I am normal ผมนี้ละคนธรรมดา

  • 93% Rating

  • 158 Vote(s)

  • 544,251 Views

  • 7,786 Comments

  • 9,111 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    674

    Overall
    544,251

ตอนที่ 38 : บทที่ 5 คนธรรมดา กับ ตระกูลที่(ไม่)ธรรมดา (2 )

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21177
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 205 ครั้ง
    21 พ.ค. 57

                                                บทที่ 5

                             คนธรรมดา กับ คนในตระกูลที่(ไม่)ธรรมดา (2)

ด้านในประตูใหญ่

            “ยินดีต้อนรับกลับบ้านค่ะ คุณชายรอง ท่านรีก้า คุณหนูเทียน่า”

เสียงต้อนรับของบรรดาสาวใช้ดังขึ้นเมื่อพวกริวเหยียบย่างผ่านประตูใหญ่เข้ามา นี้เป็นอีกครั้งชายหนุ่มที่ได้รู้ถึงความยิ่งใหญ่ของตระกูลเซริว  เพราะแค่ผ่านประตูเข้ามาไม่ถึง 3 ก้าว เหล่าบรรดาสาวใช้จำนวนไม่ต่ำกว่า 100 คนมายืนเรียงแถวเพื่อต้อนรับ แม้จะมองแบบผ่านๆ ยังรู้ได้เลยว่า สาวใช้แทบทุกคนต้องผ่านการคัดเลือดมาอย่างดี แค่หน้าตาของพวกเธอก็จัดอยู่ในหมวดของสาวงามได้สบายๆ ทุกคนยังมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะสาวงามในแบบสาวไทยสมัยโบราณ (อันนี้เทียบจากในละครไทยนะ) สาวญี่ปุ่นที่เรียบร้อย สาวยุโรปแค่เธอเหล่มามองก็คงทำให้ผู้ชายละลายได้เลย หรือแม้แต่สาวต่างสาวพันธุ์เช่น สาวที่มีหูกระต่าย (ทำไมไม่ใส่ชุดนางกระต่ายฟะ เสียชื่อสาวหูกระต่ายหมด)  สาวหูแมว  และสาวแบบอื่นๆอีกมากมาย

ระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังนินทา และแอบจดจำมองสาวๆให้ขึ้นใจนั้น หญิงสาวสวมที่คาดผมสีขาว ใส่แว่นตากลมโต สวมชุดสาวใช้แบบตะวันตก มีหูเหมือนสุนัขอยู่บนด้านหน้าที่คาดผม  ผมสีน้ำตาลแดง  ดวงตาสีเขียวมรกต และยังมีหางฟูฟ่องน่ากอด เธอเดินออกมาจากแถว พร้อมโค้งตัวให้เซริว ก่อนจะพูดว่า

            “ขอต้อนรับกลับบ้านค่ะ คุณชายรอง”

            เซริวยิ้มอย่างดีใจที่เห็นหญิงสาวที่ออกมาต้อนรับ  แต่พอมองสาวใช้ที่ตั้งแถวรอรับ คุณพ่อก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆ

“พี่เซนะ  ผมดีใจนะที่พี่ออกมาต้อนรับกันถึงประตูทิศตะวันออก แต่พี่ไม่ต้องพาเหล่าสาวใช้ออกมาต้อนรับทุกครั้งที่ผมกลับบ้านจะได้ไหมครับ  มันอึดอัดยังไงชอบกลนะครับ”

“คิกๆ”เสียงหัวเราะเบาๆดังขึ้นจากฝั่งของสาวใช้ แต่พอพี่เซนะหันไปมองเท่านั้น เสียงหัวเราะก็หายไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

“ไม่ได้ค่ะ  สำหรับคุณชายรองแล้ว การต้อนรับแค่นี้ดูจะน้อยเกินไปด้วยซ้ำ ”หญิงสาวที่มีหูสุนัขหันมาตอบเซริวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

เซริวได้แต่ทำหน้าจนปัญญา ระหว่างนั้นสายตาของสาวใช้เกือบทั้งหมดต่างจ้องไปทิศทางเดียวกัน ซึ่งเป้าหมายของพวกเธอก็คือ ริว นั่นเอง หญิงสาวที่มีหูสุนัขกระแอมขึ้นมาเบาๆ

“อะแอม พวกเธอกรุณารักษามารยาทด้วย”

“ขอประทานโทษค่ะ หัวหน้า”เสียงของเหล่าสาวใช้ดังขึ้นมาพร้อมกัน 

หญิงสาวหูสุนัขถอนหายใจเบาๆ พร้อมมองไปยังชายหนุ่มที่ตกเป็นเป้าหมาย ก่อนจะหันไปมองคุณชายรองแล้วถามว่า

“คุณชายรองคะ ไม่ทราบว่าคุณหนูท่านนี้  คือ .......”

ยังไม่ทันที่เซนะจะพูดจบ เซริวก็พยักหน้า เขาหันไปกวักมือเรียกลูกชายให้เดินเข้ามาหา จากนั้นจึงแนะนำริวให้หญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าได้รู้จัก

“พี่เซนะ นี้คือ ริว ลูกชายคนโตของผมนะครับ”

เซนะจ้องมองริว ก่อนโค้งตัว 45 องศา มือทั้ง 2 ข้างแนบกับท้องน้อย พร้อมพูด “ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ ฉัน เซนะ เป็นหัวหน้าแม่บ้านประจำตระกูลเซริว”

“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ คุณหนูริว”เสียงของเหล่าสาวใช้ดังขึ้นมาพร้อมกัน

ริวถึงกับอึ้งจนพูดอะไรไม่ออก แต่ยังไม่ทันที่เขาจะกล่าวอะไร หัวหน้าแม่บ้านก็พูดขึ้นมาว่า “ถ้าคุณหนูริวต้องการอะไร สามารถเรียกใช้พวกดิฉันได้ตลอดเวลาค่ะ

 ชายหนุ่มได้แต่พยักหน้าเบาๆ เซริวเห็นแบบนั้น เขาจึงพูดขึ้นว่า “ริว สวัสดีซะสิ  นี้คือพี่เลี้ยงของพ่อนะ”  

 ริวรีบยกมือไหว้คุณเซนะ พร้อมคิดขึ้นว่า (อะไรกันเนี่ย ทำไมพี่เลี้ยงถึงได้ดูสาวขนาดนี้  นี้ถ้าบอกว่าเธออายุมากกว่าผม 2 ปี ผมยังเชื่อเลยนะ)

-ไอ้ริว อย่าโดนรูปลักษณ์ภาพนอกหลอกตาซิ ผู้หญิงที่เจ้าเห็น คือหญิงสาวเผ่าจิ้งจอกมายา 3 สี ที่มีไม่สามารถประเมินอายุจากรูปร่างภายนอกได้ สิ่งเดียวที่ทำให้ทราบว่านางมีอายุเท่าไร ให้ดูที่สีของหาง ที่เริ่มเปลี่ยนสีไปโดย ตั้งแต่แรกเกิด -99 ปีแรกหางจะเป็นสีขาวเพียงอย่างเดียว แต่พอ100-199 ปีหางจะเริ่มมีสีน้ำตาลแซมขึ้นมา และจะเข้มขึ้นตามอายุที่มากขึ้น เมื่อเข้าสูงช่วง200 -299 ปีหางจะเป็นสีดำ –

ริวเอนตัวไปจ้องมองที่หางอย่างลืมไปว่า ตัวเองกำลังเสียมารยาทอยู่ แต่ดูเหมือนทั้งพี่เซนะและคุณพ่อจะยังไม่ทันสังเกตจึงทำให้ไม่มีใครต่อว่าริวแม้แต่น้อย หางที่ชายหนุ่มเห็นเป็นสีน้ำตาลอ่อน

(สีน้ำตาลอ่อนนะ ตกลงว่าเธอน่าจะมีอายุอยู่ในช่วง100 ปีขึ้นไปซินะ)

-ใช่ ดูจากสีของหางแล้ว เธอน่าจะเพิ่งอายุครบ 110 ปีได้ไม่นานนะ-

 “110ปี อยากจะบ้าตายเห็นหน้าตาน่ารักแบบนี้  ใครจะไปเชื่อว่าเธอมีอายุมากกว่าผมเกือบ 6เท่าเลยนะ” ริวพูดออกมาราวกับเสียงกระซิบ

แม้น้ำเสียงของริวจะเบาเพียงใด มันก็ไม่อาจจะเล็ดลอดหูสุนัขจิ้งจอกของเซนะไปได้ เธอสะดุ้งเล็กน้อยพร้อมหันมาจ้องมองริวด้วยสายตาที่ไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน พี่เลี้ยงอายุเกิน 100 หันไปมองคุณชายรองพร้อมพูดว่า

“คุณชายรองค่ะ ฉันขออนุญาตคุยกันคุณหนูริว 2 ต่อ 2 จะได้ไหม”

เซริวมองพี่เซนะ ก่อนจะกล่าวอย่างครุ่นคิดว่า “พี่เซนะคือ บททดสอบแรกของพี่ใหญ่ใช่ไหมครับ”

พี่เลี้ยงสาวโค้งตัวอย่างงดงาม พร้อมพูดว่า“ใช่ค่ะ แต่คุณชายรองไม่ต้องกังวลไปหรอกค่ะ คุณหนูริวผ่านการทดสอบของดิฉันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แถมเป็นการผ่านอย่างงดงามที่สุด ชนิดว่าตัวฉันเองยังไม่อยากจะเชื่อเลยด้วย”

            คำพูดของเซนะทำเอาสาวใช้ทุกคน รวมไปถึงเซริว เทียน่า และรีก้า พูดอะไรไม่ออก โดยเฉพาะริวที่ดูจะตกใจเป็นพิเศษ เพราะผมไม่ทราบว่าไปผ่านการทดสอบตั้งแต่เมื่อไร  ไม่สิ ต้องบอกว่าผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเซนะทดสอบผมตั้งแต่เมื่อไร?

            เซริวหันไปมองริว ก่อนจะชี้ไปยังม้านั่งที่อยู่ไม่ไกลนัก  “เดี๋ยวลูกอยู่คุยกับพี่เซนะก่อนก็แล้วกัน พ่อกับแม่จะไปคอยอยู่ที่ม้านั่งตัวนั้นนะ”

            ริวอยากจะปฏิเสธคำสั่งนี้แทบตาย แต่ว่าพอเห็นสายตาของคุณพ่อแล้ว ความคิดที่จะปฏิเสธก็หายไปทันที เล่นส่งสายตาพิฆาตออกมาแบบนี้  ใครมันจะกล้าไปปฏิเสธกันละครับ คุณพ่อ

            หลังจากเซริวพาพวกเทียน่าเดินจากไปแล้ว เซนะก็ยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้พวกสาวใช้กลับไปทำงานตามปกติ ทำให้บริเวณนั้นเหลือเพียงเขาและพี่เลี้ยงสาวสวยอายุเกิน 100 เพียง  2คนเท่านั้น

 “ดิฉันจะไม่ขออ้อมค้อมนะคะ คุณหนูริวรู้ได้ยังไงว่าดิฉันอายุเท่าไร ทั้งที่ฉันไม่เคยบอกเรื่องนี้กับใครเลย”

            ริวเหล่มองหางของเซนะอีกครั้ง พร้อมตอบไปตามที่รู้มา“เอ่อ ผมรู้จากหางของคุณเซนะนะครับ”

            “หาง!! นี่คุณหนูเห็นหางของดิฉันด้วยหรือ?”เซนะร้องออกมาด้วยความตกใจ เธอรีบหันไปมองด้านหลังเมื่อเห็นว่าทุกอย่างยังคงปกติ เธอก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก

            “ใช่ครับ หางของคุณมันฟูฟ่องน่ากอดมากๆ”ริวตอบออกมาโดยที่ตายังจับจ้องไปที่หางอย่างไม่วางตา ถ้าไม่ติดว่ามันเป็นการเสียมารยาทต่อพี่เลี้ยงคนนี้  เขาคงตรงเข้าไปจับขอจับหางอันฟูฟ่องนั้นตั้งแต่แรกเห็นแล้วละ

            เซนะฝืนยิ้ม ก่อนจะชี้ไปที่หูสุนัขของตัวเองพร้อมถามว่า “แล้วหูที่อยู่บนศีรษะของฉัน ไม่ทราบว่าคุณหนูเห็นหรือไม่คะ”

            ริวพยักหน้าราวกับว่าสิ่งที่เห็นเป็นเรื่องปกติ เซนะเงียบไปพักใหญ่ ส่วนหางที่ห้อยอยู่ แกว่งไป-มาอย่างเกร็งๆ ชายหนุ่มที่เห็นแบบนั้น ก็คิดขึ้นว่า

            (น่าแปลก ทำไมเธอต้องกลัวผมด้วยละ ผมไปทำอะไรให้เธอกลัวกันนะ)

            -ไอ้ริว แกรู้ได้ยังไงว่ายัยจิ้งจอกตรงหน้ากำลังกลัวแกอยู่นะ –

            ริวยังคงมองไปที่หางพร้อมตอบไปว่า(อาการที่หางของเธอแสดงออกมายังไงละ แกไม่เห็นหรือว่า หางมันตกลงเล็กน้อย แถมยังแกว่งอย่างเกร็งๆ นี้ละอาการของสุนัขที่กำลังหวาดกลัว)

เท็ดดี้ขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ -ไอ้ริว แกจะบ้าหรือยังไง ถึงได้เอาเผ่าจิ้งจอกมายา3 สีไปเปรียบเทียบกับสุนัขแบบนั้น นี้มันยิ่งกว่าการดูถูกอีกนะโว้ย ขืน ยัยจิ้งจอกตรงหน้ารู้เข้า แกได้ถูกกระทืบจนตายแน่ๆ -

            ระหว่างที่เท็ดดี้กำลังพูดอยู่นั้น เสียงของเซนะก็ดังขึ้นว่า“นี่คงเป็นความสามารถของเนตรตามังกรซินะ ไม่คิดเลยว่าดวงตาคู่นี้จะสามารถมองผ่านมนตร์มายาระดับสูงได้ด้วย”

            “......... หรือว่า หางของคุณเซนะจะมีเพียงผมทำเท่านั้นที่มองเห็น”ริวเงียบไปเล็กน้อย ก่อนจะถามออกมาด้วยความไม่แน่ใจ เพราะจากประสบการณ์ที่เจอมา ดวงตาของเขามักจะเห็นสิ่งที่ต่างจากคนอื่น จนทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้ตลอดเวลาจริงๆ

เซนะฝืนยิ้ม ก่อนจะเห็นหูสุนัขจิ้งจอกตั้งตรง “ใช่ค่ะ ปกติหางและหูของดิฉันจะถูกปกปิดด้วยมนตร์มายาระดับสูง นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่มีคนเห็นตัวตนที่แท้จริงของฉันแบบนี้”

            (คราวนี้เป็นหูสินะ เท่าที่จำได้อาการหูตั้งแบบนี้ น่าจะหมายถึงการเตรียมพร้อม ที่จะทำอะไร บางอย่าง หรืออาจจะเป็นการฟังเสียงอย่างตั้งอกตั้งใจเพื่อเฝ้าระวังสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นก็เป็นได้ ถ้าเป็นเช่นนั้น ผมคงต้องหลีกเหลี่ยงคำพูดที่กระตุ้นไม่ให้เธอทำอะไรที่วู่วามซะแล้วสิ  ) ชายหนุ่มที่คิดได้แบบนั้น เขาจึงพูดออกมาว่า

            “ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ ทุกอย่างเป็นแค่เรื่องบังเอิญเท่านั้นเอง แต่ว่าทำไมคุณเซนะถึงต้องปกปิดตัวเองด้วยละ”

            -เฮ้อ ข้าควรชมเจ้า หรือด่าเจ้าดีนะ ที่เอาอาการของสุนัขมาประเมินอารมณ์ของเผ่าจิ้งจอกมายา 3 สีแบบนี้  -

            หัวหน้าสาวใช้ถอนหายใจ “ถ้าคุณหนูรู้ถึงอายุของฉัน แสดงว่าคุณหนูคงจะต้องรู้ว่าฉันเป็นเผ่าพันธุ์อะไร ใช่ไหมคะ”

            ริวทำท่าลังเลเล็กน้อย  ก่อนตอบไปตามตรงว่า “คุณเซนะเป็นเผ่าจิ้งจอกมายา 3 สีใช่ไหมครับ”

            “ถูกต้องค่ะ แล้วคุณหนูรู้ไหมว่าเผ่าจิ้งจอกมายา 3 สี จัดเป็นเผ่า Rare (แรร์) ที่หาพบได้ยากยิ่ง”

            ริวทำหน้างงๆกับชื่อที่ได้ยิน เซนะยิ้มพร้อมอธิบายขึ้นว่า “เผ่า Rare (แรร์) เป็นชื่อที่พวกมนุษย์ตั้งให้กับเผ่าพันธุ์ที่หาตัวเจอได้ยากนะ ปัจจุบันมีอยู่ด้วยกันหลาย 10เผ่าพันธุ์ แต่ เผ่าพันธุ์ที่หาตัวได้ยากที่สุด คือ เผ่าจิ้งจอกมายา 3 สีนะค่ะ”

            (มันเป็นอย่างนั้นหรือ? เท็ดดี้)ริวรีบถามเท็ดดี้ทันที

            -ไม่รู้สิ เท่าที่ข้าทราบเมื่อ 280 ปี ก่อนที่ข้าจะมากลายเป็นแหวน เผ่าจิ้งจอกมายา 3 สีอาศัยอยู่ที่ป่าหมอก 7 สีเต็มไปหมด  แล้วทำไมพวกมันถึงกลายเป็นเผ่าRare แรร์ (หายาก)ไปได้นะ-

              ระหว่างที่ริวกำลังพูดกับเท็ดดี้นั้น หัวหน้าสาวใช้ก็เล่าต่อว่า “เนื่องจากพวกเรามีรูปร่าง หน้าตาต่างจากอายุจริงเป็นอย่างมาก จึงมีข่าวลือในหมู่พวกมนุษย์ว่า คนที่กินหัวใจของพวกเราจะทำให้อายุยืนยาวได้เหมือนพวกเรา ส่วนคนป่วยถ้าได้ดื่มเลือดของพวกเราก็จะหายป่วยได้ในพริบตา

 ดังนั้นเผ่าจิ้งจอกมายา 3 สีจึงถูกมนุษย์ล่าเพื่อเอาหัวใจและเลือดเพื่อไปต่ออายุให้กับพวกที่ยังไม่อยากจะตายนะ หลังนั้นเพียงไม่นาน เผ่าจิ้งจอกมายา 3 สีก็ถูกล่าจนเลือนหายไปจากประวัติศาสตร์ จนในปัจจุบันนี้มนุษย์ได้นับเผ่าจิ้งจอกมายา 3 สีเป็น 1 ในเผ่าพันธุ์ที่หายาก (Rare) ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ปัจจุบันพวกเราน่าจะเหลืออยู่ไม่ถึง 100 คนแล้วค่ะ

            -ไร้สาระสิ้นดี การที่เผ่าจิ้งจอกมายา 3 สีมีรูปร่างหน้าตาผิดกับอายุก็เพราะพรแห่งพื้นแผ่นดินต่างหาก ต่อให้พวกมนุษย์กินหัวใจของเผ่านี้ไปทั้งเผ่าก็ไม่สามารถต่ออายุได้แม้แต่วันเดียว เรื่องเลือดก็เหมือนกัน ทั้งหมดล้วนเป็นเรื่องโกหกทั้งสิ้น-

            ริวขมวดคิ้วขึ้นมาทันทีที่ได้ยินคำพูดของเท็ดดี้  ขณะเดียวกันเซนะก็ฝืนยิ้ม พร้อมกล่าวว่า” การที่ฉันขอคุยกับคุณหนู 2 ต่อ 2แบบนี้ก็เพราะอยากจะให้คุณหนูช่วยเก็บเรื่องของดิฉันเป็นความลับนะค่ะ ถ้าเกิดคนอื่นรู้เรื่องนี้เข้า ดิฉันคงต้องถูกตามล่าแน่ๆ”

ชายหนุ่มยังคงจ้องมองหัวหน้าสาวใช้โดยไม่ตอบอะไร สักพักเขาก็กล่าวออกมาว่า “ทำไมคุณเซนะต้องโกหกด้วยละครับ”

หัวหน้าสาวใช้สะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวเสียงราบเรียบว่า “คุณหนูริวพูดอะไรนะค่ะ ฉันไปโกหกคุณหนูตั้งแต่ตอนไหนกัน”

ชายหนุ่มยังคงจ้องจับผิดเซนะ  ไม่นานเขาก็พูดว่า “แม้เรื่องเผ่าจิ้งจอกมายา 3 สี และเรื่องเผ่าRare(แรร์)จะเป็นความจริง แต่เรื่องที่พวกคุณถูกไลล่าเพื่อเอาหัวใจและเลือดนั้นเป็นคำโกหกใช่ไหมละ “

“ทำไมถึงคิดแบบนั้นละคะ”เซนะด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

ชายหนุ่มมองเซนะพร้อมกล่าวว่า “ตามที่ผมรู้มา เลือดและหัวใจของเผ่าจิ้งจอกมายา 3 สีไม่มีความสามารถอย่างที่เป็นข่าวลือ ดังนั้นถ้ามีเรื่องแบบนั้นจริง ข่าวลือก็ควรจะหายไปตั้งนานแล้ว ไม่น่าจะหลงเหลือมาถึงปัจจุบัน แต่การที่เผ่าจิ้งจอกมายา 3 สียังคงถูกจัดอยู่ในเผ่าแรร์ (Rare)นั้นอาจจะเป็นเพราะสาเหตุอื่นมากกว่า  ไม่ทราบว่าผมเข้าใจถูกไหมครับ”

เซนะมองริว พร้อมถอนหายใจ “ช่างเหนือความคาดหมายจริงๆ ไม่คิดเลยว่าคุณหนูริวจะผ่านการทดสอบได้ทุกข้อแบบนี้ ขนาดคุณหนูดีอัสยังทำแบบนี้ไม่ได้เลยนะ ”

“เอ่อ คุณเซนะช่วยบอกหน่อยจะได้ไหมครับ ผมผ่านการทดสอบของคุณได้ยังไง ”ริวถามขึ้นมาทันที เพราะนี้เป็นเรื่องที่ผมอยากจะรู้มากที่สุดในตอนนี้เลย

หัวหน้าสาวใช้ส่งยิ้มให้ชายหนุ่ม ก่อนกล่าวว่า “การทดสอบของดิฉัน มีด้วยกัน 3 บททดสอบค่ะ อย่างแรก คือ บททดสอบเรื่องการควบคุมอารมณ์ ดังนั้นดิฉันและสาวใช้ทั้งหมดจงใจไม่ทักทาย ไม่สนใจในตัวของคุณริวเพื่อดูปฏิกิริยาการตอบสนอง แต่คุณริวกลับนิ่งเฉย จนพวกสาวใช้ต้องหันไปมองคุณแทน ดังนั้นคุณจึงผ่านการทดสอบบทนี้อย่างงดงามค่ะ”

ริวเอานิ้วชี้เกาแก้มขวา พร้อมยิ้มแหยๆ “ท่าทางจะเข้าใจผิดแล้วละครับ ตอนนั้นผมแค่มองบรรดาสาวใช้จนลืมสนใจเรื่องที่คุณว่ามาเท่านั้นเอง”

“คิกๆ อย่ามาถ่อมตัวเช่นนี้เลยค่ะ  มันไม่ได้ผลหรอก ”เซนะหัวเราะเบาๆกับท่าทางของริวในเวลานี้  สักพักเธอก็กล่าวต่อว่า

“ดิฉันมีคนรู้จักเป็นองค์รักษ์ส่วนพระองค์ของกษัตริย์โทมัส เขาบอกดิฉันเองว่า คุณหนูริวเป็นพวกตายด้านทางอารมณ์ เอ๊ย เป็นพวกไม่สนใจในตัวหญิงสาว ขนาดที่กษัตริย์โทมัสคิดจะยกองค์หญิงที่สวยที่สุดในรัฐแห่งแสงสว่างให้เป็นภรรยา คุณหนูยังปฏิเสธอย่างไม่มีเยื่อใย ดังนั้นดิฉันจึงเชื่อว่าบรรดาสาวใช้ที่พามาย่อมไม่อยู่ในสายตาของคุณหนูเช่นกัน ไม่ทราบว่าดิฉันพูดอะไรผิดไปหรือเปล่าคะ”

(ผิดทั้งหมดนั่นล่ะ ยัยสาวใช้งี่เง่า เธอเอาสมองส่วนไหนมาคิดกันว่า ผมไม่สนใจผู้หญิง ตอนนั้นผมแค่หาทางจบเรื่องให้เร็วที่สุดต่างหาก ใครจะคิดว่ามันจะส่งผลให้เกิดข่าวลือบ้าๆแบบนี้ฟะ) ริวอยากจะสวนกลับไปแบบนั้น แต่พอเห็นสายตาของพี่เซนะที่แสดงเชื่อมั่นในคำพูดของตัวเอง ชายหนุ่มก็ได้แต่นิ่งเงียบไป เพราะ ขืน ปฏิเสธแบบไม่ดูตาม้าตาเรือ มีหวังถูกเข้าใจผิดไปยิ่งกว่านี้แน่

ระหว่างที่ริวกำลังคิดอยู่นั้น เซนะก็พูดต่อว่า “บททดสอบที่ 2 คือ ความรู้และความสามารถ ด้านความรู้ คุณหนูสามารถบอกถึงที่มาของดิฉัน รวมไปถึงอายุได้ด้วยการมองเพียงครั้งเดียว นั่นแสดงให้เห็นว่าคุณหนูมีความรู้เกี่ยวกับเผ่าจิ้งจอกมายา 3 สีอย่างละเอียด ซึ่งบรรดาจอมเวทขั้นพื้นฐาน หรือบุคุลทั่วไปไม่มีทางรู้เรื่องนี้ได้เลย   คุณหนูนี้ช่างเป็นผู้ที่รอบรู้จริงๆ ส่วนด้านความสามารถ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย เพราะแค่เนตรมังกรที่คุณหนูมี ฉันก็ให้ผ่านแล้วค่ะ”

-ไอ้ริว แกทำใจเถอะ ยัยหนูจิ้งจอกคนนี้คงจะเข้าใจผิดชนิดว่ากู่ไม่กลับแล้วล่ะ แกอย่าเสียงแรงอธิบายอีกเลย-

(นั่นซิ ท่าทางตระกูลเซริวจะมีแต่พวกไม่เต็มบาทจริงๆ) ริวมองเซนะพร้อมส่งยิ้มให้เธอเพราะนี้เป็นสิ่งเดียวที่เขาพอจะทำได้ในเวลานี้

เซนะมองริว ก่อนจะพูดต่อว่า “ส่วนบททดสอบสุดท้ายก็คือ ความสามารถในการจับผิด ซึ่งดิฉันคงไม่ต้องบอกนะว่าคุณหนูผ่านได้ยังไง ”

            ริวยิ้มแหยๆ ใครมันจะไปคิดว่าแค่เรื่องไม่เป็นเรื่อง มันจะทำให้เขาสอบผ่านบททดสอบทั้ง 3 ไปได้ ไม่สิ เรื่องนี้ต้องโทษไอ้คนออกบททดสอบต่างหาก ทำไมมันถึงได้ออกข้อสอบงี่เง่าอย่างนี้ได้ฟะ   ไม่นานชายหนุ่มก็นึกถึงเรื่องบางอย่างออก เขาจึงถามออกไปว่า

            “คุณเซนะครับ แล้วตกลงว่าพวกคุณถูกตามล่าเพราะอะไรหรือ?”

            เซนะเงียบไปสักพัก ก่อนจะถอนหายใจแล้วตอบว่า “ดวงตาค่ะ ดวงตาของพวกเรายามใกล้ตายจะเปลี่ยนเป็นอัญมณีที่เรียกว่า มรกตสีนิล ซึ่งจัดว่าเป็นอัญมณีที่สวยงามที่สุดริเดียนะ ไม่ทราบว่าคุณหนูริวมีอะไรจะถามอีกไหมคะ”

            ชายหนุ่มทำท่าครุ่นคิด “เอ่อ ขอถามหน่อยนะครับ ตอนที่มีการล่าเผ่าจิ้งจอกมายา 3 สี นั้นเกิดขึ้นในทุกรัฐเลยไหมครับ”

            เซนะส่ายหน้าเบาๆ “ไม่ค่ะ เผ่าจิ้งจอกมายา 3 สีอาศัยอยู่ที่รัฐแห่งความแสงสว่าง และรัฐแห่งพฤกษาเท่านั้น ดังนั้นคนร้ายที่ตามล่าพวกเราจึงออกล่าใน 2 รัฐนี้เท่านั้นนะ”

            ริวพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะถามเท็ดดี้ว่า (ไอ้เท็ดดี้ ป่าหมอก 7 สีอยู่ที่ไหนหรือ?)

            -ป่าหมอก 7 สีเป็นป่าที่อยู่ใต้หุบเหวแห่งความสิ้นหวัง ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของรัฐแห่งความมืด -

            (รัฐแห่งความมืดหรือ? งั้นก็พอมีความเป็นไปได้ซินะที่ป่าหมอก 7 สีจะมีเผ่าจิ้งจอกมายา 7 สีเหลืออยู่นะ)ริวถามกลับไปอย่างครุ่นคิด

            -เรื่องนี้ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ถ้าถามว่าความเห็นของข้า ความหวังในเรื่องนี้ค่อนข้างจะน้อยมากเลยนะ-

            (ผมว่ามีโอกาสน้อย ดีกว่า ไม่มีโอกาสนะ )ริวตอบกลับไปโดยไม่คิดเลย

            “คุณหนูริว ไม่ทราบว่ามีอะไรจะถามอีกไหมคะ”เซนะถามขึ้นมา เมื่อเธอเห็นริวนิ่งเงียบไป

            ชายสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะส่ายหน้าเป็นคำตอบ เซนะที่เห็นแบบนั้น เธอจึงพูดออกมาว่า“ถ้าเช่นนั้นฉันขอตัวไปทำงานต่อละกัน อ้อ เรื่องตัวตนของดิฉัน รบกวนคุณหนูช่วยปิดเป็นความลับต่อไปด้วยนะค่ะ”

            เซนะส่งยิ้มพร้อมโค้งตัวใช้ชายหนุ่มอีกครั้ง ก่อนจะทำท่าเดินจากไปแต่ริวกับร้องเรียกเธอเอาไว้ พร้อมพูดว่า

 “เอ่อ ผมไม่รู้ว่ามันจะช่วยได้หรือเปล่า แต่ทำไมคุณเซนะไม่ไปที่ป่าหมอก 7 สีดูล่ะ ที่นั้นอาจจะมีเรื่องดีๆ รอคุณอยู่ก็เป็นได้”

            เซนะจ้องมองริวด้วยสีหน้างงๆ ก่อนจะถามออกไปว่า “เรื่องดีๆที่คุณหนูพูดถึงคืออะไรหรือคะ”

            “ที่นั้นอาจจะมีความหวังรอคุณเซนะอยู่ แม้ว่ามันจะเป็นเพียงความหวังอันน้อยนิดก็ตาม”ริวตอบพร้อมส่งยิ้มให้กับเธอ

            เซนะที่พอจะเข้าใจความหมายของชายหนุ่ม เธอรีบถามขึ้นมาทันทีว่า“คุณหนูค่ะ ป่าหมอก 7 สีที่คุณว่ามันอยู่ที่ไหนหรือ? ทำไมดิฉันถึงไม่เคยได้ยินชื่อป่าแห่งนี้มาก่อนเลยละ”

            “ป่าหมอก 7 สีเป็นป่าที่อยู่ใต้หุบเหวแห่งความสิ้นหวัง ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของรัฐแห่งความมืดนะครับ”

             เซนะโค้งตัวอีกครั้งเป็นการขอบคุณ “เข้าใจแล้วค่ะ ถ้ามีโอกาสดิฉันจะลองไปที่นั่น ตามที่คุณหนูบอกก็แล้วกัน ไม่ทราบว่าคุณหนุยังมีธุระอะไรอีกไหมคะ”

            ก่อนที่ชายหนุ่มจะตอบว่า ไม่มีออกไป เขาก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้ สักพักเขาก็ถามออกไปว่า “ทำไมตระกูลเซริวถึงได้มีแต่สาวใช้ออกมาต้อนรับละครับ ปกติแล้วตระกูลใหญ่แบบนี้น่าจะมีพวกคนรับใช้ที่เป็นผู้ชายอย่าง พวกพ่อบ้าน ไม่ก็คนงานที่เป็นชายบ้าง แต่เท่าที่ผมเห็นรู้สึกว่าคนที่ออกมาต้อนรับจะมีแต่สาวใช้ทั้งนั้นเลยนะครับ”

            เซนะทำท่าลังเลอยู่พักใหญ่ ก่อนจะตัดสินใจกล่าวออกไปว่า “คุณหนูรู้จักสุภาษิตที่ว่า คนรักเท่าผืนหนัง คนชังเท่าผืนเสื่อ หรือไม่คะ”

            ริวพยักหน้าเป็นเชิงว่าเขารู้จัก เซนะจึงกล่าวต่อไปว่า “การที่คุณหนูกลายเป็น วีรบุรุษ แห่งริเดียนั้นไม่ได้มีแต่คนชอบเท่านั้น คนที่เกลียดคุณหนูก็มีเช่นกัน”

            “เอ่อ เดี๋ยวนะครับ นี้คุณเซนะกำลังบอกว่ามีคนไม่ต้องการให้คลายคำสาปของจอมมารด้วยหรือ?”ริวถามออกมาอย่างไม่เต็มเสียงนัก เพราะถ้ามีคนแบบนั้นอยู่จริง มันต้องเป็นพวกประสาทกลับแน่ๆ

            เซนะส่ายหน้า “ไม่ใช่ค่ะ เรื่องการคลายคำสาปจอมมาร ล้วนมีแต่คนชื่นชมในสิ่งที่คุณหนูทำ แต่สิ่งที่พวกเขาเกลียด คือ เรื่องราวต่อจากนั้นต่างหาก”

            ริวเอียงคอ พร้อมทำสีหน้างงๆ เซนะได้แต่ฝืนยิ้มพร้อมกล่าวออกไปว่า “คนที่เกลียดวีรบุรุษของริเดียนั้น ส่วนมากเป็นผู้ชายค่ะ ซึ่งสาเหตุก็มาจากการที่คุณหนูตกเป็นเป้าหมายของสาวๆในริเดียนั้นเอง”

            ชายหนุ่มยกมือขึ้นมาห้าม พร้อมกล่าวว่า“แปบนะครับ ขอผมทำความเข้าใจสักครู่ ตกลงว่าการที่ผมถูกเกลียดมีผลมาจากพวกผู้หญิงหรือครับ”

            เซนะพยักหน้าอย่างมั่นใจ “ใช่ค่ะ การที่เรื่องราวของคุณหนูกระจายออกไปทั่วริเดีย ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบนิทาน หรือ ข่าวลือ มันทำให้คุณหนูตกเป็นเป้าหมายของบรรดาผู้หญิงสาวในทุกรัฐ  และมันก็ทำให้ผู้ชายจำนวนมากต้องถูกบอกเลิก และอกหักไปตามๆกัน ดังนั้นพวกเขาจึงรวมกลุ่มกันในชื่อว่า HGO (Hero Get Out ) หรือ วีรบุรุษออกไป นะคะ”

            ริวยิ้มด้วยอารมณ์ที่บอกไม่ถูก สักพักเขาก็ถามว่า “สรุปว่า การที่คุณเซนะไม่พาพวกพ่อบ้านออกมาต้อนรับก็เพราะคนเหล่านั้นเป็นพวก HGO (Hero Get Out )ใช่ไหมครับ”

            เซนะยิ้มเจื่อนๆ “ทั้งใช่และ ไม่ใช่ค่ะ คือว่า นอกจากกลุ่ม HGO (Hero Get Out ) แล้ว ยังมีกลุ่ม พลังรัศมีม่วงที่ต้องการให้คุณหนูริวที่มีขึ้นเป็นหัวหน้ากลุ่ม  ไหนจะกลุ่มตองK ที่นำโดยอัศวินบ้าพลังที่ต้องการทดสอบฝีมือของตัวเอง เฮ้อ เอาเป็นว่ามีกลุ่มอีกสารพัดกลุ่มที่เหล่าบรรดาพวกผู้ชายตั้งขึ้นมา ดังนั้นเพื่อเป็นการตัดปัญหาที่จะตามมาในภายหลัง ดิฉันจึงไม่พาพวกเขามาต้อนรับนะค่ะ”

            Good Job เลยครับ คุณเซนะ”ริวหันไปยกนิ้วโป้งให้กับการตัดสินใจของเธอ ขืน เอพาพวกบ้าๆแบบนั้นมาต้อนรับ มีหวังผมประสาทกินแน่ๆ

            “ไม่เป็นอะไรค่ะ ไม่ทราบว่ายังมีคำถามอื่นอีกไหมคะ”

            “ไม่มีแล้วครับ เชิญคุณเซนะตามสะดวกเถอะครับ”

            เซนะโค้งตัวให้กับริว ก่อนจะเดินกลับไปทำงานของตน  ชายหนุ่มก็เดินกลับไปหาพวกเซริวที่ยืนคอยอยู่

            หัวหน้าสาวใช้หันกลับไปมองริว ขณะที่เขากำลังยืนคุยกับพวกรีก้า ก่อนจะกล่าวเบาๆว่า“ท่าทางการคัดเลือกผู้นำตระกูลเซริวในครั้งนี้ คงมีเรื่องสนุกเกิดขึ้นแน่ๆ”

อีกทางด้านหนึ่ง

            หลังจากที่ริวเดินกลับมารวมกลุ่มกับเซริวเรียบร้อย คุณพ่อจัดการพาพวกริวเดินเข้าไปในตระกูลต่อ หลังจากเดินเข้ามาได้สักพัก  สิ่งที่เห็นตรงหน้ากลับเป็นสวนขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยต้นไม้นานาชนิด ทางด้านซ้าย ตรงหน้า และด้านขวาต่างสร้างทางเดินแยกที่ทำเอาไว้สำหรับเดินชมสวนโดยไม่ให้รองเท้าเปื้อนดิน ทางซ้ายเป็นทางเดินที่ทำด้วยไม้ ส่วนทางขวาความเป็นทางเดินที่ทำจากหิน  ส่วนทางเดินที่อยู่ตรงหน้าเป็นสะพานที่ทำจากน้ำแข็ง ใช่ พวกคุณฟังไม่ผิดหรอก สะพานนี้ทำจากน้ำแข็ง แถมเป็นสะพานเพียงหนึ่งเดียวที่ไม่มีร่มเงา ดังนั้นมันจึงเป็นสะพานที่โดนแสงแดดไปเต็มที่ แต่ตัวสะพานก็ดูจะไม่เป็นอะไรแม้แต่น้อย

            ริวจ้องมองสะพานน้ำแข็ง ก่อนจะหันไปถามน้องสาวที่อยู่ใกล้ๆว่า “นี้สะพานน้ำแข็งใช่ไหม ทำไมถึงมาตั้งกลางแดดแบบนี้ ตกลงว่าคนสร้างไม่กลัวมันละลายเลยหรือยังไงกันนะ”

            เทียน่าอมยิ้มพร้อมพูดว่า “สำหรับคำถามแรก นี้คือสะพานน้ำแข็งจริงๆ และทำไมถึงมาตั้งการแดดร้อนแบบนี้ นั่นก็เพราะนี้เป็นรสนิยมของท่านผู้นำตระกูลนะค่ะ และคำตอบของคำถามสุดท้าย น้ำแข็งที่นำมาใช้สร้างสะพานนี้ไม่ละลายอย่างแน่นอน เพราะ ตรงหัวสะพานทั้ง 2 ฝั่งนั้น มีลูกแก้วเหมันต์ฝังเอาไว้ ซึ่งคุณสมบัติของลูกแก้วนี้ทำให้น้ำแข็งจะไม่มีวันละลาย และต่อให้เกิดการแตกหัก ลูกแก้วเหมันต์นี้ก็จะช่วยซ่อมแซมให้เป็นปกติเอง”

            “สุดยอด! ถ้าลูกแก้วเหมันต์ช่วยซ่อมแซมสะพานได้แบบนี้ แสดงว่าตระกูลเซริวก็จะมีน้ำแข็งไสกินตลอดเวลาซินะ นี้มันวิเศษสุดๆเลยนะ”ริวส่งเสียงชื่นชมสะพานที่อยู่ตรงหน้า เสียดายที่ไม่มีน้ำหวาน ไม่เช่นนั้น ผมคงจัดการตัดสะพานมาทำเป็นน้ำแข็งไสแก้ร้อนอย่างแน่นอน

            คำกล่าวของริวทำเอาเซริวพูดอะไรไม่ออกเพราะแทนที่ลูกชายจะสนใจประติมากรรมน้ำแข็ง(สะพานน้ำแข็ง)หรือความวิเศษของลูกแก้วเหมันต์  แต่ริวกลับสนใจเรื่องจะเอาสะพานมาทำน้ำแข็งใสเสียได้ เซริวมองลูกชายอย่างเหนื่อยใจ  พร้อมกล่าวว่า

            “พวกเราไปกันได้แล้ว”

            เซริวพูดจบก็ถอนหายใจออกมาอีกครั้ง  รีก้ารีบเดินเข้าไปปลอดใจเซริวอย่างช่วยไม่ได้ สักพักพวกเซริวก็เดินนำหน้าต่อ โดยทางที่พวกพ่อเลือกเดินต่อไป คือ ทางเดินด้านซ้ายที่ทำด้วยไม้ หลังจากเดินต่อมาอีกพักใหญ่ๆ สะพานไม้ก็พามาสวนที่อยู่ลึกเข้าไป

เมื่อมาถึงบริเวณนี้ ริวก็มองไปรอบด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก เพราะสวนตรงนี้ค่อนข้างแตกต่างจากสวนที่พวกริวเพิ่งเดินผ่านมาอย่างสิ้นเชิง เพราะ ต้นไม้ในสวนดูน่ากลัวมากๆ บางต้นมีสีดำสนิททั้งใบและลำต้น  บางต้นปลูกอยู่ในท่อสีเขียว พอมีอะไรบินผ่านมันก็โผล่ออกมางับเจ้าสิ่งนั้นเป็นอาหาร ภาพต้นไม้โผล่ออกมาจากท่อมันทำให้ผมนึกถึงเกมสมัยก่อนจริงๆ  บางต้นน่าจะเป็น ต้นหม้อข้าวหมอแกงลิง เพียงแต่ขนาดของมันใหญ่พอๆกับตึก 3 ชั้นได้ นี่ถ้ามันคิดว่าคนที่เดินผ่านสวนเป็นแมลงละก็......   เฮ้อ แค่คิดก็ไม่อยากจะเดินผ่านสวนนี้แล้วล่ะ

            ริวกวาดตามองสวนตรงหน้า ก่อนจะหันไปกระซิบถามน้องสาวที่อยู่ใกล้ๆว่า “พวกเราจำเป็นต้องเดินผ่านสวนนี้จริงๆหรือ? ”

            “ใช่ค่ะ พี่กลัวหรือ?”น้องสาวรีบถามกลับมาในทันที

            ชายหนุ่มสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะโบกมือเป็นการปฏิเสธ“เปล่า! ใครมันจะไปกลัวต้นไม้กินคน เอ๊ย กินแมลงกันนะ แถมพี่เองก็เคยช่วยเจ้าหญิง(ในเกม)มาตั้งหลายรอบแล้ว การจะกระโดดผ่านท่อสีเขียวที่อยู่ตรงหน้านั้นเป็นอะไรที่กระจอกมากๆ อ้อ ถ้าน้องกลัวจะจับมือของพี่ก็ได้นะ“

            เทียน่ายิ้มแบบขำๆ ก่อนจะตรงเข้าไปจับมือพี่ชาย “ค่า ค่า หนูกลัวจังเลย ขอหนูจับมือหน่อยนะคะ”

            -ไอ้ริว  ถ้าของแค่นี้แกยังกลัว ข้าว่าชาตินี้แกอย่าหวังจะได้มีแฟนเลย –

            (ไอ้แหวนบ้า แกหุบปากไปเลย ไม่มีใครขอความเห็นแกสักหน่อย)ริวรีบเถียงกลับไป พร้อมขยับตัวไปใกล้ชิดน้องสาวเท่าที่ทำได้

            เทียน่ารีบดึงให้ริวตามพวกเซริวไปทันที แน่นอนว่าตลอดเวลาที่เดินผ่านสวน ชายหนุ่มหลับตาตั้งแต่ต้นจนจบ ระหว่างที่เดินอยู่นั้น เสียงร้องบางอย่างดังขึ้นข้างหูของชายหนุ่มตลอดเวลา แม้จะฟังไม่ออกว่าเป็นคำพูดอะไร หรือเสียงร้องของใคร แต่พอบอกได้ว่าเสียงที่ได้ยินค่อนข้างเจ็บปวดเป็นอย่างมาก

            หลังจากได้ยินเสียงนั้นอยู่สักพัก ชายหนุ่มต้องก็ลืมตาขึ้นเพื่อหาต้นเสียง แต่พอลืมตาสิ่งที่เขาเห็นกลับเป็นต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงขนาดยักษ์อยู่เหนือหัวพอดี และดูเหมือนว่ามันจะโน้มตัวลงมางับชายหนุ่มที่เดินผ่านพอดีอีกด้วย

            “ไม่จริงน่า!!! ทำไมถึงซวยแบบนี้ฟะ”เสียงร้องของริวดังกึกก้องไปทั่ว ก่อนจะตามมาด้วยการวิ่งแบบสุดชีวิต น้องสาวได้แต่วิ่งตามพี่ชายไป เนื่องจากริวไม่ยอมปล่อยมือของเธอแม้แต่น้อย และถ้าเธอไม่วิ่งตามแรงดึง ชายหนุ่มก็อาจจะทำให้ตัวเองหกล้มจนเจ็บตัวก็เป็นได้

พอมาถึงอีกด้านของสวน ริวก็แทบทรุดลงไปนั่งกับพื้นด้วยสภาพที่ไม่ต่างจากซากศพ(หมดแรงแบบสุดๆ) เทียน่าหันไปมองพวกเซริวที่กำลังเดินมาไม่ถึง พร้อมหันมาถามริวว่า

“พี่ไม่เป็นอะไรนะคะ”

ริวฝืนยิ้ม “พี่ไม่เป็นอะไรมั่ง แค่เกือบถูกต้นไม้กินเป็นอาหารกลางวัน และ วิ่งหนีจนตับแลบเท่านั้นเอง”

เทียน่าถอนหายใจ ก่อนจะชี้ไปทางพวกคุณพ่อที่กำลังเดินผ่านต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงที่มีขนาดใหญ่กว่าต้นที่ริวเห็นเกือบเท่าตัว

“พี่เห็นไหม   ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงไม่ได้ทำร้ายพวกคุณพ่อแม้แต่น้อย และต้นไม้อื่นๆก็เช่นกัน “

ริวมองภาพที่เห็นจนตาค้างเพราะต้นไม้ที่อยู่ในสวนแทบจะไม่ขยับเขยื้อนเลย “จริงด้วย ทำไมต้นไม้พวกนี้ถึงได้ไม่ทำร้ายพ่อกับแม่เลยล่ะ”

“ต้นไม้ในสวนแห่งนี้ทั้งหมดไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ค่ะ”

ริวชี้ไปที่ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง ก่อนจะพูดว่า “ไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์! แล้วไอ้สักครู่มันอะไรกัน  ทำไมไอ้ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงขนาดยักษ์ถึงได้คิดจะหม่ำพี่เป็นอาหารกลางวันแบบนี้ล่ะ”

เทียน่าส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว“เรื่องนี้หนูก็ไม่รู้ พวกมันไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเลย พี่แน่ใจนะว่าไม่ได้ไปรังแกอะไรพวกมันก่อน พืชเหล่านี้ค่อนข้างจะอ่อนไหวมากนะ”

ชายหนุ่มยิ้มแบบเจื่อนสนิท “ยัยน้องตัวแสบ เธอคิดแบบนี้ได้ยังไงกัน คนอย่างพี่นี้นะจะไปรังแกต้นไม้พวกนั้น ชาติหน้าตอนบ่ายๆยังไม่กล้าทำเลย”

ระหว่างที่ริวกำลังคุยกับเทียน่า เซริวกับรีก้าก็เดินเข้ามาสมทบ ก่อนจะพาลูกทั้ง2 คนให้เดินตามไป ขณะที่เดินเทียน่าก็เล่าเรื่องที่ริวเจอให้พวกแม่ฟัง เมื่อฟังจบรีก้าก็หันมามองริว

“แม่คิดว่า นั่นอาจจะเป็นการแสดงความรู้สึกรูปแบบหนึ่งของต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงก็ได้นะ”

“การแสดงความรู้สึกหรือครับ?”

“ใช่จ๊ะ ต้นไม้ในริเดียก็มีความรู้สึกเหมือนมนุษย์นั่นล่ะ เพียงแต่ว่ามันพูดไม่ได้เลยต้องแสดงออกในรูปแบบอื่นแทนนะ “

            ริวได้แต่พยักหน้ายอมรับในคำพูดนี้ แต่ก็ยังคิดต่อไปว่า (แล้วไอ้ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง มันแสดงความรู้สึกแบบไหนออกมาละ รังเกียจ หมั่นไส้  หรือว่าหิวจัดกันนะ)

            -ไอ้ริว อย่าเอาแต่คิดในแง่ลบแบบนั้นจะได้ไหม หัดคิดบ้างซิว่าต้นไม้อาจจะกำลังบอกรักแกอยู่ก็ได้-

            (การบอกรักบ้านไหนฟะ ที่ใช้ใบในการงาบคู่รักตั้งแต่แรกพบอย่างนี้  ดูยังไงนี้ก็เป็นความรู้สึกหิวจัดชัดๆ)ริวเถียงกลับไป ขืนนี่คือการบอกรักของต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงจริง รับรองว่าเขาไม่มีทางเข้าใกล้มันตลอดชีวิตแน่ๆ

            -เอ่อ ตามใจแกก็แล้วกัน แต่เรื่องนี้พักไว้ก่อนเถอะ ดูเหมือนจะถึงที่หมายแล้วละ-

            คำพูดของเท็ดดี้ทำเอาริวมองไปรอบๆ ทำให้เห็นว่าตัวเองกำลังอยู่หน้าห้องแห่งหนึ่ง ที่ด้านบนประตูมีป้ายติดไว้ว่า ห้องมังกรวารี ถนัดลงมาตรงกลางประตูมีป้ายขนาดกว้างหนึ่งฟุต ยาวประมาณ 1 ช่วงแขนติดเอาไว้

เวลาทำงาน 8.00- 19.00 น.

(ใครรบกวนเวลาทำงาน  มันต้องตายสถานเดียว)

                                ลงชื่อ รูบี้ ดราโกนิค

        (หัวหน้าฝ่ายมังกรวารี และหัวหน้าฝ่ายบัญชี)

 

            ริวหันไปมองเซริวที่อยู่ใกล้ๆ เหมือนจะถามว่า คิดจะเข้าไปเข้าในจริงๆหรือ? คุณพ่อยกมือขึ้นเคาะประตูแทนคำตอบ

            ก๊อกๆ

            “เข้ามาได้เลย!!!” เสียงของผู้หญิงดังขึ้นจากภายในห้อง

            เซริวเดินประตูเข้าไปทันที ภายในห้องเป็นที่ทำงานขนาดพอเหมาะที่มีโต๊ะทั้งหมด 7 ตัว โดยมีโต๊ะเรียงกัน 2 แถว แถวละ 3 ตัวแต่ละตัวต่างมีหมายเลข 1- 6 ติดเอาไว้ ทุกโต๊ะล้วนมีผู้ชายสวมแว่นตาหนาเป็นนิ้วนั่งทำงานอย่างเอาเป็นเอาตาย  หัวแถวทั้งสองแถว มีโต๊ะอีกหนึ่งที่มีกองเอกสาร กองไว้สูงจนไม่เห็นคนที่นั่งอยู่เลย เสียงของผู้ที่อยู่หลังกองเอกสารดังขึ้นว่า

            “เบอร์ 1 ยอดรวมมันคลาดเลื่อนไป 1 G รีบเอาไปคิดใหม่เดี๋ยวนี้เลย”

            มือขวาของคนที่อยู่หลัง กองเอกสารยื่นออกมาด้านข้าง ชายที่นั่งอยู่ที่โต๊ะหมายเลข 1 รีบลุกขึ้นไปรับเอกสาร ก่อนจะกลับมานั่งทำงานต่อในทันที

            “เบอร์ 2 บัญชีรายจ่ายของฝ่ายมังกรพสุธา ดูเหมือนจะมีรายจ่ายเกินไป 5864 G นะ รีบขอรายละเอียดจากมอลลี่เดี๋ยวนี้ ถ้าเธอบอกว่าไม่รู้ถึงเหตุผลที่เงินหายไปไหน  นายจัดการเผาห้องวิจัยเวททิ้งไปเลย”

            “ทราบแล้วครับ”ชายที่นั่งอยู่ที่โต๊ะตัวที่ 2 ลุกขึ้น ก่อนจะวิ่งออกจากห้องไปในทันที สักพักโต๊ะที่มีหมายเลข 2 ก็ถูกเปลี่ยนเป็นหมายเลข 7 จากนั้นก็มีผู้ชายอีกคนมานั่งที่โต๊ะ พร้อมก้มหน้าทำงานต่อไป

            “เบอร์ 3 ไปเอารายรับจากฝ่ายมังกรอัคคีมาหรือยัง..... “

“เบอร์ 4 เอาเอกสารไปคิดใหม่เดี๋ยวนี้ .ทำงานชุ่ยมากเลย ถ้าครั้งหน้าแกยังทำแบบนี้อีก แกตาย!

“....เบอร์ 5 ถ้าแกจะตายช่วยไปตรงอื่นได้ไหม ฉันไม่มีเวลามาเก็บศพของแกโว้ย”

“เบอร์ 6 ช่วยเรียก เบอร์ 8 มาเตรียมไว้ด้วยเพื่อไอ้เบอร์ 5 มันตาย งานจะได้ไม่ติดขัด”

เสียงสั่งการของคนที่อยู่หลังกองเอกสารดังขึ้นแบบไม่หยุด พวกเซริวได้ฟังถึงกับยิ้มแหยๆ เพราะตั้งแต่เข้าห้องมา  5 นาที คนที่อยู่ในห้องดูเหมือนจะยังไม่ทราบถึงการคงอยู่ของพวกเขาแม้แต่น้อย เสียงสั่งการจากคนที่อยู่หลังกองเอกสารยังคงดังต่อไป ในที่สุดเซริวก็ทนไม่ไหว เขาจึงพูดขึ้นว่า

“รูบี้ ถ้ายังไม่ว่าง พี่ขอตัวไปพบพี่ใหญ่ก่อนก็แล้วกัน”

เสียงของคนที่อยู่หลังกองเอกสารเงียบไป ก่อนจะใช้มือซ้ายชี้ไปที่ประตูที่อยู่ด้านข้าง พร้อมกล่าวว่า “พี่รองช่วยไปรอที่ห้องข้างๆก่อน  ฉันขอจัดการเอกสารอีกสักครู่แล้วจะตามไปทีหลังนะค่ะ”

เซริวส่ายหน้าอย่างหน่ายใจ ”เข้าใจแล้วล่ะ น้องรีบตามมาก็แล้วกัน อ้อ อย่าหักโหมมากไปละ เดี๋ยวจะเป็นอย่างเจ้าแพนได้”

“รับทราบค่ะ”เสียงของคนที่อยู่หลังกองเอกสารดังขึ้นอีกครั้ง ในขณะที่พวกเซริวเดินเข้าไปพักห้องที่รูบี้ชี้

ห้องพักผ่อนที่อยู่ด้านข้าง

            เซริวพาพวกริวเดินเข้ามาในห้องตามที่รูบี้เป็นคนบอก ริวกวาดตามองไปรอบๆ ห้องพักแห่งนี้ประกอบได้ด้วยโซฟา 2 ตัวที่ตั้งเป็นมุมฉาก โต๊ะขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ตรงหน้าเหมือนกับว่าโต๊ะชุดนี้เตรียมไว้ต้อนรับแขกโดยเฉพาะ ด้านข้างจัดวางกาแฟเอาไว้สำหรับชงดื่ม เพียงแต่ว่าชนิดของกาแฟมีมากกว่า 30 ชนิดซะอีก (นี่คงกะไม่ให้หลับ ไม่ให้นอนเลยใช่ไหม ถึงได้เตรียมกาแฟไว้ขนาดนี้ ) ส่วนที่ตรงข้ามกับชั้นวางกาแฟกลับเป็นที่วางของเล่น ใช่พวกคุณฟังไม่ผิดหรอก ห้องพักแห่งนี้ มีมุมสำหรับให้เด็กเล่นของเล่นอีกด้วย ไม่สิ ต้องบอกว่าห้องของเล่นแห่งนี้มีมุมให้คนมาพักผ่อนด้วยต่างหาก เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่ของห้อง(นอกจากมุมที่มีโซฟากับโต๊ะแล้ว) ล้วนเต็มไปด้วยของเล่น 

ส่วนในสุดของห้อง(ถ้านับจากประตูเข้าไป) มีเด็กสาวคนหนึ่งกำลังนั่งเล่นของเล่นอยู่เพียงคนเดียว โดยใกล้ตัวของเธอมีสาวใช้อีกหนึ่งคนคอยดูแลอยู่ แม้สาวใช้จะหันมาโค้งให้กับพวกเซริว แต่เด็กสาวที่เล่นของเล่นดูจะไม่สนใจในการมาของพวกเขาแม้แต่น้อย

            เทียน่าที่เห็นเด็กสาวคนนั้น  เธอรีบเดินเข้าไปหาพร้อมพูดว่า “สวัสดีจ๊ะ ยูเรียจัง วันนี้เป็นอย่างไงบ้าง”

เด็กสาวนาม ยูเรีย หันมามองเทียน่าก่อนจะพยักหน้า 1 ครั้งแล้วจึงหันกลับไปเล่นของเล่นต่อ โดยไม่สนใจที่จะทักทายใครอีกเลย

ริวจ้องมองยูเรียจัง  เธอเป็นเด็กสาวผมสีทองยาวสลวยราวกับตุ๊กตาบาร์บี้ ใบหน้ารูปไข่ ปากนิด จมูกที่เข้ารูปกับใบหน้า ตาสีเขียวที่ไร้ประกาย อายุน่าจะไม่เกิน 10 ปี สวมใส่ชุดโกธิคโลลิต้า ทำให้ดูขัดกับบุคลิกที่เห็นจริงๆ เอ่อ ถ้าถามว่าขัดแบบไหน มันก็คงประมาณว่าเอานางฟ้าที่มีรัศมีเทพมาใส่ชุดของปีศาจร้ายที่แฝงไปด้วยความเศร้าละมั่ง

ระหว่างที่ริวกำลังมองยูเรียจังอยู่นั้น เซริวกับรีก้าก็เดินไปทักทายเด็กสาวเช่นเดียวกัน แต่เด็กสาวทำเพียงแค่เหลือบตามอง ก่อนจะหันกลับไปเล่นของเล่นตามเดิม รีก้าและเซริวได้แต่ถอนใจให้กับท่าทางของเธอ 

ริวเดินเข้ามาหารีก้าแล้ว พร้อมกระซิบถามว่า “คุณแม่ เด็กคนนี้เป็นใครหรือครับ “

รีก้ายิ้มพร้อมพูดว่า“เธอชื่อ ยูเรีย อายุ 8 ปีเป็นลูกคนที่ 2 ของน้ารู้บี้ที่อยู่ด้านนอก และเป็นน้องสาวของฟาฟา ที่ลูกเจอเมื่อสักครู่ยังไงละ”

ริวพยักหน้า ก่อนจะหันไปแนะนำตัวกับยูเรียจังว่า “สวัสดีจ๊ะ ยูเรีย พี่ชื่อริว ยินดีที่ได้รู้จักนะ”

ยูเรียหันมามองหน้าริวเพียงแวบเดียวก่อนจะหันกลับไปเล่นขอเล่นต่อ ริวอึ้งไปเล็กน้อยกับท่าทางของเด็กสาว เขาฝืนยิ้มพร้อมตรงเข้าไปตีสนิทกับเธอทันที  ถ้าเป็นตามปกติผมคงไม่สนใจเด็กคนนี้ แต่สายตาของเธอที่มองมานั้นแทบไม่มีประกายตาของเด็ก 8 ขวบเหลืออยู่เลย มันเหมือนกับว่าเธอเป็น ตุ๊กตาที่มีชีวิตแต่ไร้อารมณ์ความรู้สึก

“ยูเรียจัง กำลังเล่นอะไรอยู่หรือ? พี่ชายขอเล่นด้วยคนได้ไหมจ๊ะ”

ริวพยายามยื่นมือไปจับของเล่นที่ยูเรียจังถืออยู่ แต่เขากลับถูกยูเรียจังตีมืออย่างแรง พร้อมทั้งดึงเอาของเล่นชิ้นนั้นไปกอดด้วยสีหน้าปกติ

(เอ่อ ดูท่าจะแย่แล้วละ ขนาดอารมณ์โกรธก็ยังหายไปอีก ตกลงว่าคุณอาเลี้ยงลูกกันแบบไหนฟะ คนพี่(ฟาฟา)ก็กลายเป็นคุณหนู 2บุคลิก คนน้องกลับกลายเป็นคนที่ไม่แสดงอารมณ์ไปซะได้) ชายหนุ่มคิดขึ้นพร้อมพูดออกมาว่า

“ยูเรียจัง พี่ขอโทษนะ ถ้ารู้ว่าของเล่นชิ้นนี้เป็นของเล่นที่หนูรักที่สุด พี่คงไม่คิดจะแตะต้องมันแน่ “

ริวรีบก้มหัวเป็นการขอโทษยูเรียจังในทันที แต่สิ่งที่ริวพูดออกมากับทำให้ยูเรียจังหันมาสนใจริวมากกว่าเดิม แม้เธอจะยังทำหน้าเมินเฉย แต่ดวงตาของเธอก็เริ่มแสดงถึงความสนใจในตัวของชายหนุ่มขึ้นมาบ้างแล้ว จนกระทั่งริวพูดขึ้นมาว่า

“อยากดื่มน้ำส้ม ถ้าหามาให้จะยกโทษให้หรือ? ตายละแล้วพี่จะไปหาน้ำส้มมาจากที่ไหนละเนี่ย”

พอพูดจบริวก็ยกมือขึ้นมาเกาหัวด้วยสีหน้าจนปัญญาเพราะในห้องนี้มีแต่พวกกาแฟสำหรับกินแก้ง่วงเท่านั้นเอง ชายหนุ่มไม่รู้เลยว่าสายตาของทุกคนที่อยู่ในห้อง ไม่ว่าจะเป็นคุณพ่อ คุณแม่ เทียน่า หรือแม้แต่สาวใช้ต่างก็ตกใจในสิ่งที่เห็น

ริวหันไปมองสาวใช้ที่อยู่ใกล้ “คือว่า ไม่ทราบพอจะมีน้ำส้มบ้างไหมครับ”

“มีค่ะ รบกวนคุณหนูริวรอสักครู่นะ”สาวใช้สะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะรีบหยิบกล่องน้ำส้มออกมาจากช่องว่างมิติ

ชายหนุ่มรับกล่องน้ำส้มจากสาวใช้ ก่อนจะส่งให้ยูเรียจังที่ยังคงจ้องมองเขาด้วยสีหน้าเมินเฉย แต่ยังไม่ทันที่เธอจะรับกล่องน้ำส้ม ริวก็พูดออกมาอีกครั้งว่า

 “หา! ต้องการจะให้เทใส่แก้วด้วยหรือ? เข้าใจแล้วละ รอเดี๋ยวนะ ยูเรีย”

ริวไปหยิบแก้วที่ชั้นวางพร้อมเทน้ำส้มใส่ลงไป ก่อนจะส่งมันให้ยูเรียจัง  “ตกลงว่าหนูยกโทษให้พี่ชายคนนี้แล้วนะ”

ยูเรียพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะยกน้ำส้มขึ้นมาดื่มอย่างช้าๆ เทียน่าเป็นคนแรกที่ทนไม่ไหว เธอใช้นิ้วสะกิดพี่ชาย พร้อมถามว่า

 “พี่ค่ะ พี่รู้ได้ยังไงว่ายูเรียต้องการอะไร”

ริวทำหน้างงๆ “ยูเรียเป็นคนบอกพี่เองนะสิ ”

คำตอบของริวทำเอาคนทั้งหมดมองชายหนุ่มราวกับว่าเขาเป็นตัวประหลาด เทียน่าฝืนยิ้ม  ก่อนโน้มตัวไปกระซิบข้างหูริวว่า

“พี่ค่ะ ยูเรียจังแม้จะได้ยินที่พวกเราพูด แต่เธอไม่สามารถพูดได้นะ แล้วเธอจะบอกพี่ได้ยังไงกัน”

“ไม่จริงน่า!! เมื่อสักครู่เธอยังพูดกับพี่อยู่เลยนะ น้องไม่ได้ยินหรือ?”ริวร้องออกมาด้วยความตกใจในสิ่งที่ได้ยิน

เทียน่าโบกมือเป็นการปฏิเสธ ชายหนุ่มจึงได้หันไปถามคนอื่น แต่ก็ได้คำตอบแบบเดียวกัน สุดท้ายริวก็ได้แต่หันไปถามเท็ดดี้ว่า

(เท็ดดี้นายได้ยินเสียงของยูเรียจัง ตอนที่พูดกับผมไหม)

-ไม่ได้ยิน ข้าเห็นแกพูดคนเดียวตั้งแต่ต้นจนจบนั้นละ –

“แล้วเสียงยูเรียจังที่ผมได้ยินมันมาจากไหนละ หรือว่า....”ริวกล่าวถึงตรงนี้เขาก็นึกถึงเหตุการณ์ที่คล้ายๆกันขึ้นมาได้ สักพักเขาจึงถามขึ้นว่า

(เท็ดดี้ หรือว่าเสียงที่ได้ยินจะเกี่ยวกับญาณธรรมชาติที่ผมมี และ เสียงที่ผมได้ยินอาจจะเป็นเสียงของจิตวิญญาณของธรรมชาติ ก็เป็นได้นะ )

เท็ดดี้จับจ้องไปที่ยูเรีย ก่อนจะตอบว่า  -ข้าเองก็ไม่รู้ว่าจะใช่แบบนั้นหรือไม่ แต่ในอดีตเคยมีมนุษย์บางคนที่เกิดมาพร้อมกับวิญญาณที่ใกล้เคียงกับจิตวิญญาณของธรรมชาติ เพียงแต่ว่าคนเหล่านั้นมักจะมีอะไรผิดปกติจากมนุษย์ทั่วไป เช่น ตามองไม่เห็น หูไม่ได้ยิน หรือ พูดไม่ได้นะ ที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะร่างกายของมนุษย์รองรับวิญญาณไม่ได้นั้นเอง-

ริวจ้องยูเรีย  (นายกำลังบอกว่าที่ยุเรียพูดไม่ได้เป็นเพราะสาเหตุนั้นหรือ? )

-ใช่ -

(แล้วนายพอมีวิธีช่วยคนที่เป็นแบบนี้บ้างไหม)ริวรีบถามขึ้นมาเพราะ เขาไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้ายูเรียโตขึ้นไปในสภาพแบบนี้ อนาคตของเธอจะเป็นเช่นไร

-เท่าที่ข้ารู้จากเก็มบุ สัตว์เทพที่เชี่ยวชาญในเรื่องแบบนี้ วิธีช่วยมนุษย์ที่เกิดมาเป็นแบบนี้มีเพียงวิธีเดียวคือ ต้องให้กินผลไม้สีรุ้ง แต่อย่าถามนะว่าจะไปหาผลไม้นี้ได้ที่ไหน หรือมันมีลักษณะอย่างไง เพราะข้าเองก็ไม่เห็นเหมือนกัน ข้าเกิดหลับไปก่อนที่จะฟังเรื่องนี้จบ –

(ไอ้แหวนบ้า แกนี้พึ่งอะไรไม่ได้เลยนะ พอถึงเรื่องสำคัญทีไร เป็นต้องหลับไปก่อนทุกทีเลยนะ)ริวตอกกลับไปทันที ในข้อหาทำให้ผมเสียเวลาฟังซะตั้งนาน ขณะนั้นเองที่ยูเรียเดินเข้ามาหาชายหนุ่ม เธอกระตุกเสื้อของเขา 2-3 ครั้ง

“อยากจะให้เล่นเป็นเพื่อนหรือ?”ริวพูดพลางยื่นมือไปลูบหัวของเด็กสาวอย่างอ่อนโยน

ยูเรียยังคงแสดงสีหน้าเมินเฉย แต่แววตาของเธอกลับสื่อว่า เธอต้องการแบบนั้น  ริวส่งยิ้มให้กับยูเรียพร้อมพูดว่า

“ได้สิจ๊ะ แล้วพวกเราจะเล่นอะไรกันดีละ ”

เด็กสาวรีบวิ่งไปหยิบของเล่นมายื่นให้กับริว เขาก็ยอมนั่งลงเล่นกลับเธอแต่โดยดี ระหว่างที่ริวกำลังเล่นกับยูเรียนั่งเล่นของเล่นกันนั้น  เทียน่าก็หันไปถามคุณแม่ว่า

“แม่ค่ะ นี่พี่ริวได้ยินเสียงของยูเรียจริงหรือ?”

รีก้าฝืนยิ้ม “แม่เองก็ไม่รู้ แต่การที่ยูเรียยอมเล่นกับคนที่เพิ่งรู้จักได้แบบนี้ คงคิดได้อย่างเดียวว่า ริวได้ยินเสียงของเธอจริงๆ”

เทียน่าอดหน้าเสียไม่ได้เพราะนับวันพี่ชายของเธอยิ่งห่างจากความเป็นคนธรรมดาไปทุกขณะ นี่ก้าวหน้าถึงขนาดฟังเสียงในใจของคนอื่นได้แล้วหรือ? มีใครบ้างที่อ่านใจคนได้ทั้งที่ไม่ต้องใช้เวทอย่างพี่ชายของเธอ แค่คิดถึงตรงนี้ คุณค่าในการแย่ชิงตัวไปเป็นเจ้าบ่าวก็สูงเสียดฟ้าแล้ว แถมเมื่อรวมกับข่าวเรื่องเนตรมังกร ดาบไทอัสที่หลุดออกก่อนหน้านี้ด้วยแล้ว ถ้าเรื่องครั้งนี้หลุดออกไปอีกมีหวังเกิดสงครามชิงตัวระหว่างตระกูลแม่มด และตระกูลเซริวจะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

 2 ชม.ผ่านไป

            ผ้าห่มสีขาวถูกหยิบขึ้นมาห่มให้กับเด็กสาวเพิ่งหลับไปด้วยความเหนื่อยล้า มือของเธอยังกุมชายเสื้อของเพื่อนที่เล่นด้วยราวกับว่ากลัวจะสูญเสียเพื่อนเพียงคนเดียวไป ชายเจ้าของเสื้อพยายามแกะมือของเด็กสาวออกช้าๆเพราะกลัวเธอจะตื่นขึ้นมา เมื่อแกะได้แล้วเขาก็เดินไปนั่งที่โซฟาด้วยความอ่อนล้า  กาแฟอุ่นๆถูกนำมาเสิร์ฟโดยน้องสาวสุดที่รัก

            “พี่เหนื่อยไหมคะ”

            ริวยกกาแฟขึ้นมาจิบ พร้อมมองยูเรียจังที่นอนยิ้มอยู่ไม่ไกลนัก การที่เด็กหญิงได้เล่นกับริวตลอด 2 ชม. ทำให้เธอยิ้มออกมาเหมือนเด็กทั่วไปได้บ้างแล้ว

“นิดหน่อยนะ แต่ก็ต้องถือว่าคุ้มค่าที่เรียกรอยยิ้มจากยูเรียได้”

ริวยิ้มอย่างเป็นสุขที่เห็นรอยยิ้มของยูเรีย แม้จะเป็นเพียงชั่วคราวก็ตามที สักพักเขาก็นึกบางอย่าขึ้นมาได้  ชายหนุ่มจึงถามออกไปว่า

“จริงซิ คุณพ่อกับคุณแม่ไปไหนแล้วละ”

            เทียน่าชี้ไปที่ประตู “พวกคุณพ่อออกไปตามคุณน้ารูบี้ที่ห้องข้างๆนะค่ะ ดูเหมือนจะทนรอต่อไปไม่ไหวแล้วนะค่ะ”

            ยังไม่ทันสิ้นเสียงของเทียน่าดี ประตูห้องก็เปิดออก พวกคุณพ่อกลับเข้ามาในห้องพร้อมด้วยผู้หญิงอีก 1คน เธอคนนี้มีรูปหน้าคล้ายคุณพ่อ เพียงแต่ตัวเตี้ยกว่าประมาณ 1 คืบ ไว้ผมยาวจนถึงเอว สวมแว่นตาที่เข้ากับใบหน้า ส่วนเสื้อผ้าที่ใส่เป็นชุดเปิดไหล่

            เซริวกวักมือเรียกริวให้เข้าไปหาผู้หญิงคนที่มาด้วยกัน พร้อมพูดว่า “ริว  ลูกเข้ามาสวัสดี อารูบี้ก่อนซิ”

            ริวยกมือขึ้นไหว้อารูบี้ ก่อนจะพูดว่า “สวัสดีครับ อารูบี้”

            อารูบี้มองริวอย่างละเอียด” นี่หลานชายคิดจะมาทำงานพิเศษให้กับฝ่ายบัญชีบ้างไหม  อาให้ค่าจ้างวันละ 100 G เลยนะ”

            ยังไม่ทันที่ริวจะได้ตอบ เซริวพูดขึ้นว่า “ยัยจอมงก นี้คิดจะใช้แรงงานเด็กเลยหรือ? แถมยังกดค่าจ้างซะต่ำติดดินเลยนะ”

            “พี่รองอย่าว่ากดค่าตัวสิค่ะ ฉันแค่หาทางประหยัดรายจ่ายให้ครอบครัวเท่านั้นเอง พี่ก็น่าจะรู้นี้นะว่าฉันมีลูกสาวต้องเลี้ยงดูถึง 2 คนก็เลยต้องประหยัดเงินกันหน่อย ยิ่งปีหน้าฟาฟาจะไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยแล้ว ฉันยิ่งต้องประหยัดรายจ่ายส่วนเกินที่ไม่จำเป็นนะ”

            เซริวฝืนยิ้ม เพราะราคาค่าจ้างขั้นต่ำในโลกใบนี้ ในโลกใบนี้คือ 300 G /วัน โดยอาจจะขึ้นลงได้ ขึ้นอยู่กับงานที่ทำว่า หนักหรืองานเบา และงานฝ่ายบัญชีก็คงไม่ต้องบอกว่าหนักขนาดไหนกัน การให้เงินเพียง 100 G ถือว่าเป็นการกดค่าแรงกันมากๆเลย ท้ายที่สุดเซริวก็ถอนใจแล้วพูดว่า

            “ไม่รู้ล่ะ ถ้าเธอยังไม่เลิกคิดเรื่องนี้ พี่จะเลิกคุยกับเธอด้วยแล้วนะ”

            อารูบี้ทำหน้าเบ้อย่างไม่สมอายุแม้แต่น้อย “เข้าใจแล้วค่ะ ไม่พูดก็ไม่พูด แต่ฉันขอตั้งคำถามหลานชายสัก 3 คำถามนะ พี่รอง”

            “ไม่ได้”เซริวตอบเสียงแข็ง

            “อ้า ทำไมละ แค่ถามคำถามก็ยังไม่ได้อีกหรือ? พี่รองขี้งก”

            เซริวทำหน้าเซ็งๆ “อย่าคิดว่าพี่ตามเธอไม่ทันสิ นี้คงคิดจะถามข้อมูลเรื่องลักษณะของผู้หญิงที่ริวชอบใช่ไหม จากนั้นค่อยเอาข้อมูลไปขายที่ร้านรับซื้อข้อมูลอีกต่อหนึ่งใช่ไหมละ”

            “ชิ ”เสียงร้องขัดใจของอารูบี้ดังขึ้น ก่อนจะตามมาด้วยน้ำเสียงอ้อนวอนว่า “โธ่ พี่รองค่ะ ข้อมูลของวีรบุรุษ ตอนนี้ถูกขายอยู่ในหลักหมื่นต่อ 1 ข้อมูลเลยนะ ยิ่งข้อมูลลักษณะของสาวที่ชอบด้วยแล้ว ขายถึงหลักแสนกันเลย ถ้าไม่ขายหลานชาย เอ๊ย ข้อมูลของหลานชายตอนนี้จะขายตอนไหนละ”         

            เซริวเงียบลง ก่อนจะพูดเสียงเด็ดขาดว่า “เลิกล้อเล่นได้แล้วละ ตกลงว่าเธอเรียกพวกพี่มาทำไมกัน ถ้ายังไม่พูดพี่จะไปพบพี่ใหญ่แล้วนะ”

            อารูบี้หันไปมองหลานชายจนทำให้ ชายหนุ่มรู้สึกไม่ดีไปด้วย แต่ขณะนั้นเองที่ยูเรียถีบผ้าห่มออกจากตัว ขณะที่สาวใช้กำลังจะเดินเข้ามาห่มผ้าให้กับยูเรีย อารูบี้ก็ยกมือขึ้นห้ามเอาไว้ พร้อมเดินไปห่มผ้าให้กับลูกสาวด้วยตัวเอง เธอลูบผมของลูกสาวด้วยสีหน้าอ่อนโยน

            “พี่รองรู้ไหมว่า หลายปีมานี้ยูเรียไม่เคยยิ้มแม้แต่ครั้งเดียว แต่วันนี้เธอกลับยิ้มอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน  ในฐานะของคนเป็นแม่แล้ว ไม่มีอะไรที่มีความสุขไปมากกว่านี้อีกแล้วละค่ะ เอาเป็นว่าธุระที่ฉันต้องการจะคุยกับหลานชาย ถือว่าไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนก็แล้วกันนะ”

            “ที่แท้น้องก็เป็น 1 ในบทสอบของพี่ใหญ่ซินะ”เซริวฝืนยิ้ม

            รูบี้เอามือลูบผมลูกสาว “ใช่ค่ะ พี่รอง แต่อย่าถามนะว่าทำไมฉันถึงให้ความร่วมมือในเรื่องนี้นะ เพราะฉันไม่สามารถบอกได้”

            เซริวทำหน้าราวกับเข้าใจสิ่งที่รูบี้ต้องการจะสื่อ “ดูเหมือนคนที่อยู่เบื้องหลังการทดสอบนี้ก็คือ ท่านผู้นำ กับคุณพ่อซินะ”

            รูบี้ยิ้มบางๆแทนคำตอบ สักพักเธอก็อุ้มลูกสาวขึ้นมา พร้อมพูดว่า “พี่รอง ฉันขอพายูเรียไปนอนก่อนก็แล้วกัน พี่เองก็รีบไปพี่ใหญ่ที่เรือนเหมันต์เถอะ”

            เซริวพยักหน้า ก่อนจะพาพวกรีก้าเดินออกจากห้องไป ชายหนุ่มเป็นคนสุดท้ายที่เดินออกจากห้อง แต่รูบี้ได้เรียกริวเอาไว้ พร้อมกล่าวว่า

            “ริว ขอบใจนะ ที่อยู่เป็นเพื่อนเล่นกับยูเรีย  วันนี้เธอดูมีความสุขจริงๆ”

            ริวรีบโบกมือปฏิเสธ “ไม่หรอกครับ ผมเองก็สนุกเหมือนกัน”

            รูบี้มองลูกสาวที่อยู่ในอ้อมอก “ถ้าเธอมีเวลาว่างช่วยมาเล่นกับยูเรียอีกได้ไหม” 

            “ได้สิครับ”ริวตอบในทันที

            ///////////////////////////////////////////

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 205 ครั้ง

122 ความคิดเห็น

  1. #7201 linnil (@LinNil) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2559 / 23:31
    ได้ยินอะไรรุ้งๆ สังหรว่าต้องได้ไปที่หมอก 7 สายรุ้งอะไรนั้นแน่เลย
    #7201
    0
  2. #6923 maybeokbaek (@mayboekbaek) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 17 เมษายน 2559 / 11:16
    ทำไมริวไม่บอกเรื่องผลไม้สีรุ้งไปล่ะ ขอแค่มีทางรักษาต่อให้ไม่รู้จักหรือหายากจริงๆ ทางตระกูลหรืออย่างน้อยๆก็แม่ของน้องต้องพยายามหามาแน่
    #6923
    0
  3. #6793 Cab Wuttichai (@cabja) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2559 / 05:33
    ความคิดเห็นส่วนตัวนะ บางทีรายละเอียดเยอะเกินไป เรื่องราวไม่ไปไหนสักทียังอยุ่ที่เดิม อย่างตอนที่อยู่ขนส่ง เล่าเรื่องถึง3ตอนกว่าจะได้ขึ้นรถ คุยกับแหวนมากไป และแม่งก็พากันมโนเก่งเหมือนเดิม
    #6793
    0
  4. #6442 Harm. (@tanzanaza) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 4 กันยายน 2558 / 19:21
    ความอยากได้เป็นเจ้าบ่าวพุ่งสูงเลยนะ 55555 สงสารริวดีไหม ? 555
    #6442
    0
  5. #5424 Secret (@gcthanakorn1) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2557 / 10:10
    สรุปว่าจิ้งจอกมายามันมีกี่สีกันแน่อะ 3 หรือ 7?
    #5424
    0
  6. #4906 BlackComment (@kafil2006) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 6 กันยายน 2557 / 11:23
    มันๆ
    #4906
    0
  7. #4237 เอกภพไร้ขอบเขต (@beer36) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2557 / 23:26
    นี่มัน!!!... "ริว จิตสัมผัส" สินะ
    #4237
    0
  8. #4226 PiLii (@pinepilins) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2557 / 20:14
    เจ้าโลลิเอ๊ย ริวเอ็งผิดปกติแล้ว 555
    #4226
    0
  9. #4156 The Memorial (@golflovenaru) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2557 / 00:49
    มาอ่านทวนๆ ผมว่าเทียน่า น่าจะใช้คำว่า กลุ้มใจ แทน หน้าเสีย นะครับเพราะหน้าเสียน่าจะเป็นกรณีทำผิดแล้วโดนจับได่้ มากกว่า
    #4156
    0
  10. #4100 watch012 (@watch012) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2557 / 22:02
    หนูน้อยน่ารักอ่ะ ชอบๆ
    #4100
    0
  11. #3966 แสงรัตติกาล (@prang9210) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2557 / 21:37
    คือแบบ แค่นับเรื่องที่ควบคุมอารมณ์ได้เมพก็ไม่ธรรมดาละ ไม่ต้องนับจุดอื่นหรอก
    #3966
    0
  12. #3760 Kuroko Tetsuya_kun (@phingpin) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2557 / 14:38
    ริวแกเป็นคนธรรมดาตรงไหนฟะ
    #3760
    0
  13. #3642 -บุรุษไร้เงา- (@cojack) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2557 / 09:24
    ริว....แกนั่นแหละคนไม่ธรรมดา
    #3642
    0
  14. #3608 u_know_ok (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2557 / 01:26
    *แก้คำผิดค่ะ

    งั้นก็เปนไปได้ว่าป่าหมอก 7 สีจะยังมีจิ้งจอกมายา 7 สีเหลืออยู่ ** น่าจะแก้เปนจิ้งจอกมายา3 สีปะคะ**
    #3608
    0
  15. #3222 ChaNomYen (@blackgaluda) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2557 / 20:50
    ต้นไม้ปลูกจากท่อสีเขียว แถมงับได้ด้วย =[]="



    ใช่ต้นนี้อ่ะป่าวไรเตอร์ ^0^
    #3222
    0
  16. #3207 geniekiss (@geniekiss) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2557 / 16:53
    วันนี้จะลงตอนต่อไปหรือเปล่าคะ

    #3207
    0
  17. #3205 เอก (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2557 / 12:22
    ขอบคุงคับ
    #3205
    0
  18. #3164 B3st (@happybook) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2557 / 12:06
    อยากอ่านต่อมากเลยขร้า สนุกมว้าก อยากให้ถึงตอนเจอหัวหน้าตระกูลเร็วๆ ให้ริวโชว์ความ(ไม่)ธรรมดา สตั้นให้หน้าหงายเลย มาอัพบ่อยๆนะคะ ลงแดงสามเวลาหลังอาหาร
    #3164
    0
  19. #3162 Sakura-Rin (@ken41318) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2557 / 10:51
    Next 
    #3162
    0
  20. #3156 Amaymon (@basza7570) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2557 / 13:20
    ตอนต่อไป:-P
    #3156
    0
  21. #3152 Happy 24 hr (@aom_pim) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2557 / 01:40
    หนุกมากค่ะไรท์ มาต่อไวๆนะคะ เดี๋ยวริวมันต้องได้ผลไม้สีรุ้งมาแบบมึนๆแน่เลย อาจจะได้จากต้นไม้ในสวนพวกนั้นรึเปล่า เห็นคุยกันรู้เรื่องด้วยนิ(ห่างจากคำว่าธรรมดาเข้าไปทุกทีๆแล้วนายรู้ตัวมั้ยริว... ตั้งแต่ทำตัวปกติได้ในที่ที่ไม่ปกติสุดๆเนี่ยก็ไม่เหลือคำว่าธรรมดาแล้วนะ) ยูเรียน่ารักมากอะริวได้น้องสาวมาอีกคนแล้ว แถมท่าจะติดพี่น่าดูเกาะไม่ปล่อยเลย อยากเห็นริวโชว์เทพแบบงงอีกจัง5555

    ปล.คนที่นี่มโนเก่งกันทุกคนจริงๆเลย//ปรบมือ
    ปลล.ท่าทางเราจะติดเชื้อมโนมาแล้วด้วย//น่าดีใจจังเลย...
    #3152
    0
  22. #3151 ฮัดชิ่ว~ (@-darkcatz-) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2557 / 22:29
    ยูเรียน่ารักจังเลย <3
    ปล นะค่ะกับละค่ะ มันน่าจะผิดนะ
    #3151
    0
  23. #3148 ThE Zai (@dark-soleil) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2557 / 21:22
    ฮือออออ จบตอนแบบดื้อๆเลยอ้ะ กำลังอิน อยากอ่านต่อ มาต่อเร็วๆนะคะไรท์ //จุดธูปเรียกไรท์มาต่อเร็วๆ
    #3148
    0
  24. #3138 รักกกกก (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2557 / 11:13
    อยากอ่านแร้ววววว
    #3138
    0
  25. #3137 Than Bulakul (@than123) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2557 / 10:40
    ยังรอต่ออยู่นะคะ
    #3137
    0