I am normal ผมนี้ละคนธรรมดา

  • 93% Rating

  • 158 Vote(s)

  • 544,381 Views

  • 7,787 Comments

  • 9,115 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    804

    Overall
    544,381

ตอนที่ 47 : บทที่ 13 คนธรรมดา กับ อาหารค่ำที่(ไม่)ธรรมดา ตอนต้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17024
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 228 ครั้ง
    2 ต.ค. 57

บทที่ 13

                            

คนธรรมดา กับ อาหารค่ำที่(ไม่)ธรรมดา ตอนต้น

 

ณ ห้องรับรองของตระกูลเซริว(ห้องนอนของริว)

          ชายหนุ่มกำลังคุกเข่าอยู่ตรงหน้าโต๊ะรับแขก โดยมีพ่อกับแม่นั่งอยู่บนที่โซฟาตรงหน้า ด้านข้างยังมีน้องสาวที่แสนน่ารักยืนกอดอกด้วยสีหน้าโกรธจัด ถ้าถามว่าทำไมผมถึงมาอยู่ในสภาพนี้ได้ มันก็ต้องเล่าตั้งแต่ผมกลับมาถึงตระกูลเซริวนั่นล่ะ  แค่เดินมาถึงกำแพงเท่านั้น บรรดาทหารยามก็ตรงเข้ามาต้อนรับด้วยความอบอุ่นซะที่ไหน แค่มาปรากฏตัวตรงหน้าประตูเท่านั้นไม่ว่าดาบ หอก กระบี่ โซ่ รวมไปทหารยามนับร้อยก็มาล้อมรอบตัวชนิดว่าแค่กระดิกนิ้วยังไม่กล้าเลย ระหว่างกำลังเป็น-ตายอยู่นั้นโชคดีที่เวทอำพรางหมดฤทธิ์เสียก่อน ไม่เช่นนั้นศีรษะกับตัวคนต้องแยกจากกันแน่ๆ (อย่าไปเชื่อ มันโดนทหารยามล้อมก็เพราะพยายามจะปีนกำแพงเข้าไปในตระกูลต่างหาก ส่วนเหตุผลที่คิดจะปีนก็เพราะเจ้าเด็กบ้านี้ขี้เกียจเดินไปยังหน้าประตูต่างหาก by เท็ดดี้)

            แกอย่าขัดได้ไหม นี้มันความคิดของผมนะ เอ่อ ขอเล่าเลยก็แล้วกัน พอทหารยามรู้ว่าเป็นผม ทุกคนก็ค่อยๆทยอยกันกับไปประจำหน้าที่ตามเดิม คงเหลือไว้ก็แต่คนที่เป็นหัวหน้าซึ่งผมจำชื่อไม่ได้แล้วละ เขาบอกผมว่าตอนนี้เทียน่ากับพี่เซนะกลับมาขอกำลังคนเพื่อออกตามหาตัวผมที่ไปป่าดึกดำบรรพ์ (ผมเพิ่งรู้นะ ป่าที่เจ้าเท็ดดี้พาไปมีชื่อว่าอะไรก็ตอนนี้ละ ถ้ารู้จักชื่อตั้งแต่แรก ต่อให้เอาช้างมาฉุด ผมก็ไม่ไปอย่างเด็ดขาด)

หลังจากที่ทราบเรื่องราวแล้ว ผมรีบขอให้ทหารคนนั้นพาไปหาน้องสาวทันที ดูเหมือนจะยังโชคดีที่ยังไม่ได้มีการส่งคนออกไปตามหา แต่โชคร้ายตรงที่ว่าเทียน่ากำลังอยู่กับคนในครอบครัวทุกคน ขอย้ำว่าทุกคน หมายถึงบรรดาลุง ป้า น้า อาทั้งหลายนั่นละ

แน่นอนว่าทุกคนต่างคิดจะเข้ามาถามเรื่องราวต่างๆ แต่ยังไม่ทันจะเข้าใกล้ คุณพ่อ คุณแม่และน้องสาวก็จัดการพาตัวมายังห้องพักเพื่อประชุมระหว่างครอบครัวอย่างที่เห็นนี้ละ

“ลูกเล่าเรื่องทั้งหมดออกมาเดี๋ยวนี้เลยนะ ทำไมลูกถึงไปยังป่าดึกดำบรรพ์ รู้ไหมว่าสถานที่แห่งนั้นอันตรายมากแค่ไหน ”เสียงของคุณพ่อดังขึ้นด้วยความเป็นห่วง  

            “เจ้าหนูเซริว อย่าไปว่าไอ้ริวมันเลย เรื่องทั้งหมดมันเกิดขึ้นเพราะข้าขอร้องมันต่างหาก”

            “ใช่ครับ”ริวรีบเสริมขึ้นมา ก่อนจะยกมือข้างที่สวมแหวนส่งให้เซริว แล้วกล่าวต่อว่า “มันนี่ละที่เป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด ถ้ายังไงคุณพ่อลงโทษเจ้าเท็ดดี้ให้เต็มที่เลยนะครับ”

            -ไอ้เด็กบ้า ทำไมมาทรยศกันแบบนี้ฟะ ข้ากำลังหาทางช่วยแกอยู่นะโว้ย –เท็ดดี้ตอบกลับไปโดยไม่พูด

            (ถ้าแค่ยัยตัวแสบคนเดียวยังพอทน แต่ตอนนี้มีคุณแม่ คุณพ่อร่วมโกรธด้วย งานนี้ตัวใครตัวมันก็แล้วกัน)ริวคิดตอบกลับไป ก่อนจะรีบพูดใส่ไฟว่า

 “คนที่ชวนผมไปป่าก็คือ เจ้าเท็ดดี้ครับ มันบอกว่า อยากจะไประลึกถึงความหลังครั้งอดีตนะ แถมยังบอกอีกว่ามันจะพากลับมาก่อนที่เทียน่าจะรู้ตัว ผมเห็นว่ามันเป็นสัตว์เทพ จึงรับปากว่าจะพาไป แต่ใครจะคิดว่าทุกอย่างจะลงเอยเช่นนี้ เฮ้อ ผมไม่หน้าหลงเชื่อสัตว์เทพเลย”

            “ไอ้ตัวแสบ ถ้าข้าผิด แกก็ต้องผิดด้วย อย่าลืมสิว่าข้าเตือนให้กลับแล้ว แต่แกก็ไม่ยอม อีกอย่างที่กลับช้าแบบนี้เพราะแกขอเวลาเดินชมทะเลสาบไม่ใช่หรือ?  ไหนจะถูกความโลภบังตาจนคิดจะเก็บผลไม้ที่เป็นอาหารของแมวป่ามาขาย จนทำให้เกิดเรื่องขึ้น  ทั้งยังไปหลงเสน่ห์แม่พรานป่าที่ช่วยชีวิตเอาไว้อีกด้วย ถ้าจะหาคนผิดจริงๆ แกต่างหากที่ผิดล่ะ”เท็ดดี้แฉทุกอย่างเป็นการเอาคืน

            “ไอ้แหวนบ้า นี่แกคิดจะโยนความผิดให้กับผมหรือ?.....”

          “ใช่แล้วจะทำไม แกปัดความผิดมาให้ข้าก่อนนี่”

            “กรอด/แง่ง!”เสียงกัดฟันของริว กันเสียงขู่ของเท็ดดี้ดังขึ้น

            “ตุบ!!! ทั้งคู่หยุดได้แล้ว”เสียงทุบโต๊ะดังขึ้น ก่อนจะตามมาด้วยสีตะโกนของเซริว

            คุณพ่อหันมามองลูกชาย จากนั้นก็มองเท็ดดี้ จากนั้นก็พูดขึ้นมาว่า “มันก็ผิดด้วยกันทั้งคู่นั้นล่ะ คุณเท็ดดี้ผิดเพราะพาริวไปที่ป่าดึกดำบรรพ์โดยไม่ขออนุญาต ส่วนลูกก็ผิดที่ไม่ยอมกลับ มันถึงได้เกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้น แล้วแบบนี้พ่อจะไปแก้ตัวกับทุกคนว่ายังไงดีละ”

            ขอโทษครับ”ทั้งสองคนต่างประสานเสียงขึ้นมาทันที

            เซริวจ้องมองลูกชายด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธ แต่ภรรยากลับยื่นมือมาจับแขนด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

            “ใจเย็นหน่อยสิคะ ตอนนี้พวกเรายังไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นกับลูกเลยนะ ถ้ายังไงฟังเรื่องราวทั้งหมด ก่อนจะลงโทษก็ยังไม่สาย”

          สีหน้าของเซริวที่ได้ยินคำพูดของรีก้าก็เริ่มผ่อนคลาย “งั้นเรื่องนี้ให้แม่เป็นคนจัดการก็แล้วกัน”

            เมื่อเซริววพูดจบ เขาก็ยกมือขึ้นมานวดขมับเพื่อผ่อนคลาย รีก้าพยักหน้าเล็กน้อย “ริว ลูกเริ่มเล่าเรื่องราวตั้งแต่แยกจากเทียน่าก็แล้วกัน แม่ขอฟังอย่างละเอียดที่สุดเลย”

            ชายหนุ่มเริ่มเล่าตั้งแต่เดินหลงทางโดยจนใจข้ามเรื่องที่พบในร้านเค้ก(การพูดคุยกับราชินีเอลฟ์)ไปเนื่องจากคิดว่าไม่สำคัญ จากนั้นจึงเล่าเรื่องทั้งหมดที่เจอในป่าดึกดำบรรพ์อย่างละเอียดเท่าที่จำได้

            เมื่อลูกชายเล่าเรื่องทั้งหมดจบลง รีก้าก็นึกถึงเรื่องราวบางอย่างที่เกี่ยวกับป่าดึกดำบรรพ์ขึ้นมาได้ เธอหันถามเซริว

“พ่อจ๊ะ พ่อว่าผู้หญิงที่ริวไปเจอจะใช่คนในตระกูล Wood ที่หายไปในป่าตั้งแต่ 300 ปีก่อนหรือเปล่า”

            “คงไม่ใช่หรอก”เซริวปฏิเสธทันควัน จากนั้นก็พูดต่อว่า “ตั้งแต่ตระกูลWoodหายไปก็ไม่เคยปรากฏตัวให้ผู้คนเห็นอีก พ่อคิดว่าเด็กผู้หญิงที่ลูกของเราเจออาจจะเป็นแค่พรานที่เข้ามาหาของป่าเท่านั้นล่ะ”

            “ถ้าเธอเป็นพรานจริงก็ไม่ควรเข้าไปในป่าที่อันตรายแบบนั้นสิ ไหนจะเมินคำสั่งของอาณาจักรเอลฟ์ที่ห้ามเก็บของป่าอีก ไม่ว่าจะคิดยังไง ผู้หญิงคนนั้นจะต้องไม่ใช่พรานป่าธรรมดาแน่”

            เซริวทำหน้าครุ่นคิด ก่อนจะหันไปปรึกษารีก้าด้วยภาษาโบราณ “แม่ พ่อว่าเรื่อง ริวอาจจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องอันตรายโดยไม่รู้ตัวอีกก็เป็นได้”

            “แม่เองก็คิดเช่นนั้น”รีก้าพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะมองลูกชายด้วยความเป็นห่วง “พ่อคิดว่าพวกเราควรจะทำอย่างไงกันดี”

            “......ปล่อยให้เป็นตามชะตากรรม .... “เซริวพูดด้วยน้ำเสียงอันแผ่วเบา แต่เพียงชั่วครู่เขากลับส่ายหน้าด้วยท่าทางอ่อนล้า

            “ไม่ดีกว่า เมื่อก่อนพ่ออาจจะทำเช่นนั้น แต่หลังจากเห็นสภาพของริวเมื่อครั้งก่อน(ตอนที่อยู่ริวนอนหมดสติในปราสาทแห่งแสงสว่าง) หัวใจของพ่อแทบจะแตกสลาย ถ้าต้องเจอเหตุการณ์แบบนั้นอีก พ่อคงทนไม่ไหวแน่ ดังนั้นพ่อตัดสินใจจะพาริวกลับบ้านในวันพรุ่งนี้ โดยไม่รออยู่ร่วมพิธีแต่งตั้งผู้นำรุ่นต่อไป”

            รีก้าตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน เพราะการที่ไม่อยู่ร่วมพิธีแต่งตั้งผู้นำตระกูลรุ่นต่อไปจะถือว่าเป็นการเสียมารยาทอย่างมาก  การที่สามียืนยันเช่นนี้ แสดงว่าเขาเห็นว่าชีวิตของริว มีค่ามากกว่าสิ่งใด เมื่อเธอได้ฟังเช่นนี้ จึงตอบกลับมาทันที

            “ตกลงจ๊ะ พอเช้าวันพรุ่งนี้ พวกเราจะกลับบ้านกัน แต่พ่อคิดว่าท่านผู้นำจะยอมหรือ?”

            “พ่อคิดว่าจะกลับโดยไม่บอกลานะ”เซริวตอบด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

            ระหว่างที่เซริวกับรีก้ากำลังพูดคุยกันด้วยภาษาโบราณ เท็ดดี้ที่ฟังออกมาทั้งหมด มันก็คิดขึ้นว่า (ความรักของพ่อแม่นั้นยิ่งใหญ่จริงๆ ยอมถูกต่อว่า ยอมถูกดูแคลน แต่จะไม่ยอมให้ลูกเป็นอะไร น่าเสียดาย พวกเจ้ารู้ตัวช้าเกินไป หลังจากฟังคำนายของยัยจอมวางแผน เจ้าริวก็ได้ใช้ชีวิตตัวเองแลกเปลี่ยนกับชีวิตของพวกเจ้าแล้ว เฮ้อ ช่างเป็นปัญหาที่แก้ยากจริงๆ ด้านหนึ่งก็คือบุตรที่เห็นชีวิตครอบครัวสำคัญกว่าตน อีกด้านก็พ่อแม่ที่ยอมเสียสละเพื่อลูกได้ทุกอย่าง.... ข้าขอสาบานต่อเทพผู้สร้างโลก  ตราบเท่าที่ข้ายังมีชีวิตอยู่ ข้าจะไม่ยอมให้ใคร หรือ สิ่งใดมาทำร้ายครอบครัวนี้อย่างเด็ดขาด )   

            เท็ดดี้สาบานกับตนเองอย่างเงียบๆ ขณะนั้นเองที่เสียงของชายหนุ่มถามขึ้นมาว่า “ใครก็ได้ช่วยอธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นหน่อยสิ ผมงงไปหมดแล้วนะ”

รีก้ายิ้มบางๆ จากนั้นจึงหันไปพูดกับลูกสาวที่นิ่งเงียบมาตั้งแต่ต้นว่า “เทียน่า ลูกช่วยอธิบายให้พี่ชายฟังทีนะ แม่กับพ่อขอปรึกษากันอีกนิด”

เมื่อพูดจบรีก้าก็ชวนเซริวเข้าไปปรึกษากันในห้องพักโดยทิ้งให้พี่ชายและน้องสาวอยู่กันตามลำพัง ชายหนุ่มหันไปมองเทียน่าพร้อมยิ้มแหยๆ

“ขอโทษนะ”

“2 เดือน”เทียน่าชู 2 นิ้ว ก่อนจะกล่าวต่อว่า “พี่ต้องทำงานบ้าน ทำล้างชาม รดน้ำต้นไม้ และต้องไปช่วยหนูถือของทุกอาทิตย์ เป็นเวลา 2เดือนตกลงไหม”

“เดี๋ยวก่อน พี่ต้องไปเรียนมหาวิทยาลัยที่ต่างจังหวัดนะ แล้วจะกลับมาทำเรื่องพวกนี้ได้ยังไงกัน”

เทียน่าเหล่มองเท็ดดี้ “ในเมื่อทำผิดร่วมกันก็สมควรรับผิดชอบร่วมกันไม่ใช่หรือ? ไม่รู้ละ ถ้าไม่ยอมทำตาม หนูจะขนนิยาย และ DVD ที่บ้านไปทิ้งให้หมดเป็นการลงโทษ”

ชายหนุ่มและเท็ดดี้ต่างมองหน้ากัน จากนั้นทั้ง 2 คนได้แต่ก้มหน้ายอมรับในชะตากรรม เมื่อเห็นทั้งคู่ยอมรับแล้ว เทียน่าจึงยิ้มพร้อมอธิบายว่า

“ก่อนอื่นเลย พี่คงสงสัยว่าตระกูลWood คือใครสินะ”

ริวพยักหน้า เทียน่าจึงพูดว่า “ถ้าจะพูดถึงตระกูลWood คงต้องเล่าย้อนกลับไปถึงช่วงที่มีการกวาดล้างทายาทจอมมารนะค่ะ”

“หยุดก่อน นี้น้องจะบอกว่า ตระกูลWood คือ ทายาทจอมมารของรัฐแห่งนี้”

“ถูกต้องแล้วค่ะ”

“แล้วทำไมทายาทจอมมารถึงต้องอาศัยอยู่ในป่าด้วยล่ะ พวกเขาน่าจะมีบ้านพร้อมที่ดินที่อาณาจักรแห่งนี้มอบให้สิ”ริวถามขึ้นมาด้วยความสงสัย

“ตรงนี้ละที่หนูจะต้องเล่าให้ฟัง ในช่วงเวลานั้นตระกูลWood มีด้วยกัน 2 ตระกูล คือตระกูลหลัก และตระกูลย่อย”

“ช่วงที่มีการกวาดล้างทายาทจอมมาร ตระกูลย่อยได้หนีมาพึ่งใบบุญตระกูลเซริว เพื่อไม่ให้ถูกฆ่าล้างตระกูล ซึ่งต่อมาก็ได้รับบ้านและที่ดินเพื่ออาศัยอยู่ที่เมืองชายป่า ภายหลังได้เปลี่ยนไปใช้ชื่อ Forest นะค่ะ”

“เปลี่ยนจากต้นไม้(Wood) มาเป็น ป่าไม้(Forest) แสดงว่าต้องการบอกว่าตนคือตระกูลหลักสินะ”

“สำหรับเรื่องนี้หนูก็ไม่รู้เหมือนกัน คนในตระกูล Forest ต่างเก็บตัวอยู่กับบ้าน ปีหนึ่งจะออกมาซื้ออาหารเพียงไม่กี่ครั้ง ดังนั้นเลยไม่ค่อยรู้เรื่องของพวกเขานะ”

“ช่างมันเถอะ แล้วตระกูลWoodอีกตระกูลไปไหนล่ะ”

“จากบันทึกที่หลงเหลือ ดูเหมือนว่าพวกเขาจะได้เข้าไปหลบที่ป่าดึกดำบรรพ์นะ”

 ริวขมวดคิ้ว “มันไม่แปลกไปหน่อยหรือ? ในเมื่อตระกูลสาขาหลบมาอยู่กับตระกูลเซริวได้ ทำไมตระกูลหลักต้องหลบเข้าป่าด้วยละ หรือว่ามีสาเหตุอย่างอื่นที่ทำให้พวกเขาไม่สามารถมาที่นี้ อย่างเช่นว่า พวกเขาไม่ถูกกับตระกูลของพวกเราอะไรทำนองนี้นะ”

“หนูก็ไม่รู้ บันทึกเกี่ยวกับเรื่องนี้ บอกแค่ว่าตระกูลWood เข้าไปในป่าดึกดำบรรพ์เท่านั้น และนับจากนั้นมาก็ไม่ได้ข่าวของพวกเขาอีกเลย คราวนี้พี่พอรู้แล้วใช่ไหมว่าพ่อกับแม่กำลังกลุ้มใจเรื่องอะไร”

             “ พวกท่านคงกลัวว่าพี่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของตระกูลWood โดยไม่ตั้งใจสินะ”

            “ใช่ค่ะ”เทียน่าตอบ พร้อมกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง “พ่อกับแม่เป็นห่วงพี่มากนะ ตอนที่รู้ว่าพี่หายไป พวกท่านแทบจะติดปีกบินไปหาพี่ที่ป่าดึกดำบรรพ์ ดีที่ทุกคนช่วยกันห้ามไว้ได้ทัน ทีหลังถ้าพี่จะทำอะไรแบบนี้ ช่วยคิดถึงหัวอกพวกท่านบ้างนะ”

            สีหน้าของชายหนุ่มสลดลงทันทีที่น้องสาวพูดจบ “พี่เข้าใจแล้วละ ขอบใจที่บอกนะ”

            “ไม่เป็นไร แค่พี่เข้าใจก็พอแล้ว”เทียน่ายิ้มอย่างอ่อนโยน

            “ก็อกๆๆ”เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น เทียน่าจึงลุกขึ้นไปเปิดประตูโดยปล่อยพี่ชายเอาไว้กับเท็ดดี้เพียง 2 คน

            -ริว แกจะเอาไงต่อละ ยัยหนูเทียน่าพูดถึงขนาดนี้แล้วนะ แกยังดึงดันที่จะเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยงเพื่อลบล้างคำทำนายอีกหรือ? ถ้าผิดพลาดอะไรขึ้นมา เจ้าหนูเซริว กับยัยหนูรีก้าอาจจะเสียใจจนหัวใจแตกสลายก็ได้นะ-

            (แล้วแกจะให้ผมทำอย่างไง ถ้าไม่ทำแบบนั้น ต้องมีใครตายแน่ๆ ไม่รู้ละ ผมจะไม่ยอมเสียคนในครอบครัวไปอย่างเด็ดขาด)ริวคิดพร้อมกำหมัดแน่น ราวจะบอกว่าผมตัดสินใจอย่างเด็ดขาดแล้ว 

          สิ่งเดียวที่เท็ดดี้ทำได้ในตอนนี้คือการถอนหายใจเบาๆ จังหวะนั้นเองที่เสียงของเทียน่าดังขึ้นว่า”พี่เซนะ มาหาใครหรือค่ะ”

เจ้าของเสียงเคาะประตูเมื่อสักครู่ก็คือ เมดสาวที่มีหูสุนัขนั้นเอง เธอโค้งตัวให้กับเทียน่า พร้อมกล่าวว่า

“คุณหนูเทียน่า ไม่ทราบว่าคุณชายรอง กับคุณรีก้าอยู่ไหม”

“อยู่ค่ะ”เทียน่าพยักหน้าพร้อมเบี่ยงตัวเป็นการเชิญให้พี่เซนะก้าวเข้ามาในห้อง จากนั้นเธอจึงเดินเข้าไปตามพ่อกับแม่ให้ออกมาพบพี่เซนะ

เมื่อทั้ง 2 คนออกมาแล้ว เมดสาวเดินตรงเข้าไปหาพวกเซริว ก่อนจะพูดขึ้นว่า“คุณชายรอง คุณรีก้า ท่านผู้นำเชิญไปพบค่ะ ดูเหมือนว่าท่านผู้นำต้องการจะรู้เรื่องที่เกิดขึ้นกับคุณหนูริวนะ”

เซริวตอบตกลง ส่วนรีก้าจะขอเวลาแต่งตัวสักครู่แล้วจะตามไปทีหลัง พี่เซนะที่ได้ยินแบบนั้นจึงเดินนำหน้าไปก่อน

เมื่อทั้ง 2จากไปแล้ว รีก้าก็หันมองลูกชาย “ริว ถ้ามีใครถามลูกว่าเข้าป่าดึกดำบรรพ์ไปทำไม ให้ลูกตอบว่า เข้าไปหาเห็ดเพื่อมาทำอาหารนะ แต่ถ้าคนถามยังไม่เชื่อ ลูกก็ยิ้ม ไม่ก็เดินหนี แต่ถ้าคิดว่ามันเสียมารยาท ลูกก็ตอบไปว่า บอกไม่ได้นี้เป็นความลับสำคัญที่ใช้ในการแข่งขัน ส่วนเรื่องอื่นๆพ่อกับแม่จะจัดการให้เอง”

“เอ่อ ..เข้าใจแล้วครับ”ริวรับคำด้วยสีหน้างงๆ แต่ยังไม่ทันจะได้ถามอะไรต่อ รีก้าก็เดินไปถึงประตูแล้ว ชายหนุ่มรีบตะโกนเรียกเอาไว้ได้ทัน

คุณแม่หันมามองลูกชาย “ลูกเรียกแม่หรือ?”

“ครับ”ชายหนุ่มยิ้มอย่างอายๆ ก่อนจะกล่าวต่อทันที “แม่ครับ ผมขอโทษ”

รีก้ายิ้มอย่างนุ่มนวล เธอเดินเข้ามาลูบหัวลูกชายเบาๆ “ทีหลังอย่าทำอีกละ”

“ครับ”ริวรับคำอย่างว่าง่าย

“เอาละ ในเมื่อลูกสำนึกผิดแล้ว แม่จะลงโทษสถานเบาก็แล้วกัน” รอยยิ้มของเธอยังคงเป็นเช่นเดิน แต่ดวงตาของรีก้ากลับแฝงไปด้วยความขี้เล่น เธอหันไปพูดกับลูกสาวว่า

“เทียน่า แม่ฝากดูริวด้วยนะ ถ้ายังไม่ครบครึ่งชม. ห้ามพี่ชายลุกขึ้นยืนอย่างเด็ดขาดนะ”

ชายหนุ่มหน้าเจื่อนลงทันที เขาทำท่าจะคัดค้านแต่ยังไม่ได้พูด หรือ เอ่ยอะไร คุณแม่ก็ชิงพูดขึ้นมาว่า

“ถ้าลูกไม่ยอมรับบทลงโทษนี้ แม่จะตัดค่าขนมครึ่งหนึ่งเป็นเวลา 3 เดือน พร้อมห้ามลูกอ่านนิยายทุกชนิดตลอด 3 เดือนด้วย ว่าไงละ จะเอาแบบไหนก็เลือกมาเลย”

“ผมยอมคุกเข่าด้วยความเต็มใจเลยครับ ”ริวตอบโดยไม่ต้องคิดเลย

สีหน้าพึงพอใจในคำตอบของลูกชายปรากฏอย่างเด่นชัด สักพักเธอก็เดินตามสามีออกไป แต่ก่อนจะออกจากห้องเธอยังหันกลับมาพูดกับพวกลูกๆว่า

“จนกว่าพ่อกับแม่จะกลับ ห้ามพวกลูกออกจากห้องอย่างเด็ดขาดนะ โดยเฉพาะริว ลูกห้ามออกไปไหนเลยนะ เข้าใจไหม”

          “โธ่ คุณแม่อย่าพูดเหมือนกับว่าผมอยากจะออกไปก่อปัญหานักสิ เด็กเรียบร้อยอย่างผมไม่คิดจะไปก่อปัญหาให้กับใครหรอก”

            “ช่างกล้าพูดนะ ไอ้ริว คนอย่างแก มันตัวป่วนระดับโลกต่างหาก ไปที่ไหนก็สร้างปัญหาได้ทุกที่นั้นละ”เท็ดดี้พูดแทรกขึ้นมาทันที

            “แม่ค่ะ  อย่างพี่ชายต่อให้นั่งเฉยๆ ปัญหายังวิ่งเข้ามาหาเองเลย”เทียน่ารีบเสริมขึ้นมาอีกคน

            “ยัยตัวแสบนี่ไม่ได้ช่วยกันเลยนะ ที่พี่ต้องมาโชคร้ายอยู่จนถึงทุกวันนี้ มันเพิ่งเป็นตอนที่ได้แหวนวงนี้มาต่างหาก เพราะฉะนั้นคนที่เรียกปัญหาต่างๆให้เข้ามาคือเจ้าเท็ดดี้ พี่ไม่เกี่ยวโว้ย ....ยัยเทียน่า นี้เธอฟังพี่อยู่หรือเปล่า”

            ริวส่งสายตาพิฆาตไปยังน้องสาว เพราะแทนที่เธอจะสนใจคำพูดของเขา เทียน่ากลับยกนิ้วขึ้นมาอุดหู ก่อนจะแลบลิ้นใส่พี่ชาย จากนั้นจึงหันไปพูดกับคุณแม่ว่า

            “แม่ไม่ต้องห่วงนะ หนูจะอยู่ติดกับพี่ชายให้เหมือนเงาตามตัวเลย รับรองว่าครั้งนี้จะไม่ยอมให้คลาดสายตาอย่างเด็ดขาด”

            รีก้าอมยิ้มให้กับคำพูดลูกสาว จากนั้นก็กล่าวว่า “ถ้าได้แบบนั้น แม่ก็สบายใจ อ้อ เรื่องอุปกรณ์ทำอาหารแม่จัดเตรียมเอาไว้แล้ว ถ้ายังไงแม่จะพาไปดูทีหลังนะ”

            เมื่อคุณแม่พูดจบก็เดินออกประตูไป

ครึ่งชม. ต่อมา

            “อูย! เบามือหน่อยสิ มือหนักยังกะช้างนะ”

            ชายหนุ่มร้องครวญครางอยู่บนเตียง โดยมีน้องสาวกำลังใช้มือนวดขาทั้ง 2 ขา เมื่อได้ยินพี่ชายพูดเช่นนั้น เธอก็ใช้มือตบขาที่กำลังนวด

 “โอ๊ย!!

            เสียงร้องของชายหนุ่มดังไปทั่วทั้งห้อง ก่อนจะตามมาด้วยเสียงโวยวาย “ยัยตัวแสบ ทำไมถึงทำแบบนี้”

            “พี่นั่นละ อย่าสำออยจะได้ไหม แค่คุกเข่าครึ่งชม. ร้องยังกะจะตายเสียให้ได้”เทียน่ากล่าวด้วยสีหน้าบูดบึง

“ หนูอุตส่าห์ช่วยนวดแก้คลายกล้ามเนื้อให้แล้ว ยังจะมาบ่นอีก งั้นเชิญพี่นวดเองก็แล้วกัน”

            ริวรีบยิ้มประจบ แต่ยังไม่ทันจะได้พูดอะไรเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอีกครั้ง

            ก๊อกๆ

            เทียน่าลุกขึ้นไปเปิดประตู เมื่อประตูเปิดออกสิ่งที่รอเธออยู่กับเป็นเอลฟ์สาวที่หน้าตาบึงตึง เอลฟ์สาวคนนั้นเดินตรงเข้าไปหาริวโดยไม่สนใจเพื่อนสาว  

            “คุณพี่ชาย ไม่เป็นอะไรใช่ไหม มิ้ว”ยูอิรีบถามซ้ำด้วยสีหน้าร้อนรน

          (ยูอิคงเป็นห่วงเรื่องที่ผมถูกลงโทษสินะ ในเมื่อเธอเป็นห่วงขนาดนี้ ต้องแสดงให้เห็นว่าตัวเองยังคงเป็นปกติ เธอจะได้เลิกเป็นห่วงเสียที )ริวที่คิดเช่นนั้น เขาก็ลุกขึ้นยืนพร้อมบิดตัวไป-มา

“พี่ยังเป็นปกติอย่างที่เห็นนี้ละ ขอบใจที่เป็นห่วงนะ”

ยูอิสำรวจร่างกายชายหนุ่มอย่างละเอียด พร้อมคิดขึ้นว่า (ไร้รอยแผล แถมยังดูไม่เป็นอะไรอีก  ทั้งที่เพิ่งเข้าไปในป่าดึกดำบรรพ์มาเนี่ยนะ มันเหลือเชื่อเกินไปแล้วนะ หรือว่า คุณพี่ชายจะไม่ได้เข้าไปในป่าดึกดำบรรพ์กันอย่างที่เทียน่าบอกนะ)

เอลฟ์สาวคิดได้แบบนั้นจึงถามต่อว่า “คุณพี่ชายเข้าไปในป่าดึกดำบรรพ์ทำไมหรือมิ้ว?”

“พี่เข้าไปเก็บวัตถุดิบเพื่อใช้ในการทำอาหารนะ”ริวตอบตามที่รีก้าบอก แถมยังส่งยิ้มให้กับยูอิราวจะบอกว่า เรื่องเป็นเรื่องปกติที่ใครก็ทำได้

รอยยิ้มและท่าทางของชายหนุ่มทำเอายูอินิ่งเงียบไปพักใหญ่ “เอ่อ คุณพี่ชายจะว่าไหม ถ้าฉันจะขอดูวัตถุดิบที่เก็บมาสักหน่อยนะมิ้ว”

          “ได้สิ”ริวรับคำอย่างง่ายดาย ชายหนุ่มเดินไปหยิบถุง(ที่รันให้มา)จากกระเป๋าสะพาย พร้อมส่ง

มันให้กับเอลฟ์สาว

            “ยูอิดูได้ตามสบายเลยนะ”

            พอพูดจบ ริวก็เดินไปนั่งที่เตียงอีกครั้ง แน่นอนว่าที่ต้องทำแบบนี้เพราะไม่รู้ว่าในถุงของรันมีอะไรอยู่บ้าง ขืนให้เปิดถุงแล้วยกวัตถุดิบทีละอย่างขึ้นมาอธิบาย ผมอาจจะอธิบายผิดๆถูกๆก็เป็นได้ ดังนั้นให้เธอดูเองเป็นการดีที่สุด

            ยูอิเปิดถุง ก่อนจะหยิบวัตถุดิบออกมาทีละชิ้นโดยเริ่มจากสาลี่ 7- 8ลูก จากนั้นจึงเป็นเห็ดชนิดต่างๆ เธอจัดการเรียงเห็ดเป็นแถว แถวละ 5 ชนิด เห็ดในถุงสามารถหยิบเรียกกันได้ 2 แถว แถวแรกมี 5 ชนิด ส่วนแถมสองตอนนี้มี 4 ชนิด ทุกครั้งที่เธอหยิบวัตถุดิบชนิดใหม่ออกมาจากถุง แววตาจะเบิกกว้าง มือจะสั่นเล็กน้อย เธอเหล่มองชายหนุ่มทุกครั้งที่หยิบวัตถุดิบขึ้นมาตรวจสอบ ยิ่งเมื่อบวกกับรอยยิ้ม(ที่ไม่รู้อะไรเลย) และท่าทางสบายๆของริว มันถึงกับทำให้เอลฟ์สาวกลืนไม่เข้าคลายไม่ออก และเมื่อหยิบเห็ดดอกสุดท้ายขึ้นมาจากถุง

          “มิ้ว เจ้าสิ่งนี้มาอยู่ที่นี้ได้ยังไง”

            ดวงตาของเอลฟ์สาวจับจ้องไปที่เห็ดดอกสุดท้าย มันมีลักษณะคล้าย เห็ดสน(เห็ดมัตสึทาเกะ) แต่เป็นสีขาวทั้งต้น กลิ่นหอมอบอวลไปทั่วห้อง ชายหนุ่มและน้องสาวต่างหันไปมองมันอย่างไม่รู้ตัว มีเพียงเท็ดดี้เท่านั้นที่ดูตกใจกับเห็ดที่ยูอิถืออยู่

            เอลฟ์สาวรีบหันไปถามชายหนุ่ม “คุณพี่ชาย นี่...พี่ไปเก็บเห็ดพวกนี้มาจากตรงไหนของป่าดึกดำบรรพ์หรือ? มิ้ว”

            ริวยิ้มโดยไม่ตอบ เพราะเขาเองก็ไม่รู้ว่าควรตอบเช่นไร ดังนั้นการนิ่งเงียบจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด เทียน่ารู้ดีว่าพี่ชายไปได้เห็ดพวกนี้มาจากใคร เธอจึงช่วยเปลี่ยนเรื่องว่า

            “ยูอิ เห็ดและผลไม้พวกนี้หายากมากหรือ?”

            “ถ้าคิดจะหาก็ไม่ยากหรอก แต่มันขึ้นตามธรรมชาติค่อนข้างน้อยนะมิ้ว การจะหาพวกมันพบแสดงว่าคนผู้นั้นต้องชำนาญป่าเป็นอย่างดี ยกตัวอย่าง สาลี่พวกนี้เรียกว่า สาลี่หิมะขาว พวกมันจะขึ้นเฉพาะในป่าดิบชื้น  ส่วนเห็ดนางฟ้าสีอำพัน  5 ดอกนี้จะขึ้นบนต้นไม้ยักษ์เท่านั้น การจะเก็บมันมาได้จำเป็นต้องรู้รายละเอียดของต้นไม้ยักษ์เป็นอย่างดีจึงจะหามันเจอนะมิ้ว ”

            ยูอิถอนหายใจเบาๆ “ในอาณาจักรเอลฟ์ คนมีความสามารถพอเก็บเห็ดนางฟ้าสีอำพัน และสาลีหิมะขาว ได้นั้นก็มีอยู่ไม่มากหรอกนะมิ้ว ยิ่งไปเก็บในป่าดึกดำบรรพ์ด้วยแล้ว ทั้งอาณาจักรมีไม่ถึง 100 คน”

            เทียน่าตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ เมื่อเห็นสีหน้าเพื่อนสนิทเป็นเช่นนั้น ยูอิก็รีบกล่าวต่อว่า “เธออย่าเพิ่งตกใจสิ สิ่งที่น่าตกใจมันอยู่ต่อจากนี้ต่างหาก”

            เอลฟ์สาวหยิบเห็ดที่เป็นก้อนสีดำ และก้อนสีขาวขึ้นมาจากแถวสอง “นี่คือเห็ดทรัฟเฟิลขาว และดำ ที่ถือว่าเป็นวัตถุดิบชั้นสูงที่ซื้อ-ขายกันเป็นกรัม  ส่วนที่ถนัดมาคือ เห็ดตาข่ายสวรรค์ เป็นเห็ดที่ขึ้นเฉพาะหน้าผาที่ไร้แสงอาทิตย์สาดส่อง ถนัดมาอีกนิดคือ เห็ดแสงจันทร์ที่ 1 ปีจะบานเพียงครั้ง เฮ้อ เห็ดเหล่าแม้จะไม่ถือว่าเป็นของยาก แต่การจะพบพวกมันพร้อมกันแบบนี้ มันค่อนข้างจะเหลือเชื่อจริงๆ”

            ยูอิชูเห็ดสีขาวขึ้นมาให้เพื่อนสาว “ส่วนไอ้เหลือเชื่อที่สุดเห็นจะเป็นเห็ดสีขาวดอกนี้ล่ะ”

            “เห็ดดอกนี้ มันน่าเหลือเชื่อตรงไหนหรือ?”เทียน่าถามขึ้นมาทันที

            “ยัยเทียน่า ฉันว่าเธอหันไปถามคุณพี่ชายเอาเองเถอะ การที่เขาจงใจเก็บเห็ดชนิดนี้มา แสดงว่าต้องรู้เกี่ยวกับคุณสมบัติของมันด้วย”

            “ในเมื่อยูอิพูดออกมาตั้งเยอะแล้ว ทำไมไม่พูดจนจบล่ะ”ริวกล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม แต่ในใจกลับทำหน้าเบ้ ก่อนจะโวยวายในใจว่า

            (แค่เห็นผมยังไม่เคยเห็นเลย แล้วจะให้ชื่อรายละเอียดของไอ้เห็ดบ้านี้ได้ยังไงกัน )

            -เห็ดชนิดนี้มีชื่อว่า เห็ดจักรพรรดิ นะ-

(เท็ดดี้ แกรู้จักเห็ดแบบนี้ด้วยหรือ? )

-ใช่ เห็ดจักรพรรดิ คือ เห็ดชนิดพิเศษที่จะงอกเฉพาะในบริเวณที่ต้นไม้แห่งโลกตั้งอยู่นะ  มันมีคุณสมบัติในการรักษาโรคต่างๆ แม้จะไม่เท่ากับน้ำที่ได้จากใบไม้ของต้นไม้แห่งโลก  แต่มันก็เพียงพอใช้เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาในตัวยาสำคัญต่างๆนะ–

( ช้าก่อน ผมตามไม่ทันแล้วนะ นายจะบอกว่าเห็ดชนิดนี้ขึ้นในบริเวณที่มีต้นไม้แห่งโลกตั้งอยู่สินะ แสดงว่าต้นไม้แห่งโลกอยู่ในป่าดึกดำบรรพ์หรือ?)

-ไม่ใช่ ต้นไม้แห่งโลกไม่อยู่ที่ป่าแห่งนั้นอย่างแน่นอน เรื่องนี้ข้าเอาหัวเป็นประกัน-

(ถ้าเป็นอย่างที่นายบอก งั้นรันไปเก็บเห็ดจักรพรรดิมาได้ยังไง)

-ถ้าข้าเดาไม่ผิด จุดที่ยัยหนูรันเก็บเห็ดชนิดนี้ได้ ต้องอยู่ใกล้ๆกับคันศรแห่งพงไพร เนื่องจากคันศรแห่งพงไพรสร้างมาจากซากของต้นไม้แห่งโลก ดังนั้นจึงไม่แปลกที่มันจะมีพลังของต้นไม้แห่งโลกแฝงอยู่ เห็ดจักรพรรดิจึงขึ้นบริเวณนั้นได้นะ –

  (ที่นายพูดมาก็มีเหตุผล แต่ว่านายรู้ได้ยังไงว่า ต้นไม้แห่งโลก ไม่ได้อยู่ในป่าดึกดำบรรพ์)ริวถามขึ้นด้วยสีหน้าสงสัย

แต่ยังไม่ทันที่เท็ดดี้จะตอบคำถามนี้ เสียงของยูอิก็ดังขึ้นมาว่า “เห็ดชนิดนี้ เรียกว่า เห็ดจักรพรรดิชนิดพิเศษที่ขึ้นในป่ามรกต ซึ่งมีแต่ราชวงศ์เท่านั้นถึงจะได้รับอนุญาตให้เข้าไปในป่า”

“ ยูอิ ถ้าที่เธอพูดเป็นจริง เห็ดชนิดนี้คงจะสำคัญต่ออาณาจักรเอลฟ์มากเลยสินะ”

“ใช่”เอลฟ์สาวพูดพร้อมเหล่มองพี่ชายของเพื่อนสนิทที่ยังคงนิ่งเงียบราวกับว่า เรื่องที่พวกเธอพูดไม่มีส่วนเกี่ยวกับตัวเองแม้แต่น้อย

 “เห็ดชนิดนี้ถูกใช้เป็นตัวยาสำคัญ ของยาสูตรลับมากมาย เช่น ยาพื้นฟู ยาเร่งพลังเวท ยาขยายมิติ ยารักษาโรคนานานชนิด และ ยาสูตรลับเฉพาะราชวงศ์เป็นต้น อาณาจักรแห่งเอลฟ์ถึงกับจัดให้มันเป็นสมุนไพรที่ห้ามซื้อ-ขายอย่างเด็ดขาด ผู้ที่ฝ่าฝืนต้องตายสถานเดียวนะค่ะ”

เทียน่าแบมือเพื่อขอเห็ดจักรพรรดิไปตรวจสอบ“เหลือเชื่อจริงๆ ใครจะคิดว่าเห็ดต้นแค่นี้จะมีประโยชน์มากมายขนาดนั้น”

ยูอิไม่สนใจสิ่งที่เทียน่าพูดแม้แต่น้อย เธอเอาแต่จ้องชายหนุ่ม “คุณพี่ชายค่ะ พี่พอบอกได้ไหมว่าไปเก็บเห็ดชนิดนี้จากจุดไหนของป่าดึกดำบรรพ์”

ริวยังคงยิ้มแย้ม แต่ในใจกับกำลังเหงื่อตกเพราะไม่รู้จะตอบเช่นไร ไอ้จะหันไปขอความช่วยเหลือจากน้องสาว ยัยตัวแสบก็เอาแต่มองเห็ดจักรพรรดิอยู่นั้นล่ะ หัดสนใจพี่ชายตัวเองที่กำลังเดือดร้อนบ้างซิโว้ย

แม้ชายหนุ่มจะร้อนใจเพียงใด น้องสาวสุดที่รักก็ไม่หันมาสนใจแม้แต่น้อย สุดท้ายผมก็ตัดสินใจตอบไปว่า

”พี่คงบอกไม่ได้หรอก”

“ทำไมละมิ้ว”

ริวนิ่งเงียบไปพักใหญ่(ผมกำลังคิดหาคำโกหกที่เหมาะสนมกับสถานการณ์นี้นะ) จากนั้นจึงตอบไปว่า

“นั้นก็เพื่อผู้คนที่โลภมาก บรรดาสัตว์ป่าที่อยู่ในป่าดึกดำบรรพ์ และอาณาจักรเอลฟ์นะ”

ยูอิมองหน้าริวด้วยสีหน้าที่ไม่เข้าใจในสิ่งที่พูด เสียงของชายหนุ่มยังดังต่อว่า “เห็ดจักรพรรดิพบได้ที่เดียวคือ ป่ามรกต ดังนั้นจึงทำให้คนอื่นไม่อาจหามาครอบครองได้ ถ้าเกิดมีคนรู้ว่าเห็ดชนิดนี้สามารถขึ้นที่อื่นได้อะไรจะเกิดขึ้น”

“คนที่ต้องการเห็ดจักรพรรดิจะแห่กันไปที่นั่นนะสิ มิ้ว”ยูอิตอบด้วยสีหน้าจริงจัง

“ใช่ ถ้าเป็นเช่นนั้น คนที่คิดจะรวยทางลัดด้วยการไปหาเห็ดจักรพรรดิจะต้องตายอย่างแน่นอน เนื่องจากในป่ามีหมอกพิษที่ทำให้ใช้พลังเวทไม่ได้ คนที่เข้าไปหาอาจจะตายเพราะสัตว์ป่า เช่น โทรล แมวป่าเป็นต้น แต่ต่อให้รอดตายจากสัตว์ป่า พวกเขาอาจจะมาตายเพราะสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงราวกับแกรนตู๊ด ก็เป็นได้”

ยูอิอึ้งไปพักใหญ่ ชายหนุ่มที่เห็นแบบนั้นจึงพูดต่อว่า “นอกจากนั้น การที่คนจำนวนมาก เข้าไปในป่าดึกดำบรรพ์ มันจะเป็นการรบกวนพวกสัตว์ป่าอีกด้วย ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้น พี่จึงต้องปิดเรื่องนี้เป็นความลับนะ ยูอิว่าพี่พูดถูกไหม”

เอลฟ์เริ่มจะคล้อยตามคำพูดของชายหนุ่ม เสียงของริวยังดังต่อว่า “ส่วนที่ว่าทำเพื่ออาณาจักรเอลฟ์ นั่นก็เพราะพี่รู้ว่าพวกเอลฟ์มีรายได้หลักจากการขายยาสูตรลับ ถ้าเกิดเห็ดชนิดนี้ถูกพบที่อื่น พี่เชื่อว่าราคาของยาสูตรลับอาจจะตกลง ดีไม่ดีอาจจะมีคนปรุงยาสูตรลับขึ้นมาขายแทน”

“สำหรับเรื่องนี้คงไม่ต้องเป็นห่วงหรอกมิ้ว ยาสูตรลับของพวกเราไม่ได้มีสมุนไพรแค่ชนิดเดียวสักหน่อย”

“ที่พูดมาก็ถูก แต่ยูอิแน่ใจได้ไหมว่า จะไม่มีใครอ้างว่าทำยาสูตรลับได้ เพราะในเมื่อพวกเขาสามารถหาเห็ดจักรพรรดิที่เป็นตัวยาสำคัญได้จากที่อื่น”

“...มิ้ว..สำหรับเรื่องนี้...”เอลฟ์กล่าวอย่างตะกุกตะกัก เธอไม่กล้าฟันธงว่าเรื่องแบบนี้จะไม่เกิดขึ้น ไม่สิ มันต้องเกิดขึ้นแน่ๆ และถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ยาปลอมอาจจะมีเกลื่อนเมือง และมันอาจจะทำให้ยาสูตรลับเสื่อมความเชื่อมั่นลงก็เป็นได้

ริวมองสีหน้าของยูอิ เมื่อเห็นว่าเธอเริ่มยอมรับเหตุผล(ที่เพิ่งคิดได้เมื่อกี้) ชายหนุ่มพูดต่อว่า “ความจริงพี่ก็ไม่คิดจะเก็บเห็ดชนิดนี้กลับมา แต่อาหารที่จะทำจำเป็นต้องใช้เห็ดเหล่านี้นะ” แน่นอนว่าผมแค่พูดมั่วๆไปเท่านั้น บอกตามตรงไอ้เห็ดพวกนี้ ผมไม่เคยเห็นสักชนิด และก็ไม่รู้ว่าพวกมันสามารถนำมาทำอาหารได้หรือไม่ ขืน เอาไปทำแบบสุ่มสี่สุ่มห้า อาจจะมีคนตายเพราะผมก็เป็นได้

ยูอิจ้องมองเห็ดตรงหน้าด้วยสีหน้ากลืนไม่เข้าคลายไม่ออก  (ตอนที่ได้ยินว่าคุณพี่ชายจะแสดงการทำอาหาร ฉันคิดว่า คุณพี่ชายคิดจะสละสิทธ์ผู้นำตระกูลให้คนอื่นซะอีก แต่คุณพี่ชายเล่นเตรียมวัตถุดิบระดับนี้มาเพื่อทำอาหาร แสดงว่าเขาคงคิดจะแย่งชิงตำแหน่งเต็มที่เลยสินะ ดีล่ะ แบบนี้ต้องไปลงพนันข้างคุณพี่ชายแล้วละมิ้ว)

เอลฟ์สาวยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ขึ้นมาแวบหนึ่ง จากนั้นจึงพูดว่า “คุณพี่ชาย ยัยเทียน่า ฉันนึกได้ว่าตัวเองมีธุระสำคัญต้องไปทำนะมิ้ว ”

เมื่อสิ้นเสียง เธอก็รีบวิ่งออกจากห้องไปโดยฉับพลัน ชนิดว่าประตูห้องยังไม่ยอมปิดให้เลย เทียน่าจำเป็นต้องลุกขึ้นไปปิดประตู

เมื่อน้องสาวเดินกลับมา ริวก็ถามออกไปว่า “เทียน่า น้องพอรู้ไหมว่ายูอิเป็นอะไรนะ ทำไมถึงได้ดูรีบร้อนขนาดนั้น

“หนูก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ”เทียน่าส่ายหน้าเป็นเชิงปฏิเสธ ก่อนจะถามกลับไปว่า“พี่คะ ตกลงว่าพี่จะใช้เห็ดพวกนี้ทำต้มจืดเห็ด 7 ชนิดจริงๆหรือ?”

“บอกตรงๆเลยนะ  พี่ยังไม่รู้เลยว่าเห็ดพวกนี้กินได้ไหม แล้วจะเอาไปประกอบอาหารได้ยังไง”ริวพูดด้วยสีหน้าหนักใจ เขาหยิบเห็ดแต่ละดอกขึ้นมาพิจารณาอย่างละเอียด

“ทำไมพี่ไม่ลองปรึกษาคุณแม่ดูละ ท่านชำนาญเรื่องสมุนไพรมากนะ บางทีท่านอาจจะรู้วิธีปรุงเห็ดพวกนี้ก็ได้ ”

ชายหนุ่มพยักหน้าเห็นด้วย แต่ขณะที่จะเริ่มเก็บเห็ดและผลไม้กลับเข้าถุง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอีกครั้ง

“ก๊อกๆ”

เทียน่าเตรียมลุกขึ้นเพื่อเดินไปเปิดประตูอีกครั้ง แต่ริวร้องห้าม “น้องนั่งต่อไปเถอะ ครั้งนี้พี่จะไปเปิดประตูให้เอง”

เมื่อกล่าวจบ ผมก็เดินไปเปิดประตู คนที่มาเคาะประตูในครั้งนี้คือ  อาแพนซ่า กับผู้หญิงอีกหนึ่งคน คุณอาแพนซ่ายังคงใส่ในชุดเดียวกับที่เห็นเมื่อวาน ส่วนหญิงสาวที่อยู่ข้างๆกันนั้น เธอที่ไว้ผมทรงหางม้า ท่าทางทะมัดทะแมง แต่งกายเหมือนนินจาหญิงในการ์ตูน ด้านหลังมีนินจาเคน(ดาบนินจา)เสียบเอาไว้ ส่วนบริเวณเอวมีเข้มคัดที่ติดชูริเคน(ดาวกระจาย) คุอะนิ (มีลักษณะคล้ายมีดขนาดประมาณ 10-15 ซม.) โซ่เคียว และอีกสารพัดอาวุธ เหน็บติดเอาไว้  เอ่อ คุณผู้หญิงครับ นี้คุณจะไปทำสงครามกับใคร ถึงได้ขนอาวุธไปมากมายแบบนี้

หลังจากที่พอได้สติ ผมรีบยกมือขึ้นมาไหว้อาแพนซ่า “สวัสดีครับอาแพน เชิญเข้ามาในห้องก่อนครับ”

ชายหนุ่มเปิดทางให้พวกอาแพนเดินเข้ามาในห้อง เมื่อเทียน่าเห็นอาแพนซ่า เธอก็ยกมือขึ้นมาไหว้ “สวัสดีคะ อาแพน ”

“แพนคิดว่า พวกหลานไม่ต้องมากพิธีไปหรอก”

เทียน่าพยักหน้าเล็กน้อย จากนั้นจึงหันไปทักทายเด็กผู้หญิงที่มาด้วยกัน “สวัสดีจ๊ะ มิวส์

หญิงสาวในชุดนินจาคุโนอิจิจ้องมองเทียน่าแทนคำทักทาย จากนั้นจึงเปลี่ยนมามองชายหนุ่มด้วยสายตาท้าทายอย่างเต็มรูปแบบ

ขณะที่มิวส์กำลังเอ่ยปากเพื่อท้าสู้กับชายหนุ่มอย่างตรงไป-ตรงมานั้น  ริวกลับก้มลงเก็บเห็ดที่วางอยู่บนพื้นโดยไม่สนใจสายตาของเธอแม้แต่น้อย การที่ผมทำแบบนี้ก็เพราะกลัวว่าพวกอาแพนจะเห็นวัตถุดิบตรงหน้า แล้วเรื่องมันจะแย่ไปยิ่งกว่าที่เป็นอยู่ อ้อ อย่าถามนะว่าทำไมไม่เก็บก่อนที่พวกเขาจะเข้ามาในห้อง ผมขอบอกแบบไม่อายเลยว่า ผมเพิ่งนึกเรื่องนี้เมื่อสักครู่เอง

ริวไม่รู้เลยว่า ทุกการเคลื่อนไหวตกอยู่ในภายใต้สายตาของมิวส์และอาแพนตลอดเวลา

“พอเถอะ แพนคิดว่า ริวไม่สนใจคำท้าทายของลูกหรอก การที่เขาแกล้งไม่สนใจของลูกก็ถือเป็นการให้เกียรติแล้วนะ อย่าทำให้เขาต้องหนักใจไปมากกว่านี้เลย”อาแพนกระซิบข้างหูมิวส์

มิวส์ทำหน้าเบ้ราวกับไม่ยอมรับในสิ่งที่พ่อบอก  ขณะเดียวกันแพนซ่าพูดขึ้นมาว่า “ วันนี้แพนพาลูกสาวมาให้รู้จักนะ เธอชื่อว่า มิวส์  ต่อจากนี้ไปอาขอฝากเธอด้วยนะ ริว”

ไม่ทันที่ริวจะได้เอ่ยปาก นินจาหญิงหรือมิวส์ก็ชิงพูดขึ้นมาว่า “ท่านพ่อเจ้าค่ะ หนูหมดธุระกับหมอนี้แล้ว ถ้ายังไงหนูขอตัวเลยนะ”

            “แพนคิดว่า ลูกควรจะยกมือสวัสดีพี่ริวหน่อยนะ”

            มิวส์ส่งสายตาเย็นชามาที่ชายหนุ่ม “ไม่จำเป็นเจ้าค่ะ ถ้าไม่มีอะไรแล้วหนูขอตัวเลยก็แล้วกัน”

เมื่อพูดจบ หญิงสาวในชุดนินจาก็ปาของบางอย่างลงไปกระแทกพื้น

            ตูม!!

            “แค่กๆๆ”

เสียงสำลักควันของริวดังขึ้น อาแพนและเทียน่าต่างก็สะบัดมือเพื่อไล่ควันให้หายไป เมื่อควันจางลง มิวส์ก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

“แพนขอโทษแทนลูกสาวด้วยนะ ปกติเธอไม่เป็นแบบนี้หรอก”

“ไม่เป็นครับ”

“อาแพนคะ ปกติมิวส์ออกจะเรียบร้อย ทำไมวันนี้ถึงได้ทำตัวแบบนี้ล่ะ”

อาแพนซ่าเหล่มองชายหนุ่ม ก่อนจะตอบไปตามตรงว่า “แพนคิดว่า เธอเป็นแบบนี้เพราะริวเข้าร่วมการคัดเลือกผู้นำตระกูลในวันนี้นะ”

“จริงด้วย มิวส์นับถือพี่ดีอัสมากๆ การที่พี่ชายลงแข่งเพื่อแย่งตำแหน่งผู้นำตระกูล มันจึงทำให้โอกาสของพี่ดีอัสน้อยลง เธอจึงได้เกลียดพี่ริวไปในตัว”

(เอาเข้าไป นี้ผมถูกโกรธด้วยสาเหตุไร้สาระแค่นี้? ตกลงว่าคนในตระกูลนี้ มันมีเหตุผลเหมือนคนปกติบ้างไหมฟะ )ชายหนุ่มยิ้มแหยๆให้กับสิ่งที่ได้ยิน  ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องพูด

 “ไม่ทราบว่าคุณอามีธุระอะไรกับผมหรือ?”

 “แพนคิดว่ามีหลายเรื่องเลยละ “อาแพนตอบพร้อมหาวอีก 1ครั้ง เขาขยี้ตาเบาๆ “เรื่องแรก แพนคิดจะพามิวส์ให้มาเรียนรู้เรื่องสำคัญจากริว แต่ดูเหมือนเธอจะไม่ยอมเข้าใจนะ”

“เรื่องสำคัญจากผม? อาแพนหมายถึงเรื่องอะไรหรือ?”

“แพนบอกไม่ได้ แถมดูเหมือนมิวส์จะไม่ยอมเรียนรู้ด้วย เอาเป็นว่าให้เธอเรียนรู้จากประสบการณ์จริงก็แล้วกัน อ้อ จริงสิ แพนขอขอบใจเรื่องที่ริวทำเมื่อครู่ด้วยนะ”

ชายหนุ่มแสดงสีหน้าไม่เข้าใจ แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรเพิ่ม อาแพนยิ้ม “สำหรับเรื่องที่ 2 แพนมาแจ้งข่าวเรื่องการเปลี่ยนกำหนดการแสดงนะ”

”เปลี่ยนกำหนดการแสดงหรือครับ? ทำไมถึงมาเปลี่ยนเอาเวลานี้ละ ”

“แพนคิดว่าเป็นเพราะวันนี้จะมีแขกคนสำคัญ 2 คนจะมาร่วมเป็นกรรมการด้วยนะ”

“แขกคนสำคัญ? ใครหรือครับ”

อาแพนซ่าจ้องมองหลานชาย “ราชินีแห่งเอลฟ์ และ เลดี้ซินแคร์”

ชายหนุ่มและหญิงสาวต่างอึ้งไปชั่วขณะ อาแพนซ่ารีบกล่าวต่อว่า “กฎกติกายังคงเหมือนเดิมทุกอย่าง เพียงแต่การแสดงจากเดิมที่ให้แสดงพร้อมกัน จะเปลี่ยนให้แสดงทีละคน ส่วนลำดับการแสดงจะใช้การจับฉลากต่อหน้ากรรมการทุกคน”

“ผมพอจะเข้าใจแล้วครับ”

          “ถ้าเช่นนั้น แพนก็ขอพูดเรื่องที่ 3 กันเลยนะ ตอนนี้อุปกรณ์ทำครัวที่ขอไว้จัดเตรียมเรียบร้อยแล้ว หลานชายต้องการไปตรวจเช็คสภาพของอุปกรณ์เลยไหม”

“รอคุณพ่อแม่กลับมาก่อน ผมค่อยไปดูก็แล้วกันครับ”

            “เรื่องที่แพนต้องการจะมาบอกก็มีแค่นี้ละ ที่เหลือก็พยายามเข้าละ แพนจะเอาใจช่วย”อาแพนซ่าพูดจบก็เดินไปที่ประตู แต่ก่อนจะออกจากห้องเขาหันกลับมาพูดกับริวอีกครั้ง

            “อ้อ แพนไม่รู้หรอกนะว่าริวไปรู้เรื่องของชอบของท่านผู้นำมาจากไหน แต่หลานชายมาถูกทางแล้วละ ถ้ายังไงทำให้ออกหวานนำสักหน่อยจะดีมากเลยล่ะ”

            เมื่อพูดจบอาแพนซ่ายิ้มบางๆ ก่อนจะเดินออกจากห้องไป ชายหนุ่มทำหน้างงๆ “เอ่อ เทียน่าพอรู้ไหมว่าสิ่งที่อาแพนพูดหมายความว่ายังไง”

            “หนูว่า อาแพนคงสังเกตเห็นวัตถุดิบที่วางอยู่ที่พื้นแล้วละ คุณอาจึงบอกใบ้ว่า เห็ดเหล่านี้ และ สาลี่หิมะ เป็นของโปรดของท่านปู่ทวด ขอเพียงเพิ่มรสหวานเข้าไปอีกนิดก็น่าจะถูกปากท่านนะค่ะ”

            เทียน่าหยุดเล็กน้อย “ดูเหมือน พี่จะต้องใช้เห็ดพวกนั้นในการทำอาหารแล้วล่ะ ไม่งั้น อาแพนต้องสงสัยว่าพี่คิดจะล้มมวยแน่ๆ”

            ริวทำหน้าบอกบุญไม่รับ ก่อนพูดว่า “เอาเถอะ อย่างน้อยก็คงไม่มีอะไรที่แย่ไปกว่านี้อีกแล้วล่ะ”

            “มันก็ไม่แน่”เทียน่าพูดเบาๆด้วยสีเคร่งเครียด สักพักเธอถามว่า “พี่คะ หนูขอถามเพื่อความแน่ใจนะ พี่ไม่เคยเจอราชินีแห่งเอลฟ์ และ เลดี้ซินแคร์มาก่อนใช่ไหม ”

“พี่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน”ริวตอบพลางคิดไปถึงหญิงสาวที่พบในร้านเค้ก แต่สักพักเขาก็ส่ายหน้าเป็นการปฏิเสธความคิดนี้

          “พี่พูดแบบนี้หมายความว่ายังไงคะ”

ริวยกนิ้วขึ้นมาเกาแก้มซ้าย “พี่ไม่เคยเห็นหน้าเลดี้ซินแคร์ หรือ องค์ราชินีเอลฟ์ แล้วพี่จะรู้ได้ยังไงว่าเคยพบพวกท่านหรือไม่ บางทีอาจจะเคยพบโดยที่ไม่รู้ตัวนะ”

          เทียน่ามองพี่ชายพร้อมคิดว่า ( ที่พี่ริวพูดมาก็มีเหตุผลนะ ....สมมุติว่าองค์ราชินีมายังตระกูลเซริวเพราะต้องการพบพี่ริว แต่ทำไมเลดี้ซินแคร์ถึงเกี่ยวข้องด้วยล่ะ หรือว่าเธอจะเป็นผู้ติดตามของราชินีแห่งเอลฟ์กันนะ เฮ้อ ทำไมยิ่งคิดยิ่งปวดหัวนะ)

 “เทียน่าถามแบบนี้ทำไมหรือ?”

เทียน่าลังเลว่าควรจะบอกเรื่องข่าวที่ยูอิมาแจ้งดีไหม หลังจากตัดสินใจอยู่ชั่วระยะหนึ่ง เธอก็ตัดสินใจที่จะไม่บอกเป็นการชั่วคราว

          “ไม่มีอะไรหรอกคะ หนูแค่สงสัยว่าพี่ไปก่อเรื่องอะไรอีกหรือเปล่า”

            “แง่ง”ชายหนุ่มแยกเขี้ยวใส่น้องสาวทันที

ห้องมังกรวารี(ห้องบัญชีที่อารูบี้ทำงานอยู่)

          บรรยากาศภายในห้องเต็มไปด้วยความตึงเครียด โต๊ะที่เคยมี 2 แถว เพิ่มขึ้นเป็น 3 แถว หมายเลขที่โต๊ะเพิ่มจนถึงหมายเลข 10  ด้านข้างของทุกโต๊ะล้วนมีสาวใช้ 2 คน คอยตรวจทานเอกสารที่ชายสวมแว่น(คนที่นั่งประจำโต๊ะ)ส่งให้ ก่อนที่พวกเธอจะนำเอกสารไปวางบนกองเอกสารที่ตั้งอยู่บนโต๊ะหัวแถว

            มืออันเรียวงามยื่นออกมาพร้อมเอกสารในมือ ก่อนจะตามมาด้วยเสียงของผู้อยู่หลังกองเอกสารว่า

“หมาย 2 หมายเลข 5 หมายเลข 7 ทำไมงบประมาณที่ใช้ในการเตรียมเวทีแสดงมันถึงได้พุ่งสูงขนาดนี้ มีอะไรผิดพลาดหรือเปล่า”

ชายสวมแว่นที่นั่งอยู่บนโต๊ะหมายเลข 2 ลุกขึ้นยืน “ที่งบประมาณฝ่ายวายุพุ่งสูงขึ้นเพราะ คุณหนูดีอัสของให้เพิ่มความแข็งแกร่งของอาณาเขตป้องกันขึ้นเป็น  5 เท่า อีกทั้งยังขอเบิกงบเพื่อจัดหา คริสตัลศักดิ์สิทธ์เพิ่ม อ้อ นอกจากนั้นยังของบประมาณปรับพื้นที่แสดงเพิ่มอีก 1 เท่า เพราะกลัวว่าพื้นที่จะรับพลังที่จะแสดงออกไม่ไหวนะครับ”

 “เพิ่มอาณาเขตป้องกัน 5เท่า ขอคริสตัลศักดิ์สิทธ์ ทั้งยังของบเพื่อปรับพื้นที่แสดงอีก นี้ดีอัสคิดจะทุ่มพลังอย่างเต็มที่เลยสินะ เอาเถอะ มันก็พอเข้าใจอยู่ว่าทำไมดีอัสถึงต้องทำเช่นนั้น”เจ้าของเสียงหลังกองเอกสารเงียบลง ก่อนจะประทับตราลงเอกสารว่า ผ่านการตรวจสอบแล้ว

ผู้ที่อยู่หลังกองเอกสาร หรือ อารูบี้หยิบเอกสารอีกชิ้นขึ้นมา “ทำไมงบในการจัดเตรียมของฝ่ายมังกรพสุธา กับ ฝ่ายมังกรวารีถึงเพิ่มขึ้นด้วยล่ะ”

ชายสวมแว่นที่นั่งอยู่บนโต๊ะหมายเลข 5 ลุกขึ้นยืน “คุณหนูมิวส์ ต้องการกิ่งไม้ของต้นไม้แห่งโลกในการประกอบพิธี และ ชุดคนทรงที่ตัดโดยจอมเวทพสุธาระดับMaster นะครับ อ้อ แถมยังขอให้ติดต่อซื้อวารีไร้มลทินจากรัฐแห่งวารีอย่างเร่งด่วน ดังนั้นงบประมาณที่เพิ่มขึ้นก็เพราะของเหล่านี้นะครับ”

คนที่นั่งอยู่หลังกองเอกสารฝืนยิ้ม พร้อมเปิดเอกสารอ่านทีละหน้า “ยัยหนูมิวส์คงคิดจะเสริมพลังเวทสายพฤกษา สายวารี และสายพสุธาด้วยของไอเทมเวทมนตร์สินะ  เธอคงคิดจะอัญเชิญราชาแห่งภูติแน่ๆ เฮ้อ ยัยมิวส์ฝืนมากเกินไปแล้วนะ”

ประโยคสุดท้ายของคนที่อยู่หลังกองเอกสารเหมือนจะเป็นการพูดกับตัวเอง มากกว่าขอความเห็นจากคนอื่นที่อยู่ในห้อง สักพักเธอก็ถอนหายใจเบาๆ

“หมายเลข 5 อย่าลืมไปแจ้งรายการซื้อของกับหัวหน้าฝ่ายมังกรพสุธาด้วยล่ะ อย่างน้อยถ้าผิดพลาดอะไร เขาจะได้ยื่นมือมาแก้ไขได้ทัน”

“รับทราบ”

ตึง

เสียงประทับตราดังขึ้นอีกครั้ง ก่อนที่อารูบี้จะหยิบเอกสารอีกฉบับขึ้นมาอ่าน “ฟาฟา ขอซื้อสร้อยคอ ที่ทำจาก อะความารีน (Aquamarine)  (อัญมณีสีฟ้าใสเหมือนน้ำทะเล จัดเป็นอัญมณีประเภทเบริล(Beryl) ตระกูลเดียวกับมรกต เชื่อกันว่าจะช่วยพลังของคนธาตุน้ำ) ก็พอจะเข้าใจว่าต้องการเสริมพลังธาตุน้ำ แต่ทำไมต้องขอซื้อหนังสือเวทมนตร์สอดประสาน 5 ธาตุเชิงเดี่ยว  อัญมณีเวทศาสตร์ขั้นต้น และหนังสือเวทดาราชั้นกลางด้วยล่ะ หนังสือพวกนี้มันเกี่ยวกับการแสดงตรงไหนกัน”

ชายสวมแว่นที่นั่งโต๊ะหมายเลข 7 ลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้าอ้ำอึ้งอยู่พักใหญ่  ก่อนจะตอบมาด้วยเสียงตะกุกตะกักว่า

“คุณหนูฟาฟาขอให้ใส่รายการค่าหนังสือที่ต้องการลงไปในงบประมาณการแสดงนะครับ เธอยังบอกอีกว่า หนังสือทั้งหมดที่ซื้อมาเพื่อการแสดงของเธอ ดังนั้นผมจึง....”

“อ้า พอแล้วล่ะ ฉันเข้าใจแล้ว”อารูบี้พูดแทรกขึ้นมา “ยัยลูกคนนี้ ช่างเหลือเกินจริงๆ เอาเป็นว่ารายจ่ายค่าหนังสือของเธอให้เอามาหักที่ฉันก็แล้วกัน”

“เข้าใจแล้วครับ” ชายสวมแว่นหมายเลข 7 รีบเดินไปรับเอกสารกลับมาแก้ไข

หลังจากชายสวมแว่นหมายเลข 7เดินกลับไปที่โต๊ะ เสียงของอารูบี้ก็เงียบลงไปพักใหญ่ ก่อนลุกขึ้นจากเก้าอี้อย่างรวดเร็ว เธอจ้องไปยังโต๊ะหมายเลข 10 พร้อมร้องถามไปว่า

“หมายเลข 10 งบประมาณของฝ่ายมังกรอัคคีนี้มันหมายความว่ายังไง อธิบายมาเดี๋ยวนี้เลยนะ”

ชายสวมแว่นหมายเลข 10 ลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้ากลืนไม่เข้าคลายไม่ออก “นั่นคืองบประมาณทั้งหมดที่ใช้ไปนะครับ ส่วนรายการซื้อพร้อมใบเสร็จอยู่ด้านหลังเอกสารนะครับ”

          อารูบี้พลิกเอกสารไปยังตอนท้าย พร้อมอ่านออกเสียงว่า “ซอสถั่วเหลืองหมักอย่างดี 1 ขวด หอมหัวใหญ่ 1ลูก ผงปรุงรส (ตรารสอร่อย) 1 ถุง  น้ำตาลทรายแดง ½ กิโล พริกไทยขาว 1 ขีด น้ำมันหอย ตรา 5 แม่ครัว 1ขวด เนยสด 1 ก้อนเล็ก (ต้องหนักไม่เกิน 100 กรัม)  พริกไทยดำ 1 ขีด เกลือป่น 1 ถุงเล็ก  นมข้นหวาน 1 กระป๋อง และเสื้อกุ๊กพร้อมกางเกง(เอาแบบธรรมดา) 1 ชุด ……รายการพวกนี้มันอะไรกัน อธิบายมาเดี๋ยวนี้นะ”

                ชายสวมแว่นหมายเลข 10 ยกผ้าขึ้นมาซับเหงื่อที่กำลังแตกเป็นน้ำ เขาก้มหน้าลงพร้อมพูดเสียงสั่นๆว่า

            “ท่านรีก้าเป็นคนกำหนดมานะครับ ตอนแรกท่านบอกให้ใช้เครื่องปรุงที่เปิดแล้วในครัวเสียด้วยซ้ำ แต่ผมเห็นว่ามันคงไม่ดีแน่จึงเสนอให้ซื้อใหม่ทั้งหมดนะครับ”
            “เอาละสำหรับเรื่องนี้พอจะเข้าใจ แต่เรื่องอุปกรณ์ทำครัวที่ต้องใช้ละ ทำไมถึงไม่มีอยู่ในรายจ่ายด้วยล่ะ”

            “สำหรับเรื่องนั้น.....”ชายสวมแว่นหมายเลข 10 ทำหน้าลังเล จากนั้นจึงตอบด้วยเสียงแหบแห้งว่า “ท่านรีก้าบอกจะใช้เครื่องครัวที่พวกเรามีนะครับ นี้ถึงขนาดเดินไปเลือกเครื่องมือด้วยตัวเองจากห้องครัวเลย  ซึ่งผมเขียนบอกรายละเอียดในเรื่องนี้เอาไว้ที่หน้า 3 ของเอกสารแล้วครับ”

            รูบี้รีบเปิดไปหน้านั้น เธอขมวดคิ้วพร้อมกล่าวว่า “เลือกใช้มีดของที่ทำโดยภูติหิมะหลงฤดู  หม้อ 3 ใบเลือกของเผ่าโนม เผ่าออร์ค และเผ่าไซคอป กระทะใช้ของที่ทำโดยคนแคระเทือกเขาอีรัม  ส่วนอุปกรณ์อื่นดูเหมือนจะใช้ของที่หาซื้อได้ตามปกติสินะ”

“ใช่ครับ ที่ขาดไปดูเหมือนจะมีแค่ ครกกับสากที่ทำจากชิ้นส่วนโกเลมหิน เท่านั้นที่พวกเราไม่มี ตอนแรกท่านรีก้าก็คิดจะออกไปหาซื้อในเมืองชายป่าเหมือนกัน แต่เกิดเรื่องคุณหนูริวเสียก่อน เลยยังไม่ได้ทำการจัดซื้อนะครับ”

“แล้ววัตถุดิบละ ไม่มีอะไรที่ต้องการซื้อบ้างเลยหรือ? อย่างวัตถุดิบหายากอะไรแบบนี้”

“ไม่มีครับ”ชายสวมแว่นหมายเลข 10 ส่ายหน้า “ดูเหมือนว่าท่านรีก้าจะขอใช้เฉพาะวัตถุดิบที่พวกเรามีเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นปลา ผักต่างๆ ถั่วเหลือง หรือผลไม้ ก็ล้วนให้ของจากในห้องครัว ดังนั้นรายการที่ซื้อจริงๆก็มีแค่ที่เห็นนะครับ”

“ผลึกเวทไฟ ที่ใช้สำหรับให้ความร้อนเวลาทำอาหาร ทำไมถึงไม่มีการสั่งซื้อเข้ามาล่ะ หรือว่าจะใช้ของที่มีอยู่หรือ?”

“ไม่ใช่ครับ ท่านรีก้าบอกว่าไม่จำเป็นต้องใช้ พวกเราเลยไม่ได้สั่งนะครับ”

“ไม่จำเป็น? เดี๋ยวสิ ผลึกเวทไฟ มันก็เหมือนกับเตาแก็สนะ มันจะไม่ใช่ได้ยังไง หรือว่า....”อารูบี้พูดถึงตรงนี้ เธอก็คิดถึงบางเรื่องขึ้นมาได้

“หมายเลข 10 นอกจากผลึกเวทไฟแล้ว พี่สะใภ้ยังบอกว่าไม่ต้องเตรียมอะไรอีกบ้าง”

“เอ่อ เธอบอกว่าไม่ต้องเตรียมน้ำนะครับ”

“ไม่ใช่น้ำ ไม่ใช่ไฟ ยังเลือกอุปกรณ์ทำครัวแบบนั้นอีก นี้ตกลงว่าริวจะทำอาหารด้วยวิธีไหนกัน?”

คำถามของรูบี้ไม่มีใครสักคนที่จะกล้าตอบ เวลาผ่านไปพักใหญ่อารูบี้ได้แต่ถอนหายใจ พร้อมหันไปมองหมายเลข 10

“หมายเลข 10 ไปหาซื้อครกกับสากมาให้เรียบร้อย อย่าลืมทำบัญชีในเรื่องนี้มาส่งด้วยละ  ส่วนเรื่องที่พี่สะใภ้ขอให้คงไว้ตามเดิมก็แล้วกัน ”

หมายเลข 10 พยักหน้าก่อนจะวิ่งออกไปทันที อารูบี้จ้องมองเอกสารในมือ ก่อนจะยกตราประทับขึ้นมาปั๊มลงไป

อีก 2 ชม.จะถึงเวลาแสดงความสามารถ

ห้องพักของริว

          ประตูห้องพักถูกเปิดออกอีกครั้ง พร้อมกับการก้าวเข้ามาในห้องของสองสามีภรรยา สิ่งที่พวกเขาเห็นในขณะนี้คือลูกชายคนโตกำลังนอนเหยียดอยู่บนโซฟา ดวงตาจับจ้องไปที่แท็บเล็ตที่อยู่ในมือซ้าย มือขวากลับตวัดนิ้วไปมาอย่างรวดเร็ว บางครั้งริวก็ร้องออกอย่างเจ็บใจ ก่อนจะกลับไปตวัดนิ้วใหม่อีกครั้ง

ไม่ต้องบอกก็รู้ได้ว่า ลูกชายของพวกเขากำลังเล่นเกมอย่างเอาเป็นเอาตาย ส่วนลูกสาวก็กำลังปลอกแอปเบิ้ลใส่จานอยู่เงียบๆ จากนั้นก็ส่งจานให้กับพี่ชาย แน่นอนว่าลูกทั้งสองคน ต่างก็ไม่ทันสังเกตถึงการมาของพ่อกับแม่เลยด้วยซ้ำ

            เมื่อชายหนุ่มกินแอปเบิ้ลจนหมดจาน ก่อนจะหันกลับมาเล่นเกมต่ออย่างสบายอารมณ์ ส่วนเทียน่าก็หยิบแอปเบิ้ลลูกใหม่ขึ้นมาปอก

            การกระทำของลูกทั้ง 2 คนส่งผลให้คนเป็นพ่อต้องส่ายหน้าช้าๆ“แบบนี้จะเรียกว่า ใจเย็น ได้ไหมนะ ขนาดอีก 2 ชม.จะต้องขึ้นแสดงความสามารถแล้วแท้ๆ ยังทำตัวตามปกติได้อีกนะ(นี้ละชีวิตประจำวันของลูกชายผม นอนกิน เล่นเกม อ่านนิยาย ชอบเล่นเป็นนักสืบ พร้อมทำตัวไร้สาระไปวันๆนะครับ byเซริว)”

            รีก้ามองลูกชายด้วยสีหน้ายิ้มๆ  “แม่ว่าอย่างนี้ไม่เรียกว่า ใจเย็น หรอกนะ  มันต้องเรียกว่าไม่สนใจเลยต่างหาก”

            เซริวพยักหน้าเห็นด้วย “นั่นสินะ สำหรับคนอื่นๆ คงเห็นว่างานในวันนี้สำคัญมาก แต่สำหรับริวแล้ว มันเป็นแค่ละครเพียงฉากหนึ่งเท่านั้น ...เฮ้อ.. นี่แม่...ถ้าริวรู้ว่าตระกูลเซริวมีอำนาจขนาดไหน แม่ว่าริวจะทำอย่างไง”

            รีก้าหันไปมองลูกชาย ก่อนจะส่งยิ้มหวานให้กับสามีเหมือนจะบอกว่า คำตอบก็อยู่ตรงหน้าแล้วยังไง ก่อนที่เธอเดินเข้าไปหาพวกลูกๆ

            คุณพ่อหัวเราะ พร้อมพูดเบาๆ “นั่นสินะ ต่อให้ตระกูลเซริวมีอำนาจล้นฟ้า ริวก็คงทำเช่นนี้ล่ะ”

            คุณพ่อเดินตรงเข้าไปหาลูกทั้ง 2 คน เมื่อเทียน่าเห็นเซริว กับรีก้ากลับมาแล้ว เธอก็รีบถามขึ้นว่า“แม่คะ ท่านผู้นำเรียกไปพบทำไมหรือคะ?”

            “ไม่มีอะไรจ๊ะ ท่านแค่อยากจะถามถึงสาเหตุที่ริวเข้าไปในป่าดึกดำบรรพ์เท่านั้นเอง”รีก้าตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

            “เอ่อ ถ้าเรียกไปแค่นั้นทำไมไปนานนักละครับ”ริวถามแทรกขึ้นมา

            “นั่นก็เพราะพ่อกับแม่ต้องรอจนกว่าท่านจะต้อนรับแขกคนสำคัญเสร็จ  มันก็เลยเสียเวลาน่าดูเลยนะ”เซริวเป็นคนตอบคำถามนี้ ก่อนจะพูดต่อว่า

            “อีกทั้งยังต้องอธิบายว่า ทำไมลูกถึงได้เข้าไปในป่าดึกดำบรรพ์นะ กว่าท่านจะยอมเชื่อเล่นเอาเสียเวลาไปพอสมควรเลย”

            ชายหนุ่มยิ้มเจื่อนๆ “ขอโทษครับ ที่ทำอะไรไม่คิด”

            เซริวยิ้ม “ไม่เป็นอะไรหรอก จริงสิ ท่านผู้นำสั่งมาว่าให้เอาวัตถุดิบที่เก็บได้ไปปรุงเป็นอาหารด้วยนะ ลูกพอทำได้ไหม”

            ชายหนุ่มหุบปากลงทันที สีหน้าของริวในเวลานี้เต็มไปด้วยความเครียด จนผู้เป็นแม่ต้องถามขึ้นว่า

            “ริว ลูกเป็นอะไรไป ทำไมทำหน้าแบบนั้นละ หรือว่าระหว่างที่พ่อแม่ไม่อยู่ ลูกไปก่อเรื่องอะไรอีกแล้ว”

            (แม่ครับ อย่าเห็นผมเป็นตัวก่อปัญหาได้ไหม ปัญหามันวิ่งเข้ามาหาผมเองต่างหาก)ริวคิดในใจก่อนจะเดินไปหยิบถุงที่ใส่เห็ด ผมหยิบเห็ดและผลไม้ออกมาเรียงกันที่พื้นห้องอีกครั้ง ก่อนที่เล่าเรื่องของยูอิ และพวกอาแพนซ่าออกไป

             “ริว ลูกนี้ช่างเป็นที่รักของปัญหาทั้งหลายจริงๆ” เซริวพูดพร้อมเอามือจับหน้าผากด้วยความเหนื่อยใจ

          “เจ้าหนูเซริว แกพูดผิดแล้วล่ะ เจ้าริวมันไม่ได้เป็นตัวดึงดูดปัญหาหรอก ”เสียงของเท็ดดี้แทรกขึ้นมา “มันต่างหากที่เป็น สาเหตุของปัญหาทั้งหมด ”

          ตอนแรกที่ได้ยินเสียงของเท็ดดี้ ผมแอบดีใจที่มันจะช่วยพูดแก้ต่างให้ แต่เมื่อฟังประโยคต่อมา มันทำให้ผมอยากจะจับมันโยนลงเตาหลอมเหล็กเสียให้ได้ ไม่สิ อย่างไอ้แหวนนี้ต้องโยนลงหุบเหวใต้ทะเลลึกจึงจะเหมาะสม มีอย่างที่ไหนมาว่าผมเป็นสาเหตุของปัญหาได้ คนอย่างผมไม่เคยทำให้เดือดร้อนเลยนะ ไอ้เท็ดดี้ต่างหากที่เป็นต้นเหตุของปัญหาทั้งหมด

            ระหว่างที่ริวกำลังโวยวายในใจ รีก้าก็หยิบเห็ดขึ้นมาพิจารณาทีละดอก สักพักเธอก็หันมายิ้มให้กับลูกชาย

“สบายใจได้จ๊ะ ลูกสามารถเอาเห็ดพวกนี้มาปรุงอาหารได้ตามปกติ เพียงแต่ว่าแม่ขอแบ่งเห็ดจักรพรรดิไว้สักครึ่งหนึ่งได้ไหม”

เสียงของคุณแม่ทำเอาชายหนุ่มสะดุ้งเล็กน้อย ริวจึงรีบพูดขึ้นมาว่า“คุณแม่เอาไปทั้งหมดเลยก็ได้ครับ ขืน เอามันไปทำต้มจืดก็คงเสียของแย่”ไม่ใช่ว่าผมจะไม่เสียดายเห็ดจักรพรรดิหรอกนะ แต่มันเป็นสิ่งค้าที่ห้ามซื้อ-ขาย ขืน เอาไปขายมีหวังติดคุกหัวโต แถมถ้าให้เอาไปทำอาหารให้คนอื่นทาน ผมยิ่งเสียดายเข้าไปอีก ดังนั้นมอบมันให้แก่คนที่รู้คุณค่าน่าจะเป็นการดีที่สุดแล้วล่ะ

รีก้าใช้มือเด็ดโคนเห็ดออกไป 1 ใน 3 จากนั้นจึงส่งส่วนที่เด็ดให้กับลูกชาย “ลูกเอาส่วนนี้ไปใส่ในต้มจืดก็แล้วกัน”

ชายหนุ่มรับเห็ดส่วนนั้นมาด้วยสีหน้างงๆ รีก้าจึงอธิบายว่า “ในเมื่ออาแพนซ่า และยูอิต่างเห็นเห็ดชนิดนี้ ถ้าลูกไปเอามันไปทำต้มจืดคนก็อาจจะสงสัยได้ว่าลูกแกล้งแพ้หรือเปล่า ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นจริงลูกอาจจะเดือดร้อนภายหลังก็ได้นะ”

คุณแม่เก็บเห็ดจักรพรรดิเข้าช่องว่างมิติด้วยความดีใจ และพอเอามือออก ในมือของเธอก็มีชุดสีขาว 1 ชุด รีก้ายื่นมันให้กับลูกชาย

“แม่ขอให้พ่อบ้านช่วยเตรียมชุดทำครัวให้แล้ว ลูกอาบน้ำแล้วเปลี่ยนชุดนี้ก่อนนะ”

ริวรับชุดพร้อมเดินไปอาบน้ำตามที่แม่บอก เมื่อพี่ชายเข้าไปในห้องน้ำแล้ว เทียน่าก็หันมาถามผู้เป็นแม่ทันที

“แม่จะให้พี่ริวเอาเห็ดและผลไม้พวกนี้ไปทำอาหารจริงๆหรือ? ”

“ไม่จริงจ๊ะ”รีก้าตอบแบบยิ้มๆ

เทียน่าทำหน้าไม่เข้าใจ  รีก้าเอนตัวไปกระซิบข้างหูลูกสาว “แม่กับพ่อเตรียมรับมือในเรื่องนี้เอาไว้แล้วล่ะ รับรองว่าพี่ชายของลูกไม่มีทางทำอาหารได้แน่ๆ”

“แม่วางเป็นแผนอะไรเอาไว้หรือคะ”

  รีก้ายิ้มบางๆ “เดี๋ยวถึงเวลา ลูกก็คงจะรู้เอง”

ระหว่างที่เทียน่าจะถามอะไรเพิ่มเติม ริวก็เดินออกมาจากในห้องน้ำ พร้อมถามรีก้าว่า “ผมดูเป็นอย่างไงบ้างครับ”

“ดูดีมากจ๊ะ”

“หล่อเหมือนพ่อตอนหนุ่มๆไม่มีผิด”

“หล่อขั้นเทพเลยคะ พี่ริว”

คำชมของคนในครอบครัวทำเอาชายหนุ่มต้องยิ้มบางๆ 

“เอาละในเมื่อลูกแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว พวกเราก็ไปกันเลยเถอะ”คุณแม่พูดพร้อมลุกขึ้นยืน

“ไปไหนหรือครับ”ริวทำหน้าสงสัย แต่เพียงชั่วครู่ชายหนุ่มก็นึกขึ้นมาได้ “คุณแม่คงจะพาผมไปตรวจสอบอุปกรณ์และสถานที่จัดแสดงสินะ”

เซริวสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองภรรยาราวกับจะดูว่า เธอจะตอบยังไง  

รีก้ายังคงยิ้มหวาน “ไม่ใช่จ๊ะ แม่คิดจะพาลูกไปกินอาหารต่างหาก”

สีหน้าของชายหนุ่มเริ่มดูสับสน “เอ่อ แล้วผมไม่ต้องไปตรวจอุปกรณ์ทำครัว และ สถานที่แสดงหรือครับ”

 “เอาไว้ทำหลังจากกินอาหารแล้วก็ได้นี่จ๊ะ”

“แต่ว่านี่มันเหลือเวลาไม่ถึง 2 ชม.แล้ว ถ้ายังไปกินอาหารอีกผมกลัวว่ามันจะไม่ทันนะครับ ถ้ายังไงเอาไว้หลังการแสดงค่อยไปกินก็ได้มั่ง” บอกก่อนนะไม่ใช่ว่าผมอยากไปตรวจอุปกรณ์อะไรพวกนั้นหรอกนะ ผมแค่ยังอิ่มแอปเบิ้ลที่เพิ่งกินเข้าไปต่างหาก ขืน ไปกินอาหารตอนนี้ ผมก็ขาดทุนแย่เลยนะสิ ริวคิดต่อในใจ

“ถ้าลูกต้องการไปตรวจสอบอุปกรณ์ก่อน แม่ก็ไม่ว่าอะไร”รีก้ายิ้มหวานพร้อมกล่าวต่อว่า “แต่ร้านอาหารที่แม่จะพาไปมีพ่อครัวระดับเทพมาทำให้เลยนะ แถมพ่อครัวคนนั้นก็มีเวลาว่างเฉพาะช่วงนี้ด้วย ถ้าลูกต้องการไปตรวจสอบอุปกรณ์ พวกแม่คงต้องไปกินกันเองแล้วล่ะ”

“อ้า! ผมไปด้วยสิครับ  ”ผมร้องขึ้นมาทันที เรื่องอะไรจะปล่อยโอกาสที่ได้ลิ้มรสอาหารชั้นสูงให้ผ่านไป งานนี้ต่อให้ท้องแตกตายก็ยอมล่ะ

“อ้าว ลูกจะไปตรวจสอบอุปกรณ์ทำครัวไม่ใช่หรือ?”

“เรื่องนั้นเอาไว้ทีทำหลังก็ได้ ตอนนี้พวกเรารีบไปกินอาหารฝีมือพ่อครัวคนนั้นกันเถอะ” ริวตอบพร้อมเดินไปเปิดประตูเป็นคนแรก

เซริวยิ้มเจื่อนๆ ก่อนจะหันไปพูดกับภรรยา “แม่นี้ช่างเข้าใจลูกจริงๆ”

“แม่เลี้ยงริวมาตั้ง 18 ปี ขืนไม่รู้จักนิสัยลูกชายก็แย่แล้วละ”รีก้ายิ้มอย่างแม่มดเจ้าเล่ห์พร้อมเดินไปหาลูกชาย

“พ่อคะ หนูไม่ชอบรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของคุณแม่เลย มันเหมือนกับว่าคุณแม่กำลังวางแผนร้ายเพื่อเล่นงานพิ่ริวนะยังไงก็ไม่รู้”เทียน่าถามขึ้นมาด้วยสีหน้าเป็นกังวล

“ลูกอย่าคิดมากสิ แม่ไม่มีทางคิดร้ายกับริวหรอก”เซริวตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ก่อนที่จะพาลูกสาวเดินไปสมทบกับภรรยา

///////////////////////////////////////////////////////

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 228 ครั้ง

380 ความคิดเห็น

  1. #7786 Wolf_Spirit (@25410811) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:45
    รอต่อไปค่ะ
    #7786
    0
  2. #7785 l3etatest (@l3etatest) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:05

    เมื่อไหร่ท่านจะกลับมาhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-12.png

    #7785
    1
  3. #7784 Pacharawon (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 31 มกราคม 2562 / 18:07

    เลยไม่รู้เลย ว่าฉากการแข่งขันจะสนุกขนาดไหน


    เรายังแวะมาอ่านอยู่เรื่อยๆ ยังคิดถึงไรต์อยู่เรื่อยๆนะคะ


    นิยายคุณสนุกมาก เป็นหนึ่งในความทรงจำของเราตลอดไป


    จะแวะเข้ามาเม้นท์เรื่อยๆนะไรต์ รักเสมอ ขอบคุณสำหรับนิยายดีๆ คิดถึงจริงๆค่ะ


    ขอให้ไรต์ไปอยู่ในภพภูมิที่ดี เย็นสบายนะคะ

    #7784
    0
  4. #7782 Need_Name (@Need_Name) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 28 มกราคม 2562 / 01:57
    ถึงจะรู้ว่าคงไม่มีต่อแล้ว. แต่ก็จะรอต่อไป.
    #7782
    0
  5. #7762 J-29 (@J-29) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2561 / 07:37

    อ่านรอบที่3หรือ4ได้แล้วล่ะค่ะแต่ก็ยังคงค้างอยู่ที่เดิม

    ( จะรอนะค่ะอยากรู้ว่าจะเแนไงต่อไป )

    #7762
    0
  6. #7760 sasaki samino (@sasaki-samino) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 03:55

    จะ4ปีกว่าละ 555 #ในเลข5มีน้ำตาเต็มๆ TT
    #7760
    1
  7. #7751 Nattawut Srikhachin (@beer0001) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 8 กันยายน 2561 / 22:17

    ค้างมาก อ่านรวดเดียวมาจนถึงตอนนี้

    Ripให้ไรต์ครับ https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-big-04.png คำทำนายของเจ้าหญิงมังกรฟ้า

    คงจะเป็นจริง(จม.อันที่ฝากมังกรฟ้ามาให้ริว)

    #7751
    0
  8. #7740 Mikeoo (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 10:16

    ใครกันที่ทำให้ไรท์เสียชีวิต ถถถถ ฮือๆ

    #7740
    0
  9. #7717 unknow-me (@someone-is-me) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2561 / 14:30
    อยากให้มีคนมาสานฝันต่อเรื่องนี้ให้จบจังเลยค่ะ ถึงเเม้ว่าไรท์จะเสียไปแล้วก็ตาม ถ้าใครนำไปเเต่งต่อเเจ้งให้ไปfav. ด้วยนะคะ ._.
    #7717
    0
  10. #7707 King099 (@King099) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2561 / 21:49
    รออยู่นะ
    #7707
    0
  11. #7670 frunkfrink2 (@FrunkFrink) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 3 มีนาคม 2561 / 14:33
    รอเสมอนะคะ
    #7670
    1
    • #7670-1 frunkfrink2 (@FrunkFrink) (จากตอนที่ 47)
      3 มีนาคม 2561 / 14:34
      ขอให้ไรต์ไปสู่สุขตินะคะ
      #7670-1
  12. #7667 khimpolar* (@khim-aroon) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2561 / 11:23
    ยังรออยู่นะคะ
    #7667
    0
  13. #7666 khimpolar* (@khim-aroon) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2561 / 11:23
    ยังรออยู่นะคะ
    #7666
    1
    • #7666-1 guaehg (@guaehg) (จากตอนที่ 47)
      1 มีนาคม 2561 / 22:36
      คนเขียนเสียชีวิตแล้วนะคะ
      #7666-1
  14. #7656 somsakundriver (@somsakundriver) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:57
    คนเขียนเสียไปนานแล้วครับ
    ด้วยอุบัติเหตุ...
    #7656
    0
  15. #7645 ศุภิกา เพ็งพิศ (@tata85) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 19:04
    รออออออออออ
    #7645
    0
  16. #7644 chochompoo (@junior2014) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 27 มกราคม 2561 / 21:16
    รออออออ
    #7644
    0
  17. #7631 aonkiki (@aonkiki) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 21:31
    รออยูเสมอค้าาาา
    #7631
    0
  18. #7628 Midningh (@Midningh) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 13:50
    ...ยังรออยู่น่ะะ
    #7628
    0
  19. #7579 Pimnipa Sansupan (@tawan1107) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2560 / 16:11
    มาดูความมโนของชาวริเดียว่าเขามโนไปขนดไหน @*@
    #7579
    0
  20. #7578 Pimnipa Sansupan (@tawan1107) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2560 / 16:10
    มาแต่งต่อให้จบเถอะนะคะ
    #7578
    0
  21. #7577 Pimnipa Sansupan (@tawan1107) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2560 / 16:09
    ไรต์เรายังรอคุณอยู่นะคะ
    #7577
    0
  22. #7560 Krid_T (@Krid_T) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2560 / 05:22
    เรื่องนี้สนุกมาก รอมา 3 ปี แล้วเหมือนกันครับ ไว้ไรท์มาแต่งต่อให้จบนะครับ ^^
    #7560
    0
  23. #7546 1234 (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 14:32
    คิดถึงไรท์ที่สุดเลยยยยยยยย เมื่อไหร่จะกลับมาแต่งต่อ่าาาาา ถึงยังไม่กลับมา รีดคนนี้ก็ยังจะมาอ่านอยู่เน้ออออ ><
    #7546
    0
  24. #7536 Tonn FOn (@poppu50505050505) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 9 กันยายน 2560 / 13:48
    รอมาจะ3ปี แล้ว เมื่อไรจะกลับมาสักที t t
    #7536
    0
  25. #7535 -------------cba (@-------------cba) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 2 กันยายน 2560 / 10:26
    ไรท์อยูไหนนนน รอฉันรอเทออยู่แต่ไม่รู้เทออยู่หนใด~~~~
    #7535
    0