I am normal ผมนี้ละคนธรรมดา

  • 93% Rating

  • 158 Vote(s)

  • 544,300 Views

  • 7,786 Comments

  • 9,111 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    723

    Overall
    544,300

ตอนที่ 4 : บทที่ 3 คนธรรมดา กับ 100 เต็มที่(ไม่)ธรรมดา (รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 31465
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 249 ครั้ง
    22 พ.ค. 57

บทที่ 3

                   คนธรรมดา กับ การสอบข้อเขียนที่(ไม่)ธรรมดา

 

ด้านหน้าอาคารแห่งหนึ่งในมหาวิทยาลัยโอรีเฟีย 

            ริววิ่งมาตามเทียน่าจนมาหยุดอยู่หน้าอาคารแห่งนี้ เขานั่งลงกับพื้นพร้อมกับหอบชนิดหายใจแทบไม่ทัน ถ้าลงไปนอนกับพื้นได้ เขาคงทำไปแล้ว แต่ที่ไม่ทำเพราะสายตาของคนรอบข้างกำลังมองมาที่พวกเขาต่างหาก ด้านเทียน่าแม้จะวิ่งมาด้วยกัน เธอดูจะไม่มีอาการเหนื่อยแม้แต่น้อย ริวได้แต่ยิ้มเฝื่อนๆเพราะนี้เป็นการย้ำเตือนว่าเขาเป็นคนธรรมดาแค่ไหนเมื่อเทียบกับเธอ

            น้องสาวที่เคยคิดว่าเป็นเพียงเด็กหญิงที่บอบบาง ไร้เรี่ยวแรงที่จะฆ่าไก่นั้น ท่าทางจะเก่งกว่าริวไปไกลแบบไม่เห็นหลังแล้ว เฮ้อ หมดกันศักดิ์ศรีความเป็นพี่ชายของผม ขณะที่ริวคิดแบบนั้นอยู่ เสียงของใครบางคนก็ดังขึ้นมาว่า

            "เทียน่า!! ในที่สุดก็เจอเธอสักทีนะ มิ้ว"

            หญิงสาวคนหนึ่งวิ่งเข้ามากอดเทียน่าอย่างรวดเร็ว ริวที่นั่งกับพื้น เขามองหญิงสาวคนนั้นอย่างงงๆเพราะหญิงสาวคนนี้คือเอลฟ์แสนสวยที่เขา(แอบ)มองอยู่เมื่อไม่นานนี้เอง สักพักก็มีหญิงสาวอีกคนวิ่งเข้ามาสมทบกับเธอ หญิงสาวคนที่สองนี้คือหญิงสาวในชุดแม่มดสีแดง หล่อนวิ่งมาหยุดอยู่ข้างเอลฟ์แสนสวย แม้หล่อนจะมีอาการหอบ แต่ก็ยังไม่อาจจะปิดบังความน่ารักได้ เสียงอันอ่อนหวานของแม่มดแดงดังขึ้น

            "ยูอิ เธออย่าวิ่งเร็วนักสิ ฉันจะตามเธอไม่ทันแล้วนะ"

            ยูอิ หรือเอลฟ์สนสวยที่วิ่งเข้ามากอดเทียน่า เธอคลายมือที่กอดออก จากนั้นเธอหันไปพูดว่า “ลีฟ่า เธอต่างหากละที่ชักช้าเอง นี่ฉันวิ่งแบบชะลอความเร็วแล้วนะมิ้ว ถ้าฉันไม่ได้วิ่งไปและมองหาเทียน่าไปด้วย ฉันยังจะวิ่งได้เร็วกว่านี้อีกหลายเท่าเลยนะมิ้ว”

            "ยัยยูอิ เธออย่าเอาจอมเวทอย่างฉันไปรวมกับยัยเอลฟ์บ้าพลังแบบเธอซิ แค่เรื่องสภาพร่างกายของนักรบกับจอมเวทก็ต่างกันแล้ว ยิ่งเอาไปเทียบกับเธอด้วยแล้ว ใครจะไปสู้ได้ย่ะ แน่จริงมาแข่งเรื่องพลังเวทหรือการร่ายเวทมนตร์ซิ  รับรองฉันชนะขาดแน่"ลีฟ่ารีบพูดสวนกลับทันที

            ยูอิทำท่าจะพูดอะไรออกมา เทียน่าที่เห็นแบบนั้นเธอก็พูดแทรกขึ้นมาว่า“ทั้งสองคนหยุดเลยนะ ยูอิ  ลีฟ่า เมื่อไรพวกเธอจะเลิกทะเลาะกันด้วยเรื่องพลังกายของนักรบ และพลังเวทของจอมเวทกันสักที ฉันดูพวกเธอทะเลาะเรื่องนี้มากว่า 4 ปีแล้วนะ ตกลงพวกเธอยังไม่ได้ข้อสรุปเรื่องนี้อีกเหรอ?”

            "ยัง!! จนกว่ายัยคนนี้จะยอมรับว่า นักรบ/จอมเวทนั้นเก่งกว่า"เสียง ของยูอิและลีฟ่าดังขึ้นมาพร้อมชี้นิ้วใส่กันเอง ริวมองการทะเลาะของทั้งสองคน เขาแทบจะร้องไห้ออกมาเพราะท่าทางของพวกเธอในขณะนี้ทำเอาความฝันที่จินตนาการไว้แหลกสลายไปในพริบตา สักพักริวก็คิดขึ้นมาว่า

            (นี้ซินะ ที่หมายความว่า อย่ามองคนจากหน้าตา เฮ้อ หมดสวยเลยนะ พวกเธอ)

เทียน่าส่ายหน้าเล็กน้อย พร้อมกล่าวว่า"แล้วตกลงพวกเธอทั้งสองคนมาที่นี้ทำไมกันละ?"

        ยูอิทำเหมือนกับนึกถึงเป้าหมายหลักได้ เธอหันมามองเทียน่าพร้อมพูดว่า"ฉันก็มาหาเธอนะมิ้ว ใครใช้ให้เธอมาสอบที่มหาวิทยาลัยนี้โดยไม่บอกพวกเรา ถ้าฉันไม่บังเอิญติดต่อไปที่หาอาจารย์ที่ปรึกษา ฉันคงไม่ทราบหรอกว่าเธอขอมาสอบคนเดียวแบบนี้ ไหนเธอว่าจะรอสอบในปีหน้าพร้อมกับเพื่อนห้องเดียวกันยังไงละมิ้ว"

            "ใช่ๆๆ เทียน่า เธอนั้นละผิด ไหนเธอบอกว่าไม่สนใจที่จะสอบในปีนี้ แล้วทำไมถึงได้แอบหนีมาสอบคนเดียวแบบนี้ละ ยัยตัวแสบรีบอธิบายมาเลยนะ "ลีฟ่ารีบพูดเสริมขึ้นมาทันที

            เทียน่าได้แต่ถอนหายใจ “พวกเธอเข้าใจผิดแล้ว ฉันไม่เคยคิดจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย โอริเฟีย เพียงแต่ว่ามันมีเรื่องที่ทำให้ต้องมาสอบ แถมเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องเร่งด่วนมากๆ ฉันจึงไม่มีโอกาสได้บอกกับพวกเธอ  ขอโทษด้วยนะ  อีกอย่างถึงแม้จะสอบติดฉันก็คิดจะสละสิทธ์อยู่แล้วถ้าไม่มีพวกเธอมาเรียนด้วยกัน ใครมันจะมาอยากจะมาสอบเข้ากันล่ะ”

            เทียน่าก้มตัวลงด้วยท่าทีสำนึกผิด ยูอิและลีฟ่าต่างมีสีหน้าผ่อนคลายลงในทันที เทียน่ารีบถามกลับไปว่า

            แล้วพวกเธอมาทำไม อย่าบอกนะมาแค่ต่อว่าฉันเพียงเท่านี้

            พวกฉันเองก็มาสอบเหมือนเธอนั้นล่ะ ใครจะยอมให้เธอแซงหน้าไปคนเดียวแบบนี้นะ มิ้วเสียงของยูอิตอบออกมา

เทียน่าแสดงสีหน้าตกใจขึ้นมา ลีฟ่ายิ้มอย่างเจ้าเล่ห์พูดออกมาว่าเธอไม่ต้องตกใจเลย ฉันให้คุณแม่ขอสิทธ์ในการสอบเข้าที่นี้ให้เอง ส่วนยัยยูอิก็ขอให้คุณพ่อช่วยรับรองให้นะ

            พวกเธอนี้จริงๆเลยนะเทียน่าส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ

พวกยูอิต่างก็มองมายังริวที่นั่งอยู่ใกล้ๆ ยูอิชี้นิ้วมาที่หน้าของริว ก่อนจะพูดว่า"เทียน่า ผู้ชายที่ไม่ได้เรื่องคนนี้เป็นใครกันนะมิ้ว เธออย่าบอกว่าไอ้ผู้ชายไม่ได้เรื่องคนนี้จะเป็นแฟนของเธอนะมิ้ว"

            "ยูอิ เธอใจเย็นก่อนซิ มันอาจจะไม่เป็นอย่างที่เราเห็นก็ได้ อีกอย่างฉันว่ามันค่อนข้างจะดูไม่ดีเลยที่ไปว่าคนอื่นอย่างนั้น แม้มันอาจจะเป็นจริงก็ตาม"ลีฟ่ารีบพูดแก้ออกมา

            (ยัยเด็กคนนี้ที่พูดออกมาเมื่อสักครู่มันไม่ได้ช่วยอะไรเลยนะโว้ย เธอหัดพูดอะไรที่มันสร้างสรรค์หน่อยซิ อย่างเช่นว่า..... เอ่อ ทำไมถึงนึกคำแก้ตัวไม่ออกนะ ไม่สิ ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไมถึงได้ไม่กล้าเถียงออกไป สงสัยผมคงยอมรับว่าตัวเองไม่ได้เรื่องจริงๆนั่นล่ะ)ริวที่นั่งอยู่คิดขึ้นมาทันที แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรนอกจากตีหน้ายิ้มๆ เหมือนกับว่าสิ่งที่พวกเธอทั้งสองคนพูดไม่เกี่ยวกับเขาเลย

             ยูอิและลีฟ่าก็จ้องมองริวด้วยสายตางงๆ เสียงของเทียน่ากล่าวออกมาอย่างเร่งรีบว่า “พวกเธอทั้งสองคน เข้าใจผิดแล้ว ผู้ชายนี้คือพี่ชายของฉันเอง การที่พวกเธอไปว่าพี่ชายอย่างนั้น ฉันไม่ชอบเลยนะ ยูอิ ลีฟ่า "

            เทียน่าพูดจบก็ทำท่าเท้าเอวด้วยสีหน้าไม่พอใจ ยูอิกับลีฟ่าถึงกับอึ้งไปเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองริวที่นั่งอยู่กับพื้นอีกครั้ง เขายังคงส่งยิ้มให้พวกเธอตามปกติ เสียงของยูอิพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงตกใจว่า

            "พี่ชาย!! หรือว่าไอ้หมอนี้คือพี่ชายที่เธอคลั่งไคล้ เอ๊ย ที่เธอนับถือจนกระทั่งไม่สนผู้ชายคนอื่นที่มาจีบเลยนะ มิ้ว"

            เทียน่ามีสีหน้าแดงขึ้นเล็กน้อยโดยไม่ทราบว่าแดงเพราะอาย หรือโกรธในสิ่งที่ยูอิพูดกันแน่ สักพักเธอก็พูดว่า"ยูอิ เธอพูดอะไรของเธอ ฉันไม่ได้ปฏิเสธพวกผู้ชายพวกนั้น เพราะพี่ชายสักหน่อย เธอเข้าใจผิดอีกแล้ว เธอรีบขอโทษฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ"

            “เหรอ? ถ้าเช่นนั้นใครกันนะมิ้ว ที่ชอบพูดถึงพี่ชายตลอด 3 เวลาหลังอาหาร ใครกันที่ละเมอหาพี่ชายทุกคืนจนเพื่อนร่วมห้องอย่างพวกฉันต้องหาที่อุดหูมาใส่ตอนนอนนะมิ้ว อ้อ นอกจากนั้นใครกันนะที่พยายามฝึกเวทแทบเป็น-แทบตายเพื่อจะได้หาเวลาว่างกลับไปหาพี่ชายในวันหยุดนะมิ้ว เทียน่าว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใครกันนะมิ้ว"ยูอิพูดออกมาด้วยการลากเสียงยาวๆ จนเทียน่าที่ฟังอยู่หน้าแดงจนพูดอะไรไม่ออกแล้ว

            "อ้า! เธออย่าพูดแบบนั้นซิ ยูอิ "เทียน่ารีบวิ่งเข้าหายูอิแทบจะในทันที ยูอิเองก็พยายามจะวิ่งไปรอบๆเพื่อหลบหนีเทียน่า ริวแห้งๆเพราะเขาไม่คิดว่าน้องสาวจะติดพี่ชายได้ถึงขนาดนี้แม้ว่าปกติเธอจะเป็นคนที่ติดเขาอยู่แล้ว แต่พอได้มายินคนอื่นพูดแบบนี้มันทำเอาเขาพูดอะไรไม่ออกเหมือนกัน

            เวลาผ่านไปสักพักยูอิและเทียน่าก็หยุดวิ่งไล่กัน ยูอิหันมามองริวที่ตอนนี้ลุกขึ้นมายืนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก่อนจะพูดว่า

"ขอโทษนะมิ้ว แบบว่าภาพพจน์ของคุณพี่ชายที่ยัยเทียน่าเคยพูดให้ฟังกับสิ่งที่หนูเห็นในเวลานี้มันช่างต่างกันเหลือเกินนะมิ้ว"

            ริวฝืนยิ้มด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับ สักพักเขาได้แต่กล่าวว่า“ช่งมันเถอะ พี่ไม่ได้โกรธอะไรหรอกแต่ก่อนจะพูดเรื่องอื่นต่อ พวกน้องช่วยแนะนำตัวหน่อยจะได้ไหม พี่จะได้เรียกชื่อพวกน้องได้ถูกนะ"

            ยูอิยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะพูดออกมาว่า"หนูชื่อยูอิ เอลโล ลาโดวาเทล จิโอร่า โอริกานอล ที่ 3 เป็นบุตรสาวคนรองของผู้บัญชาการกองกำลังทหารที่ 3  แม่ทัพแห่งแห่งราชอาณาจักรเอลฟ์นะมิ้ว"

            ริวที่ได้ยินเขาถึงกับพูดไม่ออกเพราะเขาจำได้เพียงยูอิคำเดียว ที่เหลืออย่างหวังว่าจะออกเสียงได้ถูกเลย เทียน่าก็พูดออกมาว่า

            “พี่คะ เรียกเธอว่า ยูอิ ก็พอแล้ว บอกตรงๆหนูเองก็จำชื่อเต็มของเธอไม่ได้เหมือนกัน”

            ริวถอนหายใจอย่างโล่งอก จังหวะนั่นเองที่เทียน่าเอนตัวเข้ามาหาริว ก่อนจะกระซิบเบาๆว่า “แล้วพี่ก็อย่าไปทักเรื่องคำว่า มิ้ว ละ นั่นเป็นคำพูดติดปากของเธอ ส่วนจะติดปากมายังไงนั้น เธอไม่เคยเล่าให้ฟังเลยนะ”

             ยูอิทำหน้างอเล็กน้อยกับสิ่งที่เทียน่าพูด “เฮ้อ เหมือนกันทั้งพี่และน้องจริงๆนะมิ้ว แค่ชื่อคนอื่นหัดจำบ้างซิมิ้ว"

            เทียน่าทำเป็นไม่สนใจในสิ่งที่ยูอิพูด ก่อนที่เธอจะหันมือไปที่ลีฟ่า ตอนนี้หล่อนกำลังจ้องมองริวอย่างไม่วางตามาได้มาสักพัก โดยหล่อนไม่มีท่าทีจะแนะนำตัวแม้แต้น้อย เทียน่าได้แต่แนะนำตัวแทนลีฟ่าออกไป

            "เธอคนนี้ชื่อ ลีฟ่า เดลต้าน่า เธอคือลูกสาวของคุณป้าที่หนูพูดให้ฟังยังไงละค่ะ"

            ริวส่งยิ้มอย่างอ่อนโยนให้กับทั้งสองคน พร้อมกล่าวทักทายว่า “ยินดีที่ได้รู้จักทั้งสองคน ยูอิ ลีฟ่า  พี่ชื่อ อรุณ เทพพิทักษ์ เรียกว่าริว เฉยๆก็ได้นะ"

            ยินดีที่ได้รู้จัก คุณพี่ชายนะมิ้วยูอิพูดพร้อมโค้งตัวให้ริวอย่างงดงาม ผิดกับลีฟ่าที่ยังคงนิ่งเงียบอยู่ในท่าเดิมทุกประการ  เขาไม่ได้ว่าอะไรลีฟ่าเนื่องจากเขาเองก็กำลังสนใจใบหูของยูอิเช่นกัน ชายหนุ่มยื่นมือไปจับหูนั้นอย่างไม่รู้ตัว ดีที่เทียน่าจับมือริวไว้ได้ทัน เธอรีบพูดออกมา

            พี่คะ พี่คิดจะทำอะไร”

            ขอโทษนะ พอดีพี่ลืมตัวไปหน่อยริวพูดแบบอายๆ เทียน่ารีบอธิบายขึ้นมาว่าพี่คะ เผ่าเอลฟ์ถือว่าการจับหูเป็นการบอกรักรูปแบบหนึ่งนะค่ะ

            ริวยิ้มเฝื่อนๆพร้อมหันไปหายูอิและโค้งตัวให้กับเธอ ก่อนกล่าวว่า “พี่ขอโทษนะ พอดีพี่ไม่ทราบเรื่องนี้เลย

            ไม่เป็นอะไรมิ้ว ถ้าคุณพี่ชายอยากจะจับจริงๆ หนูก็ไม่ถือหรอกมิ้วยูอิรีบโบกมือไปมาให้กับท่าทางและคำพูดที่ริวแสดงให้เห็น 

            คำพูดของยูอิทำให้ริวรีบยื่นมือไปจับหูของเธอทันที แต่พอมือของริวจะจับหูของยูอิ เทียน่าก็จับมือเขาเอาไว้ ก่อนจะส่งสายตาโกรธๆให้กับพี่ชาย ริวยิ้มเจื่อนๆพร้อมดึงมือกลับมาตามเดิม 

            ลีฟ่าที่จ้องมองริวอยู่จนถึงตอนนี้ เธอพูดปานละเออออกมาว่า"สุดยอดจริงๆ ไม่คิดเลยว่าคุณพี่ชายจะทำได้ถึงขั้นนี้ มิน่าล่ะ เทียน่าถึงได้หลงในตัวพี่ชายนัก"

            คำพูดของลีฟ่าทำเอาริว เทียน่าและยูอิต่างงงไปตามกัน ไม่นานยูอิก็พูดออกมาว่า “ลีฟ่า ทำไมเธอถึงพูดแบบนั้นออกมานะมิ้ว "

            "ยัยยูอิ เธอเอาตาไปดูที่ไหนกัน เธอสัมผัสถึงพลังเวทจากตัวพี่ชายได้ไหมล่ะ"ลีฟ่าถามออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง  คำถามนี้ทำเอาริวและเทียน่าต่างสะดุ้งขึ้นมาพร้อมกันเลย ไม่นานยูอิจ้องมองริว ก่อนจะพูดออกมาว่า

            "ไม่เห็นมีเลยมิ้ว เดี๋ยวนะ ทำไมคนที่ไม่มีพลังเวทถึงได้มาอยู่ในริเดียได้ละมิ้ว”

            คำพูดของยูอิทำเอาเทียน่าเริ่มมีสีหน้าซีดลง ส่วนริวเองถึงกับมีเหงื่อไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว(แบบว่ากลัวตายสุดๆแต่ก็ยังคงปั้นหน้ายิ้มเอาไว้เหมือนเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติ) ลีฟ่ารีบก็ดึงตัวยูอิเข้ามาใกล้ ก่อนจะกระซิบข้างหูของยูอิว่า

            "ยัยยูอิ เธอกำลังจะทำให้ตัวเองหน้าแตกอยู่นะ ถ้าไม่อยากจะขายหน้ามากกว่านี้ เธอรีบหุบปากไปเลย

            ยูอิทำหน้างงๆ ก่อนจะกระซิบตอบลีฟ่าว่า ยัยลีฟา เธอหมายความว่ายังไงนะมิ้ว

            ลีฟ่าถอนหายใจ พร้อมกระซิบตอบกลับไปยัยบ้า เธอลองจ้องมองไปที่ตรงข้อมือข้างซ้าย และนิ้วชี้ข้างขวาของคุณพี่ชายให้ดีซิ จากนั้นเธอก็เงยหน้าขึ้นไปมองเหนือหัวพวกเรา ก่อนจะมองไปรอบๆตัว แล้วเธอจะเข้าใจเองว่า ทำไมฉันถึงพูดแบบนั้นออกมา"

            ยูอิมองตามที่ลีฟ่าบอก หน้าของเธอซีดเฝือกลงอย่างไม่รู้ตัว สักพักเธอก็พูดเสียงสั่นๆว่า "ไม่จริงน่า เรื่องแบบนี้มันไม่น่าจะเป็นไปได้เลยนี่มิ้ว ขนาดจอมเวทในกองทัพยังไม่มีใครกล้าทำอย่างนี้ได้เลยนะ ฉันตาฝาดไปหรือเปล่านะมิ้ว?"

            “เห็นไหม ขนาดเธอเองยังตกใจเลย แสดงว่าสิ่งที่ฉันเห็นถูกต้องทุกประการ คราวนี้รู้หรือยังว่าเธอกำลังทำให้ตัวเองหน้าแตกอยู่ ดีที่คุณพี่ชายไม่พูดออกมา ไม่เช่นนั้นเธอได้หน้าแตกแบบหมอไม่รับเย็บแน่ๆ”ลีฟ่าหันไปกระซิบกับยูอิอีกครั้งโดยที่ยูอิเองก็ได้แต่แสดงสีหน้าเจื่อนๆออกมาแทนความรู้สึกในตอนนี้

การกระซิบกันเองของพวกยูอิกลับทำให้ริวและเทียน่าเริ่มมีอาการมึนงงไปตามกัน สักพักเทียน่าก็พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า

            "ลีฟ่า ยูอิ ตกลงพวกเธอกำลังกระซิบเรื่องอะไรอยู่หรือ?"

            ลีฟ่าหันไปยิ้มแหยๆให้กับเทียน่า ผิดกับยูอิที่คิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เธอถึงกับหันมาจ้องมองเทียน่าด้วยสายตาขุ่นๆ สักพักยูอิก็ชี้หน้าของเทียน่าก่อนจะพูดออกมาว่า

            "ปริศนาคลี่คลายแล้วมิ้ว ที่แท้คุณพี่ชายต้องอยู่ในสภาพดูไม่ได้แบบนี้ มันเป็นฝีมือของเธอซินะมิ้ว เธอเป็นคนบอกให้คุณพี่ชายแต่งตัวแบบนี้มาสอบใช่ไหมละมิ้ว "

            เทียน่าตกใจจนอ้าปากค้างผิดกับริวที่หันไปหัวเราะเบาๆ ลีฟ่าก็พูดออกมาว่า "เธอไม่มีสิทธ์ปฏิเสธเพราะทุกอย่างมันที่พวกฉันเห็น ต่างบ่งบอกว่าเธอเป็นคนจัดฉากทั้งหมดขึ้นมา จงรับสารภาพมาซะดีๆ”

            เทียน่ายังคงทำหน้างงๆกับสิ่งที่พวกยูอิพูด เธอรีบถามออกได้อย่างเร่งรีบ “ตกลงพวกเธอกำลังพูดถึงเรื่องอะไรกันนะ”

            รอยยิ้มอย่างผู้มีชัยปรากฏขึ้นบนใบหน้าลีฟ่า เธอทำท่าเหมือนนับสืบที่กำลังจะไขปริศนาโดยมีคนร้ายคือเทียน่านั่นเอง

“ได้ ในเมื่อเธอปากแข็งขนาดนี้ ฉันจะเป็นคนอธิบายแผนการร้ายของเธอให้ฟังเอง เริ่มแรกเธอจงใจให้คุณพี่ชายแต่งตัวโทรมๆอย่างนี้มาสอบใช่ไหมล่ะ”

            เทียน่าอึ้งจนทำอะไรไม่ถูก ลีฟ่าชูนิ้วขึ้นมา 1 นิ้ว ก่อนส่ายไป-มาพร้อมกล่าวว่า “ที่เธอทำอย่างนั้นก็เพื่อทำให้สาวๆไม่สนใจในตัวคุณพี่ชาย จากนั้นจึงขอให้เขาควบคุมพลังเวทจนแทบจะไม่มีเหลือเลยที่ทำแบบนี้ก็เพราะกลัวคุณพี่ชายไปเป็นที่หมายตาของทายาทจอมมารไม่ก็ทายาทตระกูลใหญ่ใช่ไหมละ ยัยคนติดพี่"

            เทียน่าถึงกับทำหน้าไม่ถูก เธอไม่รู้ว่าจะดีใจที่ความลับปลอดภัยหรือจะเหนื่อยใจที่เพื่อนของเธอช่างเป็นนักจินตนาการซะเหลือเกิน ขณะที่เป็นแบบนั้นลีฟ่าก็พูดต่อว่า

“เธอทำหน้าแบบนั้นแสดงว่า ฉันทายถูกใช่ไหมล่ะ สรุปว่าที่เธอทำลงไปทั้งหมดก็เพื่อป้องกันคนมายุ่งกับพี่ชายสุดที่รักของเธอนั่นเอง ยอมรับมาเสียดีๆ ยัยบราค่อน"

            คำพูดของลีฟ่าทำให้เทียน่าตัดสินใจได้ในทันทีว่าควรจะทำอย่างไงต่อดี เธอทำท่าร้อนรนๆ ริวรู้ได้เลยว่ายัยน้องสาวตัวแสบกำลังคิดหาคำโกหกเพื่อช่วยเขาอยู่  ริวที่ไม่อยากจะให้เทียน่าต้องโกหกเพื่อนสนิท เขาจึงพูดแทรกขึ้นมาว่า

            “พวกน้องอย่าไปว่าเทียน่าเลย ทุกอย่างไม่ได้เกี่ยวกับเธอ พี่ทำลงไปทั้งหมดเพราะความต้องการของตัวเองนะ”

            ลีฟ่หันมายิ้มให้กับริว ก่อนจะกล่าวว่า “คุณพี่ชายค่ะ พวกหนูไม่ได้ติดใจอะไรมากหรอกค่ะ พวกเราก็แค่อยากจะล้อเล่นกับยัยเทียน่าเท่านั้นเอง”

ลีฟ่าหยุดเล็กน้อย พร้อมถามริวด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า“จริงซิ หนูอยากรู้ว่าคุณพี่ชายทำแบบนี้ได้ตั้งแต่เมื่อไรหรือคะ?

            คำถามนี้ทำให้ริวทำหน้างงไปเล็กน้อย พร้อมคิดขึ้นมาว่า(เฮ้อ เธอคงหมายถึงเรื่องการแต่งตัวซินะ การแต่งตัวแบบนี้มันต้องคิดด้วยหรือ? เอาเถอะในเมื่อถามมาก็ต้องตอบล่ะ ไม่เข้าใจเด็กผู้หญิงสมัยนี้จริงๆเลย)

            ริวทำท่าครุ่นคิดอยู่นาน ก่อนจะพูดอย่างช้าๆว่า “ท่าจำไม่ผิด พี่น่าจะทำได้ตั้งแต่ 5 ปีก่อนล่ะมั่ง ไม่ทราบว่าถามทำไมหรือ?"

            "5 ปีก่อน!!! ตอนนี้คุณพี่ชายอายุเท่าไรหรือมิ้ว"ยูอิรีบถามออกมาด้วยน้ำเสียงตกใจ

            ริวยิ้ม ก่อนตอบออกไปด้วยท่าทางสบายๆ “ถ้าเป็นอายุของพี่ก็ 18 ปีพอดี ไม่ทราบว่ามันมีปัญหาอะไรหรือ?

            (18ปี แสดงว่าคุณพี่ชายทำแบบนี้ได้ตั้งแต่อายุ 13 ปี มันเหลือเชื่อเกินไปแล้ว แต่ท่าทางคุณพี่ชายก็ไม่ได้มีท่าทีจะการโกหกเลยด้วย ตรงกันข้ามท่าทางของคุณพี่ชายดูเหมือนจะบอกว่า เรื่องแค่นี้ทำไม่ได้ด้วยอายุแค่นั้นซิแปลก ถ้านี้เป็นความจริงเขาก็น่ากลัวเกินไปแล้ว ทางเดียวที่จะรู้ได้คงต้องใช้ นัยน์ตาแม่มด ถ้าเกิดใช้เวลานี้มีหวังไม่ต้องสอบข้อเขียนกันพอดี แต่ถ้าไม่ใช้ก็ไม่รู้ความจริงอีก ฉันควรจะทำไงดี )ลีฟ่าคิดขึ้นมาหลังจากได้ยินคำพูดของริว

            ขณะที่ยูอิและลีฟ่ากำลังจะพูดอะไรต่อไปอีก เสียงบางอย่างก็ดังก้องขึ้นมาทั่วทั้งบริเวณว่า"ขอให้ผู้เข้าสอบทุกคนเดินเข้าไปในอาคารด้วยครับ อีก 10 นาทีทางสนามสอบจะเริ่มทำการสอบรอบแรก ใครที่เข้ามาไม่ทันเวลาที่กำหนดจะถือว่าหมดสิทธ์สอบในทันที"

            เทียน่ารีบดึงมือของริวให้วิ่งเข้าไปในตัวอาคารทันทีเพราะเธอไม่ต้องการให้พี่ชายพูดอะไรมากไปกว่านี้ เมื่อพวก ริวจากไปอย่างเร่งด่วน ยูอิจึงค่อยรู้สึกตัว เธอหันมาพูดกับลีฟ่าว่า

            "ลีฟ่า เธอคิดว่าสิ่งที่คุณพี่ชายพูดเป็นความจริงไหมมิ้ว"

            ลีฟ่าถอนหายใจ ก่อนจะพูดออกมาว่า "น่าจะเป็นความจริงนะ ฉันไม่เคยเห็นใครโกหกได้แนบเนียนขนาดนี้มาก่อนเลย เธอก็รู้ไม่ใช่หรือว่ายัยเทียน่าถือเป็นอัจฉริยะที่สุดตั้งแต่โรงเรียนก่อตั้งมาเลย ไม่ว่าจะด้านพลังเวท เพลงอาวุธ หรือความรู้ ล้วนเหนือกว่าพวกเราทุกคนในรุ่นเดียวกัน เธอยังเป็นจอมเวทระดับRandom Incantที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์อีกด้วย  ถ้าคุณพี่ชายที่ยัยบราค่อนรักและเคารพจะเก่งกว่าตัวของเธอ มันก็คงไม่น่าแปลกใช่ไหมล่ะ แต่ฉันไม่คิดว่าคุณพี่ชายจะเก่งถึงขนาดนี้ต่างหาก"

            “ แล้วนัยน์ตาแม่มดของเธอเห็นอะไรบ้างไหม มิ้วยูอิถามออกมา

            ใบหน้าของลีฟ่าส่ายไปมา น้ำเสียงที่ดูกังวลดังขึ้น “ฉันไม่ได้ใช้นัยน์ตาแม่มดหรอก เธอก็รู้นี้ว่าการใช้นัยน์ตาแม่มดจะทำให้ผู้ใช้สูญเสียพลังเวทและแรงกายทั้งหมดไปในทีเดียว แถมในช่วงเวลา 30 นาที ร่างกายจะไม่สามารถฟื้นพลังเวทได้ด้วย เธอคิดว่าเวลาใกล้สอบแบบนี้ ฉันจะกล้าใช้มันหรือ? ขืนใช้ได้สอบตกกันพอดี

            แสดงว่าเธอไม่รู้ว่าคุณพี่ชายพูดโกหกหรือเปล่าซินะมิ้ว

            อืม แต่เท่าที่ดูคุณพี่ชายคงไม่น่าจะโกหกพวกเราหรอก

            จริงอยู่ คุณพี่ชายอาจจะเก่งถึงขนาดควบคุมพลังเวททั้งร่างกายให้ไปอยู่ที่ข้อมือซ้ายและนิ้วชี้ขวาเท่านั้น ปกติแค่ควบคุมพลังเวทให้คงอยู่ที่จุดใดจุดหนึ่งก็ยากพอแล้วนะมิ้ว การที่คุณพี่ชายถึงขนาดควบคุมไว้จุดเล็กๆเพียง2จุดตลอดเวลาแถมยังไม่มีอาการอะไรแสดงออกมาเลยนะมิ้ว คุณพี่ชายยังบอกว่าทำได้ตั้งแต่ 13 ขวบแบบนี้มันจะไม่เก่งเกินไปหน่อยหรือมิ้ว?” ยูอิพูดออกมาด้วยสีหน้าไม่เชื่อในสิ่งที่ริวพูดออกมา

            “เธอเห็นเพียงแค่นั้นเองซินะ มิน่าถึงได้ดูไม่ตกใจมากนัก แต่ฉันกลับเห็นมากกว่านั้นอีก และสิ่งที่เห็นก็เป็นเหตุผลที่ทำให้ฉันเชื่อในคำพูดของคุณพี่ชาย”ลีฟ่าพูดออกมาด้วยสีหน้าตื่นเต้นกับสิ่งที่เห็น

            ยูอิมองลีฟ่าอย่างงงๆ ก่อนจะพูดออกมาว่า"ลีฟ่า ตกลงว่าเธอเห็นอะไรกันแน่นะมิ้ว"

            ลีฟ่ามองไปทางที่พวกริวจากไป สีหน้าของเธอดูวิตกกับสิ่งที่เห็น ก่อนจะถอนหายใจแล้วกล่าวว่า

“จริงอยู่การควบคุมเวททั้งร่างกายให้กลายเป็นแบบนั้น แต่ทำได้ยากยิ่งกว่าคือคุณพี่ชายควบคุมพลังเวทไปพร้อมสร้างกำแพงที่มองไม่เห็นอีกด้วย ตรงนี้ละที่ยากมากๆ”

ยูอิยังคงทำหน้าเหมือนกับไม่เข้าใจว่าเรื่องแบบนั้นมันยากตรงไหนกัน ลีฟ่าอธิบายขึ้นมาว่า“ยูอิ ถ้าเธอไม่เข้าใจเรื่องนี้ ถ้าเช่นนั้นลองจิตนาการว่าใช้เวททั้ง 2 อย่างที่มีธาตุตรงกันข้ามกันในเวลาเดียวกันจากมือข้างเดียวกันสิ  เธอคิดว่าทำได้ไหมล่ะ”

“มิ้ว!!”เสียงร้องของยูอิดังขึ้นพร้อมส่ายหน้าไปมาอย่างรวดเร็ว

“นี้ละความยากของการควบคุมเวท และการสร้างกำแพงที่มองไม่เห็น แถมตลอดเวลาที่พวกเราคุยกัน กำแพงก็ป้องกันพวกเราทั้ง 4 คนเอาไว้ตลอดเวลา นั่นเท่ากับเขากางกำแพงที่มองไม่เห็นในรัศมี 2เมตรในสภาพปกติ”

            เมื่อลีฟ่าพูดจบ สีหน้าของยูอิและตัวเธอต่างก็แสดงสีหน้าที่บอกไม่ถูก เพราะพวกเธอต่างยอมรับว่าตัวเองไม่มีปัญญาทำอย่างที่ลีฟ่าเห็นแน่ๆ เสียงของยูอิดังขึ้นอีกครั้งว่า

            "คุณพี่ชายทำได้ถึงขนาดนี้เลยหรือมิ้ว?"

            ลีฟ่าได้แต่แสดงสีหน้าอับจน เธอส่ายหน้าก่อนจะพูดว่า “แค่นั้นยังน้อยเกินไปนะ เธอมองไม่เห็นสีของพลังเวทที่ถูกควบคุมอยู่หรือ? ตรงข้อมือซ้ายเวทที่ถูกควบคุมคือเวทแห่งแสง เวทแห่งความมืด และเวทแห่งรูน ส่วนที่นิ้วชี้ข้างขวากับควบคุมเวท ดิน น้ำ ลม ไฟ และสายฟ้า เอาไว้แม้จะไม่รู้ถึงความหนาแน่นและความรุนแรงของพลังเวท แต่การจะควบคุมพลังเวทที่แตกต่างกันคนละขั้วอย่างเวทแห่งแสงและเวทแห่งความมืด ให้อยู่ในจุดเดียวกันก็ถือว่ายากมาก แล้วนี้เสริมเวทแห่งรูนผสมเข้าไปอีก บอกตามตรงในตระกูลแม่มด คนที่น่าจะทำแบบนี้ได้ก็มีแต่คุณน้ารีก้า(แม่ของเทียน่า) เหล่าแม่มดในสภาแม่มดและแม่ของฉันที่เป็นผู้นำตระกูลคนปัจจุบันเท่านั้นที่ทำได้”

            “สุดยอดไปเลยนะมิ้ว”เสียงยูอิดังแทรกขึ้นมา ในขณะที่ลีฟ่าได้แต่ทำหน้าหมดแรง เธอพูดต่อว่า

“เฮ้อ เธออย่าเพิ่งชมเลยเพราะของจริงมันอยู่ต่อจากนี้ต่างหากละ”

ยูอิได้แต่ทำหน้าไม่เข้าใจในสิ่งที่ลีฟ่าบอก แม่มดในชุดสีแดงอธิบายขึ้นมาว่า“เทคนิคร้ายกาจที่สุดเห็นจะเป็นการควบคุมเวททั้ง 5 สายไว้นิ้วชี้ต่างหาก มนุษย์ไม่น่าจะทำแบบนั้นได้เลย แต่คุณพี่ชายกลับทำมันได้เหมือนเรื่องปกติ แค่จุดที่พูดมาฉันว่าการที่คุณพี่ชายสามารถควบคุมเวทไปไว้ที่จุดใดจุดหนึ่งของร่างกาย ตั้งแต่อายุ 13 ปีนั้น ยังน่าเชื่อกว่าสิ่งที่เห็นในปัจจุบันอีก "

            ยูอิต้องกลืนน้ำลายลงไป 1 อึก ก่อนจะพูดออกมาว่า"คุณพี่ชายสุดยอดจริงๆนะมิ้ว ตอนนี้ฉันทราบแล้วว่าทำไมเทียน่าถึงได้หลงพี่ชายนัก ถ้ามีพี่ชายเก่งขนาดนี้ฉันก็คงหลงเหมือนกันนะมิ้ว”

            “เธอยังดีที่แค่หลงเท่านั้น ถ้ามีพี่ชายเก่งแบบนี้ ฉันคงได้เป็นโรคกระเพาะเนื่องจากความเครียดแน่ๆ เธอดูซิขนาดเทียน่าเป็นญาติเท่านั้น ท่านแม่ยังเคี่ยวซะจนฉันแทบแย่ นี่ถ้าท่านแม่ว่าคุณพี่ชายเก่งกว่ายัยเทียน่าอีก งานนี้ฉันได้ตายคากองตำราเวทแน่ๆ"ลีฟ่าพูดพร้อมทำท่าส่ายหน้าเล็กน้อย

            ยูอิได้แต่มองลีฟ่าด้วยสีหน้าเห็นใจ ก่อนจะกล่าวว่า “เรื่องอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ตอนนี้พวกเรารีบตามเข้าไปในสนามสอบกันก่อนเถอะมิ้ว ไม่เช่นนั้นยัยตัวแสบได้พาคุณพี่ชายไปซ่อนอีกแน่ๆนะมิ้ว รายนั้นยิ่งขึ้นชื่อว่า หวงพี่ชายยังกับอะไรดีนะมิ้ว”

            ยูอิรีบดึงตัวลีฟ่าให้ตามเข้าไปในสนามสอบทันที โดยพวกเธอไม่รู้เลยว่าเรื่องที่พูดกันเมื่อสักครู่จะทำให้ผู้ที่เข้าสอบที่อยู่โดยรอบได้ยินกันหมดแล้ว และหนึ่งในนั้นก็เป็นคนร่างเล็กที่สวมฮูดสีดำ เมื่อคนผู้นี้ได้ยินจึงรีบวิ่งตามพวกยูอิและลีฟาไปในทันที

 

ภายในอาคาร

            พวกริวที่วิ่งเข้ามาภายในอาคาร เมื่อมาถึงเทียน่าก็ดึงริวไปยังจุดที่มีคนน้อยที่สุด ก่อนจะยื่นบัตรบางอย่างมาให้กับเขา พร้อมพูดว่า

            "พี่คะ นี่คือบัตรประจำตัวสอบ เดี๋ยวพี่ซ่อนตัวอยู่ตรงนี้นะ ส่วนหนูจะล่อพวกเธอไปทางอื่นแทน อ้อ อีกอย่างถ้าสอบเสร็จพี่ไปรอพบหนูตรงต้นไม้สีขาวนอกอาคารเรียนได้เลย ที่สำคัญห้ามพี่ทำตัวเด่นอย่างเด็ดขาด

            ริวรับบัตรมาด้วยท่าทางงงๆ แต่พอเขาจะถามอะไร เธอก็วิ่งจากไปแล้ว ริวจึงได้แต่มองบัตรประจำตัวสอบที่มีรูปของเขาอยู่ด้านบน ส่วนด้านล่างมีแค่รหัสบางอย่างที่พอจะอ่านได้ว่า AR85023 เท่านั้น ขณะนั้นเองที่เสียงของอาจารย์ผู้คุมสอบก็ดังก้องขึ้นมาทั่วทั้งห้องว่า

            “ต่อจากนี้พวกคุณทุกคนจะถูกส่งไปยังสนามสอบข้อเขียน ดังนั้นขอให้พวกคุณทุกคนทำข้อเขียนอย่างตรงไปตรงมา ถ้าใครทำเสร็จแล้ว ให้วางกระดาษข้อสอบและกระดาษคำตอบไว้ที่โต๊ะตามเดิมจากนั้นผู้เข้าสอบเดินออกประตูห้องสอบได้เลย  พวกคุณจะถูกส่งตัวกลับมาที่แห่งนี้เอง สำหรับคนคิดที่จะลอกข้อสอบ โกงข้อสอบ และคิดจะทำการทุจริตใดๆก็ตาม ขอให้ทำได้ตามสบายเพียงแต่อย่าโดนจับได้เพราะเมื่อโดนจับได้คุณจะถูกตัดสิทธ์ในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยตลอดชีวิต อีกทั้งคนที่ทุจริตยังต้องได้รับบทลงโทษขั้นสูงสุด นั่นคือการจองจำในคุกมืดอีก10ปี”

            "เฮือก "เสียงกลืนน้ำลายของทุกคนในห้องดังขึ้นมาพร้อมกัน

            เสียงอาจารย์ผู้คุมสอบยังคงดังขึ้นต่อว่า“สำหรับของที่จำเป็นต่อการสอบ ทางสนามสอบได้เตรียมเอาไว้แล้ว ดังนั้นพวกคุณไม่จำเป็นต้องเอาอะไรเข้าไปเลย นอกจากตัวเอง ถ้าใครเอาของอื่นเข้าไป ทางสนามสอบจะถือว่าคุณเป็นผู้ทุจริตในการสอบทันที อีก 2 นาทีจะเริ่มการสอบ ขอให้ทุกคนโชคดีในการสอบนะครับ"

            พอสิ้นเสียงประกาศ ริวรีบติดบัตรสอบไว้ที่หน้าอกอย่างที่คนอื่นทำพร้อมปลดกระเป๋าคาดเอววางลงกับพื้นด้วย สักพักวงเวทขนาดเล็กก็ปรากฏขึ้นมาใต้เท้าของทุกคนในอาคาร ทุกคนค่อยๆหายไปทีละคน เขามาปรากฏอีกครั้งบนเก้าอี้ในห้องเรียนแห่งหนึ่ง

ริวมองไปรอบๆตัว ภายในห้องเรียนยังคนอีกประมาณ 8 คนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้เช่นเดียวกับเขา  สักพักอาจารย์ผู้คุมสอบเดินเข้ามาภายในห้อง ก่อนจะพูดออกมาว่า

            "นับจากนี้จะเริ่มสอบข้อเขียน ขอให้ทุกท่านตั้งใจทำข้อสอบให้ดี ถ้าคุณคิดจะทำการทุจริตในการสอบ ขอให้รู้ไว้เลยว่าทั่วห้องสอบมีเวทมนตร์ป้องกันการทุจริตและเวทมนตร์ที่ตรวจสอบการทุจริตอยู่  นอกจากนั้นยังมีเวทดักจับผู้ที่คิดจะทำการทุจริตข้อสอบอีกด้วย  ขอเพียงพวกคุณคิดจะทำการโกงข้อสอบ พวกคุณจะถูกส่งตัวไปคุมขังในคุกมืดทันทีโดยไม่มีสิทธ์ที่จะโต้แย้งอะไรได้อีกเลย”

            คำพูดของผู้คุมสอบทำเอาคนที่เข้าสอบต่างหน้าเสียไปตามกัน เสียงของผู้คุมสอบยังดังต่อไปอีกว่า

            “ อ้อ อีกเรื่องที่ทุกท่านควรรู้ไว้ การสอบนี้ไม่อนุญาตจะให้ลุกขึ้นจากโต๊ะจนกว่าจะสอบเสร็จ เอาละขอทำการเริ่มสอบนะบัดนี้"

            ผู้คุมสอบพูดจบ โต๊ะพร้อมด้วยข้อสอบก็ปรากฏขึ้นมาต่อหน้าต่อตาริวและผู้เข้าสอบคนอื่นๆ แน่นอนว่าไม่เพียงแต่กระดาษข้อสอบเท่านั้น ทุกอย่างไม่ว่าจะอุปกรณ์การเขียน ไม้บรรทัด ยางลบ ล้วนปรากฏออกมาบนโต๊ะจนหมดสิ้น ขณะที่ริวกำลังอึ้งกับสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่นั้น ผู้เข้าสอบอีก 8 คนก็ได้ลงมือทำข้อสอบไปแล้ว เขาก้มลงมองกระดาษข้อสอบบ้าง สิ่งแรกที่เห็นได้แก่หน้าแรกของกระดาษข้อสอบ มันเป็นเพียงกระดาษเปล่าที่มีช่องสำหรับเขียนชื่อและนามสกุลเอาไว้มุมซ้ายบนเท่านั้น ส่วนจุดอื่นๆกลับไม่ได้เขียนอะไรเอาไว้เลย อรุณมองกระดาษข้อสอบอย่างงงๆ จากนั้นจึงเปิดอ่านข้อสอบที่อยู่ด้านในต่อทันที

            ข้อ 1. จงบอกเกี่ยวกับส่วนประกอบของ KOUTU มาพร้อมวิธีปรุงมาอย่างน้อย 9 วิธี

(เฮ้อ อย่าว่าแต่วิธีปรุงเลย แค่ชื่อก็ยังไม่รู้จักแล้วจะตอบได้อย่างไงฟะ )ริวคิดออกมาด้วยสีหน้าเซ็งๆ

ข้อ2. จงบอกชื่อเมืองหลวงโบราณที่เกิดในยุคก่อกำเนิดมาอย่างน้อย 3 ชื่อ โดยบอกรายละเอียดเกี่ยวกับชื่อที่มาด้วย

(อยากจะบ้าตาย ใครมันจะรู้ ผมไม่ได้เกิดในยุคนั้นซะหน่อย เดี๋ยวก่อนนะ ทำไมผมต้องมาอ่านข้อสอบบ้าๆแบบนี้ด้วยละ ในเมื่อผมมาเพื่อสอบตกนี้ ดังนั้นแค่เขียนชื่อแล้วเดินออกไปก็พอแล้ว )เมื่อริวคิดได้แบบนั้นสีหน้าอันเบื่อหน่ายก็กลับกลายเป็นยิ้มแย้ม

            ริวปิดข้อสอบลง ก่อนจะรีบหยิบปากกาน้ำเงินขึ้นมาเขียนชื่อทันที แต่เขากับจับปากกาผิดพลาดจนทำให้ปากกาตกลงไปข้างโต๊ะ มันกลิ้งไปยังจุดที่เขาเอื้อมไม่ถึง อรุณจึงได้แต่ถอนหายใจ เขารีบหยิบดินสอไม้มาเขียนชื่อแทน ขณะที่เขากำลังจะเขียนนามสกุล แรงที่เขาใช้มันทำก็ให้ปลายดินสอหักลงไป ริวได้แต่ทำหน้าเซ็งสุดชีวิตเพราะอุปกรณ์ที่ได้มาไม่มีกบเหลาดินสอ หรือมีดแม้แต่น้อย อรุณจึงได้แต่หยิบปากกาแดงที่เหลือเป็นอันสุดท้ายขึ้นมาเขียนนามสกุลแทน พอเขียนเสร็จ เขาก็ลุกออกจากที่นั่งพร้อมเดินไปที่ประตูทางออก ผู้คุมสอบถึงกับพูดออกมาทันทีว่า

            “ผู้เข้าสอบไม่ทราบว่าคุณกำลังจะไปไหน ผมบอกแล้วไม่ใช่หรือว่าห้ามลุกออกจากที่นั่งจนกว่าจะสอบเสร็จ”

            ริวหันมามองผู้คุมสอบ “ผมทำตามที่บอกแล้วครับ และตอนนี้ผมก็ทำทุกอย่างที่สมควรทำแล้วด้วย ถ้ายังไงขอตัวเลยนะครับ” ใช่ ผมพูดจริงๆนะ ทั้งยังทำตามที่บอกแล้วด้วย ไม่ได้โกงข้อสอบ ไม่ได้ลอกข้อสอบ และยังไม่ลุกจากเก้าอี้ก่อนจะทำข้อสอบเสร็จ แถมยังเขียนชื่อ นามสกุลและรหัสของตัวเองเรียบร้อยแล้วด้วย ดังนั้นทุกอย่างเป็นอันเสร็จสิ้นกระบวน ตอนนี้ก็เหลืออีกแค่3รอบ จากนั้นผมจะได้บอกลาริเดียเสียที  ริวบอกตัวเองอย่างนี้ภายในใจ พร้อมทำท่าเดินออกจากห้องสอบไปอย่างไม่เกรงกลัวอะไร

ปฏิกิริยาและการกระทำของริวทำเอาผู้เข้า รวมสอบอีก 8 คนที่เหลือต่างทึ่งไปตามกันโดยเฉพาะคนร่างเล็กที่สวมฮูดสีดำได้แต่จ้องมองริวทุกฝีก้าว เขารีบก้มหน้าลงทำข้อสอบต่ออย่างรวดเร็ว อาจารย์ผู้คุมสอบรีบหันไปมองนาฬิกาที่ติดไว้ตรงกำแพง ก่อนจะร้องเรียกริวที่กำลังจะออกจากห้อง

“เดี๋ยวก่อนซิ นี่เธอจะบอกว่าทำข้อสอบ 100 ข้อเสร็จในเวลาไม่ถึง 5 นาทีหรือ?

            "เปล่าครับ ผมแค่บอกว่าทำสิ่งที่ควรทำเสร็จแล้วต่างหาก”ริวพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ก่อนจะโค้งตัวให้และเดินจากไป

            อาจารย์ผู้คุมสอบรีบเดินไปดูข้อสอบของริวในทันที แต่สิ่งที่เห็นทำเอาเขาอึ้งไปพักใหญ่ สักพักอาจารย์ผู้คุมสอบก็พูดออกมาว่า

"ไม่จริงน่า นี้มัน....... ต้องรีบติดต่อผู้อำนวยการแล้วล่ะ"

            อาจารย์ผู้คุมสอบไม่ยอมพูดต่อ เขารีบหยิบแท่งแก้วสื่อสารขึ้นมาติดต่อไปหาใครบางคน สักพักก็มีอาจารย์ผู้คุมสอบคนใหม่ก็เดินเข้ามาภายในห้อง ส่วนอาจารย์ผู้คุมสอบคนแรกกลับหยิบข้อสอบของริวแล้วหายตัวออกจากห้องไปพร้อมกับวงเวทที่เท้า

 ห้องประชุม

            อาจารย์ผู้คุมสอบที่หยิบกระดาษสอบของริวมาได้วิ่งมาที่ห้องแห่งนี้ เขารีบผลักประตูเข้าไปโดยไม่ได้ขออนุญาตอะไรเลย  เหล่าอาจารย์ 3-4 ท่านที่กำลังนั่งประชุมอยู่ในห้องต่างหันมามองอาจารย์ผู้คุมสอบเป็นตาเดียว  อาจารย์ที่ท่าทางเป็นผู้อาวุธโสที่สุดได้กล่าวขึ้นมาว่า

            "อาจารย์ริวโตะ ผมบอกคุณแล้วนะว่าพวกเรากำลังประชุมเรื่องสำคัญกันอยู่ ไม่ทราบว่าคุณมีธุระอะไรถึงได้กล้าทำแบบนี้"

            “ขอโทษครับผู้อำนวยการ แต่นี้เรื่องเร่งด่วนจริงๆครับ ตอนนี้มีคนทำข้อสอบในแบบที่ผู้อำนวยการเคยบอกไว้ได้แล้วครับ”เสียงของอาจารย์ริวโตะพูดออกมาอย่างรวดเร็ว จนคนฟังแทบจะฟังไม่ทัน แต่หลังจากนั้นอาจารย์ริวโตะก็พยายามจะอธิบายเรื่องราวทั้งหมดออกไปอีกครั้ง

            ว่าไงนะ!!”เสียงตะโกนประสานเสียงของอาจารย์ในห้องดังขึ้นพร้อมกันโดยเฉพาะผู้อำนวยการที่ดูตกใจมากกว่าใคร

            อาจารย์ริวโตะรีบยื่นข้อสอบของริวให้กับผู้อำนวยการ เขารีบวางกระดาษข้อสอบลงบนโต๊ะที่ใช้ในการประชุม  บรรยากาศในห้องต่างตรึงเครียดขึ้น ผู้อำนวยการรีบตวัดมือเป็นวงกลมหนึ่งครั้ง ก่อนจะมีวงเวทเรียงตัวขึ้นมาเป็นชั้นๆจำนวน 8 ชั้นบนกระดาษข้อสอบ วงเวทอันแรกเคลื่อนตัวลงไปสัมผัสกับกระดาษข้อสอบ  ข้อความสีแดงปรากฏออกมาบนกระดาษที่ว่างเปล่า  ข้อความพวกนี้เขียนเอาไว้ว่า

            จงทำข้อสอบตามที่กำหนดเอาไว้ดังต่อไปนี้

            1.จงอ่านข้อสอบข้อ1 และข้อ2 เท่านั้น ถ้าไม่ทำตามข้อความนี้จะหายไป

            2.จงเขียนชื่อด้วยดินสอ และเขียนนามสกุลด้วยปากกาสีแดง สมดุลของดินสอและปากกาแดงต้องได้อัตราส่วน 2 ต่อ 3  โดยห้ามมีการลบหรือแก้ไขตัวอักษรแต่อย่างไร

            3. จงอย่าทำข้อสอบ หรือ อ่านข้อสอบอื่นๆนอกจากข้อ 1 และ ข้อ 2 แม้แต่ข้อเดียว

            4.ให้เดินออกจากห้องสอบในทันที และห้ามพูดถึงเรื่องนี้กับใคร แม้แต่อาจารย์ที่คุมสอบจะถามก็ตาม

            5. เจ้าต้องทำข้อแรกถึงข้อสุดท้าย ภายในเวลา 5 นาทีนับตั้งแต่เริ่มสอบ ถ้าทำไม่ได้ถือว่าทุกอย่างเป็นโมฆะ 

พอข้อความปรากฏออกมา มันทำให้อาจารย์ทุกคนต่างพูดอะไรไม่ออก  เสียงอาจารย์ริวโตะพูดออกมาว่า

            “กระดาษข้อสอบมีความลับแบบนี้ซ่อนอยู่ด้วยหรือ?

            คำถามของอาจารย์ริวโตะทำเอาทุกคนมองมาผู้อำนวยการเป็นตาเดียว สักพักเสียงของผู้อำนายการก็อธิบายขึ้นมาว่า

"ถูกต้องแล้วล่ะ ข้อความที่ทุกคนกำลังเห็นในเวลานี้คือ ข้อสอบที่แท้จริงในรอบนี้ เพียงแต่ยังไม่เคยมีใครทำมันได้เลย ดังนั้นการสอบรอบนี้จึงกลายเป็นการสอบทางความรู้ไปในที่สุดนะ”

            "แล้วข้อสอบข้อนี้ ใครเป็นออกข้อสอบไว้หรือครับ ที่สำคัญทำไมมันถึงเป็นข้อสอบที่แท้จริงได้ ผมว่าการสอบด้านความรู้ยังดีกว่าข้อสอบแบบนี้ซะอีกนะครับ"อาจารย์ริวโตะถามออกมาด้วยความสงสัย

            ผู้อำนวยการถอนหายใจเล็กน้อย ก่อนจะพูดออกมาว่า"คนที่ออกข้อสอบข้อนี้คือ ท่านหญิงมังกรฟ้า ผู้ที่ก่อสร้างมหาวิทยาลัยแห่งนี้ขึ้นมาและเหตุผลที่สร้างมหาวิทยาลัยขึ้นมาก็เพื่อตามหาคนที่ทำข้อสอบข้อนี้ได้นั้นเอง ตอนที่ก่อตั้งมหาวิทยาลัยขึ้นท่านหญิงมังกรฟ้าได้มอบคำทำนายบางอย่างเอาไว้แก่ผู้อำนวยการคนแรกด้วย”

            “คำทำนาย? ไม่ทราบว่าท่านหญิงมังกรฟ้ามอบคำทำนายอะไรเออาไว้หรือครับ”เสียงของอาจารย์ริวโตะถามขึ้นมาอย่างร้อนใจเพราะท่านหญิงมังกรฟ้าได้รับฉายาว่าเจ้าหญิงนักทำนาย ทุกเรื่องที่ท่านทำนายจะเป็นจริง 100 %

            สีหน้าของผู้อำนวยการเริ่มตึงเครียดขึ้น น้ำเสียงอันราบเรียบยังคงกล่าวต่อว่า “ท่านหญิงมังกรฟ้าได้ทำนายไว้ว่า ผู้ที่ทำข้อสอบนี้ได้คือ คนที่จะมาปลดปล่อยริเดียจากคำสาปของเหล่าจอมมารเมื่อ 300 ปีก่อน”

            คำพูดของผู้อำนวยการถึงกับทำให้อาจารย์ทุกคนต่างตกใจจนพูดอะไรไม่ออก อาจารย์ริวโตะเป็นคนแรกที่รู้สึกตัว

            “นี้มันเรื่องใหญ่มากเลยนะครับ มิน่าล่ะผู้อำนวยการถึงได้กำชับอาจารย์ผู้คุมสอบทุกท่านว่า ถ้ามีคนเขียนชื่อด้วยดินสอและปากกาแดงให้มารายงานทันที”

            “ใช่ ผมบอกแบบนี้กับอาจารย์คุมสอบทุกปี และ ผมก็คิดว่าผู้อำนวยการทุกท่านก็คงบอกเรื่องราวนี้กับอาจารย์ทุกรุ่นเช่นกัน แต่ก็ไม่เคยมีใครทำข้อสอบนี้ได้เลย

            "ถ้าเช่นนั้นแสดงว่าเด็กที่ทำข้อสอบนี้ได้คือผู้ที่อยู่ในคำทำนายของท่านหญิงมังกรฟ้าใช่ไหมครับ"เสียงของ 1 ในอาจารย์ดังขึ้น

            ผู้อำนวยการส่ายหน้าเล็กน้อย “ยังก่อน นี้อาจจะเป็นเหตุบังเอิญก็เป็นได้ ถ้ายังไงขอให้ผมตรวจสอบอย่างอื่นด้วยเวทมนตร์เฉพาะทางก่อน ที่ต้องทำแบบนี้เพราะถ้าเด็กคนนี้คือคนในคำทำนายจริง เขาต้องแบกรับทุกชีวิตในริเดีย พวกคุณไม่คิดว่ามันหนักเกินไปสำหรับเด็กคนนี้หรือ?

            อาจารย์ทุกท่านเริมมีสีหน้าหนักใจขึ้นมาบ้างแล้ว  ผู้อำนวยการรีบตวัดมือเป็นวงกลมอีกครั้ง วงเวทที่เหลืออีก7อันจึงทำงานต่อ วงเวทที่ 2 สัมผัสกับกระดาษข้อสอบ เสียงบางอย่างดังขึ้นมาว่า

            ไม่พบการใช้เวทตรวจสอบ

            จากนั้นวงเวทที่ 3 และ 4 ก็ลงไปสัมผัสกับกระดาษข้อสอบ เสียงในตอนแรกก็ดังขึ้นมาอีกว่า

            ไม่พบการใช้เวทตาทิพย์ 

            ไม่พบการใช้เวทลบมนตรา

            "หือ"เสียงสูดลมหายใจของอาจารย์ทั้งห้องดังขึ้นมาพร้อมกัน วงเวทที่ 5 6 และ 7 ต่างเคลื่อนลงไปสัมผัสกระดาษอีกครั้ง เสียงก็ดังขึ้นต่อว่า

            ตรวจพบการอ่านข้อสอบข้อที่ 1 และข้อที่ 2 แต่ไม่พบการอ่านข้อสอบข้ออื่น

            ไม่พบการใช้เวทลบคำผิดจากกระดาษ

            ไม่พบสีของปากกาน้ำเงินในกระดาษข้อสอบ จากการตรวจสอบอัตราส่วนระหว่างพื้นที่ของดินสอและปากกาแดงคือ 2 ต่อ 3โดยไม่มีการลบ หรือแก้ไขแต่อย่างไร

            “เฮือก”เสียงกลืนน้ำลายของอาจารย์ริวโตะดังขึ้นมา บรรยากาศในตอนนี้ทำเอาเหงื่อของอาจารย์ท่านอื่นๆเริ่มไหลขึ้นมาบ้างแล้ว เมื่อเสียงจากวงเวทที่เจ็ดจบลง วงเวทสุดท้ายก็ค่อยๆเลื่อนลงไปสัมผัสกับกระดาษข้อสอบ เสียงดังขึ้นมาอีก

            ผลการตรวจสอบ เจ้าของข้อสอบแผ่นนี้สัมผัสกระดาษสอบเป็นเวลา 1.15 นาทีและเดินออกจากห้องภายในเวลา 2.50 นาที

            พอสิ้นเสียงเท่านั้น อาจารย์ทุกท่านต่างอยู่ในสภาวะตึงเครียดจนไม่มีใครกล้าพูดอะไรเลย ทุกคนต่างจ้องมองไปยังผู้อำนวยการเหมือนกำลังรอคำสั่งว่าควรจะทำอย่างไงต่อดี น้ำเสียงอันเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยอารมณ์ตื่นเต้นของผู้อำนวยการดังขึ้นว่า

“ผู้ที่ทำข้อสอบชุดนี้ไม่ได้โกงหรือทำการอื่นๆกับข้อสอบแม้แต่น้อยและนั้นหมายความว่าเด็กคนนี้อ่านข้อสอบออกจริงๆ”

            สีหน้าของบรรดาอาจารย์ทุกท่านต่างแสดงถึงความตื่นเต้น ขณะนั้นเองที่อาจารย์ริวโตะ ถามออกมาว่า

“ผู้อำนวยการครับ หรือว่า เด็กคนนี้จะเป็น..."

            ผู้อำนวยการพยักหน้า ก่อนจะพูดต่อว่า"ใช่แล้วล่ะ คำทำนายของท่านหญิงมังกรฟ้าเป็นจริงแล้ว เด็กที่ทำข้อสอบชุดนี้คือ ผู้ที่มีจะมาปลดปล่อยริเดียจากคำสาปที่มีมากว่า 300 ปี นั้นเอง”

            บรรดาอาจารย์ต่างแสดงสีหน้าดีใจออกมา เสียงอันตึงเครียดของผู้อำนวยการดังขึ้นว่า“สำหรับเรื่องนี้ ผมต้องการให้ทุกท่านเก็บเอาไว้เป็นความลับก่อน จากนี้ไปพวกเราจะคอยดูฝีมือด้านต่างๆของเด็กคนนี้เพื่อที่จะได้ประเมินว่า พวกเราควรจะเตรียมตัวให้เขาอย่างไรดี อย่างน้อยที่สุด ผมต้องการให้เขามีความแข็งแกร่งพอที่จะแบกรับต่างๆได้บ้างนะ

            "รับทราบครับ/ค่ะ"อาจารย์ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียว

            สักพัก 1 ในอาจารย์ที่นั่งอยู่ก็พูดออกมาว่า “แล้วไม่ทราบว่าพวกเราจะให้คะแนนสอบข้อเขียนของเด็กคนนี้อย่างไงดีล่ะครับ แม้ว่าเขาจะทำข้อสอบที่แท้จริงผ่าน แต่ข้อสอบที่พวกเราเตรียมไว้นั้น เขาไม่ได้ทำเลยแม้แต่ข้อเดียว"

            ผู้อำนวยการมองกระดาษข้อสอบ ก่อนสะบัดมือ1รอบ อักษรจำนวนมากมายได้ปรากฏบนกระดาษข้อสอบของริวพร้อมกับเสียงอันราบเรียบที่ดังขึ้นมาว่า

            “เอาข้อสอบชุดนี้ไปตรวจตามปกติก็แล้วกัน”

            อาจารย์คนที่ถามหยิบข้อสอบขึ้นมาดูทีละหน้า เขาจ้องมองเนื้อหาภายในข้อสอบอย่างตกใจ

            “ผู้อำนวยการครับ คำตอบพวกนี้มัน......”

            “ตามที่คุณคิดนั้นล่ะ นี้คือคะแนนสำหรับคนที่อ่านคำถามที่แท้จริงออก ส่วนโจทย์อื่นที่พวกเราเตรียมไว้เป็นแค่สิ่งลวงตาเท่านั้น เนื่องจากในช่วง 300 ปีมานี้ไม่มีใครเคยอ่านข้อสอบนี้ออกเลย พวกเราจึงให้คะแนนตามสิ่งที่พวกเขาตอบคำถามมานะ”ผู้อำนวยการหยุดเล็กน้อย พร้อมพูดต่อว่า

            “ถ้ามีคนสงสัยอะไร คุณก็เอากระดาษข้อสอบนี้ให้พวกเขาดูก็แล้วกัน”

            อาจารย์ที่ถามพยักหน้ารับ ผู้อำนวยการกวาดตาไปยังอาจารย์ทุกท่านที่อยู่ในห้องพร้อมออกคำสั่งว่า

            “สิ่งที่เกิดภายในห้องนี้ ขอให้อาจารย์ทุกท่านเก็บไว้เป็นความลับสุดยอด ถ้าเกิดเรื่องนี้หลุดออกไป อาจจะทำให้เด็กคนนี้เกิดอันตรายได้เข้าใจไหม”

            อาจารย์ทุกคนต่างพูดออกเป็นเสียงเดียวกันว่า"รับทราบค่ะ/ครับ"

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 249 ครั้ง

106 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 20 มกราคม 2561 / 11:41
    ความบังเอิญสุดๆขำ55555
    #7641
    0
  2. #7518 Natty_thamonwan (@Natty_thamonwan) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 19:50
    ....เอิ่ม ควรไปอยู่หมวดนิยายหักมุมมากเลยค่ะ
    #7518
    0
  3. #7426 Tenyacha1130 (@Tenyacha1130) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 เมษายน 2560 / 20:44
    ควรหัวเราะดีมั้ยค่ะ หรือ สงสารดี
    #7426
    0
  4. #6990 fairy_devil (@angle_vempire) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2559 / 13:59
    ความบังเอิญที่น่าเหลือเชื่อ
    #6990
    0
  5. #6783 ไอซ์ น้ำแข็ง (@icekun) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2559 / 20:06
    รออยู่นะ
    #6783
    0
  6. #6596 PlanaRia (@planaria) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2558 / 08:59
    นี่มันเรื่องโอตาคุหนุ่มกับอาณาจักรมโนแจ่มนี่นา
    #6596
    0
  7. #6413 Harm. (@tanzanaza) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 กันยายน 2558 / 19:49
    แหวนแท้ๆ ถ้าพวกนี้รู้ความจริงจะช็อกขนาดไหน
    #6413
    0
  8. #5190 แค่ สง กะ สัย (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2557 / 04:23
    เอิ่ม... คุณเจ้าหญิงมังกรฟ้าสารภาพมาเลยนะ

    #คุณรู้ใช่มั๊ยว่าริวคิดได้แค่นี้ (แค่อ่านผ่านๆไม่ตอบ เพราะอยากสอบตก)

    #หรือคุณเป็นคนทำให้ปากกาน้ำเงินตก (และริวขี้เกียจหยิบ) กับดินสอหัก (หลังเขียนชื่อ)
    #5190
    0
  9. #5049 Amnesai (@virintarn) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 กันยายน 2557 / 16:34
    เอิ่มมม ได้โดยไม่คาดคิดแต่ยังเป็นคนที่อยู่ในคำทำนายอีกกก !! (มันบังเอิญรึเปล่านะ)
    #5049
    0
  10. #4918 Katana (@hiddenblade) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 กันยายน 2557 / 22:12
    บังเอิญแล้วบังเอิญอีก บังเอิญเป็นผู้กอบกู้โลกไปซะล่ะ 5555
    #4918
    0
  11. วันที่ 7 สิงหาคม 2557 / 00:00
    ไม่ไหวๆ 5555
    แต่ล่ะคน 555 
    #4732
    0
  12. #4656 blackhome-aom (@blackhome-aom) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2557 / 13:16
    แต่ละคนมโนไปซะ ...
    #4656
    0
  13. #4564 [:Words:] (@jemakub) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2557 / 14:42
    พระเอกเด่นขึ้นมาทันที...
    #4564
    0
  14. #4521 godgorge (@godgorge) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2557 / 02:49
    มโนคือชนะ ใช่มั้ย 555
    #4521
    0
  15. #4356 นายสัก (@sakchaic) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2557 / 11:19
    ดีกว่าเดิมครับ ท่ีเคยรู้สึกขัดๆก็น้อยลง
    #4356
    0
  16. #4247 markbull (@dokiboom) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2557 / 14:53
    อ่านมาถึงตอนนี้ต้องบอกว่า เฮ้ยมันวะติดสะแล้วเรื่องนี้อ่านได้ไหลมากจิตนาการภาพออกตามเลย
    #4247
    0
  17. #4185 PiLii (@pinepilins) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2557 / 02:53
    ตายๆ นายตายแน่ริว ปล.ถ้วอวยฟรานจะผิดไหม ไม่เอาคู่พี่น้องนะ ขนลุก
    #4185
    0
  18. #4073 serra (@serra-ploy) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2557 / 21:03
    เมพอ่ะ
    #4073
    0
  19. #3933 แสงรัตติกาล (@prang9210) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2557 / 00:10
    โอ้ นี่คือแบบ เมพตัวจริงใช่ม่ะ 
    และจากที่สาวๆบรรยาย ริวคือสุดยอด
    #3933
    0
  20. #3864 หนอนอ้วน (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2557 / 01:19
    สงสัยข้อสอบเป็นภาษาโลกมนุษย์ คนริเดียเลยอ่านไม่ออกปะนี่ 555
    #3864
    0
  21. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  22. #3783 OreKI (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2557 / 23:55
    รู้สึกเหมือนชื่อลีฟ่ากับยูอินี่มันอยู่ในSAOใช่ปะ...

    หรือเรามโนไปเอง...
    #3783
    0
  23. #3655 Kuroko Tetsuya_kun (@phingpin) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2557 / 17:27
    มโนเก่งกันทั้งเรื่องเลยอ่ะ 5555
    #3655
    0
  24. #3301 holysci (@asxc) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2557 / 10:50
    บังเอิญได้เทพมาก 555555
    #3301
    0
  25. #3195 CopKura (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2557 / 11:18
    กลับมาอ่านอีกรอบ เงื่อนไขนี้ท่านหญิงจงใจให้ริวสอบผ่านได้คนเดียวสินะ 555+
    #3195
    0