รวมเผ่าก๊วนคน?ผ่าเหล่า

ตอนที่ 2 : บทที่ 1 แก้แล้ว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 49
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    25 ก.พ. 57



อีริค             


            บนดาดฟ้าเรือด้านหนึ่งของเรือโจรสลัดมิคาเอลได้ถูกนำไปใช้ในงานเลี้ยงฉลองกลับบ้านของเวเดน  แต่เจ้าตัวกลับไม่อยู่เสียได้  ในฐานะที่ข้าเป็นเพื่อนสนิทของอีกฝ่ายจึงถูกทุกคน  ลงมติให้ไปตามเจ้าตัวเล็กที่แสนจะขี้ใจน้อย  กลับไปในงานเลี้ยงของตน  "เวเดน เจ้ามัวแต่เหม่ออะไรไม่ทราบ  งานเลี้ยงต้อนรับกลับบ้านเริ่มแล้วนา  เจ้าเองก็ออกจากบ้านไปตั้งอาทิตย์   เจ้าของงานมาทำจ๋อยแบบนี้พวกข้าก็รู้สึกผิดแย่...." 


             เจ้าผมเงินหันมามองข้าแบบเหม่อๆก่อนที่จะรู้สึกตัวในที่สุด "เจ้าแค่ถูกพวกนั้นไล่ตะเพิดออกมาตามหาข้าอีกแล้วล่ะซิ  บอกไว้ก่อนว่าข้าเบื่องานเลี้ยงอะไรนั้นแล้ว  จัดอยู่ได้ทุกรอบ  ปีนึงจัดไปเป็นสิบๆรอบ  ไม่เบื่อกันมั้งหรือไงอีริค"



             คนพูดหันมาถอนหายใจใส่ข้าแบบเซ็งๆแต่มันก็จริงล่ะน้าาาตามความเห็นข้า  เจ้าพวกนั้นแค่อยากหาเรื่องจัดงานฉลองซะมากกว่า  แล้วมีอย่างที่ไหนให้เจ้าของงานเตรียมอาหารเองทั้งหมด  มันช่วยไม่ได้ดันมีแต่เจ้านั้นที่ทำอาหารออกมาแล้วกินได้อยู่คนเดียว  ก็กลุ่มชายล้วนนี่นะ  สมัยนี้เค้าไม่ฮิตหนุ่มหน้าตาดีที่ทำอาหารเก่งสักหน่อย...

"เจ้าว่าถ้าพวกเราหายไปเจ้าพวกนั้นจะตามมารึเปล่า"  นัยย์สีเขียวของผู้พูดบ่งบอกถึงแววตานึกสนุกขึ้นมาชัดเจนจนปิดไม่มิด

"ข้าว่าคงดีใจแทน เพราะตัวหารเหล้าน้อยลงมากกว่า  เห็นว่าคราวนี้ได้เหล้าน้ำผึ้งมาด้วยนิ"  ข้าออกความเห็นที่เป็นไปได้มากกว่าขึ้นมา

"อะไรน่ะ!!!เหล้าน้ำผึ้งนั้นมันของโปรดข้านิ เจ้าพวกนั้นกล้าจัดงานก่อนที่เจ้าของจะไปถึงงานไม่พอยังกล้าซ่อนเหล้าไว้อีกมากไปแล้ว"  ปากบอกว่าเบื่อ แต่พอพูดถึงเหล้าล่ะไวปานลิงเชียว

"ก็เจ้าบอกหนิว่าเบื่ออีกอย่างถึงเจ้าจะชอบเหล้าน้ำผึ้งนั้นมากแค่ไหนแต่ก็กินได้ไม่ถึงสามแก้วอยู่ดี เจ้าลืมรึปล่าวว่าตัวเองคออ่อนนะ"  ยังไงซะก็ยังจะอดเตือนอีกฝ่ายไม่ได้อยู่ดี

"รู้แล้วน่าเมาเมื่อไหร่พวกเจ้าก็แบกข้ากลับห้องเมื่อนั้นล่ะ"  เวเดนหันมากล่าวอีกครั้งก่อนจะเดินลิ่วๆไปหาแก้วเหล้าที่รออยู่ไม่ไกลนักโดยไม่รอคนมาตามสักนิด ให้มันได้อย่างนี้สิไอ้หมาขี้เหล้าเอ๊ยยยย


            
              "อีริคเจ้าช้ามาก  มาเร็วกัปตันกำลังแจกรางวัลสำหรับงานคราวนี้อยู่  กำไลอื้อเลยว่ะ"  ดิวกวักมือเรียกข้าทันทีที่เห็นข้าเดินเข้ามาร่วมวง  แบบไม่เร่งร้อนเท่ากับอีกคน  เจ้าค้างคาวมีปัญหานี่อยู่ไม่สุขเพราะขาดเลือด  หรือเพราะกินปลาย่างมากเกินไปกันแน่นะ  "กัปตัน!!นั้นมันปลาย่างข้า!!!ข้าบอกแล้วไงว่าปลาแซลมอนไว้กินทีหลังสุด!!!"  บางทีอาจจะทั้งสองอย่าง


             ข้าตัดใจคิดว่าเป็นเพราะอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้  ในเมื่ออีกฝ่ายท่าทางจะมีปัญหาเกินกว่าจะเรียกได้ว่า  เป็นเพียงเพราะอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น  "ดิวเจ้าไปเอาลำดับการกินปลาแบบนี้มาจากไหน  ข้าไม่เห็นว่ามันจะต่างกันเลยสักนิด!!!"  เสียงของกัปตันจอมตะกละดังขึ้นอย่างหงุดหงิดเมื่อถูกคน? บ้าปลาย่างสั่งสอนเรื่องการกินปลาอย่างถูกวิธี


           
              "นายว่าเจ้าค้างคาวเน่านั้นมันลืมกินเลือดรึปล่าว  วันนี้ดูๆไปคล้ายลิงมากกว่าเจย์ซะอีก"  เวเดนที่นั่งจิบเหล้าอยู่ข้างๆข้าเอ่ยพาดพิง  ไปกับอีกคนที่นั่งตาขวางอยู่ฝั่งตรงข้าม  เมื่อได้ยินเวเดนพูด ท่าทีเย็นชารักสงบและชอบอยู่คนเดียวขรึมๆนั้น  ออกจะไม่เหมือชาติกำเนิดเดิมของอีกฝ่ายเท่าไหร  แต่ก็เป็นคนดีใช้ได้  ตรงนั้นล่ะมั้งที่เจย์ดันไปโดนกัปตันบ้านั้นถูกใจเข้า  



              จนโดน "ลาก" ถูลู่ถูกังมาอยู่บนเรือนี่ "เจ้าไม่ควรพูดกับเจย์แบบนั้นเท่าไหร่ แต่ข้าว่าที่เจ้านั้นร่าเริงเกินเหตุ  น่าจะเพราะใกล้ถึงวันเพ็ญมากกว่า  เจ้าไม่รู้สึกเหรอได้ข่าวว่าเป็นญาติห่างๆกันหนิ"  ข้าพูดแก้แทนเจย์ที่ดูจะไม่อยากอ้าปากเท่าไหร่  พร้อมกับถามอีกฝ่ายที่ดูท่าจะไม่มีอาการมากมายอะไร  ทั้งๆที่ปรกติคงเต้นแข่งกับดิวไปแล้ว



             "เออถึงว่าช่วงนี้มันคันๆพิกล  ที่แท้ก็ใกล้ถึงเวลาแล้วนี่เอง แล้วก็เจ้าคงเข้าใจผิดข้าไม่ได้เป็นญาติกับค้างคาวเน่านั้น ขอบคุณมากถ้าเจ้าจะจำ"  เวเดนเอ่ยแก้ต่างพร้อมส่งเหล้าเข้าปากอีกอึกใหญ่ เจ้านี่คงไม่พ้นไปนอนขึ้นอืดที่ห้อง  ก่อนงานเลิกอีกตามเคย  คออ่อนเป็นบ้า  "ช่างเถอะยังไงซะคนที่ลากเอาเวเดนไปเก็บก็ไม่ใช่ข้าอยู่ดี" 


            ไม่ใช่ว่าใจร้ายกับเพื่อนหรอกนะ  แต่หน้าที่หลักมันเป็นของเจย์  ถึงเจ้าตัวจะถอนหายใจเหนื่อยๆ  แต่ก็เป็นคนดีพอที่จะมาเก็บศพเพื่อน  ที่นอนเมาอนาจเข้าไปเก็บเองทีล่ะคน(รวมถึงข้าด้วย) เจ้าตัวไม่ใช่คนชอบดื่มเท่าไหร่  ดังนั้นปรกติจึงจะแค่มานั่งอ่านหนังสืออยู่ข้างๆวงเหล้าเท่านั้น



              "เฮ้! อีริค ยาคราวนี้ไม่แรงไปเหรอ ที่ส่งให้นั้นน่าจะหลับไปเป็นวันเลยนาาา ไปเอามาจากต่อมพิษด้านไหนของตัวเจ้ากัน"  เวเดนหันมาถามข้า  ที่เริ่มจะยกมือขึ้นจิบเหล้าบ้างแล้ว  "ถ้าเจ้าจะเข้าใจผิด  ข้าแค่ปรุงพิษขึ้นมาถึงตัวข้าจะมีต่อมพิษอยู่จริงๆ  แต่ไม่ควรเอามาใช้เล่นแบบนี้หรอกนะ  เดี๋ยวได้ตายกันหมดพอดี  ส่วนเรื่องยาคราวนี้ข้าแค่เพื่อไว้ก่อน  เหมือนทางการจะเริ่มจับตาดูเราเป็นพิเศษ  อาจปะปนเข้ามาในเรือเพื่อสืบเรื่องเราก็ได้  เจ้าก็รู้ทั้งเรือลำนี้มีใครเปิดเผยตัวจริงได้บ้างล่ะ"



            ดูเหมือนว่าเจ้าหมาชิวาว่านั้นจะเข้าใจที่ข้าพยายามจะบอก  จึงแค่ยักไหล่ก้มลงดื่มเหล้าในมือจนหมดแก้ว  หลังจากนั้นสักพักเจ้าตัวจึงขอตัวไปนอนเอง  ช่างหาได้ยากจริงๆ!! งานคราวนี้คงไปมีเรื่องสะกิดแผลเก่าเจ้าตัวเข้า




                "ดูท่าเจ้าจะไม่ต้องไปแบกเวเดนไปนอนแล้วนะคืนนี้..  แต่ที่เหลือคงต้องฝากเจ้าแล้วล่ะเพื่อนยาก"  ข้าหันไปพูดกับเจย์เมื่อเห็นว่าเพื่อนคุยน้อยลงไปทุกที  ตามจำนวนแก้วเหล้าที่เพิ่มมากขึ้น  เจย์เงยหน้าขึ้นมายิ้มให้ข้าหนนึงราวกับจะบอกว่า "เชิญนายเมาได้เลยเพื่อนถ้าเจ้ายังไม่ตายข้าจะลากเจ้าไปโยนบนเปลเอง" 


              อย่างว่าล่ะนะถึงข้าจะบอกว่าเจ้านี่จะใจดีพาเข้าห้อง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะค่อยๆวางแล้วห่มผ้าให้อย่างเบามือเสียเมื่อไหร่  แรกๆอาจใจดีลากโยนไว้บนเตียง แต่พวกหลังจะแค่โยนเข้าห้องให้คลานไปหาเตียงเอง  ตามเวรตามกรรมแล้วแต่สภาพช่วงนั้นจะอำนวย



               "กัปตันเหล้าน้ำผึ้งหมดแล้วครับ ท่านอยากได้เหล้าองุ่นเพิ่มอีกหน่อยมั้ย"  เซน ลูกเรือเพียงคนเดียวที่น่าจะเป็น "คน" เพียงคนเดียวของเรือตะโกนถาม  มาจากอีกฟากของดาดฟ้าเรือ  ลมที่เริ่มจะแรงขึ้นในยามดึกไม่สามารถหยุดความเฮฮา  ของเหล่ามิคาเอลที่ยังคงฉลองต่อ  แม้ว่าเจ้าของงานจะขอตัวไปนอนนานแล้วก็  ดูท่างานนี้จะจัดขึ้นเพื่อหาเรื่องเมากันจริงๆนั้นล่ะ  แต่ก็ใช่ว่าจะเพิ่งได้รู้เสียเมื่อไหร่  เรื่องพวกนี้รู้กันมานานแล้ว อย่างพวกข้าคงต้องบอกว่าแค่มองตาก็รู้ใจ  และพอคิดดูอีกทีคำนี้มันน่าหยะแหยงหน่อยๆ  เมื่อมาใช้กับหนุ่มโฉดเต็มลำเรือ



               ข้ามองออกไปยังท้องฟ้ากลางดึก  ลมที่โชยมานั้นให้ความรู้สึกเคืองตานิดนัยน์สีแดงสดของข้า  จึงต้องกระพริบถี่ๆเพื่อไล่อาการเคืองตาออกไป  จมูกโด่งได้รูปสูดอากาศเจือกลิ่นน้ำทะเลเข้าปอด  อาการเมื่อยล้าตามกล้ามเนื้อเหมาะเจาะนั้นดูจะผ่อนคลายลงไปบ้าง   ตัวข้าที่จริงค่อนไปทางสูงถ้าเทียบกับเวเดน  แต่ก็ยังไม่มากนักเมื่อเทียบกับเจย์ (ถ้าเจย์ไม่มีกล้ามเนื้อแน่นๆนั้นจะทั้งลาก  ทั้งจับพวกเราโยนแบบสบายๆไปได้ยังไงล่ะ!!!)


                ผิวสีแทนของข้าไม่ได้เรียบเนียนอะไรนัก  แต่ก็ไม่ถึงกับหยาบ ตัวออกจะเย็นๆนิดๆก็แหงล่ะข้าเป็นงูหนิแถมด้วยลิ้มสองแฉกในปากที่มีริมฝีปากบางเฉียบนี่ด้วย  เผ่าพันธุ์ที่ข้าเคยอาศัยอยู่  ถูกเรียกว่าอสรพิษขาว   รูปลักษณ์แตกต่างกันไปตามความสามารถ



              เผ่าพันธุ์ของพวกเราไม่ใช่ความลับภายในเรือลำนี้   แต่ที่เป็นความลับคือที่มาก่อนที่จะถูกกัปตันหิ้วมามากกว่า  วันนี้คงเป็นอีกวันที่ต่างก็ได้ใช้ชีวิตตามใจตัวเอง  แน่นอนนี่ไม่ใช่อาชีพในฝัน  ตอนเด็กจะมีใครฝันอยากเป็นโจรกันบ้างล่ะ เรียกว่าจับพลัดจับพลูกันมาเป็นคงจะได้ ...  ไม่แน่คนที่ฝันอยากเป็นโจรสลัดอาจเป็นกัปตันจิ้งเหลนน้ำ (อย่างที่แวมไพร์บางตนชอบเรียก)


              เจ้าตัวคงจะเห็นเหล่าจอมโจรในตำนานล่องเรือผ่านมา  แล้วเกิดเลื่อมใสจนยกเอามาเป็นแบบอย่างก็เป็นได้  ถึงข้าจะไม่เคยได้ยินว่ามีโจรบ้าที่ไหนปล้นแต่คนโกง  นักล่าค่าหัว กับโจรด้วยกันเองก็มี (เดือนไหนไม่มีเจ้าพวกนี้โผล่มาคงได้กินแกลบ) อาจจะเหมือนก็ตรงที่ออกตามหาขุมทรัพย์บ้างบางคราวที่เจ้าตัวเกิดฮึดขึ้นมา


          
               ชื่นชม (ปนสังเวช) ชีวิตบนเรือมาได้สักพัก  โหลงเหลงกันไป  กินกันไป  มันก็มีหนังตาหย่อนกันบ้าง  ตอนนี้ก็ราวตีสามได้  จึงนอนกันเกลื่อนพื้นเลยทีเดียว "เฮ้เจย์ข้าว่าได้เวลาเจ้านับศพทหารแล้วล่ะพวก"  ข้าพยายามเงยหัวที่ใกล้หลับเต็มทนไปบอกเจย์ที่นั่งอ่านหนังสือไม่ไกลนัก เจย์หันมามองข้ายิ้มๆแล้วลุกขึ้นเดินมาทางร่างร่อแร่  ของกัปตันก่อนเป็นอันดับแรก


             หิ้วขึ้นบ่า กระชากตามติดมาด้วยดิวและข้า อีกข้างหิ้วคอเซนกับคู่แฝดเอลฟ์ เคเรส เดเรส เจ้าหิ้วพวกข้าพร้อมกันหมดไหวได้ไงนะ เจย์เริ่มต้นด้วยการโยนกัปตันเข้าห้องใหญ่เบาๆ ตามด้วยดิวที่เป็นรองกัปตัน  ข้าที่เป็นมือสังหาร  ตามไปติดๆเจย์โยนข้าดังตุ้บ!!! อ้ากกกกพอมาถึงคิวข้าเจย์มักจะเริ่มแรงขึ้นทุกทีเลยซิน่า เกือบจะทับเวเดนไปแล้ว!! ข้ากับเวเดนอยู้ห้องเดียวกันนะ



              ข้าได้ยินเสียงเซนที่ถูกโยนในห้องข้างๆดังอั้กเลยนะนั้น!!!  โหดชะมัด!!! เจย์เดินไปเปิดประตูอีกห้องโยนส่งสองแฝดเข้านอน (บนพื้น) แรงสุดเลยหนิ? แล้วกลับมาปิดประตูห้องเซน  (เซนกับเจย์จับฉลากได้ห้องเดียวกัน)  ดูท่าเคเรสกับเดเรสคงจะช้ำในน่าดู ตื่นมาหวังว่าเจ้าพวกนั้นจะไม่ถึงกับเดินไม่เป็นหรอกนะ


               ข้าขออวยพรให้พวกเจ้านอนสบายๆ (บนพื้น) ก็แล้วกัน สำหรับตอนนี้ข้าเองก็ขอตัวนอนก่อน ว่าแล้วก็ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปง อ้าาาพรุ่งนี้ใครจะมีใครเมาค้างกันบ้างมั้ยเนี้ยยยยย คงไม่มีข้ารวมอยู่ในนั้น(ล่ะมั้ง)


ราเฟส

              บรรยากาศยามเช้ามาพร้อมกลิ่นทะเลลอยมาเตะจมูกข้าเข้าอย่างจัง เช้าวันใหม่เริ่มต้นมาพร้อมกับอาการเมาค้างที่น่าชัง เมื่อคืนดื่มเยอะไปขนาดนั้นเชียว? ต้องเป็นเพราะเหล้าหมักที่กินต่อจากเหล้าองุ่นนั้นแน่ๆ!!! "ให้ตายซิปวดหัวชะมัด!!!"  ข้าตวาดขึ้นมาอย่างอดไม่อยู่เจ้าเซนบ้าใครใช้ให้มันเอาเหล้ามาให้กินขนาดนี้เนี่ย (ได้ข่าวว่าท่านสั่ง)  "ดิว...ดิวเจ้าบ้า!!!อ้ากกกก  ใครก็ได้เอายาแก้เมาค้างมาให้ข้าที....."  ในที่สุดข้าก็ทนต่อไปไม่ไหวต่อให้หมดหล่อ..เสียภาพลักษณ์กับตันก็ช่าง!!!! ข้าต้องการยาเดี๋ยวนี้!!



              ไม่นานนักหลังจากที่ข้าร้องครวญออกมา (จนตัวเองยังรำคาญ) เจย์หนุ่มผู้แสนดีและเงียบขรึม  ก็มาพร้อมกับยาแก้เมาค้างของอีริค และถ้าฟังไม่ผิดเจ้าของยาที่ว่าก็ร้องโวยวายอยู่ห้องฝั่งตรงข้ามเช่นกัน   ดูท่าเมื่อคืนเจ้านั้นคงกินเหล้าไปไม่มากไม่น้อยกว่าข้าเท่าไหร่....  "พวกท่านน่าจะรู้จักพอกันบ้าง หลังวันงานทีไรสภาพท่านแทบไม่ต่างจากจิ้งเหลนน้ำตากแห้งเท่าไหร่"  อ้า...ข้าโดนท่านพ่อประจำมิคาเอลเทศอีกล่ะน่าเบื่อจัง.. หืมมมมมมมมมว่าแต่  "เมื่อกี้เจ้าเรียกข้าว่าอะไรนะ"  ข้าถลึงตาใส่อีกฝ่ายทันทีที่สมองน้อยๆของข้าเริ่มทำงาน ใช่ว่าจะไม่รู้เรื่องชื่อเล่นที่แสนน่าชังนี่หรอกนะ




               แต่หัวหน้าที่ลูกน้องเคารพรักจะมีชื่อล้อ..เล่นๆบ้างก็ไม่เห็นแปลก  เจ้าพวกนั้นแค่อิจฉาข้าล่ะน่า  ซึ่งไม่ได้หมายความว่าจะยอมให้เรียกแบบนี้ต่อหน้าข้าได้ง่ายๆนะเฟ้ย "ท่านไม่ได้หูตึงจนต้องพูดซ้ำดื่มยาซะ  ข้ายังต้องไปดูเจ้าสองแฝดนั้นต่อ"  ว่าจบอีกฝ่ายก็โยนขวดยามาให้แล้วหันหลังเดินออกไป "ท่านพ่อ..." ข้าอดไม่ได้ที่จะเพ้อ จะหาลูกน้องที่เหมือนพ่อขนาดนี้ได้ที่ไหนกัน!!! ชวนมาอยู่ด้วยได้ทั้งลูกน้องแสนดี คุณพ่อช่างดูแล ผู้คุ้มกันฝีมือฉกาจ งมหาในมหาสมุทรนี่ให้ตายก็ไม่เจอหรอกเฟ้ย!! 



               "เจย์!!!เจ้าอย่าลืมบอกเวเดนต้มข้าวต้มใว้หม้อใหญ่ๆล่ะ ท้องข้าเริ่มร้องแล้ว!!!"ข้าก็ไม่ได้หิวบ่อยอะไรเท่าไหร่ แต่ไม่รู้งานจะเข้าตอนไหน พวกข้าดันไปสร้างศัตรูใว้เต็มน่านน้ำ ไม่รู้ว่าเจ้าบ้าพวกนั้นจะอยากตามมาแก้มือเมื่อไหร่ ถึงดิวจะบอกว่ามันเป็นแค่ความตะกละส่วนตัวของข้าก็ตาม "ถ้าข้าวต้มข้าพอทำไหวให้ข้าทำดีกว่า  อีกอย่างดูเหมือนว่าเวเดนจะยังไม่ฟื้นเลยน่ะ"  อ้ากกกกอย่าได้ริไปแตะห้องครัวเชียวนะพ่อคุณ ไอ้พลังช้างสารของเจ้ามันไม่ใช่ของดูเล่นสักนิด  และเพื่อสวัดดิภาพของห้องครัว  ข้าจึงต้องจำใจหิ้วท้องรอให้เจ้าพ่อครัวบ้านั้น  ตื่นขึ้นมาเอง


               "ข้าววววต้มหม้อใหญ่ของพวกเจ้าได้แล้วววว"  ในที่สุดเวเดนก็ต้องลากสังขารบางๆของเจ้าตัวลุกขึ้นทำข้าวต้มจนได้.... อย่ามองข้าแบบนั้นเชียวเวเดน  ข้ารู้ว่าเจ้าก็หิวไม่น้อยกว่าหรอก  ข้าไม่ได้กดดันเจ้าให้ตื่นขึ้นมาหรอกนะ? ข้าแค่เป็นห่วงที่เจ้าไม่ยอมตื่น จนเข้าไปปลุกบ่อยๆเท่านั้นเอ๊งงงงง "ท่านต้องเหลือให้คนอื่นด้วยล่ะ เพราะข้าจะไม่ตื่นขึ้นมาอีกจนกว่าจะเย็น"


             ว่าแล้วเจ้านั้นก็ซดข้าวต้มของตัวเองรวดเดียวหมดชาม  ก่อนเดินหันหลังกลับไปนอนต่อ  ข้าสงสัยว่าตกลงว่าเจ้านั้นได้เคี้ยวบ้างรึปล่าววะ  คิดอีกทีจะสนทำไมกันไปกินต่อดีกว่า "อ้าาาอร่อยอย่างเคยเจ้าว่างะ......อ้ากกกกกเจย์  เจ้ากินไปสองชามตั้งแต่เมื่อไหร่ เหลือไว้บ้างซิ!!!"  ข้ามองชามข้าวต้มในมืออีกฝ่ายตาละห้อย "โทษทีข้ากินเพลินไปหน่อย...ว่าแต่เมื่อกี้เวเดนว่าอะไรนะ"



                 ข้าไม่ควรลืมความจุของกระเพาะอาหารของเจย์เลยจริงๆ...  เพราะเจ้า  ข้าถึงได้กินข้าวต้มแค่สามชาม!!! สุดท้ายลูกเรือคนอื่นก็ตื่นขึ้นมากินข้าวเช้ากันทีละคนสองคน  (คนละชาม)  ด้วยยาของอีริคใบหน้าผีดิบของแต่ทุกคนถึงดูได้ขึ้นมาหน่อย  เรือลำใหญ่จึงกลับมามีชีวิตอีกครั้ง!!! ข้านึกภาพไม่ออกจริงๆถ้าไม่มีอีริคอยู่อาการเมาค้างแต่ล่ะครั้ง พวกข้าจะกลายเป็นซากกันแบบไหน 


               เพียงไม่กี่นาทีหลังจากที่ลูกเรือกลับมาพร้อมรบ ได้มีเสียงเรือรบแล่นเข้ามาหา ซึ่งดังอยู่ไม่ไกลเท่าไหร่แล้ว "เดเรสหันหัวเรือกลับเร็ว!!! เคเรสเจ้าดูทิศทางลม อย่าลืมเผ่นให้ไว ทหารเรือปลิงทะเลบ้านั้นมันมาอีกแล้ว เกาะไม่ปล่อยเลยจริงๆ!!!"




               "กัปตัน!!!ท่าจะแย่แล้วอ่ะ ไม่ทันแหงๆหัวโจกฝั่งนู้นมันแอบโดดขึ้นเรือเราทีเผลออีกแล้ว!!! แถมเซนยังโดนจับไปแล้วแนะ!!!" เอาอีกล่ะเผลอเป็นไม่ได้มาเยี่ยมตลอด คนเรามันต้องมีเวลาส่วนตัวกันมั้งเซ่....อีกอย่างจับเซนมาขู่ข้าคิดว่าข้ากลัวรึไง เซนมันลูกน้องเก่าเจ้าชัดๆเจ้าบ้านั้นไม่ใจร้ายกับเซนได้ลงคอแน่นอน

"อีธานนนนนน เจ้าจะเลิกจับเซนมาขู่ข้าสักทีเถอะ ทำยังกะโจรไปได้ฝ่ายข้าต่างหากที่เป็นโจร  เจ้ามันเป็นทหารเรือไม่ใช่รึไง!!!"

"ฟาเรสเจ้าเองก็เลิกหนีสักทีสิ  ยอมมอบตัวกับทางการมาช่วยงานทางนี้สบายกว่าเป็นไหนๆ"  อีธานยอมปล่อยเซนออกมาพร้อมถอนหายใจเหนื่อยๆ  ไม่ใช่แค่เจ้าหรอกที่เหนื่อยข้าก็เหนื่อย!!


" เฮ้ยๆข้าแค่ขโมยตัวเซนจากกองเรือเจ้ามาคนเดียว  ไหงจะมาจับข้ายกแก๊งง่ายๆล่ะ ทำผิดก็ไม่เคย  ช่วยจับโจรก็ออกบ่อย  หลักฐานก็หาให้พร้อม  เจ้าจะแค้นข้าอะไรนัก  บอกเจ้าไว้ก่อนเล๊ยยยยว่าเซนตามพวกข้ามาเองด้วยความเลื่อมใส"

"ไม่ใช่ว่าเจ้าทวงบุญคุณที่ช่วยเซนไว้หรอกเหรอ"  ชะ!!!เจ้านั้นมันรู้ได้ไงซ่อนตาทิพย์ไว้ส่วนไหนของเรือปล่าว?

"เจ้าไปเอาความคิดนั้นมาจากไหนกัน" งั้นก็ขอทำไม่รู้ไม่ชี้หน่อยล่ะกัน อย่าหวังว่าข้าจะจนมุมง่ายๆ

"พูดมากไปก็เท่านั้น อย่างข้ากับเจ้าแค่มองตายังเห็นลิ้นไก่! คำว่าเพื่อนของข้ากับเจ้าข้าไม่ได้คำนี้มาได้ง่ายๆหรอกนะ" เอิ่มนั้นมันสุภาษิตบ้านไหนกันนะ

"แล้วไงเจ้าจะจับเพื่อนกันง่ายๆแบบนี้?"เถียงไม่ออกเล่นบทงอนมันซะเลย!!!

"ข้าไม่ได้จับง่ายๆหรอกนะถ้าเจ้าไม่มีข้อหา  ตั้งตนเป็นโจรสลัดโดยมิชอบ  กับป่วนน่านน้ำในเขตของข้า!!!"  เอ้า!!!พูดกันตรงๆนะเพื่อน  ไม่ให้ป่วนเขตเจ้าจะให้ไปป่วนเขตไหน  ไปเขตอื่นก็โดนเป่าดับเอานะสิ!

"ข้าช่วยจัดระเบียบพื้นที่ต่างหาก สำนึกบุญคุณด้วยล่ะ"  ลอยหน้าลอยตาต่อไป...ดูสิเจ้าจะทำอะไรได้

"....."


                 โอ๊ะข้าคงเล่นแรงไปผู้กองอีธานที่น่าสงสารเพื่อนข้า ถึงได้กุมขมับซะน่าสงสารเชียว  แต่เพื่อนเจ้าน่าจะทำใจกับข้ามาตั้งนานแล้วหนิ  "เดือนเดียวมีคนร้องเรียนมายี่สิบกว่าเรื่อง ยี่สิบเรื่องแรกร้องเรียนถึงพวกเจ้า"  คร่ำครวญอีกแล้วไง  "โธ่ ไม่เอาน่าอีธานเจ้าก็รู้ว่าพวกนั้นไม่มีดีสักคน"  ข้าใจดีนะเนี่ยอุตส่าปลอบ 


              "ถ้าเจ้าจะไม่แค่ป่วนแต่โยนหลักฐานมาให้ข้า มีรึข้าจะปวดหัวแต่ล่ะคน  ขุนนางใหญ่กันทั้งนั้น!!  ขืนข้าทำเป็นไม่สนใจเจ้าพวกนั้นก็จับได้กันพอดี  ว่าข้าเกี่ยวข้องกับเจ้า" บ่นอีกล่ะนับวันเจ้าผู้กองบ้านี่ชักทำตัวน่าเบื่อ  ข้าจึงส่งสัญญาณให้เจย์เอาอีธานไปเก็บ?แทน


 
                หือ...เป็นเพื่อนกันแล้วหนีทำไมงั้นเหรอ...ละครน่าละคร  แบบว่าอีธานจะทำทีเป็นไล่ตามข้าแล้วลอบขึ้นเรือมาจับ (แต่เป้าหมายจริงๆเป็นการติดต่อสื่อสารกันมากกว่า) เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นทุกครั้ง  ที่เจ้าขุนนางใหญ่ออกมาโวยวายที่เสียผลประโยชน์ แค่ทำพอเป็นพิธีประมาณว่า  "ข้าทำแล้วนะแต่จับไม่ได้โทษที"  อะไรทำนองเนี่ย 


             หลังจากนั้นพวกข้าก็แลกเปลี่ยนข้อมูลหลักฐานกัน  แชร์ให้ได้รับประโยชน์ทั้งสองฝ่าย  ดังนั้นอีธานจึงได้มีความชอบด้านการจับขุนนางโฉด (ทั้งๆที่มีหน้าที่จับโจร) เป็นที่รักของประชาชนยิ่ง



                และก็ไม่ผิดเลยจริงๆถึงนายทหารเรือใหญ่จะบ่นนู่นนี่นั่นไปบ้างแต่ข้อมูลที่เอามาแลกคราวนี้ทำให้ทั้งครอบครัวของข้ายิ้มแก้มปริกันน่าดู "ดูท่าเราจะได้พักร้อนกันออกไปล่าขุมทรัพย์แล้วล่ะพวก..."


         ดีจ้าพอลลี่ค่ะเรียกไรเตอร์หรืออะไรก็ได้แล้วแต่ถนัด หายหน้าไปจากแนวแฟนซีพักใหญ่ คราวนี้มาพร้อมกับตัวละครชายล้วนนนน อยากลองแต่งแบบนี้มานานแล้วอะ หวังว่านักอ่านจะชอบกันนะ ไม่ต้องถามหรอกมั้งว่าใครไม่เต็มที่สุดในเรื่อง(มันเห็นกันอยู่!!!) มีเสียงแว่วมาว่าก็เรานี่แหละเอิ่มแหมก็รั่วนิดๆอะนะ ก็ขอฝากผลงานชิ้นนี้ที่ยืนยันว่าจบแน่ๆ กับทุกๆคนด้วยค่ะ และอย่าลืม


เม้นซีดีนะเมี๊ยวววว!!!



               

               



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

6 ความคิดเห็น

  1. #4 Sokenyo Chi-el (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2557 / 22:05
    เอ่อ คือ อ่านมานานแล้ว ตกลงคัยเปนตัวเอกของเรื่องค่ะ แล้วคัยเป็นคัย มีหน้าที่อะรัย มานงงน่ะค่ะ ขอโทษน่ะค่ะ ที่พูดแบบนี้ แต่เป็นกำลังใจให้น่ะค่ะ พยายามเข้า
    #4
    0
  2. #1 อย่าสนใจเลย (@pouppy) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 มกราคม 2557 / 13:09
    เนื้อเรื่องไปเรื่อยๆ แต่มึนเล็กหน่อย
    #1
    0