I am normal ผมนี้ละคนธรรมดา

  • 93% Rating

  • 158 Vote(s)

  • 544,176 Views

  • 7,786 Comments

  • 9,111 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    599

    Overall
    544,176

ตอนที่ 43 : บทที่10 คนธรรมดา กับ ความลับในเอกสารโบราณที่ (ไม่)ธรรมดา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19124
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 150 ครั้ง
    20 มิ.ย. 57

                                 
รบกวนนักอ่านทุกท่านข่าวสารในตอนท้ายด้วยครับ(ครั้งนี้สำคัญนะ)

                                         บทที่ 10

                   คนธรรมดา กับ ความลับในเอกสารโบราณที่(ไม่)ธรรมดา

ห้องรับรอง

            ในบรรดาห้องนับร้อยที่อยู่ในเรือนฤดูคิมหันต์(ฤดูร้อน) ห้องรับรองแห่งนี้ตกแต่งอย่างเรียบง่าย โดยแบ่งเป็น 2 ส่วนห้องนอน และห้องรับแขก ในส่วนของห้องรับแขก มีโซฟาอยู่ 1 ชุด(ประกอบไปด้วยโต๊ะ 1 ตัว และเก้าอี้โซฟาอีก 4 ตัว)  หน้าต่างประดับไปด้วยผ้าม่านสีอ่อน ทำให้แสงแดดส่องสว่างไปทั่วห้อง กำแพงมีภาพวาดแขวนเอาไว้ ถัดออกมาอีกเล็กน้อยเป็นบาร์ขนาดกะทัดรัด ซึ่งเวลานี้มีหญิงวัยกลางคนกำลังชงกาแฟ เพียงไม่นานเธอก็ยกกาแฟพร้อมด้วยของว่างไปยังโต๊ะ ก่อนจะส่งกาแฟให้กับชายแก่ผมขาวที่สวมเสื้อเกราะสีแดงแล้วกล่าวว่า

            “ของคุณพ่อเป็นกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาลใช่ไหมคะ”

            “ถูกต้องแล้วละ”ชายแก่ผมขาว หรือริวจิน กล่าวขึ้นมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เขายกกาแฟขึ้นมาดม พร้อมกล่าวต่อไปว่า

            “หอมจริงๆ ฝีมือชงกาแฟของรีก้านี่ไม่เคยตกเลยนะ”

            หญิงวัยกลางคนยิ้มอย่างอ่อนหวาน ก่อนจะส่งกาแฟอีกแก้วไปให้สามีของเธอ เขารับกาแฟขึ้นมาจิบด้วยท่าทางสบายๆ

            “อ้า! เหมือนได้เกิดใหม่จริงๆ ”สามีของรีก้า หรือเซริวยิ้มอย่างผ่อนคลาย สักพักเขาก็หันไปมองยังส่วนที่เป็นห้องนอน แล้วถามว่า

            “แม่จ๊ะ เทียน่าฟื้นหรือยัง”

            หญิงกลางคน หรือรีก้าส่ายหน้าเบาๆ “ยังจ้ะ แต่คาดว่าอีกไม่เกิน 3 ชม. เธอก็คงจะฟื้นขึ้นมานะ”

            ชายวัยกลางคนพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้ แต่ก่อนจะพูดอะไรต่ออัศวินแดงก็พูดแทรกขึ้นมาว่า “เจ้าเซริว  ตาแกเดินแล้ว อย่าชักช้าจะได้ไหม”

            เสียงนี้ทำเอาเซริวจ้องไปที่กระดานหมากรุกตรงหน้าทันที ถ้าถามว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้นะหรือ นั่นก็เพราะเมื่อ 30 นาทีก่อน พอเซริวและรีก้าพื้นขึ้นมาก็อยู่ในห้องนี้แล้ว โดยเตียงนอนที่อยู่ใกล้กันก็มีลูกสาวนอนสลบอยู่ ระหว่างที่ทั้งคู่กำลังเรียบเรียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รองผู้นำตระกูลหรือริวจินก็เดินเข้ามาหาพร้อมด้วยกระดานหมากรุก แน่นอนว่าคำพูดแรกของเขาก็คือ เซริว มาเล่นหมากรุกกับพ่อเดี๋ยวนี้

          ผลสุดท้ายจึงมาลงเอยอย่างที่เป็นอยู่ในขณะนี้ เซริวมองรองผู้นำตระกูล ก่อนจะเดินหมากรุกไปในตำแหน่งที่ต้องการ  จากนั้นเขาก็ถามออกไปว่า

            “พ่อครับ ตอนนี้ริวเป็นอย่างไรบ้าง?”

            รองผู้นำตระกูลจ้องมองกระดานหมากรุกโดยไม่เงยหน้ามามองเซริวแม้แต่น้อย “ไม่ต้องกังวลไปหรอกนะ เจ้าหนูนั่นเอาตัวรอดได้อยู่แล้วล่ะ  ถ้ามีคนคิดหาเรื่องจริงกับไอ้ริวจริง  มันก็คงเป็นไอ้โง่หมายเลขหนึ่งแน่ๆ”

            เซริวและรีก้าต่างหันมามองกันด้วยสีหน้าเจื่อนๆ เพราะดูเหมือนริวจินจะเป็นอีกคนที่เข้าใจผิดในตัวริวแบบที่แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว แต่ขณะเซริวจะถามเรื่องราวอื่นๆต่อ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น

            “ก๊อกๆ”

            รีก้ารีบเดินไปเปิดประตู โดยทิ้งให้ 2 พ่อลูกเคร่งเครียดกับหมากรุกต่อไป เมื่อเธอเดินไปเปิดประตูก็พบว่าคนที่เคาะประตูก็คือ ลูกชายของเธอนั่นเอง รีก้ารีบเข้าไปกอดริวด้วยความเป็นห่วง

            “ริว ลูกไม่เป็นอะไรใช่ไหม”

            “ครับ”ริวรับคำด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ก่อนจะถามกลับไปว่า “แล้วทางพวกคุณแม่เป็นอย่างไรบ้างครับ”

            “ไม่เป็นอะไรจ้ะ ทุกอย่างเป็นปกติดี ลูกเข้ามาข้างในก่อนสิ“รีก้าตอบ พร้อมหลีกทางให้ลูกชายเข้าไปในห้อง 

            เมื่อเข้ามาในห้อง ริวก็เห็นพ่อกำลังทำหน้าเคร่งเครียด ในขณะที่ปู่กำลังยิ้มอย่างเป็นต่อ เขาเดินเข้าไปสวัสดีปู่ ท่านเพียงหันมาพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้จากนั้นก็กลับไปสนใจกระดานหมากรุกตามเดิม

 ริวจึงหันดูกระดานหมากรุกแทน  พ่อเริ่มเดินตัวหมากรุกอีกครั้ง ในขณะเดียวกันปู่ก็เคลื่อนตัวหมากมาปิดทางเดิน หลังจากทั้งคู่รุก-รับอยู่พักใหญ่ พ่อก็หยุดนิ่งไปเนื่องจากตัวหมากของพ่อถูกไล่ต้อนจนไม่เหลือหนทางโต้กลับแล้ว  ชายหนุ่มหยิบตัวหมากฝ่ายพ่อขึ้นมา พร้อมวางลงไปในตำแหน่งที่คาดไม่ถึง

สีหน้าของปู่เปลี่ยนมาเคร่งขรึมทันที จากนั้นท่านก็เลื่อนตัวหมากมาป้องกัน ริวหยิบตัวหมากเดินแทนอีกหลายครั้ง และทุกครั้งสีหน้าของปู่ก็ยิ่งเครียดขึ้น ในที่สุดชายหนุ่มก็หยิบหมากตัวสุดท้ายวางลงบนกระดานพร้อมพูดว่า

            “รุกฆาต จบเกมแล้วครับ คุณปู่”

            ดวงตาของปู่เบิกกว้างด้วยความตกใจ ในขณะที่พ่อถอนหายใจอย่างเงียบๆ ก่อนจะหันไปมองริวราวจะถามว่า เป็นอย่างไรบ้าง ชายหนุ่มยิ้มพร้อมตอบกลับไปว่า

“เดี๋ยวพวกเราค่อยคุยกันครับ”

เซริวพยักหน้าเบาๆ แต่ยังไม่ทันที่พ่อจะได้พูดอะไรต่อ เสียงของปู่ก็พูดขึ้นมาในขณะที่มือกำลังเรียงหมากรุกว่า

 “เอาใหม่ๆ กระดานนี้ไม่นับ เจ้าหนู แกอย่ามาช่วยพ่อสิ ถ้าแกอยากเล่นก็ลงมาเลย ข้าพร้อมจะเป็นคู่แข่งให้ทุกเมื่อ ”

ริวหันไปมองปู่ ก่อนจะพูดขึ้นว่า “คุณปู่ครับ ผมว่าเรื่องเล่นหมากรุกเอาไว้ทีหลังเถอะ ตอนนี้ท่านผู้นำเรียกให้คุณปู่ไปพบนะครับ”

ริวจินทำหน้ามุ่ย แต่ก็ยังคงลุกขึ้นยืน เขาหันมาพูดกับริวว่า “งั้นปู่ขอตัวสักครู่ เดี๋ยวจะกลับมาประลองกับใหม่ ห้ามแกหนีอย่างเด็ดขาดนะ”

พอพูดจบคุณปู่ก็เดินจากไปทันที เมื่อแน่ใจว่าริวจินจากไปแล้ว เซริวก็บอกให้ลูกชายนั่งลง ระหว่างนั้นรีก้าก็เดินไปใส่กลอนประตู ก่อนจะกลับมานั่งข้างริว  เซริวรีบถามขึ้นมาว่า

“ริว หลังจากลูกถูกจับแยกจากพวกพ่อแล้ว มันเกิดอะไรขึ้นบ้าง  ลูกเล่าออกมาทุกเรื่องเลยนะ โดยเฉพาะเรื่องของท่านมังกรฟ้า ทำไมท่านถึงได้พาตัวลูกไป และพาไปเพราะอะไร”

ชายหนุ่มพยักหน้าพร้อมเล่าเรื่องอย่างละเอียด แน่นอนว่ามีเพียงเรื่องจดหมายของท่านหญิงมังกรฟ้าที่ริวจงใจเล่าข้ามไป ส่วนเรื่องภายในห้องสมบัติ เขาบอกแค่ว่าเท็ดดี้ใช้เวทช่วยจนผ่านมาได้เท่านั้นเอง

พอริวเล่าเรื่องจบ เซริวกับรีก้าถึงกับไปต่อไม่ถูก เพราะสิ่งที่ลูกชายได้เจอมาดูจะเหนือกว่าสิ่งที่พวกเขาคาดคิดเอาไว้เสียอีก ฝ่ายพ่อเอาสองมือจับศีรษะด้วยท่าทางตึงเครียด ผิดกับทางแม่ที่เอนตัวไปพิงโซฟาด้วยความอ่อนแรง บรรยากาศในห้องเริ่มตึงเครียดขึ้น

“ไม่คิดเลยว่า เรื่องราวในประวัติศาสตร์จะซับซ้อนถึงเพียงนี้ ไหนจะเรื่องดวงตาแห่งความมืด ไหนจะเรื่องที่ท่านมังกรฟ้าได้รับบาดเจ็บ ถ้าความลับเรื่องพวกนี้หลุดออกไปมีหวังเกิดความปั่นป่วนทั่วริเดียแน่ๆ ”เซริวกล่าวขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

 รีก้าเองก็เห็นด้วยกับคำพูดนี้ เธอหันมามองลูกชายด้วยความเป็นห่วง เพราะดูเหมือนว่าริวกำลังเข้าไปพัวพันกับเรื่องร้ายๆอีกแล้ว ไม่นานเธอก็กล่าวว่า

“ริว ถ้าลูกต้องการกลับโลกมนุษย์ แม่จะพาลูกกลับเดี๋ยวนี้เลย ส่วนเรื่องของตระกูลเซริวก็ให้คุณพ่อช่วยจัดการก็แล้วกัน”

ริวนิ่งเงียบไปพักใหญ่ ก่อนจะตอบว่า “ไม่ดีกว่าครับ อุตส่าห์ได้มาพักที่บ้านหลังใหญ่ขนาดนี้ทั้งที ถ้าไม่ใช้โอกาสให้เต็มที่ผมก็เสียชาติเกิดแล้วละ คอยดูนะถ้าการคัดเลือกผู้นำผ่านไปแล้ว ผมจะกิน นอน เที่ยว เล่นให้ชุ่มปอดเลย”  แน่นอนว่าทั้งหมดที่ชายหนุ่มพูดเป็นแค่การโกหก ความจริงแล้วเขาอยากจะหนีกลับโลกมนุษย์ตั้งแต่ตอนนี้เหมือนกัน  ถ้าไม่ติดเรื่องคำทำนายของท่านหญิงมังกรฟ้า เขาคงเผ่นกลับโลกไปแล้วล่ะ  ริวคิดต่อในใจ

            คำตอบของริวทำให้พ่อและแม่ต่างจ้องมองเขาเป็นตาเดียว สายตาของทั้งคู่ดูเหมือนกำลังจ้องจับผิดชายหนุ่ม แต่ริวก็ตีสีหน้าจริงจัง แถมยังถามถึงสถานที่ท่องเที่ยวของรัฐแห่งนี้ จนทั้งคู่ไม่สามารถจำแนกได้ว่าเขาพูดโกหก หรือพูดจริง สักพักรีก้าก็ถอนหายใจ

 “เข้าใจแล้วละ ถ้าลูกอยากจะกลับเมื่อไรก็บอกแม่นะ”

“ตกลงครับ” ริวรับคำด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแต่ในใจตอนนี้ เขาถึงกับถอนหายใจอย่างโล่งอก

เมื่อเซริวเห็นรีก้ากับริวตกลงกันได้แล้ว เขาก็พูดขึ้นมาว่า “ริว พ่อขอดูเข็มกลัดที่ท่านมังกรฟ้าให้มาหน่อยสิ”

ริวหยิบเข็มกลัดอัญมณีส่งให้พ่อแต่โดยดีเพราะท่านบรรพบุรุษบอกว่าห้ามคนในตระกูลเซริวดู แต่พ่อถูกขับไล่ออกมาแล้ว ดังนั้นถือว่าไม่ผิดสัญญาละนะ

เซริวพิจารณาเข็มกลัดอยู่พักใหญ่ ก่อนที่สีหน้าจะยิ่งเคร่งเคียดขึ้น รีก้าเห็นแบบนั้นจึงถามขึ้นมาด้วยความเป็นห่วงว่า

“พ่อจ๊ะ เข็มกลัดชิ้นนี้มีอะไรหรือ?”

“แม่ดูเอาเองเถอะ”เซริวส่งเข็มกลัดต่อให้กับรีก้า พร้อมส่งสายตาเป็นเชิงว่า ขอให้ตนเข้าใจผิดทีเถอะ

รีก้าสำรวจเข็มกลัดอยู่สักพัก สีหน้าของเธอก็ซีดขาวลงเรื่อยๆ เธอรีบหันมามองริว ก่อนจะย้ายสายตาไปมองเท็ดดี้ในทันที

“คุณเท็ดดี้คะ คุณได้พูดอะไรกับท่านมังกรฟ้าหรือเปล่า ทำไมท่านมังกรฟ้าถึงได้มอบของสิ่งนี้ให้กับริวล่ะ”

“ยัยหนูรีก้า ข้าไม่ได้พูดอะไรเลยนะ เจ้านั่นเป็นคนมอบสิ่งนี้มาให้เอง แถมยังกำชับด้วยว่าห้ามให้พวกตระกูลเซริวดูเด็ดขาด ส่วนสาเหตุว่าทำไมถึงมอบให้นั้นข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน”

ริวมองพ่อกับแม่ก่อนจะมาหยุดที่เท็ดดี้ สักพักเขาก็ถามขึ้นว่า “เอ่อ ตกลงว่าเข็มกลัดนี้มันคืออะไรหรือครับ”

สายตาของเซริวจับจ้องมาที่ลูกชาย เขาทำท่าลังเลอยู่สักพัก ก่อนจะตอบไปตามความจริงว่า “เข็มกลัดอันนี้เป็นส่วนหนึ่งของอัญมณีที่อยู่ตรงกลางหน้าผากท่านมังกรฟ้า ตระกูลเซริวเรียกอัญมณีเม็ดนั้นว่า ดวงตาแห่งสวรรค์ และชิ้นส่วนของอัญมณีจะเรียกว่า น้ำตามังกร

 “ดวงตาสวรรค์ คืออะไรหรือครับ”ริวถามขึ้นมาด้วยสีหน้าไม่เข้าใจในสิ่งที่พ่อพูด

“มันคือแหล่งพลังเวทของเจ้ามังกรบ้ามารยาท ดวงตาแห่งสวรรค์สามารถทำได้หลายอย่างเลยละ เช่น สะกดให้คนสลบไป ไม่ก็ใช้ในการถ้ำมองคนอื่น หรือแม้กระทั่งสร้างร่างจำลองขึ้นมาก็ยังได้”เท็ดดี้เป็นคนอธิบายความสามารถนี้อย่างใจเย็น

ริวอึ้งไปเล็กน้อย “งั้นไอ้น้ำตามังกรนี่ก็น่าจะมีความสามารถเหมือนกันสินะ”

เซริวพยักหน้าเป็นเชิงว่า ถูกต้องแล้ว จากนั้นเขาก็อธิบายต่อทันที “ริว ลูกพูดถูกแล้วล่ะ น้ำตามังกรเป็นส่วนหนึ่งของดวงตาแห่งสวรรค์ มันจึงมีพลังแบบเดียวกับดวงตาอยู่ด้วย เพียงแต่พลังที่ได้รับมาจะมาก หรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับท่านมังกรฟ้าที่แบ่งมาให้นะ ”

“เยี่ยมไปเลย!” ริวหันไปมองเข็มกลัดในมือแม่ด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน

เซริวมองลูกชายด้วยสีหน้าหนักใจ “ริว ลูกรู้ไหมว่าน้ำตามังกรมีความสำคัญอย่างไร”

ริวส่ายหน้าเป็นการปฏิเสธ เซริวจึงกล่าวขึ้นมาว่า”จากประวัติศาสตร์ของตระกูลเซริว มีเพียงท่านผู้นำตระกูลรุ่นแรกเท่านั้นที่ได้รับมอบน้ำตามังกรมาจากท่านมังกรฟ้า และท่านก็ใช้น้ำตามังกรเป็นสัญลักษณ์ของผู้นำตระกูล โดยผู้นำตระกูลจะมอบน้ำตามังกรให้กับรุ่นต่อไปเมื่อตัวเองหมดวาระลง เฮ้อ พ่อพูดถึงขนาดนี้ลูกคงรู้แล้วใช่ไหมว่า น้ำตามังกรสำคัญแค่ไหน ริว ลูกเป็นอะไรน่ะ ทำไมหน้าซีดแบบนี้”

สีหน้าของริวแทบจะไร้เลือดฝาด “การที่ท่านบรรพบุรุษมอบเข็มกลัดอันนี้ให้ผมคงไม่ได้เป็นการบอกทางอ้อมว่า ท่านเลือกผมเป็นผู้นำตระกูลหรอกนะ “ถ้าใช่ ผมจะรีบเอาเข็มกลัดไปทิ้งทะเล ก่อนจะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ จากนั้นไม่ว่าใครจะพูดอะไร ผมจะปฏิเสธหัวชนฝาเลย  ใครมันจะอยากเป็นผู้นำตระกูลกันฟะ”

“ไอ้ริว แกสบายใจได้ ไอ้มังกรบ้ามารยาทไม่คิดจะแทรกแซงการกระทำของพวกมนุษย์หรอก การที่มันมอบของสิ่งนี้ให้เป็นเพราะว่า........เอ่อ... มันต้องการตอบแทนเจ้าที่ช่วยให้หลุดพ้นจากเวทเสาผนึกสัตว์เทพยังไงล่ะ” เท็ดดี้พยายามจะอธิบายว่าทำไมมังกรฟ้าถึงได้มอบเข็มกลัดมาให้ริว เพียงแต่พอพูดมาถึงตรงสาเหตุที่แท้จริง มันก็นึกถึงคำพูดของมังกรฟ้าขึ้นมาได้ เท็ดดี้จึงอ้างถึงสาเหตุอื่นขึ้นมาแทน

พวกรีก้าต่างยอมรับในเหตุผลนี้ มีเพียงริวที่ทำหน้าแปลกใจอย่างเห็นได้ชัด แต่ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะได้พูดอะไร รีก้าก็ส่งเข็มกลัดคืนให้กับริว พร้อมพูดว่า

 “ลูกเก็บเข็มกลัดเอาไว้ให้ดีล่ะ จำไว้นะห้ามให้ใครเห็นเข็มกลัดนี้เด็ดขาด”

“เข้าใจแล้วครับ เอ่อ แล้วผมบอกเรื่องนี้กับเทียน่าได้ไหม”

เซริวเงียบไปสักพัก “ถ้าน้องเป็นฝ่ายถามลูกก็ตอบไปตามจริงก็แล้วกัน แต่ถ้าไม่ ลูกก็เงียบเอาไว้นะ”

ริวทำท่าลังเลอยู่[CW2] พักหนึ่ง แต่ในเมื่อพ่อไม่ได้บอกให้เขาโกหกน้องสาว เขาก็ไม่จำเป็นต้องปฏิเสธเงื่อนไขนี้

“เข้าใจแล้วครับ”

“แล้วลูกคิดจะเอาอย่างไรต่อล่ะ”

ริวทำหน้างงๆ “คุณพ่อหมายถึงเรื่องไหนหรือครับ ถ้าเป็นเรื่องท่านบรรพบุรุษ หรือเทพแห่งสงคราม ผมคงไม่มีปัญญาเข้าไปยุ่งแน่ๆ  แต่ถ้าหมายถึงเรื่องการลงแข่งขันชิงตำแหน่งผู้นำตระกูล ผมบอกเลยนะว่า ใครอยากได้ก็ยกให้เขาเถอะ  อ้อ และถ้าหมายถึงการแสดง ผมว่าคงไม่น่าเป็นห่วงหรอก ผมแค่ไปแสดงการทำอาหารเท่านั้นเอง ”

เซริวทำหน้าเบื่อโลกกับคำตอบของลูกชาย เพราะดูเหมือนริวจะไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองมีสถานะแบบไหน สักพักเขาก็ถามว่า

 “พ่อกลัวว่ามันจะไม่เป็นอย่างนั้นน่ะสิ เอาเป็นว่าพ่อจะไปคุยกับโซลให้ถอนชื่อลูกออกจากการเป็น Agent ก็แล้วกัน”

“คุณคะ ฉันว่าไม่มีประโยชน์หรอก ถ้าทำแบบนั้นได้จริง พวกคุณพ่อคงทำไปแล้วล่ะ” รีก้ารีบพูดเสริมขึ้นมาเพราะเธอรู้ดีว่าโซล สามีของรูบี้หัวแข็งเพียงใด เมื่อตัดสินใจอะไรลงไปแล้วจะไม่มีวันเปลี่ยนเด็ดขาด

เซริวถอนหายใจด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย “มันก็จริงของแม่ แต่ว่าถ้าปล่อยเอาไว้แบบนี้ พ่อกลัวว่ามันจะเกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้นมาอีกน่ะสิ ดูอย่างวันนี้สิ แค่มาถึงไม่เกินครึ่งวัน เกิดเรื่องตั้งขนาดนี้ ไหนจะเรื่องน้ำตามังกรอีก ขืน ให้ริวลงไปคัดเลือกตำแหน่งผู้นำตระกูล พ่อเองก็ไม่รู้ว่าจะเกิดเรื่องแบบไหนขึ้นอีก เฮ้อ ยิ่งคิดยิ่งปวดหัว ”

ริวทำหน้ามุ่ย เพราะเขาเองก็ไม่อยากให้เกิดเรื่องหรอก มีอย่างที่ไหนเอาคนไร้พลังเวทไปเป็น Agent ถ้านับกันตามจริง คนที่เป็นต้นเหตุของเรื่องก็คือคุณพ่อนะครับ ผมแค่ตกกระไดพลอยโจนเท่านั้นเอง ชายหนุ่มได้แต่คิดถึงสาเหตุจริงๆภายในใจโดยไม่ได้พูดอะไรออกมา

 ขณะที่ริวกำลังจมอยู่ในความคิด รีก้าก็หันไปถามลูกชายว่า “ริว ลูกคิดจะทำอาหารอะไรบ้างล่ะ”

ชายหนุ่มเอานิ้วชี้แตะปลายคาง “เท่าที่คิดเอาไว้ ผมว่าจะทำสัก 4อย่างน่ะครับ เริ่มจากหมูย่างราดซอสสูตรพิเศษ  ปลาสามรส  ต้มยำหัวปลาน้ำข้น  ของหวานผมคิดจะเอาผลไม้มาคั้นเอาน้ำ จากนั้นค่อยแช่เย็น เพื่อทำเป็นไอติมหวานเย็น ส่วนน้ำผลไม้ที่เหลือยังเอามาเสิร์ฟเป็นเครื่องดื่มได้ด้วย”

“อืม หมูย่างราดซอส ปลาสามรส ไอติมหวานเย็น และน้ำผลไม้ไม่น่ามีปัญหาอะไร แต่ต้มยำหัวปลา แม่ว่ามันมีรสเผ็ดเหมือนหมูย่างราดซอสกับปลาสามรสนะ ลูกเปลี่ยนไปทำต้มจืดเห็ดเจ็ดอย่างน่าจะดีกว่าไหม กินได้ง่ายกว่าแถมยังได้ประโยชน์ในการล้างพิษด้วย” รีก้าเสนอความเห็นขึ้นมา

เซริวมองภรรยาด้วยสีหน้างงๆ  ขณะที่กำลังจะถามอะไรออกไป รีก้าก็ส่งสายตาเป็นเชิงว่าห้ามพูดตอนนี้ และเมื่อลูกชายเต็มใจเปลี่ยนเมนูตามที่เธอบอก รีก้าก็กล่าวขึ้นมาว่า

“งั้นลูกเตรียมคำอธิบายเรื่องการแสดงทำอาหารเอาไว้แล้วหรือ?”

“แน่นอนครับ” ริวรับคำอย่างหนักแน่น

“แล้วลูกคิดจะใช้เหตุผลอะไรล่ะ”คุณแม่ถามขึ้นมา

“ความลับครับ แต่รับรองว่าเหตุผลของผมจะต้องเป็นที่ยอมรับอย่างแน่นอน”

รีก้ายิ้มอย่างอ่อนโยน “เอาอย่างนั้นก็ได้จ้ะ จริงสิ  เดี๋ยวแม่กับพ่อจะช่วยไปแจ้งรายการอาหารพวกนี้ให้ แล้วก็จะช่วยจัดเตรียมอุปกรณ์ทำครัวที่จำเป็นให้ด้วยดีไหม”

“ถ้าได้แบบนั้นก็เยี่ยมไปเลยครับ” ริวยิ้มด้วยความดีใจ

รีก้าชี้ไปที่ห้องนอน “แม่มีเรื่องต้องคุยกับพ่อเป็นการส่วนตัว ลูกช่วยเข้าไปดูน้องหน่อยได้ไหม อ้อ เรื่องอาหารไม่ต้องห่วงนะ แม่ขอให้สาวใช้ช่วยเตรียมเอาไว้แล้วละ อีกสักครู่น่าจะมาถึง”

ริวตอบตกลง ก่อนจะเดินเข้าไปดูอาการของน้องสาว  เมื่อลูกชายไปแล้ว เซริวก็ย้ายมานั่งข้างภรรยา พร้อมถามขึ้นมาว่า

 “แม่ นี่จะให้ริวลงคัดเลือกจริงๆหรือ?”

“ใช่จ้ะ เพียงแต่ว่า....” รีก้าพูดถึงตรงนี้ก็เอนตัวไปกระซิบข้างหูเซริวว่า “ตามกฎการคัดเลือกผู้นำตระกูลในครั้งนี้ ห้ามเปลี่ยนแปลงรายการแสดงอย่างเด็ดขาด ถ้าเกิดเปลี่ยนแปลงขึ้นมา Agent จะถูกตัดสิทธิ์ทันที”

รีก้ายิ้มหวาน(มันเป็นรอยยิ้มที่เจ้าเล่ห์แบบแม่มดผู้ชั่วร้ายยังต้องอายเลยล่ะ) เธอกล่าวเป็นนัยๆว่า “พ่อลองนึกถึงเมนูอาหารทั้ง 4อย่างให้ดีสิ แล้วพ่อจะเข้าใจว่าทำไมแม่ถึงยอมให้ลูกลงคัดเลือกในครั้งนี้”

เซริวยังคงทำหน้าไม่เข้าใจ รีก้าส่ายหน้าเบาๆ “นี่ล่ะ คนที่ไม่เคยทำอาหาร งั้นแม่จะใบ้อีกนิดก็แล้วกัน ตอนนี้อยู่ในช่วงเทศกาลขอบคุณต้นไม้แห่งโลก พ่อคิดว่าจะมีใครกล้าเก็บของป่ามาขายหรือ? ยิ่งเป็นเมืองชายป่าด้วยแล้ว แม่มั่นใจว่าริวหาเห็ดเจ็ดชนิดไม่ได้แน่ๆ”

“อ้า จริงด้วย ช่วง 10 วันในเทศกาลขอบคุณต้นไม้แห่งโลก ห้ามเก็บของป่ามาในงานนี้นะ ถ้าเป็นวิธีนี้ต้องใช้ได้ผลแน่ๆ ทำไมพ่อถึงคิดไม่ถึงนะ”

“คิกๆ ยังไม่หมดแค่นี้นะ ซอสสูตรพิเศษของแม่เองก็ไม่ได้เอามา การจะปรุงขึ้นมาใหม่ก็ต้องใช้เวลาเป็นเดือน ดังนั้นหมูย่างที่เป็นเมนูแรกต้องพับไปเช่นกัน ส่วนเมนูปลาสามรส ไอติมหวานเย็น กับน้ำผลไม้อาจจะพอทำได้ก็จริง แต่ขอเพียงพวกเราเตรียมอุปกรณ์ไม่พร้อม  ริวหมดสิทธ์แสดงอยู่ดี พ่อว่าจริงไหม”

 เซริวยิ้มหวาน“อืม ช่างเป็นวิธีที่มาเหนือเมฆจริงๆ แบบนี้ต่อให้เป็นคุณพ่อ กับท่านผู้นำก็ต่อว่าอะไรไม่ได้แน่ๆ เพราะมันเป็นเหตุสุดวิสัยที่เกิดจากการเตรียมอุปกรณ์และวัตถุดิบ ไม่ใช่เกิดจากริวต้องการแกล้งแพ้  จริงสิ  ทำไมแม่ไม่บอกเรื่องนี้กับลูกละ ริวต้องดีใจแน่ๆ”

รีก้ามองไปทางห้องนอน ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงค่อยๆว่า “พ่อลองนึกสภาพริวที่รู้ถึงแผนการนี้สิ ลูกจะทำหน้าแบบไหน ไม่สิ ลูกจะทำอย่างไร”

สีหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มของเซริว เปลี่ยนไปเป็นสีหน้าครุ่นคิด ก่อนจะจบลงด้วยสีหน้าเบื่อโลกเพราะสิ่งที่นึกออก สักพักเซริวก็กล่าวขึ้นว่า

 “ถ้าริวรู้เรื่องแผนการนี้ พ่อรับรองเลยว่าเขาจะร้อง ไชโย จากนั้นก็จะเอาแต่อ่านหนังสือ เล่นเกม ดูหนังที่ดาวน์โหลดเอาไว้ ไม่ก็นอนกลิ้งไปกลิ้งมาในห้อง โดยไม่ทำอะไรแน่ๆ”

“ใช่จ้ะ แล้วพ่อคิดว่า ถ้าคนอื่นเห็นริวในสภาพแบบนั้นจะคิดอย่างไร”

เซริวเอนตัวพิงโซฟาลงอย่างหมดแรง “ทุกคนคงเดาว่า ลูกชายของพวกเรายอมแพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มแสดงน่ะสิ”

“เฮ้อ ถ้าทุกคนคิดแค่นั้นก็ดีไป แม่กลัวว่าอาจจะมีคนบางส่วนคิดว่าท่านผู้นำตระกูลบังคับให้ริวสละสิทธิ์ก็เป็นได้ หรืออาจจะมีข่าวลือแปลกๆอย่างเช่นว่า ริวไม่เห็น  Agent คนอื่นอยู่ในสายตา ไม่ก็ วีรบุรุษของริเดียสิ้นหวังในตระกูลเซริวจนไม่อยากจะได้ตำแหน่งผู้นำเป็นต้น” รีก้าพูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

เซริวอึ้งไปสักพัก “จริงด้วย เรื่องพวกนี้อาจจะเกิดได้จริงๆ มิน่า แม่ถึงไม่ยอมบอกเรื่องนี้กับริว”

รีก้าพูดต่อว่า“ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดข่าวลือในเชิงเสียหายขึ้นมา แม่จึงจำเป็นต้องปิดเรื่องนี้กับริว พร้อมดำเนินแผนการอย่างเงียบๆ จนทำให้ทุกคนเข้าใจผิดไปว่าที่ริวแพ้เพราะเตรียมอุปกรณ์ไม่พร้อมนะ หรือ แพ้เนื่องจากตัวเองเลือกเมนูที่ทำยากเกินต่างหาก”

เซริวพยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนจะชวนรีก้าให้ไปจัดการตามแผนที่วางไว้ทันที ระหว่างที่ทั้งสองคนกำลังเดินออกจากห้อง ริวก็ล้มตัวลงไปนอนที่เตียงที่อยู่ติดกัน แถมก่อนจะหลับริวยังบอกไว้อีกว่า

“เท็ดดี้ฝากนายช่วยดูเทียน่าด้วยนะ อ้อ ถ้ามีคนเอาอาหารมาส่งแล้วช่วยปลุกผมทีสิ  ทำไมผมถึงได้ง่วงขนาดนี้ก็ไม่รู้”

เท็ดดี้มองชายหนุ่มอย่างเข้าใจ เพราะสิ่งที่ริวเจอมาวันนี้มันหนักสำหรับมนุษย์ทั่วไปจริงๆ มันจึงได้แต่พูดว่า

“อืม เดี๋ยวอาหารมาแล้ว ข้าจะปลุกแกให้เอง ส่วนเรื่องยัยหนูเทียน่าก็ไม่ต้องกังวลไป ข้าจะช่วยดูให้เหมือนกัน ตอนนี้แกก็พักผ่อนให้สบายใจเถอะ”

Zzzz….z” ริวหลับไปก่อนที่เท็ดดี้จะพูดจบเสียอีก ระหว่างที่เขากำลังหลับอยู่นั้น น้ำตามังกรที่อยู่ในกระเป๋าคาดเอวก็ส่องแสงสีแดงจางๆ ออกมา และเข้าปกคลุมร่างกายของชายหนุ่มอย่างช้าๆ

เท็ดดี้ที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดเพียงพูดขึ้นเบาๆว่า  “เริ่มต้นแล้วสินะ ...”

เช้าวันใหม่ เวลา 8.30 น.

ชายหนุ่มลืมตาขึ้นอีกครั้ง ตอนนี้เขากำลังนอนอยู่ในห้องพักที่ไม่คุ้นตา ห้องพักแห่งนี้ได้รับการตกแต่งแบบโรมันอย่างหรูหรา ภายในประกอบด้วย โดม สระน้ำภายในห้อง อ่างจากุซซี่ส์  ภาพวาดสีน้ำมันบนผนังและเพดาน หน้าต่างทำจากทองคำขาว พื้นที่ทั้งหมดประมาณ 5000 ตารางฟุต ซึ่งนี้ไม่นับรวมระเบียงด้านนอกและพื้นเรือนนอกชายคา  ริวกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ กับสิ่งที่เห็นในขณะนี้

“ตื่นแล้วหรือ? ไอ้ริว”เสียงของเท็ดดี้ดังขึ้นมา

ริวยกแหวนขึ้นมาอยู่ในระดับสายตา พร้อมถามว่า “เท็ดดี้ มันเกิดอะไรขึ้นหรือ? ทำไมผมถึงมานอนอยู่ที่นี้ล่ะ เท่าที่ผมจำได้ ครั้งสุดท้ายผมยังนอนอยู่ในห้องสไตล์ญี่ปุ่นอยู่เลย”

เท็ดดี้ไม่ได้ตอบคำถามนี้ มันจ้องมองริวพร้อมถามว่า “ก่อนจะตอบคำถามนี้ แกช่วยขยับร่างกายดูซิว่ามีตรงไหนผิดปกติไปบ้างไหม”

ชายหนุ่มทำหน้าสงสัย แต่เขาก็ยังทดลองขยับร่างกายตามที่เท็ดดี้บอก สักพักก็ตอบไปว่า “ไม่มีนี่ ทุกอย่างยังคงปกติทุกอย่าง”

เท็ดดี้ถอนหายใจอย่างโล่งอก “งั้นก็ดีแล้วล่ะ”

“ไอ้เท็ดดี้ แกทำอะไรผมตอนที่หลับหรือเปล่า?”ริวยกแหวนขึ้นมาจ้องมองก็จะถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา

เท็ดดี้รีบตอบกลับไปทันทีว่า “ไม่ได้ทำโว้ย ข้าขอสาบานต่อเทพผู้สร้างเลยว่า ข้าไม่ได้ทำอะไรแกแม้แต่น้อย ถ้าข้าทำขอให้เป็นลูกหมาเลย” ข้าไม่ได้โกหกนะ คนที่ทำมันคือเจ้ามังกรฟ้าต่างหาก ถ้าจะโทษก็ไปหาหมอนั่นเถอะ เท็ดดี้คิดต่อในใจโดยไม่ได้อธิบายในเรื่องนี้

ริวยังคงขมวดคิ้ว “ในเมื่อแกไม่ได้ทำแล้วทำไมต้องถามผมแบบนั้นด้วยล่ะ”

สายตาของสิงโตกรอกไป-มา “เมื่อวานหลังจากที่แกหลับไปแล้ว ดูเหมือนจะมีไข้นิดหน่อยนะ ข้าก็เลยถามแกว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่นะ เฮ้อ ข้าอุตส่าห์เป็นห่วงอาการของเจ้า ยังมาว่ากันอีกนะ แย่จริงๆเลย”

(โกหกชัดๆ )ริวคิดขึ้นมาทันที แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้คาดคั้นเอาความจริงจากเท็ดดี้ ผ้าห่มที่อยู่ใกล้ตัวของชายหนุ่มก็เกิดขยับขึ้นมา ริวจับผ้าห่มยกขึ้นก่อนจะเห็นว่าใต้ผ้าห่ม มีเด็กสาวผมสีทองในชุดนอนรูปแมวสีดำนอนขดตัวอยู่

“ยูเรีย!! ทำไมถึงมาอยู่ที่นี้ได้ล่ะ หรือว่าเมื่อคืน.....ไม่น้า!!”ริวเบิกตากว้าง เขาเอามือจับที่แก้ม ก่อนจะร้องเสียงหลงออกมา

            ยูเรียค่อยๆลืมตาขึ้น เธอลุกขึ้นมานั่งบนเตียงพร้อมเอามือขยี้ตา แต่ยังไม่ทันที่ริวจะถามอะไร เสียงอันเย็นยะเยือกของใครบางคนก็ดังมาว่า

            “พี่คะ หนูไม่เคยคิด เลยว่าพี่จะตกต่ำถึงขนาดกินเด็กที่ไร้ทางสู้แบบนี้”

            เสียงพูดในครั้งนี้ทำเอาริวเสียวสันหลังวาบ เขาหันไปยิ้มให้กับเจ้าของเสียง “เอ่อ ถ้าพี่บอกว่าไม่รู้เรื่องอะไรเลย น้องพอจะเชื่อพี่ไหม”

            บรรยากาศอันหนักอึ้งที่แผ่ออกมาจากตัวของน้องสาวเป็นคำตอบอย่างดี ริวจึงเปลี่ยนไปขอความช่วยเหลือจากเท็ดดี้แทน

            (เท็ดดี้ แกช่วยพูดอะไรบ้างสิ)

            -ครอกฟี้...ครอก....ฟี้-

            (ไอ้แหวนบ้า! แกอย่ามาแกล้งหลับนะ  มาช่วยผมก่อนสิ )ริวโวยวายขึ้นมาทันทีที่ได้ยินเสียงกรน

            กร็อบๆ

            เสียงหักนิ้วมือของเทียน่าดังขึ้น ก่อนจะตามด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือกว่า“พี่คะ ตกลงว่ามีอะไรจะสั่งเสียไหมคะ ”

            ยังไม่ทันที่จะได้ฟังคำตอบจากปากของพี่ชายประตูห้องก็เปิดออกอีกครั้ง คุณแม่ก็เดินเข้ามาพร้อมกับหัวหน้าสาวใช้ เซนะ  รีก้ามองพวกริว ก่อนถามออกไปว่า

            “พวกลูกกำลังเล่นอะไรกันอยู่หรือ?”

            “แม่ครับ ช่วยผมด้วย”ริวร้องให้รีก้าช่วยอย่างไม่อายยูเรีย หรือพี่เซนะที่อยู่ในห้องเลย ขืน อายผมได้นอนหยอดน้ำข้าวต้มแน่ๆ

            ขณะที่ริวร้องขอให้แม่ช่วยอยู่นั้น เทียน่าก็ตอบไปว่า “หนูแค่กำลังจะสั่งสอน พี่จอมลามกที่พาเด็กไร้ทางต่อสู้มาล่วงเกินถึงในห้องพักนะค่ะ”

            “.......”ยูเรียมองชายหนุ่มสลับกับเทียน่าด้วยสายตาสงสัย เธอบิดขี้เกียจพร้อมหาว 1 ครั้ง จากนั้นก็ล้มตัวลงไปนอนตักริว เพียงไม่นานเธอก็หลับไปด้วยสีหน้าที่มีความสุข

            แม้ริวจะดูงงๆกับภาพที่เกิดขึ้น เขาก็ยังดึงผ้ามาห่มให้กับญาติผู้น้องคนนี้  ก่อนจะใช้มือลูบผมของยูเรียด้วยความอ่อนโยน

เทียน่าเริ่มจะสงบลงบ้างเมื่อเห็นภาพตรงหน้า “พี่คะ ตกลงว่าพี่ไม่ได้ทำอะไรยูเรียใช่ไหม”

“ยัยน้องตัวแสบ เธอเห็นพี่เป็นคนยังไงกันแน่ ถึงได้คิดว่าพี่จะทำอะไรกับเด็กตัวเล็กแค่นี้”

“ทำไงได้ละค่ะ คราวก่อนหนูก็เห็นพี่จีบฟราน ครั้งนี้มาเห็นยูเรียนอนบนเตียงร่วมกับพี่ ไม่ว่าใครถ้าเห็นภาพพวกนี้ก็ต้องคิดว่าพี่เป็นไอ้โรคจิต โลลิค่อน อย่างแน่นอน”

-ฮ่าๆๆ น้องสาวของเจ้านี้ช่างเข้าใจในตัวของพี่ชายจริงๆเลยนะ -

(แกหุบปากไปเลย) ริวเถียงกลับไปทันที แต่เมื่อเขานึกถึงคำพูดของน้องสาวสุดเมื่อสักครู่ มันทำเอาความรู้สึกต่างๆ กลายเป็นความรู้สึกหดหู่ทันที แต่ระหว่างนั้นเองเสียงของคุณแม่ก็ดังขึ้น

“เทียน่าลูกเข้าใจผิดแล้วล่ะ คนที่พายูเรียมานอนที่ห้องนี้ก็คือแม่เอง ริวไม่รู้ไม่เห็นเรื่องนี้เลยนะ”

เทียน่าและริวต่างหันไปมองคุณแม่ทันที   รีก้ารีบกล่าวต่อไปว่า “พอดีเมื่อคืนตอนที่แม่มาดูอาการของริว ยูเรียก็มานั่งรอหน้าห้องแล้ว แม่จึงให้เธอเข้ามา พอยูเรียเห็นลูกยังหลับอยู่ เธอก็ทำหน้ามุ่ยจากนั้นก็ขนเอาของเล่นมานั่งเล่นในห้องนี้หน้าตาเฉยเลย ไม่ว่าแม่จะพูดยังไงเธอก็ไม่ยอมไปไหนเลยนะ ผลสุดท้ายแม่จึงได้ขอให้พี่เซนะมาช่วยดูแลยูเรียนะ”

ริวมองยูเรียที่นอนหนุนตัก ก่อนจะถามออกไปว่า “นี่แสดงว่าพอเธอเล่นจนหลับไป คุณแม่ก็อุ้มเธอมานอนบนเตียงสินะ”

รีก้าส่ายหน้าช้าๆ“ไม่ใช่จ๊ะ ยูเรียเป็นคนขึ้นไปนอนกับลูกเองนะ ความจริงแม่ก็ไม่อยากใช้ยูเรีย นอนบนเตียงกับลูกหรอกนะ กลัวว่าน้องจะติดหวัดจากลูกนะ แต่ยูเรียกลับจับชายเสื้อของลูกซะแน่นจนแม่แกะไม่ออก ผลสุดท้ายพี่เซนะอาสาจะช่วยดูแลลูกกับเธอให้เอง แม่จึงได้อนุญาตให้น้องนอนกับลูกนะ”

ริวหันไปมองสาวใช้ส่วนตัวของยูเรีย “ขอบคุณที่ช่วยดูแลครับ คุณเซนะ”

พี่เซนะโค้งตัว 45 องศา พร้อมกล่าวว่า “อย่าได้มาขอบคุณดิฉันเลยคะ  ดิฉันแค่ทำตามหน้าที่เท่านั้นเอง แถมยังไม่ได้ลำบากอะไรเลยด้วยค่ะ”

“ถึงจะเป็นเช่นนั้น ผมก็ต้องขอขอบคุณอยู่ดีครับ จริงสิ แล้วสาวใช้ที่ดูแลยูเรียเมื่อวานไปไหนแล้วละครับ”ริวพูดพร้อมก้มหัวเป็นการขอบคุณ

“เธอขอลากลับไปเยี่ยมคุณแม่นะค่ะ อีก 10 วันถึงจะกลับมา ระหว่างนี้หน้าที่ดูแลคุณหนูยูเรียจึงตกมาอยู่ที่ดิฉันค่ะ”

“อืม ที่แท้แบบนี้เอง”ริวกล่าวออกมา จากนั้นเขาก็หันไปมองน้องสาวราวกับจะบอกว่า เห็นไหมว่าพี่เป็นผู้บริสุทธิ์นะ

เทียน่ารีบโค้งลงอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงสำนึกผิดว่า “พี่คะ หนูขอโทษ พี่ยกโทษให้หนูนะ”

 ริวยักไหล่เป็นเชิงว่าไม่เป็นอะไรหรอก จากนั้นเขาหันถามคุณแม่เพื่อความแน่ใจว่า “แม่ครับ เมื่อคืนผมป่วยหรือ?”

แทนที่จะตอบคำถามนี้ รีก้ากลับยกมือขึ้นมาวัดไข้ลูกชาย จากนั้นจึงยิ้มแล้วกล่าวว่า ”ใช่จ๊ะ เมื่อคืนลูกมีไข้อ่อนๆ แต่ดูเหมือนตอนนี้จะไม่เป็นอะไรแล้วล่ะ”

สีหน้าสงสัยแสดงออกมาบนใบหน้าของชายหนุ่มอย่างชัดเจน (น่าแปลก ถ้าผมเป็นไข้จริงอย่างน้อยที่สุดก็น่าจะรู้ตัวบ้าง แต่นี้จำอะไรไม่ได้เลย ทำไมถึงเป็นอย่างนี้ไปได้นะ)

-ไม่เห็นต้องแปลกใจเลย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานต่อให้เป็นจอมเวทระดับ Master ก็คงต้องหมดแรงเหมือนกัน นับภาษาอะไรกับคนธรรมดาอย่างแก การที่เจ้าพยุงตัวมาหลับในห้องนอนได้ก็ถือว่าเก่งเกินมนุษย์แล้วล่ะ-

ดวงตาของริวยังคงจ้องมองเท็ดดี้เหมือนกับว่าต้องการจับผิด แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้กล่าวอะไร เสียงของรีก้าก็พูดแทรกขึ้นมาว่า

“ลูกคงกำลังสงสัยใช่ไหมว่าตัวเองมานอนอยู่ที่นี่ได้ไง”

            ริวได้แต่เก็บเรื่องที่สงสัยไว้ในใจ พร้อมตอบไปว่า “ใช่ครับ ผมว่าจะถามอยู่เหมือนกันว่าตัวเองมาอยู่ที่นี้ได้ยังไง”

            รีก้ายิ้มแล้วกล่าวต่อว่า “คุณพ่อเป็นคนพาลูกให้มานอนที่ห้องนี้นะจ๊ะ”           

            “อืม แล้วคุณพ่อไป......จ๊อก!!!”ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะพูดจบประโยค เสียงท้องร้องก็ดังขึ้น ริวถึงกับหน้าแดงเป็นลูกตำลึง

            “คิกๆๆ”เทียน่าหัวเราะออกมาอย่างไม่ตั้งใจ

ส่วนพี่เซนะยังคงรักษาท่าทางเป็นปกติ คุณแม่ได้แต่อมยิ้มให้กับเสียงที่ได้ยิน สักพักรีก้าก็พูดขึ้นว่า “ท่าทางลูกจะหิวแล้วใช่ไหมล่ะ”

            “ใช่ครับ ตอนนี้ต่อให้มีช้างอบ กระทิงหัน หรือ ปลาวาฬทอด ผมก็จะกินให้หมดเกลี้ยงจานเลย”

 รีก้ารีบพูดขึ้นว่า ”งั้นลูกก็รีบลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวเถอะ เดี๋ยวแม่จะให้เทียน่าพาไปกินที่ร้านอาหารนะ”

            “ร้านอาหาร? ผมนึกว่าต้องไปที่ห้องอาหาร นั่งโต๊ะยาวเป็นกิโล เพื่อร่วมกินอาหารกับคนในครอบครัวอย่างในภาพยนตร์เสียอีก”

            คุณแม่เอามือลูบหัวลูกชาย ก่อนจะเอนตัวไปกระซิบข้างหูว่า “ปกติมันก็ควรเป็นอย่างนั้นล่ะ แต่แม่คิดว่าลูกคงไม่อยากจะกินข้าวร่วมกับญาติของคุณพ่อสักเท่าไร ยิ่งหลังจากเหตุการณ์เมื่อวานด้วยแล้ว ลูกคงอยากจะหนีไปให้ไกลที่สุดใช่ไหมล่ะ”

            ชายหนุ่มเผลอพยักหน้าอย่างไม่รู้ตัว  คุณแม่จึงพูดต่อไปว่า “ แม่เลยบอกทุกคนไปว่าลูกต้องการเวลาในการจัดเตรียมของเพื่อใช้ในการแสดงนะจ๊ะ ดังนั้นนับจากตอนนี้จนถึงเวลาแสดงถือว่าเป็นเวลาอิสระ ลูกจะไปเที่ยวที่ไหนก็ได้ อ้อ อย่างลืมแวะซื้อวัตถุดิบกลับมาทำอาหารด้วยล่ะ”

            ริวฉีกยิ้มกว้าง  แต่ไม่นานรอยยิ้มก็สลายไปเพราะเขาสัมผัสถึงบางอย่างได้จากต้นขา  ชายหนุ่มรีบก้มลงไปมองที่ตัก  สิ่งที่เห็นคือยูเรียกำลังจ้องมาเขาอย่างไม่วางตา  เธอรีบลุกขึ้นมานั่งคุกเข่า ก่อนจะใช้มือทั้ง 2 ข้างมาจับมือขวาของริว   ชายหนุ่มยิ้มเจื่อนๆพร้อมพูดว่า

            “ยูเรียอยากไปด้วยหรือ?”

            ยูเรียรีบพยักหน้าอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เธอจะส่งสายตาราวกับลูกแมวหิวนมไปให้กับริวทันที ชายหนุ่มถอนหายใจ พร้อมคิดขึ้นมา

            (ยูเรีย ความน่ารักที่มีอยู่แต่แรกก็เอาใจพี่ไปเกินกว่าครึ่ง เมื่อรวมกับชุดนอนแมวเหมียว และใบหน้าที่เพิ่งตื่นนอนก็ทำเอาความอยากปฏิเสธแทบติดลบ ไหนจะทำแววตาเรียกร้องความเห็นใจแบบนี้อีก ถ้าพี่ปฏิเสธคำขอของหนู พี่ก็คงไม่ใช่คนแล้วล่ะ )

            -ริว ถ้าแกเห็นใจในตัวเด็กคนนี้นัก ทำไมถึงไม่ทำสิ่งที่พวกมนุษย์เรียกว่า  เลี้ยงต้อย ละ ข้ารับรองเลยนะว่า อีกไม่เกิน 10 ปี ยัยหนูคนนี้จะต้องสวยมากแน่ๆ ดังนั้นแกควรรีบจองตัวไว้แต่ตอนนี้เป็นดีที่สุด –

            (อืม แกพูดมาก็มีเหตุผลนะ ถ้าทำแบบที่แกบอก อีก 10 ปีผมก็จะเป็นผู้ชายที่ได้ควงเด็กสาวม.ปลายอย่างในการ์ตูน โอ้ ถ้าเป็นแบบนั้นคงจะดีไม่ใช่น้อย ซะที่ไหนกัน!!!  ไอ้แหวนงี่เง่า  แกอย่ามาหาคุกให้ผมสิโว้ย)

            ยูเรียออกแรงบีบมือของชายหนุ่มเพื่อเป็นการขอคำตอบ ริวหันไปมองเธอ “พี่พาไปด้วยก็ได้ แต่ว่าเราต้องไปขอคุณอารูบี้ก่อนนะ ขืน พี่พาไปทั้งที่คุณอาไม่อนุญาตมีหวังหัวพี่หลุดจากบ่าแน่ๆ”

            สีหน้าของยูเรียปรากฏรอยยิ้มบางๆ เธอรีบคลานลงจากเตียง ก่อนวิ่งออกจากห้องไป พี่เซนะมองริวแบบยิ้มๆ สักพักเธอก็โค้งตัวให้กับพวกเขา จากนั้นเธอก็ตามยูเรียออกไปอีกคน ริวมองปฏิกิริยาของยูเรีย ก่อนจะพูดเบาๆว่า

            “แบบนี้ค่อยดูเหมือนเด็ก 8 ขวบหน่อย”

            “พี่แน่ใจนะว่าจะพายูเรียไปด้วย”น้องสาวถามขึ้นมาด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก เพราะแค่พี่ชายคนเดียว เธอก็จะดูแลไม่ไหวแล้ว ขืน พายูเรียไปด้วย เธอได้ปวดหัวตายแน่ๆ

            ริวยิ้มราวกับรู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ “ไม่ต้องห่วงหรอก ถ้ายูเรียไป พี่เซนะก็ต้องไปด้วย น้องไม่ต้องห่วงว่าเธอจะสร้างปัญหาหรอก”

            ชายหนุ่มหยุดเล็กน้อย ก่อนจะมองน้องสาว “การที่พี่พายูเรียไปด้วยเพราะไม่ต้องการให้เธอกลับไปเป็นเหมือนเมื่อวานนะ น้องก็เห็นไม่ใช่หรือว่า ยูเรียเป็นเช่นไร ขืนไม่หาทางทำอะไรบ้างมีหวัง เธอคงขังตัวอยู่ในโลกของตัวเองตลอดชีวิตแน่ๆ”

            คุณแม่และน้องสาวต่างนิ่งเงียบกับเหตุผลนี้ ไม่ใช่ว่าพวกเธอ หรือตระกูลเซริวจะไม่คิดแก้ไขเรื่องนี้ แต่ทั้งหมดไม่สามารถเปิดใจยูเรียได้ต่างหาก ดังนั้นเรื่องที่คิดจะแก้ไขเป็นอันพับไปได้เลย

            ริวมองน้องสาว ก่อนจะพูดว่า “พี่อยากสอนให้ยูเรียได้รับรู้ถึงความสนุกในวัยเด็ก และยังอยากสอนให้รู้ว่า โลกภายนอกนั้นมีอะไรมากกว่าที่เธอรู้นะ”

            “ริว ลูกแน่ใจนะว่าจะสามารถทำแบบนั้นได้นะ”รีก้าอดถามขึ้นมาไม่ได้ เธอรู้ดีว่าลูกชายอยากจะช่วยยูเรียจริงๆ แต่ใครจะรู้ว่าผลรับจะออกมาเป็นเช่นไร และถ้าเกิดผิดพลาดขึ้นมา ใครจะรับผิดชอบในเรื่อง นี้

            ชายหนุ่มมองรีก้าด้วยสีหน้าราบเรียบ “แม่ครับ ผมเองไม่รู้ว่าจะทำได้หรือเปล่า แต่จะให้ผมดูยูเรียขังตัวเองอยู่ในโลกส่วนตัว ผมคงทำไม่ได้ เอาเป็นว่าผมจะพยายามอย่างสุดความสามารถก็แล้วกัน อย่างน้อยที่สุด ผมก็อยากจะให้เธอได้รับรู้ว่า โลกใบนี้ยังมีสิ่งที่น่าสนใจอยู่อีกมากมาย แม้เธอจะพูดไม่ได้แต่ก็ยังสามารถทำสิ่งอื่นได้เหมือนคนทั่วไปนะครับ

            รีก้าและเทียน่าต่างนิ่งเงียบกับสิ่งที่ได้ยิน คุณแม่เอามือลูบหัวลูกชาย พร้อมกล่าวว่า”ลูกทำตามที่เห็นสมควรก็แล้วกัน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นพ่อกับแม่จะคอยช่วยลูกเอง”

            “หนูก็เหมือนกันคะ”เทียน่าพูดแทรกขึ้นมา

            คำพูดของแม่และน้องสาวทำให้ชายหนุ่มยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว สักพักริวก็บิดขี้เกียจ ก่อนกล่าวว่า “ผมว่าเรื่องเครียดๆเอาไว้แค่นี้ก่อนเถอะครับ  ผมขอตัวเข้าไปอาบน้ำก่อน  เดี๋ยวนะ ชุดของผมเสียหายไปหมดแล้วนี่  แบบนี้จะทำอย่างไงดี หรือว่าจะใส่เสื้อตัวเก่าไปเดินเที่ยวดีนะ”

            “พี่คะ ถ้าเป็นเรื่องนั้นไม่ต้องห่วงค่ะ หนูเตรียมชุดเอาไว้ให้แล้ว เดี๋ยวหนูไปเอามาให้เลยนะ”เทียน่าพูดแทรกขึ้นมาทันที  ไม่เพียงแค่นั้น เธอยังรีบวิ่งออกไปเอาเสื้อผ้าที่เตรียมไว้โดยไม่สนใจสีหน้าของพี่ชายแม้แต่น้อย

            (เวรกรรม  ผลสุดท้ายก็หนีไม่พ้นไอ้ชุดลิเกนั้นจริงๆใช่ไหมเนี่ย)ริวได้แต่ทำหน้าหมดหวัง เพราะดูเหมือนว่าเขาจะต้องใส่ชุดที่น้องสาวเตรียมไว้อย่างช่วยไม่ได้

            ขณะนั้นเองรีก้าก็ยื่นชุดเสื้อยืดลายการ์ตูน พร้อมกางเกงยีนตัวใหม่ให้กับลูกชาย ก่อนจะพูดอย่างยิ้มๆว่า

“แม่เอาชุดที่เสียหายไปซ่อมให้แล้ว ลูกรีบไปอาบน้ำเถอะ ขืน ชักช้าเดี๋ยว เทียน่ากลับมาแม่ไม่รู้ด้วยนะ อ้อ แม่วางผ้าเช็ดตัวอยู่ไว้ในห้องน้ำแล้ว จัดการใช้ได้เลย”

ริวรีบรับชุดมาด้วยความดีใจ ก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปเข้าห้องน้ำทันที เพราะขืนชักช้าเขาได้กลายเป็นพระเอกลิเกหลงโรงแน่ๆ

15 นาทีต่อมา

            ริวออกมาจากห้องน้ำด้วยสีหน้าสดชื่น ผิดกับน้องสาวที่กำลังนั่งหน้ามุ่ยเมื่อเห็นว่าชุดของเธอต้องกลายเป็นหมันไปอีกรอบ ชายหนุ่มทำท่าจะเดินเข้าไปปลอบน้องสาว แต่ถูกคุณแม่ส่งสายตาห้ามเอาไว้ หลังจากนั้นรีก้าก็หันไปกระซิบกับลูกสาว เพียงไม่ถึง 1 นาทีสีหน้าที่เคยหม่นหมองก็หายไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เทียน่าพยักหน้าถี่ๆ ก่อนจะพูดเบาๆว่า

            “จริงด้วยค่ะ แบบนั้นดีกว่าจริงๆนั่นละ งั้นหนูเอาชุดไปเก็บก่อนนะ”    

หลังจากเทียน่ารับปากเรียบร้อย เธอก็รีบวิ่งออกจากห้องไป ชายหนุ่มมองภาพตรงหน้าด้วยความสงสัย แต่ยังไม่ทันจะได้ถามอะไร คุณแม่ก็กวักมือเรียกให้ลูกชายมานั่งที่เตียง เมื่อเขานั่งลงแล้ว รีก้าก็หยิบของ 2 อย่างจากช่องว่างมิติส่งให้กับริว ของสิ่งแรกคือ กระบอกเอกสารที่เขาไปปล้นมาจากเจ้าหญิงโนเมล ส่วนอีกอย่างเป็นกระดาษ A4 ที่พับครึ่ง

ริวรับของทั้งสองอย่างมาอย่างงงๆ แต่ยังไม่ทันที่จะได้พูดอะไร รีก้าก็พูดขึ้นมาก่อนว่า “แม่แปลเอกสารโบราณแผ่นนี้เสร็จแล้วละ”

“จริงหรือครับ แล้วตกลงว่าได้ความว่ายังไงบ้างละ”

รีก้าก้มหน้าลงเล็กน้อย พร้อมพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เนื้อหาในเอกสารโบราณ แบ่งเป็น 3 ส่วน คือส่วนที่เขียนด้วยภาษาเอลฟ์โบราณ ส่วนที่ 2 เป็นภาพวาดทิวทัศน์ ส่วนสุดท้ายคืออักษรที่ช่วยแปลเอกสารที่ลูกนำกลับมาจากที่อยู่ของเทพแห่งสงคราม(บทที่ 21 ภาค 1)”

คุณแม่หยุดเล็กน้อย “ในส่วนที่เป็นภาษาเอลฟ์โบราณ แม่ใช้เวทคัดลอกเอกสารส่งไปให้ผู้เชี่ยวชาญที่อาณาจักรเอลฟ์ช่วยแปลแล้ว คาดว่าอีก 1-2วันน่าจะรู้ผล ส่วนที่เป็นภาพทิวทัศน์แม่คิดว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับเอกสารในส่วนที่หนึ่ง แม่ก็เลยยังไม่ได้ตรวจสอบอะไรมากนัก เอาไว้รอได้คำแปลในส่วนแรกค่อยตรวจสอบก็ยังไม่สาย”

“สรุปว่าไม่ได้อะไรสินะครับ”ริวพูดแทรกขึ้นมาด้วยความผิดหวัง

รีก้าจัดการดีดหน้าผากลูกชาย 1 ครั้ง “แม้แม่จะแปลเอกสารส่วนแรก และส่วนที่ 2 ไม่ได้ แต่เอกสารส่วนสุดท้ายแม่แปลให้แล้วละ”

ริวเปลี่ยนจากผิดหวังเป็นดีใจเพราะเนื้อความในส่วนที่ 3 นี่ล่ะที่เขาต้องการรู้มากที่สุด สักพักเขาก็ถามขึ้นว่า

“แล้วข้อความส่วนนี้เขียนอะไรเอาไว้หรือครับ”

คุณแม่ชี้ไปที่กระดาษ A4 ที่อยู่ในมือของริว พร้อมพูดว่า “เนื้อหาของมันอยู่ในมือของลูกแล้วล่ะ ลองอ่านดูเองเถอะ เพราะแม่ก็ไม่เข้าใจความหมายเหมือนกัน”

ริวหยิบกระดาษ A4 ขึ้นมาเปิดอ่านเนื้อหา แต่พอเห็นเนื้อหาที่เขียนเอาไว้ ชายหนุ่มถึงกับเอามือขึ้นมาจับหน้าผากด้วยสีหน้าตึงเครียด  พร้อมหันไปมองแม่เพื่อถามออกไป

“แม่ครับ แน่ใจนะว่านี่คือคำแปลของเอกสารที่ผมได้มานะ”

รีก้าพยักหน้าเบาๆ ชายหนุ่มถึงกับทำหน้าบอกบุญไม่รับไปพักใหญ่ ริวหันอ่านเนื้อหาอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าเขาไม่ได้ดูผิดไป ซึ่งเนื้อหาในจดหมายเขียนไว้ดังนี้

พื้น                        กลาง                        เหนือ                            ใต้                        สู่

ตรง                           ทิศ                       ทิศ                            ลง                           อยู่

ไป                             ไป                        กด                             ตั้ง                            หัน

หัน                           มังกรทอง               วิหคเพลิง                   พยัคฆ์ขาว                 เก็มบุ

 

เมื่อริวอ่านข้อความจบเป็นรอบที่ 2 เขาก็หันไปมองรีก้า ก่อนจะพูดตะกุกตะกัก “เอ่อ ผมไม่ได้คิดจะว่าคุณแม่หรอกนะครับ แต่มันพอมีความเป็นไปได้หรือไม่ ที่คุณแม่แปลความหมายตัวอักษรบางอย่างผิดไปนะ”

รีก้าถอนหายใจ “ในตอนแรกแม่เองก็คิดแบบเดียวกับลูกนี้ละ แม่เลยตรวจสอบทุกคำใหม่อีกหลายครั้ง แต่ผลที่ได้ก็เหมือนเดิม อ้อ ความจริงแล้วอักษรพวกนี้เรียงกันเป็นแถวเดียวนะ แต่เพื่อความสะดวกในการอ่าน แม่ก็เลยแบ่งเป็นแถวๆละ 5 คำ”

ริวนิ่งเงียบไปสักพัก ก่อนจะค้นหาบางอย่างในกระเป๋าคาดเอว ไม่นานเขาก็หยิบปากกาขึ้นมา ชายหนุ่มจัดการพลิกกระดาษA4 พร้อมลงมือเขียนอักษรทั้งหมดลงไปในกระดาษ

พื้น กลาง เหนือ  ใต้  สู่ ตรง ทิศ ทิศ ลง อยู่  ไป ไป กด ตั้ง  หัน  หัน  มังกรทอง  วิหคเพลิง  พยัคฆ์ขาว เก็มบุ

ชายหนุ่มพยายามอ่านเนื้อหาอีกหลายครั้ง แต่ก็ไม่ได้อะไรเลย จนในที่สุดเขาก็ยอมแพ้ ริวส่งของทั้ง 2 ชิ้นคืนให้กับคุณแม่ พร้อมพูดว่า

“ผมคงจะไม่มีปัญญาไขปริศนาพวกนี้แน่ คุณแม่เอามันกลับคืนไปเถอะครับ”

รีก้าส่ายหน้า ก่อนจะผลักของทั้งสองชิ้นคืนกลับไป “แม่ใช้เวทคัดลอกเอกสารโบราณเอาไว้แล้ว ส่วนคำแปลก็จำจนขึ้นใจเหมือนกัน ลูกเก็บของจริงเอาไว้กับตัวเถอะ เอาไว้มีโอกาสเจอหนูเลมอนอีกครั้ง ลูกค่อยคืนมันให้กับเธอก็แล้วกัน”

“หนูเลมอน? แม่หมายถึงองค์หญิงโนเมลหรือครับ”ริวถามขึ้นมาทันที

“ใช่จ๊ะ”รีก้ารับคำด้วยรอยยิ้ม

คิ้วของชายหนุ่มถูกขมวดเข้าหากัน สีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย “แม่ไปสนิทกับองค์หญิงตั้งแต่เมื่อไรหรือครับ? ถึงขนาดเรียกเธอว่าหนูเลมอนแบบนี้ ผมว่ามันไม่ธรรมดาแล้วนะ”

ดวงตาของคุณแม่เปล่งประกายแบบแปลกๆ รอยยิ้มที่มักจะเห็นเวลาดูละครโทรทัศน์ปรากฏขึ้นบนใบหน้า ก่อนจะตามมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสุขว่า

“เมื่อคืนนะจ๊ะ  พอดีแม่เอาเอกสารที่คัดลอกไปคืนให้หนูเลมอนที่ห้องพักในสถานทูต เพื่อขอให้เธอยกเลิกหมายจับลูกนะ แต่ใครจะคิดว่าพอพบหนูเลมอนที่นอนอยู่ในห้องเท่านั้น แม่ก็รู้สึก ปิ๊งเลย นะ”

“ไอ้คำว่า ปิ๊งเลย ที่ว่านี้มันคืออะไรหรือ?”

รีก้าทำหน้าครุ่นคิด “เอ่อ แบบว่ามันเป็นความรู้สึกเห็นแล้ว รักเลยนะ ยิ่งเห็นตอนที่หนูเลมอนร้องไห้ด้วยแล้ว ความรู้สึกสงสารก็เพิ่มมากขึ้นไปอีก ดังนั้นแม่จึงเข้าไปคุยกับเธอนะ”

ริวยกมือซ้ายมาจับที่หน้าผาก ขณะเดียวกันก็ยกมือขวาขึ้นมาห้าม “เดี๋ยวนะครับ แม่กำลังจะบอกว่าตัวเองเดินเข้าไปสถานทูตเพื่อคุยกับองค์หญิงโนเมลแบบตรงๆนี่นะ แล้วคนที่สถานทูตไม่ทำอะไรบ้างเลยหรือ? ”

            “ไม่นี่จ๊ะ ดูเหมือนว่าคนในสถานทูตจะเพลียกับเรื่องที่เกิดขึ้น จนหลับไปแบบไม่รู้เรื่องนะ เอาเป็นว่าพวกเราอย่าสนใจเรื่องแบบนี้เลยนะ”รีก้าตอบแบบยิ้มๆ ผิดกับชายหนุ่มที่ได้ฟัง ริม ลำคอของเขาถึงกับแห้งผาก ชนิดที่ว่าน้ำลายที่จะให้กลืนก็ยังไม่มี แม้ท่าทางจะยังคงนิ่งเฉยเป็นปกติ แต่สีหน้าค่อยๆซีดลงทีละนิด จนตอนนี้แทบจะไม่มีสีอยู่แล้ว

            (พระเจ้าช่วยกล้วยทอด อย่าบอกนะว่าคุณแม่ใช้เวททำให้คนทั้งสถานทูตหลับกันหมด ก่อนจะเดินเข้าไปคุยกับเจ้าหญิงโนเมลตัวต่อตัว นี่มันยิ่งกว่าผู้ก่อการร้ายอีกนะ)

            รีก้ามองลูกชายเหมือนจะรู้ว่าคิดอะไรอยู่ เธอยิ้มหวาน “เรื่องปลีกย่อย ลูกอย่าไปสนใจเลย ถึงอย่างไงมันก็ไม่สำคัญหรอกจ้า เอาเป็นว่าแม่จะสรุปเนื้อหาที่คุยกับหนูเลมอนให้ฟังก็แล้วกัน”

            (แม่ครับ แม่ควรจัดลำดับความสำคัญเรื่องราวใหม่ดีกว่านะ  ผมว่าเรื่องปลีกย่อยที่แม่พูดถึงมันน่าจะสำคัญที่สุดไม่ใช่หรือ? แล้วทำไมถึงได้บอกว่าอย่าไปสนใจละครับ) ริวคิดขึ้นมาด้วยสีหน้าเจื่อนๆ

“เหตุผลหลักที่หนูเลมอนมาที่ประเทศไทยก็เพื่อตามหาคนอ่านอักษรเอลฟ์นั่นเอง โดยเธอเชื่อว่าเอกสารโบราณจะนำทางเธอไปหาน้ำอมฤตที่สามารถรักษาทุกโรคได้นะ”

            “น้ำอมฤต? รักษาทุกโรค? ตกลงยัยองค์หญิงนั่นบ้าหรือเปล่า ถึงได้เชื่อเรื่องไร้สาระแบบนี้”ริวถามขึ้นในขณะที่ในใจกลับคิดอีกอย่าง

            (น้ำอมฤตที่รักษาทุกโรคงั้นหรือ? ทำไมผมรู้สึกว่าเคยได้ยินเรื่องแบบนี้ที่ไหนนะ)

            -น้ำจากใบไม้ของต้นไม้แห่งโลกยังไงล่ะ มันมีคุณสมบัติในการรักษาทุกโรคเหมือนกับน้ำอมฤตเลย–

เสียงของเท็ดดี้ดังแทรกขึ้นมาในหัวของริว  ขณะเดียวกันรีก้ายังคงพูดต่อไปว่า “แม่เองก็ถามเช่นนั้นเหมือนกัน แต่หนูเลมอนได้บอกว่า ตำนานเกี่ยวกับเอกสารโบราณแผ่นนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงเมื่อ 250 ปีก่อน ผู้ที่พบเอกสารโบราณชิ้นนี้ บอกไว้ว่า เอกสารชิ้นนี้ปรากฏออกมาจากบนฟ้าพร้อมกับขวดใส่น้ำยาสีเขียว 1 ขวด ในตอนนั้นคนที่พบเองก็เป็นโรคที่รักษาไม่หายเหลือก็แต่รอเวลาตาย  พอเขาได้ดื่มยาในขวดลงไป มันก็ทำให้อาการต่างๆหายไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน  

นับจากนั่นมาน้ำยาในขวดก็ถูกเรียกว่า น้ำอมฤต  ส่วนเอกสารโบราณก็ถูกยึดถือว่าเป็นแผนที่ที่ใช้บอกถึงแหล่งที่อยู่ของน้ำอมฤต  เอกสารโบราณได้ผลัดเปลี่ยนมือไม่รู้กี่ครั้ง จนในที่สุดก็ตกมาเป็นของสมบัติประจำราชวงศ์ของหนูเลมอนนะ”

            คุณแม่หยุดเล็กน้อย “หลังจากฟังเรื่องราวของหนูเลมอนจบแล้ว เธอก็บอกถึงสาเหตุที่ต้องตามหาน้ำอมฤตนะ  ตอนนี้คุณพ่อของเธอได้รับบาดเจ็บสาหัส น้ำอมฤตจึงเป็นสิ่งที่เดียวที่จะรักษาพ่อของเธอได้ แม้มันจะเป็นแค่เศษเสี้ยวของความหวังก็ตาม”

            “ท่าทางผมจะทำเรื่องไม่ดีกับเธอลงไปแล้วสินะ”ริวพูดขึ้นมา ก่อนจะก้มหน้าสำนึกผิดในสิ่งที่ทำลงไป  การแย่งชิงความหวังอันน้อยนิดจากผู้แสวงหาความหวัง มันเป็นอะไรที่เขารับไม่ได้จริงๆ

            รีก้าลูบหัวลูกชายเป็นการปลอบ “ลูกอย่าได้เสียใจไปเลย แม้สิ่งที่ลูกทำลงไปจะแย่งชิงความหวังอันน้อยนิดมาจากเธอ แต่มันกลับได้มอบ ความหวังครั้งใหม่ให้กับหนูเลมอนด้วย”

            ชายหนุ่มมองหน้าคุณแม่อย่างงงๆ รีก้าจึงอธิบายขึ้นมา “ตอนที่ริวช่วยหนูเลมอน ลูกยังช่วยผู้ชายอีกคนเอาไว้ด้วยใช่ไหมล่ะ”

            “ใช่ครับ”

            “เพราะเหตุนั้นล่ะ ที่ทำให้ลูกกลายเป็นความหวังใหม่ของหนูเลมอน ”

            ริวถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย “องค์หญิงโนเมลคงต้องการให้ผมไปช่วยรักษาพ่อของเธอใช่ไหม”

            “ถูกต้องแล้วจ๊ะ แต่ลูกไม่ต้องกังวลนะ แม่ได้มอบดอกกุหลาบคริสตัลให้กับหนูเลมอนเพื่อเอาไปรักษาคุณพ่อแล้ว  หนูเลมอนเองก็บอกว่า ถ้าพ่อของเธอหายเป็นปกติแล้ว เธอจะไม่เอาความเรื่องที่ลูกทำลงไปนะ”

            “สรุปว่าทุกอย่างจบแล้วใช่ไหมครับ”

            รีก้ายิ้มบางๆ “ยังจ๊ะ เอ่อ จะว่ายังไงดีล่ะ หนูเลมอนมีข้อแม้บางอย่างแนบท้ายมาด้วยนะ เธอบอกว่าถ้าไม่ทำตาม เธอจะถือว่าเรื่องทั้งหมดเป็นโมฆะนะ”

             “ข้อแม้ขององค์หญิงโนเมล มันคืออะไรหรือครับ”ริวทำสีหน้าอยากรู้อย่างเห็นได้ชัด

            รีก้ายังคงยิ้มหวาน “หนูเลมอนบอกว่า เมื่อเธอกลับมาประเทศไทยอีกครั้ง เธอต้องพบลูกเป็นการส่วนตัวนะ 

            ชายหนุ่มขมวดคิ้วเข้าหากัน “ตกลงว่ายัยองค์หญิงโนเมลยังแค้นผมอยู่สินะ ถึงได้นัดออกไปพบเป็นการส่วนตัวแบบนี้ เฮ้อ  มีคู่กรณีเป็นถึงเจ้าหญิงแบบนี้ มีหวังโดนกระทืบคางเหลืองแน่ๆ”

            คำพูดของของริวทำเอาเท็ดดี้ และคุณแม่ต่างถอนหายใจด้วยความเหนื่อยหน่าย เท็ดดี้มองรีก้าพร้อมถามว่า

            “ยัยหนูรีก้า นี่เจ้าเลี้ยงไอ้ริวมาแบบไหนกันนะ ขนาดเรื่องง่ายๆแค่นี้มันยังจะไม่รู้อีก เฮ้อ เสียชาติเกิดเป็นผู้ชายจริงๆนะ”

            รีก้าเอามือทั้ง 2 ข้างขึ้นมาปิดหน้า ก่อนจะก้มหน้าลงเล็กน้อย “โธ่ ริว ลูกนี้มันใช่ไม่ได้จริงๆ ขนาดหนูเลมอนแสดงออกถึงขนาดนี้แล้วแท้ๆ ยังเข้าใจผิดได้อีกหรือ?”

            ริวทำหน้างงๆ ก่อนจะนึกบางอย่างขึ้นมาได้ “แม่ครับ หรือว่าการที่องค์หญิงต้องการพบผมเป็นเพราะเธอชอบผมหรือ?”

            รีก้าและเท็ดดี้ต่างมองชายหนุ่มด้วยสีหน้าโล่งใจ  อย่างน้อยริวก็ไม่ได้ซื่อ(จน)บื้อในเรื่องนี้มากนัก แต่ขณะที่ทั้งคู่กำลังโล่งใจนั้น เสียงของชายหนุ่มก็ดังต่อว่า

            “ถ้างั้น แม่ช่วยบอกปฏิเสธองค์หญิงให้ผมทีเถอะ จะอ้างว่าเธอดีเกินไป ฐานะพวกเราต่างกัน หรือ จะอ้างว่าผมเป็นโรคติดต่อร้ายแรง มีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นานก็ได้ครับ”

            รีก้ามองลูกชายอย่างสงสัย ก่อนจะถามว่า “เอ่อ นี่ลูกไม่ชอบหนูเลมอนเลยหรือ? แม่คิดว่าเธอเป็นผู้หญิงในแบบที่ลูกชอบเลยนะ”

            (น่าแปลก คุณแม่มารู้จัก ผู้หญิงในสเป็คของผมได้ยังไงกัน หรือว่า แม่จะเห็นหนังสือ.....ที่อยู่ใต้เตียงของผม ซวยแล้วไง  นั่นมันหนังสือที่ไอ้แก่น กับไอ้ศรยัดเหยียดให้มาต่างหาก ผมไม่ได้ชอบผู้หญิงแบบนั้นเลย คุณแม่เข้าใจผิดแล้วครับ )

            แม้ริวจะคิดเช่นนั้น แต่เขาก็ไม่กล้าจะบอกออกไปตามตรง มีลูกชายคนไหนบ้างที่กล้าพูดเรื่องหนังสือ.....กับคุณแม่  ดังนั้นชายหนุ่มจึงตอบแม่ไปว่า

“มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าชอบ หรือไม่ชอบครับ แต่ผู้หญิงที่เต็มไปด้วยออฟชั่นเสริมขนาดนั้น ต่อให้ตายผมก็ไม่คิดจะคบหาดูใจด้วยแน่ คิดดูนะ ถ้าคบหากันจริงๆ ผมก็ต้องทิ้งความฝันที่จะเป็นเปิดร้านอาหาร  ไหนจะต้องเรียนรู้อะไรอีกมากมายเพื่อให้เหมาะสมกับเธอ  ไหนจะต้องมานั่งระวังพวกผู้ก่อการร้ายที่เจอบนเรือนะ เฮ้อ  ถ้าคบกับผู้หญิงเพียงคนเดียวแล้วต้องแบกรับเรื่องราวขนาดนี้ ผมขออยู่เป็นโสดดีกว่าครับ”

            รีก้ามองลูกชายด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูกว่า ภูมิใจในตัวลูกชายที่ยังคงยึดมั่นในเส้นทางที่ตัวเองเลือกอย่างไม่หวั่นไหว หรือ ความเสียใจที่ลูกชายเลือกความฝัน มากกว่าสาวสวยที่สมบูรณ์แบบ  คุณแม่ถอนหายใจเบาๆ

            “เข้าใจแล้วล่ะ แม่จะไม่พูดเรื่องหนูเลมอนอีกแล้วล่ะ แต่ว่าอย่างน้อยที่สุดลูกควรไปพบเธอสักครั้ง นะ ลูกจะได้เอาของไปคืนพร้อมขอโทษในสิ่งที่ทำลงไปก่อนหน้านี้ด้วย ”

            ริวจ้องมองกระบอกเอกสาร ก่อนจะรับปากด้วยน้ำเสียงหนักแน่น“เข้าใจแล้วครับ เอาตามที่คุณแม่บอกก็ได้”

            คุณแม่พยักหน้าด้วยสีหน้าราบเรียบ แต่ก่อนที่เธอจะพูดอะไรต่อ ประตูห้องพักก็เปิดขึ้นอีกครั้ง  เทียน่าในชุดเสื้อยืดลายขวาง ตัวกระโปรงผ้าชีฟอง  ดีเทลกระโปรงแต่งระบายชั้นๆ  ได้เดินเข้ามาพร้อมพูดว่า

            “พี่คะ หนูเตรียมตัวเสร็จแล้ว พวกเราไปกันเถอะ”

            รีก้ามองลูกสาว ก่อนจะหันไปพูดกับลูกชายว่า “เอาเป็นว่าพักเรื่องที่พูดเอาไว้แค่นี้ก็แล้วกันนะ”

            ริวพยักหน้าพร้อมพับกระดาษ A4 ใส่กระเป๋าคาดเอว ส่วนกระบอกเอกสารส่งคืนให้รีก้า พร้อมกล่าวว่า

“แม่ครับ ผมว่ากระบอกเอกสารนี้ให้แม่เป็นคนเก็บไว้ก่อน ขืน ผมทิ้งไว้ที่นี่มันก็อันตรายเกินไป แต่ถ้าเอาไปด้วยก็กลัวจะทำหล่นหายกลางทางนะครับ”

            คุณแม่ได้แต่ยอมรับตามที่ลูกชายขอ เมื่อริวส่งกระบอกเอกสารให้กับเธอแล้ว เขาก็เดินไปหาน้องสาว แต่ก่อนที่จะออกจากห้อง ริวกลับเดินเข้าไปหารีก้าอีกครั้งด้วยสีหน้าเคร่งเครียด 

“แม่ครับ แม่ลืมอะไรหรือเปล่า”

รีก้าทำหน้างงๆ “ไม่มีนี่ แม่คิดว่าบอกทุกอย่างไปหมดแล้วนะ”

“มีครับ แถมยังสำคัญมากๆด้วย”เสียงอันเคร่งเครียดของริวดังขึ้นอีกครั้ง เขาแบมือออกไปตรงหน้า ก่อนจะพูดต่อว่า

“แม่ขอเงินด้วยครับ”

รีก้าอึ้งไปพักใหญ่ ก่อนจะหัวเราะเบาๆ “ที่แท้เรื่องนี้เองหรือ?”

ริวหน้ามุ่ย“โธ่ แม่ครับ ผมกำลังไปเที่ยว เอ๊ย ไปซื้อวัตถุดิบนะครับ ถ้าไม่มีเงินติดตัว ผมจะซื้อวัตถุดิบได้ยังไงละ”

“ถ้าเป็นเรื่องเงินแม่ให้เทียน่าเอาไว้แล้วละ ลูกอยากได้อะไรก็บอกน้องก็แล้วกัน และนี่เงินสำหรับเอาไว้ซื้อของที่อยากจะได้นะ”รีก้าพูดพร้อมหยิบถุงบางอย่างส่งให้กับลูกชาย

ริวเปิดถุง เขาเห็นเหรียญทองจำนวนหนึ่งถูกบรรจุอยู่ในนั้น เขามองเหรียญทองในมืออย่างงงๆ รีก้าจึงอธิบายว่า

“ในริเดียมีหน่วยเงินเป็น Gold (G) นะจ๊ะ และ 1 Gก็มีค่าประมาณ 5 บาทนะจ้ะ”

ชายหนุ่มยกเหรียญทองขึ้นมาสำรวจ เหรียญทองมีขนาดพอๆกับเหรียญ 10 บาท เพียงแต่ดูจะหนากว่า 3 เท่า แต่น้ำหนักกลับน้อยกว่าเหรียญบาทเสียอีก  ด้านหน้าของเหรียญเป็นรูปดาบอัศวิน และคทาจอมเวทไขว้กัน ส่วนด้านหลังกลับเป็นรูปพระอาทิตย์  

“นี่เป็นเหรียญทองคำแท้หรือเปล่าครับ?”ริวถามขึ้นทันที เพราะถ้าใช่ เหรียญในถุงก็มีค่ามหาศาลในโลกมนุษย์เลยล่ะ

“ไม่ใช่จ๊ะ นี่คือทองคำเฟย์ มันเป็นทองคำที่เกิดจากการเล่นแร่แปรธาตุนะ การจะสร้างทองคำแบบนี้ขึ้นมาจำเป็นต้องได้รับส่วนผสมสำคัญจากผู้ปกครองทั้ง 7 รัฐก่อนจึงจะสามารถสร้างขึ้นมาได้ และ ข้อดีของทองคำพวกนี้คือ น้ำหนักเบา นอกจากนั้นถ้านำทองคำเฟย์ไปยังโลกมนุษย์ ทองคำพวกนี้ก็จะสลายไปทันทีเช่นกันนะ”

ริวมองเหรียญทองด้วยความเสียดาย ก่อนจะใส่มันลงในถุงอีกครั้ง จากนั้นเขาก็ยกมือขึ้นมา“แม่ครับ แล้วในถุงนี้มีกี่ G หรือ?”

“100 Gนะ ถ้าลูกอยากจะได้อะไรที่เกินกว่านั้นก็บอกเทียน่าก็แล้วกันนะ”

“เข้าใจแล้วครับ” ริวพยักหน้า ก่อนจะจัดการเก็บเหรียญลงกระเป๋าคาดเอว สักพักเขาก็ออกจากห้องไปหาน้องสาวที่คอยอยู่


////////////////////////////////////////////////////////

    มาลงของอาทิตย์นี้ให้แล้วนะครับ

ก่อนอื่นขอแจ้งข่าวไว้ล่วงหน้า
1.เนื่องจากช่วงนี้ผมวุ่นมากๆ ใครเป็นแฟนนิยายเก่าน่าจะรู้ดีว่าช่วง ปลายมิ.ย. - ต้นก.ค. เป็นช่วงที่ผมยุ่งสุดๆเพราะบ้านขายเครื่องพระ (งานเข้าพรรษาที่ทำตั้งแต่เช้า -ดึก ไม่ว่างจริงๆ) ดังนั้นผมจะขอกำหนดวันลงครั้งต่อไปนะครับ
              ตอนที่ 11 จะลงให้วันที่ 1 ก.ค. 2557 เวลา 0.00 น.
         ตอนที่ 12 จะลงให้วันที่ 14 ก.ค 2557 เวลา 0.00 น.
จากนั้นก็จะกลับมาลงตามปกติในวันเสาร์ ไม่ก็วันอาทิตย์นะครับ


2. เนื่องจากอาจจะมีหลายท่านมาแอบดูตอนใหม่เพื่อว่าคนเขียนจะลง ดังนั้นขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่าคงไม่ไหวแน่นอน ถ้าผ่านช่วงนี้ไปแล้วอาจจะลงชดเชยให้ (อันนี้ไม่สัญญานะ เดี๋ยวทำไม่ได้จะโวยวายขึ้นมา)

3. คอมเมนต์ทุกคอมเม้น ผมอ่านหมดครับ และมีอยู่ 2 คอมเม้นที่บอกว่า อ่านแล้วรู้สึกตัวเองกลับไปกลับมา ไม่ก็อ่านแล้วขัดๆยังไงก็ไม่รู้
-เรื่องนี้ผมขอยอมรับครับ อย่างตอนที่ 9 ที่ผ่านมา ผมเองก็ไม่ได้มีเวลาตรวจทานอะไรมากเพราะงานเยอะจริงๆ แต่ผมขอสัญญษว่าจะปรับปรุงครับ และจะแต่งให้สนุกไม่แพ้ภาค 1 แน่ๆ (การที่ภาค 1 อ่านแล้วไม่รู้สึกติดขัดเพราะ แก้ประมาณ 20-30 รอบได้ แต่ภาคนี้แก้แค่ 7-8 รอบเองเลยทำให้ไม่สนุกเท่าที่ควร ต่อไปนี้จะเน้นให้คุณภาพสูงขึ้นกว่าเดินครับ)

4. สุดท้าย ตอนนี้ถือว่าเป็นตอนเครียดสุดท้ายของช่วงแรกแล้วละ หวังว่าทุกคนคงจะไม่เครียดมากนักนะครับ

5. เกือบลืม คำถามในเรื่องไม่ต้องไปเครียดกับมันนะ เนื่องจากบางส่วนที่จะใช้เฉยปริศนายังไม่ออกมา(ในนิยาย) น่าจะอีก 3 ตอนได้(สปอร์ ตอนที่ชื่อว่า คนธรรมดา กับอาวุธวิเศษที่(ไม่)ธรรมดา)
แต่ใครอยากรู้คำตอบก็ไม่ยากครับ(เพราะนี้คือคำถามที่หลานสาว(ป.2)ผมคิดขึ้นตอนดูการ์ตูน รันทาโร่ )
คำใบ้ ไปซื้อยาสีฟันดารี่ 20 บาท ก็ถอดรหัสออกแล้วละ

ปล. ผมไม่ไหวแล้ว ขอตัวไปนอนก่อนนะครับ
ปล2. ใครจะติดชม หรือแนะนำเพิ่มเติม บอกได้ที่เฟสนะครับ
ปล3. ถึงคุณจอมโจร พอดีช่วงนี้ยังไม่ว่างจริงๆ เลยยังไม่ได้ลงรูปใหม่(รีก้าผมสั้นเสียที) จึงต้องขออภัยมานะที่นี้ด้วย

สุดท้าย
            ถึงคนที่บก.ดึงตัวมาช่วยงานนะครับ ผมขอกราบขอพระคุณที่เสียเวลาช่วยตรวจนิยายให้ เพราะการตรวจของคุณทำให้ผมได้แง่คิดมากมาย โดยเฉพาะคำขาด-คำเกินที่ผมติดเป็นนิสัย นับจากนี้จะพยายามแก้ไขในจุดนี้ครับ ถ้าคุณได้อ่านข้อความนี้ ผมขอขอบคุณจากใจ และผมจะพยายามเขียนนิยายขให้ดีขึ้นกว่านี้อย่างแน่นอนครับ


                                        

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 150 ครั้ง

81 ความคิดเห็น

  1. #6447 Harm. (@tanzanaza) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 4 กันยายน 2558 / 21:34
    ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกับริวกันแน่ เป็นไข้อ่อนๆเนี่ย สงสารริวจัง ทำไมมีแต่หายนะเข้ามาหา 555
    #6447
    0
  2. #4667 8lek (@8lek8) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2557 / 09:35
    สนุกมากๆค่ะ ^^



    #4667
    0
  3. #4449 Kuroko Tetsuya_kun (@phingpin) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2557 / 10:19
    เรื่องสำคัญของแกคือ เงินเองเหรอเนี่ย นึกว่าอะไร =_=
    #4449
    0
  4. #4349 Pluem_ZT (@ptph-pa) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2557 / 12:34

    ประมาณนี้รึปล่าว.......

    .

    .

    มังกรทองกดลงสู่พื้น

    วิหกเพลิงตั้งอยู่ตรงกลาง

    พยัคฆ์ขาวหันไปทิศเหนือ

    เกมบุหันไปทิศใต้

    #4349
    0
  5. #4331 Theknight Lordhero Kan (@kansakan) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2557 / 18:04
    อยากให้ริวหาแฟนได้แล้วว จะขึ้นคานหมดแล้วครับผู้หญิงเรื่องนี้ 555 หรือจริงๆแล้วริวมันชอบเด็ก...
    #4331
    0
  6. #4319 นายตัวร้าย (@aom084495) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2557 / 14:16
    สนุกมากเลยจ้า
    #4319
    0
  7. #4309 chom_nut (@chom_nut) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2557 / 11:41
    ฮาเร็มเถอะ +_+
    #4309
    0
  8. #4232 PiLii (@pinepilins) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2557 / 00:12
    เฮ้ย นี่เอาจริงดิริว รู้สึกว่าเป็นเจ้าริวนี่เหนื่อยดีแท้ ปล.อยากรู้ที่มังกรฟ้าให้มา เพราะไรกันนะ
    #4232
    0
  9. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  10. #4207 Mr.Blackystar[Blackcat] (@ballloat) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2557 / 16:44
    คุณแม่ให้เงินไปเที่ยวน้อยจัง
    #4207
    0
  11. #4110 watch012 (@watch012) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2557 / 14:33
    เรื่องราวสนุกมากๆ ค่ะ ติดตามตอนต่อไป อิ อิ
    #4110
    0
  12. #4109 ฮัดชิ่ว~ (@-darkcatz-) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2557 / 13:58
    สนุกมากเลย
    อยากอ่านตอนริวทำอาหารจัง
    #4109
    0
  13. #4084 คุณชายปานเทพ (@mayd007) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2557 / 13:24
    ริวนายจะเก่งหรือจะโง่เอาซะอย่างสิ อิอิ
    #4084
    0
  14. #4082 sam555 (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2557 / 03:57
    สนุกมากครับ
    #4082
    0
  15. #4080 The Golden Fleece (@fnaklggewrwrweq) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2557 / 20:42
    สนุกมากๆคับ ^ ^
    #4080
    0
  16. #4077 000 (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2557 / 11:45
    ถ้าหนูเลมอนเรียกไปกระทืบจริงๆตามที่ริวคิดจะเป็นไงอะ
    #4077
    0
  17. #4076 The Loner (@deartears) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2557 / 18:26
    ติดตามต่อไป
    #4076
    0
  18. #4071 Mingi Xronos (@undernetwork) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2557 / 18:06
    มังกรทอง กด ลง สู่ พื้น
    วิหคเพลง ตั้ง อยู่ ตรง กลาง
    พยัคฆ์ขาว หัน ไป ทิศ เหนือ
    เก็มบุ หัน ไป ทิศ ใต้

    เป็นพัซเซิ่ลล่าสมบัติสิน้า น่าหนุกจัง
    #4071
    0
  19. #4068 Memphis (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2557 / 12:02
    ผมว่าเปลี่ยนจากสาวใช้ที่ดูแลยูเรียเป็นพี่เลี้ยงจะดูดีกว่านะครับ ถ้าริวมันจะพูดให้เกียรติเหล่าสาวใช้แบบนี้ ใช้คำว่าสาวใช้มันคล้ายๆกะคนใช้อะครับ ใช้คำว่าคุณเมดก็ได้น่ารักดี
    #4068
    0
  20. #4067 JayseII (@fangseeda) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2557 / 10:26
    เคี๊ยกๆ ยังไงก็จะรอครับท่าน
    #4067
    0
  21. #4065 NuMaple (@numagicpen) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2557 / 23:10
    สนุกมากกกก สู้ๆนะริววว
    #4065
    0
  22. #4064 arij-joint (@arij-joint) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2557 / 22:33
    เจ้าริวอาจเข้าใจผิดว่าตัวเองเป็นคนธรรมดาก็ได้นะ เพราะดูไงๆก็ไม่มีความธรรมดาอยู่ในตัวเลยอ่ะ -_-
    #4064
    0
  23. #4063 Noeynoonni (@wakiewoof) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2557 / 22:12
    5555+ เอาจริงๆ คนที่เข้าใจผิดมากที่สุดอาจจะเป็นพ่อแม่ริวก็ได้นะ เฮอๆๆๆ ริวมันธรรมดาซะที่ไหน
    #4063
    0
  24. #4060 JENNYHA (@jennyha) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2557 / 17:38
    มันเกิดอะไรขึ้นกับริวอะ จะปูเสื่อรอเลยคะ
    #4060
    0
  25. #4058 แสงรัตติกาล (@prang9210) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2557 / 16:51
    หนึ่งคนที่(อาจจะ)มีฮาเร็มส่วนตัว ฮะฮ่าฮ่า คนธรรมดาที่มีคนรอบข้างไม่ธรรมดา นิสัยไม่ธรรมดา มีของไม่ธรรมดาจริงๆ

    เห็นงานไรเตอร์เยอะๆ ดูแลสุขภาพด้วยนะคะ
    #4058
    0