I am normal ผมนี้ละคนธรรมดา

  • 93% Rating

  • 158 Vote(s)

  • 544,306 Views

  • 7,786 Comments

  • 9,111 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    729

    Overall
    544,306

ตอนที่ 9 : บทที่ 8 คนธรรมดา กับ การประลองเวทที่(ไม่)ธรรมดา ตอนต้น (รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 28958
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 224 ครั้ง
    22 พ.ค. 57

บทที่ 8

                             คนธรรมดา กับ การประลองเวทที่(ไม่)ธรรมดา  ตอนต้น

สนามสอบ C

            หลังจากที่พวกเทียน่าและริวเดินมารวมตัวกับทุกคนแล้ว อาจารย์คุมสอบทั้ง 3 คนต่างก็ใช้เวทเคลื่อนย้ายมายังสนามสอบแห่งนี้ พอมาถึงอาจารย์คุมสอบได้ให้ผู้เข้าสอบที่พามาด้วยไปนั่งที่ฝั่งขวาของเวที จากนั้นอาจารย์คุมสอบชุดใหม่ก็มารับหน้าที่คุมสอบแทนพวกเขาทั้ง 3 คน ริวเดินมาทางฝั่งขวาของเวที ตลอดทางที่เดินสายตาของผู้เข้าสอบแทบทุกคู่ต่างจับจ้องมาที่เขาจนชายหนุ่มทำอะไรไม่ถูกเลย เทียน่าได้แต่รีบพาริวมานั่งในจุดที่ไม่มีผู้เข้าสอบคนอื่นนั่งอยู่ แม้จุดนี้จะทำให้เห็นเวทีประลองไม่ค่อยชัดก็ตาม พอสองพี่น้องนั่งลงแล้ว พวกยูอิได้เดินตามมานั่งด้วย  เสียงอาจารย์คุมสอบชุดใหม่ดังก้องขึ้นมาว่า

            เนื่องจากสนามสอบ A มีอุบัติเหตุเล็กน้อย ทางคณะกรรมการคุมสอบจึงตัดสินใจขอเปลี่ยนมาใช้สนามสอบ C แทน

            คำว่า อุบัติเหตุเล็กน้อย ทำเอาผู้เข้าสอบที่อยู่ด้านขวาของเวทีต่างหันมามองริวเป็นตาเดียวกัน ชายหนุ่มได้แต่ฝืนยิ้มแล้วโบกมือทักทายกลับไปได้ด้วยท่าทางสบายๆ แต่ในความจริงแล้ว เขาแทบจะรับแรงกดดันไม่ไหวอยู่แล้ว เสียงอาจารย์คุมสอบคนเดิมดังต่อว่า

            เมื่อผู้เข้าสอบจากสนามสอบ D จะมาถึง ทางเราจะดำเนินการสอบวัดทักษะการใช้เวทมนตร์ต่อในทันที

            เฮ้อเสียงถอนหายใจของคนทั้งสนามดังขึ้นพร้อมกัน

             ยูอิหันไปกระซิบกับลีฟ่าว่ายัยลีฟ่า เธอเชื่อไหม ฉันสามารถเดาสิ่งที่ทุกคนคิดในเวลานี้ได้โดยไม่ต้องพึ่งเวทมนตร์แม้แต่น้อยนะมิ้ว

            ยัยเอลฟ์บ้า!!! เวลาแบบนี้ยังมีหน้ามาพูดเล่นอีกนะ สีหน้าของผู้เข้าสอบทั้งหมดก็บอกอยู่แล้วว่าตัวเองโล่งใจแค่ไหนที่ไม่ต้องมาเจอกับคุณพี่ชายในรอบนี้ เธอเองก็เป็น 1 ในคนเหล่านั้นไม่ใช่หรือ?”

            ยูอิยิ้มฝืดๆเป็นเชิงยอมรับ “เธออย่ามาตอกย้ำกันซิมิ้ว อีกอย่างที่ฉันจะบอกเธอก็ไม่ใช่เรื่องนี้สักหน่อยนะมิ้ว เธอทราบไหมว่าทำไมทุกคนที่สนามสอบฝั่งขวานี้ต่างนิ่งเงียบไม่ยอมพูดอะไรกันเลย ถ้าไม่รู้ฉันจะบอกให้ก็ได้นะมิ้ว

            “ ยัยบ้า เรื่องแบบนี้ใครไม่รู้ก็โง่แล้วละ การที่ทุกคนนิ่งเงียบก็เพราะพวกเขากำลังกลัวคุณพี่ชายอยู่นะซิ แม้คุณพี่ชายจะส่งยิ้มให้แล้ว เธอกล้าบอกได้ไหมว่าในนาทีต่อมา อารมณ์ของคุณพี่ชายจะไม่เปลี่ยนไป ถ้าพวกเราไม่รู้จักคุณพี่ชายก็คงเป็นแบบเดียวกับผู้เข้าสอบคนอื่นนั่นล่ะ เฮ้อ ไม่ว่าใครก็ตามที่ได้สัมผัสพลังเวทของคุณพี่ชายแล้ว ถ้าไม่คิดแบบนั้น มันก็คงเป็นคนโง่ที่สุดในโลกแล้วละ

            ยูอิได้แต่ยิ้มแหยๆออกมา  ผิดกับริวที่เอานิ้วชี้เกาแก้มซ้ายด้วยอารมณ์ที่บอกไม่ถูก “พี่ว่าทุกอย่างคงไม่แย่ถึงขั้นนั้นหรอก อีกอย่างพี่ก็ส่งยิ้มอย่างเป็นมิตรให้ทุกคนแล้ว คิดว่าทุกคนคงจะเข้าใจในตัวพี่บ้างแล้วล่ะ อีกเดี๋ยวทุกอย่างน่าจะกลับเป็นปกติเอง อย่ากังวลไปเลย

            ไม่มีทางเสียงของยูอิ ลีฟ่า และเทียน่าต่างพูดประสานเสียงขึ้นมา ริวได้แต่ก้มหน้าสำนึกผิดในสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่รู้ว่าเพราะอะไรหลังจากรวมกลุ่มกับพวกอาจารย์คุมสอบแล้ว ความมั่นใจที่เคยมีก็หายไปดังสายลมผัดผ่าน ที่เหลือก็แต่ความสำนึกผิดกับสิ่งที่ตัวเองได้ทำลงไป

เทียน่าทำสายตาขุ่นๆพร้อมหันไปมองพี่ชายตัวก่อปัญหา “หนูว่าพี่เงียบไว้เถอะ ขืนพูดมากไปกว่านี้ อาจจะทำให้คนอื่นเข้าใจผิดเพิ่มมากขึ้นไปอีก ส่วนพวกเธอสองคนก็เลิกเล่นซะทีจะได้ไหม ดูซิพวกอาจารย์คุมสอบมองทางนี้แล้วนะ

            ริวได้แต่ยกมือขึ้นมาปิดปาก ส่วนยูอิและลีฟ่านั่งตัวตรงทันที สักพักเอลฟ์สาวพูดออกมาอีกครั้งว่า

            “ เธอแน่ใจว่าพวกอาจารย์คุมสอบมองที่พวกเรา ไม่ใช่มองมาที่พี่ชายของเธอนะมิ้ว

            ยูอิ /ยัยเอลฟ์บ้า เงียบซะทีจะได้ไหมเสียงพูดของลีฟ่าและเทียดังขึ้นมาพร้อมกันอีกครั้ง

 

เวลาผ่านไปอีกเล็กน้อย

          ผู้เข้าสอบที่สนาม D ได้ปรากฏขึ้นมาที่เวทีฝั่งซ้ายของสนามสอบ แน่นอนว่าทุกคนต่างมีท่าทีคึกคักกันสุดๆ ไม่เหมือนกับผู้เข้าสอบสนาม A ที่ไม่กล้าแม้จะพูดคุยกันเลย เสียงอาจารย์คุมสอบพูดขึ้นมาว่า

            นับแต่นี้จะเริ่มต้นการวัดทักษะการใช้เวทมนตร์ ขอให้ผู้เข้าสอบที่ได้หมายเลข A 1 และD 1 ไป รายงานตัวเพื่อเตรียมตัวประลองเวทได้แล้ว สำหรับผู้ที่สอบเสร็จแล้ว สามารถกลับไปพักผ่อนตามสบาย ส่วนผลการสอบในรอบที่ 2 นี้จะประกาศให้ทราบในวันพรุ่งนี้

 ผู้เข้าสอบจากสนามสอบA ก็เดินตรงไปมายังอาจารย์คุมสอบที่ประจำอยู่ทางฝั่งขวา ในขณะเดียวกันผู้เข้าสอบสนาม D ก็ตรงเข้าไปหาอาจารย์คุมสอบที่ประจำอยู่ทางฝั่งซ้าย พวกเขาพูดคุยกับอาจารย์คุมสอบยู่สักพัก ก่อนจะเดินขึ้นไปบนวงกลมสีแดงที่ขีดไว้บนเวทีประลอง พอทั้งสองคนเข้าไปยืนอยู่บนวงกลมแล้ว วงกลมก็ค่อยๆลอยขึ้นฟ้าพร้อมกับผู้เข้าประลอง ริวรีบหันไปมองเทียน่า

            น้องยังไม่ได้บอกพี่เลยว่าการสอบในรอบนี้ต้องทำอะไรบ้าง

            เทียน่าสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะพูดว่าหนูขอโทษค่ะ พอดีเจอเรื่องวุ่นๆมาเยอะ หนูก็เลยลืมอธิบายกฎการประลองเวทไปเลย

            โกหกน่า!!! นี่คุณพี่ชายยังไม่ทราบกฎการประลองอีกหรือมิ้ว?”เสียงของยูอิดังแทรกขึ้นมา ริวได้แต่ยอมรับออกไปตามตรง ยูอิมองริวอย่างอ่อนใจ

มิน่าล่ะ คุณพี่ชายถึงเลือกใช้เวท 2 บทนั้น งั้นหนูจะขออธิบายกฎกติกาให้ฟังเองก็แล้วกันนะมิ้ว

            ริวได้แต่พยักหน้าเป็นเชิงตกลง เสียงของยูอิอธิบายขึ้นว่า “การประลองเวทในรอบ 2 นี้แบ่งเป็น 3 รอบ คุณพี่ชายคงจะทราบเรื่องนี้มาบ้างแล้วใช่ไหมมิ้ว”

อืม เรื่องนี้เทียน่าเคยบอกให้ฟังแล้วละ

ยูอิรีบอธิบายต่อว่า “ถ้าเช่นนั้นก็ง่ายขึ้นเยอะ การประลองเวททั้ง 3 รอบนั้น  ใน 2 รอบแรกจะต้องมีการแจ้งเกี่ยวกับเวทมนตร์ที่ต้องการใช้ให้กับอาจารย์คุมสอบได้รับรู้ก่อนที่จะทำการประลองนะมิ้ว           

ยูอิช่วยอธิบายตรงนี้ให้ละเอียดหน่อยจะได้ไหมริวถามแทรกขึ้นมาทันที

            ได้สิมิ้ว  สำหรับ2รอบแรก คุณพี่ชายต้องไปแจ้งความจำนงว่าจะใช้เวทบทไหนกับอาจารย์คุมสอบที่ยืนอยู่ข้างเวที จากนั้นคุณพี่ชายต้องขึ้นไปยืนกลางวงกลมเวท  และ พออาจารย์คุมสอบที่อยู่กลางเวทีให้สัญญาณ ทั้งสองฝ่ายก็ต้องใช้เวทที่แจ้งความจำนงไว้ออกไปปะทะกัน อาจารย์คุมสอบทั้ง 3 ท่าน(ที่อยู่ตรงเวทีด้านซ้าย  เวทีด้านขวา และบนเวที)จะดูจากทักษะการใช้เวท เวลาการร่ายเวท เทคนิคการรวมเวทและปริมาณเวทที่ใช้ออกไปนั้นเหมาะสมกับสถานการณ์หรือไม่นะมิ้ว

            ริวฟังถึงตรงนี้ เขาก็ยกมือมากุมหน้าผาก “ท่าทางจะวุ่นวายดีนะ

            ใช่ วุ่นวายมากๆเลยละมิ้ว ดังนั้นบรรดาอาจารย์คุมสอบจึงให้กำหนดเวทที่จะใช้ใน 2 รอบแรกยังไง ถ้าเวทที่ใช้ไม่ตรงกับเวทที่บอกไว้ก่อนหน้านี้ก็จะถูกตัดสิทธ์ในการประลองในทันทีนะมิ้ว

            ยูอิพูดถึงตรงนี้ เทียน่าก็พูดแทรกขึ้นมาว่าพี่ค่ะ ทำใจให้สบายเถอะ ขืนกังวลมากไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาอีกอย่างอาจารย์คุมสอบก็อยู่ในเวทีประลองด้วย ดังนั้นเรื่องความปลอดภัยของชีวิตค่อนข้างจะปลอดภัยอย่างแน่นอน

            ริวได้แต่ยิ้มเจื่อนๆเพราะเขาทราบดีว่าเทียน่ากำลังบอกเป็นทางอ้อมว่า ทำใจให้สบายเถอะ ถึงไงก็คงไม่บาดเจ็บถึงตายหรอก  ริวทำได้แต่พยักหน้าเป็นเชิงรับรู้เท่านั้น แต่จังหวะนั้นเองที่ยูอิพูดออกมาว่า

            การที่คุณพี่ชายสนใจเรื่องความปลอดภัยขนาดนี้ คงไม่ใช่เพราะกังวลว่าตัวเองจะยั้งมือไม่อยู่หรอกนะมิ้ว

            ริวส่งยิ้มให้พวกยูอิแทนคำตอบเพราะเขาไม่รู้ว่าควรจะตอบยังไงดี สำหรับยูอิและลีฟ่าที่เห็นรอยยิ้มกับตีความต่างจากที่ริวคิดโดยสิ้นเชิง พวกเธอต่างกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ สีหน้าของยูอิซีดเฝือกลง เธอรีบเอนตัวไปกระซิบกับลีฟ่าว่า

            ท่าทางคุณพี่ชายกะเล่นเต็มที่เลย ฉันชักจะสงสารคู่ต่อสู้ของคุณพี่ชายแล้วละ มิ้ว

            งั้นหรือ? แต่ฉันกับสงสารอาจารย์ผู้คุมสอบมากกว่า เธอคิดดูซิแค่กระแสพลังเวทยังทำให้เกิดความเสียหายมากขนาดนั้น แล้วถ้าคุณพี่ชายเอาจริง เธอคิดว่าใครจะได้รับผลกระทบมากที่สุดละ ระหว่างนักเรียนที่เข้ามาสอบ หรือ อาจารย์คุมสอบ 3 คนบนเวที ลีฟ่ากระซิบตอบด้วยสีหน้าที่แย่ไม่แพ้กับยูอิเลย

            ขณะที่ทั้งสองคนกำลังกระซิบกันอยู่ เทียน่าได้แต่ดึงริวให้ออกห่างทั้ง 2 คน ก่อนจะพูดขึ้นมาว่า “ท่าทางพวกยูอิคงจะเข้าใจอะไรผิดอีกแล้วนะ ช่างเถอะ เอาไว้ค่อยหาคำแก้ตัวทีหลังก็แล้วกัน ตอนนี้หนูจะอธิบายการประลองรอบที่ 3 ให้เอง

อืม

การประลองรอบที่ 3 จะเป็นการให้ใช้เวทอย่างอิสระ คนเข้าสอบจะใช้เวทอะไรก็ได้ตามแต่ใจต้องการ โดยจะใช้เวทบทใหม่ หรือจะเลือกใช้เวทที่เคยใช้ไปแล้วก็ได้

ริวเอามือขวาทุบมือซ้าย อ้อ อย่างนี้เอง น้องถึงได้ให้พี่ท่องจำเวทแค่ 2 บท

ชู!!! เบาหน่อยซิค่ะ เดี๋ยวพวกเธอก็ได้ยินหรอกเทียน่าหันไปมองพวกยูอิที่ยังคงไม่รู้ตัวเรื่องที่เทียน่าและริวพูดกัน เทียน่าถอนหายใจอย่างโล่งอก

 การประลองรอบที่ 3 ไม่ได้ให้คะแนนแบบรอบ 1 และ 2 แต่จะให้คะแนนตามความรุนแรงของเวทที่ใช้ หรือพูดง่ายๆ ใครก็ตามที่ทำให้อีกฝ่ายบาดเจ็บได้มากกว่าก็ได้คะแนนเต็มในรอบนี้ไป ส่วนคนที่แพ้ก็จะได้ 0 คะแนน

            ริวที่ได้ฟังถึงกับหน้าเสีย เทียน่าจึงพูดปลอบออกไป “หนูบอกแล้วไงว่าไม่ต้องกังวล การประลองเวทไม่ทำให้ถึงตายหรอกคะ อาจารย์คุมสอบก็อยู่แถมด้านข้างก็มีจอมเวทขาวเตรียมการรักษาเอาไว้ตลอดเวลา ไหนจะดอกกุหลาบของคุณแม่ แถมพี่ยังมีแหวนวงนั้นอยู่กับตัวอีกด้วย ไม่ว่ายังไงพี่ก็ไม่มีทางตายอย่างแน่ๆค่ะ

            แหวนวงนั้น น้องหมายถึงแหวนในมือของพี่นะหรือ?” ริวพูดพร้อมยกแหวนขึ้นมาให้เทียน่าดู ขณะที่น้องสาวสุดแสบจะได้พูดอะไรออกมา เสียงเชียร์ของผู้เข้าสอบคนอื่นๆก็ดังก้องขึ้น พวกริวต่างหันกลับไปมองเวทีซึ่งตอนนี้ผู้เข้าสอบทั้งสองฝ่ายได้ขึ้นประจำที่เรียบร้อยแล้ว เทียน่ารีบพูดออกมาว่า

            เอาเป็นว่ากลับถึงโรงแรมเมื่อไร หนูจะเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังเอง ตอนนี้หนูขอไปดูการประลองก่อนนะ

            เทียน่าพูดจบ การประลองเวทก็เริ่มต้นพอดี  ผู้ เข้าสอบทั้งสองฝ่ายต่างเริ่มร่ายเวทพร้อมกัน ก่อนที่ทั้ง 2 จะส่งเวทออกมาปะทะกับกลางอากาศ ริวจ้องมองการปะทะกันของเวทก่อนจะกลืนน้ำลายลงไป 1 อึก เพราะเวทที่ผู้เข้าสอบ D1 ใช้เป็นเวทสายลมที่คล้ายคลึงกับเวท คมมีดสายลมที่เขาฝึกมา เวทของริวอย่างเก่งก็คงพอใช้ปอกเปลือกผลไม้อย่างสาลี่ได้เท่านั้น แต่เวทลมที่ผู้เข้าสอบ D1 ใช้นั้นกับรุนแรงชนิดที่สามารถตัดต้นไม้ขนาด 4 คนโอบได้อย่างสบายๆ ด้านผู้เข้าสอบ A 1 ก็ใช้เวทได้ไม่ด้อยไปกว่ากัน เขารวบรวมสายฟ้ามาไว้ที่มือขวา ก่อนจะเปลี่ยนมันเป็นหอกสายฟ้าและขว้างมันเข้าใส่เวทสายลมของผู้เข้าสอบ D1

            ตูม!!!

            แรงปะทะของเวททั้งสองทำเอาริวที่มองอยู่ถึงกับกลืมน้ำลายอย่างฝืดคอด้วยอารมณ์ที่บอกไม่ถูก สักพักเขาก็คิดขึ้นว่ามา

            (นี้มันศึกยอดมนุษย์ชัดๆ ถ้าไม่เห็นกับตา ผมจะไม่มีวันเชื่อแน่ๆว่าจะมีพวกเหนือมนุษย์แบบนี้อยู่จริง )

            จังหวะที่ริวกำลังคิด เสียงอันเบื่อหน่ายของลีฟ่าก็ดังขึ้น “เฮ้อ เสียเวลาดูจริงๆ  เวทคมเขี้ยวพยัคฆ์คำรามของผู้เข้าสอบ D 1 แม้จะเป็นเวทระดับสูงแต่ก็ยังควบคุมไม่ได้ พลังทำลายที่ออกมายังมีไม่ถึง 10 %ของเวทที่แท้จริงเลย หมอนั้นยังกล้าเอามาใช้ในการประลองอีกนะ แต่ทางผู้เข้าสอบ A1 ก็ใช้ไม่ได้เหมือนกัน ขนาดเวทระดับกลางอย่าง หอกสายฟ้า ยังดึงพลังออกมาได้แค่ 80 % ดีนะที่เจอคู่ต่อสู้ระดับเดียวกัน ไม่เช่นนั้นผู้เข้าสอบ A1 คงแพ้ไปแล้ว

            อืม เธอพูดถูก การที่ทั้งสองคนใช้เวทได้แย่แบบนี้อาจจะเป็นเพราะแรงกดดันของการประลองเวทก็ได้เทียน่าที่มองการประลองอยู่พูดแทรกขึ้นมา ยูอิเป็นอีกคนที่เห็นด้วยกับคำพูดนี้ ส่วนริวได้แต่มองพวกเธอด้วยความรู้สึกอึดอัดที่ตัวเองไม่สามารถเข้าใจในสิ่งที่พวกเธอพูดได้เลย

            ขณะที่ริวกำลังรู้สึกแบบนั้น เสียงของอาจารย์คุมสอบก็ดังขึ้นมาว่าการประลองครั้งที่ 1 สิ้นสุดลงผู้เข้าสอบ D1 ได้15คะแนน ผู้เข้าสอบ A1ได้ 17 คะแนน เตรียมประลองครั้งที่ 2ได้

เทียน่าทำหน้าเบ้ พร้อมกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงไม่ชอบใจว่า “อาจารย์คุมสอบปีนี้โหดน่าดูเลย แม้เวทของพวกนั้นไม่สมบูรณ์มากนัก แต่มันก็ควรจะได้คะแนนมากกว่า 20 คะแนนนะ”

ลีฟ่าและยูอิพยักหน้าเห็นด้วย  สักพักเสียงการปะทะของเวทย์ก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง

ตูม

เสียงปะทะของเวทในครั้งนี้ทำให้ริวต้องมือขึ้นมาอุดหูอย่างเร่งด่วน เขามองการปะทะกันครั้งนี้อย่างงงๆเนื่องจากสิ่งที่เขาเห็นมีเพียงการสะบัด มือของทั้งสองฝ่ายเท่านั้น ส่วนอย่างอื่นแทบไม่เห็นเลย ริวหันไปหาเทียน่าเพื่อถามสิ่งที่สงสัย เทียน่าดูเหมือนจะรู้ว่าพี่ชายจะถามอะไร

เวทที่ทั้ง 2 คนใช้คือ โซนิคเวฟ  เวทบทนี้เป็นการคลื่นเสียงเข้าไปทำร้ายศัตรู แต่ดูทั้งคู่จะมีระดับในการใช้เวทพอๆกันจึงทำให้ผลออกมาเป็นแบบที่เห็นนี้ละค่ะ

ริวได้แต่มองการประลองด้วยสีหน้าเจื่อนๆ เสียงของอาจารย์คุมสอบก็ดังขึ้นมาว่า “การประลองครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง ผู้เข้าสอบ D1 ได้ 18 คะแนน ผู้เข้าสอบ A1ได้ 16 คะแนน เตรียมประลองครั้งที่ 3ได้

ผู้เข้าสอบทั้ง 2 คนเริ่มร่ายเวทอีกครั้ง ไม่นานทั้งคู่ก็ปล่อยเวทบางอย่างออกมา การปะทะกันครั้งนี้กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย จนกระทั่งเสียงของอาจารย์คุมสอบดังขึ้นมาว่า

            การประลองครั้งที่ 3 สิ้นสุดลงผู้เข้าสอบ D1 ได้ 15 คะแนน ผู้เข้าสอบ A1ได้ 15 คะแนน จบการประลอง ขอให้ผู้เข้าสอบ D2 และ A2 เตรียมตัวขึ้นเวทีประลองด้วย

ริวรีบหันไปหาเทียน่าอีกครั้ง ซึ่งเธอได้แต่ถอนหายใจออกมา แล้วพูดเบาๆว่า เมื่อสักครู่ทั้งสองคนต่างใช้เวทแสงชั้นสูงเข้าปะทะกัน พี่ก็เลยมองไม่เห็น หรือได้ยินอะไรนะ ส่วนผลการประลอง เนื่องจากทั้งคู่ไม่อาจจะทำอะไรกันได้ คะแนนในรอบที่ 3 จึงต้องแบ่งกันคนละครึ่ง

ริวได้แต่ทำหน้ามึนงงกับคำอธิบายของเธอ เทียน่าเอนตัวไปกระซิบข้างหู “พี่ค่ะ หนูว่าพี่ไปหาที่พักผ่อนเถอะ ถึงพี่จะดูการประลองพวกนี้ไปมันก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย ยิ่งการประลองที่ใช้เวทระดับสูงแบบนี้ด้วยแล้ว พี่ดูไปก็ไม่รู้เรื่องหรอกค่ะ  หนูเองก็ไม่อยากจะมาอธิบายเรื่องเวทให้พี่ฟังทีละบทแบบนี้ด้วย เอาเป็นว่าพี่ไปหาที่พักเถอะ เดี๋ยวหนูจะไปตามพี่เมื่อถึงเวลาที่ต้องประลองเอง

อืม เอาตามที่น้องบอกก็ได้ ริวพูดออกมาด้วยสีหน้าปกติ แต่ในใจของเขากับเต็มไปด้วยอารมณ์ที่บอกไม่ถูกว่า อิจฉา ริษยา หรือโกรธกันแน่  ริวได้สูดหายใจลึกๆเพื่อควบคุมอารมณ์เหล่านั้น ไม่นานอารมณ์ที่มีอยู่ก็หายไปจนหมด ชายหนุ่มชี้ไปที่ต้นไม้ที่อยู่ไม่ไกลนัก พร้อมพูดว่า

ถ้าเช่นนั้น พี่ขอตัวไปพักผ่อนตรงต้นไม้ที่อยู่มุมนั้นหน่อยนะ

เทียน่าพยักหน้าเป็นการรับทราบ ทั้งที่เธอเองก็ยังคงจ้องมองการประลองเวทของคู่ต่อไปอย่างไม่วางตา ริวได้แต่ส่ายหน้าให้กับความจริงจังของน้องสาว เขาได้แต่คิดขึ้นมาว่า

(นี่คงเป็นอีกด้านของเทียน่าที่เราไม่เคยเห็น เด็กสาวที่เอาแต่ร้องไห้และชอบตามติดพี่ชายได้หายไปแล้วซินะ เฮ้อ เห็นแบบนี้แล้วรู้สึกว่า ตัวเองแก่ไปเลย)

            ริวเดินมาที่ต้นไม้พร้อมเอนหลังพิงกับลำต้นอย่างสบายอารมณ์ เขาหยิบนิยายออกมาจากกระเป๋าคาดเอวอีกครั้ง ก่อนจะลงมืออ่านโดยไม่สนใจเสียงการต่อสู้ที่อยู่รอบตัวอีกเลย

เวลาผ่านไปอีกพักใหญ่

          ZZzzz…zzz

            พี่ค่ะ!!

            พี่ค่ะ ตื่นได้แล้ว

            ถ้าไม่ตื่นหนูจะปลุกด้วยวิธีอื่นแล้วนะ

            จ๊าก!!!

            เสียงของริวร้องออกมา เมื่อสิ้นเสียงของคนปลุกในรอบที่ 3 เขาหันไปหาสาเหตุที่ทำให้ต้องเจ็บตัวเป็นนี้ สิ่งที่เห็นก็คือน้องสาวแสนน่ารักที่กำลังจ้องมองเขาด้วยสีหน้าโมโหสุดๆ  มือ ซ้ายของเธอยังมีกระแสไฟฟ้าปรากฏออกมาให้เห็นได้ด้วยตาเปล่า ริวถึงกับเหงื่อแตกโดยไม่รู้ตัว สักพักเสียงของเทียน่าก็ดังขึ้นอีกครั้งว่า

            ตกลง พี่ตื่นเต็มตาแล้วใช่ไหมค่ะ

            อืมริวตอบออกมาอย่างไม่เต็มเสียง

            เปรี้ยงๆๆๆเสียงของสายฟ้าที่มือของเทียน่าดังขึ้น นั่นเป็นสัญญาที่บอกว่าเธอเร่งกระแสไฟฟ้าที่มือซ้ายให้รุนแรงขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย็นชาและน้ำเสียงอันเย็นเฉียบดังขึ้นว่า

            พี่ตื่นเต็มตาแล้วใช่ไหมคะ ถ้ายังไม่ตื่น หนูจะได้ช่วยปลุกอีกครั้งเพียงแต่ครั้งนี้หนูจะไม่มีการออมแรงเหมือนในครั้งแรกแล้วนะ

            ผมตื่นเต็มตาแล้วครับ”ริวรีบตอบออกไปทันทีเพราะขืนโดนสายฟ้าที่มือซ้ายของเทียน่าเข้าไป ไม่ตายก็เลี้ยงไม่โตแน่ๆ โธ่ น้องสาวที่แสนดีของผมกลายเป็นจอมซาดิสไปเสียแล้ว ใครก็ได้เอาน้องสาวที่แสนดีของผมคืนมาให้ที

            เทียน่าสลายเวทในมือ ก่อนจะหลี่ตามองพี่ชายด้วยอารมณ์ที่บอกไม่ถูก “ พี่นี้ช่างใจเย็นจริงนะค่ะ ขนาดเวลาแบบนี้ยังหลับได้อีก หนูละนับถือพี่จริงๆ

            ริวยิ้มสบายๆเหมือนเรื่องที่เทียน่าพูดไม่เกี่ยวกับเขาเลย“โธ่ พี่ไม่ได้คิดจะสอบผ่านซักหน่อย แล้วพี่จะเครียดไปทำไม อีกอย่างพี่ไม่ได้คิดจะหลับเลยนะ พี่แค่จะอ่านนิยายเพื่อผ่อนคลาย แต่เผลอหลับไปเมื่อไรก็ไม่รู้นะ

            เหลือเชื่อ! พี่หลับขณะอ่านนิยายเนี่ยนะ มันแทบไม่น่าเชื่อเลย

            อืม พี่ก็ไม่อยากจะเชื่อ นี้เป็นครั้งแรกเลยที่หลับไปแบบไม่รู้ตัว เหมือนมีใครบังคับให้พี่หลับไปทั้งอย่างนั้น ช่างน่าแปลกจริงๆ

            เทียน่ามองไปที่แหวนของริว ดวงตาของสิงโตส่องสว่าง 1 ครั้งก่อนจะกลับเป็นปกติ เทียน่าทราบได้ทันทีว่า ที่ริวหลับไปเป็นฝีมือของใคร

            “เอาเถอะ ในเมื่อพี่หลับไปแล้วก็ช่างมันเถอะ แต่ว่าพี่เตรียมตัวพร้อมแล้วใช่ไหมคะ

            ถ้าหมายถึงเวทมนตร์ พี่ก็มีแค่เวทเพียง 2 บท แล้วเธอจะให้พี่เตรียมตัวทำอะไรอีก

            พี่ค่ะ พี่ไม่เตรียมใจเพื่อรับอาการบาดเจ็บที่จะเกิดขึ้นหน่อยหรือ?”

ริวขมวดคิ้วพร้อมกล่าวออกมา บาดเจ็บหรือ? น้องบอกเองว่า อาจารย์คุมสอบจะคอยดูไม่ให้มีคนตายไม่ใช่หรือ? แล้วทำไมต้องกังวลเรื่องบาดเจ็บด้วยละ อย่างมากก็คงแค่บาดเจ็บเล็กน้อยเท่านั้นเอง

โธ่ พี่คะ หนูแค่บอกว่าอาจารย์คุมสอบจะป้องกันไม่ให้มีคนตาย แต่ไม่ได้บอกว่า อาจารย์จะป้องกันไม่ให้มีคนบาดเจ็บสักหน่อย ถ้าพี่ไม่เตรียมใจให้พร้อมมีหวังเจ็บหนักยิ่งกว่าตายซะอีก

ริวได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ สีหน้าที่เคยสบายอารมณ์เริ่มซีดเผือกลง “แล้วบนวงกลมที่ลอยอยู่นั้น ไม่ได้มีเวทป้องกันเอาไว้หรือ?”

เทียน่าส่ายหน้า“ไม่มีคะ การมีเวทป้องกันบนนั้นจะทำให้เกิดความผิดของการให้คะแนนได้ ดังนั้นทางพวกอาจารย์จึงไม่ได้ร่ายเวทป้องกันเอาไว้ แล้วทำไมพี่ถึงคิดว่าบนวงกลมถึงมีเวทป้องกันละ

ริวอึ้งไปสักพัก ก่อนจะพูดเสียงอ่อยๆว่า “พอดีพี่เห็นการประลองเวทในรอบแรกไม่มีคนบาดเจ็บ พี่ก็เลยคิดว่าบนวงกลมน่าจะมีเวทป้องกันอยู่นะ

เทียน่าถอนหายใจอย่างเหนื่อยใจ เธอชี้ไปอีกมุมหนึ่ง ซึ่งบริเวณนั้นมีผู้เข้าสอบกลุ่มหนึ่งนอนเจ็บอยู่ บางคนแขนขาด บางคนขาขาด บางคนแย่หน่อย เขาบาดเจ็บจนทั้งแขนและขาขาดหมดเลย  ที่แย่สุดเห็นจะเป็นคนที่มีบาดแผลทั้งตัวราวกับถูกลูกระเบิดโยนใส่โดยตรง แม้ข้างๆพวกเขาจะมีมีจอมเวทขาวคอยรักษาพยาบาลอยู่ แต่เสียงครางเพราะความเจ็บปวดดูจะไม่ลดลงไปเลย 

ริวกลืนน้ำลายอย่างหวั่นๆ เขาไม่คิดว่าการประลองเวทจะทำให้เกิดการเจ็บหนักถึงขั้นนี้ เสียงของเทียน่าดังต่อ

ที่พี่เห็นเป็นเรื่องปกติของการประลองเวทอยู่แล้ว การกระทบกันของเวทมนตร์มักจะทำให้เกิดการบาดเจ็บตามมาเสมอ และผุ้เข้าสอบที่ได้รับบาดเจ็บจนไม่สามารถสอบต่อได้ก็มีอยู่เยอะ ถ้าเกิดกรณีแบบนั้น คนที่เป็นคู่ประลองก็จะได้คะแนนเต็มในรอบที่เหลือไปเลย

เดี๋ยวซิ แบบนี้มันก็เหมือนกับยุให้ผู้เข้าสอบฆ่ากันเองไม่ใช่หรือ?”

ไม่ใช่หรอก พี่ก็เห็นไม่ใช่หรือว่ามีจอมเวทขาวคอยเตรียมรับสถานการณ์ทุกอย่างเอาไว้แล้ว อีกอย่างหนูก็บอกแล้วว่าถ้าเกิดสถานการณ์เลวร้ายจริงๆ อาจารย์คุมสอบก็จะยื่นมือเข้าไปห้ามเอง แต่นั่นหมายถึงสภาพที่แย่จริงๆเท่านั้นนะ

ริวเอามือจับหน้าผาก “เวรกรรม ช่างเป็นโลกที่หาเหตุผลมาวัดไม่ได้จริงๆ เดี๋ยวก่อนนะ ถ้าเกิดพี่เสียท่าตั้งแต่การประลองครั้งแรก พี่ก็ไม่จำเป็นต้องประลองในรอบต่อๆไปซินะ

มันก็ประมาณนั้นละค่ะเทียน่าตอบออกมาด้วยสีหน้าอึ้งๆเพราะเธอเริ่มจะเดาสิ่งที่ริวคิดได้แล้ว

ริวฉีกยิ้มพร้อมทำท่าดีใจอย่างเห็นได้ชัดเยี่ยมไปเลย แค่พี่ยอมเจ็บตัวในการประลองเวทรอบแรก พี่ก็ไม่จำเป็นต้องประลองรอบต่อไป แถมพวกเรายังมีดอกกุหลาบที่ช่วยในการรักษาอาการบาดเจ็บอีก งานนี้คงจบลงอย่างสบายๆแล้วละ ไชโย!!!

หลังจากริวพูดออกไปได้สักพัก เทียน่าเป่าปากพร้อมส่ายหน้าเบาๆให้กับความคิดของพี่ชาย พี่คะ พี่จะว่าอะไรไหม ถ้าหนูจะขอกำไลที่พี่สวมคืนมาก่อน

เอ๋! ทำไมต้องทำอย่างนี้ล่ะ”

เพื่อความไม่ประมาทนะค่ะ พี่อย่าลืมว่ากำไลที่สวมอยู่สามารถสร้างเวทคุ้มครองออกมาได้ตลอดเวลา หนูกลัวว่าอาจารย์คุมสอบจะคิดว่า พี่ใช้เวทอื่นนอกจากที่แจ้งเอาไว้ และพวกเขาอาจจะตรวจสอบที่มาของเวทบทนี้ก็ได้  ผลสุดท้ายเรื่องที่พี่ไม่มีพลังเวทก็จะแตกขึ้นมา”

ริวได้แต่พยักหน้าเห็นด้วยกับความคิดนี้  เสียงของเทียน่ากล่าวต่อว่า “อีกอย่างในกรณีที่พี่ได้รับบาดเจ็บหนูจะได้ใช้ดอกกุหลาบช่วยพี่ได้ทัน ในกรณีที่พี่เสียชีวิตขึ้นมา หนูก็ยังมีดอกกุหลาบขนาดใหญ่ที่ใช้ในการช่วยเหลือพี่อีก ดังนั้นพี่ไม่ต้องกังวล หนูรับรองว่าจะไม่อยู่ห่างจากพี่แน่ๆ

อืมริวเห็นด้วยกับสิ่งที่น้องสาวพูด สักพักเขาก็ถอดกำไลส่งให้กับเธอ โดยตัวเองได้เด็ดดอกกุหลาบขนาดเล็กเอาไว้1 ดอก เทียน่ามองมาที่แหวนเหมือนเธอต้องการให้ริวถอดแหวนออกมาด้วย แต่ไม่นานเธอก็ล้มเลิกไป ขณะเดียวกันริวได้มองมาที่การประลองเวท

ตอนนี้ถึงผู้เข้าสอบหมายเลขเท่าไรแล้วละ

เทียน่ายิ้มหวาน พร้อมตอบว่าตอนนี้ถึงผู้เข้าสอบ D80กับA80แล้วค่ะ ส่วนรอบประลองก็น่าจะเป็นรอบที่ 2  ถ้าพี่คิดจะเข้าไปดูการประลองใกล้ๆก็ได้นะ หนูจะช่วยป้องกันผลของเวทให้เอง

ริวทำท่าครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ก่อนจะปฏิเสธข้อเสนอนี้ไป เทียน่ายิ้มรับ ก่อนจะพาพี่ชายเดินกลับไปยังจุดที่เคยนั่งดูการประลอง พอเขามาถึงก็เห็นคือหญิงสาว 3 คนมานั่งคอยอยู่ก่อนแล้ว ริวหันไปทักทายหญิงสาวที่มาใหม่

อ้าว ฟราน มาตั้งแต่เมื่อไรนะ”

ฟรานหันมามองริว พร้อมตอบออกมา “ฉันมาตั้งแต่ตอนผู้เข้าสอบD50กับA 50 ประลองเวทกัน แถมยังได้มาเห็นตอนที่นายนอนหลับอย่างสบายใจอีกด้วยนะ

ริวเอามือเกาศีรษะพร้อมยิ้มอย่างอายๆ ฟรานหรี่ตามองเขา“ท่าทางของนายดูจะไม่เครียดเลยนะ”

ไม่เห็นต้องเครียดเลยนี้ครับ ถึงยังไงก็รู้ผลอยู่แล้วว่ามันจะลงเอยแบบไหนกันริวตอบออกมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเพราะเขารู้อยู่แล้วว่าไม่เกินรอบที่ 1 ก็คงพ่ายแพ้ไปแล้ว แต่คำพูดของริวกับทำเอาฟราน ยูอิและลีฟ่าต่างหันมามองชายหนุ่มเป็นตาเดียว ผิดกับเทียน่าที่ต้องยกมือขึ้นมากุมขมับ เสียงของฟรานถามขึ้นมา

นายรู้ไหมว่า คู่ต่อสู้ของนายเป็นใคร

ริวส่ายหน้า ก่อนจะได้ยินฟรานพูดอย่างเน้นเสียงว่าชาง เฟยหู่ ทายาทแห่งพระเพลิง

ริวถึงกับสะอึกเพราะชายที่เขาต้องสู้ด้วยก็คือชายผมแดงที่หาเรื่องเขากับฟรานเมื่อวานนั่นเอง สีหน้าของชายหนุ่มเปลี่ยนไป-มาอยู่สักพัก ก่อนจะกลับมาเป็นสีหน้าราบเรียบ

ไม่ว่าใครจะเป็นคู่ประลอง ผลของการประลองเวท มันก็คงจะไม่เปลี่ยนแปลงหรอกครับผมตอบตามความจริง ไม่ว่าคู่ต่อสู้จะเป็นใคร ผมก็แพ้ 100% อยู่แล้ว ริวคิดต่อในใจ

คำตอบที่แสนจะราบเรียบของริวทำเอาฟราน ยูอิและลีฟ่าต่างตกใจจนพูดไม่ออก ขณะที่ริวกำลังจะอธิบายเรื่องราวต่อ เทียน่าเข้ามาดึงริวให้เดินตามไป  ฟรานได้แต่ส่ายหน้ากับคำตอบที่ได้รับ

ช่างเป็นคำตอบที่มั่นใจตัวเองซะจริง ฉันชักอยากรู้แล้วละว่า หมอนั้นจะใช้เวทอะไรในการประลอง

คำพูดของฟรานทำเอาลีฟ่าและยูอิพยักหน้าเห็นด้วย ไม่นานยูอิก็พูดออกมาว่า “ยัยลีฟ่า เธอคิดว่าคุณพี่ชายจะใช้เวทตามที่เคยบอกไว้ไหม มิ้ว

ลีฟ่าโวยวายขึ้นมาทันที ยัยยูอิ เธอจะบ้าหรือยังไงกัน ใครมันจะไปใช้เวทแบบนั้นในการประลองเวทกัน ถ้าคุณพี่ชายใช้เวทตามที่เคยพูดจริง เขาก็ต้องแพ้สถานเดียวเท่านั้นล่ะ”

เสียงโวยวายของลีฟ่าทำเอาฟรานหันมามองเธออย่างงงๆ เสียงของฟรานถามออกมา“ลีฟ่า หมอนั้นบอกว่าจะใช้เวทอะไรในการแข่งขันหรือ?”

ลีฟ่าหันมามองฟราน ก่อนจะเล่าเรื่องที่ริวเคยบอกออกไป เมื่อเธอฟังจบลีฟ่าพูดถูกแล้วละ ไม่มีใครใช้เวทแบบนั้นเอาชนะชาง เฟยหู่ได้หรอก  องค์ชายคนนี้ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นจอมเวทอัจฉริยะในรอบ 100 ปีของรัฐแห่งพระเพลิงเลย การเอาเวทระดับนั้นไปสู้กับเขาก็เท่ากับเป็นการฆ่าตัวตายดีๆนี้เอง

เรื่องนั้นค่อยว่ากันทีหลังเถอะมิ้ว ตอนนี้พวกเรารีบไปหาที่นั่งหน้าเวทีกันก่อน ฉันกล้าฟันธงได้เลยว่าทุกคนต่างสนใจการประลองรอบนี้เป็นอย่างมากมิ้ว ขืน พวกเราชักช้ามีหวังได้ยืนดูแน่ๆมิ้วเสียงของยูอิดังขึ้นมา ฟรานและลีฟ่าต่างพนักหน้าเป็นการตกลง

ด้านของริว

            ริวที่ถูกเทียน่าดึงตัวมา เขาได้แต่เดินตามเธออย่างงงๆ จนมาถึงตรงมุมเวทีด้านหนึ่ง เธอจึงพูดออกมาว่าพี่คิดอะไรอยู่นะ ทำไมถึงได้ไปพูดแบบนั้น

            อ้าว พี่ก็แค่พูดความจริงเท่านั้นเอง มันผิดด้วยหรือที่จะบอกว่าตัวเองต้องแพ้ในรอบแรกแน่ๆ

            ไอ้ที่จะบอกว่า ตัวเองแพ้แน่ๆ มันก็ไม่ผิดหรอก แต่สิ่งที่พี่พูด มันทำให้คนอื่นคิดว่าพี่มั่นใจว่าต้องชนะแน่ๆต่างหาก ขืน ผลออกมาเป็นแบบอื่น เขาจะหาว่าพี่ล้มมวยเอาได้นะ

ริวทำหน้าบอกไม่ถูกเพราะใครจะคิดว่าเรื่องราวมันจะเพี้ยนไปขนาดนี้ เทียน่าส่งหลอดยาอันสุดท้ายให้กับพี่ชายพร้อมพูดว่า

นี่ยาค่ะ พี่จำไว้นะ พอขึ้นไปแล้วรีบร่ายเวททันที ระยะเวลาการร่ายเวทของพี่ต้องกินเวลาประมาณ2 นาที ซึ่งถ้าเทียบกับคนอื่นแล้วยังถือว่าช้ามาก ดังนั้นทางเดียวที่จะย่นระยะเวลาได้คือชิงร่ายเวทก่อนและไม่ว่าผลของรอบแรกจะเป็นยังไง ถ้าพี่ยังมีสติอยู่จงรีบร่ายเวทบทต่อไปทันที เพราะพวกเราไม่อาจจะบอกได้ว่าอาจารย์ผู้คุมสอบจะตัดสินว่าอย่างไง

            ริวได้แต่พยักหน้า เทียน่าพูดต่อว่า “พี่ค่ะ พยายามเข้านะ หนูจะคอยเอาใจช่วยแม้หนูรู้ว่าผลมันจะเป็นอย่างไรแล้วก็ตาม

            ริวลูบผมเทียน่าอย่างเบาๆ เขาส่งยิ้มให้น้องสาวพร้อมหาทางเปลี่ยนเรื่องพูดทันที “เอาน่าพี่ไม่ตายหรอก ไม่ซิถึงตายก็ฟื้นได้อยู่ดี จริงซิ พี่ยังไม่ได้ถามเลยว่า น้องสอบรอบนี้ได้กี่คะแนน

            เทียน่าได้แต่ส่งยิ้มให้กับพี่ชายเพราะเธอทราบดีว่าริวกำลังหาทางปลอบใจเธออยู่นั่นเอง สักพักเทียน่าก็ชู 2 นิ้วแล้วพูดออกมาว่า

             รอบแรก 24 คะแนน รอบสอง 25 คะแนน และรอบที่3 30 คะแนนเต็ม รวม 3 รอบได้ 79 คะแนนค่ะ

            ว้าว 79 จาก 90 คะแนนเต็ม เดี๋ยวนะ ถ้ารวมกับรอบก่อน 75 คะแนน น้องก็ได้ 154 คะแนนเชียว นี่มันสุดยอดไปเลย แล้วคนอื่นเป็นไงบ้างละ

            เทียน่ายังคงยิ้มหวานยูอิได้ 75 คะแนน  ลีฟ่าได้ 77 คะแนน ส่วนฟรานที่มาทีหลังบอกว่าได้ 80 คะแนนค่ะ

            ขณะที่เทียน่าพูดจบ เสียงจากอาจารย์คุมสอบก็ดังขึ้นว่า ขอเชิญผู้เข้าสอบหมายเลข D 81 และ A 81 ขึ้นเวทีด้วยครับ”

            ริวหันมายิ้มให้กับเทียน่า  “พี่ไปก่อนนะ”

            เทียน่ายิ้มหวานพร้อมชี้ไปยังจุดที่อยู่ใกล้เวทีเป็นที่สุด “พี่ไม่ต้องห่วงนะ หนูจะอยู่ที่ตรงจุดนั้น ถ้าเกิดอะไรขึ้นมาหนูจะรีบวิ่งเข้าไปหาในทันทีเลย อ้อ เกือบลืมไป พี่อย่าไปพูดตอบโต้กับคู่แข่งนะ ขืนพี่พูดอะไรแบบไม่คิดเหมือนเมื่อสักครู่ มันอาจจะเป็นการยั่วยุคู่ประลองก็เป็นได้

            ริวยิ้มเจื่อนๆ อ้าว แบบนี้จะให้พี่เงียบไว้ตลอดการประลองเวทเลยหรือ?”

            น้องสาวสุดน่ารักพยักหน้าด้วยท่าทางหนักแน่นใช่ค่ะ ถ้าเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ก็ตอบว่า อืม อ้า เออ ก็แล้วกัน แต่ถ้ายังไม่ได้ผลอีกก็ส่ายหน้าเป็นการบอกปฏิเสธที่จะตอบออกไป ถ้าเขายังตื้อให้พูดอีก พี่ก็หันหลังเดินกลับไปที่วงกลมเลย ถ้าทำแบบนั้นคู่ประลองของพี่คงไม่สามารถทำอะไรได้แน่

            ริวพยักหน้าด้วยสีหน้าเจื่อนๆ ก่อนที่เขาจะเดินตรงเข้าหาเวที ทุกย่างก้าวที่ริวเดินทำเอาผู้เข้าสอบสนาม A ถอยห่างจนเกิดเป็นทางเดินไปยังเวที สายตาของคนทุกคู่ต่างจ้องมองมายังที่ชายหนุ่ม ริวยืดตัวตรงพร้อมเดินไปด้วยสีหน้าที่เมินเฉย  มีเพียงแต่ตัวเขาเท่านั้นที่ทราบว่าตัวเองกำลังหนักใจต่อสิ่งที่เห็นเพียงไร

 พอริวไปถึงเวที อาจารย์คุมสอบก็เดินเข้ามาหาพร้อมชี้นิ้วไปที่เวที ก่อนจะพูดว่าการประลองรอบนี้จะมีกรรมการพิเศษมาช่วยในการตัดสิน ดังนั้นเธอไม่ต้องแจ้งเรื่องเวทที่จะใช้กับฉันหรอก เดี๋ยวพอขึ้นบนเวทีประลองแล้วจะมีคนมารับแจ้งเรื่องนี้เอง

ริวพยักหน้าพร้อมเดินขึ้นไปบนเวที อาจารย์คุมสอบคนเดิมได้แต่พูดตามหลังมาว่า พยายามเข้าละ ฉันพนันข้างเธอไว้จนหมดตัวเลย

ริวได้แต่ฝืนยิ้ม การที่เขาต้องมาพบกับชาง เฟยหู่ในรอบนี้ดูจะไม่เป็นเหตุบังเอิญแล้ว พอริวก้าวขึ้นเวทีเท่านั้น เสียงร้องเฮจากผู้เข้าสอบสนาม A ดังกึกก้องขึ้น ขณะที่เป็นแบบนั้น เสียงร้องตะโกนก็ดังขึ้นมาจากอีกฝั่งสนามเช่นเดียวกัน

ชายหนุ่มต่างโลกหันมองไปอีกฝั่ง ภาพที่เห็นคือชางกำลังก้าวขึ้นมาบนเวทีเช่นเดียวกับตน แต่ต่างกันตรงที่ชางก้าวขึ้นมาด้วยท่าทางองอาจ ดุจนักรบที่ชำนาญการศึกสงคราม  ชางรีบเดินเข้ามาหาริว

            ไม่คิดเลยว่า  โชคชะตาจะเล่นตลกแบบนี้ ฉันคิดว่ากว่าจะมีโอกาสได้สู้กับนายก็ต่อเมื่อเข้ามหาวิทยาลัยไปแล้ว ใครจะคิดว่าผ่านมาแค่ 1 วัน ฉันก็มีโอกาสได้สู้กับนายอีก ทั้งยังเป็นมวยคู่เอกของการประลองเวทในวันนี้อีกด้วย นายดูซิทุกคนที่อยู่ตรงนี้ นอกจากผู้เข้าสอบสนาม D และA แล้วยังมีผู้เข้าสอบจากสนามอื่นเข้ามาดูด้วยนะ ไหนจะบรรดาอาจารย์ต่างก็สนใจการประลองพวกเรากันทั้งนั้น  เหตุการณ์ตอนนี้มันช่างสุดยอด และน่าตื่นเต้นจริงๆ

            อืม ริวตอบออกไปเพียงเท่านั้น

            ชางขมวดคิ้ว พร้อมชี้หน้าของริว “นี่นายจะไม่พูดอะไรหน่อยหรือ? อย่างเช่นว่า ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกันนะ ทำนองนี้นะ

            อ้า คือ....ริวที่กำลังจะพูดแก้ตัว เขาก็นึกถึงคำพูดของน้องสาวขึ้นมาได้ ชายหนุ่มจึงรีบปิดปากและส่ายหน้าเป็นการปฏิเสธที่จะกล่าวต่อทันที

            ชางจ้องมองริวด้วยสายตาแข็งกร้าว เสียงอันโกรธเกรี้ยวดังขึ้นว่านี้นายกำลังดูถูกฉันอยู่นะ ถ้านายไม่ยอมพูดอะไรอีก นายกับฉันมีเรื่องกันแน่

            เออ ...

ริวพูดออกมาตามที่เทียน่าสอน แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นผลเลย เขาจึงจำเป็นต้องหันหลังเดินกลับไปที่วงกลมอย่างช่วยไม่ได้ ชางโกรธจนแทบควันออกหู ขณะที่เขาจะตะโกนด่าออกมา ใครบางคนปรากฏขึ้นระหว่างริวและชาง คนที่ปรากฏออกมานี้ก็เป็นชายกลางคนในชุดจอมเวทสีขาว ถือไม้เท้าจอมเวทสีขาวล้วน ราวกับเขาคือเมอลิน พ่อมดที่เคยปรากฏในภาพยนตร์ ไม่ก็หนังสือการ์ตูนที่ชายหนุ่มเคยอ่าน ชายกลางมองมาที่ริว ก่อนจะหันกลับไปมองชาง

ยินดีที่ได้รู้จัก ฉัน แกรน เมอลิน ที่ 3 เป็นผู้อำนวยการของมหาวิทยาลัยแห่งนี้  และฉันจะมาเป็นกรรมการพิเศษให้กับพวกเธอ”

คำพูดของชายแก่ทำเอาคนทั้งสนามเงียบไปพร้อมกัน “พวกเธอทั้งสองคนคงพอรู้แล้วนะว่า การประลองของพวกเธอต่างเป็นที่สนใจของผู้เข้าสอบแทบทุกคน โดยเฉพาะพวกเธอที่มีพลังเวทระดับแนวหน้าด้วยแล้วการประลองครั้งนี้จึงอาจจะเป็นอันตรายกับผู้เข้าสอบคนอื่นได้ ดังนั้นฉันจึงเสนอตัวมาเป็นกรรมการให้กับพวกเธอ ไม่ทราบว่าพวกเธอจะขัดข้องอะไรหรือไม่

ผมไม่มีครับ” เสียงของชางดังขึ้นมาทันที

ริวทำแค่ส่ายหน้าเป็นคำตอบ เขาไม่ได้พูดอะไรออกมาตามที่น้องสาวสั่งทุกประการ ผู้อำนวยการมองท่าทางของชายหนุ่มอย่างชื่นชม

หึๆ สมกับเป็นสายเลือดของมังกรฟ้าเซริวจริงๆ เน้น การกระทำมากกว่าคำพูดซินะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 224 ครั้ง

56 ความคิดเห็น

  1. #7540 kookiooo (@kookiooo) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 กันยายน 2560 / 18:19
    กุเหนื่อยกับผู้คนรอบข้างพระเอกมากกว่า ท่าความคิดจะขนาดนี้
    #7540
    0
  2. #7438 manudgift (@manudgift) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 เมษายน 2560 / 23:36
    เหนื่อยกับพระเอกอะ5555555555
    #7438
    0
  3. #7421 sovy1212312121 (@sovy1212312121) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 เมษายน 2560 / 19:02
    -ก็ซื่อเกิ๊น555555555
    #7421
    0
  4. #6788 ไอซ์ น้ำแข็ง (@icekun) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2559 / 20:08
    รออยู่นะ
    #6788
    0
  5. #6418 Harm. (@tanzanaza) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 กันยายน 2558 / 20:46
    โอ๊ยยย คนอื่นเข้าใจผิดตลอด 55555 ดวงสมพงศ์จริงๆริวเอ้ยยย
    #6418
    0
  6. #5888 pukluk (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2558 / 18:58
    โอ้ยยยตายย55555 ฮาเพราะความบังเอิญที่มันตรงพอดีนี่แหละ อะไรมันจะขนาดนั้น555555555
    #5888
    0
  7. #4923 Katana (@hiddenblade) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 กันยายน 2557 / 23:51
    ไม่ใช่ล่ะ 55555
    #4923
    0
  8. #4838 PureริKu (@puresk) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2557 / 10:54
    เหมือนพระเอกจะดูต๊องๆนะ
    ตอนหลังๆต้องโตขึ้นแน่เลย น่าติดตามมากๆครับ :)
    #4838
    0
  9. #4529 godgorge (@godgorge) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2557 / 13:48
    คนในริเดียแต่ละคนนี่ จินตนาการล้ำเลิศมาก 555+ 
    #4529
    0
  10. #4434 -~+*. JoHanNa.*+~- (@18239) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2557 / 05:34
    เกิดเป็นนายริว ชีวิตวุ่นวายดีแท้ ...เฮ่อ!
    #4434
    0
  11. #4191 PiLii (@pinepilins) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2557 / 10:37
    ฮ่าๆๆๆๆๆๆ ไหงมันมาลงเอยเอาแบบนี้ได้ วะ ฮะๆๆๆๆ ไม่แปลกใจเลยที่เรื่องนี้ไม่ใช่แนวออนไลน์แต่กลับขึ้นมาท้อปไฟฝได้ สุดๆ
    #4191
    0
  12. #3980 gene_pa (@pathaimas-p) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2557 / 13:20
    มันเป็นความเหมาะเจาะและเข้าใจผิดที่ฮามากกกก
    #3980
    0
  13. #3940 แสงรัตติกาล (@prang9210) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2557 / 01:05
    เอิ่ม คือทุกอย่างมันเข้ากับการกระทำของริวเท่านั้น ริวไม่ผิด
    #3940
    0
  14. #3663 Kuroko Tetsuya_kun (@phingpin) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2557 / 17:45
    เอิ่ม เข้าใจผิดกันหมดแล้ว มันแค่ถูกสั่งห้ามพูดเองงงงงงงง
    #3663
    0
  15. #3501 FACOz (@flamino) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2557 / 13:19
    ริว ตลกอ่า 55
    #3501
    0
  16. #3310 Chatchai Wongcha-oom (@onkchad) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2557 / 13:54
    ขอบคุณค้าบ สนุกจริงๆแหล่ะ
    #3310
    0
  17. #3176 Nunnally (@kuroyuri) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2557 / 17:55
    ชอบพระเอกแบบนี้จัง^^
    #3176
    0
  18. #2948 Nicerday (@nicerday) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2557 / 15:12
    เดี๋ยวนะที่จะไปสู้ก็สายเลือดซูซาคุด้วยนี่หว่า
    #2948
    0
  19. #2947 simplehappy (@simplehappy) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2557 / 15:10
    สู้ๆนะคะ รอตอนต่อไปค่ะ ริวไปว่าคนอื่นว่าแปลกแต่ไม่ดูตัวเองเลย
    #2947
    0
  20. #2910 จอมโจรปริศนา (@Red_kill) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2557 / 23:22
    อย่ามนง อย่ามโน นะจ๊ะทุกคนนน ตานี่มัน ก-า-ก มากกกกก ฮาๆๆ แต่เราชอบพระเอกแบบนี้จัง
    #2910
    0
  21. #2866 นายตัวร้าย (@aom084495) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2557 / 14:41
    ไม่พูดยิ่งทำให้โมโหหนักกว่าเก่าอีก
    #2866
    0
  22. #2746 นักเวทย์ปีศาจ (@alisia-w-) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2557 / 16:51
    คุณพี่ชายนี่น้องสอนมาดีสินะ =_=
    #2746
    0
  23. #2736 8lek (@8lek8) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2557 / 21:05
    น้องสอนมาดี พี่ทำตามทุกอย่างเลย  55555+
    #2736
    0
  24. #2720 The Loner (@deartears) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2557 / 20:55
    อืม อ้า เออ เอาเข้าไปพระเอกตรู พูดตามสคริปเปะ 55+
    #2720
    0
  25. #2424 JENNYHA (@jennyha) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2557 / 13:03
    คนละเรื่องล้าาา
    #2424
    0