I am normal ผมนี้ละคนธรรมดา

  • 93% Rating

  • 158 Vote(s)

  • 545,610 Views

  • 7,804 Comments

  • 9,126 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    888

    Overall
    545,610

ตอนที่ 8 : บทที่ 7 คนธรรมดา กับ การทดสอบพลังเวทที่(ไม่)ธรรมดา (รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 31778
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 240 ครั้ง
    22 พ.ค. 57

บทที่ 7

                             คนธรรมดา  กับ การทดสอบพลังเวทที่(ไม่)ธรรมดา

         

โลกริเดีย

          เช้าวันใหม่ เวลา 08.00 น. ริวเดินมาถึงสถานที่สอบ ด้วยใบหน้าซีดขาว ขอบตาล่างมีรอยดำเล็กน้อย ดวงตาทำท่าจะปิดตลอดเวลา แถมเขายังหาวออกมาเป็นระยะ ถ้าอธิบายให้ชัดเจนนี้คือสภาพของคนอดนอนมาทั้งคืนนั่นเอง พอเดินมาถึงสถานที่สอบ ริวได้นั่งลงกับพื้นในสภาพหมดแรง เทียน่าที่เดินเข้าดูอาการพี่ชายด้วยความเป็นห่วง

            พี่คะ พี่ไม่เป็นอะไรแน่นะ

            ริวฉีกยิ้มเพื่อแสดงให้เห็นถึงความมั่นใจ ก่อนจะชู 2 นิ้วเป็นสัญลักษณ์ว่าเขาพร้อมเต็มที่ แต่สีหน้ากับไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย น้ำเสียงตำหนิของเทียน่าดังขึ้น

            หนูว่าพี่ใจสู้มันก็ดีหรอก แต่พี่ไปนอนพักสักหน่อยดีกว่า  เมื่อคืนพี่ไม่ได้นอนเลยใช่ไหมคะ

ใช่แล้วล่ะ นานๆทีพี่ก็อยากจะเอาจริงให้น้องสาวได้เห็นบ้างนะ เมื่อคืนก็เลยยอมอดนอนเพื่อท่องตำราเวท 2 บทที่น้องสอนจนขึ้นใจเลยริวพูดด้วยท่าทางมั่นใจเกิน 100 เปอร์เซ็นต์

            เทียน่าจ้องมองพี่ชายเหมือนกำลังจะหาทางจับผิด น้ำเสียงปราศจากความเชื่อใจดังออกมาว่าขอความจริงค่ะ เมื่อคืนหลังจากที่หนูหลับไปแล้ว พี่ก็หันไปอ่านนิยายแทนใช่ไหม

            ริวสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนปฏิเสธเสียงแข็งออกไปทันทีน้องเอาอะไรมาพูดนะ พี่ขยันท่องตำราเวททั้งคืนเลยนะ

            หนูอยู่กับพี่มาตั้งแต่เกิดจนโต หนูรู้นิสัยพี่ดียิ่งกว่าตัวพี่เองอีก ถ้าวันไหนพี่ไม่ได้อ่านนิยาย พี่ไม่มีทางนอนหลับแน่ ยิ่งเรื่องท่องตำราเวททั้งคืนยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่ เพราะก่อนหนูจะนอนเมื่อคืนตอนตี 3 พี่ก็ท่องตำราเวท 2 บทได้หมดแล้วไม่ใช่หรือ? ดีไม่ดี พี่อาจจะท่องแบบกลับหลังได้แล้วด้วย หนูพูดถูกไหมละ

            ริวเกาศีรษะพร้อมยิ้มอย่างเจื่อนๆ ก่อนจะพูดว่าน้องรู้ด้วยหรือ?”

            เทียน่ายิ้มอย่างผู้มีชัย “รู้ซิค่ะ แถมรู้ด้วยว่า ถ้าเป็นเรื่องที่พี่สนใจ พี่จะจำได้ทั้งหมดเลย ยิ่งนิยายที่พี่ชอบด้วยแล้ว พี่จะสามารถท่องจำหนังสือนิยายกว่า 400 หน้าได้โดยไม่ผิดสักคำ หนูพูดถูกไหมละ

            ริวยกมือขึ้นมาเสมอหู “ยอมแพ้แล้วครับ คุณน้องที่เคารพ ไม่คิดเลยว่าน้องจะทราบเรื่องถึงขั้นนี้ แล้วคุณพ่อคุณแม่ทราบเรื่องนี้ไหม

            เทียน่ายิ้มอย่างอ่อนโยน ก่อนจะเว้นระยะเวลาในการพูดพอสมควร  ริวได้แต่รอลุ้นกับคำตอบจนแทบกลั้นหายใจตายเสียตรงนั้น เสียงอันแผวเบาของน้องสาวสุดแสบดังขึ้น

ไม่ค่ะ ถ้าพ่อกับแม่ทราบความจริงเรื่องนี้ขึ้นมา พวกท่านคงบ่นพี่ยับไปนานแล้วล่ะ มีอย่างที่ไหนเอาความสามารถชั้นเลิศไปใช้กับนิยาย แทนจะเอาไปใช้กับวิชาที่เรียน

            สีหน้าของริวสลดลงเล็กน้อย ก่อนจะกลับเป็นปกติในเวลาไม่นาน โธ่ ตำราเรียนมันน่าเบื่อจะตาย แถมต่อให้นั่งท่องอย่างจริงจัง ไม่เกิน 3 วันพี่ก็คงลืมหมดแล้วล่ะ

            เทียน่าส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องพูดว่า แล้วเป็นไงบ้าง นิยายเรื่องนั้นสนุกมากไหมคะ

            อืม ถ้าถามว่าสนุกไหม พี่คงตอบว่าไม่สนุก รายละเอียดที่เขียนไว้ก็เยอะ แถมภาษาที่ใช้ก็ไม่ได้เรื่อง ขนาดอ่านทั้งคืน ยังไปได้แค่ไม่กี่สิบหน้าเอง แต่ทำไมเวลาพี่อ่านแล้ว รู้สึกวางไม่ลงก็ไม่รู้ กว่าจะรู้ตัวก็ตอนที่น้องมาเคาะประตูนั้นละ

            งั้นหรือคะ? ถ้าเป็นอย่างที่พูดมาก็แปลกจริงๆนั่นละ เอาไว้พี่อ่านหนังสือจบแล้ว หนูขอยืมอ่านบ้างก็แล้วกัน

            ได้ซิ แต่น้องอาจจะไม่อยากอ่านมันก็ได้ ในช่วงแรกมันน่าเบื่อมากเลย เอาเป็นว่าพี่เล่าเรื่องให้น้องฟังเลยดีกว่าไหม

            เทียน่ามองริวที่ทำท่าอยากจะเล่านิยายเต็มที่เรื่องนี้เอาไว้ว่ากันทีหลังเถอะค่ะ ตอนนี้พี่ไปหาที่นอนก่อนเถอะ ส่วนเรื่องรายงานตัว หนูจะไปจัดการให้เอง อย่างน้อยๆพี่น่าจะได้หลับสักงีบ

            เทียน่าบอกให้ริวไปนอนใต้ต้นไม้ที่อยู่ไม่ไกลนัก เขายิ้มก่อนจะเดินไปนอนตามที่บอก  ริวนั่งลงตรงโคนต้นไม้ ก่อนจะเอานิยายเล่มนั้นออกมาจากกระเป๋าคาดเอว ชายหนุ่มจะเอามันมาปิดหน้าและเอนตัวพิงต้นไม้ สักพักเสียงกรนก็ดังขึ้นมา มันเป็นเวลาเดียวกับที่เทียน่าเดินเข้าไปในอาคารแล้ว มือข้างที่สวมแหวนของริวก็ยกตัวขึ้นมาทั้งที่เจ้าตัวยังคงหลับอยู่ มือข้างนั่นหยิบนิยายที่ปิดหน้าออก แหวนที่เป็นรูปสิงโตถูกหันเข้าหาใบหน้าของริว ไม่นานเสียงของใครบางคนก็ดังขึ้นมาว่า

            เฮ้อ สงสัยงานคราวนี้จะหนักยิ่งกว่าทุกทีเลย ไอ้หนูคนนี้ดูหน้าโง่ยังไงก็ไม่รู้ ส่วนร่างกายก็อ่อนแอ แถมในร่างก็ไม่มีทั้งพลังเวทและพลังวิญญาณแม้แต่น้อย แบบนี้ยังจะให้ข้าอบรมมันให้กู้โลกใบนี้อีกนะ ใครจะทำได้ฟะ ยัยจอมวางแผน คอยดูเถอะ ถ้างานนี้เสร็จเมื่อไร ข้าจะไปขยำเจ้าให้ตายคามือของข้าเลย ถ้าทำไม่ได้ ข้าไม่ขอใช้ชื่อ เคเบรอส สัตว์ร้ายผู้กลืนกินตะวัน อีกตลอดกาล

            เสียงค่อยๆจางหายไปพร้อมกับสายลมที่พัดผ่านมาเบาๆ มือที่เคยยกขึ้นลดลงมา นิยายที่ตกลงข้างกายก็ถูกลมพัดผ่านไปทีละหน้าอย่างช้าๆ

 

สถานที่รายงานตัว

            เทียน่าเดินมาต่อแถวเพื่อยื่นบัตรประจำตัวสอบในการรายงานตัวเพื่อเข้าสอบรอบ 2 ไม่นานเธอก็รายงานตัวเสร็จ เทียน่าเดินกลับมาพร้อมแผ่นป้ายหมายเลข A48 และ A81 เสียงของใครบางคนก็ดังขึ้นมาว่า

            เทียน่า! ฉันอยู่ทางนี้นะมิ้ว

            เทียน่ารีบหันมองไปทางต้นเสียง สิ่งที่เธอเห็นคือยูอิและลีฟ่าที่โบกมือเรียกเธออยู่ไม่ไกลนัก ทั้ง 2 สาวรีบตรงเข้ามาหาเทียน่า พอมาถึงยูอิชิงถามขึ้นมาทันที

            ยัยเทียน่า คุณพี่ชายอยู่ที่ไหนหรือมิ้ว?”     

            ยัยยูอิ เธอเป็นเพื่อนของฉันนะ ทำไมถึงได้ถามหาพี่ริวก่อนจะทักทายกับฉันอีก? ตกลงว่าเธอคิดอะไรกับพี่ริวหรือเปล่า? ถ้าใช่เธอกับฉันได้มีเรื่องกันแน่ๆน้ำเสียงอันเย็นชาแกมข่มขู่ดังขึ้นจากน้องสาวผู้ที่ติดพี่ ลีฟ่าได้แต่ถอนหายใจให้กับท่าทางของเพื่อนทั้งสอง

            เทียน่าอย่าไปว่ายัยเอลฟ์งี่เง่านี้เลย ยัยยูอิไม่เคยคิดกับคุณพี่ชายด้วยเรื่องอย่างว่าหรอก แต่ยัยนี้กำลังจะประสาทกินเพราะเรื่องการประลองเวทต่างหากละ

            การประลองเวท? เดี๋ยวก่อนนะ เธอหมายความว่ายังไง ลีฟ่าเทียน่าถามพร้อมมองไปทางเอลฟ์สาวตัวปัญหา เธอเห็นยูอิดูอิดโรยกว่าเมื่อวานอย่างเห็นได้ชัด แน่นอนว่าลีฟ่าเองก็มีสีหน้าไม่แตกต่างมากนัก เทียน่าได้แต่ทำหน้างงๆ

            “ยัยเทียน่า เธอเป็นน้องสาวของคุณพี่ชาย เธอก็คงไม่กังวล แต่เธอรู้ไหมว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวาน ไม่ว่าจะเรื่องเวทรักษาที่เหนือกว่าศ.เอมี่ วิธีที่สลายเวทเพลิงชั้นสูง รวมไปถึงการสอบได้100คะแนนเต็ม  เหตุการณ์ทั้งหมดมันทำเอาคนที่เข้าสอบเกินกว่าครึ่งแทบไม่ได้นอนกันเลย โดยเฉพาะยิ่งคนที่สอบได้คะแนนสอบแบบยัยยูอิด้วยแล้ว ต่างกังวลที่จะเจอคุณพี่ชายในการประลองเวททั้งนั้นละ วันนี้ยัยเอลฟ์บ้าพลังถึงกับรีบมาตั้งแต่ตี 4 เพื่อมารอพบคุณพี่ชายเลยนะ

            น้ำเสียงตกใจของเทียน่าดังขึ้นตี 4 !! ยูอิเธอจะบ้าหรือยังไง เธอจะมาพบพวกฉันด้วยเรื่องอะไรกัน

            ยูอิไม่ตอบ เธอทำท่าเขินๆโดยไม่ยอมพูดอะไรออกมา  ลีฟ่าจึงได้แต่ตอบแทนว่า “ยัยยูอิ ต้องการขอให้คุณพี่ชายช่วยออมมือในการประลองเวทนะ ในกรณีที่เธอต้องประลองเวทกับคุณพี่ชายขึ้นมาจริงๆนะ

            เทียน่าได้แต่ยิ้มแหยๆ “ยัยยูอิ เธอคิดมากเกินไปแล้ว พี่ริวไม่ได้เก่งอย่างที่เธอคิดหรอก ทำใจให้สบายเถอะ

            ยูอิมองเทียน่าด้วยสีหน้าที่ดูไม่ได้เลย น้ำเสียงสิ้นหวังดังขึ้นจากปากของเธอ “ขอบใจที่พูดปลอบกันนะมิ้ว แค่สิ่งเห็นเมื่อวานแล้ว มันก็พอจะทำให้ฉันรู้แล้วว่าพี่ชายของเธอกับฉันอยู่กันคนระดับจริงๆนะมิ้ว ฉันคิดมาเสมอว่าตัวเองเป็น 1 ในบรรดาคนที่พอจะเรียกได้ว่า อัจฉริยะ แต่พอมาเจอคุณพี่ชายเท่านั้น ฉันจึงได้รู้ว่าตัวเองเป็นกบในกะลาแค่ไหนนะมิ้ว ทำไมฉันถึงได้หลงตัวเองได้ขนาดนี้ มิ้วอยากตายจริงๆๆ

            ยูอิก้มลงไปนั่งกับพื้นพร้อมเอานิ้วจิ้มพื้นวนไป-มา ท่าทางสิ้นหวังของยูอิทำเอาเทียน่าไปต่อไม่ถูกเลย  เธอพยายามคิดหาคำพูดเพื่อมาปลอบเพื่อนสาวอีกครั้ง ลีฟ่าเดินเข้ามาแตะไหล่ของเทียน่า ก่อนจะส่ายหน้าเป็นการบอกว่าไม่ต้องพูดอะไรหรอก

            ยัยเทียน่า อย่าเปลืองน้ำลายเลย ตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงวันนี้ ฉันปลอบยัยเอลฟ์นี้เป็น 100 รอบได้ แต่เธอก็ไม่มีท่าทีจะดีขึ้นเลย ถ้ายังไงปล่อยยัยเอลฟ์บ้าพลังเอาไว้แบบนี้เถอะ เดี๋ยวเธอก็คงจะดีขึ้นเอง คุณพี่ชายไปไหนแล้วละ เขาไม่มารายงานตัวกับเธอด้วยหรือ?“

            อ้อ ถ้าพี่ริวละก็นอนอยู่ที่ใต้ต้นไม้ตรงทางเข้าที่รายงานตัว ฉันก็เลยอาสามารายงานตัวแทนเขานะ”เทียน่าพูดออกมาโดยชี้ไปทางจุดที่ริวนอนอยู่

            Z..z…z.zz” เสียงกรนของริวดังออกมา

            ลีฟ่ามองริวด้วยสายตาที่บอกไม่ถูก“นี้ขนาดจะสอบรอบ 2 ในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าแล้ว คุณพี่ชายยังหลับได้อย่างสบายใจอีกนะ ฉันเพิ่งเคยเห็นคนที่หมั่นใจในการสอบขนาดนี้เป็นครั้งแรกเลย

            มันก็คงเป็นอย่างที่เธอพูดละมั่ง ไม่แน่ว่าพี่ริวอาจจะไม่คิดอะไรเลยก็ได้เทียน่าตอบออกมาอย่างไม่เต็มเสียงนัก

ลีฟ่าหันไปมองเทียน่าด้วยสายตางงๆ “ในเมื่อคุณพี่ชายนอนอยู่แบบนั้น ฉันว่าปล่อยเขานอนต่อไปเถอะจริงซิ เธอได้แผ่นป้ายหมายเลขที่เท่าไร

คำถามของลีฟ่าทำให้ยูอิหยุดการกระทำทุกอย่าง หูของเธอกระดิกเล็กน้อยเหมือนกำลังตั้งใจฟังในที่เทียน่าจะพูด

ของฉันได้แผ่นป้ายหมายเลข A 48 ส่วนพี่ริวได้หมายเลข A 81 นะ เธอถามทำไมหรือ?”

ยังไม่ทันที่ลีฟ่าจะตอบออกมา ยูอิก็ตรงเข้ามาเขย่าตัวเทียน่าไป-มา ก่อนจะพูดว่าที่เธอพูดมาเป็นความจริงหรือมิ้ว? ”

เทียน่าได้แต่พยักหน้าอย่างมึนงง แต่ยังไม่ทันจะได้ถามอะไร เสียงตะโกนของยุอิก็ดังลั่นไปทั่วบริเวณว่า “ไชโย!! ฉันรอดตายแล้ว มิ้ว!!!! 

ยูอิร้องตะโกนพร้อมโดดอย่างสุดตัว ลีฟ่ามองยูอิที่ดีใจอยู่สักพัก ก่อนจะตบหัวเธอเข้าไปเต็มแรง 1 ครั้ง

โป้ก

โอ้ย เธอทำอะไรนะมิ้ว  มันเจ็บนะ ยัยลีฟ่า

เรื่องที่เธอดีใจ ฉันพอจะเข้าใจอยู่ แต่เธอช่วยสำรวมหน่อยจะได้ไหม เธอเป็นถึงลูกสาวแม่ทัพเอลฟ์เลยนะ มันสมควรไหมที่จะกระโดดไป-มาแบบนี้ คนอื่นมองมาที่เธอกันหมดแล้ว ขืนเป็นแบบนี้ต่อไประวังจะขายไม่ออกเอานะลีฟ่ามองยูอิด้วยสายตาโกรธ ก่อนจะใช้นิ้วชี้ไปรอบตัวเพื่อให้ยูอิได้เห็นคนที่จ้องมองเธออยู่

สายตาแทบทุกคู่จับจ้องมาที่ยูอิ  เธอรีบก้มหน้าที่แดงเพราะความอายลงพื้น ท่าทางการกระโดดเปลี่ยนมาเป็นเรียบร้อยในพริบตา คำพูดแก้ตัวออกมาว่า

 “โธ่ เธอเองก็ดีใจไม่ใช่หรือมิ้ว? ที่ไม่ต้องเจอกับคุณพี่ชายในการประลองเวทนะมิ้ว

ลีฟ่าได้ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจกับสิ่งที่เอลฟ์สาวพูดแก้ตัว เทียน่าต่างหันไปมองยูอิและลีฟ่า“พอทีเถอะ  ทั้ง 2 คนอย่างเพิ่งทะเลาะกันเลย ตอนนี้ใครก็ได้ช่วยบอกหน่อยว่า ตัวเลขที่มีแผ่นป้ายมันหมายถึงอะไรกัน

น้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความดีใจของแม่มดแดงดังขึ้น“ตัวอักษรบนแผ่นป้ายหมายถึงสนามสอบ และหมายเลขของผู้เข้าสอบในแต่ละสนาม ในการประลองรอบที่ 2 นี้จะแบ่งเป็น 4 สนามสอบได้แก่ A B C และ D โดยแบ่งเป็นสนามละ 90 คน พอสอบวัดระดับพลังเวทเสร็จ สนามA จะจับคู่กับสนาม D เพื่อทำการประลองเวท และ สนาม B จะต้องจับคู่กับสนาม C  คู่ต่อสู้ก็คือคนที่ได้หมายเลขเหมือนกันในแต่ละสนามนั่นเอง เช่น A 1 จะสู้กับ D1 ยังไงละ

เทียน่าฟังถึงตรงนี้ เธอยิ้มออกมาทันที งั้นแสดงว่าพวกเธอ 2 คนคงได้หมายเลขไม่ตรงกับพี่ริวซินะ

“ใช่แล้วละมิ้ว  ฉันยังได้สนามสอบเดียวกับคุณพี่ชายอีกด้วยมิ้ว ฉันจึงไม่มีทางเจอกับคุณพี่ชายในการประลองเวทแน่ๆ ไชโยๆๆๆเสียงยูอิดังแทรกขึ้นมา สักพักเธอได้หยิบแผ่นป้ายหมายเลข A19 ขึ้นมาโชว์ด้วยความดีใจอย่างสุดๆ ลีฟ่าเองก็ถอนหายใจก่อนจะชูแผ่นป้ายที่มีเลข A 32 ขึ้นมาแสดงเช่นกัน

เทียน่ายิ้มอย่างอับจนปัญญาให้กับความเข้าใจผิดของเพื่อนทั้ง 2 คน เธอพยายามจะอธิบายเรื่องราวออกไปแต่ยังไม่ทันจะพูดอะไร เสียงบางอย่างก็ดังก้องขึ้นทั่วทั้งบริเวณว่า

ขอให้ผู้สมัครที่รายงานตัวแล้ว ไปประจำสนามสอบพลังเวทตามที่ตัวเองได้รับโดยด่วน อีก 5 นาทีทางสนามสอบจะเริ่มวัดระดับพลังแล้ว

เทียน่าบอกให้ยูอิและลีฟ่าเดินไปสนามสอบก่อนเลย ส่วนเธอจะขอตัวไปปลุกริวแล้วจะเดินพวกเธอไปทีหลัง

 

สนามสอบวัดพลังเวท

          ริวที่ถูกเทียน่าปลุก เขาเดินมาที่สนามสอบด้วยอาการงัวเงีย แถมขณะที่เดินมาริวยังหาวออกมาเป็นระยะอีกด้วย แน่นอนว่าการกระทำของริวส่งผลทำให้ผู้เข้าสอบโดยรอบต่างจ้องมองเขาเป็นตาเดียว ส่วนใหญ่เป็นสายตาที่ดูระแวงและแฝงไปด้วยความหวาดกลัวมากกว่าสายตาที่เป็นมิตร เทียน่าจูงมือริวมาจนถึงสนามสอบวัดระดับพลังเวท สนามสอบในรอบนี้เป็นเวทีขนาดสี่เหลี่ยมพื้นผ้า มีวงกลม 2 อันอยู่บนเวที โดยแบ่งเป็นข้างซ้าย 1 วง และข้างขวา 1 วง  ตรงกลางระหว่าง 2 วงกลมเป็นพื้นเวทีที่ปูด้วยแผ่นหินสีดำ มันเป็นแผ่นหินรูปสี่เหลี่ยมพื้นผ้า ยาว 20 เมตร และ กว้าง 5 เมตร บนแผ่นหินแบ่งออกเป็น 10 ช่อง แต่ละช่องก็มีเลข 1- 10 เขียนกำกับเอาไว้อย่างดี ห่างจากเวทีประมาณ 5 เมตร มีโต๊ะยาวที่ปูด้วยผ้าปูโต๊ะสีขาว พร้อมด้วยเก้าอี้อีก 3 ตัว บนเก้าอี้ก็มีอาจารย์  3 คนนั่งรออยู่ก่อนแล้ว

             เทียน่าพาพี่ชายไปนั่งใต้ร่มเงาของต้นไม้ซึ่งห่างจากเวทีพอสมควร ตรงนั้นเป็นตำแหน่งที่พวกยูอิได้มาจับจองเอาเผื่อพวกเขานั่นเอง  ริวนั่งลงข้างต้นไม้พร้อมหาวขึ้นมาอีก 1 ครั้ง ก่อนจะหันไปทักทายเพื่อนสนิทของน้องสาว

            สวัสดีจ๊ะ ลีฟ่า ยูอิ ยินดีที่ได้พบกันอีกนะ แล้วมีใครเห็นฟรานบ้างไหม

            ยูอิส่ายหน้าเป็นการบอกว่าไม่ทราบ ส่วนลีฟ่ายิ้มบางๆฟรานน่าจะอยู่ที่สนามสอบอื่นนะค่ะ คุณพี่ชายไม่ต้องห่วงเธอไปหรอก หนูคิดว่าเธอเอาตัวรอดได้แน่ๆ

            ริวพยักหน้า ก่อนจะหาวออกมาอีกครั้ง ลีฟ่ามองพี่ชายของเพื่อนสนิทด้วยความสงสัย“ ท่าทางคุณพี่ชายจะเพลียน่าดูเลยนะ ไม่ทราบว่าเมื่อคืนไม่ได้นอนหรือคะ?”

            มันก็ประมาณนั่นละ พอดีเมื่อคืนพี่อ่าน.. เอ๊ย ศึกษาตำราเวทหนักไปหน่อยก็เลยทำให้พี่แทบไม่ได้นอนเลยริวตอบออกมาแบบเลี่ยงๆเพราะขืนบอกว่าอ่านนิยายทั้งคืนมีหวังโดนพวกลีฟ่าด่าตายแน่

            เอ๋!! ขนาดคุณพี่ชายยังต้องศึกษาตำราเวทด้วยหรือมิ้ว?”เสียงร้องของยูอิดังแทรกขึ้นมา ริวส่งยิ้มพร้อมพยักหน้าเป็นการยอมรับ แม้จะเป็นการยอมรับที่มีสีหน้าเจื่อนสุดๆก็ตามที

            ลีฟ่ามองริวด้วยสีหน้าสงสัย “คุณพี่ชายจะว่าอะไรไหมคะ ถ้าหนูจะถามว่าคุณพี่ชายศึกษาตำราเวทบทไหนมาหรือ?

            เทียน่าทำท่าจะห้ามริวตอบคำถามนี้ แต่ริวชิงตอบออกมา “เวทคมมีดสายลม กับเวทคลื่นอัสนีนะ

            คำพูดของริวทำเอายูอิและลีฟ่าอึ้งไปพร้อมกันเพราะเวทบอกมานั่นไม่ได้เป็นเวทชั้นสูงแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามเวททั้ง 2 บทเป็นเวทระดับเริ่มต้นที่แม้แต่เด็กอนุบาลก็ยังใช้ได้เลย เวลาผ่านไปสักพัก ยูอิดูเหมือนจะรู้สึกตัวมา เธอรีบถามขึ้นมาว่า

            คุณพี่ชาย ไอ้เวท 2 บทที่บอกมา มันจำเป็นต้องศึกษาด้วยหรือมิ้ว? นั่นมันเวทพื้นฐานของพื้นฐานเลยนะ”

            ริวได้แต่ยิ้มตอบเพราะเขาไม่รู้จะตอบอย่างไงดี ลีฟ่าจับจ้องริวพร้อมถามขึ้น“ การศึกษาตำราเวททั้ง 2 บทก่อนวันสอบแบบนี้ คุณพี่ชายคงไม่ได้คิดจะเอาเวท 2 บทนี้ไปใช้ในการประลองหรอกนะ

            ใช่แล้วล่ะ มันมีปัญหาอะไรหรือ?”คำตอบอันเรียบง่ายของริวทำเอายูอิและลีฟ่าอ้าปากค้างไปพร้อมกัน ผิดกับเทียน่าที่เอามือกุมหน้าผากด้วยความเหนื่อยใจ เธอไม่คิดว่าพี่ชายจะตอบออกไปตรงๆแบบนี้ ไม่นานเธอก็ดึงตัวริวมากระซิบ

            พี่คะ ทำไมถึงพูดออกไปตรงๆแบบนั้นละ”

            ริวทำหน้ามึนงงกับสิ่งที่น้องสาวถาม  “อ้าว แล้วมันไม่ดีตรงไหนล่ะ พี่ไม่ได้โกหกพวกเธอซักหน่อย แถมนี้เป็นโอกาสแก้ไขความเข้าใจผิดที่พวกเธอมีด้วยนะ ถ้าพวกเธอเห็นพี่แพ้ในรอบนี้ ทั้ง 2คนจะได้ไม่เข้าใจผิดไปมากกว่านี้  น้องเองก็ไม่ต้องมาคิดหาคำโกหกเพื่อที่จะตอบคำถามในภายหลังด้วย พี่รู้นะว่าเราไม่อยากจะโกหกเพื่อนสนิทนะ”

            แววตาที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้งถูกมาให้กับริว พร้อมกับเสียงกระซิบที่เต็มไปด้วยความดีใจของน้องสาวสุดแสบดังขึ้นข้างหูว่า

            “ขอบคุณที่เป็นห่วงหนูค่ะ พี่ริว”

            ริวยิ้มอย่างอ่อนโยน ก่อนเอามือลูบหัวน้องสาวเบาๆ สักพักเขาก็โน้มตัวไปกระซิบข้างหู “จริงซิ  แล้วเรื่องคะแนนสอบของพี่นะ น้องได้ไปแจ้งกับคณะอาจารย์คุมสอบหรือยัง

            สำหรับเรื่องนี้ไม่ต้องห่วงค่ะ หนูจัดการแจ้งตอนรายงานตัวเรียบร้อยแล้ว ทางอาจารย์ก็บอกว่าจะขอเวลาตรวจสอบเล็กน้อย แล้วจะแจ้งผลให้ทราบอีกครั้งในภายหลังนะค่ะ

            จังหวะที่ริวกับเทียน่ากำลังกระซิบกันอยู่นั่น เสียงของอาจารย์คุมสอบก็ดังก้องขึ้นมาว่านับจากนี้จะเริ่มทำการสอบวัดพลังเวทโดยจะสอบครั้งละ10 คน ใน 1 รอบจะมีเวลาให้ 2 นาที ผู้ที่สอบเสร็จแล้วให้เดินมาพักผ่อนทางด้านซ้ายของเวทีนะครับ

            ผู้เข้าสอบแต่ละคนต่างมีสีหน้าที่จริงจังขึ้นมา มีคนเอามือทาบหน้าอกก่อนจะสุดหายใจเข้าลึกๆ บางคนหลับตาเพื่อรวบรวมสมาธิ เสียงของอาจารย์คนเดิมก็ดังขึ้นว่า

ขอเชิญหมายเลข 1-10 ด้วยครับ

            ผู้เข้าสอบที่มีหมายเลขดังกล่าวต่างเดินไปที่แผ่นหินสีดำในทันที อาจารย์ที่เห็นผู้เข้าสอบประจำตำแหน่งแล้ว เขาก็จับนาฬิกาทรายที่อยู่ที่บนโต๊ะให้คว่ำลง

            เอาละเริ่มการทดสอบวัดระดับพลังเวทได้

            สิ้นเสียงอาจารย์คุมสอบเท่านั้น กระแสพลังเวทก็แผ่พุ่งออกมาจากผู้เข้าสอบทั้ง 10 คนในทันที  ริวที่สัมผัสถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนแปลงได้ถึงกับอึ้งไปเลย สีหน้าดูซีดเฝือกลง ร่างกายสั่นไปหมดทั้งตัวด้วยอาการที่บอกไม่ถูกว่ากลัว ตื่นเต้น หรือ ตกใจในสิ่งที่สัมผัสได้กันแน่ ขณะที่พี่ชายเป็นแบบนั้น เทียน่าถอนหายใจด้วยความผิดหวัง

            เฮ้อ แค่นี้เองหรือ? ถ้ามีสามารถแผ่พุ่งพลังเวทได้แค่นี้ละก็หมายเลข 1- 10 ได้สอบตกกันทั้งหมดแน่ๆ

            ลีฟ่าพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของเทียน่า เธอจับจ้องไปยังผู้เข้าสอบอย่างเบื่อหน่ายนั่นสิ พลังเวทของหมายเลข 1 ที่แผ่ออกมาดูจะไม่มั่นคงเลย เดี๋ยวสูง เดี๋ยวต่ำ สงสัยเขาจะยังควบคุมพลังเวททั้งหมดไม่ได้สินะ เฮ้อ หมายเลข 3 ยิ่งแย่ใหญ่ พยายามเร่งพลังเวทมากเกินไป จนลืมคิดถึงเรื่องสมดุลของพลังเวทภายในร่าง ขืนเป็นแบบนี้ การประลองเวทได้แพ้แน่ๆ ที่พอจะดูได้ก็มีแค่หมายเลข 6 กับ 9 เท่านั้นเอง

            คำวิจารณ์ของเพื่อนทั้งสองคนทำให้เอลฟ์สาวต้องโวยวายออกมา “พวกเธอช่วยหุบปากไปเลยมิ้ว การที่พวกเธอรู้สึกว่าคนพวกนั้นไม่ได้เรื่อง มันก็เพราะพวกเธอมันเก่งเกินไปต่างหากมิ้ว ระดับพลังเวทที่พวกเราสัมผัสได้ในตอนนี้ถือว่าเป็นชั้นหัวกระทิในกองทัพเลยนะมิ้ว อย่างหมายเลข 1 เป็นถึงลูกชายคนที่3 ของรองแม่ทัพประจำรัฐแห่งพฤกษา ส่วนหมายเลข 3 ก็เป็นหลานชายของอาจารย์ผู้คุมสอบที่นั่งอยู่ทางขวามือ ขืน พวกเธอยังปากเสียมากไปกว่านี้ ระวังจะสอบไม่ผ่านเอานะมิ้ว

            ลีฟ่าและเทียน่ารีบเอามือปิดปากในทันที สักพักเทียน่าก็ค่อยๆถามออกมาว่ายูอิทำไมเธอดูเหมือนจะรู้จักผู้เข้าสมัครสอบเหล่านี้ดีจังเลยละ

            บอกอย่างไม่อายเลยนะมิ้ว ก่อนที่จะมาสอบคุณพ่อสุดที่รักจัดการสืบประวัติคนที่น่าจะสอบผ่านมาให้เผื่อในกรณีที่ฉันจะต้องเจอกับคนพวกนี้ในการประลองเวท หรือประลองเพลงอาวุธยังไงละมิ้ว

            ลีฟ่าและเทียน่าต่างพยักหน้าอย่างเข้าใจเพราะพ่อของยูอิขึ้นชื่อว่าห่วงลูกสาวจนเกินขอบเขตอยู่แล้ว ยูอิยิ้มอย่างอ่อนใจ

ถึงแม้คุณพ่อจะบอกแบบนั้นนะมิ้ว แต่ข้อมูลที่หามาให้ล้วนมีแต่ลูกของแม่ทัพ ไม่ก็ลูกของศ.ที่อายุไล่เลี่ยกับฉัน ที่สำคัญทุกคนต่างเป็นเอลฟ์สายเลือดบริสุทธิ์และยังเป็นผู้ชายทุกคนอีกด้วยนะมิ้ว

แบบนี้มันก็ไม่ต่างจากภาพดูตัวเลยนะซิ ยูอิเทียน่ากล่าวออกมาด้วยสีหน้าเห็นใจ

ยูอิได้แต่พยักหน้ามันก็ประมาณนั้นละมิ้ว เพียงแต่คุณพ่อก็ไม่ได้บอกว่าต้องเลือกใครจากรูปพวกนี้สักหน่อย ฉันเลยแค่อ่านคุณสมบัติโดยรวมผ่านตามาเท่านั้นเองมิ้ว

 ขณะที่พวกยูอิกำลังคุยกันอยู่นั่น ผู้เข้าสอบชุดแรกได้เดินลงไปจากเวทีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เสียงของกรรมการจึงดังขึ้นมาว่า

ขอให้ผู้เข้าสอบหมายเลข 11-20 ขึ้นเวทีได้

ยูอิที่ได้ยินเสียงเรียก “ถึงตาของฉันละ เดี๋ยวค่อยเจอกันใหม่นะมิ้ว

            ยูอิรีบวิ่งจากไปทันทีที่พูดจบ ลีฟ่ามองตามยูอิไปสักพัก “งั้นฉันขอตามยัยเอลฟ์บ้าพลังไปด้วยละกันเพราะอีก 2 รอบก็จะถึงตาฉันแล้ว ถ้ายังไงขอไปเตรียมตัวไว้หน่อยน่าจะดีกว่า

            เทียน่ายิ้มหวานเป็นการรับทราบ ลีฟ่ามองมายังริวที่ตอนนี้กำลังจ้องมองเวทีด้วยท่าทางสนใจสุดๆ เธอมองเขาอยู่พักใหญ่ ก่อนจะโค้งตัวให้ริวและเดินจากไป น้องสาวตัวแสบหันมามองพี่ชาย

            พี่คะ เมื่อสักครู่พี่ไม่เป็นอะไรใช่ไหม

            สีหน้าที่ซีดเฝือก พร้อมด้วยรอยยิ้มที่บ่งบอกถึงความหนักใจแสงขึ้นมาบนในหน้าของชายหนุ่มอย่างเห็นได้ชัด เสียงแหบแห้งของริวดังขึ้น

นี้ซินะพลังเวทที่แท้จริง พี่เคยคิดว่าเมื่อวานทำได้ดีแล้ว แต่ไม่คิดเลยว่าระดับที่พี่ทำได้ กับระดับที่สัมผัสในวันนี้ มันช่างแตกต่างกันถึงเพียงนี้

            เทียน่ามองริวโดยที่เธอไม่รู้ว่าควรจะพูดปลอบอย่างไงดี ขณะที่เธอกำลังลังเลอยู่นั่นเอง พี่ชายได้หันมายิ้มอย่างบริสุทธิ์ใจ

            ไม่ต้องทำท่าหนักใจแบบนั้นหรอก สำหรับพี่แล้วเรื่องพวกนี้พี่ไม่สนใจเลย น้องก็น่าจะรู้ดีนี้ว่าพี่รักการทำอาหารและอยากมีร้านเป็นของตัวเอง เรื่องที่เจอมาใน 2 วันนี้ มันไม่ได้ทำให้พี่รู้สึกอะไรหรอก น้องทำใจให้สบายเถอะ ดูซิยูอิทำท่าจะเริ่มแผ่พลังเวทแล้วนะ

            ยังไม่ทันขาดคำ กระแสพลังเวทของยูอิก็แผ่มาถึงจุดที่ริวนั่งอยู่ กระแสพลังนี้ทำเอาริวต้องหน้าเสีย ความรู้สึกกดดันแผ่ออกมาจนทำให้ริวอยากจะอาเจียน เทียน่าขยับเข้ามาใกล้พี่ชาย จากนั้นเธอก็สะบัดมือเพื่อสร้างออร่าบางอย่างขึ้นมารอบตัว แรงกดดันจากกระแสพลังเวทเริ่มลดน้อยลง สีหน้าของริวดูผ่อนคลายมากขึ้น ไม่นานทุกอย่างก็กลับเป็นปกติ

            -เฮ้อ -

            เสียงถอนหายใจของใครบางคนดังขึ้นในหัวริว เขาได้แต่มองไปรอบตัวเพื่อหาต้นเสียงแต่ก็ไม่พบใครเลย  เสียงที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงก็ดังขึ้นมาว่า

            พี่ไม่เป็นอะไรแล้วใช่ไหมคะ หนูนี้แย่จังลืมคิดไปได้ว่ากำไลไม่สามารถป้องกันกระแสพลังเวทที่แผ่ออกมาได้ ยิ่งเป็นกระแสพลังเวทของยัยจอมบ้าพลังด้วยแล้ว พี่คงได้รับผลกระทบไปเต็มที่เลยซินะ

            ริวยิ้มพร้อมเอามือลูบผมเทียน่า “พี่ไม่เป็นอะไรแล้วล่ะ น้องเองก็รีบไปเตรียมตัวเถอะ ตอนนี้ลีฟ่าขึ้นเวทีแล้วนะ อีกไม่นานก็จะถึงตาของเราแล้วไม่ใช่หรือ? ถ้าไปไม่ทันอย่ามาโทษว่าพี่ไม่บอกละ

            เทียน่าพยักหน้า  ก่อนจะสะบัดมือเป็นวงกลมอีกสองครั้ง ออร่าสีเขียวปรากฏเป็นโดมคลุมจุดที่ริวนั่งอยู่  เสียงของเทียน่าดังขึ้น

            พี่ค่ะ ถ้ายังไม่ถึงเวลาอย่าได้ออกมาจากโดมที่หนูสร้างขึ้นไว้อย่างเด็ดขาดนะ โดยเฉพาะรอบของหนู ไม่งั้นพี่อาจจะเป็นอันตรายได้ ส่วนนี้คือหลอดใส่ยาที่พี่ต้องใช้ในการทดสอบ ถ้ายังไงพี่เก็บไว้ใช้ตอนก่อนจะขึ้นเวทีก็แล้วกัน หนูขอตัวก่อนนะค่ะ

            เทียน่าส่งหลอดใส่ยาขนาดหนึ่งคืบให้กับกับริว แล้วเธอก็วิ่งจากไป ชายหนุ่มเก็บหลอดใส่ยาลงในเข้ากระเป๋าเสื้อ สีหน้าที่เคยยิ้มกลายเป็นสีหน้าหม่นหมอง

            นี่สินะ ระดับความต่างของพวกเธอกับตัวเรา ไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่รู้สึกแย่ถึงขนาดแบบนี้เลย”

            -แบบนี้ค่อยดูดีหน่อย ยังพอจะสั่งสอนได้อยู่-

            เสียงลึกลับดังขึ้นในหัวริวอีกครั้ง เขาพยายามจะหันไปมองรอบๆแต่ดูเหมือนจะไม่มีใครอยู่บริเวณนี้เลย ริวพยายามตะโกนเรียกคนที่พูด 2-3 ครั้ง แต่ก็ยังไร้เสียงตอบรับ เขาได้แต่หันไปมองลีฟ่าต่อ เธอเริ่มแผ่พลังเวทออกมา ชายหนุ่มมองแม่มดในชุดสีแดงจากในโดมสีเขียวอยู่สักพัก ริวสังเกตเห็นผู้เข้าสอบจำนวนไม่น้อยที่พยายามถอยห่างออกมาจากจุดที่ยืนหรือนั่งอยู่

ริวตัดสินใจก้าวเดินออกจากโดมสีเขียวบ้าง สิ่งแรกที่เขาสัมผัสได้คือความรุนแรงของกระแสพลังเวท มันทำเอาเขาแทบจะทรงตัวไม่อยู่เลย แต่ริวก็ยังคงพยายามจะฝืนตัวให้ยืนต่อไป แต่ยิ่งเวลาผ่านไปร่างกายก็ถูกกระแสพลังเวทเฉือนผิวหนังจนเกิดเป็นแผลขึ้นมา แถมไม่ใช่แค่แผลเดียวด้วย กระแสพลังเวทสร้างบาดแผลไปทั่วร่างกาย  ชายหนุ่มยังไม่ยอมถอยกลับไปอยู่ในโดมที่เทียน่าสร้างให้ เขาพยายามเดิมเข้าไปใกล้ลีฟ่าอีก 1ก้าว แม้จะยากลำบากแต่เขาก็สามารถก้าวขาออกไปจนได้

            สักพักกระแสพลังของลีฟ่าก็หายไป เธอเดินลงจากเวทีอย่างสบายใจ ผิดกับริวที่ทรุดตัวลงไปคุกเข่ากับพื้น ชายหนุ่มรีบหยิบดอกกุหลาบออกมาบีบเพื่อรักษาแผลตามร่างกาย เมื่อทุกอย่างกลับเป็นปกติแล้ว เขาก็ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง

            -มีความอดทนใช้ได้ ลูกผู้ชายต้องแบบนี้ล่ะ-

            เสียงลึกลับดังขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ริวกับไม่สนใจเท่าที่ควร เขากำลังจ้องมองคนกลุ่มใหม่ที่กำลังเริ่มแผ่พลังเวท ริวหลับตาและยื่นมือออกไปข้างหน้า นี้เป็นท่าที่น้องสาวสอนให้ตอนที่ฝึกการแผ่พลังเวทนั่นเอง แม้ในตอนนี้ริวจะไม่มีกระแสพลังเวทแต่บรรยากาศรอบตัวกลับทำให้เจ้าของเสียงลึกลับไม่กล้าจะส่งเสียงรบกวนแม้แต่น้อย พอผู้เข้าสอบกลุ่มนี้แผ่พลังเวทจบ ริวก็ลืมตาขึ้นในสภาพที่ไร้รอยแผล แม้เขาจะไม่สามารถปล่อยพลังเวทออกมาแต่การทำแบบเมื่อสักครู่ก็ทำให้ร่างกายสามารถทนต่อกระแสพลังเวทได้มากขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ

            -เริ่มจะมีหวังแล้ว-

            เสียงลึกลับดังขึ้นในหัวอีกครั้ง ริวได้แต่มองไปรอบตัวอีกครั้ง ซึ่งเขาก็ยังไม่ได้พบใครเลย ริวมองหาอยู่ไม่นาน เขาก็ต้องหันกับมาสนใจเวทีอีกครั้ง เนื่องจากเทียน่ากำลังขึ้นเวทีพร้อมเตรียมเร่งพลังเวทออกมาแล้ว กระแสพลังเวทระลอกแรกทำเอาริวต้องถอยหลังไปประมาณ 4-5 ก้าว แถมนั่นยังเป็นกระแสพลังเวทที่อ่อนที่สุด พอกระแสพลังเวทรอบที่ 2 พุ่งออกมาจากเทียน่า  มันทำเอาเขาแทบทรงตัวไม่อยู่เลย ชายหนุ่มรีบตั้งท่าแผ่พลังเวทแบบเมื่อสักครู่ทันที แต่มันก็ดูจะไม่ช่วยอะไรในสภาพนี้เลย

            -อย่าต้านกระแสพลัง แล้วปล่อยร่างกายให้ไหลไปตามกระแส อย่าหยุดนิ่ง จงคลื่นคล้อยตามกระแส-

            เสียงลึกลับดังขึ้นมา ริวไม่สนว่าใครเป็นคนพูด เขารีบตั้งสติและทำตามทันที ไม่นานกระแสพลังลูกที่2 ก็ค่อยๆผ่านร่างกายไปอย่างช้าๆ ริวยังคงยืนนิ่งเหมือนไม่รับรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้น กระแสพลังลูกที่3แผ่เข้าหาชายหนุ่มอีกครั้ง แต่ครั้งนี้กลับพัดผ่านไปเหมือนร่างกายของริวกลายเป็นส่วนหนึ่งของกระแสพลัง เวลาผ่านไปพักใหญ่กระแสพลังของเทียน่าก็หาย พร้อมกับเธอที่เดินลงเวทีอย่างสง่างาม ชายหนุ่มจึงลืมตาขึ้นอีกครั้ง  เขายังคงอยู่ในสภาพเดิมทุกประการ 

            -ทำได้เยี่ยม-

            เสียงนี้ทำให้ริวต้องมองไปสำรวจรอบตัวอีกครั้ง แน่นอนว่าเขาก็ไม่พบอะไรอย่างเคย ขณะที่เป็นแบบนั้น ผู้เข้าสอบชุดใหม่ก็ขึ้นไปบนเวทีแล้ว ริวมองผู้เข้าสอบชุดนี้พร้อมจะทำท่าแบบเดิมอีกครั้ง เหตุการณ์แบบนี้วนไป-มา จนกระทั่งถึงรอบที่ริวต้องขึ้นไปทดสอบบ้างแล้ว เขารีบหยิบหลอดยาขึ้นมาดื่มก่อนจะวิ่งไปที่เวที ริวไม่ทันสังเกตเลยว่าหลอดยาที่เขาทิ้งไปได้มียาเหลืออยู่อีก 1 หยดและมันได้เปลี่ยนเป็นสีเงินเมื่อเขาวิ่งจากไปแล้ว

เมื่อมาถึงเวทีก็เป็นเวลาที่ริวต้องขึ้นไปทดสอบพอดี ชายหนุ่มรีบก้าวขึ้นไปบนแท่งหินเป็นคนแรกด้วยท่าทางมั่นใจอย่างสุดๆ เขามองมือทั้งสองข้างก่อนทดลองขยับไป-มา ไม่นานเขาก็คิดขึ้นมาว่า

            (สุดยอดไปเลย ไม่คิดว่าตัวเองจะมั่นใจในตัวเองได้ถึงขนาดนี้ สงสัยคงเป็นผลจากการฝึกซ้อมเมื่อครู่แน่ๆ ดีละฟิตเต็ม 100เปอร์เซ็นต์แล้ว )

            ขณะที่ริวกำลังคิดอยู่นั้น เสียงของอาจารย์คุมสอบก็ดังขึ้นว่า “ขอให้ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม เราจะเริ่มการทดสอบนับตั้งแต่บัดนี้เลย

            ริวหลับตาลงก่อนทำท่าแผ่พลังเวทในแบบของเขา แน่นอนว่าพลังเวทค่อยๆกระจายออกจากตัวอย่างช้าๆ แต่ถ้าเทียบกับคนอื่นแล้วพลังเวทที่แผ่ออกมาดูจะน้อยกว่ามาก ไม่นานเสียงของอาจารย์คนเดิมก็ดังขึ้นว่า

หมายเลข82 83 84 86 87 พอได้แล้ว

 ริวแทบจะไม่สนใจฟังคำของอาจารย์เลย เขายังคงเร่งพลังเวทให้แผ่ออกไปอย่างช้าๆ แม้พลังเวทจะเพิ่มได้ไม่มากนัก แต่พลังเวทของเขาก็ยังคงเพิ่มตลอดเวลา

ขณะที่ริวกำลังทำแบบนั้น หนึ่งในอาจารย์คุมสอบที่มีป้ายหมายเลข 1 ติดที่ปกเสื้อหันไปพูดกับอาจารย์ท่านอื่นว่า

หมายเลข 81 ให้หยุดเลยดีไหมครับ ระดับพลังเวทของเขาดูท่าจะไม่เพิ่มไปกว่านี้อีกแล้ว

ยังก่อน ผู้อำนวยการสั่งเอาไว้แล้วว่า ใช้จับตาดูเด็กคนนั้นให้ดี อีกอย่างเมื่อวานผมก็เห็นเขาใช้เวทรักษาชั้นสูงมาแล้ว การที่เขาไม่รีบแสดงพลังเวทออกมา อาจจะเป็นเพราะสาเหตุอื่นก็ได้นะครับอาจารย์คุมสอบที่มีเลข 3 ติดที่ปกเสื้อพูดแทรกขึ้นมา

อาจารย์คุมสอบที่มีเลข 2 ติดที่ปกเสื้อซึ่งเป็นอาจารย์คุมสอบคนสุดท้าย เขาเอามือจับคางพร้อมมองริวด้วยสายตาครุ่นคิด

 สำหรับเรื่องนี้ผมเห็นด้วย การที่เด็กนี้ยังไม่แสดงพลังเวทออกมาอาจเป็นเพราะ เขากลัวผู้เข้าสอบที่อยู่ใกล้กันจะได้รับบาดเจ็บก็เป็นได้ พวกคุณก็เห็นไม่ใช่หรือว่าน้องสาวของเขามีกระแสพลังเวทรุนแรงแค่ไหน ขนาดพวกเราที่เป็นจอมเวทระดับ Leader (จอมเวทชั้นสูง) ยังต้องกางกำแพงเวทเพื่อป้องกันผลกระทบจากกระแสพลังเลย แล้วพวกคุณคิดว่าคนที่เป็นพี่ชายจะมีพลังเวทด้อยไปกว่าคนที่เป็นน้องสาวหรือ?  ผมคนหนึ่งละที่ไม่เชื่อ

 อาจารย์คุมสอบ2คนพยักหน้าเห็นด้วยในคำพูดอาจารย์คุมสอบหมายเลข2 เสียงอาจารย์คุมสอบหมายเลข 1 ดังขึ้นว่า

ถ้าเช่นนั้น 30 วินาทีสุดท้าย ผมจะให้ผู้เข้าสอบที่เหลือลงจากเวทีไปก็ละกัน ทีนี้พวกเราจะได้รู้สักทีว่าเด็กคนนี้เป็นอย่างที่พวกเราคาดการณ์เอาไว้ไหม

อาจารย์คุมสอบอีก2 ท่านต่างเห็นด้วยกับความคิดนี้ โดยที่พวกเขาไม่ทราบเลยว่าริวกำลังเค้นพลังเวททุกหยดที่มีออกมาให้ได้มากที่สุด เขาก็คิดขึ้นมาว่า

(โธ่โว้ย!! อีกนิด ผมอยากได้พลังเวทอีกนิด ผมยังควบคุมพลังเวทได้มากกว่านี้ ได้โปรดขอพลังเวทให้ผมอีกเถอะ)

-หึๆๆ ได้สิไอ้หนุ่ม ข้าจะให้เจ้ายืมพลังเวทตามที่ต้องการเลย แต่เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน เจ้าจงแสดงทุกอย่างที่ทำได้ออกมาให้ข้าได้เห็นซะดีๆ-

            เสียงลึกลับดังในหัวอีกครั้ง แต่ยังไม่ทันที่ริวจะได้สงสัยอะไร พลังเวทที่อยู่ในร่างกายก็ค่อยๆเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว  ริวที่สัมผัสถึงพลังเวทที่เพิ่มขึ้นมา เขาอึ้งจนพูดอะไรไม่ออก แต่ชายหนุ่มก็ไม่สนใจว่าพลังเวทเหล่านี้มาได้อย่างไง เขารีบตั้งสมาธิเพื่อควบคุมกระแสพลังเวทตามที่ตนรับรู้ให้ออกไปสู่ภายนอกให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ขณะที่ริวกำลังพยายามทำอยู่นั้น เวลาก็เข้าสู่ 40 วินาทีสุดท้าย อาจารย์คุมสอบหมายเลข 1 จึงพูดออกมาว่า

            หมายเลข 85 88 89 90 พอได้แล้ว

            ผู้เข้าสอบที่ถูกเรียกชื่อต่างเดินลงเวทีไปอย่างคอตก ขณะที่คนสุดท้ายก้าวเท้าลงจากเวที กระแสพลังเวทของริวก็เร่งออกมาอย่างเต็มที่ กระแสพลังเวทในครั้งนี้ทำเอาผู้ที่พึ่งลงจากเวทีเป็นคนสุดท้ายถูกกระแทกจนปลิวไปไกลกว่า 20 เมตร แต่โชคดีที่อาจารย์คุมสอบคนหนึ่งไหวตัวได้ทัน เขารีบใช้เวททำให้ผู้เข้าสอบที่ปลิวไปลงพื้นได้อย่างงดงาม แต่ยังไม่ทันที่ผู้เข้าสอบคนนั่นจะลงเหยียบพื้นดิน กระแสพลังเวทลูกที่สองยิ่งทวีความรุนแรงเป็น 10 เท่าของลูกแรก มันพุ่งเข้าชนผู้เข้าสอบและอาจารย์คุมสอบอีกครั้ง ซึ่งแรงกระแทกครั้งนี้ทำเอาโต๊ะของอาจารย์และสิ่งของที่อยู่ในรัศมี 40 เมตรต่างถูกกระแทกไปพร้อมกันด้วย ไม่ต้องพูดถึงผู้เข้าสอบที่อยู่ทางซ้ายของเวที ทุกคนพยายามถอยห่างจากจุดเดิมให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ มีเพียงอาจารย์คุมสอบ 3 ท่าน และพวกเทียน่าเท่านั้นที่ยังพอจะสามารถอยู่ในรัศมี 40 เมตร

            (ขออีกนิด ขอพลังเวทผมอีกนิด ผมยังควบคุมพลังเวทได้มากกว่านี้ )นั่นคือความคิดของริวในขณะที่กระแสพลังเวทลูกที่ 3 กำลังปะทุออกมา กระแสพลังเวทในครั้งนี้ทำเอาอาจารย์คุมสอบ 3 ท่านและพวกเทียน่าต้องรีบถอยออกไปประมาณ 100 เมตร เนื่องจากกระแสพลังครั้งนี้รุนแรงกว่ากระแสพลังลูกที่1นับ 100 เท่า อาจารย์คุมสอบทั้ง3ท่านเริ่มหน้าซีดเป็นไก่ต้ม อาจารย์คุมสอบหมายเลข 1 พูดออกมาว่า

            เด็กคนนี้มีพลังเวทขนาดไหนกันแน่ ขนาดพวกเราถอยห่างออกมา 100 เมตรแล้ว กำแพงเวทยังแทบจะต้านกระแสพลังที่ส่งออกมาได้ไม่ไหวเลย  เท่าที่เห็นนี้ยังไม่ใช้พลังทั้งหมดของเด็กคนนั้นด้วย ดูสิ กระแสพลังลูกที่ 4 กำลังจะแล้ว ทุกคนรีบถอยเร็ว!!!

เสียงตะโกนของอาจารย์คุมสอบหมายเลข 1 ดังออกมา ผู้เข้าสอบทุกคนจำเป็นต้องถอยห่างออกไปอีก บางคนที่ถอยออกห่างไป 200 เมตรยังไม่อาจจะทนทานกระแสพลังเวทในครั้งนี้ได้เลย ที่แย่กว่านั่นคือ บางคนถึงทรุดตัวลงนั่งกับพื้นดิน ก่อนจะมีน้ำใสๆไหลออกมาจากเบื้องล่างโดยไม่รู้ตัว ด้านพวกเทียน่าเองก็ต้องถอยออกห่างมาประมาณ 100 เมตรเช่นกัน ยูอิที่ถอยห่างออกมาแล้ว เธอถึงกับทรุดลงนั่งกับพื้นด้วยอาการหมดแรง สักพักเธอก็หันไปหาเทียน่า

ยัยเทียน่า พลังเวทของคุณพี่ชายยังไม่หมดอีกหรือมิ้ว? ขืน มากกว่านี้มีหวังเวทีได้พังแน่ๆนะมิ้ว

ยัยเอลฟ์บ้า เธอยังจะมีหน้ามาห่วงเวทีอีกหรือ? แทนที่จะห่วงเรื่องนั้น ฉันว่าห่วงเรื่องจุดที่พวกเรายืนอยู่ก่อนดีกว่าไหม ถ้ากระแสพลังเพิ่มมากไปกว่านี้ คนที่จะแย่ก็คือพวกเราที่ทนดูอยู่ตรงนี้นะ “ลีฟ่าโวยวายใส่เอลฟ์สาว ก่อนจะหันไปมองเพื่อนสาวอีกคนแล้วถามว่า

“ ยัยเทียน่า นี้ใกล้ถึงขีดจำกัดของคุณพี่ชายหรือยัง

“......”ไม่มีเสียงตอบจากเทียน่าแม้แต่น้อย เพราะเธอก็ไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไงดีเหมือนกัน 

กระแสพลังเวทลูกที่สี่ก็ปะทุออกมาจากตัวของริว ครั้งนี้กระแสพลังเวทไม่ได้กระจายไปถึงผู้เขาสอบเช่นครั้งก่อน แต่กระแสกลับแผ่กระจายอยู่ในรัศมี 100 เมตร สิ่งที่ต่างกับกระแสพลังเวท 3 ลูกแรกคือความเข้มข้นของกระแสพลังเวท  กระแสพลัง 3 ลูกแรกนั้นเป็นแค่การปลดปล่อยพลังเวทออกมาธรรมดาโดยไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับกระแสพลังที่ออกมา  แต่กระแสพลังลูกที่ 4 นี้ เน้นไปที่ความเข้มข้น และระยะการกระจายตัวของกระแสพลังเวท มันทำให้เอาพื้นที่โดยรอบรัศมี 100 เมตรเริ่มมีรอยร้าวไปทั่ว บางแห่งถึงกับแหลกสลายไปเพราะกระแสพลังเวทที่เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะเวทีที่ริวยืนอยู่ในตอนนี้เริ่มมีรอยร้าวไปทั่ว อิฐบางก้อนแหลกสลายไปเพราะแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ลีฟ่ากลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ น้ำเสียงตะกุกตะกักดังขึ้นไม่จริงน่า! กระแสพลังเวทระดับนี้ยังควบคุมรายละเอียดขนาดนี้ได้อีก ตกลงคุณพี่ชายเป็นคนแน่หรือ?”

คำพูดของลีฟ่าทำเอายูอิที่นั่งอยู่หันมามอง ไม่นานเธอก็ถามว่ายัยลีฟ่า เธอบ่นอะไรคนเดียวของเธอนะมิ้ว”

อย่าเพิ่งกวนจะได้ไหม ยัยเอลฟ์บ้าพลัง เธอไม่เห็นหรือว่ากระแสพลังเวทไม่แผ่ออกมาถึงตรงนี้แล้ว

จริงด้วย ท่าทางคุณพี่ชายคงจะถึงขีดสุดแล้วซินะมิ้ว ค่อยยังชั่วหน่อย อย่างน้อยๆ คุณพี่ชายก็ยังมีสิ่งที่เรียกว่าลิมิตอยู่ในตัวบ้างนะมิ้วสีหน้าของยูอิเริ่มผ่อนคลายลง

ผิดกับสีหน้าของลีฟ่าดูซีดลงเรื่อยๆ ยิ่งเธอสัมผัสถึงกระแสพลังเวทที่เพิ่มขึ้นมา ใบหน้าของเธอยิ่งปราศจากเลือดฝาด เสียงตะโกนของลีฟ่าดังขึ้นว่า

ยัยบ้า!!! เธอเอาตาไปดูที่ไหนนะย่ะ สถานการณ์ตอนนี้มันยิ่งแย่กว่าเดิมต่างหาก คุณพี่ชายไม่ได้แค่แผ่พลังเวทออกมาอย่างเดียว เขายังบังคับทิศทางของกระแสพลังเวทพร้อมกับเพิ่มความเข้มข้นของกระแสพลังไปในตัวอีกด้วย เธอแหกตาดูให้ดีซิ กระแสพลังทั้งหมดมาหยุดที่ 100 เมตรพอดี จากนั้นเขาก็เพิ่มความเข้มข้นของกระแสพลังขึ้นเพื่อให้กระแสพลังทั้งหมดไหล ลงไปสู่พื้นดินแทนที่จะกระจายออกไปในแนวระนาบพื้น  ถ้าเธอยังไม่เชื่อก็ดูสิ่งนี้ล่ะ

ลีฟ่าพูดจบ เธอก็หยิบหินที่อยู่ใกล้ๆโยนเข้าไปในรัศมี 100 เมตร หินก้อนจมลงพื้นดิน ก่อนที่จะแตกสลายกลายเป็นฝุ่นในทันที ยูอิตกใจจนทำอะไรไม่ถูกเลย

เหลือเชื่อ!!  นี้มันเก่งเกินไปแล้วนะมิ้ว การควบคุมกระแสพลังเวทให้เป็นแบบนี้ มันไม่น่าจะทำได้เลย   แล้วทำไมคุณพี่ชายถึงทำได้ละมิ้ว

ยัยเอลฟ์บ้า เธอถามฉันแล้วจะให้ฉันไปถามใครกันย่ะ ถ้าเธออยากทราบจริงๆก็ไปถามคุณพี่ชายเอาเองเถอะ ดูซิ เขากำลังเพิ่มความเข้มข้นของกระแสพลังให้มากขึ้นไปอีกขั้นแล้ว

กระแสพลังเวทที่เพิ่มขึ้นมาทำเอา 3 สาวต้องกลืนน้ำลายลงคออีกครั้ง ยูอิได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ“ถ้าฉันไปถามคุณพี่ชายคงบอกหรอกนะมิ้ว

            (ยังแค่นี้ยังไม่พอ ผมควบคุมพลังเวทได้มากกว่านี้ และยังควบคุมได้ละเอียดกว่านี้อีกด้วย)ริวที่คิดแบบนั้น เขาไม่สนใจสภาพโดยรอบแม้แต่น้อย ชายหนุ่มเร่งกระแสพลังเวทให้แผ่ออกไปอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้ยังคงอยู่ในรัศมี 100 เมตรเช่นเคย พื้นที่โดยรอบถูกกระแสพลังที่เข้มข้นและละเอียดรวดกับตาข่ายที่ใช้ทำมุ้งครอบกดลงสู่พื้นดินอย่างช้าๆ ไม่นานพื้นที่บริเวณรัศมี 100 เมตรได้ถูกกระแสพลังกดลงจนเกิดเป็นหลุมลึกกว่า 10 เมตร จุดเดียวที่ยังเป็นปกติคือจุดที่ริวยืนอยู่ เท่านั้นเอง

            -เอาละพอแค่นี้เถอะ ข้ารับรู้แล้วว่าเจ้ามีความสามารถขนาดไหน เอาเป็นว่าเจ้าสอบผ่านก็ละกัน

            เสียงลึกลับดังขึ้นอีกครั้ง ก่อนจะหายไปพร้อมกับพลังเวทที่อยู่ในตัว ริวถอนหายใจด้วยความเสียดายที่ไม่ได้ทดลองต่อว่าตัวเองจะคุมพลังเวทได้มากแค่ไหน เขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง พอเห็นพื้นที่โดยรอบเท่านั้น ริวแทบจะพูดอะไรไม่ออก ชายหนุ่มรีบหันไปมองรอบๆเพื่อหาคนถามในเรื่องนี้ แต่ดูเหมือนคนที่อยู่ใกล้ที่สุดก็อยู่ห่างออกไปประมาณ 100 เมตรได้

            ริวแทบจะไม่กล้าขยับไปไหนเลยเพราะถ้าขยับไม่ดีมีหวังหล่นลงไปตายแน่ๆ ขณะที่เป็นเขาคิดว่าควรจะตะโกนขอความช่วยเหลือดีไหม ร่างกายของริวก็ถูกแรงบางอย่างทำให้บินไปยังจุดที่มีคนอยู่ย สักพักเขาก็ลงสู่พื้นอย่างงดงาม ผู้เข้าสอบทุกคน รวมไปถึงอาจารย์ผู้คุมสอบต่างมองชายหนุ่มต่างโลกด้วยสายตาที่บอกไม่ถูกว่าเป็นสายตาแห่งความกลัว ความนับถือ หรือความน่ารังเกียจกันแน่ 

            -นี้ถือเป็นบริการพิเศษจากข้าก็ละกัน ไอ้หนุ่ม-

เสียงลึกลับดังขึ้นอีกครั้ง ริวที่กำลังงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น เขาแทบจะทำอะไรไม่ถูกเลย เสียงของอาจารย์คุมสอบหมายเลข 1 ก็ดังขึ้นว่า

หมายเลข 81 สิ้นสุดการสอบ

เสียงของอาจารย์คุมสอบหมายเลข 1 สิ้นสุดลง เทียน่าเป็นคนแรกที่วิ่งเข้ามาริวโดยคนที่อยู่รอบๆยังคงสงวนท่าทีเอาไว้ บางคนก็ได้แต่จ้องมองเวทีที่หายไปก่อนจะคุกเข่าลงด้วยความหมดแรง บางคนถึงกับสลบทั้งที่น้ำลายยังฟูเต็มปาก บางคนหยิกแก้มตัวเองเพื่อพิสูจน์ว่าไม่ได้ฝันไป  เทียน่ารีบลากตัวริวไปตรงจุดที่ไม่มีคนมอง ก่อนจะถามขึ้นมาอย่างเร่งรีบว่า

พี่ค่ะ นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมพี่ถึงได้มีพลังเวทมหาศาลถึงขนาดนี้ได้ละ ไหนจะวิธีการแผ่พุ่งพลังเวทขั้นสูงอีก ตกลงว่าพี่ไม่เคยรู้เรื่องเวทมนตร์มาก่อนจริงๆใช่ไหมคะ หรือว่า พี่แกล้งทำเป็นไม่รู้กันแน่ 

ริวได้แต่ยิ้มแหยๆ “เฮ้อ น้องช่วยถามทีละคำถามจะได้ไหม พี่ฟังสิ่งที่น้องถามไม่ทันนะ อีกอย่างพี่อยากจะได้เวลาประเมินสิ่งที่ตัวเองทำลงไปด้วย

เทียน่ามองริวในเวลานี้ “เข้าใจแล้วค่ะ งั้นหนูจะถามใหม่อย่างช้าๆนะ คำถามแรกพี่เคยรู้เรื่องเวทมนตร์และโลกริเดียมาก่อนหรือไม่คะ

ริวส่ายศรีษะเบาๆ พร้อมตอบอย่างมั่นใจว่าไม่ ตอนที่พี่รู้เรื่องของริเดียก็คือเมื่อวานตอนเป่าเทียนวันเกิดเสร็จ

เทียน่าจ้องมองริวเพื่อจับโกหก สักพักเธอถามต่อว่า “คำถามข้อที่ 2 ทำไมพี่ถึงได้มีพลังเวทขนาดนั้นได้ บอกตามตรงว่านั่นเป็นพลังเวทที่รุนแรงมากที่สุดที่หนูเคยสัมผัสมาเลย พวกอาจารย์คุมสอบก็คงคิดเหมือนหนูนั่นล่ะ ไม่เชื่อพี่ก็ดูซิ พวกเขากำลังปรึกษาเรื่องพี่กันใหญ่เลย

ริวได้แต่ยิ้มแหยๆพี่ไม่รู้ ตอนที่สอบพี่พยายามเค้นพลังเวททั้งหมดที่มีในร่างกายออกมา ในตอนแรกพลังเวทดูจะหาไม่ได้ในร่างกายของพี่เลย แต่พอได้ยินเสียงบางอย่างในหัว พลังเวทในร่างกายก็ปะทุออกมาอย่างมหาศาลซะจนพี่แทบไม่เชื่อว่ามันจะมากแบบนั้น พี่รวบรวมสมาธิทั้งหมดเพื่อควบคุมพลังเวท และแผ่พุ่งกระแสพลังออกไปตามที่น้องสอน พอรู้ตัวอีกทีทุกอย่างก็เป็นอย่างที่เห็นแล้วละ ที่น่าแปลกคือ ตลอดเวลาที่พี่ควบคุมพลังเวท พี่รู้สึกมั่นใจว่าตัวเองต้องทำได้อย่างน่าประหลาดและยิ่งพลังเวทมากขึ้น พี่ยิ่งมั่นใจว่าตัวเองสามารถควบคุมพลังเวทได้เหมือนกับนิ้วมือของตัวเอง มันเป็นครั้งแรกในชีวิตเลยนะที่รู้สึกแบบนี้ น้องว่านี้เป็นผลของยาหรือเปล่า

เทียน่าส่ายศีรษะเป็นการปฏิเสธไม่น่าใช่นะ หนูไม่เคยได้ยินว่ายาเพิ่มพลังเวทจะส่งผลแบบนี้ด้วย จริงซิ พี่ไปเรียนวิธีควบคุมพลังเวทแบบนั้นมาจากไหนหรือ? นั่นเป็นเทคนิคชั้นสูงสำหรับการควบคุมพลังเวทเลยนะค่ะ”

ริวใช้นิ้วชี้เกาแก้มซ้าย ถ้าให้พูดตรงๆ พี่บังเอิญทำได้ตอนที่น้องทดสอบแผ่พลังเวทนะ

เอ๋!!! ไม่จริงน่า พี่กำลังบอกหนูว่าคิดวิธีควบคุมพลังเวทขึ้นมาเองหรือ?”เสียงร้องอันตกใจของเทียน่าดังขึ้น

ริวที่ได้ยินแบบนั้น เขาก็เล่าเรื่องที่ทำออกไปทั้งหมดอย่างละเอียด เทียน่าที่ฟังเรื่องราวทั้งหมด เธออ้าปากค้างไปพักใหญ่

โอ้ ถ้าแม่ได้ยินเรื่องนี้เข้ามีหวังร้องไห้เสียใจตายเลย

ทำไมละ เทียน่า หรือว่าสิ่งที่พี่ทำลงไปมันผิดวิธีหรือ?”ริวพูดออกมางงๆ

เทียน่าส่ายหน้า“ไม่ใช่ค่ะ ที่หนูพูดอย่างนั้นก็เพราะสิ่งที่พี่เรียนรู้มา มันเร็วมากเกินไปต่างหาก แถมเป็นการเรียนรู้แบบที่ไม่มีใครสอนอีกด้วย พี่รู้ไหมว่ากว่าหนูจะควบคุมพลังเวทภายในร่างกายได้หมด หนูต้องใช้เวลาเรียนถึง 3 ปีเลยนะ แถมหนูทำได้แค่บังคับให้กระแสพลังเวทหยุดนิ่งอยู่กับที่เท่านั้น”

เทียน่ามองริวด้วยท่าทางตื่นเต้น“ส่วนสิ่งที่พี่ทำได้ก้าวข้ามจุดที่หนูอยู่ไปไกลมากแล้ว  พี่ไม่เพียงทำให้กระแสพลังเวทหยุดนิ่ง พี่ยังสามารถเปลี่ยนทิศทางของกระแสพลังเวทได้อีก แต่ที่น่าตกใจที่สุดคือเรื่องที่พี่เข้าใจกลไกทั้งหมดในเวลาไม่ถึง1ชม. เฮ้อ แล้วแบบนี้จะไม่ให้คุณแม่เสียใจได้ยังไงละ ในเมื่อรู้ว่าพี่ชายมีพรสวรรค์ด้านเวทมนตร์ระดับเทพซะขนาดนี้ แต่ตัวพี่กลับไม่มีพลังเวทเลย ช่างเป็นพรสวรรค์ที่เสียเปล่าจริงๆ

ริวทำได้แต่ยิ้มแหยๆออกมา เทียน่ารีบถามออกมาว่าแล้วตอนนี้พี่รู้สึกเหนื่อยหรือเพลียบ้างไหมคะ

ริวส่ายหน้าเป็นการปฏิเสธ “ไม่เลย ทุกอย่างยังคงเป็นปกติ น้องถามทำไมหรือ?”

เทียน่าได้แต่ยิ้มเจื่อน เนื่องจากการควบคุมพลังเวทระดับนั้นได้ย่อมต้องมีอาการเหนื่อยแสดงออกมาให้เห็นบ้างไม่มากก็น้อย แต่จากที่เห็นริวดูจะไม่สูญเสียแรงในการควบคุมพลังเวทแม้แต่น้อย นั่นก็หมายความว่าพี่ชายของเธอควบคุมพลังเวทได้อย่างสมบูรณ์ชนิดว่าไม่มีข้อผิดพลาดแม้แต่เศษเสี้ยวของพลังเวทเลย

“แล้วเรื่องเสียงที่พี่ได้ยินในหัวละ ตอนนี้พี่ยังได้ยินอยู่อีกไหม

ริวส่ายหน้า ก่อนจะพูดว่า “ตอนนี้ไม่ได้ยินแล้วล่ะ น้องถามทำไมหรือ?”

“ไม่มีอะไรค่ะ อ้อ เวทบทสุดท้ายที่พี่แสดงออกมาให้เห็นเป็นเพราะเจ้าของเสียงในหัวด้วยหรือไม่คะ

ริวพยักหน้า เทียน่าถึงกับเงียบไปทันที เธอมองสำรวจร่างกายของริวอย่างละเอียดจนกระทั่งเธอเห็นแหวนรูปสิงโตอยู่ที่นิ้วของริว เทียน่าพยายามจะถามเรื่องแหวนกับเขา แต่เธอยังไม่ได้ถามอะไรออกไป  ยูอิและลีฟ่าได้เดินตรงมาหาพวกเธอแล้ว เทียน่ารีบกระซิบบอกริวว่า

พี่ค่ะ ถ้าสอบเสร็จเมื่อไร รีบตรงกลับโรงแรมทันทีเลยนะ พวกเราต้องมีเรื่องคุยกันเป็นการด่วน

ริวได้แต่พยักหน้าเป็นการตกลง เทียน่าเองก็ได้แต่หันไปมองลีฟ่าและยูอิ “พวกเธอมาที่นี้เพราะอาจารย์คุมสอบให้มาตามตัวพวกเราไปสอบรอบ 2 ต่อไปใช่ไหม

ยูอิส่ายหน้า “ไม่ใช่หรอกมิ้ว  ตอนนี้การสอบหยุดลงเป็นการชั่วคราวนะมิ้ว ส่วนสาเหตุก็เพราะ......

ยูอิไม่กล้าพูดต่อ เนื่องจากต้นตอของสาเหตุกำลังยืนจ้องมองเธออยู่นั้นเอง สักพักเสียงของยูอิก็ดังขึ้นมายัยเทียน่า ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมเธอถึงได้บอกว่าคุณพี่ชายไม่ได้เก่งเท่าที่ฉันคิด เฮ้อ ฉันยอมรับจริงๆว่าฉันไม่เคยคิดว่าพี่ชายของเธอจะเก่งถึงระดับนี้นะมิ้ว  เป็นครั้งแรกเลยนะมิ้ว ที่เห็นคนแผ่พลังเวทแล้วทำให้เกิดความเสียหายได้มากถึงเพียงนี้ อืม ระดับนี้คงพอเทียบเท่าได้กับพวกจอมเวทระดับ Leader แล้วละมิ้ว

 เทียน่าได้แต่ยิ้มเจื่อนๆเพราะสิ่งที่เธอพูดไม่ได้หมายความว่าแบบนั้นเลย แม่มดในชุดสีแดงรีบกล่าวขึ้นมาว่า

ยัยยูอิ เธอประเมินคุณพี่ชายต่ำเกินไปนะ”

เอ๋! เธอหมายความว่ายังไงกันนะมิ้ว ตอนนี้ฉันประเมินคุณพี่ชายไว้สูงถึงขั้นจอมเวทระดับ Leader ที่หาได้ยากจาก 1 ในหมื่นแล้วนะ นี่อย่าบอกว่าเธอประเมินคุณพี่ชายสูงกว่านั้นอีก

ลีฟ่าไม่ตอบเธอชี้ไปที่อาจารย์คุมสอบทั้ง 3 คน “อาจารย์คุมสอบทั้ง 3 คน ต่างเป็นจอมเวทระดับ Leader แต่ตอนที่คุณพี่ชายสอบ พวกเขายังต้องถอยมาไกลถึงขนาดนี้ แล้วเธอยังคิดว่าคุณพี่ชายอยู่ระเดียวกับพวกเขาอีกหรือ?”

“......”ไม่มีคำตอบจากยูอิแม้แต่น้อย ลีฟ่าหันไปมองริว พร้อมพูดต่อว่า “ยัยตัวแสบ เธอช่วยหันมาดูคุณพี่ชายหน่อยนะว่าสีหน้าของเขาเป็นอย่างไงบ้าง”

ยูอิได้แต่ทำตามที่ลีฟ่าบอก เธอมองริวอยู่พักใหญ่ๆ “มันเห็นมีอะไรผิดปกติเลยมิ้ว เธอต้องการให้ฉันดูอะไรกันแน่นะมิ้ว”

ลีฟ่าเป่าปากอย่างอ่อนใจ “อาการหอบเหนี่อย และเหงื่อที่ไหลซึม”

“ไม่เห็นมีเลยมิ้ว เธอเข้าใจอะ...”ยูอิพูดพร้อมขมวดคิ้ว แต่ยังไม่ทันที่จะได้พูดต่อ เอลฟ์สาวก็แสดงสีหน้าตกใจขึ้นมา ก่อนจะร้องขึ้นมาว่า

อ้า!!! ไม่จริงใช่ไหมมิ้ว  ทำไมถึงไม่มีอาการหอบ หรือมีเหงื่อไหลออกมาเลยหรือละมิ้ว? นี้อย่าบอกนะว่า...ทั้งหมดที่ทำลงไปยังไม่ถึงขีดสุดอีก แบบนี้มันเหลื่อเชื่อไปแล้ว

 ลีฟ่าได้แต่ยิ้มอย่างอ่อนใจในความซื่อ(บื้อ)ของเพื่อนสาว พร้อมพูดขึ้นมาว่า “ในที่สุดก็เข้าใจแล้วซินะ คุณพี่ชายก้าวข้ามระดับที่เธอว่าไปไกลมากแล้ว ถ้าเทียบระดับพลังเวทในตอนนี้คงพอๆกับเหล่าแม่มดในสภาแม่มด ไม่ก็อาจจะถึงระดับเดียวกับแม่ของฉันนั่นล่ะ

            (จอมเวทระดับ Lord หรือ? ไม่จริงน่ามิ้ว อายุเพียงแค่นี้ก็ก้าวไปถึงจอมเวทระดับนั้นแล้วหรือมิ้ว? มันจะเป็นไปได้ยังไง)ยูอิคิดขึ้นมา พร้อมหันไปมองริวอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่ตัวเองคิด

            ขณะนั้นเองเสียงของอาจารย์คุมสอบก็ดังก้องขึ้นมาขอให้ผู้เข้าสอบทุกคนมารวมตัวกันเดี๋ยวนี้ เนื่องจากสนามสอบA มีอุบัติเหตุจากการสอบเล็กน้อย ทางเราจึงต้องดำเนินการเปลี่ยนสถานที่สอบเป็นสนามสอบ C แทน

            เฮ้อ เวทีหายไปเกือบหมดแถมพื้นที่ในรัศมี 100 เมตรถูกทำลายไม่มีเหลือสภาพเดิม แบบนี้เรียกว่าอุบัติเหตุเล็กน้อยได้ด้วยหรือมิ้ว?”ยูอิกล่าวออกมาอย่างไม่เต็มเสียงนัก

            ลีฟ่ายิ้มเฝื่อนๆ เหอๆๆ ฉันว่า ไอ้อุบัติเหตุเล็กน้อย มันยังฟังขึ้นกว่าความจริงที่พวกเรารู้อีกนะ หรือว่าเธอว่าไม่จริงล่ะ

            ยูอิหันไปมองริวที่กำลังถูกเทียน่าดึงตัวให้ไปรวมกลุ่ม เธอยิ้มด้วยใบหน้าซีดขาว ก่อนพยักหน้า

 “อืม มันก็จริงของเธอนะมิ้ว

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 240 ครั้ง

63 ความคิดเห็น

  1. #7692 Chreprang (@Chreprang) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 23:59
    สานู๊กกกกกกกกกกกก❤ (ทำเสียงลากยาวๆ5555)
    #7692
    0
  2. #7143 pick-17 (@pick-17) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 กันยายน 2559 / 18:01
    มโนได้โคตรสร้างสรรค์ พระเอกเรามันดวงดีหรืออะไร
    #7143
    1
    • #7143-1 linnil (@LinNil) (จากตอนที่ 8)
      28 ตุลาคม 2559 / 19:59
      มีของขลังสามชิ้นอยู่ในตัว คนธรรมดาก็สามารถเทพขึ้นมาได้!!
      #7143-1
  3. #6787 ไอซ์ น้ำแข็ง (@icekun) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2559 / 20:08
    รออยู่นะ
    #6787
    0
  4. #6417 Harm. (@tanzanaza) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 กันยายน 2558 / 20:30
    เทพไม่รู้ตัว คนยิ่งเข้าใจผิดไปใหญ่เลย 5555
    #6417
    0
  5. #6391 Alice (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2558 / 12:10
    fun too
    #6391
    0
  6. #6194 อ๊ะดิวงัย (@zerofost) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2558 / 21:46
    อ่านมาจนถึงตอนนี้ ในหัวผมมีแต่คำว่า เหยดเข้ ลอยอยู่เต็มไปหมด จะสุดยอดเกินไปแล้ววววว
    #6194
    0
  7. #5694 EkelOsE (@bigza20) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2557 / 12:01
    วนอ่านมา4รอบเเร่ว ฮาๆๆ
    #5694
    0
  8. #4878 แมวพันธุ์แท้ (@anupong2519) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2557 / 22:20
    รอท่านไรท์เตอร์ อัพตอนใหม่เลยกลับมาอ่านซ้ำ ชอบมาก พวก มโน นี่
    #4878
    0
  9. #4528 godgorge (@godgorge) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2557 / 13:30
    คุณแหวนเป็นใครกัน !!! 
    #4528
    0
  10. #4358 นายสัก (@sakchaic) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2557 / 13:07
    สนุกครับ
    #4358
    0
  11. #4190 PiLii (@pinepilins) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2557 / 10:01
    ฮ่าๆๆๆๆ ตลกกับ อืม อ้า เออ นี่จริงๆ
    #4190
    0
  12. #3938 แสงรัตติกาล (@prang9210) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2557 / 00:56
    มีพรสวรรค์อย่างมาก แต่ไร้เวท แม่พ่อรู้เรื่องร้องไห้ตาย
    #3938
    0
  13. #3662 Kuroko Tetsuya_kun (@phingpin) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2557 / 17:41
    มีพรสวรรค์อ่ะริว แต่ดันไม่มีพลังเวทน่าเสียดายเนอะ
    #3662
    0
  14. #3175 Nunnally (@kuroyuri) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2557 / 17:54
    ริวมีพรสวรรค์สูงมากฮับ 
    คุณแหวนน่ารัก><!
    #3175
    0
  15. #2967 PS13lue (@ps13lue) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2557 / 23:37
    อินมากก สนุกดีค่ะ ถ้าตีพิมพ์นี่ซื้อแน่ๆ 55
    #2967
    0
  16. #2957 -บุรุษไร้เงา- (@cojack) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2557 / 02:10
    เรื่องนี้สนุกดีครับ จิตนาการให้เห็นภาพง่าย ขอให้ได้ตีพิมพ์ครับ
    #2957
    0
  17. #2909 จอมโจรปริศนา (@Red_kill) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2557 / 22:52
    แค่นึกถึงตอนเฮียแกเรียนก็จะเป็นลมละ.. ฮาๆๆ ดวงไม่ช่วยนะจ๊ะงานนี้ (เอ๊ะ หรือช่วย?)
    #2909
    0
  18. #2865 นายตัวร้าย (@aom084495) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2557 / 14:26
    ถึงเวลาต่อสู้จะทำไวหวา
    #2865
    0
  19. #2745 นักเวทย์ปีศาจ (@alisia-w-) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2557 / 16:37
    ถ้าสอบติด แล้วตอนเรียนจะทำไงล่ะเนี่ย เหอๆ
    #2745
    0
  20. #2733 8lek (@8lek8) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2557 / 20:02
    สนุกมากๆค่ะ ^^
    #2733
    0
  21. #2648 O[]Ovampire (@lumvampire) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2557 / 05:04
    ลุ้นสุดๆเลยอ่ะ
    #2648
    0
  22. #2421 JENNYHA (@jennyha) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2557 / 11:31
    สุดยอดหัวสิงโต
    #2421
    0
  23. #2405 คนที่คุณก็(ไม่)รู้ว่าใคร (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2557 / 00:36
    เอิ่ม....เรื่องนี้เหมือนเอาหลายๆเรื่องมารวมกันเลยนะ เอาเรื่องthe GuardianกับMahoukaมารวมด้วยเลยอ่ะ

    พระเอกเราคล้ายทัตสึยะเลยอ่ะ แต่รายนั้นเค้าเมพกว่าเยอะ น้องสาวติดพี่เหมือนกันแต่ของรายนั้นเรียกเทิดทูนบูชา ส่วนแหวนสิงโตเหมือนกับสร้อยไม้กางเขนโนอาในthe guardianอ่ะ เป็นคนฝึกผู้ถูกเลือก ไรต์เรื่องนี้อ่านหนังสือมากจริงๆค่ะ เนื้อหาสนุกมาก เราชอบพระเอกที่มีความสามารถซ่อนอยู่อ่ะค่ะ สู้ต่อไปนะค่ะ^^
    #2405
    0
  24. #2343 Nunal (@nunal) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2557 / 14:19
    ตอนต่อไป
    #2343
    0
  25. #2172 1Bishop1 (@vbfip6db2010) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 มีนาคม 2557 / 07:36
    สนุกมากง่ะ 5555+
    #2172
    0