I am normal ผมนี้ละคนธรรมดา

  • 93% Rating

  • 158 Vote(s)

  • 544,275 Views

  • 7,786 Comments

  • 9,111 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    698

    Overall
    544,275

ตอนที่ 45 : บทที่ 12.1 คนธรรมดา กับ ราชินีแห่งเอลฟ์ ตอนที่ 2 เพิ่ม 12 หน้าครับ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21079
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 207 ครั้ง
    24 ก.ค. 57

       

                                       บทที่ 12

                   คนธรรมดา กับ ราชินีแห่งเอลฟ์ ตอนที่ 2

 

            “........”ความรู้สึกอันหลากหลายต่างแสดงออกบนใบหน้าของชายหนุ่มอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกตกใจ มึนงง เหนื่อยหน่าย บอกบุญไม่รับ หรือแม้กระทั่งความรู้สึกเห็นใจหญิงสาวตรงหน้า สักพักเขาก็เอามือขึ้นมาจับหน้าผากด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก

            (เท็ดดี้ นายช่วยเตือนผมด้วยนะ ถ้ากลับไปโลกมนุษย์เมื่อไร ผมอยากจะไปทำบุญสะเดาะเคราะห์ ต่อชะตาสัก 9 วัด ไม่สิ เอาเป็นว่าผมขอไปถือศีล 8 ที่วัดสัก 15 วันก็แล้วกัน เพื่ออะไรมันจะดีขึ้นบ้าง )

            -ริว ข้าว่าแค่นั้นมันคงไม่พอหรอก อย่างแกควรจะไปบวชสัก 10 พรรษาน่าจะดีกว่า อย่างน้อยๆพอสึกออกมา แกจะได้มีความคิดเหมือนคนปกติบ้าง –

            คิ้วทั้ง 2 ของชายหนุ่มขมวดเข้าหากัน (ไอ้เท็ดดี้  แกพูดอย่างนี้หมายความว่ายังไงกันฟะ)

            -มันจะอะไรอีกละ ขนาดเวลาตึงเครียดอย่างนี้ แกยังมีความคิดไร้สาระได้อีกนะ ข้าละเหนื่อยใจกับความคิดแต่ละอย่างของแกจริงๆ หัดสนใจเหตุการณ์ตรงหน้าบ้างสิดว้ย –

            ริวทำท่าจะโต้ตอบกลับไป แต่เสียงของนายหญิงก็ถามขึ้นมาอีกครั้ง “ตกลงว่าเป้าหมายที่แท้จริงของพ่อหนุ่มคืออะไรกันแน่จ๊ะ”

            ชายหนุ่มยกมือขึ้นมาเกาแก้ม “แม้ผมจะบอกว่าทุกอย่างที่พูดไปเป็นความจริง คุณผู้หญิงก็คงจะไม่เชื่อสินะครับ”

            หญิงสาวยกชาขึ้นมาดื่มด้วยท่าทางสง่างาม แล้วตอบกลับด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ใช่จ๊ะ”

            ริวส่ายหน้าช้าๆด้วยความเหนื่อยใจ เขาตัดสินใจลุกขึ้นยืน และหลังเดินจากไปทันที การกระทำของชายหนุ่มส่งผลทำให้ท่านอวานและหญิงสาวที่นั่งอยู่ต่างทำหน้าสงสัย

            “เดี๋ยวสิ นี่เธอกำลังจะไปไหนนะ”เสียงของนายหญิงร้องห้ามขึ้นมาทันที

            ริวมาเดินหยุดที่ประตู ก่อนจะหันกลับไปตอบว่า “ผมก็จะไปทำธุระของตัวเองต่อนะสิครับ”

            นายหญิงและอวานที่ฟังถึงกับทำหน้างงๆ สักพักหญิงสาวก็ลุกขึ้นถามว่า “แล้วสาเหตุที่เธอมาพบฉันล่ะ เธอไม่คิดจะบอกหน่อยหรือ?”

            “เฮ้อ ผมบอกความจริงไปหมดแล้วครับ  ถ้าคุณผู้หญิงไม่ยอมเชื่อ ผมก็จนปัญญา ”ริวแบมือทั้ง 2 ข้างออก จากนั้นเขาก็เปิดประตูเพื่อจะออกไปจากร้านเค้ก

            นายหญิงได้แต่เฝ้ามองชายหนุ่มที่เดินจากไป อวานเดินเข้ามายืนข้างกายหญิงสาว “นายหญิงต้องการให้กระผมไปตามเด็กคนนั้นกลับมาถามไหมครับ”

            หญิงสาวทำหน้าครุ่นคิดอยู่สักพัก “ไม่ต้อง ดูเหมือนว่าเป้าหมายของเด็กคนนั้น สำเร็จแล้วล่ะ”

            “สำเร็จแล้ว? นายหญิงหมายความยังไงครับ”

            นายหญิงยกชาขึ้นมาดื่มด้วยท่าทางสงบ “สิ่งที่เด็กคนนั้นต้องการคือ  มาให้ฉันเห็นหน้าเท่านั้นเอง”

            “มาให้นายหญิงเห็นหน้า? เอ่อ กระผมว่านายหญิงพูดผิดแล้วนะ ที่ถูกคือ เขามาเพื่อเห็นหน้านายหญิงมากกว่านะครับ”

            นายหญิงส่ายหน้าเป็นการปฏิเสธ“ไม่หรอก ถ้าเด็กคนนั้นต้องการเห็นแค่หน้าของฉัน เขาควรจะเฝ้ามองอยู่ห่างๆก็พอแล้ว แต่การที่เขาแสดงตัวให้เห็นแบบนี้  ต้องมีเหตุผลอย่างอื่นแอบแฝงอยู่อย่างแน่นอน และ การที่เขายอมกลับไปโดยไม่ทำอะไรเลย นั่นก็หมายความว่า เป้าหมายของเขาสำเร็จแล้วนั่นเอง”

อวานเผลอพยักหน้ายอมรับเหตุผลโดยไม่รู้ตัว หญิงสาวจึงพูดต่อไปว่า “เมื่อนำเหตุการณ์ทั้งหมดมารวมกัน เหตุผลเดียวที่พอจะเป็นไปได้มากที่สุดคือ เด็กคนนั้นต้องการให้ฉันเห็นใบหน้าที่สร้างขึ้นมาด้วยเวทมายาชั้นสูงนั่นเอง”

             “เด็กคนนั้นจะทำแบบนั้นไปทำไมกันครับ ผมไม่เห็นว่ามันจะเกิดประโยชน์อะไรเลย”อวานรีบยังคงทำหน้าไม่เข้าใจว่า สิ่งที่นายหญิงต้องการจะสื่อ

หญิงสาวที่เห็นเช่นนั้นก็อธิบายเพิ่มเติม“ท่านอวาน ลองนึกถึงปฏิกิริยาของท่านเมื่อสักครู่ แล้วจะท่านจะเข้าใจว่าเด็กคนนั้นต้องการอะไร”

            ชายเคาดำทำหน้าคิดหนักอยู่นาน ก่อนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ “นายหญิงครับ หรือว่าสิ่งที่เด็กคนนั้นต้องการคือ ให้พวกเราตามหาคนที่มีใบหน้าเหมือนเขาในเวลานี้ “

            “ถูกต้อง”หญิงสาวพยักหน้า

            “ไม่จริงน่า!! ถ้านั่นเป็นสิ่งที่เขาต้องการ มันก็หมายความว่า เด็กคนนั้นต้องรู้ถึงฐานะที่แท้จริงของนายหญิง และกระผมด้วยสิครับ”อวานถามขึ้นมาด้วยความตกใจ

            “สำหรับเรื่องนี้ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน”หญิงสาวหยิบช้อนขึ้นมาคนน้ำชา ก่อนจะหันไปกล่าวว่า “ท่าน อวาน รับคำสั่ง”

            อวานรีบยืนตัวตรงเพื่อรอรับคำสั่ง หญิงสาวมองออกไปนอกหน้าต่าง พร้อมสั่งการออกไปว่า “ท่านจงนำองค์รักษ์ไปตามหาคนที่มีใบหน้าแบบเดียวกับเด็กคนนั้นมาเดี๋ยวนี้”

            “นายหญิงครับ พวกเราไม่มีข้อมูลอะไรเลย ขืน ให้ตามหาคนที่ไม่รู้ทั้งชื่อ ที่อยู่แบบนี้  มันก็เหมือนงมเข็มในมหาสมุทรเลยนะครับ”

            นายหญิงส่ายหน้าช้าๆ “ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก ฉันว่า ชายที่เป็นเป้าหมายจะต้องอยู่ในเมืองนี้แน่ๆ”

            “ทำไมนายหญิงถึงได้คิดแบบนั้นล่ะ”

          หญิงสาวมองออกไปนอกกระจก “เรื่องที่เด็กคนนั้นเล่ายังไงล่ะ ทุกเรื่องล้วนเกี่ยวกับเมืองชายป่า และ เขาก็ยังบอกถึงตำแหน่งของถนนที่ตั้งขบวนพาเรดอีก มันจึงมีความเป็นไปได้ว่า ชายคนที่เป้าหมายจะแฝงอยู่ในขบวนพาเรด ไม่ก็หลบซ่อนอยู่ในบริเวณที่พูดถึงอย่างแน่นอน”

            เหงื่อที่เย็นยะเยือกไหลผ่านแก้มซ้ายของชายเคาดำอย่างช้าๆ ความรู้สึกตกใจในสิ่งที่ได้ยินทำเอาเขาต้องกลืนน้ำลายไปหลายอึก

“ถ้าสิ่งที่นายหญิงคิดเป็นจริง ด้วยฝีมือของเด็กคนนั้นก็น่าจะจับกุมชายคนนั้นได้อย่างง่ายดาย แล้วทำไมเขาถึงต้องมาทำเรื่องวุ่นวายแบบนี้ด้วยละ”

“เรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องเดียวที่ฉันยังคิดไม่ออก แต่ถ้าพวกเราจับชายผู้ที่เป็นเป้าหมายได้บางที อาจจะรู้ถึงสาเหตุที่เด็กคนนั้นทำแบบนี้ก็เป็นได้”

            อวานและหญิงสาวต่างนิ่งเงียบไปพักใหญ่ จากนั้นไม่นานเธอก็พูดขึ้นว่า “เอาเป็นว่าตอนนี้ท่านอวานช่วยไปหาตัวชายคนที่เป็นเป้าหมายมาก่อนก็แล้วกัน ถ้าเขาไม่ได้ทำอะไรผิดพวกเราค่อยปล่อยตัวไป”

            “รับทราบครับ เรื่องนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของกระผมเอง”ชายเคาดำพูดจบก็โค้งตัวต่อหญิงสาว

            หญิงสาวพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาต อวานที่เห็นเช่นนั้นก็เดินออกจากร้านไปเพื่อสั่งการบรรดาลูกน้องที่ซ่อนตัวอยู่ แต่ยังไม่ทันที่เขาจะเปิดประตู หญิงกลางคนผู้หนึ่งก็เดินเข้ามาในร้าน พอเธอเห็นอวานเท่านั้นก็ดึงหมวกสีน้ำเงินมาแนบอก ก่อนจะโค้งตัวลงเล็กน้อยเพื่อเป็นการทักทาย

            “ยินดีที่ได้พบค่ะ ท่านผู้บัญชาการกองกำลังที่ 3 อวาน เอลดาร์ ออร่า โนลเดอร์”

            อวานมองหญิงกลางคนที่กำลังสวมหมวกสีน้ำเงิน “ยินดีที่ได้พบเช่นกันครับ เลดี้ซินแคร์ (ปรากฏตัวในตอนที่ 13 ภาคแรก) นายหญิงกำลังรอท่านอยู่เลย”

            ชายเคาดำนำเลดี้ซินแคร์มายังโต๊ะที่นายหญิง ก่อนจะขอตัวไปจัดการเรื่องราวของริวต่อ เมื่ออวานจากไปแล้ว เลดี้ซินแคร์ก็จับชายกระโปรงเพื่อแสดงความเคารพหญิงสาวตรงหน้า

            “ดิฉัน เลดี้ซินแคร์ ขอแสดงความเคารพ องค์ราชินี”

            องค์ราชินียิ้มบางๆ “ตามสบายเถอะ แคร์  อ้อ ตอนนี้เธอเรียกฉันว่า มีเลเวน (Merenwen) ก็แล้วกันนะ”

            “เข้าใจแล้วค่ะ ท่านมีเลเวน”เลดี้ซินแคร์ตอบรับด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

            องค์ราชินีเชิญให้เลดี้ซินแคร์นั่งลง พร้อมพูดขึ้นมาว่า “แคร์ การที่ฉันเรียกเธอมาในวันนี้เพราะข่าวลือบางอย่างนะ”

            “องค์...ท่านมีเลเวน หมายถึง ข่าวลือเรื่องไหนหรือ?”เลดี้ซินแคร์ถามขึ้นด้วยสีหน้างงๆ

            “ข่าวเกี่ยวกับวีรบุรุษแห่งริเดียนะ”

            เลดี้ซินแคร์กระพริบตา 2 ครั้ง “อ้อ ที่แท้มีเลเวนต้องการรู้เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ประตูมิติใช่ไหมค่ะ”

            “ใช่แล้วละ เท่าที่ฟังจากข่าวลือ ดูเหมือนว่าวีรบุรุษแห่งริเดีย ได้ประกาศว่า รัฐแห่งนี้กำลังเผชิญหน้ากับอันตรายครั้งใหม่(จากตอนที่ 3 ภาค 2 ) ไม่ทราบว่าแคร์พอจะรู้ไหมว่า มันเป็นเรื่องอะไรนะ”มีเลเวนถามขึ้นด้วยสีหน้าราบเรียบ แต่ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นว่ามือที่จับแก้วชามีอาการสั่นเล็กน้อย

            เลดี้ซินแคร์ส่ายหน้า “ดิฉันเองก็ไม่รู้คะ เท่าที่รู้มา เด็กคนนั้นได้หาทางแก้ไขเรื่องนี้เอาไว้แล้วนะค่ะ”

            มีเลเวนพยักหน้าด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความหวังพร้อมคิดขึ้นมาว่า (มิน่าล่ะ ตอนที่พบกันในครั้งก่อน เขาถึงได้ให้ความสนใจกับต้นไม้แห่งโลกขนาดนั้น  ที่แท้เขารู้อยู่แล้วว่าต้นไม้แห่งโลกกำลังจะตาย  การที่ประกาศเรื่องแบบนี้ในสถานีขนส่งก็เพื่อต้องการจะส่งข่าวให้ฉันได้รู้ว่า มีวีธีแก้ไขเรื่องนี้แล้ว สมกับเป็นคนที่ท่านหญิงมังกรฟ้าเลือกขึ้นมาจริงๆ)

            “เอ่อ ท่านมีเลเวนค่ะ ดิฉันขอถามอะไรหน่อยจะได้ไหม”

            “ได้สิจ๊ะ ไม่ทราบว่าแคร์อยากจะถามอะไรหรือ?”องค์ราชินีพูดพร้อมส่งยิ้มอย่างอ่อนโยน

            เลดี้ซินแคร์ลังเลอยู่สักพัก “เท่าที่สายข่าวของดิฉันสืบข้อมูลมา ดูเหมือนว่า ท่านมีเลเวนจะเคยพบกับเด็กคนนั้นมาก่อน แถมท่านยังเป็นคนประกาศออกไปเองว่า คนที่คลายคำสาปรัฐแห่งพฤกษาก็คือ วีรบุรุษของริเดีย  แต่เท่าที่ฟังมาดูเหมือน ท่านจะยังไม่รู้จักเด็กคนนั้นเลยนะ”

            องค์ราชินีถอนหายใจเบาๆ“เฮ้อ ที่แท้เรื่องนี้เอง ถ้าถามว่าฉันรู้จักวีรบุรุษของริเดียไหม ฉันคงบอกว่ารู้จัก แต่ก็เหมือนจะไม่รู้จักนะ”

            แววตาของเลดี้ซินแคร์แสดงออกถึงความสงสัยอย่างเห็นได้ชัด มีเลเวนจึงได้เล่าเรื่องราวทั้งหมดออกไปว่า

            “ตอนที่ฉันพบเด็กคนนั้นคือวันนที่พระจันทร์เต็มดวงที่ผ่าน ตามปกติแล้ว ทุกครั้งที่พระจันทร์เต็มดวง ฉันจะไปยังที่ป่ามรกตเพื่อตรวจสภาพต้นไม้แห่งโลก  ฉันก็ได้พบกับว่า มีใครบางคนมาที่ต้นไม้แห่งโลกก่อนแล้ว”

          “เอ๋! เดี๋ยวก่อนสิค่ะ ท่านมีเลเวน เท่าที่ดิฉันรู้มา ผู้ที่จะไปยังป่ามรกตได้จำเป็นต้องมี เมล็ดของต้นไม้แห่งโลก จึงจะสามารถเดินผ่านป่ามรกตเข้าไปได้ และคนที่จะได้รับเมล็ดนี้ก็มีเพียงเชื้อพระวงค์เท่านั้น ถ้าเช่นนั้นทำไมเด็กคนนั้นถึงเข้าไปยังป่ามรกตได้ละ”

            องค์ราชินีหยุดเล็กน้อย ก่อนจะยกชาขึ้นมาดื่มอีกครั้ง “สำหรับเรื่องนี้คงต้องไปถามเด็กคนนั้นแล้วละ เพราะตอนที่ฉันไปถึงต้นไม้แห่งโลก เขาก็อยู่ที่นั้นก่อนแล้ว”

            เลดี้ซินแคร์ถึงกับนิ่งเงียบไป มีเลเวนจึงเล่าต่อว่า “ตอนที่พบกัน ฉันก็รู้แล้วว่า เด็กคนนั้นไม่ใช่คนธรรมดา เพราะไม่ว่าจะเป็นแรงกดดันของพลังเวท  การวางตัวที่สูงส่ง  ล้วนเหนือกว่าผู้นำรัฐบางคนเสียอีก  ขณะที่ฉันกำลังจะเอ่ยปากถามอะไรออกไป เด็กคนนั้นก็หันมาจ้องมองที่ฉันพร้อมพูดว่า คำสาปรัฐพฤกษาคลายแล้ว จากนั้นเขาก็โยนถุงผ้ามาให้ ก่อนจะหายตัวไปพร้อมกับวงเวทเคลื่อนย้าย”

            “หา!! แค่คำพูดเพียงเท่านี้ก็ทำให้ท่านมีเลเวนเชื่อแล้วหรือคะ”เลดี้ซินแคร์รีบถามขึ้นมาทันที

            มีลาเวนไม่ตอบคำถามนี้ แต่ถามกลับไปว่า “แคร์ เธอรู้ไหมว่าคำสาปของรัฐแห่งพฤกษามีใจความว่ายังไง”

            เลดี้ซินแคร์ทำหน้างงๆ แต่ก็ยังตอบออกไปว่า “คำสาปของรัฐพฤกษา ดูเหมือนจะกล่าวเอาไว้ว่า

 

             ต้นไม้แห่งโลกจะค่อยๆเหี่ยวเฉา และร่วงโรยตราบเท่าที่ผู้หลงผิดยังคงอยู่ มีเพียงแต่เสี้ยวแห่งจันทรา ตราแห่งพระอาทิตย์ และเกล็ดแห่งลมเท่านั้นจึงจะคลายคำสาปได้

           

“ถูกต้องจ๊ะ คำสาปของรัฐแห่งพฤกษาดูจะเป็นคำสาปที่เรียบง่ายผิดกับรัฐอื่นๆ แต่กลับส่งผลที่เลวร้ายมากที่สุด เพราะ เมื่อต้นไม้แห่งโลกตายลง ต้นไม้ทุกต้นในรัฐจะตายลงเช่นกัน และ อาจจะส่งผลถึงรัฐอื่นๆอีกด้วย”องค์ราชินีอธิบายด้วยสีหน้าเคร่งเครียด จากนั้นเธอก็จ้องมองเลดี้ซินแคร์พร้อมพูดต่อว่า

“แคร์ เธอรู้ไหมว่าห่อผ้าที่เด็กคนนั้นโยนมาภายในมีอะไร”

เลดี้ซินแคร์ส่ายหน้าเป็นเชิงปฏิเสธ องค์ราชินีจึงพูดต่อ “ภายในห่อผ้ามี เสี้ยวแห่งจันทรา ตราแห่งพระอาทิตย์ และเกล็ดแห่งลม 3 สิ่งวิเศษที่ใช้ในการคลายคำสาป  ถ้าเธอเป็นฉัน เธอจะเชื่อในคำพูดของเขาไหมล่ะ”

            เลดี้ซินแคร์พยักหน้าเป็นเชิงว่า ถ้าเป็นเธอก็เชื่อเหมือนกัน องค์ราชินียังคงพูดต่อไปว่า “หลังจากที่เขาจากไปแล้ว ฉันจึงมารู้ภายหลังว่า เขาก็คือวีรบุรุษที่ปลดปล่อยริเดียจากคำสาปของจอมมารนั่นเอง”

ขณะที่เลดี้ซินแคร์กำลังจะพูดอะไรต่อ อวานที่เดินออกไปก็เดินกลับมาที่โต๊ะ “เรียนนายหญิง ตอนนี้กระผมจับตัวชายที่เป็นเป้าหมายได้แล้วครับ เขาซ่อนตัวอยู่ภายในขบวนพาเรดจริงๆ”

เลดี้ซินแคร์ทำหน้างงๆ แต่ก่อนที่เธอจะถามอะไร องค์ราชินีก็ชิงถามขึ้นมา “แล้วตกลงได้เรื่องอะไรจากชายคนนั้นบ้างไหม”

สีหน้าของอวานดูเครียดขึ้นมาทันที สักพักเขาก็กล่าวว่า “ชายคนนั้นเป็นหนึ่งในผู้ก่อการร้ายครับ ดูเหมือนว่า เขาและพรรคพวกมีแผนที่จะวางระเบิดเวทอัสนี ในขบวนพาเรดเพื่อก่อความวุ่นวายในงานวันขอบคุณต้นไม้แห่งโลก จากนั้นจะอาศัยความวุ่นวายนี้ ขโมยอัญมณีที่นำมาจัดแสดงในงานนะครับ”

“แล้วพรรคพวกของชายคนนี้ละ”องค์ราชินีถามขึ้นมาทันที

“กระผมให้เหล่าองค์รักษ์ไปตามจับอยู่ครับ ดูเหมือนจะมีประมาณ 20 คนได้ ส่วนระเบิดเวทอัสนีที่ติดไว้ที่ขบวนพาเรด และตัวเมืองก็จัดการถอดออกแล้วครับ เฮ้อ นี่ถ้าเด็กคนนั้นไม่มาเตือนมีหวังเกิดโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่แน่ๆ”

องค์ราชินีนิ่งเงียบอยู่นาน ก่อนจะยิ้มแล้วพูดขึ้นมาเบาๆ “นี่คงเป็นเหตุผลของเธอสินะ เพราะคนร้ายมีจำนวนมากเลยไม่สามารถจัดการได้ในคราวเดียว แถมยังไม่รู้ว่า ตัวจุดระเบิดอยู่กับใคร ดังนั้นจึงเลือกใช้วิธีที่ได้ผลที่สุดแทนสินะ .....”

เลดี้ซินแคร์มองอวาน ก่อนจะหันกลับไปจ้องมีเลเวน “เอ่อ ตกลงว่าที่เมืองชายป่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือคะ”

องค์ราชินียังคงจมอยู่ในความคิดของตัวเอง อวานจึงเล่าเรื่องราวทั้งหมดออกไป เมื่อพูดจบเขาก็กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า

“ดูเหมือนว่าทั้งกระผม และนายหญิงต่างเต้นอยู่บนมือของเด็กคนนั้น เฮ้อ ไม่อยากยอมรับหรอกนะ แต่ครั้งนี้พวกเราแพ้อย่างหมดรูปจริงๆ”

เลดี้ซินแคร์ที่ได้ยินเรื่องราวทั้งหมด เธอถึงกับจมอยู่ในความคิดไปพักใหญ่ ก่อนจะหันไปถามอวานว่า

“ไม่ทราบว่า ท่านอวาน พอจะบอกลักษณะ ท่าทางหรือคำพูดของคนที่พูดถึงได้ไหมคะ เพื่อว่าดิฉันจะให้คนช่วยสืบหาตัวอีกแรง”

“อืม จะว่ายังไงดีล่ะ เด็กคนนั้นดูภายนอกแล้วก็หล่อดี แต่นิสัยดูจะไปคนละทางเลย ทั้งยังตีหน้าตายได้เก่งมาก  แถมยังฉลาดเป็นกรด เจ้าแผนการ และที่สำคัญสุดดูเหมือนว่าเขาจะรู้ฐานะของนายหญิงเป็นอย่างดี เฮ้อ ทั้งที่พวกกระผมปิดบังข้อมูลการเดินทางมาที่นี้ไว้เป็นอย่างดี แต่ไม่รู้ว่าเด็กคนนั้นไปรู้เรื่องนายหญิงมาจากที่ไหน ถึงได้มาดักรอพบอย่างนี้”

 เลดี้ซินแคร์ฟังจบ เธอก็หัวเราะเบาๆ “ฉันรู้แล้วละว่าเด็กคนนั้นเป็นใคร”

คำพูดนี้เรียกร้องความสนใจของอวาน และองค์ราชินีได้เป็นอย่างดี ทั้งคู่ต่างถามออกมาพร้อมกัยนว่า “แคร์ /เลดี้ซินแคร์ เด็กคนนั้นเป็นใครหรือ?”

เลดี้ซินแคร์ไม่ตอบคำถามนี้ในทันที แต่เธอกลับพูดขึ้นมาว่า “สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น เอาเป็นว่าดิฉันจะพาทั้งสองคนไปพบเด็กคนนั้นถึงที่บ้านเลยละกัน”
////////////////////////////////////////////////////////////////////////

อีกด้านหนึ่งของเมือง

          ณ สถานที่นั่งพักของผู้ที่มาเยี่ยมชมงาน จุดนี้มีโต๊ะและเก้าอี้คอยบริการโดยไม่คิดเงิน  ตอนนี้มีหญิงสาว 2 คนกำลังนั่งรอใครบางคนอยู่ หญิงสาวทั้งคู่จัดว่าเป็นสาวสวยที่เป็นจุดหมายปองของชายหนุ่ม แต่กลับไม่มีผู้ชายคนใดกล้าเข้ามาจีบแม้แต่น้อย

          “ช้ามากๆ”

เสียงบ่นของหญิงสาว 1 ใน 2คนดังขึ้นมา เธอพยายามควบคุมอารมณ์ให้สงบที่สุดเท่าที่ทำได้ แต่บรรยากาศรอบตัวของเธอต่างบอกได้คำเดียวว่า เลวร้ายสุดๆ  ถ้าถามว่าเลวร้ายแค่ไหน เอาเป็นว่าขนาดนกที่อยู่บนยอดไม้ยังบินหนีไปในทันทีที่สัมผัสบรรยากาศตรงนี้ได้

            เอลฟ์สาวหันไปมองเพื่อนสนิทด้วยความเป็นห่วง เพราะระหว่างที่พวกเธอกำลังนั่งรอคุณพี่ชายอยู่นั้น  มีผู้ชายที่โชคร้ายจำนวนไม่น้อยเดินตรงมาจีบพวกเธอ  แต่ทุกรายกับถูกจัดการแบบสะบักสะบอม ไปตามกัน

            “เทียน่า เธอใจเย็นหน่อยสิ มิ้ว ”

            “ยัยยูอิ เธอจะให้ฉันใจเย็นอยู่ได้ยังไง นี่พี่ริวไปห้องน้ำเกือบ 30 นาทีแล้วนะ ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรกับเขาหรือเปล่า”เทียน่าร้องออกมาด้วยความร้อนใจ

ถ้ายูอิและคุณเซนะไม่ห้ามเอาไว้ เธอคงวิ่งไปตามหาริวตั้งแต่ 10 นาทีแรกที่พี่ชายหายไปแล้วละ ยิ่งเธอเห็นทหารเพิ่มกำลังคนในการตรวจตรา มันก็ทำให้เทียน่ายิ่งร้อนใจมากขึ้น ตอนนี้เธออยากจะใช้เวทเคลื่อนย้ายไปหาพี่ชายในทันที

            “ยัยบราค่อน เธอจะห่วงคุณพี่ชายขนาดไหน ฉันไม่รู้หรอก แต่ช่วยคิดถึงความเป็นจริงหน่อยได้ไหมมิ้ว  ตอนนี้พวกเราอยู่ในงานวันขอบคุณต้นไม้โลกนะ  การที่คุณพี่ชายจะไปรอต่อคิวเพื่อเข้าห้องน้ำมันไม่ใช่เรื่องแปลกเลยนะมิ้ว “

            “แต่ว่า.....”

            “ไม่ต้องมาแต่เลย เธอเชื่อฉันสิ อีกเดี๋ยวคุณพี่ชายก็กลับมาแล้วละ อดทนหน่อยมิ้ว”เอลฟ์สาวพยายามปลอดใจเพื่อนสนิท

            ขณะนั้นเองหัวหน้าสาวใช้ก็เดินจูงเด็กหญิงผมทองกลับร่วมกลุ่มกับพวกเธอ “คุณหนูริวยังไม่กลับมาอีกหรือคะ”

            “ใช่คะ คุณเซนะคิดว่ามันแปลกหรือเปล่า นี่พี่ริวหายไปกว่า 30 นาทีแล้วนะ”

            พี่เซนะส่ายหน้าเป็นเชิงปฏิเสธ “คุณหนูเทียน่าคะ วันนี้มีคนมาเที่ยวงานค่อนข้างเยอะ ไหนจะมีโชว์พลุไฟ และขบวนพาเหรดอีก ดังนั้นคนที่ต้องการใช้บริการห้องน้ำคงเยอะพอสมควร ถ้ายังไงคุณหนูริวอดทนรออีกสักครู่ก็แล้วกัน ”

            เทียน่าได้แต่ยอมรับอย่างไม่เต็มใจ แม้จะเป็นเช่นนั้น เธอก็ยังใช้เวทรูนเพื่อตรวจสอบที่อยู่ของพี่ชายอย่างละเอียด เมื่อรู้ว่าจุดที่ริวอยู่ในตอนนี้(ร้านเค้ก) เทียน่าก็เริ่มใจเย็นลงได้บ้าง เพราะอย่างน้อยๆริวก็ยังคงอยู่ในขอบเขตที่เธอใช้เวทไปตามหาได้

            จังหวะนั้นเองที่ยูอิก็ถามขึ้นมา “เทียน่า  ฉันไม่เข้าเลยว่า เธอจะห่วงคุณพี่ชายทำไมกันนะมิ้ว ถ้ามีคนคิดจะหาเรื่องคุณพี่ชายจริง  คนที่ควรห่วงน่าจะเป็นคนที่หาเรื่องมากกว่านะมิ้ว”

            สีหน้าของเทียน่าดูหม่นหมอง เพราะท่าทางเพื่อนรักของเธอจะเข้าใจผิดในตัวพี่ชายแบบที่แก้ไขอะไรไม่ได้อีกแล้ว เพียงชั่วครู่เธอก็ส่ายหน้าเป็นเชิงปฏิเสธ

“ฉันไม่ได้ห่วงเรื่องนั้นหรอก”

“ถ้าไม่ใช่เรื่องนั้น แล้วเธอห่วงเรื่องอะไรล่ะ หรือว่าจะเป็น.....”เอลฟ์สาวหยุดไปเล็กน้อย เพราะเธอเริ่มคิดถึงเหตุผลที่ทำให้เทียน่ากังวลได้แล้ว

“ใช่ สิ่งที่ฉันกังวลในตอนนี้คือเรื่องที่เธอบอกนั่นล่ะ”

“เธอกำลังวิตกว่า คุณพี่ชายจะถูกท่านผู้นั้นเชิญตัวไปพบ ก่อนที่พวกเราจะเตือนเขาในเรื่องนี้ใช่ไหม”

            เทียน่าก้มหน้าลงเล็กน้อยเป็นเชิงยอมรับ ยูอิยกมือขวาขึ้นปัดไป-มา “ถ้าเป็นเรื่องนั้น เธอสบายใจได้เลย คุณพ่อบอกว่าวันนี้ท่านผู้นั้นมีนัดสำคัญอยู่ก่อนแล้ว กว่าจะเสร็จธุระทางด้านนั้นคงใช้เวลาพอสมควรนะ ”

            สีหน้าของเทียน่าเริ่มดูผ่อนคลายลง แต่แววตาของเธอยังคงวิตกกังวลกับการไปห้องน้ำของพี่ชาย   ขณะนั้นเองที่เด็กสาวผมทองเดินมากระตุกเสื้อของเธอ ก่อนจะส่งขนมสายไหมให้กับเทียน่า 

          หญิงสาวรับสายไหมด้วยมือขวา ก่อนจะใช้มือซ้ายลูบผมยูเรีย “เข้าใจแล้วจ๊ะ ยูเรียคงอยากจะให้พี่กินขนมนี้แล้วทำใจเย็นๆสินะ”

            เด็กสาวผมทองยูเรียพยักหน้าด้วยสีหน้าราบเรียบ จากนั้นเธอก็ชี้ไปยังร้านค้าที่อยู่รอบๆ ก่อนจะจบด้วยการชี้โต๊ะที่พวกเธอนั่งอยู่

            ยูอิและเทียน่าต่างทำหน้าไม่เข้าใจสิ่งที่ยูเรียต้องการจะสื่อ พี่เซนะจึงอธิบายการกระทำของยูเรียเป็นคำพูดว่า

            “คุณหนูยูเรียต้องการจะบอกว่า ทำไมคุณหนูเทียน่าไม่ซื้ออาหารตามร้านค้าแผงลอยมาไว้ที่โต๊ะก่อน พอคุณหนูริวกลับมา เขาจะได้รับประทานอาหารได้โดยไม่ต้องรอนะคะ”

            เทียน่าทำหน้าราวกับเพิ่งจะนึกออก “จริงด้วย พี่ริวยังไม่กินอะไรเป็นชิ้นเป็นอันตั้งแต่เช้า ถ้าพี่ชายกลับมาเขาต้องหิวมากแน่ๆ”

            เมื่อคุณน้องสาวคิดได้ดังนั้น เธอก็รีบลุกขึ้นไปซื้ออาหารที่พี่ชายน่าจะชอบทันที โดยทิ้งให้พวกยูอินั่งคอยริวไปก่อน  เอลฟ์สาวหันไปยิ้มให้กับเด็กสาว

            “ขอบใจมากนะมิ้ว ”

            เด็กสาวผมทองมองเอลฟ์สาวด้วยสีหน้าเมินเฉย ก่อนจะกลับไปสนใจขนมที่ซื้อมา ราวกับว่ายูอิไม่เคยมีตัวตนมาก่อน

            พี่เซนะรีบกล่าวขึ้นว่า “ขอโทษนะคะ คุณหนูยูเรียเป็นพวกไม่สนใจคนรอบข้างนะ”

            เอลฟ์สาวถอนหายใจเบาๆ พร้อมคิดขึ้นมา ( ตกลงว่าครอบครัวของยัยเทียน่า ไม่มีคนปกติเลยหรือมิ้ว?)

เวลาผ่านไปอีกพักใหญ่

            เทียน่าเดินกลับมายังจุดที่โต๊ะพร้อมอาหารมากมาย แต่เมื่อไม่เห็นว่าพี่ชายยังไม่กลับมา เธอจึงรีบตรงเข้าไปถามพวกพี่เซนะทันที

            “พี่ริว ยังไม่กลับมาอีกหรือคะ?”

            พี่เซนะพยักหน้าพร้อมลุกขึ้นไปรับอาหารจากมือของเทียน่ามาวางบนโต๊ะ ระหว่างที่พี่เซนะหยิบจานออกมาจากช่องว่างมิติ เทียน่าก็เริ่มใช้เวทรูนเพื่อหาตำแหน่งของริวอีกครั้ง แต่ผลที่ได้กลับทำให้เธอต้องขมวดคิ้วเข้าหากัน

            “ทำไมเป็นแบบนี้ไปได้”

            “เทียน่า เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือมิ้ว”ยูอิถามขึ้นทันที เมื่อเห็นสีหน้าของเพื่อนสนิทเปลี่ยนไป

            เทียน่ารีบใช้เวทรูนเพื่อค้นหาตำแหน่งของพี่ชายเป็นครั้งที่ 3  การค้นหาครั้งนี้ทำให้เธอต้องรีบหันไปมองพี่เซนะ พร้อมกล่าวขึ้นมาอย่างเร่งรีบว่า

            “คุณเซนะคะ จากจุดที่พวกเราอยู่ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 200 กิโลเมตร ที่นั่นเป็นสถานที่อะไรหรือ?”

            เซนะทำหน้าครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ “ถ้าเป็นตามทิศทางที่คุณหนูถาม บริเวณนั้นน่าจะเป็นป่าดึกดำบรรพ์นะ ”

          ป่าดึกดำบรรพ์ มันเป็นสถานที่แบบไหนหรือคะ?”

                คำถามของเทียน่าทำเอายูอิ และ เซนะ ต่างจ้องมองเธอเป็นตาเดียว  เอลฟ์สาวก็ถามแทรกขึ้นมาว่า

            “ยัยเทียน่า ตกลงว่าเธอถามเรื่องนี้ทำไมหรือ? อย่าบอกนะว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับคุณพี่ชายด้วยนะ”

            เทียน่ายิ้มเจื่อนๆ “ใช่แล้วล่ะ ตอนนี้พี่ริวอยู่ที่ป่าดึกดำบรรพ์นะ ”

            “เดี๋ยวนะ เธอรู้ได้ยังไงว่าคุณพี่ชายอยู่ที่นั้นนะ มิ้ว”ยูอิถามแทรกขึ้นมาด้วยสีหน้างุนงง

            “สิ่งของบางอย่างในตัวพี่ริวมีอักษรรูนของฉันสลักเอาไว้นะ”เทียน่าตอบท่าทางที่เป็นปกติ

            เอลฟ์สาวเบิกตากว้าง ก่อนจะเอามือขึ้นมาจับหน้าผาก “ยัยเทียน่า แค่อาการบราค่อนขั้นโคม่าของเธอก็ถือว่าแย่สุดๆแล้วนะมิ้ว นี่เธอยังเป็นสโตกเกอร์พี่ชายตัวเองด้วยหรือ?”

            “ยูอิ พวกเราอย่าเพิ่งมาพูดกันตอนนี้จะได้ไหม เรื่องสำคัญตอนนี้คือ พวกเราควรรีบตามพี่ริวไปยังป่าดึกดำบรรพ์ต่างหาก”เทียน่าพยายามจะเปลี่ยนเรื่องพูด

            “ถ้าเป็นเรื่องนั้นฉันว่าเธอตัดใจซะเถอะ ฉันไม่รู้ว่า คุณพี่ชายไปป่าดึกดำบรรพ์ทำไม  แต่ป่าดึกดำบรรพ์ มันไม่ใช่สถานที่ที่มนุษย์ควรเข้าไปนะมิ้ว”

“ทำไมล่ะ ป่าแห่งนั้นมันมีตัวอะไรอาศัยอยู่หรือ?”เทียน่าถามขึ้นมาด้วยสีหน้าสงสัย                  

            ยูอิถอนหายใจยาวๆ “ไม่ใช่ตัวอะไร แต่เป็นป่าทั้งป่าเลยต่างหากละมิ้ว ”

            “ยูอิ เธอช่วยอธิบายเป็นภาษาที่มนุษย์เข้าใจหน่อยจะได้ไหม ฉันงงไปหมดแล้ว”

            เธอฟังใช้ดีนะมิ้ว  ป่าดึกดำบรรพ์เป็นป่าทึบที่ไร้ผู้คนอยู่อาศัย สภาพของป่ายังเป็นเหมือนป่าในยุคโบราณ สัตว์ร้ายที่อาศัยอยู่ในป่าล้วนเป็นสัตว์ดึกดำบรรพ์ เช่น คีเมร่า มังกรพยัคฆ์  อินทรีวารี หรือ ฝูงแมงมุมยักษ์ เป็นต้น”

            สีหน้าของเอลฟ์สาวดูหวาดกลัวต่อสิ่งที่พูดเป็นอย่างมาก เธอหยุดเล็กน้อย  แล้วจึงกล่าวต่อ “นอกจากสัตว์ดึกดำบรรพ์แล้ว ในป่ายังมีต้นไม้กิน ต้นไม้พิษ มอนสเตอร์ต้นไม้อีกนับไม่ถ้วน  ขืน ไปโดนเพียงนิดเดียว เธอได้กลับบ้านเก่าอย่างแน่นนอน  อากาศในป่าก็แย่พอกัน เพราะ มันเต็มไปด้วยหมอกพิษ ถ้าคนที่มีพลังเวทสูดหมอกชนิดนี้เข้าไปจะทำให้พลังเวทลดลง  แต่ทั้งหมดยังไม่แย่เท่ากับ ป่าดึกดำบรรพ์ไม่เคยต้อนรับสิ่งมีชีวิตจากภายนอก”

            “ป่าดึกดำบรรพ์ไม่เคยต้อนรับสิ่งมีชีวิตจากภายนอก? นี่เธอกำลังจะบอกว่าป่ามีความคิดเป็นของตัวเองหรือ?”เทียน่าพูดด้วยดวงตาเบิกกว้าง

            ยูอิพยักหน้า “ถูกต้องแล้วละ ป่าดึกดำบรรพ์มีความคิดเป็นของตัวเองจริงๆ และเพราะเหตุนี้ละที่ทำให้องค์ราชินีทรงประกาศให้ป่าดึกดำบรรพ์เป็นสถานที่ต้องห้าม เช่นเดียวกับป่ามรกต”

            ใบหน้าของเทียน่าเริ่มซีดลง  ระหว่างที่เธอกำลังคิดว่าควรจะทำอย่างไงต่อดี พี่เซนะที่เงียบมาตลอดก็พูดขึ้นมาว่า

            “คุณหนูเทียน่า แน่ใจนะคะว่าคุณหนูริวอยู่ตามตำแหน่งที่บอกจริงๆ”

            เทียน่ารับคำด้วยความมั่นใจ พี่เซนะนิ่งเงียบไปพักใหญ่  “พวกเรากลับไปแจ้งเรื่องนี้ที่ตระกูลเซริวก่อนก็แล้วกัน ส่วนเรื่องอื่นๆค่อยว่ากันทีหลัง”

            “ตกลงคะ เอาตามนั้นก็แล้วกัน”เทียน่ารับคำในทันที

ย้อนเวลากลับไปเล็กน้อย

            “ฮัดชิ้ว! ฮัดชิ้ว! ฮัดชิ้ว! ” เสียงจามของชายหนุ่มดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ผู้คนที่เดินผ่านไป-มาเริ่มถอยห่างออกไป แต่ยังโชคดีที่มีพ่อค้าใจดีเดินมาต้องยื่นกระดาษทิชชู่ให้กับเขา พร้อมถามว่า

            “หลานชายเป็นอะไรมากไหม”

            ชายหนุ่มรับกระดาษเช็ดจมูก ก่อนจะโบกมือเป็นการตอบปฏิเสธ “ไม่เป็น...ฮัดชิ้ว!..อะไร....ฮัดชิ้ว!..ครั....ฮัดชิ้ว!

            หลังจากจามต่อไปอีกสักพัก อาการของชายหนุ่มก็เริ่มดีขึ้น เขาหันไปมองพ่อค้าที่ส่งกระดาษทิชชู่  พ่อค้าคนนี้มีหน้าเป็นเต่า มีคิ้วสีขาวที่บ่งบอกถึงความสูงอายุ สวมแว่นตากรอบสี ใส่ชุดชาวสวน รองเท้าแตะ ด้านหลังมีกระดองเต่าขนาดใหญ่

          ริวอึ้งไปชั่วครู่ เมื่อได้สติเขาก็ยกมือขึ้นมาไหว้พ่อค้าที่เข้ามาช่วย “ขอบคุณที่ช่วยครับ อ้อ นี้กระดาษทิชชู่ที่ยังไม่ได้ใช้ครับ”

ชายหนุ่มส่งกระดาษที่เหลือคือให้กับพ่อค้า แต่คนตรงหน้ากลับผลักมือชายหนุ่ม พร้อมกล่าวว่า “หลานชายเก็บไว้ใช้เถอะ ว่าแต่หลานชายไม่เป็นอะไรแล้วใช่ไหม”

“ผมดีขึ้นแล้วครับ ขอบคุณที่เป็นห่วง”

“ถ้างั้นหลานชายก็ควรรีบกลับบ้านไปพักผ่อนเถอะ การเที่ยวงานทั้งที่ยังป่วยแบบนี้ มันไม่สนุกหรอกนะ อีกอย่างงานวันขอบคุณต้นไม้แห่งโลกยังมีอีกตั้ง 7 วัน เอาไว้มาเที่ยวหลังจากหายป่วยก็ได้”พ่อค้ากล่าวขึ้นด้วยความหวังดี

ริวได้แต่พยักหน้ารับ ทั้งที่ในใจคิดขึ้นมา (น่าแปลก ผมไม่ได้ป่วยสักหน่อย ทำไมถึงได้จามขนาดนั้นนะ หรือว่าจะมีคนกำลังบ่นถึงผมอยู่นะ)

หัวแหวนรูปสิงโตส่ายหน้าไปมา  -ริว แกเลิกคิดเรื่องไร้สาระสักทีจะได้ไหม ข้ารำคาญจะแย่อยู่แล้ว-

            ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะได้โต้ตอบอะไร เสียงของพ่อค้าก็ดังขึ้นอีกครั้งว่า “ในเมื่อหลานชายไม่เป็นอะไรแล้ว ตาขอกลับไปขายของต่อก็แล้วกัน”

            เมื่อพูดจบพ่อค้าเต่าก็เดินกลับไปยังแผงลอยที่อยู่ไม่ไกล  ริวเดินตามคุณตาไปที่แผงลอย เขาคิดจะช่วยซื้อสินค้าเพื่อเป็นการตอบแทนเรื่องกระดาษทิชชู่ 

แผงลอยของพ่อค้าเต่ามีของหลากหลายชนิดวางอยู่ ไม่ว่าจะเป็น ขวดใส่เครื่องดื่มที่ทำจากเงินแท้  ลูกแก้วใสที่คล้ายลูกแก้วสำหรับใช้ดูดวง แต่กลับมีแท่งโลหะสีดำยื่นออกมา  กระเป๋าสะพายที่มีฝุ่นเกาะเต็มไปหมด แก้วน้ำลวดลายแปลกๆที่น่าจะผ่านการใช้งานมาแล้ว คันเบ็ดที่ทำจากไม้ไผ่ เหยื่อปลอมสำหรับตกปลา  ขวดเหล้าเปล่ารูปร่างแปลกตา มีดสั้นที่มีสนิทเต็มไปหมด และของจิปาถะอีกมากมาย

            ชายหนุ่มจ้องมองสิ่งของต่างๆอย่างสนใจ ขณะนั่นเองที่เสียงของพ่อค้าดังขึ้นมา “หลานชายสนใจของเก่าพวกนี้หรือ?”

            “ใช่ครับ”ริวรับคำโดยที่สายตายังคงจ้องมองของเก่าอย่างไม่วางตา

            “น่าแปลกนะ ที่เด็กหนุ่มอย่างหลานชายมีความสนใจอุปกรณ์เวทล้าสมัยแบบนี้ด้วย”

            “อุปกรณ์เวท? ของพวกนี้ทั้งหมดเป็นอุปกรณ์เวทมนตร์หรือครับ”ริวถามขึ้นก่อนจะหยิบลูกแก้วเสียบไม้ขึ้นมาพิจารณาอย่างละเอียด

            “ถูกต้องแล้วละ เพียงแต่ของพวกนี้เป็นอุปกรณ์เวทที่สร้างขึ้นมาเมื่อ 80 ปีก่อน ปัจจุบันได้มีการคิดค้นเวทมนตร์ที่สะดวกกว่าของเหล่านี้  ดังนั้นอุปกรณ์ทั้งหมดจึงไม่ได้นำมาใช้แล้วละ เฮ้อ ที่อุปกรณ์พวกนี้ยังใช้งานได้ดีอยู่แท้ๆ  น่าเสียดายจริงๆ”พ่อค้าเต่าพูดขึ้นด้วยสีหน้าหม่นหมอง

            ชายหนุ่มหันไปมองคุณตาเต่า “ในเมื่อมันยังใช้ได้ ทำไมคุณตาเอามันมาขายละครับ”

            “ลูกชายของตาชวนไปอยู่ที่รัฐแห่งวารีด้วยกันนะ การจะขนอุปกรณืเวทมนตร์ที่ไม่ได้ใช้เหล่านี้ไปด้วย มันก็จะเป็นการเกะกะเปล่าๆ ดังนั้นตาจึงลองเอามาขายเลหลังเผื่อมีคนต้องการซื้อนะ หลานชายสนใจซื้อสักชิ้นไหมละ ตาจะขายให้ถูกๆเลย”

            ริวยิ้มบางๆ ก่อนจะยกลูกแก้วเสียบไม้ขึ้นมาถาม “ลูกแก้วเสียบไม้นี้คืออะไรหรือครับ?”

            คุณตาเต่ามองลูกแก้วเสียบไม้ขึ้นมา “นี่คือโคมรัตติกาลนะ”

            ริวทำหน้างงๆกับสิ่งที่ได้ยิน  พ่อค้าเต่าจึงอธิบายว่า “เมื่อประมาณ 80 ปี เมืองชายป่ายังเป็นแค่หมู่บ้านเล็กๆ ที่ไม่ค่อยมีแสงไฟในยามรัตติกาล ดังนั้นจอมเวทในสมัยนั้นจึงประดิษฐ์อุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังเวทให้กลายเป็นแสงไฟยามค่ำคืนโดยไม่ต้องพึ่งการร่ายเวท และเจ้าอุปกรณ์ที่ว่าก็คือ โคมรัตติกาลอันนี้ล่ะ”

            (สรุปว่ามันคือไฟฉายที่ใช้พลังเวทแทนพลังไฟฟ้าสินะ )ริวคิดขึ้น พร้อมชี้ไปยังกระเป๋าสะพายที่มีฝุ่นเกาะ

            “แล้วกระเป๋าสะพายใบนี้ละครับ มันเอาไว้ใช้ทำอะไรหรือ?”

            คุณตาเต่ามองกระเป๋าสะพาย “อ้อ นี่คือกระเป๋าขยายมิตินะ  เมื่อ 80 ปีก่อนยังไม่มีการคิดค้น เวทช่องว่างมิติ กระเป๋าพวกนี้ต่างเป็นสิ่งจำเป็นของบรรดาพ่อค้า-แม่ค้าเลยนะ อย่างกระเป๋าสะพายใบนี้ก็สามารถใส่ของได้ถึง 30 กิโล แถมยังทำให้น้ำหนักของสิ่งเหลือเพียงครึ่งเดียวของน้ำหนักจริง”

พ่อค้าเต่าหยิบกระเป๋าขึ้นมาลูบด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความอาลัย “พอมีการคิดค้นเวทช่องว่างมิติขึ้นมา กระเป๋าพวกนี้ก็จางหายไปตามกาลเวลา  เฮ้อ หลานชายดูสิ กระเป๋าที่เคยเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการค้าขาย ตอนนี้เป็นได้แค่กระเป๋าเก่าๆใบหนึ่งเท่านั้นเอง กาลเวลาช่างโหดร้ายจริงๆ...........”

            คุณตาเต่าเอาโหมดเล่าเรื่องย้อนอดีตแบบที่ว่าไม่สนใจคนฟังแม้แต่น้อย ริวทำหน้ามุ่ยก่อนจะหันไปสนใจของสิ่งอื่นแทน แน่นอนว่าเรื่องเล่าของคุณพ่อค้านั้น เขาไม่สนใจจะฟังเลย

ขณะที่ชายหนุ่มกำลังมองดูสิ่งของตรงหน้าอย่างสนใจ สายตาของสิงโตก็จับจ้องของบางอย่างเช่นเดียวกัน สักพักมันก็พูดขึ้นว่า

-ริว แกช่วยหยิบรูปปั้นบรอนซ์ที่ตั้งอยู่ระหว่างมีดสั้นกับคันเบ็ด ขึ้นมาให้ข้าดูอย่างละเอียดหน่อยสิ-

ชายหนุ่มมองไปยังตำแหน่งที่เท็ดดี้บอก เขาเห็นรูปปั้นหญิงสาวที่หน้าตักประมาณ 5 นิ้ว สูง       ประมาณ 1 ช่วงแขน มีฝุ่นเกาะเต็มไปหมด ริวหยิบรูปปั้นขึ้นมาปัดฝุ่น พร้อมถามว่า

(รูปปั้นที่นายว่าคือรูปปั้นหญิงสาวอันนี้ใช่ไหม)

เท็ดดี้ไม่ตอบ มันจ้องมองรูปปั้นในมือด้วยสายตาที่บอกไม่ถูก เพียงไม่นานมันก็พูดขึ้นว่า – ริว แกลองถามพ่อค้าดูสิว่ารูปปั้นบรอนซ์นี้ราคาเท่าไร –

ชายหนุ่มชำเลืองมองแหวน เมื่อเห็นสายตาของเท็ดดี้ ริวก็รู้ได้ทันทีว่ารูปปั้นนี้ต้องมีความสำคัญบางอย่างแน่ๆ ดังนั้นเขาจึงหันไปถามรายละเอียดของรูปปั้นทันที

“คุณตาครับ รูปปั้นบรอนซ์อันนี้ราคาเท่าไรหรือ?”

พ่อค้าเต่าหยุดเล่าเรื่องอดีตของตน “หลานชายสนใจรูปปั้นบรอนซ์อันนี้หรือ?”

“ใช่ครับ คุณตาพอจะบอกได้ไหมว่า ใครเป็นต้นแบบของรูปปั้นอันนี้นะครับ”

คุณตาเต่าทำท่าครุ่นคิดอยู่นาน “ตาเองก็ไม่รู้เหมือนกัน รูปปั้นบรอนซ์นี้เป็นของตกทอดมาจากคุณทวดของตานะ ดูเหมือนว่ารูปปั้นนี้จะเคยถูกนับถือให้เป็นเทพของรัฐหรือยังไงนี้ล่ะ ถ้าหลานชายสนใจตาขายให้ในราคา 40 เหรียญทองก็แล้วกัน”

ริวตอบตกลงทันที จากนั้นก็ชี้ไปยังโคมรัตติกาล กับกระเป๋าสะพาย “เอ่อ แล้วของ 2 อย่างนี้ราคาเท่าไรหรือครับ”

“โคมรัตติกาลก็ 40 เหรียญทอง ส่วนกระเป๋าใบนี้ ถ้าหลานชายชอบตายกให้เลยก็แล้วกัน ขอเพียงหลานชายช่วยดูแลมันแทนตาด้วยก็แล้วกัน”

ชายหนุ่มยื่นเงิน 80 เหรียญมองให้กับคุณตา จากนั้นจึงเอาโคมรัตติกาล และรูปปั้นบรอนซ์ใส่กระเป๋า พร้อมยกมือไหว้

“ถ้ายังไงผมขอตัวไปก่อนนะครับ”

พอพูดจบชายหนุ่มก็เดินจากไป ขณะที่เขากำลังเดินชมแผงลอยอื่นๆอยู่นั้น เสียงของเท็ดดี้ก็ดังแทรกขึ้นในหัวว่า

-ริว แกจะไม่ถามอะไรหน่อยหรือ?-

(ไม่มีจำเป็นต้องถามสักหน่อย ถ้านายอยากจะบอกก็คงบอกเองละ)ริวคิดขึ้นมา พร้อมเดินตรงเข้าไปหาแผงลอยที่อยู่ใกล้เคียง  แผงลอยนี้เป็นร้านขายขนมเค้กที่มีให้เลือกหลายชนิด ริวมองขนมเค้กบนแผงลอย ก่อนจะชี้ไปยังStrawberry short cake

Strawberry short cake ราคาชิ้นละเท่าไรหรือครับ”

“ชิ้นละ 10 เหรียญทองค่ะ”

“งั้นขอ 2 ชิ้นครับ อ้อ ช่วยแยกเป็น 2 กล่องด้วยนะครับ”ชายหนุ่มส่งเงินที่เหลือให้กับแม่ค้า ก่อนจะรับกล่องเค้ก 2 มาเก็บไว้ในกระเป๋าสะพาย

ระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังเก็บกล่องเค้กใส่กระเป๋สะพาย เสียงของเท็ดดี้ก็ดังขึ้นมาว่า –ริว ข้าอยากจะไปยังสถานที่แห่งหนึ่งนะ แกพอจะไปกับข้าได้ไหม-

(ได้สิ แต่ช่วยรอสักครู่นะ ผมขอเวลาจัดการกับเค้ก )ริวตอบด้วยสีหน้าปกติ

เท็ดดี้จ้องมองริวด้วยสายตาที่บอกไม่ถูก สักพักมันก็กล่าวว่า –ริว ตกลงว่าแกจะไม่ถามอะไรข้าเลยหรือ? –

แทนที่ชายหนุ่มจะตอบคำถามนี้ เขากลับมองไปรอบๆ เมื่อเจอที่นั่งใต้ต้นไม้ ริวก็เดินตรงไปนั่งทันที จากนั้นเขาก็เอาเค้ก 1 กล่องขึ้นมาเปิดกิน ขณะที่กำลังจะตักเค้กคำแรกเข้าปาก เขาก็คิดขึ้นว่า

(ความจริงที่ไม่ถามก็เพราะว่าผมเดาเรื่องราวได้เกือบหมดแล้วต่างหาก)

-ไม่จริงน่า!-

(หึๆ อย่ามาดูถูกคนที่อ่านนิยายมามากว่า 1 พันเล่มนะ การคาดเดาบทสรุปของนิยายที่อ่านมันเป็นเรื่องหมูๆสำหรับผมเลยละ)ริวคิดพร้อมตักเค้กคำที่ 2 เข้าปากด้วยสีหน้าที่มีความสุข พร้อมพูดเบาๆว่า

“อร่อยจริงๆเลย”

ชายหนุ่มยังคงตักเค้กเข้าปากด้วยสีหน้าที่มีความสุข พร้อมคิดต่อ(ถ้าให้เดา การที่นายอยากจะได้รูปปั้นบรอนซ์จนออกหน้าแบบนั้น คงเป็นเพราะมันคือรูปปั้นของลูน่าใช่ไหมล่ะ  ส่วนที่บอกว่าอยากจะไปยังสถานที่อื่นก็คงเพราะรูปปั้นไปกระตุ้นความทรงจำของแกเข้า  แกเลยอยากจะไปยังสถานที่ที่เต็มไปด้วยความทรงจำอันแสนหวานใช่ไหมล่ะ)

-เฮ้อ ความสามารถในการวิเคราะห์ และ ความช่างสังเกตสิ่งต่างๆของแกนี้ มันยอดเยี่ยมเกินบรรยายจริงๆ  ช่างน่าเสียดายที่ดันมาจับคู่กับคนอย่างแก แค่คิดก็เสียดายของแล้ว-

(หนวกหู ขืน แกยังไม่หยุดพูด  ผมจะเปลี่ยนใจไม่ไปแล้วนะ )ริวคิดพร้อมตักเค้กใส่ปากอีกหลายคำ เมื่อเขากินเค้กจนหมดชิ้น ชายหนุ่มก็พูดขึ้นมาทันที

“เรียบร้อยแล้วละ นายอยากจะไปที่ไหนละ”

เท็ดดี้ไม่ตอบ แต่ดวงตาของมันส่องแสงเป็นประกายขึ้นมาชั่วครู่ วงเวทเคลื่อนย้ายปรากฏขึ้นใต้ขาชายหนุ่ม เพียงชั่วครู่ริวก็หายไปจากที่นั่งใต้ต้นไม้

ภายในป่าดึกดำบรรพ์

          บริเวณที่ชายหนุ่มปรากฏตัวนั้นเป็นทะเลสาบที่มีน้ำใสราวกับกระจก แค่มองลงไปก็สามารถเห็นก้นสระอย่างชัดเจน บวกกับภาพทิวทัศน์หลากสีสันที่อยู่เบื้องหน้าสะท้อนลงบนผิวน้ำจนเกิดเป็นความมหัศจรรย์แห่งสายตา  

ริวกวาดตามองทิวทัศน์รอบทะเลสาบ เขาพบว่ารอบๆทะเลสาบมีต้นไม้หลากสีสัน ไม่ว่าจะเป็นสีม่วงของต้นไม้ที่คล้าย ต้นวิสทีเรีย (Wisteria) สีเขียวของใบไม้  สีเหลืองของดอกไม้ที่ขึ้นริมทะเลสาบ สีชมพูอ่อนของทุ่งดอกกุหลาบที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก การผสมผสานกันอย่างลงตัวของธรรมชาติทำเอาชายหนุ่มต้องส่ายหน้าเบาๆ

“ช่างเป็นสถานที่ที่สวยงามจริงๆ”

            สายตาของเท็ดดี้จับจ้องไปที่ทะเลสาบอย่างไม่วางตา สักพักมันก็กล่าวว่า “ริว แกช่วยเดินไปที่ทะเลสาบหน่อยสิ ”

            ชายหนุ่มเดินไปที่ทะเลสาบตามที่ขอ เมื่อมาถึงริมทะเลสาบ เสียงของเท็ดดี้ก็ดังขึ้นมา “ริว ข้าขอเวลาเป็นส่วนตัวสักครู่นะ ถ้ายังไงแกจะถอดแหวนวางไว้แถวนี้ก่อนก็ได้”

 ริวส่ายหน้าเบาๆ จากนั้นจึงหยิบเค้กกล่องที่สองขึ้นมาจากกระเป๋าสะพาย ก่อนจะวางกระเป๋าลงข้างตัว เขานั่งลงที่พื้นโดยถอดแหวนวางลงบนกระเป๋าอีกที เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยชายหนุ่มก็ลงมือตักเค้กใส่ปากทันที

สายตาของสิงโตจ้องมองไปที่ทะเลสาบ ความรู้สึกที่แสดงออกทางสายตานั้น ล้วนบ่งบอกว่ามันกำลังนึกถึงเหตุการณ์ในอดีตที่ผ่านมา ระหว่างที่เท็ดดี้กำลังจมอยู่กับอดีตอยู่นั่นเอง เสียงของริวก็ดังขึ้นมา

“นายกำลังคิดถึงนางอยู่หรือ?”

เท็ดดี้หันมามองชายหนุ่มที่ริมฝีปากเต็มไปด้วยครีม แต่สีหน้าและแววตาของคนที่ถามกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียด มันถอนหายใจ

“ริว ก่อนที่ข้าจะตอบคำถามนี้ แกช่วยเช็ดปากก่อนเถอะ  อ้อ แล้วไม่ต้องปั้นหน้าตึงเครียดเวลามีครีมติดปากจะได้ไหม มันดูยังไงก็ไม่รู้นะ”

ชายหนุ่มยกเสื้อขึ้นมาเช็ดปากที่เปื้อนครีม “เรียบร้อยแล้วล่ะ”

“เฮ้อ แกนี้มันจริงๆเลย น้ำในทะเลสาบก็มีดันไม่ใช่ กลับมาใช้เสื้อเช็ดปาก นี่ถ้ายัยหนูรีก้ารู้เข้ามีหวังถูกบ่นจนหูชาแน่ๆ”

“นายไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่องเลย รีบตอบคำถามมาได้แล้ว”

ดวงตาของสีโตเปลี่ยนไปจ้องมองทะเลสาบ ก่อนตอบคำถาม”ใช่ ข้ากำลังคิดเรื่องของนางอยู่  บอกตามตรงนะ ข้าไม่อยากจะเชื่อเลยว่านางจะเปลี่ยนไปได้ถึงขนาดนั้น บางทีนางอาจจะทำลงไปเพราะเหตุผลบางอย่างก็ได้ แกคิดว่าไง”

แทนที่ชายหนุ่มจะตอบคำถามนี้ เขาลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจ “ไม่รู้สิ มันอาจจะเป็นอย่างที่นายว่ามา หรือ อาจจะไม่ใช่ก็ได้ ทุกอย่างมันก็ขึ้นอยู่กับนายไม่ใช่หรือ?”

“ขึ้นอยู่กับข้า? แกหมายความว่ายังไง”เท็ดดี้หันมามองริวด้วยสายตางงๆ แต่ยังไม่ทันที่มันจะถามอะไร ริวก็จัดการพับขากางเกงขึ้น จากนั้นก็เดินลงไปในทะเลสาบ

“น้ำที่นี้ใสจริงๆนะ นายพอรู้ไหมว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้”

เท็ดดี้กระพริบตา 2-3 ครั้งเหมือนกับไม่เข้าใจว่า ชายหนุ่มเปลี่ยนเรื่องพูดทำไม แต่มันก็ยังคงตอบคำถามออกไปตามตรงว่า

“ที่น้ำใสแบบนี้ก็เพราะแร่ธาตุ และบรรดาพืชน้ำในทะเลสาบนะ  ถ้าเจ้าอยากรู้รายละเอียดก็ไปค้นหาในอินเตอร์เน็ตก็แล้วกัน “

ชายหนุ่มฝืนยิ้มพร้อมจ้องมองลงไปใต้พื้นน้ำ เท็ดดี้ที่ทนรอคำตอบไม่ไหว มันจึงถามซ้ำว่า “ริว ทำไมแกถึงได้บอกว่าเรื่องของลูน่า ขึ้นอยู่กับข้าล่ะ “

ริวหันกลับมายิ้มให้เท็ดดี้แล้วกล่าวต่อไปว่า “ถ้านายเชื่อมั่นในตัวของนางโดยไม่สนใจสิ่งที่รับรู้มา นายก็จงหาหลักฐานเพื่อหักล้างเรื่องทั้งหมดให้จงได้ เมื่อทำแบบนั้นได้ มันก็หมายความว่า นางเป็นผู้บริสุทธิ์ เอ่อ ในที่นี้ต้องบอกว่าสัตว์เทพบริสุทธ์สินะ”

เท็ดดี้ที่ได้ฟังถึงกับเบิกตากว้าง “ทั้งที่แกก็รับรู้เรื่องราวของลูน่ามาก็เยอะ ทำไมยังคิดว่าเธอเป็นอาจจะเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่อีก”

ริวยังคงเดินเล่นในทะเลสาบ “ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน เอาเป็นว่าสำหรับเรื่องนี้ผมขอไม่ตอบก็แล้วกันนะ”

“........ แล้วถ้าข้าไม่เชื่อมั่นในตัวนางล่ะ”เท็ดดี้เงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงเบาๆ

ชายหนุ่มไม่ตอบคำถามนี้ เขาทำเพียงส่งยิ้มมาให้กับเท็ดดี้ “ในเมื่อนายเลือกไปแล้ว ทำไมถึงได้ถามถึงสิ่งที่ไม่ได้เลือกล่ะ”

 เท็ดดี้หัวเราะเบาๆกับคำพูดที่ได้ยิน “นั่นสินะ ข้าเลือกที่จะเชื่อในตัวของนางแล้ว ทำไมต้องถามถึงสิ่งที่ไม่ได้เลือกด้วย  แกนี้ปลอบใจคนเก่งจริงๆนะ อ้อ คำพูดที่พูดมาทั้งหมด แกเอามาจากนิยายเรื่องไหนหรือ? ข้าอยากจะขอยืมอ่านบ้างนะ”

“ไอ้แหวนบ้า! ผมอุตส่าห์ช่วยปลอบใจ แทนที่จะขอบคุณ ดันมาหาว่าผมเอาคำพูดมาจากนิยายซะได้”

“เหรอ? ถ้าแกไม่ได้เอามาจากนิยายก็คงมาจากการ์ตูนสินะ” แม้เท็ดดี้จะพูดเช่นนี้ แต่มันก็คิดขึ้นมาว่า

(ขอบใจนะ ริว )

“แกเงียบไปเลย!”ริวร้องโวยวายออกมาทันที จากนั้นเขาก็รีบเปลี่ยนเรื่องพูดว่า “เท็ดดี้ นายว่าปลาในทะเลสาบ มันกินได้ไหม”

เท็ดดี้พยักหน้าอย่างมั่นใจ “กินได้สิ แถมอร่อยมากด้วยนะ ”

ชายหนุ่มมองเท็ดดี้เหมือนจะถามว่า แกเคยกินปลาพวกนี้ด้วยหรือ? เท็ดดี้ยิ้มตอบ “แน่นอน การที่ข้ามาพักผ่อนที่ทะเลสาบแห่งนี้ ส่วนหนึ่งก็มาจากปลาพวกนี้ละ อ้อ ดูเหมือนพวกมนุษย์จะเรียกพวกมันว่า ปลาศิลาเย็น ”

ชายหนุ่มจ้องมองปลาที่แหวกว่ายในน้ำอย่างไม่กลัวคน  มันมีลักษณะคล้ายปลากะพงแดง แต่เกล็ดปลากับเป็นหินสีแดง ครีบปลาเป็นสีขาว ทั้งยังดูใหญ่กว่าปลากะพงเล็กน้อย ส่วนขนาดตัวดูเหมือนจะใหญ่กว่าประมาณ 1 ไม้บรรทัด

“ถ้ามันอร่อยอย่างที่นายว่าจริง งั้นก็จับกลับไปสัก 2-3 ตัวก็แล้วกัน”

ยังไม่ทันได้พูดจบ ริวก็ยืนมือไปจับปลาในทะเลสาบแต่ก็จับไม่ได้  หลังจากไล่จับอยู่สักพัก ผลที่ได้คือ 0 ตัว เนื่องจากทุกครั้งที่เขาจะสัมผัสตัวปลา มันก็จะเพิ่มความเร็วในการว่ายหนีไป ชายหนุ่มกลับมานั่งข้างเท็ดดี้ด้วยอาการหอบอย่างหนัก

“ไม่ไหวแล้ว เดี๋ยวไปซื้อปลาเอาที่ตลาดก็ได้ ปลาบ้าอะไรว่ายเร็วชะมัด”

            ดวงตาของสิงโตส่องสว่างขึ้นมา ปลา 3 ตัวลอยขึ้นมาจากทะเลสาบ แต่เพียงชั่วครู่ปลาทั้ง 3ก็ถูกแช่ในก้อนน้ำแข็งย่อม

            “ริว ข้าจับปลาพร้อมทำการแช่แข็งให้แล้วนะ ที่เหลือก็จัดการเอาเองก็แล้วกัน”

            ชายหนุ่มกระพริบตา 2 ครั้งราวกับไม่เชื่อว่า เท็ดดี้จะยอมช่วยทั้งที่ไม่ได้ขอ แต่ยังไม่ทันจะได้ถามอะไร มันก็พูดกลบเกลื่อนว่า

            “บอกไว้เลยนะว่า ข้าไม่ได้ทำเพื่อตอบแทนเรื่องที่เจ้าช่วยปลอบใจหรอกนะ  ข้าแค่ไม่อยากจะให้เจ้ากลับไปมือเปล่าก็เท่านั้นเอง”

            เสียงหัวเราะเบาๆดังขึ้นมาจากปากของริว เขาจัดการสวมแหวนอีกครั้ง ก่อนจะยัดปลาทั้ง 3 ตัวลงในกระเป๋าสะพาย ระหว่างที่จะลุกขึ้นยืนนั้น เสียงร้องโหยหวนที่เคยได้ยินที่สวนก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง แถมครั้งนี้ยังดังกว่าครั้งแรกไม่รู้กี่เท่า  ริวทรุดตัวลงไปคุกเข่ากับพื้นด้วยสีหน้าซีดขาว

            “ริว แกเป็นอะไรนะ”

            ชายหนุ่มไม่ตอบคำถามนี้ ไม่สิ เสียงของเท็ดดี้ส่งไปถึงเขาต่างหาก  เสียงที่ชายหนุ่มได้ยินตอนนี้กลบเสียงทุกอย่างไปจนหมด  ริวพยายามตั้งใจฟังเพื่อหาต้นตอของเสียง แต่ก็ไร้ผลเพราะเสียงถูกส่งมาจากทุกทิศทาง

            สิ่งที่ชายหนุ่มได้ยินมีแต่เสียงร้องโหยหวน และคำว่า  ช่วย-ด้วย ที่ดังขึ้นมาเป็นระยะ  เวลาผ่านไปอีกชั่วครู่ เสียงเหล่านั้นก็เริ่มเบาลง ก่อนจะหายไป  ริวล้มนอนด้วยท่าทางมึนงง

            “ริว แกได้ยินที่ข้าพูดไหม”เสียงตะโกนของเท็ดดี้ดังขึ้นมา

            ชายหนุ่มยกแหวนขึ้นมาตรงหน้า “แกอย่าตะโกนจะได้ไหม แค่นี้แก้วหูของผมก็จะฉีกขาดอยู่แล้ว”

            สีหน้าของสิงโตบ่งบอกว่าไม่เข้าใจที่ริวพูดแม้แต่น้อย เขาจึงได้แต่บอกไปว่า “เมื่อกี้ผมได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลืออีกแล้ว ”

            “เสียงร้องขอความช่วยเหลือที่แกว่ามา คือเสียงร้องแบบเดียวกับที่แกได้ยินในสวนของตระกูลเซริวใช่ไหม”

            “มันก็ประมาณนั้นล่ะ  แต่ครั้งนี้ผมยังจะได้ยินคำว่า ช่วยด้วย แฝงมากับเสียงร้องที่ได้ยินด้วยนะ”

            “ช่วยด้วย? นี่ตกลงว่าแกได้ยินแค่นี้เองหรือ?”

            “ใช่ แค่นี้ก็ทำให้แทบจะไม่ได้ยินอะไรแล้วนะ ขืน มันยังดังต่อไปมีหวังเยื่อแก้วหูผมขาดพอดี”

            เท็ดดี้ถอนหายใจเบาๆ “ในเมื่อรู้แค่นี้ก็ทำอะไรไม่ได้หรอก งั้นเอาไว้แกได้ยินเสียงร้องอีกค่อยมาว่ากันใหม่ก็แล้วกัน”

            “ยังต้องมีครั้งต่อไปอีกหรือ? แค่นี้หูผมก็จะหนวกอยู่แล้วนะ”ริวทำหน้าเบ้ก่อนจะเริ่มบ่นขึ้นมา

            เท็ดดี้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเฉื่อยๆ “ถ้าแกอยากจะบ่น หรือ โวยวายก็เอาไว้ไปบอกไอ้คนที่ขอความช่วยเหลือเอาเองเถอะ ตอนนี้ข้าจะพาแกส่งกลับไปที่เมืองเลยละกัน ขืน ชักช้ามีหวังยัยหนูเทียน่าได้เล่นงานข้าตาย”

            “เดี๋ยวค่อยไปได้ไหม  ไหนๆก็มาถึงที่นี้แล้ว ผมขอเดินชมทิวทัศน์หน่อยสิ”

            “ตามใจ ถ้ายัยหนูเทียน่าเล่นงานเจ้าขึ้นมา ข้าไม่รู้ด้วยนะ”

            ตาชั่งที่อยู่ในใจของชายหนุ่ม เริ่มชั่งน้ำหนัก ความโกรธของน้องสาวสุดที่รัก กับ ความอยากเที่ยว หลังจากชั่งน้ำหนักอยู่ ความโกรธของน้องสาวก็เป็นฝ่ายชนะ แต่ความอาลัยในทิวทัศน์รอบตัวก็ยังคงอยู่ ดังนั้นริวก็พูดขึ้นว่า

          “ 10 นาที!  ขอแค่ 10 นาทีก็พอแล้ว”

            เท็ดดี้ยอมอนุญาตตามที่ริวขอ  ชายหนุ่มเดินเลียบทะเลสาบพร้อมชมทิวทัศน์ที่อยู่รอบๆ ระหว่างที่กำลังเดินอยู่นั้น เขาก็ได้กลิ่นหอมบางอย่าง เมื่อเดินตามกลิ่นหอมมาก็ได้พบกับต้นไม้ที่มีผลไม้อยู่เต็มไปหมด

            ชายหนุ่มมองผลไม้ด้วยความสนใจเพราะกลิ่นหอมของผลไม้นี้ช่างยั่วน้ำลายจริงๆ เขายกเท้ดดี้ขึ้นมาถาม

“เท็ดดี้ ผลไม้ตรงหน้า มนุษย์กินได้ไหม”

“ไม่น่าจะมีปัญหา  ข้าเคยเห็นพวกมนุษย์เก็บผลไม้เหล่านี้ไปขาย ดูเหมือนว่ามันจะเป็นผลไม้ที่หายากและมีราคาแพง ”

คำตอบของเท็ดดี้ทำเอาชายหนุ่มจ้องมองผลไม้ตาเป็นมัน เขารีบตรงเข้าไปเก็บผลไม้ในทันที ระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังจะปีนต้นไม้ไปเด็ดผลไม้ที่อยู่สูงๆ เสียงของเท็ดดี้ก็ดังขึ้นว่า

“ริว นี่มันครบ 10 นาทีมานานแล้วนะ ถ้าไม่รีบไปเดี๋ยวยัยหนูเทียน่าก็บ่นเอาหรอก”

“ขอเก็บอีกนิดได้ไหม”ริวพูดพร้อมเหยียบกิ่งไม้เพื่อขึ้นไปเก็บผลไม้ที่อยู่บนยอด

เท็ดดี้ส่ายหน้าช้าๆ ก่อนจะหันไปมองกระเป๋าสะพายที่ตอนนี้เต็มไปด้วยผลไม้ “ไอ้ริว ข้าว่าพอแค่นี้เถอะ”

ริวเอื้อมมือไปเด็ดผลไม้อีกหนึ่งลูก จากนั้นจึงค่อยๆปีนลงมาจากต้นไม้อย่างไม่เต็มใจนัก แต่เมื่อชายหนุ่มลงมาถึงพื้น  ริวก็พบว่ามีฝูงแมวป่ากำลังจ้องมองเขาอยู่  มันเป็นแมวป่าที่มีขนสีเหลืองน่ากอด ตัวใหญ่เป็น 3 เท่าของสุนัขทั่วไป  นี่ถ้าไม่เห็นว่าพวกมันมีน้ำลายไหลตลอดเวลา เขาคงตรงเข้าไปเล่นกับพวกมันแล้วละ

            ยังไม่ทันที่ริวจะได้ตั้งตัว แมวป่าตัวแรกก็วิ่งตรงเข้าหาชายหนุ่มในทันที คงไม่ต้องบอกนะว่ามันต้องการอะไร  เขารีบหันหลังวิ่งหนีให้เร็วที่สุด แต่พอวิ่งไปได้สักพักจำนวนแมวป่าก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดเขาต้องร้องออกมาว่า

            “ใครก็ได้ ช่วยผมด้วย!!

            //////////////////////////////////////////////

 ในที่สุดก็เชื่อมต่อกับตอนที่ 1ได้แล้ว ไชโยๆๆ

ก่อนอื่นเลย ไรเตอร์มีเรื่องสารภาพครับ ตอนนี้เพิ่มให้แค่ 13 หน้า(จากเดิมคิดจะลงซัก 20 หน้า )ที่เป็นแบบนี้เพราะติดนิยายครับ เรื่อง ยอดกุนซือทะลุมิติเล่ม1- 2  อ่าน 2 วันติดไม่ได้เขียนนิยายสักนิด อ้อ 13 หน้านี้เสร็จตั้งแต่วันพุธตอนประมาณ 3 ทุ่ม แต่เพราะติดนิยายเลยไม่ได้ลง จึงต้องกราบขอโทษมานะที่นี้ด้วย ครั้งหน้าจะไม่เป็นแบบนี้อีกแล้วครับ ขอตัวกลับไปอ่านต่อละนะ กำลังสนุกเลย

เรื่องที่ 2 ตามพล็อตที่วางไว้ตอนนี้น่าจะยาวประมาณ 40 หน้า ไรเตอร์จึงขอแบ่งเป็น 12.1 กับ12. 2นะครับ                       



 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 207 ครั้ง

212 ความคิดเห็น

  1. #7054 lolin dill (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2559 / 19:43
    อืมม คือผมรู้สึกว่าคนร้ายตัวจริงมันไม่ใช่ลูน่าอะ แบบถ้าเกิดว่าคนที่โดนผนึกอยู่ในดวงตาเเห่งความมืดเป็นลูน่า เเละรู้สึกว่าลูน่ามีเวทลวงตาด้วยใช่ปะ คนร้ายก็สามารถใช้พลังของลูน่าสร้างภาพให้ตัวเองเป็นลูน่าก็ได้ เเละมันอธิบายเรื่องตอนที่มังกร 2 ตัวไม่โดนดูดเข้าดวงตาเเห่งความมืดได้ด้วย เเละวิธีการเเก้คำสาปในภาคเเรก คนร้ายไม่น่าจะเป็นคนคิดขึ้น ดังนั้นผมคิดว่าลูน่าน่าจะเป็นคนทำก็ได้ซึ่งเป็นได้ไงผมไม่รู้ เเละผมมีความรู้สึกว่าเสียร้องที่ริวได้ยินเป็นเสียงลูน่าด้วยอะ



    ป.ล. ความเห็นส่วนตัวนะครับ
    #7054
    0
  2. #6449 Harm. (@tanzanaza) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 4 กันยายน 2558 / 22:21
    โอ กว่าจะถึงตอนวิ่งเก็บของป่า 5555 ริวเอ้ย คนบนโลกริเดียโคตรช่างมโนจริงๆ - -
    #6449
    0
  3. #5455 sun in winter (@charoenratratray) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2557 / 19:47
    อ่า ก่อนอื่นต้องขอโทษไรเตอร์เลย ตั้งแต่เริ่มอ่านพึ่งมาเมนท์เอาตอนนี้TAT แหะๆ ^ ^;;; แต่เปนเรื่องที่สนุกๆมากๆเลย ถึงจะมีคำผิดบ้างก้อตาม(มีไม่เยอะนะ แต่ก้อพอสมควรเลย ) ชอบริวมากๆเราอยากมีพี่ชายที่รักน้องสาวอย่างนี้สุดๆเลยๆ 555 มาต่อไวๆน้าา รออยุ่ ขอโทษที่พึ่งมาเมนท์นะ-/- ปล.ต่อไปถ้าอัพจะมาเมนท์ทุกตอนเลย ฮึ่มๆ!!
    #5455
    0
  4. #5175 Kuroko Tetsuya_kun (@phingpin) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2557 / 20:43
    ซวยซ้ำซวยซ้อนจริงๆ
    #5175
    0
  5. #4914 BlackComment (@kafil2006) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 7 กันยายน 2557 / 23:50
    โอ้กำลังมัน
    #4914
    0
  6. #4912 ปั้นชา (@nokkapod) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 7 กันยายน 2557 / 22:45
    รอคอยด้วยความใจจดใจจ่อ ไรท์ค่ะสงสารคนรอบ้างน่ะค่ะ ลุ้นตอนต่อไป ขอบคุณสำหรับงานดีๆๆจ๊ะ
    #4912
    0
  7. #4741 max-kun (@trow_nd) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2557 / 21:33
    อ่านยอดกุนซือทะลุมิติไปละ 2 เล่ม กำลังสนุกได้ที่เลย น่าเสียดายเล่ม 3 ออกเดือนตุลาโน่น - - เซ็งเลย

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 7 สิงหาคม 2557 / 21:34
    #4741
    0
  8. #4726 pop-pap-za (@poppop34) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2557 / 22:45
    สงสัยว่าของมันต้องมีอะไรแน่ๆ+_+
    ริวเข้าป่าอันตรายอีกแล้ว 
    อ่านเสร็จต้องย้อนไปอ่านตอนหนึ่งอีกรอบ 555

    ปล.นอกเรื่อง ยอดกุนซือทะลุมิติสนุกจริงๆอ่ะไรเตอร์
    อ่านข้ามวันข้ามวันข้ามคืนเหมือนกัน 555
    ไม่รู้ว่าจะรบกวนไปไหม แต่อยากถามว่าเล่ม 2 มี 424 หน้าจริงๆรึเปล่า
    ของเราอ่านแล้วมี 423 หน้า อีกหน้าเป็นหน้าว่างๆ
    ไม่รู้ว่าหน้าขาดหรือเป็นอย่างนี้อยู่แล้ว*_*
    #4726
    0
  9. #4725 กายู๋น้อย (@mikayu) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2557 / 18:36
    แอบเคยเห็นเม้น เรื่อง จิตวิญญาแห่งธรรมชาติ แต่คิดว่า มันน่าจะทำให้ เข้าใจ และเป็นมิตรมากกว่า ไม่ใช่เกรงกลัวค่ะ เพราะถ้าจิตตวิญญาณแห่งธรรมชาติทำให้ สิ่งมีชีวิตเกรงกลัว ริว คง มีบรรยากาศเย็นๆ สยองๆ แผ่ออกมาตลอดเวลา ไม่ใช่ได้รับความเอ็นดูจากคนทั่วๆไปเช่นนี้
    #4725
    0
  10. #4723 Tsuna_10 (@manami_01) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2557 / 08:04
    รอตอนต่อไปอยู่นะ

    หนังสือออกเมื่อไรแจ้งด้วยนะค่ะจะได้ไปตามซื้อ 
    #4723
    0
  11. #4721 Lita (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2557 / 17:37
    สนุกมากกกก>/////_
    #4721
    0
  12. #4719 nongbuy (@nongbuy) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2557 / 20:40
    นักอ่านเงาคนนี้แสดงตัวให้ไรเตอร์เห็นเพราะจะทวงนิยายโปรดมาต่อเถิดข้าน้อยแสดงตัวแล้ว==^
    #4719
    0
  13. #4716 Valensiany (@name-valensiany) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2557 / 14:57
    รออยู่นะคะ มาอัพเร็วๆน้าาาา~~
    #4716
    0
  14. #4713 ฟังชั้น (@t-rom) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2557 / 09:38
    ทางนี้ก็ติดนะคร๊ะนิยายอะแต่ว่าเป็นนิยายที่ไรเตอร์เขียนนะดังนันกลับมาอย่างรวดเร็วเห็นใจนักอ่านผู้หน้าฉงฉาน รักริวที่สุดคิคิ
    #4713
    0
  15. #4710 Nattapong Thambuacha (@numtham22) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2557 / 19:18
    มาวันนี้ปะคับ เปิดหลายรอบแระ
    #4710
    0
  16. #4708 วาญา (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2557 / 17:03
    รออยู่นะจ๊ะ
    #4708
    0
  17. #4706 เอกเองครับ (@kujaku01) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2557 / 11:08
    แง นี่วันศุกร์แล้วนี่นา ทำไมยังไม่มาล่ะครับ หรือจะอัพวันไหน ช่วยบอกหน่อย จะลงแดงอยู่แล้ว
    #4706
    0
  18. #4704 AoMeZa (@aomeza) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2557 / 03:22
    ปุ่ เสื่อรอคับ ผมสงสัยทำไม หลายคนบอกว่าเจอกันวันที่8 สิงหาละคับ ผมจำได้ว่าไรท์ เคยบอกไว้ว่าลงอาทิตย์ละตอน รบกวนผู้รู้ช่วยตอบ หน่อยคับ
    #4704
    0
  19. #4694 narongsag (@narongsag) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2557 / 19:30
    มาลงยัง อะ รอนานแล้ว
    #4694
    0
  20. #4685 usavic (@inugamikota) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2557 / 19:31
    ไรท์ๆ มังกรทองกดลงสู่พื้น วิหกเพลิงอยู่ตรงกลาง ..(ขี้เกียจพิม(มือถือ)) อ่านแบบนี้หรือป่าวอ่ะ ข้อความที่รีก้าแปลได้อ่ะ
    #4685
    0
  21. #4678 kuea (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2557 / 20:55
    ริวจะได้เข้า โรงเรียนมั้ยง่า
    #4678
    0
  22. #4672 McLean (@thanyaratyaso) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2557 / 23:04
    ได้ปลาไปทำปลาสามรส  ผลไม้ไปทำไอติมหวานเย็นกับน้ำผลไม้ ตอนนี้วิ่งหนีแมวสงสัยจะวิ่งไปเก็บเห็ดเจ็ดอย่างไปทำต้มจืดแเลย
    #4672
    0
  23. #4664 แสงรัตติกาล (@prang9210) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2557 / 22:21
    จะโทษคนเมืองนี้มโนเก่งก็ไม่ได้ ริวมันชอบโผล่แบบนั้นตลอด
    #4664
    0
  24. #4658 นายตัวร้าย (@aom084495) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2557 / 14:48
    สนุกมาเลยค่า อย่าลืมมาอับอีกนะ
    #4658
    0
  25. วันที่ 26 กรกฎาคม 2557 / 23:35
    ชีวิตซวยเพราะความงกของแกสินะริวสงสัยจะเป็นวัตถุดิบเอาไปทำอาหารเลยก็หาซื้อไม่ได้นิเนอะ รอตอนริวโชว์ทำอาหารอยู่น้า
    #4654
    0