ทันที่จะสิ้นเสียงของตัวโกงที่ใส่สูท  เลมอนก็รีบกล่าวออกไปว่า “ขอโทษนะคะ ที่ดึงคุณให้มาเจอเรื่องร้ายๆแบบนี้ ถ้าพวกเรามีโอกาสเจอกันในครั้งหน้า ขอให้ฉันได้เลี้ยงอาหารเป็นการไถ่โทษด้วยเถอะ”

            แม่ตุ๊กตากระเบื้องพูดจบก็โค้งตัวเป็นการขอโทษ ริวมองเธอด้วยสีหน้าที่บอกไม่ถูก เสียงตะโกนไล่ของคุณอาของเลมอน ดังขึ้นอีกครั้งว่า

            “ไอ้หนูยังไม่ไปอีก เดี๋ยวข้าก็จัดการเป่าสมองของแกซะเลย”

             (ไอ้เท็ดดี้ ไม่มีเวลาแล้วนะ แกจะทำอะไรก็รีบทำเข้าสิโว้ย)ริวร้องเร่งขึ้นมา

            - ได้เลย เพียงแต่วิธีที่ข้าใช้อาจจะมีผลเสียเล็กน้อยกับแกนะ  -

            ริวขมวดคิ้ว แต่ยังไม่ทันที่จะได้คิดอะไร เสียงไล่ของท่านอาเลมอนก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง ชายหนุ่มจึงได้แต่ตอบออกไปว่า

            (แกจัดการได้เลย เรื่องผลเสียเอาไว้ว่ากันทีหลังเถอะ)

            -หึๆๆ รับทราบ-

            เสียงหัวเราะของเท็ดดี้ทำเอาริวเสียวสันหลังวาบไปเลย สักพักดวงตาของสิงโตได้ส่องแสงออกมา ร่างกายของริวเดินตรงไปที่เลมอนอย่างไม่ลังเล การกระทำของชายหนุ่มส่งผลทำให้ทุกคนในห้องต่างมองเขาเป็นตาเดียว เขารอยยิ้มอย่างสุภาพบุรุษให้กับเลมอน

            “ขอบคุณที่เป็นห่วงนะครับ แต่ดูเหมือนเพื่อนของผมก็ต้องการของในกระบอกเอกสารเช่นกัน  ถ้าคุณผู้หญิงไม่ว่าอะไรช่วยส่งมันให้ผมจะได้ไหม”

            ท่าทางและคำพูดที่เปลี่ยนไปราวฟ้ากับเหวของริวทำเอาเลมอนถึงกับหน้าแดงโดยไม่รู้ตัว เสียงของเท็ดดี้ดังขึ้นว่า

            - ข้าขอควบคุมร่างกายของเจ้าสักพักก็แล้วกัน รับรองงานนี้เจ้าได้เป็นผู้กล้าช่วยสาวงามแน่ๆ-

            (ถ้ายังไงก็เบามือหน่อยก็แล้วกัน ผมกลัวว่าร่างกายจะทนรับพลังของแกไม่ไหว)เสียงของริวดังขึ้น เพราะเท็ดดี้กำลังทำการควบคุมร่างกายของเขาเหมือนที่ไทอัสเคยทำนั่นเอง

            “อย่านะ!”เลมอนร้องดังขึ้นเพราะท่านอาได้เล็งปืนเข้าใส่ริว

            เสียงของแม่ตุ๊กตากระเบื้องไม่ได้ทำให้คนที่ถือปืนเกรงกลัวแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามหลังจากเสียงของเธอดังขึ้น เสียงปืนก็ดังตามมาติดๆ

            “ปัง”

            กระสุนพุ่งตรงมาที่ริว แต่แทนที่กระสุนจะถูกตัวชายหนุ่ม มันกลับหยุดอยู่กลางอากาศก่อนจะตกลงพื้น

            เฮื้อก

            เสียงกลืนน้ำลายของคนร้ายทั้ง 3 และแม่สาวตุ๊กตาดังขึ้นพร้อมกัน ริวยังคงส่งยิ้มให้กับเลมอน ก่อนจะเอนตัวไปกระซิบข้างหูเธอว่า

            “ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมรับรองว่าทุกอย่างจะจบลงในไม่ช้า และคุณผู้หญิงจะปลอดภัยอย่างแน่นอน”

            คำพูดของเท็ดดี้ทำเอาเลมอนหน้าแดงเป็นลูกตำลึง แถมก่อนที่จะหันกลับไป มันใช้มือยกปลายผมของเลมอนขึ้นดมราวกับว่ามันเป็นพระเอกในหนังซีรี่ย์  เท็ดดี้หันกลับไปมองตัวโกงทั้ง 3 คน แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้พูดอะไรออกมา เสียงปืนอีกไม่ต่ำกว่า 20 นัดก็ได้ดังขึ้น

            “ปังๆๆๆๆ”

            แชะๆ

            ปืนทั้ง 3 กระบอกถูกยิงจนหมดลูก เจ้าของกระสุนทั้ง 3 คนถึงกับทรุดลงไปคุกเข่ากับพื้นด้วยสีหน้าหวาดกลัวเพราะกระสุนที่ยิงทั้งหมดได้หยุดอยู่กลางอากาศ เหมือนกระสุนนัดแรกไม่มีผิด เท็ดดี้ไล่กวาดตาจากพ่อบ้าน มาที่เลขา ก่อนจะมาหยุดที่ท่านอาของเลมอน น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยอำนาจดังขึ้นว่า

            “อย่าเสียเวลาเลย  ลูกปืนทำอะไรผมไม่ได้หรอก ถ้าพวกคุณคิดจะทำร้ายผมจริงอย่างน้อยๆก็ต้องเอาขีปนาวุธ ไม่ก็ระเบิดนิวเคลียร์ มาใช้ถึงจะสร้างบาดแผลให้กับผมได้”

            (ว้าว ผมไม่เคยรู้เลยนะว่าแกจะป้องกันขีปนาวุธ หรือ ระเบิดนิวเคลียร์ได้ด้วย )เสียงชื่นชมของริวดังขึ้นมา

            -ไอ้เด็กบ้า นี้เขาเรียกว่าคุยข่มโว้ย ใครมันจะไปป้องกันของแบบนั้นได้ฟะ  ถ้ามันยิงมาจริงๆ ข้าคงต้องหลบเหมือนกัน ขืนรับตรงๆมีหวังบาดเจ็บหนักแน่ๆ –

            ชายหนุ่มฝืนยิ้ม พร้อมตอบกลับไปว่า (แล้วจะเอาอย่างไงต่อละ ขืนปล่อยไว้แบบนี้ เดี๋ยวพวกมันก็เรียกพรรคพวกมาช่วยหรอก)

            -ไม่ต้องห่วง ข้าเตรียมแผนรับมือเอาไว้แล้ว-

            เท็ดดี้ตอบกลับไป ในขณะเดียวกันมันก็แบมือออกไปข้างหน้า ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ

            “นี้เป็นคำเตือนครั้งสุดท้าย ถ้าไม่อยากตายจงกลับไปซะ”

            สีหน้าของเลขา พ่อบ้านและท่านอาของเลมอนต่างซีดเฝือกลง พวกเขาสัมผัสถึงความน่ากลัวจากคำพูดนั้นได้เป็นอย่างดี แต่ความโลภกลับมีมากกว่า พวกเขารีบใส่กระสุนลงในรังเพลิงราวกับจะบอกว่าพวกเขาไม่มีทางถอยแน่ ๆ

            แรงกดดันของพลังเวทก็แผ่กระจายไปทั่วห้อง ปืนที่พวกเขาถือถูกทำลายลงในพริบตา สีหน้าของชายทั้ง 3 แสดงถึงความหมดหวังที่จะมีชีวิตต่อ  แรงกดดันก็หายไปพร้อมกับเสียงของชายหนุ่มที่ดังขึ้นว่า

            “เอาละโอกาสสุดท้ายจะยอมถอยเสียแต่โดยดี หรือจะให้ผมจัดการขั้นเด็ดขาดละครับ”

            พ่อบ้าน เลขา และท่านอาของเลมอนต่างพร้อมใจกันวิ่งออกจากห้องไปแต่โดยดี สักพักเสียงของเท็ดดี้ก็ดังขึ้นในหัวของริวว่า

            -ร่างกายของแกใกล้ถึงขีดจำกัดละ ข้าขอคืนให้แกเลยก็ละกัน อ้อ อย่าลืมขอกระบอกเอกสารมาด้วยละ -

            (เอ๊ย แกเล่นไปปักธงเธอแบบนี้ แล้วจะให้ผมทำยังไงต่อละ กลับมาสานต่อใช้จบสิโว้ย  ไอ้แหวนเจ้าปัญหา)เสียงของริวคิดขึ้นมา แต่มันก็ช้าไปแล้วเพราะเท็ดดี้ได้คลายการควบคุมร่างกายไปแล้ว ชายหนุ่มได้แต่ยิ้มแหยๆ(เนื่องจากอาการเหนื่อยและปวดร่างกายที่ตามมา) เขาหันไปมองเลมอน พร้อมปั้นรอยยิ้มให้ใกล้เคียงกับเท็ดดี้ทำให้มากที่สุด

 “มอบของสิ่งนั้นให้ผมได้ไหมครับ”

            เลมอนที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด เธอกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ เสียงแหบแห้งถามขึ้นมาว่า “คุณเป็นใครกันแน่  ทำไมถึงต้องการของสิ่งนี้ด้วยละ”

            ริวทำท่าครุ่นคิดอยู่นาน (ความจริงผมไม่รู้ว่าจะเริ่มตอบจากตรงไหนดีต่างหาก ขืน ตอบว่าของในมือเธอมาจากโลกคู่ขนานที่มีชื่อว่า ริเดีย มีหวังถูกหาว่าบ้าแน่ๆ ขนาดผมยังยอมรับการมีอยู่ของริเดียแทบไม่ได้เลย )

หลังจากผ่านมาประมาณ 10 นาที เลมอนก็ทนรอคำตอบต่อไปไม่ไหว เธอจึงร้องขึ้นมาอีกครั้งว่า

            “ถ้าคุณไม่อยากตอบก็ไม่เป็นไร แต่คุณควรด้วยว่าตัวเองกำลังก่อให้เกิดปัญหาระดับประเทศเชียวนะ”

            ชายหนุ่มทำท่างงๆ ขณะกำลังจะถามอะไรออกไป เสียงระเบิดก็ดังกึกก้องขึ้นมา

            “บึ้ม!!!!!!!!

            แรงระเบิดทำเอาตัวเรือสั่นไปทั้งลำเรือ ริวเซไปจับโต๊ะ ในขณะที่เลมอนล้มลงไปกระแทกขอบโต๊ะจนหมดสติไป กระบอกเอกสารสีดำที่อยู่ในมือกลิ้งมาที่ชายหนุ่มราวกับมีชีวิต  เสียงระเบิดตามขึ้นมาอีก 2 -3 ครั้ง เท็ดดี้ส่งเสียงขึ้นมาว่า

            “ไอ้ริว ดูเหมือนไอ้พวกนั้นคิดจะจมเรือลำนี้ไปพร้อมกับแกแน่ๆ ถ้ายังไงรีบหนีกันก่อนเถอะ”

            “อืม เข้าใจแล้วละ” ริวก้มเก็บกระบอกเอกสารที่เท้า ก่อนจะเข้าไปอุ้มเลมอนที่นอนสลบอยู่ จากนั้นเขารีบวิ่งไปดูอาการของชายที่ถูกยิง เมื่อเท็ดดี้เห็นริวเข้าใกล้ชายคนนั้น มันรีบใช้เวทพาตัวริว เลมอนและชายที่ถูกยิงให้ออกจากห้อง เสียงระเบิดยังคงดังอย่างต่อเนื่อง ในที่สุดเรือสำราญก็ค่อยๆจมลงไปที่ก้นแม่น้ำอย่างช้าๆ

 ศาลาของวัดที่ติดริมแม่น้ำ

            เสียงระเบิดจากเรือสำราญทำให้ผู้คนต่างแห่ไปชมเหตุการณ์ ในขณะเดียวกันเท็ดดี้ได้พาริว เลมอนและชายที่ถูกยิงหลบสายตาผู้คนมายังศาลาวัดแห่งนี้  ไม่รู้ว่าเป็นโชคดี หรือโชคร้ายของริวกันแน่ เพราะวัดแห่งนี้กลับไม่มีคน หรือ พระอยู่เลย สงสัยทุกคนคงแห่ไปชมเรือสำราญระเบิดเป็นแน่  

ชายหนุ่มพาเธอ และชายที่ถูกยิงไปศาลาใหญ่ ริวรีบดึงตลับยาครีมออกมา เขาจัดการบีบดอกกุหลาบเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บให้กับชายคนนั้น ไม่นานบาดแผลต่างๆก็กลับเป็นปกติ  เมื่อชายที่ถูกยิงหายเป็นปกติ  ริวก็หันไปสนใจเลมอนที่นอนสลบอยู่ข้างๆ ก่อนจะถามออกไปว่า

            “เท็ดดี้ แกพอมีเวทที่ใช้รักษาบ้างไง”

            -แล้วแกเคยเห็นข้าใช้เวทรักษาช่วยแกบ้างไหมละ- เท็ดดี้ตอบกับมาด้วยสีหน้าเซ็งๆเนื่องจากเวทรักษาเป็นเวทสายเดียวที่มันใช้ไม่เป็น

            “ แค่บอกว่าไม่มีก็พอแล้วโว้ย”ริวโวยวายออกมา ก่อนจะพูดต่อว่า “ แล้วอย่างนี้จะทำยังไงดีละ ถ้าเธอเป็นอะไรขึ้นมา ผมจะติดคุกไหมเนี่ย”

            -เฮ้อ เวลาแบบนี้ยังคิดในแง่ลบอีกนะ ทำไมถึงไม่คิดในแง่บวกบ้างละ อย่างเช่น พอเธอพื้นขึ้นมาอาจจะขอบคุณแกที่ช่วยชีวิตเธอเอาไว้ก็ได้-

            “เหรอ? แล้วทำไมแกถึงไม่คิดว่า เธออาจจะแจ้งความจับผมในข้อหาลักขโมย ไม่ก็จี้ปล้นบ้างละ ดีไม่ดีอาจจะโดนข้อหาผู้ก่อการร้ายด้วยก็ได้ใครจะไปรู้”

            เท็ดดี้นำหน้าเซ็งสุดชีวิตกับความคิดที่ติดลบของชายหนุ่ม มันจับจ้องเลมอนพร้อมกล่าวออกมาว่า

- เจ้าวางใจเถอะ ยัยหนูคนนี้แค่สลบไปเท่านั้น อีกเดี๋ยวก็คงฟื้นเองนะ ตอนนี้แกหันไปสนใจกระบอกเอกสารในมือเถอะ  ไม่แน่ว่าของในกระบอกเอกสารอาจจะมีพลังอำนาจทำลายล้างโลกก็ได้นะ-

            คำพูดของเท็ดดี้ทำเอาริวเบาใจลงได้บ้าง เขาเปลี่ยนไปสนใจกระบอกเอกสารที่อยู่ในมือแทน กระบอกที่อยู่ในมือเป็นแค่กระบอกใส่เอกสารธรรมดา ไม่ได้มีความพิเศษอย่างที่เลมอนเคยบอกไว้แม้แต่น้อย

ชายหนุ่มสำรวจกระบอกเอกสารจนแน่ใจว่าไม่มีอะไรผิดปกติ เขาจึงตัดสินใจเปิดออกดู ภายในกระบอกมีกระดาษอยู่ 1แผ่น  ตัวกระดาษออกสีน้ำตาลซึ่งบ่งบอกถึงความเก่าแก่ของมัน  ตัวกระดาษเขียนด้วยหมึกสีดำเพียงอย่างเดียว ภาพที่เขียนมีทั้งภูเขา ลำธาร และป่าไม้ ถ้าภาพนี้คืองานศิลปะ มันก็คงเป็นงานศิลปะชั้นสูง แต่จากคำพูดของเลมอนและเหล่าคนร้าย  กระดาษแผ่นนี้น่าจะเป็นแผนที่ของน้ำอมฤต  เนื่องจากมันเขียนเป็นภาพทิวทัศน์จึงไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นที่ไหน  ด้านขวาบนเขียนเอาไว้ด้วยอักษรที่อ่านไม่ออก ด้านซ้ายล่างมีสัญลักษณ์ 20 ตัวที่ดูไม่รู้เรื่องเลย  เสียงของเท็ดดี้แทรกขึ้นมา

            -อักษรด้านขวาน่าจะเป็นอักษรโบราณของชนเผ่าเอลฟ์ ส่วนด้านล่างซ้ายน่าจะเป็นการเปรียบเทียบตัวอักษรบางอย่างให้เป็นอักษรอีกแบบหนึ่งนะ เพียงมันคือตัวอักษรของเผ่าใด ข้าก็ไม่รู้–

            ริวทำสีหน้าครุ่นคิด เสียงของเท็ดดี้ยังคงดังต่อไปว่า

 –ตัวกระดาษเคลือบด้วยเวทมนตร์ที่รุนแรง ส่วนตัวอักษร และภาพเขียน ถูกเขียนขึ้นมาภายหลัง คาดว่าน่าจะเป็นคนที่เขียน กับคนที่สร้างน่าจะเป็นคนละคน ถ้าข้าเดาไม่ผิดตัวกระดาษอาจจะถูกสร้างตั้งแต่ยุคขอเทพผู้สร้างโลก ส่วนอักษรและภาพวาดน่าจะถูกเขียนขึ้นโดยเทพแห่งสงคราม ไม่ก็ 1 ใน 7 เทพประจำรัฐอย่างแน่นอน-

ริวขมวดคิ้ว พร้อมกล่าวว่า “ไอ้เท็ดดี้ แกรู้ได้ยังไงว่าใครเป็นคนเขียนอักษรและภาพวาดพวกนี้ บางทีพวกสัตว์เทพอาจจะเป็นคนทำก็ได้”

-ไม่มีทาง!! ถ้าเป็นกระแสพลังเวทที่ตกค้างเป็นของสัตว์เทพ ข้าก็ต้องรู้แน่ว่ามันเป็นใคร แต่กระแสพลังที่สัมผัสได้เป็นแบบเดียวกับยัยหนูไลล่าและเจ้าลีโอ ดังนั้นข้าคิดว่าคนที่เขียนภาพนี้จะต้องเป็น 1 ใน 7 เทพประจำรัฐ หรือเทพแห่งสงครามแน่ๆ-  

มือขวาถูกยกขึ้นมาจับที่คางด้วยท่าทางครุ่นคิด สักพักเสียงของริวก็ดังขึ้นอีกครั้งว่า “แล้วตกลงไอ้เอกสารแผ่นนี้มันคืออะไรกันละ และมีผลร้ายอะไรกับโลกมนุษย์หรือ?”

เท็ดดี้ยิ้มแหยๆ ก่อนจะกล่าวออกไปว่า  -ข้าไม่รู้ -

            “ไอ้แหวนบ้า!!! นี่พวกเราต้องไปเสี่ยงตายเพราะเอกสารที่ไม่รู้ว่าเป็นอะไรนี้นะ ”

            เสียงถอนหายใจดังขึ้นมาจากปากสิงโต ก่อนที่จะพูดออกมาว่า

-แกฟังให้จบก่อนแล้วค่อยโวยวายจะได้ไหม จริงอยู่ ข้าไม่ทราบว่าเอกสารแผ่นนี้เป็นอะไร แต่ถ้าเกิดมันเป็นของที่เทพแห่งสงครามทำขึ้นมา แกแน่ใจได้ยังไงว่ามันจะไม่ส่งผลร้ายกับโลกมนุษย์-

ริวได้แต่จ้องมองสัญลักษณ์บนแผนที่อย่างละเอียด ไม่นานก็กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงตกใจว่า

             “อักษรที่ด้านล่างเหมือนกับตัวอักษรในกระดาษที่ผมเอามาจาก ที่อยู่ของเทพแห่งสงครามเลยนะ”

            -ไอ้กระดาษที่แกขอให้ยัยหนูรีก้าช่วยตรวจสอบนะหรือ?-

            “ใช่  แต่ดูเหมือนคุณแม่ก็ยังหาทางแปลมันไม่ได้เหมือนกัน ไม่แน่ว่าเอกสารแผ่นนี้อาจจะช่วยในการแปลก็ได้นะ ”

            เท็ดดี้พยักหน้าเห็นด้วย  ขณะนั้นเองที่เสียง “แกร็ก” ก็ดังขึ้น ของแข็งบางอย่างถูกจ่อเข้าที่หัวของริว ก่อนจะตามมาด้วยเสียงของผู้หญิง

            “เอาแผนที่น้ำอมฤตใส่ไว้ในกระบอกเอกสารตามเดิมเดี๋ยวนี้ ไม่เช่นนั้นหัวของนายกระจุยแน่ๆ”

            ริวค่อยๆเอาแผนที่ใส่กระบอกเอกสารตามที่เสียงนั้นบอก แต่ยังไม่ทันที่เขาจะปิดกระบอกเอกสารดี ของแข็งที่จ่อหัวเขากลับถูกตัดออกเป็น 3 ส่วน หญิงสาวที่เป็นเจ้าของถึงกับหน้าซีดขาว  เธอปล่อยของในมือให้ตกลงพื้น ก่อนจะถอยห่างออกมาไป 2- 3 ก้าว ชายหนุ่มหันกลับไปส่งยิ้มให้กับแม่สาวตุ๊กตากระเบื้อง

            “ในเมื่อคุณเลมอนฟื้นแล้ว ผมก็คงต้องขอตัวเสียที”

            ชายหนุ่มหยิบกระบอกเอกสารขึ้นมาสะพาย เลมอนได้แต่ปล่อยให้ชายหนุ่มทำโดยไม่ได้ห้ามปรามอะไร สักพักเธอก็ถามขึ้นมาว่า

            “นายปลอมตัวเป็นดร.ไกรศรเพื่อซ้อนแผนท่านอา  ทั้งยังรู้เรื่องรหัสลับที่ใช้ในการติดต่อระหว่างพวกเรา แถมยังจัดการพวกท่านอาอย่างง่ายดาย  และยังวางระเบิดเรือสำราญเพื่อทำลายหลักฐานทุกอย่าง  ตกลงว่านายเป็นใครกันแน่”

            ริวยังคงส่งยิ้มให้กับเลมอน แต่ในใจกับโวยวายขึ้นมาว่า (อย่ามาใส่ความกันซิโว้ย!!  ไอ้เรื่องที่พูดมา ผมไม่ได้ทำสักข้อ แล้วแบบนี้จะให้อธิบายว่ายังไงดีฟะ)

-อธิบายไปตามที่อยากจะพูดนั้นล่ะ ส่วนยัยหนูจะเชื่อหรือไม่ แกไม่เห็นจะต้องไปสนใจเลยนี้-

ริวยิ้มพร้อมกล่าวขึ้นมา “ผมเป็นใครนั้นไม่สำคัญ แต่เรื่องราวทั้งหมดเป็นแค่เหตุบังเอิญเท่านั้นครับ”

“บังเอิญ? นายไม่คิดว่าฉันจะยอมเชื่อในเหตุผลแบบนี้หรือ?”เสียงของเลมอนเถียงขึ้นมา

ริวทำหน้าแหยๆ เพราะเขาก็ไม่รู้จะหาเริ่มต้นเล่าเรื่องจากตรงไหนดี  ขณะนั้นเองชายที่ยิงก็ค่อยๆลุกขึ้นนั่ง เลมอนหันไปมองเขาด้วยความตกใจ เสียงที่แฝงไปด้วยความสงสัยของเท็ดดี้ดังขึ้นว่า

            -ดูเหมือนแกจะไม่อยากเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ยัยตุ๊กตากระเบื้องฟังเลยนะ-

            (ใครจะไปเล่าได้ฟะ เรื่องที่ขนาดตัวเองยังไม่อยากจะเชื่อว่าเป็นความจริง แกคิดว่าคนอื่นจะยอมเชื่อหรือ?)ริวรีบสวนกลับไปทันที  สักพักเขาก็กล่าวต่อว่า

            (สมมุติว่ายัยเลมอนเกิดเชื่อขึ้นมา ผมก็ต้องหาคำอธิบายเรื่องราวที่เวทมนตร์ออกไป ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงแกคิดว่าผมยังจะใช้ชีวิตแบบเดิมได้อีกหรือ?)

            -เฮ้อ สรุปว่าที่ไม่เล่าออกไปเพราะกลัวความวุ่นวายที่จะตามมาภายหลังสินะ-

            (ใช่ )ริวรับคำอย่างที่คนเห็นยังอยากถีบหน้า เท็ดดี้ทำหน้าเบื่อโลก สักพักมันก็พูดขึ้นว่า

            -ถ้าแกไม่อยากจะพูดกับยัยหนูคนนี้แล้ว ข้าจะใช้วงเวทเคลื่อนย้ายพาเจ้ากลับไปส่งที่บ้านให้เอง-

            (เฮ้ย!!  ถ้าทำแบบนั้นไอ้ศร กับไอ้แก่นเอาผมตายแน่ๆ ไหนจะอาหารบุฟเฟ่ต์ของโรงแรมระดับ 5ดาวที่ต้องอดกินอีก ไม่ว่ายังไงผมก็ไม่กลับ  )ริวรีบเถียงกลับไป เท็ดดี้ถอนหายใจ

            -เจ้านี้มันเห็นแก่กินจริงๆ  ถ้างั้นข้าจะพาเจ้าไปส่งที่ลานจอดรถในโรงแรมก็แล้วกัน-

(เอาตามนั้นเลย อ้อ ระวังคนเห็นด้วยละ ผมขี้เกียจมาหาข้อแก้ตัวในภายหลังอีก)ริวยิ้มบางๆ ก่อนจะเดินออกจากศาลาวัดเพื่อจุดที่ไม่มีคนอยู่  เลมอนรีบตะโกนห้ามเอาทันที

“นายอย่าเอาแผนที่น้ำอมฤตไปนะ เอกสารนั้นเกี่ยวพันถึงชีวิต.......”

            ยังไม่ทันที่เลมอนจะพูดจบ ร่างของริวก็หายต่อหน้าของเธอในทันที แม่ตุ๊กตากระเบื้องถึงกับทำหน้าราวกับเห็นผี  พร้อมพูดปานละเมอว่า

            หายไปแล้ว!! นี่ฉันตาฝาดไปหรือเปล่า?”

            ขณะที่เลมอนกำลังตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เสียงของชายที่ถูกยิงก็ดังขึ้นว่า “องค์หญิงครับ  ไม่ทราบว่าพวกเราอยู่ที่ไหนหรือครับ ”

            เลมอนหันมามองต้นเสียง เธอใช้สายตาสำรวจชายคนนี้ สักพักก็ถามขึ้นมาว่า “บาดแผลเป็นอย่างไงบ้างละ กิงเซย์”

            ชายคนที่ถูกยิง หรือกิงเซย์ ขยับร่างกายเล็กน้อย “ร่างกายกลับจะเป็นปกติทุกอย่างแล้ว ตกลงว่ามันเกิดอะไรขึ้นหรือครับ องค์หญิง”

            เลมอนไม่ตอบ เธอหันไปมองทิศที่ริวหายตัวไปพร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มจริงจังว่า

“กิงเซย์ รีบติดต่อเฮลิคอปเตอร์ให้มารับเราภายใน 1 ชม.”

“รับทราบครับ”กิงเซย์ตอบขึ้นมาด้วยท่าทางจริงจัง เลมอนยังคงจ้องมองจุดที่ริวหายไป ก่อนจะคิดขึ้นว่า

( ในที่สุดหนูก็หาทางรักษาท่านพ่อได้แล้วคะ )

เวลา 15.50 น.

หน้าบ้านของริว

            รถยนต์คันงามวิ่งมาจอดหน้าบ้าน ริวเดินลงจากรถด้วยสีหน้าเจื่อนๆ เพราะพอเขากลับไปยังโรงแรม เจ้าเพื่อนสนิททั้ง 2 คนได้บอกว่าพวกหญิงสาวขอยกเลิกการนัดบอดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนเหตุผลที่ยกเลิก เจ้าแก่นบอกว่า ขณะที่พวกเธอเดินทางมานั้นได้รับฟังข่าวผู้ก่อการร้ายทำการระเบิดเรือสำราญในสถานที่ใกล้เคียงกัน พวกเธอจึงขอยกเลิกนัดในวันนี้  ดังนั้นข้อตกลงระหว่างริวและเพื่อนจึงต้องการยกเลิกไปด้วย  สุดท้ายพวกเขาทั้ง 3 ก็ต้องจำใจกลับไปด้วยความผิดหวัง  ขณะที่ริวกำลังจะเข้าบ้าน เขาก็หันมาถามแก่นว่า

            “ไอ้แก่น ตกลงว่าคู่เดทของพวกเราในวันนี้เป็นใครกันนะ ทำไมถึงกลับไปเพราะข่าวเรือสำราญล่มด้วยละ”

            แก่นฝืนยิ้มพร้อมบอกออกไปว่า “พวกเธอเป็นลูกสาวของผู้มีอำนาจในรัฐบาล  ที่ต้องยกเลิกนัดเพราะพวกเธอเชื่อว่าการระเบิดเรือสำราญเป็นการข่มขู่รูปแบบหนึ่งนะ เอาเป็นว่าถ้านัดพวกเธอใหม่แล้วจะแจ้งให้นายทราบอีกทีก็แล้วกัน”

             แก่นพูดจบก็โบกมือเป็นการลา  ริวรีบเดินเข้าไปในบ้าน เขาพบว่าน้องสาวกำลังนั่งดูโทรทัศน์ ในขณะที่คุณแม่กำลังพับผ้าเช็ดตัวอยู่ที่โต๊ะอาหาร  เมื่อเทียน่าเห็นริวเดินเข้าบ้าน เธอก็ถามขึ้นมา

            “อ้าว พี่ค่ะ ทำไมถึงกลับมาเร็วนักละ ไหนบอกว่าพวกพี่ศรจะพาไปเลี้ยงข้าวยังไงละ”

            “พอดีไอ้ศร กับไอ้แก่นเกิดติดธุระขึ้นมานะ การเลี้ยงก็เลยต้องยกยอดเป็นครั้งหน้า”ริวตอบกลับไป ในขณะที่สายตากำลังจ้องมองโทรทัศน์อย่างไม่วางตา น้องสาวที่เห็นจึงพูดขึ้นว่า

            “ตอนที่พี่ไปห้องสมุด ดูเหมือนจะมีข่าวเรื่องเรือสำราญล่องแม่น้ำถูกก่อการร้ายบุกทำลายนะคะ”

            “เหรอ? แล้วข่าวว่ายังไงบ้างละ”ริวถามออกมาด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก เพราะเรือที่อยู่ในข่าวเป็นลำเดียวกับเรือที่ผมขึ้นไปนั้นเอง เทียน่าที่ไม่ทันสังเกตสีหน้าของริว เธอพูดต่อไปว่า

            “ เท่าที่ข่าวรายงาน ผู้ก่อการร้ายกลุ่มนี้ต้องการชีวิตขององค์หญิงโนเมล (Nomel)ที่เป็นรัชทายาทแห่งประเทศ เนลกีฟา  แต่ดูเหมือนผู้ก่อการร้ายจะลงมือพลาด จึงต้องตัดสินใจระเบิดเรือสำราญเพื่อฆ่าเจ้าหญิงนะคะ”

            (ผู้หญิงในโทรทัศน์ นี้มันยัยเลมอนไม่ใช่หรือ? เดี๋ยวนะ Lemon(เลมอน) ….. Nomel(โนเมล)   ยัยเลมอนเป็นถึงเจ้าหญิงเลยหรือ?  ถ้าเป็นแบบนี้ มันเท่ากับว่าผมเพิ่งไปปล้นของเจ้าหญิงมานะสิ  มิน่าละ ตอนนั้นเธอถึงได้บอกว่าผมกำลังก่อปัญหาระดับประเทศ )ริวถึงกับเย็นวาบไปทั้งตัว  เขารีบถามขึ้นมาว่า

            “ประเทศเนลกีฟาหรือ? ทำไมพี่ถึงไม่เคยได้ยินชื่อเลยละ”

            เทียน่าหันไปยิ้มให้กับพี่ชาย พร้อมอธิบายขึ้นว่า“มันเป็นประเทศเล็กๆที่อยู่บนเกาะแคริบเบียน เท่าที่ทราบประเทศนี้เพิ่งทำการเปิดประเทศได้ไม่ถึง 5 ปี  การที่องค์หญิงมาที่ประเทศของพวกเราก็เพราะต้องการมาศึกษาวัฒนธรรมและเจริญสัมพันธไมตรีกับประเทศของเรานะคะ”

            “อืม แล้วในข่าวได้บอกอะไรอีกไหม”ริวถามออกมาด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง

            เทียน่าทำหน้าครุ่นคิด “ที่เหลือก็แค่เรื่องที่เจ้าหญิงโนเมล ประกาศที่จะให้รางวัลนำจับ 20 ล้านบาทกับผู้ที่จับตัวคนร้ายที่ขโมยสมบัติประจำชาติมาได้นะ  แถมตอนนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ประกาศว่าจะจับตัวคนร้ายมาลงโทษให้ได้ภายใน 3 วันอีกด้วย”

            ริวกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ(สมบัติประจำชาติ? อย่าบอกนะว่าไอ้กระดาษแผ่นนี้คือสมบัติประจำชาติของประเทศเนลกีฟา ซวยแล้วไง นอกจากไปปล้นเจ้าหญิงโดยบังเอิญ ยังไปชิงสมบัติชาติมาอีก งานนี้ติดคุกหัวโตแน่ๆ )

            -เอาน่าไอ้ริว คิดในแง่ดีซิ ตอนนี้แกมีค่าหัว 20 ล้านบาทเชียวนะ ถ้าเดือดร้อนเรื่องเงินเมื่อไรก็แค่ให้ยัยหนูเทียน่าพาไปมอบตัวเท่านั้น ครอบครัวของแกก็จะได้เงินมาใช้ถึง 20 ล้านเลย-         

            (หุบปากไปเลย ไอ้แหวนงี่เง่า ทั้งหมดมันก็เป็นเพราะแกนะโว้ย อย่าพูดเหมือนกับว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับแกซิ)ริวคิดขึ้นด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก  ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไร สีหน้าของริวก็ยิ่งซีดลง เทียน่าได้แต่ถามขึ้นมาว่า

“พี่เป็นอะไรหรือเปล่าคะ ทำไมหน้าซีดจังเลย”

            ริวส่ายหน้าเล็กน้อยเป็นการปฏิเสธ  “พี่ไม่เป็นอะไรหรอก แค่รู้สึกเหนื่อยเล็กน้อยนะเท่านั้น”

              เทียน่ามองริวพร้อมยิ้มออกมา “ถ้างั้นหนูมีของที่พี่เห็นจะต้องหายเหนื่อยแน่ๆเลย”

            น้องสาวสุดแสบวิ่งไปหยิบจดหมายรายงานผลการสอบมาส่งให้กับริว พร้อมพูดว่า

“ ยินดีด้วยนะค่ะ  พี่สอบเข้ามหาวิทยาลัยที่ต้องการได้แล้วค่ะ”

            ริวมองจดหมายในมือด้วยสีหน้าบอกไม่ถูก แม้เขาจะยินดีที่สอบผ่าน แต่เรื่องราวในวันนี้ทำให้เขายิ้มไม่ออกเลย  เทียน่าถามขึ้นมาด้วยความสงสัย

            “พี่ไม่ดีใจหรือคะ”

            ริวพยายามฉีกยิ้มเท่าที่ทำได้ เขาเอามือลูบผมน้องสาว พร้อมพูดว่า “ดีใจซิ ทำไมพี่ถึงจะไม่ดีใจละ”

            “พี่ค่ะ ตกลงว่าพี่ปิดบังอะไรเอาไว้หรือเปล่าค่ะ ถ้ามีก็พูดออกมาเถอะ พวกเราจะได้ช่วยกันแก้ไขยังไง”เทียน่ากล่าวขึ้นมาด้วยความเป็นห่วง

ระหว่างนั้นเองที่รีก้าก็เดินเข้ามาลูกชาย“เทียน่าพูดถูกแล้วละ ถ้าลูกมีปัญหาอะไรก็พูดออกมาเถอะ อย่างน้อยที่สุดพวกเราก็จะได้ช่วยกันแก้ไขนะ”

            ริวครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ ก่อนจะตัดสินใจเล่าเรื่องทั้งหมดออกไปอย่างไม่มีการปิดบัง พอเล่าจบเทียน่าและรีก้าต่างอึ้งจนพูดอะไรไม่ถูก คุณแม่เอามือขึ้นมาจับหน้าผาก พร้อมพูดว่า

            “ต่อจากนี้ไปแม่จะไม่ให้ลูกเอาคุณเท็ดดี้ออกไปข้างนอกอีกแล้ว ดูสิ ออกไปแค่วันเดียว ลูกเล่นก่อเรื่องระดับประเทศเลยนะ ”

            ริวทำหน้าบอกบุญไม่รับ เทียน่าได้แต่ช่วยพูดแก้ตัวให้กับพี่ชายว่า “แม่คะ แม้พี่ริวจะไปก่อเรื่องระดับประเทศ แต่เขาก็ได้ช่วยเหลือเจ้าหญิงเอาไว้เช่นเดียวกัน ถ้าพี่ชายไม่เข้าไปยุ่งในเรื่องนี้ หนูว่าตอนนี้คงเกิดปัญหาใหญ่ยิ่งกว่าตอนนี้ก็เป็นได้”

             “แม่ไม่ได้วิตกในเรื่องนั้นหรอกจ๊ะ แต่แม่กำลังกังวลในเรื่องอื่นต่างหาก”น้ำเสียงอันกลุ้มใจของรีก้าดังขึ้น

            ริวและเทียน่าต่างงงกับสิ่งที่คุณแม่บอก มีเพียงเท็ดดี้เท่านั้นที่พยักหน้าเชิงเข้าใจ มันพูดออกมาด้วยภาษาโบราณที่ริวและเทียน่าฟังไม่เข้าใจ

            “ยัยหนูรีก้า เจ้ากังวลว่าเรื่องในครั้งนี้จะเกี่ยวข้องกับท่านหญิงมังกรฟ้าซินะ”

            รีก้าพยักหน้า “ใช่ค่ะ ฉันกังวลว่าเป็นอย่างนั้นจริงๆ”

            เท็ดดี้เงียบไปเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวออกไปว่า “ยัยหนูรีก้า อย่ากังวลไปเลย เรื่องในครั้งนี้คงไม่เกี่ยวกับยัยจอมวางแผนหรอก เจ้าทำใจให้สบายเถอะ”

            คำพูดของเท็ดดี้ทำให้รีก้ายิ้มออกมาอย่างโล่งอก  ขณะนั้นเสียงของใครบางคนก็ดังขึ้นมาว่า

            “ทุกคนกำลังทำอะไรกันอยู่หรือ?”

            “อ้าว คุณพ่อกลับมาแล้วหรือคะ?”เสียงของเทียน่าดังขึ้นมา เมื่อเธอหันไปมองทางต้นเสียง

            เจ้าของเสียงในตอนต้นคือ เซริว  เขากำลังยืนมองพวกริว ขณะที่ชายหนุ่มส่งเสียงทักทายคุณพ่อ หญิงสาวคนหนึ่งก็เดินมายืนข้างคุณพ่อ  เธอสูงพอๆกับเซริว  ดวงตาเป็นสีดำ ใบหน้ารูปไข่ ไว้ผมสั้นทำให้ดูอ่อนกว่าอายุจริง เสื้อที่ใส่เป็นเสื้อยืดสีดำ กางเกงยีน สวมถึงมือแบบนักแข่งรถ

“อามอลลี่!!  คุณอามาที่นี้ได้ยังไงคะ” เทียน่าร้องขึ้นมา เมื่อเธอเห็นหญิงสาวที่อยู่ข้างหลังคุณพ่อ

            ริวมองหญิงสาวหรืออามอลลี่ที่อยู่ข้างหลังคุณพ่อพร้อมหันไปกระซิบกับเทียน่าว่า

            “เทียน่า น้องรู้จักผู้หญิงคนนี้ด้วยหรือ?”

            ยังไม่ทันที่น้องสาวจะได้ตอบคำถามนี้ เสียงของเซริวก็ดังขึ้นว่า “ริวเข้ามาสวัสดีคุณอามอลลี่สิ ”

            ริวลังเลอยู่สักพัก ก่อนจะเดินเข้าไปยกมือไหว้คุณอามอลลี่ตามที่เซริวบอก เสียงของคุณพ่อดังต่อว่า

            “นี้คงเป็นครั้งแรกที่ลูกได้เห็นคุณอามอลลี่สินะ”

            ริวพยักหน้า เสียงของเซริวดังต่อว่า “อามอลลี่เป็นญาติผู้น้องของพ่อเองละ เห็นแต่งตัวห้าวแบบนี้ก็เถอะ แต่เธอเป็นผู้เชี่ยวชาญอนุภาคเวทมนตร์เชียวนะ ”

            “อนุภาคเวทมนตร์คืออะไรหรือครับ”ริวถามขึ้นมาด้วยความสงสัย

            “อนุภาคเวทมนตร์ก็คือหน่วยย่อยที่เล็กที่สุดของเวทมนตร์นะจ๊ะ”รีก้าเป็นคนตอบคำถามนี้

            ริวได้แต่หันไปมองคุณอา แต่ยังไม่ทันที่เขาจะพูดอะไร คุณอามอลลี่ก็เอาตรงเข้ามากอดซะจนหายใจแทบไม่ออก ชายหนุ่มรีบผลักตัวคุณอาให้ออกห่าง แต่ไม่ว่าออกแรงขนาดไหน ร่างของมอลลี่ก็ไม่ยอมขยับเลย หลังจากที่กอดริวจนพอใจแล้ว เธอก็คลายแขนที่กอดออก พร้อมพูดว่า

            “ไหนขออาดูหน้าหน่อยซิ”

            อามอลลี่เอามือจับแก้มริว ก่อนจะจับหันไป-มา(ทำเอาคอแทบเคล็ด) เมื่อดูจนพอใจแล้ว เธอจึงยอมปล่อยริว แล้วหันไปกอดเทียน่าแทน ริวหันไปถามเซริวว่า

            “พ่อครับ คุณอามอลลี่เป็นแบบนี้ประจำเลยหรือ?” ถ้าพ่อตอบว่าใช่ นับแต่นี้ผมจะไม่เข้าใกล้เธอแน่ๆ คนละอะไรแรงยังกับช้าง กอดทีเล่นเอากระดูกแทบหัก ริวคิดต่อในใจ

            เซริวยิ้มพร้อมก่อนขึ้นว่า “ไม่หรอกจ๊ะ อามอลลี่ชอบกอดเฉพาะคนที่ถูกใจเท่านั้นนะ”

            ริวได้แต่ยิ้มแหยๆเพราะดูเหมือนเขาและน้องสาวจะเป็นที่ถูกใจคนพิลึกไปซะแล้ว ขณะนั้นเองที่รีก้าเดินเข้ามาใกล้เซริว เธอก้มตัวไปกระซิบเซริวว่า

            “คุณค่ะ ทำไมมอลลี่ถึงได้มาพร้อมกับคุณได้ละ  หรือว่าตระกูลเซริวส่งเธอมาตรวจสอบพลังเวทของริว”

            เซริวได้แต่พยักหน้าเป็นการยอมรับ  ขณะนั้นเองที่อามอลลี่ปล่อยมือจากเทียน่า เธอเปลี่ยนเป้าหมายมามองริวอีกครั้ง  ในขณะที่เทียน่ารีบหลบฉากโดยบอกว่าจะไปเอาน้ำมาเสิร์ฟ ชายหนุ่มต้องรีบวิ่งไปหลบหลังคุณแม่ในทันที เพราะถ้าให้คุณอากอดอีกครั้ง มีหวังกระดูกแหลกแน่ๆ เสียงของคุณพ่อดังขึ้นว่า

            “มอลลี่ ถ้าเล่นพอแล้วก็รีบทำงานเถอะ ถ้าชักช้าระวังจะถูกท่านผู้นำโกรธเอานะ”

            “ทราบแล้วค่ะ พี่รอง”เสียงของอามอลลี่พูดขึ้น ก่อนที่เธอจะจ้องมองริว ดวงตาที่เคยเป็นสีดำเปลี่ยนเป็นสีเขียวมรกต ดวงตาเริ่มมีออร่าสีฟ้าอ่อนปกคลุม ไม่นานดวงตาของเธอก็กลับเป็นปกติ

เซริวรีบถามขึ้นมาว่า“มอลลี่ ทุกอย่างเป็นไปตามที่พี่บอกใช่ไหมล่ะ”  

            น้ามอลลี่ยังคงไม่ตอบ เธอยังคงจ้องมองริวอย่างไม่วางตา สักพักเธอก็ถอนหายใจ แล้วพูดว่า

“พลังเวทเป็น 0 อย่างแน่นอนค่ะ”

            เซริว และรีก้าต่างหันมายิ้มให้กัน ราวจะบอกอีกฝ่ายว่าแผนการที่วางไว้สำเร็จแล้ว แต่ความยินดีก็อยู่ได้ไม่นานเพราะมอลลี่ได้พูดต่อว่า

            “แต่ฉันคงจะกลับไปรายงานท่านผู้นำแบบนี้ไม่ได้หรอกค่ะ”

            “ทำไมถึงเป็นแบบนั้นละ มอลลี่”เสียงของรีก้าถามขึ้นมาทันที

            คุณอาจับจ้องไปที่รีก้า “พี่สะใภ้ กับพี่รองน่าจะทราบเรื่องนี้ดีไม่ใช่หรือ? แม้ร่างกายของหลานชายจะไม่มีพลังเวทเหลืออยู่เลย แต่กระแสพลังเวทที่ตกค้างอยู่ในร่างกาย มันรุนแรงยิ่งกว่าพลังเวทของจอมเวทระดับ Leader อีกนะ  ถ้าเดาไม่ผิด พี่ทั้ง 2 คนคงให้ริวควบคุมพลังเวทให้เป็น 0 ซินะ”

            คำพูดของอามอลลี่ทำเอาริว เซริวและรีก้า แสดงสีหน้างงไปตามกัน ขณะนั้นเองที่เสียงของเท็ดดี้ดังขึ้นในหัวของริวว่า

            -ไอ้ริว สงสัยยัยหนูคนนี้คงจะเข้าใจผิดว่า กระแสพลังเวทตกค้างของข้าที่อยู่ในตัวเจ้า เป็นพลังเวทตกค้างของตัวเจ้าเองนะ-

            ริวทำท่าครุ่นคิด (สรุปว่าการที่คุณอาเข้าใจผิดแบบนี้ มันก็เกิดจากแกใช่ไหม ไอ้แหวนงี่เง่า)

            -มันก็ประมาณนั้นละ ท่าทางวันนี้จะเป็นวันโชคร้ายของเจ้าจริงๆ ไม่ว่าจะทำอะไรดูจะผิดไปซะหมดเลยนะ-

            ริวถอนหายใจด้วยความเหนื่อยหน่าย เสียงของคุณอามอลลี่ยังคงดังต่อไปว่า “การที่พี่รองกับพี่สะใภ้ ใช้เหตุผลนี้ในการปฏิเสธในการหมั้นหมาย มันก็ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ แต่ถ้าพี่รองใช้เหตุผลนี้ปฏิเสธท่านผู้นำตระกูล แสดงว่าพี่รองยังโกรธท่านอยู่อีกหรือ?”

            เซริวและรีก้าทำหน้ากลืนไม่เข้าคลายไม่ออกเพราะพวกเขาไม่คิดว่าเรื่องราวมันจะกลายเป็นแบบนี้ เสียงของริวดังแทรกขึ้นมาว่า

            “การหมั้นหมาย? ใครจะหมั้นหมายหรือครับ แล้วทำไมคุณพ่อกับคุณแม่ต้องปฏิเสธไปด้วยละ ผมว่าการทำหน้าที่แม่สื่อ.........”

            ยังไม่ทันที่ริวจะพูดจบ ผมก็ต้องถูกสายตาของคุณแม่จ้องมองจนต้องเอามือปิดปาก คุณอามอลลี่ถามขึ้นมาอย่างงงๆว่า

            “อ้าว ริวยังไม่ทราบเรื่องการหมั้นหมายหรือ?”

            แม้ริวจะเอามือปิดปาก แต่เขาก็ยังพยักหน้าเป็นการยอมรับ เซริวกับรีก้าต่างเอามือขึ้นมาจับหน้าผากด้วยความเหนื่อยใจ เพราะสิ่งที่พวกเขาพยายามทำมาตลอดนั้นสูญเปล่าไปเสียแล้ว น้ามอลลี่มองพี่รอง และพี่สะใภ้

            “พวกพี่ยังไม่ได้บอกเรื่องจดหมายดูตัวกับริวอีกหรือ?”

            “เดี๋ยวก่อนนะครับ จดหมายดูตัวมันมาเกี่ยวอะไรกับผมละ หรือว่าการหมั้นหมายที่พูดถึงกันเมื่อสักครู่ หมายถึงตัวของผมหรอกหรือ?”ริวพูดแทรกขึ้นมา พร้อมกับเอานิ้วชี้หน้าตัวเองอย่างงงๆ

            มอลลี่หันมายิ้มให้กับริว พร้อมพูดว่า “ใช่จ๊ะ รู้ไหมว่าเรานะเนื้อหอมขนาดไหน ตอนนี้มีทั้งเชื้อพระวงศ์  ตระกูลใหญ่ต่างๆ รวมถึง ผู้ที่มีฐานะต่างๆส่งรูปมาเพื่อขอให้ริวไปดูตัวด้วยทั้งนั้นละ อ้อ ตระกูลที่ไม่มีลูกสาวยังส่งจดหมายมาขอหมั้นหมายกับเทียน่าด้วยนะ เห็นว่าแม้จะไม่ได้ริวเป็นลูกเขย แต่ขอเกี่ยวดองเป็นญาติกันก็ยังดีนะ”

            คำพูดของมอลลี่ทำให้แววตาของริวเย็นยะเยือกขึ้นมาทันที ถ้าทุกอย่างเกี่ยวข้องแค่ตัวของผมยังไม่เท่าไร แต่ใครจะมาแตะต้องน้องสาวสุดที่รัก เขาไม่ยอมได้เด็ดขาด ความโกรธในฐานะซิสค่อนทะลุจุดเดือดขนาดที่ว่าเห็นช้างตัวเท่ามดไปเป็นที่เรียบร้อย  คุณอาที่ไม่ทันสังเกตเรื่องนี้ เธอสร้างช่องมิติเพื่อหยิบบางอย่างออกมา สิ่งที่เธอหยิบออกมานั้นเป็นรูปดูตัวที่มีไม่ต่ำกว่า 200 รูป

            “นี่เป็นรูปคู่ดูตัวที่ตระกูลเซริวคัดเลือกมาให้แล้ว  มีส่วนของริวอยู่ 150 รูป รับรองว่าน่ารักทุกคน และส่วนของเทียน่าอีก 50 รูปนะ ถ้ายังไงช่วยพิจารณาด้วยนะ”

            “ไม่เอาครับ”เสียงอันเย็นชาดังขึ้นจากปากของริว

            “เอ๋ ! ริวจะไม่รูปดูตัวพวกนี้ก่อนหรือ?”

            ริวจ้องมองคุณอาด้วยสายตาเย็นชา น้ำเสียงเย็นยะเยือกชนิดว่าคนฟังยังต้องหนาวไปถึงกระดูกดังขึ้นว่า

“ไม่จำเป็นครับ ผมไม่คิดจะมีใครในตอนนี้ อีกทั้งยังไม่ยอมให้น้องสาวไปดูตัวอีกด้วย เชิญคุณอาเอาของพวกนี้กลับไปซะเถอะ”

คุณอามอลลี่อึ้งไปพักใหญ่ สักพักเธอก็พูดออกมาด้วยน้ำเสียงอ้อมแอ้มว่า “แต่ว่ารูปพวกนี้ ท่านผู้นำตระกูลเป็นคนเลือกมาให้เองเลยนะ ถ้าริวต้องการปฏิเสธจริง อาว่าหลานคงต้องไปบอกท่านด้วยตัวเองเท่านั้นละ”

ความโกรธที่รู้ว่าน้องสาวกำลังจะถูกจับหมั้นหมายทำเอาริวตอบออกไปทันทีว่า “ตกลงครับ ผมจะไปพูดกับท่านผู้นำตระกูลเซริวด้วยตัวเองเลย”

            คำตอบของริวทำเอามอลลี่ยิ้มอย่างถูกใจ เธอหันไปมองพี่รองพร้อมพูดว่า “พี่รองค่ะ ริวนี้ถอดแบบออกมาจากพี่จริงๆ ฉันไม่แปลกใจเลยที่เขาจะเลือกเดินบนเส้นอันแสนลำบากแบบนี้”

            เซริวได้แต่ยิ้มเจื่อนๆเพราะเขาทราบดีว่าลูกชายเป็นยังไง การที่ริวตอบแบบนี้ก็เพราะกำลังโกรธเรื่องการหมั้นหมายของน้องสาวเท่านั้น เดี๋ยวพอหายโกรธริวคงได้นั่งสำนึกผิดเป็นแน่ๆ แม้จะทราบเรื่องนั้นอยู่ในใจ เซริวก็ยังคงต้องตอบก็ไปว่า

            “ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก เอาเป็นว่าน้องกลับไปก่อนก็แล้วกัน ส่วนพวกพี่พอเตรียมตัวเสร็จแล้วจะตามไปทีหลังก็แล้วกัน”

            มอลลี่ตอบตกลง ก่อนจะขอตัวกลับไปทันที เซริวได้แต่เดินออกไปส่งญาติผู้น้อง เวลาผ่านไปสักพักริวเริ่มได้สติ เขาถึงลงไปนั่งกอดเข่าพร้อมบ่นกับตัวเองตลอดเวลาว่า

            “เราทำอะไรลงไปเนี่ย ทำไมถึงต้องไปหาเรื่องใส่ตัวแบบนี้ด้วย”

            รีก้าได้แต่ส่ายหน้าไป-มา ในขณะที่เทียน่ายิ้มแหยๆ เพราะพอเธอได้มาเห็นเวลาที่ริวกำลังของขึ้นพอดี  ชายหนุ่มหันไปมองรีก้าด้วยสายตาลูกหมาถูกรังแก

            “แม่ครับ คือว่า.....”

            “ไม่ได้จ๊ะ”รีก้าพูดตัดบทขึ้นมาทันที  ก่อนจะพูดต่อว่า  “ในเมื่อลูกรับปากอามอลลี่ไปแล้ว ไม่ว่ายังไง ลูกก็ต้องไปจ๊ะ”

            ริวได้แต่ยิ้มหน้าเจื่อน  รีก้าถอนหายใจพร้อมอธิบายขึ้นว่า “ถ้าลูกไม่ไป คุณพ่อจะต้องโดนผู้นำตระกูลเซริวตำหนิ และอาจจะโดนลงโทษตามมาก็ได้ ลูกจะยอมให้เป็นอย่างนั้นหรือ?”

            ริวส่ายหน้าไป-มา รีก้ายิ้มแล้วกล่าวว่า “อีกอย่างถ้าลูกยอมไปที่ริเดียโดยไม่มีข้อแม้  แม่จะช่วยจัดการปัญหาที่ลูกก่อไว้ให้เอง”

            ชายหนุ่มเบิกตากว้าง ราวจะถามว่า เป็นความจริงหรือ? รีก้าส่งยิ้มให้ลูกชายแทนคำตอบ  ริวทำท่าครุ่นคิดสักพัก ก่อนจะรับปากไปริเดีย

            “แล้วพวกเราจะออกเดินทางเมื่อไรหรือครับ”

             รีก้ายิ้ม ก่อนจะพูดว่า “แม่ขอคุยกับพ่อก่อน อย่างช้าสุดก็ไม่น่าจะเกินเช้าวันพรุ่งนี้”

            “ตกลงครับ ถ้างั้นผมขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะ อ้อ นี้คือเอกสารที่ผมได้มาจากเจ้าหญิงโนเมล รบกวนคุณแม่ช่วยถอดความด้วยนะครับ”ริวยื่นกระบอกใส่เอกสารให้กับรีก้า ก่อนจะเดินขึ้นข้างบนไปเตรียมจัดของเตรียมเดินทาง

            เทียน่าหันไปมองคุณแม่ ก่อนถามว่า “แล้วคุณแม่จะจัดการปัญหาของเจ้าหญิงโนเมลยังไงละคะ”

            แม่ชูกระบอกเอกสารขึ้นให้ลูกสาวได้ดู เธอยิ้มบางๆ “ไม่ต้องห่วงจ๊ะ เดี๋ยวแม่จะใช้เวทคัดลอกเอกสารแผ่นนี้ขึ้นมา จากนั้นก็จะเอาของปลอมไปส่งคืนให้กับเจ้าหญิงโนเมลโดยตรงเลย พอทางนั้นได้ของคืนไปก็คงจะเลิกราเองละ”

            “ถ้าองค์หญิงไม่ยอมหยุดละค่ะ”เทียน่าถามออกมา

            “ไม่มีทางเป็นแบบนั้นหรอกจ๊ะ”รีก้าพูดพร้อมส่งยิ้มให้กับลูกสาว เพียงแต่รอยยิ้มนี้ผิดกับทุกครั้ง เพราะมันเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์อย่างที่ไม่อาจจะบรรยายเป็นคำพูดได้เลย (นึกถึงรอยยิ้มของแม่มดผู้ชั่วร้ายเอาไว้นะค่ะ by เทียน่า)  รอยยิ้มสุดเจื่อนปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของลูกสาว

            “เข้าใจแล้วค่ะ ถ้าคิดจะทำแบบนั้น หนูว่าองค์หญิงคงรับปากตั้งแต่แรกแล้วละ”

            แปะ แปะ

            รีก้าตบหน้าตัวเองเบาๆ ก่อนจะกลับมาเป็นคุณแม่ผู้อ่อนโยนอีกครั้ง “เอาละแม่ขอตัวไปจัดการเรื่องนี้ก่อนก็แล้วกันนะ ”

             “แม่ค่ะ ขอหนูไปศึกษาวิธีใช้เวทคัดลอกด้วยคนจะได้ไหมค่ะ”เทียน่ารีบส่งสายตาออดอ้อนไปยังรีก้า

            “ได้สิจ๊ะ”เสียงของรีก้าดังขึ้น ก่อนจะเดินนำหน้าลูกสาวไปทันที

 

////////////////////////////////////////////////

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 133 ครั้ง

56 ความคิดเห็น

  1. #6791 Cab Wuttichai (@cabja) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2559 / 04:10
    งง? บอกตรงๆ แต่เริ่มเรื่องยืดไปอีก บทพูดกับแหวนเยอะไป ถามคำตอบคำ แถมยังขัดกันตลอด เรื่องเลยยืด และยังมโนเก่งเหมือนภาคแรกกันทุกคนเลย แต่ก้อสนุกดี ชอบบบ
    #6791
    0
  2. #6438 Harm. (@tanzanaza) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 4 กันยายน 2558 / 17:22
    5555 ชอบริวอ่ะ ดูเอ่อและบ้าบอคอแตกดี แถมยังรักน้องสาวได้ฟีเวอร์โคตรๆ
    #6438
    0
  3. #4427 Sirayu Manachot (@3468) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2557 / 02:19
    ไร้ความรับผิดชอบเกินกว่าจะเรียกว่าผู้กล้า แต่ก็ฟันฝ่าเกินกว่าจะเรียกว่าไม่เอาไหน



    ซวยบรรลัยเกินกว่าจะเรียกว่าคนมีโชค แต่พ้นโศกพ้นภัยมาได้เกินกว่าจะเรียกว่าคนดวงซวย



    ก็ประมาณนี้ล่ะนะสำหรับชายที่ชื่อ อรุณ เทพพิทักษ์ หรือ ริว จิตตกอับ
    #4427
    0
  4. #4219 PiLii (@pinepilins) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2557 / 01:14
    คุณแม่แซ่บน่าดู ปล.พวกแกจะหวงไรกันนักหนาฟ้า แก่ตัวมา ไม่คิดจะมีสามีภรรยากันแล้วหรอ พอๆพี่น้องคู่นี้ ชั้นรับไม่ได้ 555
    #4219
    0
  5. #4053 blacklady (@bloodbath) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2557 / 08:11
    ไม่เอานางเอกนะ เบื่อมาก
    #4053
    0
  6. #3961 แสงรัตติกาล (@prang9210) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2557 / 15:18
    โรคหวงน้องไม่หายจริงๆ
    #3961
    0
  7. #3647 Kuroko Tetsuya_kun (@phingpin) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2557 / 12:44
    วิธีช่างง่ายดาย แค่คัดลอกก็จบแล้ว
    #3647
    0
  8. #2938 nanami mew (@kanoknaphatlovem) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2557 / 20:41
    อุว่ะฮ่าฮ่า  ไรต์มาทีริวซวยทุกรอบ^O^  หนุกค้ารับประกัน  แนวนี้แหละที่ตามหา(เว่อร์ -_-) ชอบอ่ะ ซวยๆแบบนี้แหละดี(อ้าว!) ไม่เพอร์เฟ็กหน้าตาดี มีพรสวรรค์ จนน่าอิจฉาจนเกินไป(หมายความว่าไงย่ะ) คุ้มกับที่รอคอย TOT  อัพต่อไปเพื่อชาติค่ะ(ไม่ใช่ล่ะ) ดีใจมั๊กที่มาอัพ  สู้ๆสู้เป็นน่ะค้า(ตายไม่ได้อัพพอดี ' ')  5555+ ติดเรื่องนี้มั๊ก  ^_^
    #2938
    0
  9. #2925 จอมโจรปริศนา (@Red_kill) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2557 / 11:15
    มันมาแล้วดวงมหาเฮ็ง ที่ทำให้เจ้าตัวไปเจอวิบากกรรม กร๊ากกกก ชอบฟ่ะ... ขอให้กลับไปโลกนั้นไวๆเถิดดดดด 

    อยากให้พี่แกแสดงความเทพ ที่เป็นพลังของตัวเองอีกจริงๆ 
    #2925
    0
  10. #2890 czrs (@zaar) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2557 / 13:03
    พออ่านจบแล้วมันแวบขึ้นมาในสมอง

    เจ้าหญิงโนเมล น่าจะเป็นรุ่นเหลนหรือมากกว่าของราชินีเอลฟ์
    สร้อยคอที่ท่านหญิงมังกรฟ้าให้ราชินีเอลฟ์มอบให้หลานนั้นก็คงตกทอดไปถึงเจ้าหญิงโนเมล
    ซึ่งอาจทำให้เจ้าหญิงโนเมล เข้ามายังริเดียด้วย
    บันทึกแห่งเทพพฤกษาก็คงเอามาใช้กับริวแก้อาการแพ้เวทมนต์
    #2890
    0
  11. #2770 The Loner (@deartears) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2557 / 16:28
    เดจาวู เหมือนตอนสอบเลย 55+

    ไม่ได้ตั้งใจตอบ กลับถูกทุกคำตอบ
    #2770
    0
  12. #2726 ผู้ที่อยู่ในความมืด (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2557 / 13:39
    เรื่องนี้สนุกมากค่ะรออัพเดตทุกวันเลย เป็นกำลังใจให้น่ะค่ะ ถึงจะไม่ผ่านสำนักพิมพ์ก็ไม่เป็นไรจะติดตามต่อไปค่ะ (^ ^)
    #2726
    0
  13. #2704 ฮัดชิ่ววว~ (@-darkcatz-) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2557 / 15:10
    สนุกมากจ้า ^_______^
    ตัวอักษรก็..เอาแบบตอนนี้แหละ
    #2704
    0
  14. #2691 cherryme (@cherryme) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2557 / 23:49
    สู้ๆนะ เราว่าสนุกดีออกนะ
    ถึงแม้จะแบบตามคอมเม้นแสนโหดนั่นไปบ้าง
    แต่โดยอ่านก็โอเคแหละ
    แล้วก็เราเข้าใจปริศนา ตามทันความลับนะ
    มีงงๆบ้าง แต่อ่านไปเรื่อยๆมันก็คลี่คลายเอง
    เอาเป็นว่าสู้ๆ แต่งต่อไปนะ
    #2691
    0
  15. #2688 sky.blue (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2557 / 23:25
    คือ เราเข้าใจผิดหรือเปล่า ญาติผู้น้องฝั่งคุณพ่อ เรียก คุณอา หรือเปล่านะ -_-???
    #2688
    0
  16. #2685 สาวน้อยบานแฉ่ง (@Ziprest) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2557 / 23:00
    คือจริงๆเราชอบเรื่องนี้มากเลยค่ะ เราเบื่อแฟนตาซีที่แบบพระเอกนางเอกเก่ง ฉลาด หน้าตาดี มีพรสวรรค์ แล้วยังมีความพยายาม แล้วยังจะมีความเสียสละเพื่อส่วนรวมอีก คือมันจะperfectไปไหน คืออยากเห็นตัวเอกแบบนี้มานานมาก ซวยแบบทำไรก็ซวยเข้าตัวเอง แต่ดันไปส่งผลดีกับคนอื่นซะงั้น คือชีวิตจริงมันไม่มีหรอกคนที่จะยอมลำบากได้แบบเรื่องอื่นๆ เอาแบบนี้แหล่ะค่ะ ไม่ได้อยากทำ แต่ก็ต้องทำ ไม่เหมือนใครดี
    #2685
    0
  17. #2684 อะยุ่น (@ayun) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2557 / 22:55
    เรื่องนี้พล็อตสนุกดีอะ เป็นจุดเด่นของเรื่องเลย ดำเนินก็แปลกใหม่ดี น่าติดตาม แต่การบรรยายและเรื่องราวบางจุดมันแม่งๆ แต่โดยรวมบอกเลยว่าชอบ.....
    #2684
    0
  18. #2683 ValentineLR (@krittapasss) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2557 / 21:55
    ริวเอ้ยยยย
    #2683
    0
  19. #2672 SoulMask (@soulsamurai) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2557 / 17:39
    ชอบเรื่องนี้มากครับ ชอบสุดๆๆ เลย สนุกมากกกกกกกก



    สู้ๆๆ ครับบบบบบบบบบ
    #2672
    0
  20. #2660 simplehappy (@simplehappy) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2557 / 10:53
    อื้อหือ หน้าด้านแบบเนียนๆ
    #2660
    0
  21. #2656 ขอทานสะท้านฟ้า (@prasart12) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2557 / 08:45
    ไม่เข้าใจทำไม ไม่ปฎิเสธแบบจังๆไปเลย ที่ผ่านมาตั้งหลายตอน อยา่งเช่น ปล่อยให้ตายไปแบบไม่สนใจนั่งดูเลย หนีไปอยู่ที่อื่นจะได้ไม่เกิดเรื่องหลบพ่อแม่ ย่าทวดที่เจอเมื่อเจอปัญหาคล้ายๆๆที่เกิดตัดปัญหาที่เริ่มมีกลิ่นออก พูดตรงๆๆกับเหล่าผู้ยุ่งเกี่ยวตรงๆๆ

     พวกคุณไปตายซ่ะ เรื่องทั้งหมดจบง่ายๆๆ แค่นี้

                                                                 อินจัง
    #2656
    0
  22. #2650 thenumberten (@thenumberten) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2557 / 06:28
    เราชอบเรื่องนี้มากๆนะ❤
    #2650
    0
  23. #2640 NuMaple (@numagicpen) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2557 / 02:05
    สนุกมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    #2640
    0
  24. #2635 Jill (@horry) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2557 / 00:33
    อยากอ่านต่อออออออออ บ่องตง ตาม คห.ส่วนตัวนะ นิยายไรเตอร์หนุกกว่านิยายเล่มบางเรื่องอีก อาจจะเพราะมันตรงแนวเราด้วยมั้ง ยังไงก็ตาม นิยายเรื่องนี้ สนุกมากเลยไรต์ เพราะฉะนั้น อัพไวๆน้าาา เราจะมารอไรต์ที่ท่าน้ำ(?)ทุกวันเลย
    #2635
    0
  25. #2633 piwnealy (@piwnealy) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2557 / 00:07
    อ่านแล้วเออ พระเอกมีความคิดหลายแบบดี ปล. นั่งอ่านมา2วันจบ ไรเตอเขียนซ่ะติดงอมแงม วางไม่ลง (ณ จุดนี้อ่านทันแล้วจะได้นอนสักที) ขอบคุณไรเตอที่เขียนเรื่องนี้ขึ้นมาแบบมันสนุก ^^
    #2633
    0