I am normal ผมนี้ละคนธรรมดา

  • 93% Rating

  • 158 Vote(s)

  • 544,176 Views

  • 7,786 Comments

  • 9,111 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    599

    Overall
    544,176

ตอนที่ 41 : บทที่ 8 คนธรรมดา กับ มังกรฟ้าเซริวที่ (ไม่) ธรรมดา (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18144
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 168 ครั้ง
    7 มิ.ย. 57

                                      บทที่ 8

                   คนธรรมดา กับ มังกรฟ้าเซริวที่(ไม่)ธรรมดา (2)

          (ไม่น่า! )เสียงตะโกนของริวดังขึ้นภายในหัวอย่างสุดเสียง แต่ไอ้เท็ดดี้กลับดูจะไม่สนใจแม้แต่น้อย

             (ไอ้เท็ดดี้ แกรีบหาทางหลบเร็วเข้า ด้านหน้ามันน้ำตกนะโว้ย ผมยังไม่อยากเปียกตอนนี้ )เสียงโวยวายของชายหนุ่มยังคงดังอย่างต่อเนื่อง เพราะชุดที่ยังพอจะใส่ได้ในตอนนี้มีเพียงชุดนี้เท่านั้น ขืน เกิดเปียกน้ำขึ้นมา เขาคงได้ไปใส่ชุดลิเกที่น้องสาวเตรียมเอาไว้แน่ๆ

            -เฮ้อ ไอ้ริว แกช่วยเงียบหน่อยเถอะ ข้าปวดหัวกับเสียงของแกจะแย่อยู่แล้ว-

            เท็ดดี้พูดจบ มันก็หันไปมองน้ำตกขนาดใหญ่ที่อยู่เบื้องหน้า น้ำตกมีความที่สูงกว่า 50 เมตร และมีความกว้างไม่ต่ำกว่า 70 เมตร ละอองน้ำทำให้เกิดรุ้งขนาดใหญ่เหนือน้ำตก มังกรฟ้าจำลองบินตรงเข้าหาน้ำตกโดยไม่รออะไรแม้แต่น้อย น้ำตกแหวกออกเป็น 2 ฝั่ง จนเห็นถ้ำที่อยู่หลังน้ำตก

ถ้ำแห่งนี้อยู่เหนือพื้นน้ำพอสมควร แถมหน้าถ้ำยังมีโขดหินขนาดย่อมอยู่เต็มไปหมด ถ้ามองจากด้านล่าง หรือ ด้านข้างจะไม่ทางพบเห็นถ้ำแห่งนี้เลย มังกรฟ้าจำลองบินมาหยุดที่ปากถ้ำ ก่อนจะกล่าวว่า

“ท่านเคเบรอส ข้าคงส่งได้เพียงเท่านี้ ร่างจริงของข้าหลับอยู่ภายในถ้ำแห่งนี้ล่ะ”

เท็ดดี้ในร่างริวพยักหน้า ก่อนจะกระโดดลงจากหัวอย่างรวดเร็ว พอขาสัมผัสพื้นถ้ำแล้ว มันก็ตะโกนก้องว่า

 “ไอ้เพื่อนยาก ข้ากำลังจะเข้าไปแล้วนะ ถ้าไงช่วยเตรียมการต้อนรับเอาไว้ด้วยล่ะ ”

(เท็ดดี้ แกช่วยขอเค้กกับน้ำชาด้วยได้ไหม อย่างน้อยระหว่างที่พวกแก 2 คนคุยกัน ผมจะได้กินเค้กและจิบน้ำชาฆ่าเวลา อ้อ ถ้าจะให้ดียิ่งกว่านี้ขอหนังสือนิยายสักเล่มจะดีมากเลย) ริวถือโอกาสขออุปกรณ์อำนวยความสะดวกอื่นๆเพื่อใช้ฆ่าเวลา ตอนที่พวกสัตว์เทพจะคุยกัน

“งั้นเอาโซฟา เครื่องปรับอากาศ พร้อมกับสาวใช้คอยบริการด้วยดีไหมล่ะ”เสียงประชดประชันของเท็ดดี้ดังขึ้น

(ถ้าได้แบบนั้นก็เยี่ยมไปเลย)ชายหนุ่มรีบตอบกลับโดยไม่ต้องคิดแม้แต่น้อย

“ไอ้เด็กบ้า ข้าประชดโว้ย แกเห็นที่พักของสัตว์เทพเป็นรีสอร์ทสุดหรูหรือยังไง ถึงได้ขอของอย่างนั้นนะ”เท็ดดี้เถียงกลับไปแบบไม่ไว้หน้าริวเลย สักพักมันก็พูดต่อว่า

 “ชิ หมดเวลาจนได้ ถ้ารู้ว่าต้องเป็นแบบนี้ ข้าไม่น่าเสียเวลารับมุขของแกเลย”

มังกรฟ้าจำลองที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด มันได้แต่ฝืนยิ้ม ก่อนจะได้ยินเสียงดังขึ้นมาจากภายในถ้ำว่า

“หมดหน้าที่ของเจ้าแล้ว จงกลับไปทำหน้าที่เสียเถอะ”

มังกรฟ้าจำลองพยักหน้าเล็กน้อยพร้อมทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า น้ำตกที่แยกตัวออกก็ค่อยๆปิดอย่างช้าๆ เมื่อน้ำตกกลับคืนสู่สภาพเดิมแล้ว ภายในถ้ำก็ปรากฏแสงไฟขึ้นด้านบนเป็นทางยาว แสงไฟทำให้เห็นสภาพในถ้ำอย่างชัดเจน

ถ้ำแห่งนี้เป็นเหมือนอุโมงค์ขนาดใหญ่ ที่มีทางเดินยาวจนสุดสายตา กำแพงทั้งสองข้างมีภาพสลัก เช่นเดียวกับวิหารแห่งแสงสว่าง ต่างกันตรงที่วิหารของเท็ดดี้เป็นภาพสลักที่จารึกบนก้อนหินสีทอง แต่ที่นี้เป็นภาพสลักที่จารึกบนหินธรรมดา ริวกวาดตามองรอบๆ

“เท็ดดี้ นายว่าที่นี้คล้ายกับภายในวิหารแห่งแสงสว่างไหม”

เท็ดดี้เองก็หันไปมองรอบตัวเช่นกัน มันหันไปหยุดมองภาพสลักที่อยู่ทางทางขวามือ ภาพแกะสลักนั้นเป็นรูปมังกรฟ้าที่ลอยอยู่บนฟ้าโดยมือข้างขวากำบอลแสงที่มี ต้นอ่อน อยู่ภายในเอาไว้ ส่วนมือด้านซ้ายกำซากต้นไม้ที่ตายเอาไว้  ด้านล่างของภาพมีผู้คนจำนวนมากกำลังกราบมังกรตัวนั้น ราวกับเป็นเทพเจ้าก็ไม่ปาน 

“มันก็น่าจะคล้ายอยู่หรอก เพราะนี้คือวิหารแห่งพฤกษาที่เป็นสถานที่สถิตของมังกรฟ้าเซริว ยังไงละ”เสียงของเท็ดดี้ดังขึ้น

“เอ๋! เดี๋ยวนะ ทำไมวิหารแห่งพฤกษาถึงได้มาอยู่ที่นี้ละ มันถูกทำลายไปตั้งแต่เมื่อ 1000 ปีก่อนไม่ใช่หรือ?”ริวถามออกมาด้วยน้ำเสียงตกใจ

เท็ดดี้ส่ายหน้าเป็นคำตอบ เพราะมันเองก็ไม่รู้เรื่องนี้เช่นกัน แต่ขณะนั้นเองที่มีเสียงดังขึ้นมาจากด้านในถ้ำ

“ไม่ต้องแปลกใจไปหรอก วิหารแห่งนี้เป็นวิหารจำลองที่ถูกสร้างขึ้นมาในภายหลังจากช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลง ส่วนคนที่สร้างขึ้นมานั้นก็คือ ตระกูลเซริว นั่นเอง”

“เฮ้ย ไอ้มังกรบ้ามารยาท นี่แกจะไม่ออกมาทักทายกันหน่อยหรือ? อย่าบอกนะว่าแกจะให้พวกข้าเดินเข้าไปหาถึงที่สถิตนะ”เท็ดดี้ตะโกนขึ้นมาด้วยน้ำเสียงไม่ชอบใจ

เสียงจากในถ้ำดังขึ้นมาอีกครั้งว่า “ท่านเคเบรอส ข้าต้องขอโทษจริงๆ เนื่องจากสาเหตุบางประการทำให้ข้าออกไปตอนรับท่านด้วยตัวเองไม่ได้ หวังว่าท่านคงให้อภัยกับการเสียมารยาทของข้าในครั้งนี้ด้วย”

เท็ดดี้ขมวดคิ้วเพราะการที่มังกรฟ้าผู้คร่ำเคร่งมารยาท ยอมเสียมารยาทต้องไม่ใช่เรื่องปกติอย่างแน่นอน ขณะที่มันกำลังจะบอกให้ริวรีบเดินเข้าไป ชายหนุ่มก็ทรุดตัวนั่งลงกับพื้นด้วยอาการหอบเหนื่อย ผมหันหลังพิงผนังถ้ำพร้อมจ้องมองภาพที่เท็ดดี้เคยมอง

เสียงหอบดังถี่ขึ้น จนเท็ดดี้เริ่มเป็นห่วง มันจึงถามขึ้นมาว่า “ไอ้ริว แกเป็นอะไรมากไหม”

ริวฝืนยิ้ม พร้อมคิดขึ้นมาว่า (ผมไม่เป็นอะไรหรอก แค่รู้สึกเหนื่อยมากเกินไปเท่านั้นนะ ขอพักสักครู่ก็แล้วกัน)

เท็ดดี้จ้องมองชายหนุ่มที่เหนื่อยจนหมดแรงพูด  สักพักมันก็ก้มหน้าสำนึกผิด แล้วพูดว่า “ขอโทษนะ ไอ้ริว ดูเหมือนว่าการที่ข้าใช้ร่างกายของแกจะเริ่มส่งผลเสียออกมาแล้วละ”

ริวขมวดคิ้ว พร้อมถามออกไปว่า (แกหมายความว่ายังไงนะ เท็ดดี้ )

“ไอ้ริว การที่ข้าใช้ร่างกายของแก มันส่งผลทำให้ร่างกายรับภาระหนักเกินไป ถ้าใช้แค่ครั้งเดียว อาจจะไม่เห็นผลอะไรนัก แต่ข้าใช้ร่างกายติดต่อกัน 2 วัน จึงทำให้ร่างกายรับไม่ไหว จนในที่สุดก็เป็นอย่างที่เห็นนี้ละ เฮ้อ ข้าประเมินความแข็งแรงของร่างกายแกผิดไปจริงๆ ใครจะคิดว่าร่างกายมันจะอ่อนปวกเปียกขนาดนี้  ทีหลังหัดออกกำลังกายบ้างนะ”

คำพูดในช่วงแรกของเท็ดดี้ทำเอาริวรู้สึกอยากปลอบมันอยู่บ้าง แต่ประโยคหลังๆนี้ทำให้ชายหนุ่มอยากจะจับมันโยนทิ้งน้ำตกเสียให้ได้ เพราะไอ้แหวนนี้ไม่เพียงจะไม่สำนึกผิด มันยังมีหน้ามาต่อว่าคนที่ให้มันยืมร่างอีก  เอาความเห็นใจของผมคืนมาเลยนะเฟ้ย ไอ้แหวนงี่เง่า ไอ้แหวนปัญญาอ่อน ไอ้แหวนสารพัดปัญหา....(คำด่าอีกสารพัดที่นึกออก)

เท็ดดี้ได้แต่ถอนหายใจเบาๆ “ข้าละเชื่อแกจริงๆ ขนาดเวลาแบบนี้ยังมีความคิดไร้สาระได้อีก ถ้ามีเวลาคิดไร้สาระได้ขนาดนี้ แกเอาเวลาไปพักผ่อนไม่ดีกว่าหรือ?”

ชายหนุ่มอยากจะเล่นงานไอ้เท็ดดี้กลับไปบ้าง แต่เนื่องจากร่างกายไม่สามารถขยับได้ เขาจึงได้แต่เก็บอารมณ์โกรธเอาไว้ก่อน รอจนมีแรงเมื่อไร รับรองไอ้เท็ดดี้ได้หัวหมุนแน่ๆ และ เพื่อหาทางระงับอารมณ์โกรธ  ริวจึงเปลี่ยนอารมณ์โดยกวาดตาไปมองภาพแกะสลักต่างๆ เมื่อเห็นภาพแกะสลักที่อยู่ตรงหน้า 

(เท็ดดี้ไอ้ภาพที่อยู่ตรงหน้า มันเป็นภาพเหตุการณ์ในอดีตเหมือนกับภาพที่วิหารแห่งแสงสว่างใช่ไหม)

“ใช่ เพียงแต่ว่าภาพที่แกมองนั้นเป็นภาพในอดีตที่ไม่เคยเกิดขึ้นนะ”เท็ดดี้หันไปมองภาพที่ชายหนุ่มถาม พร้อมตอบออกไปด้วยสีหน้าราบเรียบ

ริวขมวดคิ้วเหมือนจะถามว่า แกพูดอะไรของแกฟะ เท็ดดี้ที่อ่านความคิดในใจออก มันจึงกล่าวขึ้นว่า

“ภาพนี้เป็นการสื่อถึงตำนานบทหนึ่งนะ ในภาพเจ้าจะเห็นมังกรฟ้าเซริว ที่มือขวาคือ ต้นกล้าของต้นไม้แห่งโลก และมือซ้ายคือซากที่ตายแล้วของต้นไม้แห่งโลก ส่วนด้านล่างก็คือภาพของผู้คนที่เคารพมังกรฟ้าที่ทำความสงบสุขคือมาให้กับแคว้นแห่งพฤกษานั่นเอง”

ชายหนุ่มจ้องมองภาพจนอารมณ์โกรธสงบลงอย่างไม่รู้ตัว สายตาจับจ้องที่ภาพด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก  ท่าทางของตัวเองเริ่มเปลี่ยนไปทีละนิดอย่างที่ตัวเองก็ไม่รู้ตัวเช่นกัน เท็ดดี้ที่ยังไม่ทันสังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงนี้ มันอมยิ้ม ก่อนจะเล่าต่อว่า

“ตามตำนานบอกไว้ว่า เมื่อนานแสนนานมาแล้ว รัฐแห่งพฤกษาไม่ได้เป็นอย่างทุกวันนี้ มันเต็มไปความแห้งแล้ง ผู้คนล้มตายเพราะความอดยาก ขนาดน้ำที่จะกินยังแทบไม่มี ที่นี้จึงเป็นดินแดนแห่งความตายโดยสมบูรณ์ แต่อยู่มาวันหนึ่งมังกรฟ้าได้ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับต้นกล้าของต้นไม้แห่งโลก มันได้มอบต้นไม้แห่งโลกกับพื้นแผ่นดินนี้ ไม่นานพื้นแผ่นดินก็กลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง นับแต่นั้นผู้คนที่หลงเหลือต่างก็นับถือมังกรฟ้าเป็นเทพประจำรัฐแห่งนี้นะ”

(ไม่ใช่)ความรู้สึกบางอย่างในตัวปฏิเสธเรื่องที่ได้ยิน  ขณะนั้นเองที่เท็ดดี้ก็ถามขึ้นมาว่า

“ริว แกเป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมถึงนิ่งเงียบไปล่ะ”

ผมสะบัดหน้าไป-มาอย่างรวดเร็ว ไม่นานเขาก็กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง (ผมไม่เป็นอะไรหรอก แค่เหนื่อยมากเกินไปนะ อ้อ จริงสิ ซากต้นไม้ที่มือซ้ายของมังกรฟ้าคืออะไรหรือ?)

เท็ดดี้จ้องมองชายหนุ่มอย่างงงๆ แต่มันก็ยังอธิบายที่มาของซากต้นไม้ว่า “ก่อนที่มังกรฟ้าจะปลูกต้นไม้แห่งโลกลงบนพื้นดิน มันได้ใช้มือข้างซ้ายดึงเอาซากของต้นไม้แห่งโลกต้นก่อนออกจากพื้นดิน จากนั้นจึงค่อยปลูกต้นอ่อนลงไปแทนนะ”

ดวงตาของริวจับจ้องที่ภาพอย่างไม่วางตา นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกนับถือสัตว์เทพขึ้นมาบ้าง ถ้าเทียบกับสัตว์เทพเพียงหนึ่งเดียวที่เขารู้จักแล้ว มันช่างต่างกันราวกับฟ้า และ หุบเหวใต้ทะเลลึกจริงๆ

คิ้วของเท็ดดี้กระตุกเล็กน้อยเมื่อมันอ่านความคิดนี้ได้ มันรีบกล่าวขึ้นมาว่า “ไอ้ริว ข้าบอกแล้วไงว่านี้มันเป็นภาพในอดีตที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริง ไอ้มังกรฟ้ามันไม่เคยทำอะไรแบบในภาพหรอก คนที่ปลูกต้นไม้แห่งโลก รวมถึงเอาเศษซากที่ตายแล้วของต้นไม้แห่งโลกออกจากแผ่นดินแห่งความตายก็คือ เทพผู้สร้างโลกต่างหาก

เทพผู้สร้างต้องการฟื้นฟูแผ่นดินที่ตายแล้วจึงเพาะต้นกล้าของต้นไม้แห่งโลกขึ้นมาปลูก แทนต้นเดิมที่หมดอายุเมื่อนานมาแล้วนะ ส่วนเศษซากของต้นไม้แห่งโลก เทพผู้สร้างได้นำไปสร้างเป็น 1 ใน 8 อาวุธเทพเจ้าที่ชื่อว่า คันศรแห่งพงไพร นะ”

ริวยิ้มเฝื่อนๆ พร้อมถามออกไปว่า (เอ่อ ไอ้เรื่องที่แกพูดมาผมก็พอจะเข้าใจอยู่หรอก แต่ว่า ไอ้ต้นไม้แห่งโลกนี้ มันคืออะไรหรือ? มันจะเหมือนกับต้นไม้แห่งชีวิตในเกมภาษาสมัยก่อนไหม ที่มีใบไม้เอาไว้ชุบชีวิตอะไรแบบนี้นะ)

เท็ดดี้ขมวดคิ้วกับคำเปรียบเทียบของริว แต่ไม่นานมันก็ทำหน้าราวกับเพิ่งนึกขึ้นได้ มันจึงพูดขึ้นว่า “ขอโทษที ข้าลืมไปว่าเจ้าไม่รู้เรื่องต้นไม้แห่งโลก งั้นตั้งใจฟังให้ดีละ  ต้นไม้แห่งโลกเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่เทพผู้สร้างใช้เวลาบ่มเพาะนับหมื่นปีกว่าจะเกิดเป็นต้นกล้า มันสามารถปรับสมดุลของธรรมชาติ และรักษาให้คงอยู่ตลอดไปได้ รวมทั้งยังคอยส่งมอบพลังให้กับพื้นป่าภายในรัฐแห่งพฤกษาอีกด้วย การที่รัฐแห่งนี้ยังคงความเป็นธรรมชาติมาจนถึงปัจจุบันนี้ได้ก็เพราะต้นไม้แห่งโลกนี้ล่ะ”

ริวทำหน้าราวกับเด็กน้อยที่กำลังฟังนิทานอย่างสนุกสนาน เท็ดดี้หันไปมองภาพที่อยู่ถนัดมา “ไอ้ริว แกลองมองภาพถัดไปซิ แกเห็นอะไรบ้าง”

ชายหนุ่มทำตามที่บอก พร้อมคิดว่า (ภาพผู้คนกำลังบูชาต้นไม้ โดยรอบต้นไม้มีมังกรตัวหนึ่งนอนเฝ้าอยู่  เหล่าผู้คนที่บูชาต้นไม้นั้นมีด้วยกันหลายประเภท บ้างก็เป็นคนปกติ ปากก็มีหูที่เรียวแหลม บ้างก็มีรูปร่างคล้ายสัตว์  เดี๋ยวนะ รู้สึกว่าคนอยู่ใกล้ต้นไม้ที่สุดจะมีอะไรอยู่ในมือด้วยละ)

เท็ดดี้ยิ้มอย่างชื่นชมในความช่างสังเกตของริว เพราะจุดที่ชายหนุ่มบอกค่อนข้างจะมองเห็นได้ยากจากจุดนี้จริงๆ

 “ภาพที่เจ้าเห็นคือ ภาพที่การแสดงถึงความเคารพในต้นไม้แห่งโลก ถ้าเจ้าสังเกตให้ดีคนในภาพจะมีทั้งเผ่าเอลฟ์ เผ่ามนุษย์ ต่างให้ความเคารพต่อต้นไม้นี้ เป็นอย่างดี ส่วนไอ้มังกรที่นอนอยู่ใกล้ต้นไม้ก็คือ มังกรฟ้า ที่ต่อมาถูกยกย่องให้เป็นสัตว์เทพประจำรัฐ”

(อืม แล้วไอ้ของที่อยู่ในมือของคนอยู่ใกล้ต้นไม้แห่งโลกคืออะไรหรือ?)ริวถามออกมาด้วยความสงสัย

“นั่นคือใบของต้นไม้แห่งโลก น้ำที่ได้จากใบจะมีคุณสมบัติในการรักษาโรคได้ทุกอย่าง ใบที่เหลือจากการคั้นน้ำจะนำมารักษาบาดแผล และถอนพิษได้ทุกชนิดนะ ในสมัยก่อนถ้าผู้คนเกิดเป็นโรคที่รักษาไม่หาย ได้รับบาดเจ็บหนัก หรือถูกพิษที่ไม่มียาถอนพิษ ผู้คนก็จะพากันไปขอความช่วยเหลือจากต้นไม้แห่งโลกนะ”เท็ดดี้อธิบายขึ้นมา

ริวพยักหน้า ก่อนถามออกไปว่า (เดี๋ยวนะ ถ้าเป็นอย่างที่นายว่าจริง ต้นไม้แห่งโลกจะไม่ถูกเด็ดใบจนหมดหรือ?)

เท็ดดี้ยิ้ม พร้อมกล่าวต่อว่า “สำหรับคำถามนี้ เจ้าลองมองภาพถัดไปก่อนซิ แล้วเจ้าจะเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดเอง“

ชายหนุ่มหันไปมองภาพที่ 3 แต่เนื่องจากภาพอยู่ไกลเกินไปจนทำให้มองเห็นได้ไม่ชัด ริวจึงได้ฝืนร่างกายโดยการใช้มือไปเด็ดดอกกุหลาบสีเหลือง(เวทรักษาอาการอ่อนเพลีย) ก่อนจะบีบมันให้แตกในทันที ออร่าสีเหลืองปกคลุมร่างกายของริวอยู่สักพัก เมื่อออร่าหายไปร่างกายของเขาก็กลับเป็นปกติ

ริวรีบลุกขึ้นเดินไปยังภาพสลักแผ่นที่ 3 มันเป็นภาพที่มีคนสวมมงกุฎยืนอยู่หน้าต้นไม้แห่งโลก ถนัดออกมาก็มีคนจำนวนหนึ่งกำลังปลูกต้นไม้รอบต้นไม้แห่งโลก และเมื่อถนัดออกมาอีกนิดก็เป็นภาพคนจำนวนมากกำลังมอบกราบคนทั้งหมด 

“การที่ผู้คนในสมัยนั้นแห่ไปขอความช่วยเหลือจากต้นไม้แห่งโลก ทำให้เหล่าผู้อาศัยอยู่ในรัฐแห่งพฤกษาจึงตั้งผู้พิทักษ์ต้นไม้แห่งโลกขึ้นมา  และ เผ่าที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้พิทักษ์ก็คือ เผ่าเอลฟ์ที่ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับธรรมชาตินั่นเอง คนสวมมงกุฎที่อยู่ใต้ต้นไม้ก็คือ ภาพของราชาแห่งเอลฟ์กำลังเข้ารับหน้าที่ผู้พิทักษ์ต้นไม้แห่งโลก ภายหลังตำแหน่งนี้ได้ถูกยกย่องให้เป็นผู้ปกครองรัฐแห่งพฤกษาในเวลาต่อมานะ”เท็ดดี้อธิบายความเป็นมาของภาพสลักรูปที่ 3

            ริวพยักหน้าก่อนจะชี้ไปที่จุดหนึ่งของรูปภาพ พร้อมถามขึ้นมาว่า “แล้วภาพคนที่กำลังปลูกต้นกล้านี้ละ หมายถึงอะไรหรือ?”

            เท็ดดี้มองภาพ ก่อนจะกล่าวออกไปว่า“นั่นคือภาพการปลูกป่าเพื่อต้องการซ่อนต้นไม้แห่งโลก จากคนที่หวังผลประโยชน์จากต้นไม้แห่งโลก เหมือนกับคำกล่าวที่ว่า ถ้าจะซ่อนคนต้องซ่อนในฝูงชน ถ้าจะซ่อนใบไม้จะต้องซ่อนในป่ายังไงละ”

          “ปลูกป่าทั้งป่าเพื่อซ่อนต้นไม้เพียงต้นเดียว ไม่รู้ว่าเป็นแผนการที่สุดยอด หรือ แผนการที่ยอดแย่กันแน่ นายคิดดูนะกว่าต้นไม้จะเติบโตเป็นป่าจะโตต้องใช้เวลาแค่ไหน แล้วระหว่างนั้นเผ่าเอลฟ์จะทำอย่างไงกับคนที่คิดจะหาผลประโยชน์จากต้นไม้แห่งโลกละ”ชายหนุ่มพูดออกมาด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนักเพราะการปลูกป่าเพื่อซ่อนต้นไม้นั้นกินเวลามากเกินไปนั่นเอง

            เท็ดดี้ส่ายหน้า“ไอ้ริวเข้าใจผิดแล้วละ ถ้าเป็นโลกมนุษย์อาจจะใช้เวลาเป็น 10 ปี ในการปลูกป่า แต่สำหรับเผ่าเอลฟ์แล้ว การปลูกป่าใช้เวลาไม่นานหรอก ยิ่งได้พลังของต้นไม้แห่งโลกช่วยด้วย แค่ไม่กี่วันก็สามารถปลูกป่าได้”

“สะดวกดีจัง ไม่รู้ว่าพอจะเอาพลังของเอลฟ์ หรือพลังของต้นไม้แห่งโลกไปใช้ปลูกป่าที่โลกมนุษย์ได้ไหมนะ อากาศจะได้เย็นลงบ้าง”

เท็ดดี้ฝืนยิ้ม “เห็นทีจะยาก เพราะพวกเอลฟ์เป็นพวกที่ไม่ชอบไปไหนซะด้วย ส่วนพลังของต้นไม้แห่งโลกก็ไม่สามารถถ่ายทอดไปถึงโลกมนุษย์ได้หรอก นอกเสียแกจะขุดต้นไม้แห่งโลกไปปลูกที่โลกมนุษย์นะ”

“งั้นหรือ? น่าเสียดายจัง”แม้ริวจะพูดแบบนั้น แต่สีหน้ากลับยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์จนใครที่เห็นเป็นต้องเบือนหน้าหนี

“เอ๊ย ไอ้ริว แกเลิกคิดไปเลย  ขืน แกทำแบบนั้น มีหวังรัฐแห่งพฤกษาล่มสลายแน่ๆ “เท็ดดี้ที่อ่านใจของริวได้ มันรีบร้องห้ามทันที เพราะถ้าทำตามแผนการของไอ้ริว มีเกิดหวังเรื่องใหญ่แน่ๆ

“โธ่ ผมแค่จะขอยืมต้นไม้แห่งโลกไปปลูกที่จังหวัดจันทบุรีสัก  10 วันเท่านั้นเอง มันคงไม่เกิดเรื่องใหญ่หรอกมั่ง”ริวยังคงจ้องมองภาพต้นไม้แห่งโลกแบบไม่วางตา ส่วนในใจก็คิดถึงตัวเองกำลังนอนอยู่บนเปล ในสวนที่เย็นสบาย ลมเบาๆพัดผ่านหน้า ในขณะที่ตัวเองกำลังอ่านนิยายพลางดูดน้ำผลไม้ในแก้ว เฮ้อ ถ้ามันเป็นจริงจะเยี่ยมขนาดไหนนะ

เท็ดดี้ที่อ่านความคิดทั้งหมดได้ มันรีบโวยวาย “ไม่ได้โว้ย ห้ามแกทำแบบนั้นเด็ดขาด มีอย่างที่ไหนจะเอาต้นไม้แห่งโลกไปปลูกในสวนเพื่อให้ตัวเองมีต้นไม้เอาไว้ผูกเปลนอน ไหนจะความคิดไร้สาระที่จะใช้พลังของต้นไม้แห่งโลกทำให้อากาศเย็นขึ้น เพื่อจะได้ประหยัดค่าไฟฟ้าอีก ทั้งยังคิดจะเอาใบของต้นไม้แห่งโลกไปทำเป็นยารักษาโรคขายอีก ตกลงว่าสมองของแกมีเอาไว้แต่คิดเรื่องไร้สาระหรือยังไงกัน หัดเห็นแก่ส่วนรวมบ้างสิโว้ย”

“เชอะ”ริวร้องออกมา ก่อนจะเดินหน้าไปดูภาพแกะสลักรูปต่อไป เขาถึงกับทำหน้างงๆ เพราะภาพนี้เป็นภาพที่คนกำลังตัดต้นไม้ ทั้งที่ใกล้ๆกันมีภาพคนปลูกต้นไม้ ตรงกันข้ามมีภาพคนล่าสัตว์ และก็มีภาพคนที่ปล่อยสัตว์ไปเช่นกัน  นอกจากนั้นมีภาพคนปลูกสมุนไพร และถอนสมุนไพรไปพร้อมกัน เอาเป็นว่าภาพที่เห็นพฤติกรรมของผู้คนที่ต่างกันโดยสิ้นเชิงอยู่ในภาพ

“ริว แกไม่ต้องแปลกใจหรอก นี้คือภาพที่แสดงถึงวิธีชีวิตของผู้คนสมัยก่อนนะ เนื่องจากรัฐแห่งนี้มีพื้นที่เป็นป่าถึง 4 ใน 5 ของพื้นที่ทั้งหมด ดังนั้นคนที่รัฐแห่งนี้จึงต้องถ้อยทีถ้อยอาศัยกับป่าเป็นหลัก   เมื่อมีการตัดต้นไม้ก็ต้องมีการปลูกทดแทน เมื่อมีการล่าสัตว์ ก็ต้องมีการปล่อยให้สัตว์ได้เติบโต และขยายพันธุ์เพื่อไม่ให้เสียสมดุลของธรรมชาติ อย่างเช่น เมื่อมีการถอนสมุนไพรก็ต้องมีการปลูกทดแทนเพื่อป้องกันการขาดแคลน หรือ เมื่อล่าสัตว์เป็นอาหารก็ต้องกลบฝังซากสัตว์ให้เรียบร้อยเพื่อให้เป็นปุ๋ยแก่ดิน และ บางเวลาก็มีช่วงห้ามล่าสัตว์อีกด้วยนะ ”

ริวจ้องมองภาพอย่างสนใจ ก่อนจะเปลี่ยนไปมองภาพสลักที่อยู่ถัดมา ภาพนี้เป็นภาพผู้คนกำลังถวายสิ่งของให้กับมังกรฟ้าที่อยู่บนแท่งบูชา โดยของที่นำมาถวายไม่ใช่รวงข้าวอย่างของเท็ดดี้ แต่เป็นซากของต้นไม้ที่แห้งตาย

“เฮ้อ ตอนที่เห็นมนุษย์ถวายรวงข้าวให้กับแกในฐานะ เทพแห่งความอุดมสมบูรณ์ ผมก็ว่าน่าแปลกแล้วนะ แต่นี้การถวายซากของต้นไม้ที่แห้งตายให้แก่มังกรฟ้า เล่นเอาผมพูดไม่ออกเลยนะ จริงซิ ทำไมพวกมนุษย์กับพวกเอลฟ์ถึงได้ถวายของแบบนี้ให้กับมังกรฟ้ากันนะ”

เท็ดดี้ยิ้มเจื่อนๆ “มันก็สืบเนื่องมาจากความเชื่อในภาพสลักแผ่นแรกนะซิ ผู้คนในยุคนั้นต่างเชื่อว่า มังกรฟ้าเป็นเทพผู้ปกปักษ์รักษาป่า โดยมันจะกินซากไม้ที่ตายแล้วเป็นอาหาร พร้อมมอบความอุดมสมบูรณ์กลับคืนสู่ป่าเป็นการตอบแทน ดังนั้นของที่นำมาถวายจึงเป็นซากต้นไม้นั้นเอง”

ชายหนุ่มพยักหน้าเป็นเชิงยอมรับ ก่อนจะเดินดูภาพต่อไปเรื่อยๆ ภาพที่เหลือนั้นเป็นภาพเกี่ยวกับการใช้ชีวิตของผู้คนในรัฐแห่งพฤกษา ซึ่งเท็ดดี้ก็สามารถอธิบายทุกอย่างได้เป็นอย่างดี  จนริวที่ฟังถึงกับขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ไม่นานเขาก็ถามว่า

“เท็ดดี้ ทำไมแกถึงรู้เรื่องราวของรัฐแห่งพฤกษาละเอียดขนาดนี้ละ”

“อึก! ไม่เห็นแปลกนี้ ข้าคือสัตว์เทพนะ การจะรู้เรื่องราวของรัฐอื่นบ้างก็ไม่เห็นแปลกตรงไหนเลย”เท็ดดี้พูดด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก จนคนทั่วไปฟังยังรู้ว่ามันต้องโกหกแน่ๆ

ริวจ้องมองแหวนรูปสิงโต “เหรอ? ไอ้ตัวที่เอาแต่นอนอย่างนายนี้นะ สนใจเรื่องของรัฐอื่นด้วย  โดยเฉพาะสนใจถึงเรื่องการใช้ชีวิตของผู้คนแบบนี้ ต่อให้ตายผมก็ไม่เชื่อ บอกมาเลยนะว่าใครเป็นคนสอนเรื่องเหล่านี้กับนาย”

เท็ดดี้ยิ้มแหยๆ ก่อนจะพูดเสียงอ่อยๆ”นางเป็นคนสอนข้าเองละ”

“นาง?  ลูน่านะหรือ?”

“ใช่ ลูน่าเป็นคนสอน ไม่สิ ต้องบอกว่าทุกครั้งที่ข้าพูดคุยกับนาง ลูน่ามักจะยกเรื่องราวของรัฐแห่งพฤกษามาพูดให้ข้าฟัง บ้างก็เป็นตำนาน บ้างก็เป็นวิธีชีวิตของผู้คน รวมถึงสถานที่ต่างๆ ซึ่งข้าก็ทำได้แต่ตั้งใจฟังสิ่งที่นางพูดนะ ทุกครั้งที่ขัด  พูดแทรก หรือ ไม่สนใจฟัง   นางก็จะจากไปทันที”

ริวยกมือขึ้นมานวดขมับเพื่อผ่อนคลาย พร้อมพูดว่า“สรุปว่า แกต้องการอยู่กับนางให้นานที่สุด จึงต้องตั้งใจฟังทุกคำพูดซินะ”

“มันก็ประมาณนั้นละ แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้ข้ารู้เรื่องรัฐแห่งพฤกษามากพอดูเลย”

ริวยิ้มเจื่อนๆ พร้อมคิดว่า( ผมยอมรับนะว่าเข้าใจความรู้สึกของคน(?)ที่มีความรัก มักอยากอยู่กับคน(?)ที่ชอบให้นานขึ้นสักนาที มันก็คงเหมือนตอนที่กินอาหารที่ชอบนั่นละ เวลากินก็มีความสุข แต่ไอ้จะกินต่ออีกสักจานก็ไม่มีเงินจะซื้อแล้ว  ช่วงเวลานั้นมันช่างเป็นความเจ็บปวดเหลือประมาณจริงๆ)

เท็ดดี้ทำหน้าเบ้กับคำเปรียบเทียบของชายหนุ่ม สักพักมันก็ว่า “ริว ขืนแกยังเป็นอย่างนี้อีก รับรองต้องขึ้นคานแน่ๆ คนอะไรเอาความรักไปเปรียบกับอาหาร ถ้าผู้หญิงรู้เข้ามีหวังร้องไห้ตายเลย”

หนวกหูน่า ”ริวตะโกนขึ้นมาด้วยสีหน้าสีแดงจางๆ ก่อนที่จะรีบก้าวขาเดินต่อไปโดยไม่พูดอะไรอีกเลย เขาก็หันตรงเข้าไปอีกสักครู่ก็มาถึงห้องโถงที่สำหรับใช้บูชาสัตว์เทพ  ห้องโถงแห่งนี้ออกแบบคล้ายกับห้องบูชาในวิหารแห่งแสงสว่าง แต่ก็มีสิ่งที่ต่างกันบ้างอย่างแรกเลย วิหารแห่งนี้ไม่มีแท่งบูชา (ที่นอนของเท็ดดี้) เพดานที่ควรมีกระจกสีรูปสัตว์เทพก็ไม่มีเช่นกัน แต่ภาพสัตว์เทพทั้ง 7 ตนต่างถูกสลักที่กำแพงห้องโถงแทน

ริวมองไปรอบๆห้องบูชา พร้อมพูดขึ้นมาว่า“ดูเหมือนคนในรัฐแห่งพฤกษาจะไม่ค่อยมีเงินนะ สภาพของห้องบูชาดูแย่กว่าห้องบูชาของวิหารแห่งแสงสว่างตั้งแยะ”

“ไม่หรอก ไอ้วิหารแห่งแสงของข้า มันหรูหราเกินไปต่างหาก ห้องบูชาทั่วไปก็มักจะเป็นแบบนี้ละ”เท็ดดี้เองก็กวาดตามองรอบห้องโถง

“งั้นหรือ? แล้วเอาไงต่อละ”ริวถามขึ้นมาเมื่อเห็นว่าห้องโถงนี้ไม่มีอะไรอยู่เลย  แต่ยังไม่ทันที่เท็ดดี้จะได้ตอบอะไร เสียงบางอย่างก็ดังขึ้น

ครืน

พื้นห้องโถงส่วนหนึ่งได้เปิดออก จนเห็นเป็นบันไดทางลงไปข้างล่างราวจะบอกว่าให้ริวลงไปตามทางนี้ ชายหนุ่มลังเลอยู่สักครู่ ก่อนจะตัดสินใจเดินลงบันไดไป เมื่อเขาลงมาแล้ว พื้นห้องโถงก็ปิดทันที

ครืน

ตึง

  “ตุบๆๆ เอ๊ย อย่ามาปิดทางออกอย่างนี้ซิ”ริวรีบเอามือทุบพื้นที่ปิดให้เปิดออก แต่ดูจะไร้ผลเพราะไม่ว่าผมจะทุบ หรือ ตะโกนขนาดไหน เพดานก็ไม่มีท่าทีจะเปิดเลย

ระหว่างที่ริวกำลังคิดจะขอให้เท็ดดี้ หรือ ดาบไทอัสช่วยทำลายกำแพงให้นั้น เขาก็สัมผัสถึงความรู้สึกบางอย่างได้ มันเป็นความรู้สึกแบบเดียวกับตอนที่มาถึงตระกูลเซริวใหม่ๆ เพียงแต่ครั้งนี้ดูจะรุนแรงกว่าครั้งแรก ความรู้สึกนี้ทำให้ริวรู้สึกแย่มากๆ ถ้าถามว่าแย่แค่ไหน มันก็พอๆกับว่าถูกคนใช้สายตาจับจ้องทุกก้าวเดินนั้นล่ะ ในที่สุดเขาก็ทนไม่ไหวจึงต้องถามขึ้นมาว่า

 “เท็ดดี้ นายสัมผัสความรู้สึกนี้ได้ไหม”

“ได้ซิ ท่าทางเจ้ามังกรบ้ามารยาทจะอยู่ใต้นี้ละ”เท็ดดี้จ้องมองไปทางบันไดที่ทอดยาวลงไปข้างล่าง

ชายหนุ่มขมวดคิ้ว“เดี๋ยวนะ นายกำลังจะบอกว่า ความรู้สึกแย่ๆพวกนี้เป็นของมังกรฟ้าหรือ?”

“ใช่ ความรู้สึกที่เจ้าสัมผัสได้นี้เรียกว่า ดวงตาถ้ำมอง มันเป็น 1 ในทักษะที่ถนัดของมังกรฟ้าเลยละ”

“ดวงตาถ้ำมอง ? มันเป็นทักษะแบบไหนหรือ?” ถ้าเป็นทักษะที่สามารถมองทะลุกำแพง หรือ มองทะลุเสื้อผ้าผู้หญิงได้ เขาก็อยากจะศึกษาเอาไว้ใช้เหมือนกัน บอกเลยนะว่าที่อยากศึกษาก็เพื่อเอาไว้สำรวจวิถีชีวิตของมด หรือ พวกจักจั่นที่อยู่ใต้ดินต่างหาก แล้วก็ไม่ได้คิดจะเอาไปถ้ำมองหญิงสาวตามห้องน้ำ หรือ แอบมองสรีระของพวกนางแบบด้วย ริวคิดต่อในใจทันทีที่ถามจบ

-แกไม่ต้องร้อนตัวขนาดนั้นก็ได้ ข้ายังไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย – เสียงของเท็ดดี้พูดขึ้นมาในหัวของริวด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่าย

ระหว่างที่เท็ดดี้พูดกับชายหนุ่มอยู่นั้น เสียงของมังกรฟ้าก็ดังขึ้นมาจากด้านล่างว่า “ท่านเคเบรอสครับ ทักษะของข้ามีชื่อว่า ดวงเนตรพันทิวา ต่างหากครับ อย่าเอาชื่อแบบนั้นมาทำให้เสื่อมเสียเกียรติของมันซิครับ”

“ข้าไม่สนโว้ย ข้าชอบเรียกแบบนี้ใครจะทำไม  อีกอย่างไอ้ทักษะของแกมันก็มีไว้แอบมองคนอื่นจากที่ห่างไกลเท่านั้นเอง ดันตั้งชื่อซะหรูว่า ดวงเนตรพันทิวา ข้าได้ยินทีไรเป็นของขึ้นทุกที “เท็ดดี้ตะโกนกลับไปแบบไม่ไว้หน้ามังกรฟ้าเซริวเลย

เสียงมังกรฟ้าเงียบไปสักพัก ก่อนจะมีเสียงถอนหายใจก้องขึ้นมา “เฮ้อ ท่านเคเบรอสจะเรียกยังไงก็ตามใจท่านเถอะครับ เพียงแต่ขอให้ข้าเป็นคนอธิบายเรื่องทักษะนี้เองจะได้ไหมครับ ขืน ท่านเคเบรอสเป็นคนอธิบาย เด็กน้อยผู้นี้คงมองทักษะของข้าเป็นอะไรที่ต่ำติดดินเป็นแน่แท้”

“หึ! ทำไมข้าต้องยอมฟังคำขอของเจ้าด้วยละ  ไอ้มังกรบ้ามารยาท”เท็ดดี้ตะโกนออกไปทันที

“......ลูน่า ท่านอยากจะรู้ข่าวของนางไม่ใช่หรือ?...”เสียงของมังกรฟ้าเงียบไปสักพัก ก่อนจะพูดบางอย่างออกมา ซึ่งมันก็เพียงพอที่จะทำให้ริวและเท็ดดี้หันมามองหน้ากันเอง เพียงแต่สีหน้าของทั้ง 2คนดูต่างกันราวกับฟ้าและเหว สีหน้าของเท็ดดี้เต็มไปด้วยความอยากรู้เรื่องของลูน่า ส่วนสีหน้าของริวกลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง มันเต็มไปด้วยความรู้สึกอยากหนีไปให้ไกลที่สุด เพราะคราวที่แล้วเรื่องของลูน่า(เทพแห่งสงคราม) ทำเอาเขาเกือบตายมาแล้ว ใครมันจะไปอยากรับรู้อีกล่ะ

“ไอ้มังกรบ้ามารยาท นี้เจ้าเคยพบกับนางด้วยเหรอ?”เท็ดดี้ตะโกนถามด้วยน้ำเสียงเร่งรีบ แต่ไม่มีเสียงของมังกรฟ้าตอบกลับมาเลย หัวสิงโตได้แต่ส่งสายตาอ้อนวอนมาที่ผม ราวกับจะขอให้ช่วยเดินลงไปข้างล่างให้หน่อย

“รู้แล้วนะ แกไม่ต้องมองผมด้วยสายตาแบบนั้นเลย  ถึงยังไงผมก็ไม่มีทางเลือกอื่นอยู่แล้วล่ะ”ชายหนุ่มพูดออกมาด้วยสีหน้าเจื่อนๆ ก่อนจะก้าวลงบันไดโดยไม่เต็มใจนัก  

พื้นที่ด้านล่าง

            ริวเดินลงบันไดมาได้พักใหญ่ เมื่อมาถึงสุดทาง มันกลับเป็นถ้ำคริสตัลขนาดใหญ่ที่มีความกว้างขนาดที่ห้องบูชาด้านบนทาบไม่ติดเลย ไม่ว่าจะเป็นรอบตัว หรือ บนเพดานต่างมีแท่งคริสตัลหลากสีสันอยู่เต็มไปหมด ถ้าไม่ติดว่ากลัวแท่งคริสตัลจะหล่นใส่หัว เขาคงมีอารมณ์ชื่นชมพวกมันมากกว่านี้แน่ๆ

แม้ถ้ำคริสตัลจะเป็นภาพที่น่าตกใจ แต่ถ้าเทียบกับสิ่งที่เห็นตอนนี้แล้ว มันทาบกันไม่ได้เลย ภาพที่พวกริวเห็นในขณะนี้ก็คือ ภาพมังกรฟ้าที่นอนขดตัวอยู่บนพื้น สีหน้าดูอ่อนแรง เกล็ดมังกรดูมีสีซีดขาว หนวดข้างขวาถูกตัดขาด เขาข้างซ้ายหักไปครึ่งหนึ่ง ตามลำตัวมีเสาแสงสีแดง 3 ต้นปักทะลุร่างกาย แม้จะไม่มีเลือดไหลออกตามจุดที่ถูกเสาปัก แต่สภาพที่เห็นมันก็พอบอกได้ว่า เสาสีแดงเหล่านี้คงเป็นต้นเหตุทำให้มังกรฟ้าเป็นอย่างนี้แน่ๆ

            “ไอ้มังกรบ้ามารยาท ใครเป็นคนทำเจ้าอย่างนี้”เท็ดดี้รีบตะโกนถามขึ้นด้วยความตกใจ

            มังกรฟ้าค่อยๆลืมตาขึ้นมา แม้มันจะอยู่ในสภาพอ่อนแรง แต่ดวงตาของมังกรฟ้าก็ยังคงแข็งกร้าวเหมือนปกติ ไม่สิ มันอาจจะแข็งกร้าวยิ่งกว่าดวงตาของมังกรฟ้าจำลองเสียอีก ชายหนุ่มกลืนน้ำอย่างฝืดคอ

เฮือก

มังกรฟ้ารีบพูดต่อทันทีว่า “ยินดีต้อนรับ ท่านเคเบรอส และเด็กหนุ่มที่ถูกเลือกโดยโชคชะตา”

            ชายหนุ่มขมวดคิ้วขึ้นมาทันที เพราะลมหายใจของมังกรฟ้าที่อยู่ตรงหน้ามันช่างหอมชื่นใจราวกับกลิ่นของดอกไม้จริงๆ....ซะที่ไหนกัน ทำไมกลิ่นปากมังกรถึงได้เหม็นแบบนี้ฟะ สงสัยจะไม่เคยแปรงฟันแน่ๆ ถ้าเกิดฟันผุขึ้นมาจะทำไงกัน ไม่รู้ว่าที่ริเดียจะมีหมอฟันที่รับรักษาให้มังกรไหม

            -ไอ้ริว แกช่วยเลิกคิดไร้สาระสักทีเถอะ ข้าเวียนหัวกับความคิดแต่ละอย่างของแกจริงๆ เฮ้อ แทนที่จะสนใจมังกรฟ้าที่อยู่ตรงหน้า กลับดันไปสนใจกลิ่นปากเสียได้–

          เสียงของเท็ดดี้ดังขึ้นอีกครั้ง ก่อนที่จะหันไปมองมังกรฟ้า แล้วถามออกมาอย่างเร่งรีบว่า  “แกช่วยข้ามมารยาทอันไร้สาระไปก่อนจะได้ไหม ตอนนี้ข้าอยากรู้แค่ว่าใครเป็นคนทำร้ายแกกันแน่”

           “.........“มังกรฟ้าไม่ยอมตอบคำถามนี้ มันก้มหน้าลงราวกับไม่อยากพูดอะไรทั้งนั้น

แม้เท็ดดี้ขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ แต่มันก็ไม่ได้คาดคั้นอะไรเลยเพิ่มเติม   มันเปลี่ยนไปจ้องมองตามบาดแผลตามตัวมังกรฟ้าแทน หลังจากมองอย่างละเอียด มันก็เปลี่ยนไปมองยังเสาแสงทั้ง 3 ต้นที่ปักตามร่างกาย  เท็ดดี้ก็ถึงกับหน้าเปลี่ยนสี มันรีบหันไปริวทันทีว่า

“ริว แกช่วยสั่งให้ดาบไทอัสทำลายเสาแสงทั้ง 3 ต้นให้ที”

ริวแสดงสีหน้าสงสัย แต่เมื่อเห็นสายตาที่จริงจังของเท็ดดี้ เขาก็ต้องล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเพื่อหยิบมีดพับออกมา ชายหนุ่มรีบส่งความรู้สึกให้กับดาบไทอัส จากนั้นก็กวาดมือที่ถือมีดพับเป็นครึ่งวงกลม ออร่าจากมีดพับส่องกระจายออกไป เสาแสงที่ปักอยู่ต่างสลายตัวไปทันที

“อ้า”มังกรฟ้าร้องออกมา สักพักร่างกายของมังกรฟ้าก็เกิดออร่าสีเขียวเข้าปกคลุม เมื่อออร่าสีเขียวหายไป มังกรฟ้าตรงหน้าก็เปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละตัว สีหน้าที่เคยดูอ่อนแรงกลับมามีเลือดฝาดอีกครั้ง แม้เกล็ดยังเป็นสีขาวอยู่ แต่มันก็ส่องประกายออกมาบ้างแล้ว เขาที่เคยหักและหนวดที่เคยได้รับความเสียหายได้งอกขึ้นมาดังเดิม ส่วนบาดแผลตามร่างกายก็หายเป็นปลิดทิ้ง

“ไอ้มังกรบ้ามารยาท ตอนนี้เจ้ารู้สึกยังไงบ้าง”เท็ดดี้รีบถามขึ้นมาเมื่อเห็นมังกรฟ้าในยามนี้

มังกรฟ้าค่อยๆลอยตัวขึ้นเล็กน้อย พร้อมขยับร่างกาย ระหว่างที่กำลังขยับอยู่นั้น ผนังถ้ำคริสตัลก็เกิดสั่นสะเทือน(จากการขยับของมังกรฟ้า)

ครืน

ฟิ้ว

ตุบ

แท่งคริสตัลที่อยู่บนผนังถ้ำตกลงมาที่พื้นที่ห่างจากชายหนุ่มไปประมาณ 1 ฟุต ริวหันไปมองแท่งคริสตัลด้วยสีหน้าซีดเฝือก เขารีบวิ่งหาที่หลบอย่างเอาเป็นเอาตาย เพราะขืนไม่หลบมีหวังโดนคริสตัลตกใส่หัวแน่ๆ เฮ้อ  ถ้าหัวแตกเพราะคริสตัลตกใส่หัวโดยมีมังกรฟ้าเป็นตัวการทำให้คริสตัลตก ไม่รู้ว่าประกันอุบัติเหตุที่ทำไว้จะรับคุ้มครองเหตุการณ์แบบนี้ไหมนะ

-ริว  แกจะวิ่งหนีทำไม  อย่าลืมซิว่ากำไลของแกมีเวทคุ้มครองอยู่ ต่อให้แท่งคริสตัลตกมาใส่หัวจริง มันก็ทำอะไรแกไม่ได้หรอก นอกจากนั้นข้าเองก็ยังอยู่ รับรองว่าแกปลอดภัย 100% นะ –

(เท็ดดี้ต่อให้สิ่งที่แกพูดเป็นจริง ผมก็ไม่กล้าเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยงหรอก ถ้าเกิดมันผิดพลาดอะไรขึ้นมา ใครจะรับผิดชอบฟะ )ริวตอบในขณะวิ่งหาที่หลบอย่างสุดชีวิต

เท็ดดี้ได้แต่ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ  สักพักมันก็เลิกสนใจในตัวของชายหนุ่ม จากนั้นเท็ดดี้หันไปคุยกับมังกรฟ้าอีกครั้งว่า

 “ไอ้มังกรบ้ามารยาท ระวังหน่อยซิโว้ย พวกข้ายังคงอยู่ตรงนี้นะ”

มังกรฟ้าค่อยๆลดลงมาอยู่ที่เดิมพร้อมก้มหน้าสำนึกผิด “ข้าต้องขอโทษด้วยจริงๆ ท่านเคเบรอส นี้เป็นครั้งแรกในรอบหลายร้อยปีที่ข้าขยับตัวได้  ข้าเลยยังควบคุมพลังไม่ค่อยจะได้”

 “เอ่อ แล้วตกลงว่าร่างกายเป็นอย่างไงบ้างละ”เท็ดดี้ถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง ระหว่างนั้นเองที่ริวเปลี่ยนไปมองหาที่นั่งพัก เพราะถ้าคุณวิ่งหนีตายอย่างสุดชีวิต คุณจะอยากพักผ่อนเป็นอันดับแรกเมื่อทุกอย่างจบลง เมื่อได้เห็นแท่งคริสตัลที่หักอยู่ไม่ไกล ชายหนุ่มก็เดินไปนั่งอย่างไม่เกรงใจ ขืน ยืนต่อไปมีหวังผมได้เป็นลมตายแน่ๆ

ขณะที่ริวนั่งลงแล้ว  มังกรฟ้ากล่าวออกมาอีกครั้งว่า “แม้จะยังพื้นพลังได้ไม่ถึงครึ่ง  แต่ก็ถือว่าดีกว่าตอนที่ถูกเวทเสาผนึกสัตว์เทพมากนะครับ”

“ในเมื่อแกเป็นปกติดีแล้ว งั้นขอข้าฟังความจริงจากปากของนายหน่อยเถอะ ว่าสัตว์เทพตนไหนใช้เวทผนึกนี้กับเจ้า” เท็ดดี้ถามขึ้นมาด้วยสีหน้าจริงจังเพราะ เวทเสาผนึกสัตว์เทพ  มีเพียงสัตว์เทพเท่านั้นจึงจะใช้ได้ ผลของเวทบทนี้จะผนึกพลังทุกอย่างของสัตว์เทพไว้ในระดับต่ำสุด และจะเป็นเช่นนั้นจนกว่าสัตว์เทพที่ใช้จะเป็นผู้คลายเวทมนตร์ออก

 “......”มังกรฟ้าเอาแต่นิ่งเงียบโดยไม่ตอบอะไร

เท็ดดี้เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติของมังกรฟ้า ก่อนจะถามออกมาด้วยน้ำเสียงไม่สู้ดีนัก “หรือว่า คนที่ทำร้ายแกจะเป็นคนเดียวกับคน(?)ที่ใช้เวทผนึกสัตว์เทพนะ

“.........”ยังคงไร้ซึ่งคำตอบจากมังกรฟ้า

          เท็ดดี้ก้มหน้าลง พร้อมพูดด้วยน้ำเสียงอ่อยๆว่า“เป็นนางซินะ”

มังกรฟ้าฝืนพยักหน้าเป็นคำตอบ เท็ดดี้ได้แต่นิ่งเงียบกับคำตอบที่ได้รับ สักพักมังกรฟ้าก็พูดขึ้นมาว่า

“นางไม่ใช่คนเดิมที่พวกเรารู้จักอีกแล้วละ ถ้าท่านได้พบนางก็ระวังตัวด้วย”

เท็ดดี้ยังคงนิ่งเงียบ สักพักมันก็ถามออกไปว่า“ไอ้มังกรบ้ามารยาท เจ้ารู้แล้วใช่ไหมว่า นางคือเทพแห่งสงครามน่ะ”

มังกรฟ้าพยักหน้าเบาๆ “ใช่ครับ ท่านเคเบรอส ข้ารู้ดีว่านางคือเทพแห่งสงคราม”

            “เมื่อไรกันที่เจ้ารู้เรื่องนี้”เท็ดดี้ถามขึ้นมาทันที เพราะมันเริ่มสงสัยแล้วว่าการที่สัตว์เทพไม่ออกมาช่วยมนุษย์ในช่วงก่อนหน้านี้ อาจจะเป็นเพราะทุกตนได้รับบาดเจ็บเหมือนมังกรฟ้าก็เป็นได้

          มังกรฟ้าเซริวถอนหายใจ พร้อมตอบออกไปว่า “ข้าเริ่มสงสัยในตัวของเทพแห่งสงครามก็หลังจากเกิดการเปลี่ยนแปลงไปประมาณ 100 ปี แต่กว่าจะมาแน่ใจว่า ลูน่าคือเทพแห่งสงครามก็เมื่อเวลาผ่านไปอีก300ปีแล้ว ช่วงเวลานั้นหวงหลง(มังกรทอง)ได้มาหาข้าเพื่อสอบถามเรื่องของเทพแห่งสงครามเช่นกัน หลังจากที่พวกเราได้ปรึกษาและแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน มันจึงทำให้พวกข้ามั่นใจว่า สัตว์เทพลูน่า คือเทพแห่งสงครามอย่างแน่นอน”

            เท็ดดี้ขมวดคิ้ว “400ปีหลังการเปลี่ยนแปลง หรือ? (600ปีก่อนปัจจุบัน หรือ 300 ปีก่อนเกิดสงรามกับจอมมารทั้ง 7) แสดงว่าเจ้ารู้เรื่องตัวจริงของเทพแห่งสงครามมานานแล้วซินะ งั้นทำไมถึงไม่บอกเรื่องพวกนี้กับมนุษย์ หรือ จัดการกับนางซะเลยละ ”         

          มังกรฟ้านิ่งเงียบไปสักพัก พร้อมกล่าวว่า“การที่ข้าไม่บอกเรื่องนี้กับมนุษย์เพราะกลัวผลกระทบที่จะตามมาภายหลังนะครับ มนุษย์ และเผ่าพันธุ์อื่นในช่วงเวลานั้นแบ่งออกเป็น 3 พวกใหญ่ๆ คือพวกที่นับถือเทพแห่งสงคราม พวกที่ยังนับถือสัตว์เทพและพวกที่นับถือเทพประจำรัฐ ถ้าเกิดช่วงเวลานั้นข้าประกาศออกไปว่า เทพแห่งสงคราม คือ สัตว์เทพลูน่า ท่านคิดว่าอะไรจะเกิดขึ้น”

            เท็ดดี้ทำหน้าครุ่นคิด ก่อนจะตอบไปตามตรงว่า “มนุษย์และพวกที่รังเกียจเทพแห่งสงครามจะหันปลายหอกมายังเหล่าสัตว์เทพ หรือผู้ที่นับถือสัตว์เทพทันที โดยคนพวกนั้นอาจจะยกเหตุผลมาอ้างว่าทำเพื่อขจัดไม่ให้พวกเราไปร่วมมือกับลูน่าที่เป็นเทพแห่งสงคราม  ในกรณีที่เลวร้ายที่สุด สัตว์เทพอย่างซึซาคุจะใช้เหตุผลนี้เป็นข้ออ้างในการทำลายมนุษย์ก็เป็นได้ นี้ยังไม่นับเจ้าเก็บบุและพยัคฆ์ขาว ที่วางตัวเป็นกลางนะ  ถ้ามนุษย์ไปแหย่เจ้าพวกนั้นขึ้นมา คราวนี้ละ ยิ่งกว่าหายนะอีก”

            ดวงตาของมังกรฟ้าจ้องเขม็งมายังเท็ดดี้ “ถูกต้องแล้วครับ และนี้คือเหตุผลที่พวกข้าเลือกจะไม่บอกเรื่องนี้กับมนุษย์ ส่วนเรื่องที่คิดจัดการกับนางนั้น ไม่ใช่ว่าข้าและหวงหลงไม่คิดจะทำ แต่พวกเราทำไม่สำเร็จต่างหากละ”

            เท็ดดี้ถึงกับอึ้งจนพูดไม่ออก มังกรฟ้าจึงได้แต่เล่าต่อว่า “หลังจากที่ข้าและหวงหลงแน่ใจว่า ลูน่า คือเทพแห่งสงคราม พวกเราต่างรีบไปพบเทพแห่งสงครามทันที ตอนที่ไปพวกเราแค่อยากจะคุยกับนาง เพื่อขอให้ยุติบทบาทเทพแห่งสงครามลงเท่านั้น แต่ใครจะคิดว่า นางไม่เพียงแต่ไม่รับฟัง นางยังลงมือทำร้ายข้าและหวงหลงอีกด้วย”

            “นี่นางบ้าไปแล้วหรือ? แม้นางจะแข็งแกร่งรองจากข้า แต่ก็คงไม่สามารถรับมือกับพวกเจ้า 2 ตัวได้พร้อมกันแน่ แล้วทำไมถึงได้ลงมืออีกละ นี้มันสิ้นคิดชัดๆ”เท็ดดี้เริ่มโวยวายออกมาเพราะสิ่งที่ลูน่าทำในตอนนั้นดูจะไม่เข้ากับนิสัยของนางเลย

          มังกรฟ้าส่ายหน้าเบาๆ “ท่านเคเบรอส ท่านประเมินนางต่ำไปแล้ว  การที่นางลงมือเพราะมั่นใจว่าจะเอาชนะพวกข้า 2 ตนได้อย่างแน่นอนต่างหาก”

            เท็ดดี้เลิกตาขึ้นด้วยความตกใจ มังกรฟ้าจึงพูดต่อว่า “ในช่วงแรกของการต่อสู้ ข้ากับหวงหลงดูจะเป็นฝ่ายได้เปรียบอย่างเห็นได้ชัด พวกเราไล่ต้อนนางจนเกือบจะจับกุมตัวลูน่าได้นั้น นางได้นำของบางอย่างออกมา และผลการต่อสู้ก็พลิกกลับ ข้าและหวงหลงยังรีบหนีแทบไม่ทัน “

“ช้าก่อน! นางเอาอะไรออกมากันแน่ ทำไมพวกเจ้าต้องหนีด้วยละ”

แม้สีหน้าของมังกรฟ้ายังคงเป็นปกติ แต่มันก็เริ่มมีปฏิกิริยาสั่นกลัวอย่างเห็นได้ชัด มันพูดเสียงสั่นๆว่า

ดวงตาแห่งความมืด

เท็ดดี้รีบถามออกไปด้วยความตกใจว่า “ทำไมอาวุธเทพชิ้นนั้นถึงอยู่ในมือของนางได้ละ”

“ข้าก็ไม่รู้เช่นกัน แต่ดูเหมือนนางจะกลายเป็นเจ้าของดวงตาแห่งความมืดไปแล้ว”มังกรฟ้าตอบมาด้วยน้ำเสียงไม่สู้ดีนัก ดวงตาที่เคยแข็งกร้าวดูแฝงไปด้วยความกลัวต่อสิ่งที่กำลังพูดถึง

สีหน้าของสิงโตดูหวาดกลัวต่ออาวุธเทพชิ้นนี้อย่างเห็นได้ชัด  ริวที่นั่งฟังอยู่เงียบๆ ได้แต่ถามขึ้นมาด้วยความสงสัยว่า

 “เอ่อ ท่านบรรพบุรุษครับ ทำไมสัตว์เทพอย่างพวกคุณถึงดูกลัวอาวุธเทพเจ้า ที่ชื่อว่า ดวงตาแห่งความมืด นักละ มันเป็นอาวุธเทพเจ้าแบบไหนหรือ?”

มังกรฟ้าเซริวอมยิ้มเล็กน้อยกับคำว่า ท่านบรรพบุรุษ สักพักมันก็กล่าวว่า “เด็กเอ๋ย แม้เจ้าจะมีสายเลือดของข้าไหลเวียนอยู่ในตัว แต่เจ้าก็เป็นผู้ถูกเลือกโดยท่านเคเบรอสเช่นกัน ดังนั้นเรียกข้าว่ามังกรฟ้า ไม่ก็ มังกรบ้ามารยาทก็พอแล้วละ”

            ศีรษะของชายหนุ่มสะบัดไปมาอย่างรวดเร็ว พร้อมกล่าวอย่างชัดเจนว่า “ไม่ดีกว่าครับ แม้คุณจะบอกให้ผมเรียกแบบนั้น แต่ในฐานะคนที่เป็นทายาทแล้ว ผมคงไม่กล้าเรียกหรอกครับ ถ้ายังไงขอให้ผมเรียกคุณว่าท่านบรรพบุรุษ เถอะครับ ”

            “แต่ว่าการเรียกแบบนั้นจะเป็นการเสียมารยาทกับท่านเคเบรอสนะ ไหนจะ.....”มังกรฟ้าทำท่าจะกล่าวคัดค้านขึ้นมา

“ไอ้มังกรบ้ามารยาท แกยอมให้มันเรียกแบบนั้นเถอะ ขืน แกเถียงเหตุผลกับไอ้เด็กคนนี้ วันนี้ทั้งวันก็คงหาข้อสรุปไม่ได้หรอก เอาเป็นว่าข้าไม่ถือเรื่องมารยาทก็แล้วกัน แกเองก็เลิกถือด้วยล่ะ”

มังกรฟ้ามองเท็ดดี้ ก่อนจะถอนหายใจ  “เฮ้อ เข้าใจแล้วครับ ในเมื่อท่านเคเบรอสเห็นด้วย ข้าก็ไม่มีอะไรจะบ่นอีกแล้ว”

สีหน้าของชายหนุ่มเริ่มผ่อนคลายลงทันตาเห็น เพราะถ้ามังกรฟ้ายังไม่ยอมให้เขาเรียกว่า ท่าน บรรพบุรุษอีก เขานี้ละจะขุดเอาเหตุผล 1080 อย่างออกมาโต้จนท่านบรรพบุรุษยอมรับให้จงได้เลย

คิ้วของสิงโตกระตุกเล็กน้อย ก่อนจะตามด้วยเสียงถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายในความคิดของชายหนุ่ม สักพักมังกรฟ้าก็ได้หันมาตอบคำถามของริวว่า

“ดวงตาแห่งความมืดคืออาวุธเทพเจ้าที่อ่อนแอที่สุด แต่ก็ทรงพลังอำนาจมากที่สุดในเวลาเดียวกัน”

สีหน้าของชายหนุ่มที่บ่งบอกว่าไม่เข้าใจในสิ่งที่พูดแม้แต่น้อย ขระที่เครื่องหมายคำถามปรากฏขึ้นบนหัวของริว เท็ดดี้ได้กล่าวขึ้นว่า

 “ริว ดวงตาแห่งความมืด เป็นอาวุธเทพเจ้าเพียงหนึ่งเดียวที่มีไว้จัดการกับสัตว์เทพอย่างพวกข้านะ”

ชายหนุ่มยังคงทำหน้างงๆกับคำตอบที่ได้รับ เท็ดดี้รีบอธิบายต่อว่า “ปกติ ถ้าดวงตาแห่งความมืด ยังไม่มีผู้ครอบครองที่แท้จริง มันจะเป็นเพียงอัญมณีธรรมดาที่ไม่มีประโยชน์อะไรเลย  แต่เมื่อมันได้เลือกเจ้านายแล้ว  มันจะมีพลังในการผนึกสัตว์เทพให้เข้าไปอยู่ในอัญมณีเม็ดนั้น และยังสามารถดึงพลังของสัตว์เทพมาใช้ได้ตามความต้องการของผู้ที่เป็นเจ้าของอีกด้วย ที่สำคัญสุด พลังที่ดึงออกมาจากดวงตาแห่งความมืดจะไม่เป็นผลเสียต่อผู้ใช้แม้แต่น้อย หรือพูดให้เข้าใจง่ายๆ ผู้ที่ครอบครองดวงตาจะสามารถใช้พลังของสัตว์เทพได้อย่างอิสระ โดยที่สัตว์เทพไม่สามารถขัดขืนได้เลย”

สีหน้าของริวซีดเผือกลงทันที  “เดี๋ยวนะ ถ้าลูน่า ผนึกสัตว์เทพเข้าไปอยู่ในดวงตาแห่งความมืดได้ เธอก็จะได้รับพลังของสัตว์เทพตนนั้นด้วยใช่ไหม”

“ถูกต้อง เมื่อรวมพลังสัตว์เทพที่ถูกผนึกกับพลังของตัวนางเอง ต่อให้สัตว์เทพ 2 ตัวร่วมมือกันก็ไม่อาจจะรับมือนางได้หรอก นี้คงเป็นสาเหตุที่ทำให้มังกรฟ้าและหวงหลงต้องหนีกลับมา”เท็ดดี้ตอบคำถามของริวด้วยสีหน้าแย่ไม่แพ้กัน

ริวทำหน้าราวกับว่าเพิ่งได้รับฟังข่าววาระสุดท้ายของโลก “ช่างเป็นการจับคู่ที่เลวร้ายสุดยอดจริงๆ  อาวุธหายนะ กับ เทพแห่งสงคราม นี้มันจะมีอะไรเลวร้ายไปกว่านี้อีกหรือเปล่าเนี่ย”

มังกรฟ้าจับจ้องมาที่ริว ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “เด็กเอ๋ย เจ้าเคยได้ยินหรือไม่ว่าในเรื่องเลวร้ายก็ยังมีเรื่องที่ดีปะปนอยู่ อย่างในกรณีดวงตาแห่งความมืด แม้มันจะร้ายกาจ แต่ก็มีข้อจำกัดในการใช้พลังเหมือนกัน ยกตัวอย่างเช่น มันสามารถผนึกสัตว์เทพได้ครั้งละ 1 ตน  การจะผนึกสัตว์เทพตนอื่นเข้าไปจำเป็นต้องปล่อยสัตว์เทพตนแรกออกมาก่อนถึงจะทำได้นะ ดังนั้นขอเพียงสัตว์เทพ 4 ตนร่วมมือกันก็จะสามารถกำจัด ลูน่าได้เอง”

เท็ดดี้รีบโวยวายขึ้นมาว่า “ไอ้มังกรบ้ามารยาท แกประสาทกลับหรือยังไง การจะให้สัตว์เทพร่วมมือกันนี้ยากยิ่งกว่าขึ้นสวรรค์ซะอีก แถมข้าก็ยังอยู่ในสภาพเช่นนี้อีก ต่อให้ร่วมมือกันจริงก็ไม่ทำอะไรนางไม่ได้แน่”

มังกรฟ้าฝืนยิ้ม เพราะมันรู้ดีว่าเท็ดดี้หมายความว่ายังไง สัตว์เทพที่เหลือ 5 ตนล้วนมีความคิดเป็นของตัวเอง เริ่มจากสัตว์เทพซึซาคุที่รังเกียจมนุษย์เป็นที่สุด ซึ่งไม่ว่าใครจะเป็นหรือตาย มันก็ไม่สนใจอย่างแน่นอน ด้านสัตว์เทพเก็มบุกับพยัคฆ์ขาวก็เป็นพวกประเภทว่า ใครทำใครก็รับเอง ในเมื่อมนุษย์เลือกที่จะนับถือเทพประจำรัฐ พวกเขาก็ควรจะยอมรับผลที่ตามมาด้วยตัวเอง

ส่วนสัตว์เทพที่เหลืออีก 2 ตนก็ดูจะทำอะไรไม่ได้เลยเช่นกัน อย่างมังกรทองที่ได้รับบาดเจ็บพร้อมกับมันก็ไม่รู้ว่ามีชะตากรรมเป็นอย่างไง แถมยังไม่รู้ด้วยว่าปัจจุบันนี้หวงหลงอยู่ที่ไหนด้วย การจะหวังพึ่งคงทำไม่ได้ ทางเคเบรอส สัตว์เทพที่น่าจะเป็นความหวังเพียงหนึ่งเดียว กลับต้องมาอยู่ในสภาพของแหวนสัตว์เทพที่ทำอะไรไม่ได้มากนัก 

  ขณะที่บรรยากาศเริ่มตึงเครียดขึ้นมานั้น  เสียงบางอย่างก็ดังขึ้น “แคว้ก”  

            เสียงนี้ทำให้เท็ดดี้และมังกรฟ้าต้องหันมามองทางต้นเสียง สิ่งที่พวกสัตว์เทพเห็นชายหนุ่มกำลังกินช็อกโกแลตอย่างสบายอารมณ์  

          “ไอ้คุณริวครับ นี่แกจะไม่สบายไปหน่อยหรือ? หัดมาช่วยกันคิดบ้างซิโว้ย ”เท็ดดี้ถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความโกรธ แทนที่ริวจะมาช่วยกันคิด มันกลับกินช็อกโกแลตหน้าตาเฉยเลย

            หงำๆ

            ริวกัดช็อกโกแลตอีก 1 คำ ก่อนจะพูดว่า “ผมก็ช่วยคิดอยู่นี้ไง  แกไม่เคยได้ยินหรือว่า เวลาเครียดๆ การกินช็อกโกแลตจะช่วยลดความเครียดได้นะ”

            เท็ดดี้จ้องมองชายหนุ่มอย่างละเอียด “เหรอ? ข้าคงเชื่อบ้างละนะ ถ้าไม่มีช็อกโกแลตติดรอบปากแกในเวลานี้น่ะ”

ริวรีบยกมือขึ้นมาเช็ดปาก เท็ดดี้ถอนหายใจ ก่อนจะหันไปมองมังกรฟ้าอีกครั้ง “ไอ้มังกรบ้ามารยาทอย่าไปสนใจไอ้เด็กคนนี้เลย ตอนนี้แกช่วยเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากนางเอาดวงตาแห่งความมืดออกมาทีเถอะ ข้าอยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไมเจ้าถึงได้มาอยู่ในสภาพที่เห็นได้ แล้วเกิดอะไรขึ้นกับหวงหลงกัน”

มังกรฟ้าพยักหน้า“หลังจากที่นางหยิบเอาดวงตาแห่งความมืดออกมา พวกข้าต่างหยุดชะงักลงทันที นั่นจึงเป็นโอกาสให้นางโต้กลับ การต่อสู้ที่พวกเราเคยเป็นต่อกลับมาอยู่ในสภาพที่ไม่กล้าลงมือเต็มที่เพราะดวงตาแห่งความมืด หลังจากนั้นทุกครั้งที่นางตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ลูน่าจะนำดวงตาแห่งความมืดออกมาข่มขู่พวกเราจนไม่กล้าลงมือ ในที่สุดข้าและหวงหลงต่างได้รับบาดเจ็บอย่างที่ท่านเห็นนี้ล่ะ”

เรื่องเล่าของมังกรฟ้าทำเอาชายหนุ่มที่กำลังจะกัดช็อกโกแลตต้องหันไปมองด้วยสีหน้างงๆ สักพักเขาก็กล่าวขึ้นมาว่า

“น่าแปลกนะครับ ทั้งที่มีอาวุธสุดยอดอยู่ในตัวแท้ๆ กลับไม่เอามาใช้ในการต่อสู้ แต่กลับเอามาข่มขู่เท่านั้น ตกลงว่าท่านบรรพบุรุษไม่สงสัยเรื่องนี้บ้างเลยหรือ?”

มังกรฟ้าพยักหน้าอย่างพอใจ “สงสัยซิ ในตอนนั้นข้าและหวงหลงต่างสงสัยว่าทำไมนางถึงไม่ยอมใช้ดวงตาแห่งความมืดจัดการกับพวกข้า  หลังจากสู้กันต่อไปอีกพักใหญ่ พวกข้าต่างก็คิดว่าตรงกันว่านางไม่สามารถใช้ดวงตาแห่งความมืดได้  ดังนั้นพวกข้าจึงไม่จำเป็นต้องกลัวดวงตาแห่งความมืดอีกต่อไป แต่ว่าพวกเรากลับเข้าใจผิด ทั้งหมดเป็นแค่แผนลวงของนางเท่านั้น”

ริวกัดช็อกโกแลตอีกคำ ก่อนจะพูดว่า “คุณกำลังหมายความว่า หงำๆ ลูน่าหลอกให้พวกคุณตายใจ จั๊บๆ แล้วจึงใช้แผนตลบหลังเพื่อจัดการพร้อมกันซินะ เอื้อก ”

“ไอ้ริว แกจะพูดหรือกินก็เลือกเอาซักอย่างสิฟะ ไม่ใช่พูดไปกินไปแบบนี้ มันฟังไม่รู้เรื่องโว้ย แถมยังเรออีก หัดมีมารยาทบ้างซิโว้ย”เท็ดดี้โวยวายออกมา

ชายหนุ่มกินช็อกโกแลตลงคอ มังกรฟ้ามองทายาทของตนเองอย่างสนใจ เพราะคงมีคนไม่มากนักที่กล้าเรอต่อหน้าสัตว์เทพเช่นมัน การที่เด็กหนุ่มคนหนึ่งยังคงความเป็นปกติจนถึงเวลานี้ได้ก็สร้างความแปลกใจต่อมันจริงๆ สักพักมังกรฟ้าก็กล่าวต่อต่อว่า

 “ถูกต้องแล้วละ ลูน่าหลอกให้พวกเราเชื่อว่านางใช้ดวงตาแห่งความมืดไม่ได้ จากนั้นเมื่อพวกเราประมาทนางก็ใช้พลังของดวงตาแห่งความมืดออกมา”

ดวงตาของริวจับจ้องมังกรฟ้าเพื่อจับผิด แต่เมื่อเขาแน่ใจว่ามังกรฟ้าพูดความจริง ชายหนุ่มขมวดคิ้วพร้อมกินช็อกโกแลตอีก 1 คำ ขณะที่ริวกำลังกินช็อกโกแลตแบบเงียบๆ เท็ดดี้ก็ถามขึ้นมาว่า

“ต่อจากนั้นเกิดอะไรขึ้นต่อละ หวงหลงถูกดวงตาแห่งความมืดจับเอาไว้หรือ?”

มังกรฟ้าส่ายหน้า “ทันทีที่ดวงตาแห่งความมืดเกิดส่องแสงออก พวกข้าจึงต้องรีบถอยออกห่างให้มากที่สุด ช่วงเวลานั้นพวกข้าจึงมั่นใจว่า นางสามารถใช้พลังของดวงตาแห่งความมืดได้จริงๆ และเมื่อแสงจากดวงตาแห่งความมืดส่องประกายมากขึ้น พวกข้าจึงรู้ได้ทันทีว่านางคิดจะผนึกพวกเราตนใดตนหนึ่ง ทางเดียวที่จะรอดจากการถูกผนึกก็คือต้องทิ้งระยะห่างให้มากที่สุด

“ดังนั้นพวกแกทั้ง2คน(?)จึงพยายามถอยห่างออกมาให้มากที่สุดสินะ”เท็ดดี้พยายามเดาเหตุการณ์ที่จะเกิดต่อจากนั้น แต่ผลที่ได้รับคือ การส่ายหน้าของมังกรฟ้า

“ไม่ใช่ครับ ช่วงเวลานั้นสิ่งเดียวที่พวกข้าคิดได้คือ พยายามหนีให้เร็วที่สุด เพราะถ้าพวกเราคน(?)ใดคน(?)หนึ่งถูกจับตัว อีกคน(?)ต้องตายอย่างแน่นอน  ข้าจึงใช้เวทเคลื่อนย้ายอย่างไม่ลังเล ด้านหวงหลงเองก็น่าจะคิดแบบเดียวกัน แต่ใครจะคิดว่าทั้งหมดอยู่ในแผนการของนางอยู่แล้ว”มังกรฟ้ากล่าวขึ้นมาด้วยสีหน้าแย่มาก

เท็ดดี้ดูตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน ส่วนริวยังนิ่งเงียบ เขากัดช็อกโกแลตอีก 2 คำด้วยท่าทางปกติราวกับว่าทุกเรื่องที่ได้ยินในขณะนี้ไม่เกี่ยวกับตัวเองเลย (มันก็ไม่เกี่ยวจริงๆนั่นละ ตอนนั้นผมยังไม่เกิดด้วยซ้ำ ทำไมต้องมานั่งเครียดด้วยล่ะ By ริว )

มังกรฟ้ายังคงจ้องมองการกระทำของริวด้วยความสนใจ ไม่นานมันก็พูดต่อว่า “หลังจากที่ข้าใช้เวทเคลื่อนย้ายมาถึงถ้ำแห่งนี้  นางก็ได้ใช้เวทเคลื่อนย้ายมาดักรออยู่แล้ว แน่นอนว่าข้าคิดจะหนีอีกครั้ง แต่ก็สายเกินไป นางใช้โอกาสตอนที่ข้ากำลังสับสนร่ายเวทเสาผนึกสัตว์เทพ จนทำให้ข้ามอบราบคาบอย่างที่เห็นในตอนแรกนะครับ”

“เดี๋ยวก่อน ถ้าเป็นอย่างที่เจ้าพูดจริง นางน่าจะฆ่า หรือไม่ก็ผนึกเจ้าเอาไว้ในดวงตาแห่งความมืดมากกว่าจะปล่อยเอาไว้อย่างนั้นนะ”เท็ดดี้ถามขึ้นมาด้วยสีหน้าสงสัย เพราะการปล่อยมังกรฟ้าไว้โดยไม่ทำอะไร มันทำให้สิ่งที่ลูน่าทำมาทั้งหมดสูญเสียไปเลยทีเดียว

มังกรฟ้านิ่งเงียบไปพักใหญ่ ก่อนกล่าวว่า “สำหรับเรื่องนี้ข้าก็ไม่เข้าใจ เพียงแต่ว่าขณะที่นางกำลังจะเล่นงานข้านั้น นางกลับทำท่าเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส ก่อนที่นางจะพูดอะไรบางอย่างที่ข้าเองก็ฟังไม่ออก ท้ายที่สุดนางก็จากไปโดยปล่อยข้าเอาไว้อย่างนั้น   และถนัดมาอีก 4 เดือนข่าวการหายไปของเทพแห่งสงครามก็กระจายไปทั่วริเดีย โดยที่ไม่มีใครรู้ถึงเหตุผลเลยว่า ลูน่าหายไปที่ไหน และหายไปเพราะอะไร”

 “แล้วทางเจ้าหวงหลงเป็นอย่างไงบ้างละ”

มังกรฟ้าเซริวส่ายหน้า “ข้าไม่รู้ นับตั้งแต่แยกกันในตอนนั้น ข้าก็ไม่ได้ข่าวของมันอีกเลย”

“หรือว่า มันจะถูกนางจับเอาไว้ในดวงตาแห่งความมืด”เท็ดดี้พูดด้วยสีหน้ากังวลในตัวมังกรทอง 

            มังกรฟ้าเองก็ไม่สามารตอบคำถามนี้ได้ มันได้แต่ภาวนาว่าอย่าให้เป็นจริงอย่างที่เท็ดดี้พูดเลย ระหว่างที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดอยู่นั้น ริวก็กินช็อกโกแลตจนหมดแท่ง เขาก็จัดการขย้ำเศษกระดาษห่อให้เป็นก้อน ก่อนจะเก็บลงกระเป๋ากางเกง

            “อย่ากังวลไปเลยครับ ถ้าเรื่องที่ท่านบรรพบุรุษพูดเป็นความจริง หวงหลงคงไม่เป็นอะไรหรอกครับ”

            มังกรฟ้าและเท็ดดี้ต่างหันมามองริวเป็นตาเดียว ราวจะถามว่า แก/เจ้ารู้ได้ยังไง ริวยิ้มก่อนตอบไปว่า

            “เท่าที่ผมฟังมา สัตว์เทพลูน่าคงจะมีเหตุผลบางอย่างจึงทำให้นางยอมถอนตัวในตอนท้าย และเหตุผลนั้นคงทำให้นางไม่มีปัญญาไปเล่นงานหวงหลงอีกแน่ๆ”

             “อืม อาจจะเป็นอย่างนั้นก็ได้” เท็ดดี้พยักหน้าเห็นด้วยกับความคิดของริว ก่อนจะหันไปมองมังกรฟ้า

            “แล้วต่อจากนั้น มีอะไรเกิดขึ้นอีกไหม”

            มังกรฟ้าส่ายหน้า “หลังจากที่ถูกเวทเสาผนึกสัตว์เทพ ข้าได้เค้นพลังที่เหลืออยู่สร้างขึ้นมาเป็นร่างจำลองอย่างที่ท่านเคเบรอสได้เห็น จากนั้นจึงส่งร่างจำลองให้ไปพาผู้นำของเหล่ามนุษย์ที่นับถือตัวมังกรฟ้าให้มาที่นี้ ก่อนจะบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดออกไป โดยมีข้อแม้ว่าห้ามนำไปบอกคนอื่นต่ออย่างเด็ดขาดนะครับ”

เท็ดดี้ทำท่าครุ่นคิด“ภายหลังคนที่นับถือแกก็คงรวมตัวกันสร้างตระกูลเซริวขึ้นยังพื้นที่แห่งนี้ใช่ไหม”

มังกรฟ้ายิ้ม “ถูกต้องแล้วละครับ ความลับเรื่องของข้าก็ถูกส่งทอดจากรุ่นสู่รุ่น โดยกำหนดให้ผู้นำตระกูลเท่านั้นจึงจะมีสิทธ์รู้ความลับนี้ อีกทั้งยังกำหนดให้สถานที่แห่งนี้เป็นเขตหวงห้าม ผู้ที่ฝ่าฝืนจะมีโทษตายสถานเดียว”

 

 

 

//////////////////////////

ช่วงตอบคอมเม็นโดนใจ ครั้งนี้ขอยกให้ความเห็น 3662 กับ 3653 ครับ

ความเห็น 3662

Aswin@mao21.24.118.81 (@esperanto) ผมจะรีบดำเนินการแก้ไขครับ

ความเห็นที่ 3653

บอกว่าด่าได้ดีครับ ผมยอมรับว่าเป็นแบบนั้นจริงๆ แต่ไม่ใช่ว่าไม่อยากแต่งต่อ เนื่องจากหลายเหตุผลทำให้นิยายที่ไม่เคยวางพล็อตเกิดสับสน(โดยเฉพาะเทพยุทธ) ดังนั้น ผมจึงพยายามวางพล็อต และเรียบเรียงบุคลิกขึ้นมาใหม่นะ อาจจะใช้เวลาเป็น 6 เดือน -1 ปี แต่คาดว่าถ้ากลับไปลงจะแก้ตั้งแต่พื้นฐานของระบบเกมเลย และเนื้อหาอีกมาก(รีไรท์ 300 ตอนหนักมากๆ) เอาเป็นว่าถ้าไม่ตายก่อน ผมจะเขียนเรื่องที่เหลือจนจบแน่ๆ

สุดท้ายคุณจอมโจรปริศนา ผมได้รับภาพแล้วครับเพียงแต่ไม่มีเวลาลงเลย ต้องโทษจริงๆครับ

ช่วงชี้แจง

          เนื่องจากการแอบลงในอาทิตย์ก่อน และหลานสาวตัวแสบ

ผมจึงขอเลื่อนมาลงทุกวันศุกร์ ตอนดึกๆ ไม่ก็วันเสาร์แทนนะครับ

          ส่วนเรื่องลำดับอย่างที่เคยบอกไว้ว่าไรท์ไม่เคยสนใจเรื่องอันดับ แต่ก็ขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านเอาไว้นะที่นี้ เพราะมีผู้อ่านจึงทำให้ขึ้นอันดับ 1 ได้ จึงขอขอบคุณทุกท่านนะที่นี้  นับจากนี้ไปไรท์จะสร้างผลงานให้ดีที่สุดเท่าที่ทำได้ครับ

            สุดท้ายอย่างที่เคยบอก ตั้งแต่ตอนนี้-ตอนที่ 10 เนื้อหาจะค่อนข้างเครียดในแบบริวๆ นะครับ”

ช่วงตอบคำถามสุดท้าย

            ความเห็นที่3613 ครับ นี่เป็นความผิดพลาดของคนเขียนเอง

ดีอัสมีอายุ 24 ปีครับ จะรีบหาทางแก้ไขครับ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 168 ครั้ง

102 ความคิดเห็น

  1. #7549 รักนี้...สีเลือด (@0826717120) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 18:27
    เอ่อ อืม... ตกลงแล้วที่บอกความลับไปแบบนี้ ริวไม่ต้องกลายเป็นผู้นำตระกูลหรอ ตระกูลนี้มีคนแปลกๆเน้อ ตั้งแต่บรรพบุรุษยังรุ่นปัจจุบัน55555
    #7549
    0
  2. #6924 maybeokbaek (@mayboekbaek) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 17 เมษายน 2559 / 13:06
    ที่เทพสงครามชอบหายตัวไปบ่อยๆนี่เพราะบาดเจ็บรึเปล่า หรือไม่ก็มีเหตุผลที่ทำให้ต้องหายไป เหมือนๆลูน่าจะน่าสงสารแฮะ จะเดาถูกรึเปล่าเนี่ย อีกอย่างที่ติดใจคือความรู้สึกปฏิเสธของริวตอนเท็ดดี้เล่าเรื่องราวของรูปจารึกรูปแรก สงสัยๆ มีแต่เรื่องน่าสงสัยเต็มไปหมด
    #6924
    0
  3. #6688 เกิดเป็นจ๋า (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 6 มกราคม 2559 / 19:19
    ตอนที่พูดถึงภาพที่มีการล่าสัตว์ ก็มีการปล่อยสัตว์



    ตรงย่อหน้านั้นอ่ะ ประมาณบรรทัดที่ 4-5 หรือเปล่า? ที่พูดว่า



    "เมื่อมีการล่าสัตว์ ก็ต้องมีการปล่อยให้สัตว์เติบโต และขยายพันธุ์เพื่อไม่ให้เสียสมดุลของธรรมชาติ อย่างเช่น เมื่อมีการถอดสมุนไพร ก็ต้องมีการปลูกทดแทน...."



    คือจะถามว่า ไอตรง "อย่างเช่น" นี่คือพิมพ์เกินใช่ไหมคะ?
    #6688
    0
  4. #6445 Harm. (@tanzanaza) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 4 กันยายน 2558 / 20:43
    เหมือนดักว่า แกต้องเป็นผู้นำตระกูลแน่ๆริว 5555 ฝ่าฝืนตายซะด้วยถ้ารู้เรื่อง
    #6445
    0
  5. #5066 AD-SH/BZ-34 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 28 กันยายน 2557 / 15:05
    ลูน่า กับ ท่านหญิงมังกรฟ้ามันเกี่ยวข้องกันยังไง

    มันน่าสงสัยตั้งแต่อ่านวิธีถอนคำสาปแล้ว

    มันเกี่ยวข้องกับ ริวที่ไม่มีพลัง แต่มีดาบไทอัส

    ลูน่า มันตั้งวิธีถอนคำสาปยังไง

    ถึงเกี่ยวกับริวได้?

    #5066
    0
  6. #4230 PiLii (@pinepilins) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2557 / 22:44
    ออ เข้าใจล่ะ เริ่มแรก ริเดียมีสัตว์เทพเจ็ดตน แต่หนึ่งในนั้น ลูน่า ต้องการลดความสำคัญของสัตว์เทพลง เลยแปลงมาเป็นเทพสงครามอาเทม สร้างเทพประจำรัฐทั้งเจ็ดขึ้นมาทอนอำนาจสัตว์เทพจากเหล่ามนุษย์ สุดท้ายก็เข้ามามีบทบาท หวังจะแย่งชิงศรัทธาของมนุษย์จากเทพทั้งเจ็ดไปเป็นของตน แต่ทำไม่สำเร็จ ปมที่เหลือว่าทำทำไม ต้องการอะไร ยังเป็นปริศนา นอกเสียจากสมมติฐานของริวจะถูก ใช่ไหมเคอะ คนเขียน
    #4230
    0
  7. #4106 watch012 (@watch012) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2557 / 12:55
    ซ่อนเงื่อนผูกปม ชอบๆ อิ อิ
    #4106
    0
  8. #4050 AranYz (@aranyz) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2557 / 23:25
    เห็นด้วยกับที่หลายคนคิดเลย
    ลูน่าต้องโดนผนึกแน่ๆ แล้วคนที่ผนึกลูน่าก้เลยใช้พลังสัตว์เทพแบบลูน่าได้
    งั้นเรื่องที่ว่านิสัยเปลี่ยนก้อธิบายได้ แล้วยังเรื่องที่ตอนสุดท้ายไม่ฆ่ามังกรฟ้า ก้คงเพราะลูน่าช่วยยับยั้งไว้
    แต่ก้ไม่แน่แฮะ ไรเตอร์อาจจะหักมุมก้ได้ ถถถถ
    ติดตามต่อค่ะะ!
    #4050
    0
  9. #3970 แสงรัตติกาล (@prang9210) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2557 / 22:20
    เหอะ จะฆ่าริวทิ้ง แต่พอริวมีพลังก็จะเอาริวเป็นผู้นำตระกูล เห็นแก่ตัวกันไปป่ะ 
    #3970
    0
  10. #3869 Panithan Kuapichart (@jeepzahaname) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2557 / 03:07
    รีบๆมาอัพนะคับ ผมรออ่านอยู่ สนุกมากๆเลยไม่เคยคิดว่าตัวเองจะติดได้ขนาดนั้ !!
    #3869
    0
  11. #3813 หนอนอ้วน (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2557 / 16:52
    ริวคงหนีความยุ่งที่จะเป็นผู้นำตระกูลแน่ๆ แต่ก็ติดข้องใจในตระกูลนี้ว่าถือดีอย่างไรบังคับริวให้ตกกระไดพลอยโจน ให้ทำอะไรต่ออะไร แม้เงื่อนไขสู้แพ้ จะให้แต่งงานกับปลาทอง. วีรบุรุษนะนี่ ขนาดไม่แต่งกับองค์หญิงกษัตริย์ ยังต้องยอม

    และตระกูลนี้ก็ไม่เคยยอมรับ ริวชนิดเคยคิดฆ่า มาแล้ว จนครอบครัวโดนเนรเทศ มาอยูโลกมนุษย์ แปลกๆ พอเรียกพบมาบังคับทำโน้นนี่ คนที่ใหญ่โตตระกูลนี้น่าจะขอโทษครอบครัวริวหรือตัวริวเองมากกว่า วีรบุรุษนะที่ช่วยทุกคนให้พ้นคำสาป

    กเขิ
    #3813
    0
  12. #3807 Nithnilanh Thapouthid (@nith4rever) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2557 / 20:36
    มาอัพต่อเร็วๆนะค่ะ รออ่านค่ะ
    #3807
    0
  13. #3801 u_know_ok (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2557 / 23:04
    อันนี้หลังจากอ่านรู้สึกสงสัยอะค่ะ

    สัตว์เทพมอบสายเลือดให้กับลูกหลานโดยการแปลงร่างเป็นมนุษย์แล้วสืบพันธ์แบบเดียวกับคน

    หรือเป็นการมอบพลัง มอบเลือดให้เฉย ๆ เพื่อการสร้างฐานอำนาจ

    เพราะถ้าเป็นแบบแรก สัตว์เทพซึซาคุไม่ชอบมนุษย์อะนะ ไม่น่าจะมีคนที่มีสายเลือดของซึซาคุ เหมือนที่ไม่มีคนสืบสายเลือดของเท็ดดี้ แต่นี่มีตระกูลซึซาคุด้วย



    เท่าที่สังเกตมีตระกูลที่สืบสายเลือดมาจากสัตว์เทพแทบทุกตัว ซึซาคุ เกมบุ พยัคฆ์ขาว ตระกูลเซริว ยกเว้นเท็ดดี้กะลูน่าอะค่ะ ทำไมล่ะคะ

    อันนี้แค่สงสัยเฉย ๆ ค่ะ เป็นเจ้าหนูจำไม^^

    #3801
    0
  14. #3796 N เอ็น (@nlm1122) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2557 / 19:19
    55 คราวนี้ริวงานเข้าแล้ววว
    #3796
    0
  15. #3793 Arunee Rossrs (@secret-lover) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2557 / 15:17
    จะรอติดตามต่อไป
    #3793
    0
  16. #3792 inasba (@nassang) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2557 / 10:49
    เครียดแบบริวๆ
    #3792
    0
  17. #3791 aomeza (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2557 / 08:24
    สนุกมากเลยคับบบบบบ ชอบมากกก
    #3791
    0
  18. #3789 BiFerN (@panpairin1997) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2557 / 17:36
    เรื่องนี้มันสุดยอดมากค่ะ...ชอบม๊ากกกกก

    #3789
    0
  19. #3788 JayseII (@fangseeda) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2557 / 12:24
    โอ้วววววววววววว  แม้บทริวจะน้อย แต่โดน ริวววววแกกินยี่ห้อไรฟระ ซ็อคโกแลต อะ
    #3788
    0
  20. #3787 ROSELLOX (@rossibell) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2557 / 09:39
    ผู้นำตระกูลเท่านั้นมีสิทธิ์รู้ >< งี้ริวก้ไม่พ้นตำแหน่งนี้สินะ 5555+
    #3787
    0
  21. #3786 cherryme (@cherryme) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2557 / 01:12
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด
    เข้ามาแล้วอะะ
    อย่าไปสนใจไอริว
    มันไม่เหมือนชาวบ้านคร้า
    เดี๋ยวได้โดนยัดเหยียดเป็นผู้นำตระกูล หร๊อกกกกกกกกก
    ได้เข้าพื้นที่เขตหวงห้าม
    ได้ขี่หลังมังกรฟ้า โถ่ๆๆๆๆๆ 555
    #3786
    0
  22. #3785 -secret- (@prasongruy) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2557 / 01:10
    ผมว่าดีไม่ดีลูน่านั่นแหละโดนกักอยู่ในดวงตา
    #3785
    0
  23. #3782 Parisa Srikhamdee (@parisasrikhamdee) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2557 / 23:18
    ทำไมมันไม่อ่านข้อมูลอ่ะค่ะเรื่องอื่นๆไม่เห็นมีปัญหาเลย แต่เรื่องนี้กลับเป็นค่ะ ทำให้อ่านไม่ต่อเนื่องเลย
    #3782
    0
  24. #3781 sakiri (@aritni) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2557 / 23:03
    จากตอนนี้....

    ริว นายหนีตำแหน่งผู้นำตระกูลไม่พ้นแล้วแหละ

    ยังไงๆก็โดนลากลงศึกสายเลือดชัวร์ๆ
    #3781
    0
  25. #3780 JENNYHA (@jennyha) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2557 / 22:35
    แล้วงี้ริวจะตามไหมฮาๆๆๆ
    #3780
    0