I am normal ผมนี้ละคนธรรมดา

  • 93% Rating

  • 158 Vote(s)

  • 544,368 Views

  • 7,787 Comments

  • 9,115 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    791

    Overall
    544,368

ตอนที่ 7 : บทที่ 6 คนธรรมดา กับ ยาประหลาดของคุณแม่ (รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 26939
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 201 ครั้ง
    22 พ.ค. 57

บทที่ 6

                             คนธรรมดา กับ ยาประหลาดของคุณแม่

           

เทียน่าพาริวกลับมายังโรงแรมที่พัก พอมาถึงที่ห้องเธอรีบปิดประตูและม่านที่หน้าต่าง ก่อนจะหันกลับมามองริว พร้อมพูดออกมาว่า

            “เอาละ พี่รีบเล่าเรื่องทั้งหมดออกมาเดี๋ยวนี้เลย หนูอยากทราบทุกเรื่องราวตั้งแต่พวกเราแยกจากกันอย่างละเอียดที่สุดเท่าที่พี่จะจำได้นะ”

            ริวได้แต่ฝืนยิ้มเพราะสีหน้าของเทียน่าในตอนนี้ช่างหน้ากลัวสุดๆ เขาเริ่มเล่าเรื่องราวทั้งหมดอย่างละเอียด แต่กลับไม่ได้เล่าถึงเรื่องเครื่องเกมและสิ่งที่ฟรานทำลงไป เนื่องจากชายหนุ่มคิดว่ามันไม่สำคัญ พอเล่าเรื่องราวทั้งหมดจบลง เทียน่าก็จ้องมองพี่ชายอย่างอ่อนใจ เสียงพูดอันเหนื่อยหน่ายดังขึ้นว่า

            “พี่แยกจากหนูไม่ถึง2ชม. กับทำเรื่องมากมายขนาดนี้เลยหรือ? ไหนจะเรื่องที่พี่ไปรักษาคนป่วยที่ศ.เอมี่รักษาไม่ได้ ไหนจะไปต่อสู้กับเจ้าชายชาง ทั้งยังจะออกหน้าไปปกป้องทายาทจอมมาร นี้ยังไม่รวมเรื่องสอบได้ 100 คะแนนเต็มอีก พี่ช่างทำตัวเงียบได้ยอดเยี่ยมจริงๆเลย”

            ริวก้มหน้าลงเพื่อแสดงว่าเขาสำนึกผิดแล้ว เทียน่าจ้องมองชายหนุ่มอยู่สักพัก ก่อนจะพูดออกมาว่า “สำหรับปัญหาเรื่องคะแนนสอบ ถ้าสิ่งที่พี่พูดมาไม่ได้เป็นการโกหก หนูคิดว่าพวกอาจารย์อาจจะมีการตรวจข้อสอบผิดพลาดไปก็ได้ เดี๋ยววันพรุ่งนี้หนูจะไปแจ้งให้ตรวจข้อสอบของพี่ใหม่อีกรอบก็ละกัน "

            ริวพยักหน้าเห็นด้วยอย่างรวดเร็ว“นั่นละดีที่สุดแล้ว ถ้าพวกอาจารย์ตรวจข้อสอบใหม่ รับรองว่าพี่ต้องได้ 0 คะแนนอย่างแน่นอน ทีนี้จะได้ไม่ต้องไปสอบรอบที่ 2 อีก"

            เทียน่าทำหน้าหนักใจ “เฮ้อ มันจะไม่เป็นแบบนั้นนะซิ การตรวจข้อสอบใหม่ต้องใช้เวลาอย่างน้อย  1-2 วันจึงจะรู้ผล และระหว่างที่รอจะให้ยึดถือผลสอบเดิมไปก่อน  นั่นหมายความว่าพี่ต้องไปสอบรอบ 2 เป็นที่แน่นอนแล้ว”

            สีหน้าของริวซีดเฝือกลงทันที เทียน่าจึงพูดต่อว่า “อย่าเพิ่งทำหน้าแบบนั้นซิค่ะ ไอ้เรื่องการสอบเอาไว้กังวลที่หลังเถอะ ตอนนี้พี่มีปัญหาใหญ่ 3 ปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไขเป็นการด่วนก่อน”

            “3 ปัญหาใหญ่? น้องกำลังพูดถึงเรื่องอะไรอยู่หรือ?” ริวถามออกมาอย่างงงๆ

            เทียน่าถอนหายใจ ก่อนจะยกนิ้วชี้ขึ้นมา “ปัญหาแรกคือ ฟราน หนูคิดว่าพี่คงรู้แล้วใช่ไหมว่า เธอเป็นทายาทจอมมาร และเท่าที่ฟังมา เธออาจกำลังหมายตาพี่ให้ไปเป็นสามีในอนาคตอีกด้วย  ดังนั้นพี่ควรจะถอยห่างจากฟรานให้มากที่สุดที่จะทำได้ เข้าใจไหมคะ "

            ริวกลืนน้ำลายลงไปหนึ่งอึก เพราะสีหน้าของเทียน่าในตอนที่พูดโคตรจะน่ากลัวเลย เขารีบพูดออกมาว่า"สำหรับเรื่องนี้ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรหรอก ถึงอย่างไรพอสอบเสร็จพี่ก็คิดจะหนีกลับบ้านอยู่แล้ว ดังนั้นไม่ว่าฟรานจะมารูปแบบไหน ขอเพียงอยู่คนละโลกกัน เธอก็น่าจะตัดใจไปเองละ”

            เทียน่าพยักหน้าด้วยสีหน้าผ่อนคลายกว่าเดิม ขณะที่เป็นแบบนั้น ริวถามขึ้นมาด้วยสีหน้าสงสัย “จริงซิ ทำไมต้องเรียกฟรานว่าทายาทจอมมารด้วยละ"

            เทียน่ามองริวด้วยความแปลกใจ  "นี่ พี่ไม่ทราบเรื่องนี้เลยหรือ?"

            ริวพยักหน้า เทียน่าถึงกับเอามือกุมหน้าผากพร้อมพูดด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่า“มิน่าละ พี่ถึงได้กล้าไปปกป้องทายาทจอมมารแบบนั้น ตอนแรกหนูนึกว่าพี่เป็นพวกชอบกินเด็กซะอีกถึงได้ปกป้องเธอ ที่แท้เพราะไม่ทราบสาเหตุนี้เอง"

            ริวถลึงตามองน้องสาว ก่อนจะโวยวายออกมายัยน้องปากเสีย ใครเป็นพวกชอบกินเด็กกัน ถ้าเธอเป็นพี่แล้วไปเจอเด็กผู้หญิงน่ารักถูกรุมรังแกแบบนั้น เธอจะยื่นมือช่วยไหมละ เอ๊ย ฟังกันบ้างซิ อย่ามาเมินกันแบบนี้นะ ยัยน้องตัวแสบ

            เทียน่าหลี่ตามองริว เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ“ถ้าไม่ใช่เด็กผู้หญิงน่ารัก พี่จะช่วยเธอหรือไม่คะ”

            ริวกรอกตาอยู่สักครู่ ก่อนจะตบหน้าอกด้วยท่าทางมั่นใจ“ไม่ช่วย เรื่องอะไรจะเอาตัวเองไปเสี่ยงกับเด็กที่ไม่น่ารักกันล่ะ ถ้าจะเสี่ยงชีวิตทั้งทีต้องกับคนที่น่ารักเท่านั้น”

            เทียน่าส่ายหน้าอย่างเวทนาในคำตอบของพี่ชายสุดที่รัก เธอรีบเปลี่ยนเรื่องพูดในทันที“ถ้าพี่ต้องการทราบเรื่องของทายาทจอมมาร พี่ต้องทราบก่อนว่าที่ริเดียแบ่งออกเป็น 7 รัฐตามสภาพแวดล้อม ได้แก่

1.รัฐแห่งพฤษภาหรืออีกชื่อคืออาณาจักรแห่งเอลฟ์ ที่มีป่าเกินกว่า4ใน5ของพื้นที่ทั้งหมด รัฐแห่งนี้เน้นการอยู่กับธรรมชาติเป็นหลัก เศรษฐกิจของรัฐขึ้นอยู่กับสมุนไพรและของที่ได้จากป่า เช่น โสม สมุนไพรหายาก ไม่ก็ยาสูตรลับที่หาได้ช่วยยืนอายุได้ รัฐแห่งพฤษภาจัดเป็นรัฐที่มีสัตว์ในเทพนิยายมาอาศัยอยู่รวมกันมากที่สุด ส่วนผู้ที่ปกครองรัฐแห่งนี้คือราชาแห่งเอลฟ์   

2. รัฐแห่งหินผาหรือเมืองแห่งศาสตรา พื้นที่เกือบทั้งหมดเต็มไปด้วยหุบเขานับหมื่น บางตำราก็ว่ามีเป็นแสน รัฐแห่งนี้เป็นที่อยู่ของหลายเผ่าพันธุ์ไม่ว่าจะเป็นแฮปปี้เลดี้ เผ่าสัตว์ป่าทั้งหลาย เผ่าวิหค หรือแม้แต่คนแคระก็อาศัยอยู่ในรัฐแห่งนี้ ผู้ที่ปกครองรัฐแห่งนี้คือราชาคนแคระ สินค้าส่งออกของรัฐนี้คือ อาวุธและสิ่งของที่ทำจากฝีมือของคนแคระ แต่รายได้หลักส่วนใหญ่มักมาจากแร่ต่างๆที่ขุดได้จากหุบเขามากกว่า ในบรรดารัฐทั้ง 7 รัฐ รัฐแห่งหินผาถือว่าเป็นรัฐที่มีมนุษย์อาศัยอยู่น้อยที่สุด

3.รัฐแห่งมืดหรืออีกชื่ออาณาจักรแห่งความรัตติกาล ที่มีความมืดปกคลุมกว่า 20 ชมต่อวัน เนื่องจากมีความมืดที่ยาวนาน รัฐแห่งนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นเมืองแห่งความบันเทิงและแหล่งท่องเที่ยวที่ผู้คนนิยมไปพักผ่อน อีกส่วนที่อยู่อาศัยของบรรดาภูติและผู้ที่มีสายเลือดแห่งภูติในตัว รายได้หลักของรัฐมาจาก 2 ทางได้แก่ 1.สถานที่ท่องเที่ยว เช่นโรงแรม คาสิโน 2.ผลไม้บางชนิดที่ปลูกได้ในความมืด มันเป็นส่วนสำคัญในการปรุงยาเพิ่มพลังเวท  รัฐแห่งนี้ปกครองโดยราชาแห่งภูติ

4.รัฐแห่งวารี หรืออีกชื่อคือ นครแห่งวารี รัฐแห่งนี้มีแม่น้ำเกินกว่า 500 สาย ทั้งยังมีอาณาเขตติดต่อกับทะเล จึงทำให้รัฐมีพื้นที่เป็นน้ำมากกว่าพื้นดิน เมืองหลวงของรัฐแห่งวารียังสร้างอยู่ใต้แม่น้ำเลย ประชากรส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่ที่รัฐแห่งนี้เป็นเผ่าเงือก เผ่ามัจฉาและชนเผ่าที่สามารถอาศัยอยู่ใต้น้ำได้  รายได้ส่วนใหญ่ของรัฐนี้มาจากการทำประมงและการเลี้ยงหอยมุก ส่วนผู้ปกครองของรัฐแห่งนี้คือ ราชาแห่งเผ่าเงือก

5. รัฐแห่งวายุหรืออีกชื่อคือเมืองแห่งแม่มด รัฐแห่งวายุเป็นรัฐที่มีทะเลทรายกินพื้นที่เกินกว่า 2 ใน3ของรัฐ ภูมิประเทศโดยทั่วไปมีแต่ที่ราบสูงตระหง่าน  อุณหภูมิของตอนเช้าและกลางคืนแตกต่างกันเป็นอย่างมาก ทั้งยังมีลมพายุที่มักเกินขึ้นตามช่วงเวลาของวัน ผู้คนส่วนใหญ่ของรัฐแห่งนี้จึงไม่ได้อาศัยอยู่บนพื้นดินหรือพื้นน้ำ แต่อาศัยอยู่บนท้องฟ้า ประชากรส่วนจะเป็นพวกแม่มด พ่อมด หรือจอมเวท รายได้หลักของรัฐนี้มาจากอุปกรณ์เวทมนตร์ เช่น นาฬิกา เตารีด  อุปกรณ์โทรสาร ไม่ก็ผลึกเวทที่ใช้เป็นแห่งพลังงาน เหล่าคนที่ปกครองรัฐแห่งนี้คือสภาแม่มดนั่นเอง

6.รัฐแห่งพระเพลิงเป็นรัฐที่เต็มไปด้วยภูเขาไฟกับอุณหภูมิที่เกินกว่า 40 องศา พื้นที่ส่วนใหญ่ยังสามารถเพาะปลูกได้ แต่ต้องเป็นพืชที่ทนต่อสภาพแห้งแล้งได้ดี แม้รัฐแห่งนี้จะเต็มไปด้วยภูเขาไฟแต่ก็อุดมไปด้วยแร่ธาตุที่สำคัญ เช่นแหล่งแร่ทองคำ แหล่งแร่แอนโนไมด์และแหล่งแร่งที่สำคัญอีกมากมาย รัฐแห่งพระเพลิงจึงเป็นรัฐที่ร่ำรวยมากที่สุดในบรรดา 7 รัฐ ผู้ปกครองรัฐแห่งนี้คือตระกูลเฟยหู่นั่นเอง

7. รัฐแห่งแสงสว่างเป็นรัฐแห่งการศึกษาที่มีฤดูร้อนที่ยาวนานกว่า 6 เดือน ภูมิอากาศเหมาะกับการเลี้ยงสัตว์และการเพาะปลูก เศรษฐกิจของรัฐจึงขึ้นอยู่กับการเกษตรและปศุสัตว์เป็นหลัก  อีกทั้งรัฐแห่งนี้เป็นจุดเดียวที่สามารถเชื่อมต่อระหว่าง 2 โลก ประชากรส่วนใหญ่จึงมีทุกเผ่าพันธุ์ 

ริวทำหน้าราวกับวิญญาณออกจากร่าง(ไม่รับรู้อะไรอีกแล้ว) น้องสาวตัวแสบได้แต่หยุดพูดพร้อมส่ายหน้าไป-มา เธอจัดการยื่นมือไปหยิบต้นขาของเขา

“โอ้ย!!!

“ได้สติหรือยังคะ”เสียงเย็นเยียบของเทียน่าดังขึ้น ริวได้แต่ยิ้มแหยๆแทนคำตอบ

            เทียน่าจ้องมองไปที่ริว พร้อมเล่าเรื่องต่อ การที่แต่ละรัฐมีสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน เทพที่นับถือจึงต่างกันด้วย  เทพเจ้าประจำรัฐเหล่านั้นได้แก่

1.         เทพแห่งพสุธา                ถูกนับถือโดยรัฐแห่งหินผา

2.         เทพแห่งพระเพลิง           ถูกนับถือโดยรัฐแห่งพระเพลิง

3.         เทพแห่งวารี                   ถูกนับถือโดยรัฐแห่งวารี

4.         เทพแห่งวายุ                   ถูกนับถือโดยรัฐแห่งวายุ

5.         เทพแห่งพฤษภา             ถูกนับถือโดยรัฐแห่งพฤษภา

6.         เทพแห่งรัตติกาล            ถูกนับถือโดยรัฐแห่งรัตติกาล

7.         เทพแห่งแสงสว่าง           ถูกนับถือโดยรัฐแห่งแสงสว่าง

 ส่วนเมืองที่พวกเรากำลังอยู่ในตอนนี้คือ เมืองหลวงแห่งแสงสว่างที่มีชื่อว่า ออร่าไลท์ และเมืองนี้ก็เป็นสถานที่สถิติของเทพแห่งแสงสว่างนั่นเอง"

            ริวนั่งฟังอยู่เงียบๆแต่ใจของเขาแทบอยากจะเอามือกุมขมับ เพราะเรื่องที่น้องสาวพูดมาเข้าหูซ้ายทะลุออกหูขวาแทบจะในทันที สิ่งที่เขายังจำได้เพียงชื่อทั้ง7รัฐกับชื่อของเทพประจำรัฐเท่านั้นเอง ส่วนเรื่องอื่นได้คืนกลับไปหาเทียน่าทันทีที่พูดจบแล้ว เธอยังคงเล่าต่อไป

“นอกจากเทพทั้ง7องค์แล้ว ยังมีเทพอีก 1 องค์ที่ถูกจารึกเอาไว้ในประวัติศาสตร์ของริเดียด้วย เทพองค์นี้คือ เทพแห่งสงคราม การจะบูชาเทพองค์ให้ได้ผลดีที่สุดก็คือการก่อสงครามขึ้นมา และเหตุผลนี้เองที่ทำให้ผู้ที่นับถือเทพแห่งสงครามค่อยๆลดน้อยลงไป จนในที่สุดเมื่อ300 ปีก่อนเหลือผู้นับถือเทพแห่งสงครามเหลือเพียง7 คนเท่านั้น แต่ 7 คนนี้ละที่ต่อมาได้รับพลังจากเทพแห่งสงครามจนทำให้พวกเขากลายเป็น 7 จอมมาร ผู้คิดจะทำลายล้างริเดีย”

            เทียน่าหยิบน้ำขึ้นมาดื่ม พร้อมเล่าเรื่องราวที่จารึกในประวัติศาสตร์ต่อ “จอมมารทั้ง 7 ตนได้ลงมือเข่นฆ่าทุกชีวิตอยู่ไม่มีคำปราณี รัฐทั้ง7ได้รวมกำลังที่มีทั้งหมดเข้าต่อสู้กับพวกจอมมารจนก่อให้เกิดสงครามที่กินเวลากว่า 20 ปี ในที่สุด 6 ใน 7 จอมมารได้ถูกกำจัดลงไปในการต่อสู้ ส่วนจอมมารคนสุดท้ายหนีรอดไปได้ ก่อนจะหายสาบสูญไปในเวลาต่อมา ภายหลังผู้คนต่างเรียกขานสงครามนี้ว่า สงคราม 7 จอมมาร ทุกคนในเวลานั้นคิดว่าเรื่องราวทั้งหมดควรจะจบลงแล้ว แต่นั่นกลับเป็นจุดเริ่มต้นของคำสาปอันยาวนานกว่า 300 ปี "

            “คำสาป? น้องหมายความว่าจอมมารตนสุดท้ายได้ร่ายคำสาปกับผู้คน ก่อนที่มันจะหายตัวไปหรือ?

            เทียน่าส่ายหน้าเป็นการปฏิเสธ “ไม่ใช่ค่ะ คำสาปที่พูดถึงนี้ คือคำสาปที่จอมมารทั้ง 7 ตนได้ร่ายเอาไว้ตอนที่จะถูกพ่ายแพ้ต่างหาก และนี้ก็คือเหตุผลที่ทำให้ทายาทจอมมารเป็นที่รังเกียจจากผู้คนนะค่ะ"

            ริวใช้มือเกาศีรษะ “สรุปว่า 6 จอมมารที่ตายไปร่ายคำสาปเอาไว้ก่อนจะถูกฆ่าใช่ไหม เฮ้อ เวรกรรม ถ้าไอ้พวกจอมมารมีเวลาร่ายคำสาป ทำไมมันไม่เอาเวลาที่ร่ายคำสาปมาใช้ในการหนีฟะ”

            “ไม่รู้ซิค่ะ ถ้าให้พูดตรงๆ ในช่วงเวลานั้นไม่มีใครรู้แน่หรอกว่าจอมมารทั้ง 6 คนร่ายคำสาปตอนไหน แต่ที่ประวัติศาสตร์บันทึกว่าร่ายหลังจากที่พวกจอมมารพ่ายแพ้ก็เพราะจอมมารคนสุดท้ายได้ร่ายคำสาปให้ทุกคนได้ยินก่อนจะหายไปนะค่ะ” 

            คิ้วของริวขมวดเข้าหากัน “สรุปว่าไม่มีใครทราบคำสาปถูกร่ายขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไรซินะ”

“ใช่ค่ะ” เทียน่ายิ้มพร้อมตอบคำถามนี้

“การที่คนในรัฐแห่งนี้เกลียดฟรานมากขนาดนั้น แสดงว่าคำสาปที่จอมมารทั้ง 7 ร่ายเอาไว้คงจะร้ายกาจมากเลยซินะ "

            นั่นก็เป็นสาเหตุหนึ่ง แต่สำหรับตระกูลฟรานเซ็ตก้าค่อนข้างจะถูกรังเกียจมากกว่า ทายาทจอมมารตนอื่นๆนะค่ะ”

            ริวแสดงสีหน้าไม่เข้าใจ เสียงของเทียน่าดังขึ้นต่อ“ที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะจอมมารที่หนีรอดไปได้คือ จอมมารที่เป็นต้นตระกูลของเธอ และ รัฐที่โดนคำสาปของจอมมารตนนั้นก็คือ รัฐแห่งแสงสว่างนี้ยังไงล่ะ

            ริวอึ้งจนพูดอะไรไม่ออกเลย เทียน่ายังคงเล่าต่อด้วยสีหน้าเป็นปกติ“คำสาปที่จอมมารทั้ง 7 ตนร่ายไว้มีด้วยกัน 7 อย่าง โดยแต่อย่างล้วนเกี่ยวข้องกับรัฐทั้ง 7 อีกด้วย  อย่างคำสาปของรัฐแห่งแสงนี้ คือ

           

               โลกแห่งนี้จะมีรัฐแห่งแสงสว่างเท่านั้นที่จะสามารถเดินทางไป-มาระหว่าง 2 โลก และ มีเพียงเมืองหลวงแห่งแสงเท่านั้น ที่จะเปิดประตูมิติเพื่อใช้เป็นทางผ่านไป-มาระหว่าง 2 โลก และ มีแต่ผู้ที่เกิดในโลกมนุษย์เท่านั้นที่จะสามารถเดินทางไป-มาระหว่างริเดียและโลกมนุษย์  ส่วนผู้ที่เกิดในริเดียจะไม่สามารถเดินทางไปที่โลกมนุษย์ได้เลย ผู้ที่ขัดขืนจะต้องตายสถานเดียว

 

 

            สีหน้าของริวเริ่มตึงเครียดขึ้นมาบ้างแล้ว"แล้วไม่มีวิธีถอนคำสาปเหล่านี้เลยหรือ? ไหนจะพวกเทพประจำรัฐอีก ทำไมพวกท่านไม่ออกมาช่วยรัฐต่างๆบ้างละ”

            เทียน่าส่ายหน้าเบาๆเป็นคำตอบ “ก่อนที่จะเกิดสงครามเทพประจำรัฐทั้ง 7 ได้เข้าไปต่อสู้กับเหล่าจอมมาร แต่เนื่องจากพลังของพวกจอมมารมีมากเกินไป บรรดาเทพทั้ง7จึงได้พ่ายแพ้ไปตั้งแต่การต่อสู้ครั้งแรก และ เท่าที่ประวัติศาสตร์หลังสงครามบันทึกไว้  มีคนเคยเห็นการต่อสู้ของเทพกับจอมมาร คนที่เห็นบอกว่าพวกเทพทั้ง 7 รัฐได้ต่อสู้กับจอมมารโดยใช้ชีวิตของตัวเองเข้าแลกเพื่อที่จะจัดการกับบรรดาจอมมารทั้งหลายให้จงได้ แต่เกิดความผิดพลาดจนทำให้จอมมารทั้ง 7 ตนจึงหนีรอดไปได้ และตั้งแต่นั่นมาเหล่าเทพก็ต้องพักรักษาตัวจนไม่สามารถออกมาช่วยเหลือผู้คนได้อีกเลย

            ริวเอามือจับคางเพื่อใช้ความคิด “ถ้าที่พูดมาเป็นจริง เทพทั้ง 7 รัฐคงไม่ได้เข้ามายุ่งเกี่ยวในสงคราม 7 จอมมารเลยใช่ไหม”

            “ใช่ค่ะ” 

            คิ้วขวาของริวเริ่มกระตุกเบาๆ เหมือนจะเป็นสัญญาที่บอกถึงความซวยที่จะตามมาอีกไม่นาน ชายหนุ่มยังคงไม่สนใจสัญญาณเตือน เขาพูดว่า 

พี่พอเข้าใจเหตุการณ์บ้างแล้วล่ะ จากนั้นจอมมารทั้ง 7 ก็คงประกาศสงครามกับรัฐทั้ง 7 เลย และลงเอยด้วยความพ่ายแพ้ใช่ไหมล่ะ”

            เทียน่าพยักหน้าด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม เธอเล่าต่อว่า“ถูกต้องแล้วค่ะ หลังจากสงครามจบลง ได้มีการตามล่าพวกทายาทจอมมารเพื่อหาวิธีถอนคำสาป แต่ไม่เคยมีทายาทจอมมารคนไหนได้รับรู้ถึงเรื่องนี้เลย แถมทุกครั้งที่ทำการฆ่าทายาทของพวกจอมมาร ไม่ว่าด้วยสาเหตุใดๆก็ตาม  คนที่เป็นคนฆ่าก็จะต้องตายตามไปด้วย และ นับวันคำสาปก็ยิ่งส่งผลกว้างมากขึ้น เช่น ตอนแรกมีแต่คนที่ฆ่าทายาทจอมมารเท่านั้นที่ตาย แต่ตอนนี้ขอเพียงมีสายเลือดเดียวกับคนที่ฆ่าทายาทจอมมาร พวกเขาทั้งหมดจะต้องตายตามไปด้วย

              สุดท้ายการตามล่าทายาทของบรรดาจอมมารทั้ง 7 ก็ได้ยุติลง เพราะการออกประกาศในเรื่องนี้ออกไป ส่วนคนที่ประกาศเรื่องราวทั้งหมดได้แก่ ท่านหญิงมังกรฟ้า กับ 7 เจ้าผู้ครองรัฐในตอนนั้น ถึงแม้การตามล่าทายาทจอมมารจะหมดลงไปแล้ว แต่ความเกลียดชังของผู้คนที่โดนลูกหลงจากคำสาปของจอมมารทั้ง 7 ก็ไม่ได้หมดลงไปด้วย  ความเกลียดชังอันรุนแรงทำให้พวกทายาทจอมมารต้องมาพบเจอเหตุการณ์ร้ายๆ อย่างที่พี่ได้เห็นมายังไงละคะ "

            ริวที่ฟังจบ เขาก็ถอนหายใจออกมาอีกครั้ง “เรื่องนี้มันยิ่งกว่าละครน้ำเน่าหลังข่าวอีกนะ ความผิดของคนในอดีต ดันส่งผลให้คนปัจจุบันเดือดร้อน ช่างเป็นเรื่องไร้สาระจริงๆเลย”

            เทียน่าพยักหน้าเห็นด้วย “หนูเองก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน แต่คนอื่นๆกลับไม่คิดแบบนั้นนะซิ “

            ขณะที่น้องสาวตัวแสบพูดจบ ริวก็นึกถึงเรื่องราวบางอย่างขึ้นมาได้ “จริงซิ ในเมื่อไม่ทราบว่าจอมมารทั้ง 6 คนร่ายคำสาปเมื่อไร แล้วรู้ได้ยังไงว่าคำสาปมันส่งผลอย่างไงบ้างนะ”

            “ประวัติศาสตร์บันทึกเอาไว้ว่า หลังจากที่จอมมารตนสุดท้ายหนีไป อักษรแสงก็ปรากฏบนน่านฟ้าของทุกรัฐ มันได้บ่งบอกถึงคำสาปที่รัฐโดนสาปเอาไว้นะค่ะ”

            “ช่างเป็นจอมมารที่ใจดีเสียจริงนะ ขนาดตายไปแล้วยังอุตส่าห์มีน้ำใจแจ้งเรื่องคำสาปให้รู้อีกนะ”เสียงพูดแกมประชดของริวดังขึ้น

            เทียน่าได้แต่ฝืนยิ้ม เสียงของริวดังแทรกออกมา “เอาเป็นว่าเรื่องในอดีตพอแค่นี้เถอะ ถึงพูดต่อไปพวกเราคงกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้หรอก แล้วปัญหาใหญ่อีก 2 ข้อที่เหลือละเป็นเรื่องอะไรบ้าง"

            เทียน่าชูนิ้วขึ้นมา 2 นิ้ว”สำหรับปัญหาข้อที่ 2 เกี่ยวข้องโดยตรงกับปัญหาข้อที่ 1โดยตรงนะ พี่รู้ไหมว่า ฟรานทำได้ถึงขอพี่แต่งงานแบบนั้นนะ”

            ริวส่ายหน้า เทียน่าจึงพูดต่อว่านั่นก็เพราะเธอมีอายุถึงแค่ 40 ปีเท่านั้น พอเธออายุครบ 40 เธอจะต้องตายที่เป็นแบบนี้ก็เพราะผลของคำสาปจอมมารเหมือนกัน

            เฮ้อ ทำไมมันถึงเป็นแบบนั้นได้ล่ะ การที่คำสาปมีผลกับทายาทจอมมารแบบนี้ มันดูไม่สมเหตุสมผลเลย

            เทียน่าถอนหายใจ “พี่ค่ะ ทุกอย่างของคำสาปต่างผ่านการไต่ตรองมาก่อนแล้ว อย่างคำสาปที่ทายาทได้รับนั่นมีเอาไว้เพื่อทำให้คำสาปที่บรรดาจอมมารร่ายไว้รุนแรงมากขึ้น เพราะทุกครั้งที่ทายาทจอมมารตนไหนตายลงไป คำสาปที่จอมมารที่เป็นต้นตระกูลร่ายไว้ก็จะยิ่งรุนแรงขึ้น และเมื่อไรทายาทจอมมารคนสุดท้ายตายลง คำสาปนี้จะทำให้รัฐแห่งนั้นหายสาบสูญไปพร้อมกันด้วยนะ

            STOP!  น้องกำลังหมายความว่า จอมมาร 7 ตน ถือกำเนิดมาจาก 7 รัฐ และ จอมมาร 7 ตนก็ร่ายคำสาปไว้กับรัฐที่ตัวเองเกิดอีกด้วยใช่ไหม

            ใช่ค่ะเทียน่าพยักหน้าด้วยสีหน้าที่ไม่เปลี่ยนแปลง

            ริวเอามือกุมขมับ นอกจากนั้นจอมมารทั้ง 7 ตนยังร่ายคำสาปไว้กับตระกูลของตัวเองว่า  เมื่อทายาทของตนเองตายหมดเมื่อไร รัฐแห่งนั้นก็ต้องล่มสลายตามไปด้วยใช่ไหม

เทียน่าพยักหน้าเบาๆ “ใช่ค่ะ เพราะสาเหตุนี้เอง ที่ทำให้คนในเมืองต่างเกลียดทายาทจอมมาร แต่พวกเขาก็ไม่กล้าที่จะฆ่าทายาทจอมมารเหมือนกัน และ ผลที่ตามมาจึงทำให้ทายาทจอมมารทุกคนเป็นที่รังเกียจของสังคม  ทายาทจอมมารยังจะไม่ได้รับสิทธ์ให้ออกไปพ้นรัฐที่ตัวเองเกิดอีกด้วย เนื่องจากคนที่เกิดในรัฐแห่งนั่นเกรงว่าจะมีคนอื่นมาลอบสังหารทายาทจอมมารจนหมด และมันจะทำให้พวกคนในรัฐต้องตายตามไปด้วยนะค่ะ

ริวฟังถึงตรงนี้ เขาส่ายหน้าด้วยความหน่ายใจ ก่อนจะพูดว่า “อะไรมันจะบังเอิญอย่างนี้ จอมมาร 7 ตนมาจาก 7 รัฐ  ไหนจะเรื่องคำสาปของจอมมารและผลที่มีกับรัฐทั้ง 7 อีก พี่รู้สึกแปลกๆ กับตำนานพวกนี้ยังไงไม่รู้ น้องแน่ใจนะว่าไม่ได้เล่าอะไรผิดไปนะ

แน่นอนค่ะ เรื่องประวัติศาสตร์ของคำสาปและจอมมารนี้ หนูได้คะแนนเต็มเลย แถมรายงานเรื่องนี้ของหนูยังถูกยกย่องว่ายอดเยี่ยมที่สุดในชั้นปีอีกด้วย

งั้นมันก็แปลกจริงๆนั่นละ ถ้านี้คือประวัติของริเดีย มันต้องมีบางอย่างที่ผิดไปจากความเป็นจริงแน่ๆ

ผิด? มันผิดตรงไหนหรือคะ

ไม่รู้สิ พี่เองก็บอกไม่ถูกเหมือนกัน เอาเป็นว่าช่างมันเถอะ ถึงเครียดไปก็หาความจริงไม่ได้อยู่ดี เอ่อ แล้วเรื่องที่น้องเล่ามานี้มันเกี่ยวอะไรกับปัญหาข้อ 2 หรือ?

            พี่ค่ะ หนูบอกแล้วใช่ไหมว่าตระกูลของฟรานจะต้องตายเมื่ออายุครบ 40 ปี และพวกเธอไม่อยากเป็นสาเหตุให้คนหมู่มากต้องตาย ดังนั้นพวกเธอจึงคิดค้นคำสาป 2 อย่างขึ้นมาได้ แก่ คำสาปด้ายแดงคล้องใจ และ คำสาปมหาเสน่ห์ คนที่โดนคำสาปพวกนี้เข้าไปจะหลงรักผู้ใช้คำสาปอย่างถอนตัวไม่ขึ้น พี่ต้องระวังเรื่องคำสาปพวกนี้เอาไว้ด้วยนะ ขืน โดนเข้าไปมีหวังได้โดนจับแต่งงานทันทีแน่ๆ

            ริวยิ้มหน้าเจื่อน “น้องบอกพี่ช้าเกินไปแล้วล่ะ ฟรานใช้คำสาปพวกนี้กับพี่ตั้งแต่เจอกันแล้ว

สีหน้าตกใจของเทียน่าแสดงออกมาอย่างเห็นได้ชัด เสียงตะโกนของเธอดังขึ้นทันที “ แย่แล้ว!!! ไม่คิดเลยว่าฟรานจะลงมือเร็วแบบนี้  พี่เป็นอะไรหรือเปล่าคะ?”

            ใบหน้าของริวส่ายไป-มาไม่นี่ ฟรานบอกว่าคำสาปไม่มีผลกับพี่ น่าจะเป็นเพราะกำไลที่เป็นของขวัญวันเกิดนะ

            เป็นไปไม่ได้!! น้ำเสียงอันแตกตื่นดังขึ้นจากปากของเทียน่าอีกครั้ง เพียงแต่ครั้งนี้ดูจะตกใจมากกว่าเดิมเป็นเท่าตัว สักพักเธอก็เอ่ยต่อว่า

“ กำไลที่พวกหนูสร้างขึ้นสามารถป้องกันคำสาปที่ทำร้ายร่างกายและคำสาปที่ครอบงำความคิดได้ก็จริง แต่คำสาปของตระกูลฟรานเซ็ตก้านั่นต่างออกไป มันเป็นคำสาปที่เกี่ยวกับอารมณ์ กำไลที่สร้างขึ้นมาจึงไม่สามารถป้องกันได้ แล้วทำไมพี่ถึงรอดมาได้ละคะ

            ริวแบบมือออกไปข้างๆ “ไม่รู้เหมือนกัน อาจจะเป็นเพราะความบังเอิญก็ได้ อย่าคิดมากให้ปวดหัวเลย เอาเป็นว่าพี่รอดมาได้ก็ดีแล้ว

            ดวงตาของเทียน่าจับจ้องมาที่ริวด้วยแววตาที่บอกไม่ถูกเพราะเธอไม่เข้าใจว่าพี่ชายของเธอรอดจากคำสาปพวกนั้นมาได้ยังไง น้ำเสียงอันอ่อนหวานดังออกมา

พี่ค่ะ มันมีความเป็นไปได้อีกอย่างหนึ่ง นั่นคือ พี่ต้องมีหัวใจที่มั่นคงในความรัก คนแบบนี้จะสามารถป้องกันคำสาปของตระกูลฟรานเซ็ตก้าได้ ไม่ทราบว่าพี่เป็นอย่างนั้นหรือเปล่าคะ?”

            ริวทำหน้าบอกบุญไม่รับ ก่อนจะพูดอย่างไม่เต็มเสียงว่า “ไอ้เรื่องคนรัก น้องก็รู้ดีว่าพี่ไม่มี  ถ้าพี่เกิดมีขึ้นมาจริงๆ เธอจะต้องรู้เป็นคนแรกอยู่แล้ว ดังนั้นเรื่องมั่นคงในความรักพี่ว่าตัดทิ้งไปได้เลย

            งั้นหนูก็ไม่รู้แล้วละว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ เอาไว้กลับถึงบ้านพี่ไปถามคุณแม่ดูเอาเองก็แล้วกัน เทียน่าที่พูดถึงตรงนี้เธอก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้ เธอก็คิดขึ้นมาว่า

            (เดี๋ยวก่อนนะ นอกจากความรักที่มั่นคงแล้ว ก็ยังมีกรณีของ สิ่งนั้น อยู่ด้วยนี้ แต่คงไม่ใช่หรอก ถ้าพี่ริวเป็นสิ่งนั้นจริง พ่อกับแม่ก็ต้องรู้แต่แรกแล้ว ไหนจะเรื่องของพลังเวทอีก เฮ้อ คิดมากไปได้)

            เทียน่าส่ายหน้าเบาๆกับความคิดของเธอ ขณะนั้นเองที่เสียงของริวดังขึ้นมา จริงซิ ถ้าตระกูลของฟรานคิดคำสาปแบบนี้ขึ้นมา นั่นก็หมายความว่าตระกูลของฟรานจะสามารถแย่งชิงคนรักของคนอื่นได้เสมอเลยไม่ใช่หรือ? แบบนี้พวกชาวเมืองจะไม่ว่าอะไรบ้างหรือ?”

            “ไม่มีใครอยากจะเสียคนรักด้วยคำสาปบ้าๆแบบนี้หรอกค่ะ ในตอนแรกชาวเมืองทุกคนต่างต่อต้านเรื่องนี้เป็นอย่างกันมาก แต่ตระกูลของฟรานก็ยื่นคำขาดว่า พวกตนจะใช้วิธีนี้เลือกคู่ครองและถ้าใครไม่ยอม พวกเขาจะยอมเป็นโสดไปจนตายดีกว่ามีคู่ครองที่ตัวเองไม่ชอบ พี่คิดดูซิว่า ชาวเมืองจะยอมให้เกิดเรื่องแบบนั้นหรือ?”

            ไม่มีทางยอมอยู่แล้ว

            ถูกต้องค่ะ ตอนที่ตระกูลฟรานเซ็ตก้าประกาศเรื่องนี้ออกไปนั้น ถึงกับเกิดการจลาจลขนาดย่อมๆเลย แต่ดีที่กษัตริย์แห่งรัฐนี้ได้ส่งกำลังทหารมาช่วยผ่อนคลายสถานการณ์ให้ ในที่สุดพระองค์ก็ประกาศเรื่องคำสาปนี้จะไม่มีผลต่อผู้ที่มีจิตใจมั่นคงในความรักออกไป  ซึ่งมันก็หมายความว่า ขอเพียงคู่รักมีจิตใจมั่นคงต่อกัน พวกเขาก็จะไม่ต้องกลัวคำสาปนี้ พอประชาชนทราบเรื่องนี้ กระแสการต่อต้านก็จางลงอย่างเห็นได้ชัด กษัตริย์จึงเสนอกฎการใช้คำสาปขึ้นมาว่าตระกูลฟรานเซ็ตก้าได้รับอนุญาตให้ใช้คำสาปนี้หาคู่ครองได้ แต่จำกัดอยู่เพียง1คนเท่านั้น และห้ามใช้คำสาปเหล่านี้กับผู้ที่มีครอบครัวอยู่แล้วอย่างเด็ดขาด สำหรับครอบครัวของผู้ที่โดนคำสาปเข้าไปก็ห้ามปฏิเสธคำสู่ขอของตระกูลฟรานเซ็ตก้าอีกด้วย ถ้าใครคิดฝ่าฝืนกฎข้อนี้ให้ประหารได้ทันที

            ริวถอนหายใจ “ช่างเป็นเรื่องน่าปวดหัวซะจริง การทำแบบนี้ก็มีแต่ทำให้ทุกอย่างมันแย่ลงไปเท่านั้นไม่ใช่หรือ? พวกเขาจะทำลงไปเพื่ออะไรกัน ไหนจะกษัตริย์ที่ดูเข้าข้างตระกูลฟรานเซ็ตก้าอย่างออกนอกหน้าอีก เฮ้อ ตกลงว่าผู้ปกครองรัฐกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่นะ

            สำหรับตระกูลฟรานเซ็ตก้านั้นหนูก็ไม่ทราบว่าคิดอะไรอยู่ แต่สำหรับกษัตริย์น่าจะทำลงไปเพื่อรักษาชีวิตของชาวเมืองยังไงละคะ แม้จะฟังดูหน้าด้านไปหน่อย แต่พี่ต้องเข้าใจนะว่า คนที่เกลียดและแค้นตระกูลฟรานเซ็ตก้ามีเยอะมาก ดังนั้นการจะหาคนที่รักเราและเรารักเขาได้ก็ถือว่าหายากมาก แต่การทำให้พวกพ่อแม่พี่น้องของคนรักเห็นด้วยกับการแต่งงานนั้นยากยิ่งกว่าอีก

            อืม อันนี้พี่เห็นด้วย พ่อแม่คนไหนก็คงไม่อยากจะให้ลูกสาวของตัวเองไปแต่งงานกับคนที่ถูกคนทั้งรัฐรังเกียจหรอก

ใช่ค่ะ ดังนั้นคำสาปจึงเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับตระกูลฟรานเซ็ตก้า ต่อมาทางรัฐแห่งแสงสว่างได้ตรากฎหมายเกี่ยวกับคำสาปพวกนี้ขึ้นมาเป็นการเฉพาะ บอกตามตรงหนูก็ไม่รู้ว่า มันถูกหรือผิด แต่กฎหมายข้อนี้ก็ช่วยให้รัฐแห่งแสงสว่างและตระกูลฟรานเซ็ตก้าอยู่รอดมาจนถึงทุกวันนี้

            ริวฝืนยิ้มด้วยท่าทางอับจนปัญญา “ที่แท้พวกคนที่หลีกทางให้กับฟรานในตอนนั้นก็เพราะพวกเขากลัวว่าตัวเองจะเป็นที่พอใจของเธอซินะ เฮ้อ ไม่คิดเลยว่าเรื่องราวมันจะซับซ้อนและน่าปวดหัวแบบนี้ เอาเป็นว่าช่างมันเถอะ ขืนสนใจมีแต่จะปวดหัวเปล่าๆ แล้วปัญหาข้อสุดท้ายละคืออะไร

            เรื่องสุดท้ายเกี่ยวกับการสอบในวันพรุ่งนี้นะค่ะ พี่รู้ไหมว่าพรุ่งนี้พวกเราต้องสอบการประลองเวท โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือส่วนแรกจะเป็นการวัดระดับพลังเวท และ ส่วนที่สองจะวัดทักษะการใช้เวทมนตร์ โดยการให้ประลองเวทแบบตัวต่อตัว ส่วนคะแนนในการสอบรอบ 2 นี้จะแบ่งเป็น การวัดระดับพลังเวท 10 คะแนน การวัดระดับพลังนี้เน้นที่การเร่งพลังเวทออกมาในช่วงเวลาที่กำหนด  ถ้าใครเร่งพลังเวทได้สูงก็จะได้คะแนนเต็ม แต่ถ้าเร่งพลังเวทได้น้อยก็จะได้คะแนนน้อย ส่วนอีก 90 คะแนนจะเป็นการสอบทักษะด้านเวทมนตร์  การประลองในส่วนที่ 2 นี้จะต้องขึ้นไปยืนอยู่ในจุดที่กำหนดให้และใช้เวทมนตร์โจมตีใส่กันเป็นจำนวน 3 รอบ อาจารย์คุมสอบจะดูว่าใครมีทักษะการเลือกใช้เวทมนตร์ได้ดีแค่ไหน  จากนั้นอาจารย์คุมสอบจึงให้คะแนนตามสมควร โดย 1 รอบประลองจะมี 30 คะแนน และ ที่สำคัญสุด การสอบรอบที่ 2 นี้ห้ามไม่ให้มีการถอนตัวอย่างเด็ดขาด

            ริวยิ้มแหยๆ ก่อนจะพูดว่าแค่การวัดพลังเวทในส่วนแรก พี่ว่าเอาให้รอดก่อนเถอะ พี่แค่ขึ้นไปทดสอบทุกคนก็คงจะรู้แล้วว่าพี่ไม่มีพลังเวท ทีนี้ละได้ตายของจริงแน่

            สำหรับเรื่องนั้นไม่ต้องห่วงค่ะ คุณแม่ได้เตรียมยาเพิ่มพลังเวทเอาไว้ให้แล้ว ขอแค่พี่เรียนรู้วิธีแผ่พลังเวท พี่ก็จะผ่านการสอบส่วนแรกไปได้ แม้มันจะไม่สวยหรูเท่าไรก็ตาม”น้ำเสียงสบายๆดังออกจากน้องสาวสุดที่รัก

            ริวยิ้มอย่างโล่งอกโธ่ แค่นั้นก็ดีแล้ว ขอแค่ไม่ต้องตายก็พอ ยัยตัวแสบก็ไม่ยอมบอกตั้งแต่แรก ปล่อยให้พี่กังวลแทบตาย เดี๋ยวนะ ในเมื่อมียาดีๆแบบนี้ ทำไมไม่เอามาใช้พี่ตอนมาที่นี้ พี่จะได้ไม่ต้องเหนื่อยเดินทางไกลแบบนั้น

            เทียน่าส่ายศีรษะเบาๆ พี่คะ ยาที่คุณแม่ปรุงขึ้นนั้นล้วนใช้สมุนไพรหายาก และขั้นตอนในการปรุงก็ยังยากลำบาก คุณแม่ใช้เวลาปรุงยาตัวนี้อยู่นานมาก ปริมาณที่ปรุงได้ก็มีแค่ 5 ขวดเท่านั้น แถม 2 ใน 5 ขวดถูกนำไปปรุงเป็นยาอื่นแล้ว ที่เหลือก็มีแค่ 3 ขวดสุดท้ายที่อยู่กับหนูนี้ล่ะ ยาแต่ละขวดก็มีฤทธิ์อยู่ได้แค่ 10 นาทีเพราะฉะนั้นพวกเราจะต้องใช้ยาที่เหลือให้เกิดประโยชน์สูงสุดเท่านั้น

            ขอโทษนะ พี่ไม่ทราบว่าเรื่องมันจะวุ่นวายแบบนี้ แล้วน้องคิดเอาไว้หรือยังว่าจะใช้ยาพวกนั้นตอนไหนบ้าง

            สำหรับเรื่องนี้คุณแม่บอกเอาไว้แล้ว ขวดแรกเอาไว้ให้พี่ฝึกใช้แผ่พลังเวทออก ขวดที่ 2 เอาไว้ใช้สำหรับการสอบวัดระดับพลังเวท และขวดสุดท้ายเอาไว้ใช้ตอนประลองเวทนะค่ะ

            ริวทำได้แค่พยักหน้าเห็นด้วย เทียน่าจึงพูดต่อว่า “ตอนนี้สิ่งที่พี่ต้องทำคือการท่องจำเวทให้ได้อย่างน้อย  2 บทเพื่อเอาไว้ใช้ในการประลอง พอท่องได้แล้ว หนูจะสอนวิธีใช้แผ่พลังเวทให้เอง ตกลงตามนี้นะค่ะ

            ตกลง แล้วไม่ทราบน้องจะสอนเวทอะไรให้พี่ล่ะ หรือให้พี่เลือกฝึกได้ตามใจชอบ ถ้าใช่พี่อยากเรียกเวทที่ทำให้บินได้ ไม่ก็เวทสายน้ำ ถ้าให้ดีขอเรียนเวทแสง ไม่ก็เวทความมืดด้วยนะ

            แหะๆๆ หนูก็อยากจะให้พี่เลือกได้เอง เพียงแต่ว่าเวลามันน้อยเกินไป ดังนั้นหนูจึงเลือกเวทบทที่ง่ายต่อการท่องจำมาให้พี่ฝึกนะค่ะ”เทียน่ากล่าวจบ เธอก็ยื่นหนังสือที่เตรียมมาให้กับริว ก่อนจะบังคับให้เขาท่องจำในทันที

เวลา 22.00น. น. บ้านของริว

            แย่แล้ว!!! “เสียงร้องของรีก้าดังกึกก้องไปทั่วบ้าน

            พ่อของริว หรือเซริวรีบวิ่งไปยังต้นเสียง สิ่งที่เขาเห็นในเวลานี้คือ รีก้ากำลังนั่งกับพื้นด้วยอาการหมดแรงในมือของเธอถือขวดที่เหมือนกัน 2 ใบเอาไว้ เซริวมองรีก้า ก่อนจะพูดว่า

            นี่แม่ทำไมถึงตะโกนซะดังขนาดนั้น มีอะไรเกิดขึ้นหรือ? ”

            พ่อแย่แล้วล่ะ มันเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นมาแล้วรีก้าพูดออกมาด้วยน้ำเสียงไม่สู้ดีนัก ใบหน้าซีดขาว โดยที่มือยังคงถือขวดยา 2 ใบเอาไว้แน่ เซริวรีบตรงเข้าไปโอบกอดรีก้าเอาไว้

แม่ใจเย็นก่อนซิ ตกลงว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แม่ค่อยๆอธิบายมาทีละอย่างก็แล้วกัน พ่อเชื่อว่าพวกเราต้องหาทางออกของปัญหานี้ได้

ความอบอุ่นของอ้อมกอดทำให้สีหน้าของรีก้าดีขึ้นมาเป็นลำดับ เมื่อเธอกลับเป็นปกติ แม่ของริวก็หันไปมองเซริว

“พ่อรู้ใช่ไหมว่า แม่ให้เทียน่าเอายาเพิ่มพลังเวทติดตัวไปด้วย เพื่อใช้ช่วยริวในการสอบรอบ 2 นะ

เซริวพยักหน้าเป็นการบอกว่าจำได้  รีก้ารีบกล่าวต่อนั่นละปัญหา แม่ดันหยิบยาเพิ่มพลังเวทผิดขวดให้กับเทียน่าไปนะ:b”

สีหน้าของเซริวซีดเฝื่อน น้ำเสียงอันตกใจดังก้องขึ้นหา!! เดี๋ยวก่อนนะ แม่บอกว่าหยิบยาผิดขวดส่งให้กับเทียน่าใช่ไหม

รีก้าพยักหน้า ก่อนจะชูขวดในมือให้กับเซริวได้ดู สีหน้าของเซริวตึงเครียด “ตายละนี้มันแย่สุดๆไปเลยไม่ใช่หรือ? พวกเราต้องรีบตามเทียน่าไปแล้ว ไม่เช่นนั้น ริวต้องเดือดร้อนแน่ๆ

ไม่ทันแล้วละ พ่ออย่าลืมซิว่าตอนนี้พวกเรา 2 คนจะไปริเดียได้ก็ต่อเมื่อ ส่งหนังสือแจ้งไปยังทางตระกูลได้รับรู้ก่อนอย่างน้อย 2 วัน พวกเราจึงจะสามารถออกเดินทางไปได้ แถมการจะเข้าไปในริเดียยังต้องบอกเหตุผลที่จะไปอีกด้วย ไม่เช่นนั้นทางตระกูลจะถือว่าพวกเราผิดสัญญาที่ให้ไว้ ถ้าเป็นอย่างที่ว่ามาแม่กลัวว่า ริวและเทียน่าจะเป็นอันตรายยิ่งกว่าเดิม”

เซริวเริ่มที่จะคล้อยตามคำพูดของรีก้า แม่ของริวอธิบายต่อไปอีก “นอกจากนั้น พ่อจะหาเหตุผลอะไรไปอ้างกับทางตระกูลอีกละ คงไม่บอกว่าจะไปพาลูกชายที่ไม่มีพลังเวทกลับมานะ ขืนแจ้งไปแบบนั้น ริวได้ตายก่อนที่พวกเราจะไปถึงแน่ๆ

เซริวถึงกับจุกจนพูดอะไรไม่ออก สีหน้าของเขาแย่ลงเรื่อยๆ ไม่นานเสียงถอนหายใจดังออกมา “เฮ้อ ผมไม่น่าจะไปสัญญากับพี่สาวของคุณในเรื่องบ้าๆแบบนั้นเลย

รีก้าหันไปปลอบเซริวทำไงได้ละค่ะ การที่คุณและฉันยอมสัญญาแบบนั้นก็เพื่อปกป้องไม่ให้เทียน่าต้องตกอยู่ในวังวน ของการช่วงชิงอำนาจในสภาแม่มด และยังเป็นหนทางเดียวที่จะช่วยชีวิตริวไม่ให้ถูกตระกูลเซริวฆ่าตายในฐานะผู้ที่ไร้ประโยชน์ต่อตระกูลอีก ทางที่พวกเราเลือกจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้ว พ่ออย่าได้โทษตัวเองไปเลย

สีหน้าของเซริวเริ่มผ่อนคลายลงอืม แล้วเรื่องริว พวกเราจะทำอย่างไรดีละ ขืนปล่อยไว้เป็นแบบนี้มีหวังริวได้ตายแน่

สีหน้าที่ตกใจของรีก้าเริ่มสงบลง อารมณ์ตกใจหายไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้น แววตาครุ่นคิดแสดงออกมาอย่างเด่นชัด

            มันอาจจะไม่เลวร้ายขนาดนั้นก็ได้นะ จริงอยู่แม่หยิบขวดยาผิดให้กับเทียน่า แต่ในยา 3 ขวดที่ให้ไปก็มียาจริงอยู่ 1 ขวดด้วย ส่วนอีก 2 ขวดแม้จะยังอยู่ในขั้นทดลอง  ถ้ามันออกฤทธิ์ได้ตามที่เคยทดลองไว้ ริวอาจจะรอดตายก็เป็นได้นะ

            แม่ ตกลงว่ายา 2 ขวดที่ปนไปกับยาเพิ่มพลังเวทเป็นยาอะไรหรือ?”

รีก้ายิ้มเจื่อนๆพร้อมพูดว่ายาปรับเปลี่ยนนิสัย  กับ ยาเรียกโชค นะ

เซริวถึงกับอ้าปากค้างไปเลย  รีก้าเหล่มองพ่อของริวด้วยสายพิฆาต พร้อมพูดออกมาด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง“นี้พ่อคงไม่ได้กำลังคิดดูถูกยาของแม่หรอกนะ ชื่อมันอาจจะดูไม่น่าฟังแต่สรรพคุณของมันยอดเยี่ยมมาก อย่างยาเปลี่ยนนิสัยชั่วคราวนั่นจะทำให้คนดื่มรู้สึกมั่นใจในตัวเองแบบสุดๆ แม้จะอยู่ในสถานการณ์เลวร้ายแค่ไหนก็ตาม เขาก็ยังมั่นใจว่าจะผ่านมันไปได้ มันเป็นยาที่ทำให้คนดื่มมั่นใจตัวเอง ขนาดที่ว่าต่อให้มีแค่ไม้จิ้มฟันในมือก็คิดว่าตัวเองสามารถจะฆ่ามังกรได้เลย”

  ส่วน ยาเรียกโชค มันก็เหมือนกับสรรพคุณตามชื่อนั้นละ มันจะเพิ่มความโชคดีให้กับคนดื่มแถมไม่ได้โชคดีธรรมดานะ เรียกว่า โชคดีมหาศาลเลย ยิ่งเวลาต่อสู้ด้วยแล้ว แม่รับรองว่ายาตัวนี้จะช่วยเปลี่ยนสมดุลของการต่อสู้จากเสียเปรียบ เป็นฝ่ายชนะในพริบตาก็ยังไงได้ พ่อก็รู้ไม่ใช่หรือว่าโชคก็ถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นการต่อสู้แค่ไหน

เซริวรีบยิ้มประจบแม่จ้า พ่อไม่ได้สงสัยในสรรพคุณยาของแม่หรอกนะ แต่ที่พ่อสงสัยคือความสามารถในการต้องชื่อของแม่ต่างหากล่ะ  อย่างยาปรับเปลี่ยนนิสัยฟังจากสรรพคุณแล้ว น่าจะเปลี่ยนเป็น ยารวมสมาธิดีกว่าไหม ชื่อนี้เท่กว่าชื่อเดิมตั้งเยอะ ส่วน ยาเรียกโชคเปลี่ยนเป็น ยามหาโชคไปเลยเถอะ มันทั้งฟังเข้าใจง่ายกว่ากันเยอะเลย”

รีก้าครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ “นั่นซินะ แบบนี้ฟังดูเข้าใจง่ายกว่าจริงๆนั่นล่ะ”

เซริวปาดเหงื่ออกจากใบหน้า เพราะตอนนี้เขารอดตายจากสายตาพิฆาตของเมียสุดที่รักแล้ว สักพักพ่อของริวเปลี่ยนเรื่องพูดขึ้นมา

“จริงซิ ทำไมแม่ต้องเอายา 2ตัวนี้ไปไว้ข้างยาเพิ่มพลังเวทด้วยล่ะ ปกติแม่เป็นชอบจัดของเป็นระเบียบ แล้วทำไมวันนี้มันถึงผิดพลาดได้ง่ายๆแบบนี้

สีหน้าของรีก้าเจื่อนลง ตัวยาหลักที่ทำให้ยา 2 ตัวนี้ออกฤทธิ์ได้เป็นอย่างดีก็คือ ยาเพิ่มพลังเวท แถมตอนที่นำยามาผสมเข้าด้วยกันแล้ว มันจะทำให้มีสีของน้ำยาเหมือนกันแทบทุกประการอีกด้วย ทางเดียวที่จะแยกยาพวกนี้ออกจากกันคือ รอให้เวลาผ่านไปประมาณ 20-25 ชม. สีของน้ำยาทั้ง 2ตัวจะค่อยๆเปลี่ยนไป โดยสีของน้ำยารวมสมาธิจะกลายเป็นสีเงิน ส่วนยามหาโชคจะเปลี่ยนเป็นสีทอง

 การที่แม่วางน้ำยา 2 ขวดนี้ไว้ใกล้ๆกับยาเพิ่มพลังเวทเพื่อที่จะได้สังเกตถึงการเปลี่ยนสีของมันนะ  เฮ้อ ใครจะไปคิดว่าแม่จะจำน้ำยาเพิ่มพลังเวท สับสนกับน้ำยาที่ทำขึ้นใหม่จนเกิดเป็นเรื่องแบบนี้ขึ้นมา

เซริวฝืนยิ้มออกมา  รีก้าก็มีสีหน้าไม่แต่ต่างกันนัก “แต่อย่างน้อยพวกเราก็มีโชคดีในโชคร้ายนะ เนื่องจากยา 2 ตัวนั้นมีส่วนผสมของยาเพิ่มพลังเวทในอัตราส่วน 5 ต่อ 5 ดังนั้นถ้าริวดื่มยาเข้าไป เขาจะมีพลังเวทเพิ่มขึ้นมาด้วย เพียงแต่จะมีเวลาแค่ 5 นาทีเท่านั้น ส่วนพลังเวทที่ได้ก็จะมีแค่ 1 ใน 4  ของยาจริงอีกด้วย แม้ยาจะไม่ช่วยในการสอบ แต่มันก็น่าจะพอให้ริวไม่ถูกจับแน่

หวังว่ามันคงจะเป็นอย่างที่แม่พูดเถอะ ไม่งั้นพวกเราคงได้บุกเข้าไปชิงตัวลูกชายจากหน่วยงานรักษาความปลอดภัยของริเดียกันบ้างล่ะ

สีหน้าของรีก้าเริ่มจะหนักใจขึ้นมาบ้างแล้ว เซริวเสนอความเห็นออกไป“งั้นพ่อจะแจ้งความจำนงขอเข้าไปในริเดียกับตระกูลแม่มดและเซริวเลยนะ อย่างน้อยที่สุดพวกเรายังจะไปทันทราบเรื่องของริวในวันสอบที่ 4 ของการสอบ ถ้าเกิดอะไรขึ้นจริงพวกเราจะได้ลงมือช่วยเหลือริวได้ทัน

          รีก้าพยักหน้าเห็นด้วย แล้วพ่อจะใช้เหตุผลอะไรเป็นข้ออ้างกับตระกูลล่ะ

            เซริวยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ “พ่อคิดจะบอกทางตระกูลทั้ง 2 ว่า พวกเราจะเข้าไปฉลองที่ลูกทั้ง 2 คนสอบผ่านอย่างสวยงาม โดยแนบท้ายจดหมายไปด้วยว่าถ้าไม่ให้ไป พวกเราจะยกเลิกสัญญาที่ให้ไว้ในทันที ดูซิพี่สาวของเธอกับปู่ทวดของผมจะอนุญาตไหม

            รีก้ามองเซริวด้วยสายตาที่เป็นห่วง “พ่อแน่ใจนะว่าจะทำแบบนี้ ถ้าพ่อแจ้งไปแบบนั้นจริง แม่ว่าต้องเกิดเรื่องใหญ่ตามภายหลังแน่ๆ

            น้ำเสียงมั่นใจของเซริวดังขึ้นมาทันที ช่างมันซิ พ่อไม่สนอะไรอีกแล้ว งานนี้มีชีวิตริวเป็นเดิมพนันไม่ว่ายังไงก็ต้องไปให้จงได้ พ่อจะไม่มีวันยอมเสียริวไปเพราะความเห็นแก่ตัวของพ่ออย่างเด็ดขาด อย่างแย่ที่สุด พวกเราก็แค่ตัดขาดจากริเดียไปตลอดชีวิตเลยก็แล้วกัน

            ตกลงถ้าพ่อคิดจะทำอย่างที่พูด แม่ก็จะแจ้งไปยังสภาแม่มดเช่นกัน งานนี้ไม่ว่าจะส่งผลเสียแค่ไหนก็ต้องช่วย ริวให้จงได้”รีก้าพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 201 ครั้ง

40 ความคิดเห็น

  1. #7765 วิโรจน์ ศรเพชร (@virost) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 20:46
    เหตุผลในการช่วยฟรานของแกดีมากนายริว ตอบอย่างมั่นใจสุดๆ
    #7765
    0
  2. #7190 linnil (@LinNil) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2559 / 19:23
    พอไปถึงลิเดีย ได้ฉลองกันจริงๆแน่เลยแหง่มๆ
    #7190
    0
  3. #6786 ไอซ์ น้ำแข็ง (@icekun) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2559 / 20:07
    รออยู่นะ
    #6786
    0
  4. #6416 Harm. (@tanzanaza) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 กันยายน 2558 / 20:06
    ยาสลับขวด พ่อแม่รักริวสุดๆ แต่พอไปถึงอาจจะตะลึงเพราะลูกได้ที่ 1 ก็ได้น้ะเออ
    #6416
    0
  5. #4674 †+Liz+† (@namwancat) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2557 / 13:55
    มึนเลยละค่ะ แต่พ่อแม่แบบนี้ก็น่านับถือจริงๆเลยละนะคะ แล้วพึงมาเม้นต่อนี้เพราะว่า.....ขี้เกียจเขียนเยอะๆ #โดนตบ ขอโทษน้า~
    #4674
    0
  6. #4673 †+Liz+† (@namwancat) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2557 / 13:55
    มึนเลยละค่ะ แต่พ่อแม่แบบนี้ก็น่านับถือจริงๆเลยละนะคะ แล้วพึงมาเม้นต่อนี้เพราะว่า.....ขี้เกียจเขียนเยอะๆ #โดนตบ ขอโทษน้า~
    #4673
    0
  7. #4527 godgorge (@godgorge) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2557 / 12:46
    ชูป้ายเชียร์ พี่ริว และน้องเทียน่า > <
    #4527
    0
  8. #3936 แสงรัตติกาล (@prang9210) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2557 / 00:42
    ขอโทษนะ .... แต่เราก็ฟังข้อมูลแบบเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาเหมือนกัน ตืบเลย บอกามตรง 
    #3936
    0
  9. #3660 Kuroko Tetsuya_kun (@phingpin) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2557 / 17:38
    คุณแม่ซุ่มซ่ามอ่ะ 55555
    #3660
    0
  10. #3356 จอมโจรปริศนา (@Red_kill) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2557 / 21:28
    เอ่อ มีพิมพ์ตกกับสลับหรือพิมพ์ตกอยู่นะค่ะ ทำให้พออ่านแล้วรู้สึกแปลกๆ ไม่ค่อยลื่นเท่าไหร่อ่ะ แต่เรื่องสนุกเหมือนเดิมจ๊ะ
    #3356
    0
  11. #3174 Nunnally (@kuroyuri) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2557 / 17:51
    ส่งสารมังกรจัง...แกอาจจะเสียศักดิ์ศรีได้นะที่มีคนคิดจะใช้ไม้จิ้มฟันฆ่าแกเนี้ย==
    #3174
    0
  12. #2908 จอมโจรปริศนา (@Red_kill) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2557 / 21:59
    ฮาๆๆ ถ้าคนมหาเฮ็งอยู๋แล้วได้ย่เพิ่มโชคเข้าไปอีกนี่ท่าจะมันส์แท้..... ส่วนน้ำยาเปลี่ยนนิสัย หวังว่าตาริวคงไม่ไปอาละวาดนะ หึๆๆ
    #2908
    0
  13. #2864 นายตัวร้าย (@aom084495) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2557 / 13:56
    อยากเห็นผลของยาจัง
    #2864
    0
  14. #2419 JENNYHA (@jennyha) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2557 / 10:53
    จะเป็นยังไงน้าา
    #2419
    0
  15. #2342 Nunal (@nunal) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2557 / 14:01
    โอ้ เย้ ต่อนต่อไป
    #2342
    0
  16. #2188 เฮเบียนัม บราวน์ (@33325) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 มีนาคม 2557 / 10:12
    ซาหนุกโฮก!
    #2188
    0
  17. #2187 เฮเบียนัม บราวน์ (@33325) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 มีนาคม 2557 / 10:12
    ซาหนุกโฮก!
    #2187
    0
  18. #1879 Blue_Demons (@greatmormon) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 มกราคม 2557 / 04:06
    แอบ มุ้งเมิ้ง เล็กๆ
    #1879
    0
  19. #1311 cherryme (@cherryme) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2556 / 18:24
    พ่อแม่น่ารักอ่าาาาาาาาาาา
    แต่ไปไม่ทันมั้งงง
    แต่อาจจะทันเห้นความพิเศษแอบแฝงของคุณพี่ริวนะก้ะะ
    เทียน่าเทอก้อึ้งคนเดียวไปก่อน เด่วพ่อแม่ตามมาอึ้งสมทบนะะ 555
    #1311
    0
  20. #1241 ChinSarLeon (@smith1739) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2556 / 21:51
    สนุกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #1241
    0
  21. #1191 fuzze (@kanraya123) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2556 / 23:06
     
    เงิน คือ สิ่งที่ทุกๆคนปฏิเสธไม่ได้ LDS Thailand *** 

    ----------- เปิดรับสมัคร แล้ว ------------
    ส ร้ า ง เ งิ น ให้ กั บ ตั ว เอ ง แบบ ไ ม่ มี ขี ด จำ กัด ++++

    รับ !! 18 ++ หญิง&ชาย บริษัทจ่ายผลตอบแทนให้ 
    WeeK / WeeK ลงทะเบียนรับสิทธิ์ & สวัสดิการเที่ยวฟรี!! ทั้งในและต่างประเทศ 

    ***ดูรายละเอียดเพิ่ม ***

    ----
    http://www.work2income.com/?id=kanraya
     
     
    สนใจติดต่อ : 091-098-8087 (K'กิ๊ก)
     
    #1191
    0
  22. #1125 ปู่แว่น (@punya01) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2556 / 22:21
    ตอนนี้คำสาปมันแปลกๆนะ ถ้าคนเกิดในโลกนี้ข้ามไปยังโลกไม่ได้แล้วพ่อแม่พระเอกข้ามไปได้ยังไงหว่า มันขัดๆกันเองนะแก้เนื้อหาคำสาปหน่อยดีไหมคับ
    #1125
    0
  23. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  24. #991 วายุจัง (@inu47) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2556 / 01:01
    พ่อเจ้าไม่น่าไปท้าพนันเลยให้ตายซิ
    #991
    0
  25. #774 Tpnd Zerothree Chopetgool (@tpnd) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2556 / 22:49
    สุดท้ายคนที่เดือดร้อนก็คือพ่อกะแม่สินะ เหอๆ
    #774
    0