รวมเผ่าก๊วนคน?ผ่าเหล่า

ตอนที่ 4 : บทที่ 2 80 เปอเซ็นต์ แก้แล้วจ๊ะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 34
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    12 มี.ค. 57

ดิว


           "ขุมทรัพย์" หากพูดถึงมันใครบ้างไม่อยากได้ ฮ่ะ!! ข้าคนนึงแหละที่เห็นมันเป็นเพื่อนทุกข์เพื่อนยาก  หากเจ้าไม่มีเงินแล้วเจ้าจะเอาอะไรกินล่ะ  หรือพวกเจ้าอยากกินแกลบดู!!! ข้าว่ามันไม่น่าอร่อยเท่าปลาย่างเท่าไหร่  หลังจากอีธานเสนอข้อแลกเปลี่ยนระหว่างข่าวขุมทรัพย์ของจ้าวสมุทรแลกกับของหนีภาษีธรรมดาๆของขุนนางในเมือง  มันน่าจะเป็นข่าวดี..ถ้าไม่ใช่ว่าข่าวที่ได้มาครั้งก่อนเป็นข่าวปลอมที่นักแต่งนิทานตั้งขึ้นมาเอง!!!


"เจ้าคงไม่ได้เอาข่าวมั่วซั่วมาแลกอีกใช่มั้ย" ราเฟสยืนจ้องเขม็งไปที่อีกฝ่าย แน่ล่ะเป็นข้าคงเตะมันไปซักทีก่อนถาม

"เจ้าก็รู้ว่าข่าวแบบนี้มีจริงมีลวงกันบ้างก็ต้องพิสูจน์กันไป" อีธานตอบด้วยมาดกวนๆที่จะเห็นตอนทีเจ้าตัวอยากให้เห็น  ทำไมนะหรือ?  เจ้านั้นน่ะนะเจ้าเล่ห์นักเชียว  ข้างนอกทำตัวเป็นนายทหารผู้ซื่อตรงแสนจะเย็นชา  แต่กลับใช้ทุกทางแม้กลโกงชวนโมโห  เพื่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย  (ไม่งั้นเจ้านั้นคงไม่ร่วมมือกับเราหร๊อกกก)

"เจ้าคิดจะขายข่าว  ที่ไม่แม้แต่จะพิสูจน์ว่าได้จากใครยังไม่ได้ แลกข่าวกับพวกเรา?" ท่านกัปตันของพวกข้ายังดูเชิงอีกฝ่ายอยู่  พอพูดถึงสิ่งนั้นทีไร  พี่ท่านดูเปลี่ยนไปจนดูสมเป็นกัปตันอย่างไม่น่าให้อภัยทุกที  หวังว่าราเฟสคงไม่เก๊กขรึมค้างหรอกนะ  ข้ายังไม่อยากให้เรือเราเคร่งเครียด  ผิดประเพณีเฮฮาของเราเท่าไหร่

"ท่านพูดถูกกัปตัน เอ้าเจ้าหัวเขียวตรงนั้นน่ะ!!! เลิกพูกจาอ้อมคอมได้แล้วถ้าบอกไม่ได้ว่าข่าวมาจากไหน ก็ไปซะพวกข้าไม่ขาย!!"  ข้าเริ่มเข้าไปไล่อีกฝ่ายเพราะเห็นว่าถ้ายังตกลงกันต่อ  ท่านราเฟสที่เคารพรักยิ่งจะขายข่าวให้อีธาน  (แบบกัดฟันขาย)  แลกกับข่าวเน่าๆ  (ที่ไม่มีมูลความจริง)  เพื่อโอกาสไม่ถึงหนึ่งในสิบที่ข่าวนั้นจะเป็นข่าวจริง  หลังจากที่ลองสืบแล้วพบว่ามันปลอมเมื่อไหร่  พี่ท่านได้อารมณ์เสียไปอีกอาทิตย์แน่!!!

"ก็ไม่ใช่ว่าไม่รู้" อีธานกล่าวและยิ้มชวนหมั่นไส้ออกมาอีกล่ะ  เอ๊ะแต่เมื่อกี้เจ้านั้นว่าอะไรนะ!!

"เจ้า..เจ้าบอกว่า" กัปตันหนุ่มเอ่ยเสียงสั่น

"ใช่ข้ารู้ และมีโอกาสห้าในสิบว่ามันอาจเป็นข่าวจริง" ความเป็นไปได้สูงสุดเท่าที่เคยได้มาเลยแหะ  ทำเอาพวกข้าอึ้งทั้งลำเรือได้เลยทีเดียว!!

"เจ้า...เจ้าน่ารักที่สุดอีธาน" ราเฟสบ้านั้นน้ำตาไหลพรากๆด้วยความปลื้มปิติ อ่ะท่านกัปตันท่านทำอะไรน่ะ นั้นไม่สมกับที่ผู้ชายตัวโตๆจะทำกันสักนิด!! หยุดนะเจ้าบ้าเลิกกระโดดกอดเจ้านั้นเป็นปลิงน่ะ!!! พวกข้าไม่ยอมให้กัปตันทำชื่อ เสีย เข้าเรือไปมากกว่านี้เด็ดขาด

"ปล่อยราเฟส ก่อนที่เจ้าจะไม่มีแขนใว้เกาะชาวบ้านอีก" ท่านทหารเรือจอมเจ้าเล่ห์เอ่ยเสียงเย็น ข้าเข้าใจเจ้า ผู้ชายด้วยกันมากอดขนลุกเลยดิ

"อะไรกันเจ้า ข้าออกจะหน้าตาดี" ท่านกัปตันอารมณ์ดีขึ้นทันตา ดูได้จากปัญญาที่อ่อนตามอารมณ์

"เจ้าคงไม่ได้ส่องกระจกบ่อย"

"เป็นบุญเจ้านะที่ได้ข้ากอด"

"เจ้าคงไม่อยากรอดไปหาสมบัติ..." ช่วยเข้าเรื่องกันสักทีเถอะพ่อคุณ

"พวกเจ้าเลิกโต้คารมแล้วนั่งแลกข่าวกันดีๆได้แล้ว!!" อีริคโผล่ขึ้นมาขัดแล้วดีมาก!!!  ท่านพญางูเขียวข้าชอบเจ้าก็ตรงเนี้ย

"ดิวเจ้าเลิกนั่งดูเงียบๆแล้วมาออกความเห็นซะ" เวเดนที่นั่งอยู่อีกฝั่งเอ่ยแย้งขึ้นบ้าง เจ้าหมาพ่อครัว  นี้ถ้าเจ้าไม่พูดข้าคงลืมไปแล้วว่าเจ้าอยู่ด้วย  อ้าเหนื่อยจริงๆเมื่อคืนใช้พลังงานไปเยอะจนข้าที่มีฉายากระตือลือร้นเกินพอดีถึงกับนั่งเงียบเป็นเป่าสาก(ถึงความคิดจะไม่เงียบเท่าไหร่ก็เถอะ)

"ข้าก็กำลังจะออกไปนี่ไง เจ้าหมาเน่าเลิกสั่งข้าได้แล้ว!!!" ถึงอีกฝ่ายจะหวังดีนิดๆ แต่ข้าไม่อยากรับ!!!

"แล้วเจ้าไม่ออกไปให้ความเห็นตั้งแต่แรกล่ะ"  ยังจะถามอีก!!!เจ้ากล้าไปขัดจังหวะการพูดคุย?ของสองคนนั้นเกินหนึ่งครั้งเรอะ  รนหาที่ชัดๆ ข้าฉลาดพอที่จะไม่พูดจึงค้อนขวับไปให้แทน รอยยิ้มเยาะสบประมาทของเวเดนปรากฏขึ้นทันที

"จบเรื่องมาซัดกันซักรอบมั้ยเพื่อน?"

"ไม่ดีกว่าข้าเกรงใจ" งั้นก็อย่ามาหาเรื่องกันแต่แรกดิ!!!



            "ข่าวนี้ข้าได้มาจากตัวข้าเอง  ข้าเพิ่งค้นพบมันเมื่อเดือนที่แล้ว  ตอนที่ไปหาหนังสืออ่านในห้องสมุดเจ้านี่ก็ตกลงมาใส่ข้าพอดี"  พูดถึงตรงนี้อีธานจึงได้หยิบหนังสือเล่มหนึ่งมาวาง เอิ่มมมมอันที่จริงข้าว่ามันหนาจนเกินพอดีไปหน่อย "จากหน้าปกที่ดูมันแค่แผนที่เดินเรือธรรมดาๆเจ้าเอามาหลอกขายเรารึไง?"


             ข้าจับมันพลิกซ้ายพลิกขวาดู  กลับไม่พบว่ามันต่างจากหนังสือเดินเรือธรรมดายังไง   แล้วยื่นไปทางราเฟสที่นั่งสังเกตอยู่ไม่ไกล "ท่านดูสนใจมันเหลือเกินกัปตัน"  ข้าอดถามไม่ได้เมื่อพบกับประกายตาวาววับ และคำถามของข้าเรียกเสียงหัวเราะเบาๆให้กับอีธาน(น่าหมั่นใส้จริงหมอนี่!!!)


           "เจ้าคงไม่รู้ดิว แต่กัปตันของเราเพิ่งเคยจับหนังสือเดินเรือครั้งแรก"  อีริคช่วยชี้แจงให้ฟังเข้าใจล่ะ แต่เดี๋ยวก่อน....  อะไรนะ!!! เป็นไปได้ไงข้าเคยเห็นว่าราเฟสเดินเรือได้คล่องแค่ไหน? ตกลงเจ้าจิ้งเหลนน้ำนั้นเรียนวิธีเดินเรือมาจากไหนกันแน่!!!  "ตะ..ตกลงว่ากัปตันพาเราเดินเรือมาถูกทางได้ยังไงกันล่ะครับ" 


             ดีมากที่ถามเซน..เพราะข้าเองก็อยากรู้ยิ่งกว่าเจ้าเสียอีก  "เรื่องเดินเรือเป็นเพราะข้าเคยสอนให้ ส่วนเรื่องพิกัดหรือน่านน้ำข้าว่า.... น่าจะเป็นสัญชาตญาณล่ะมั้ง?"  คราวนี้เป็นทางอีธานที่ตอบ  โอ้ไม่นะ!!!พวกข้าอยู่มาได้ยังไงโดยพึ่งแค่สัญชาตญาณของกัปตันไร้การศึกษา แต่คงเป็นเพราะข้าแทบจะตาเหลือกออกมาจากเบ้าเข้าทุกที ราเฟสจึงเอ่ยปลอบใจกับคำที่ข้าว่ามันชวนระเหี่ยใจสิ้นดี!!!


         "เอาน่า..มันจะเป็นไรไปล่ะในเมื่อเจ้าก็มาถึงจุดหมายด้วยดีมาตลอด  หมายความว่าสัญชาตญาณของข้าใช้ได้ผลยังไงล่ะ!!!"  ข้อสงสัยของอีธานได้รับการยืนยันแล้ว!! เอาล่ะข้าควรปลงซะแล้วหันมาคิดว่าจะสอนกัปตัน  ให้เดินเรืออย่างถูกวิธีโดยไม่พึ่งแค่ความรู้สึกได้ยังไง?  "ถ้าข้ายอมเสียสละปลาย่างสุดที่รักของข้า ท่านจะยอมเรียนมันมั้ย"  ข้าลองถามดู "แล้วเจ้าคิดว่าคนทั้งลำเรือชอบปลาย่างเหมือนเจ้ารึไง?"  ท่านพูดถูกกัปตัน


          
ราเฟส


             "เลิกสนใจวิธีการเดินเรือของข้าเถอะดิวในเมื่อข้านำเจ้ามาถูกได้ตลอด ข้าก็ไม่เห็นว่ามันจะแย่ตรงไหน"  ข้าพูดขึ้นเพื่อตัวบทเจ้ารองกัปตันงี่เง่าสมองมีปัญหานั้น เอาเข้าจริงๆถ้าแผนที่หายความสามารถในการเดา (มั่ว) เส้นทางของข้าก็นับว่ามีประโยชน์อยู่มากโขเลยทีเดียว เมื่อข้าเห็นว่าดิวหุบปากสนิทแล้วแม้จะมองมาด้วยสายตาไม่เป็นมิตรนัก แต่ข้ายินดีที่จะเมินมัน  แล้วหันมาเจรจากับอีธานอีกครั้ง 


            "ตกลงว่ามันยังไงเจ้าแผนที่ปริศนาเนี่ย....."  อีธานยิ้มออกมาเล็กน้อย  กับเสียงยานคางตามนิสัยเสียของข้า  ที่มักจะทำเมื่อตนเริ่มเบื่อ  "ตอนแรกข้าก็คิดแบบเจ้า มันก็น่าจะเป็นแต่หนังสือเดินเรือธรรมดา แต่ถ้าเจ้าลองเอาไปส่องกับแสงจันทร์...."



             สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าข้าเมื่อเจ้าทหารเรือนั้นเลื่อนหนังสือหน้าหนึ่งให้กระทบเข้ากับแสงจันทร์เพียงเล็กน้อย  แต่ตัวหนังสือกลับเกิดขึ้นมาจางๆลอยอยู่เหนือพื้นผิวของหนังสือ  ราวกับร่ายเวทย์มน  นั้นทำให้พวกข้าเหมือนถูกสะกด  เป็นกลอนที่ชวนคิดถึง....แต่กลับนึกไม่ออกราวกับโดนสั่งให้ลืมเลือน 


           ข้าสัมผัสได้จางๆเวทย์ของหนึ่งในเผ่าพันธุ์คู่อาฆาตของข้า เงือก... ในอดีตพวกข้าเคยบาดหมางกันมาก่อนและสาเหตุในการชิงดินแดนนั้นไม่ใช่สิ่งใดอื่น นั้นคือ ขุมทรัพย์ที่เจ้าสมุทรเผ่าพันธุ์ในอดีตกาลที่ถูกล่าจนเกลี้ยงเหลือทิ้งเอาใว้ (และนั้นทำให้เผ่าอื่นๆเริ่มเก็บตัวเงียบจากมนุษย์เพื่อความปลอดภัย)


             ชัยชนะเป็นของเผ่าเงือกเจ้าของดั่งเดิม  แต่ก็มีการแย่งชิงกันอยู่เนืองๆ จนราชาแห่งเงือกในยุคนั้น ฟิริเบีย ลำคาญจนทนไม่ไหวสั่งให้เอาไปซ่อนไกลออกไปจากเผ่าพันธุ์ทุกเผ่า  นอกจากทหารกล้าที่เสี่ยงตายเอาไปซ่อนแล้ว  แม้แต่ฟิริเบียก็ยังไม่รู้ที่อยู่ของมัน



        "เจ้าพูดถูกอีธาน นี้เป็นแผนที่ที่อาจจะจริง หรือกัปดักชวนหมั่นไส้ของพวกเงือก แต่ดูจากความเป็นไปได้ห้าสิบๆนี่ข้ายอมยกหนี้เก่าให้เจ้า" สมบัติเจ้าสมุทรใครว่าหาได้ง่ายๆ ข่าวนี่อาจจะเป็นความจริงสูงสุดที่มีอยู่ตอนนี้แล้ว  มันก็มีค่ามากพอที่ข้าจะลืมความขุ่นเคืองเก่าก่อนได้



              เหล่าลูกน้องที่รอฟังอยู่นานเริ่มออกอาการไม่พอใจ "กัปตัน ยกหนี้ให้ทั้งหมดมันมากไปนะ!!!"ให้ตายซิดิว ยอมเงียบมาตั้งนานพูดมากอีกจนได้  เจ้านั้นจงเกลียดจงชังอีธานซะยังกะกลัวอีธานแย่งข้าไป  ยิ่งกว่าเด็กติดพ่ออีกนะเจ้านั้น "เงียบน่าดิวข้าเหนื่อย..ในเมื่อแลกข่าวเสร็จแล้วก็รีบๆกลับไปนอนซะ  ดึกแล้วแยกย้ายๆไม่ส่งนะว่ายกลับมายังไง  ก็ว่ายกลับไปเลย!!!"


           ข้าเอ่ยไล่แขกให้ว่ายน้ำตอนกลางคืน  กลับอย่างไร้เมตตา เชอะ!!ใครให้เจ้าเก่งกว่าหล่อกว่าฉลาดกว่าข้ากันล่ะ!!  ในเมื่อยศเดิมข้าสูงกว่าเจ้าไม่รู้เท่าไหร่  ถึงเจ้านั้นจะเป็นมนุษย์ธรรมดา? แต่ร่างกายแข็งแรงกว่าอีริคซะอีก เจ้านี้ต้องกินดีหมีเป็นอาหารหลักแหงๆ


                อีธานจ้องข้าเขม็ง เฮอะหมอนั้นคงเดาความคิดข้าออก รู้แล้วน่าไม่ต้องจิกกัดทางสายตา เออข้ามันพาล แล้วไงใครสนขนาดดิวยังเข้าข้างข้าเล๊ยยยยยยย ถึงเซนจะทำหน้าอยากพายเรือไปส่งหัวหน้าเก่าก็ตาม ให้ตายซิเซนเจ้ามันพวกใครกันแน่ ทำแบบนี้ข้าเจ็บนะ!!!



              "กลับไปเลยอีธานเลิกจ้องลูกน้องข้าด้วยสายตาหวานซึ้งได้แล้ว!!!" ข้าออกปากไล่อีกครั้ง  "เจ้าแย่งข้ามาแท้ๆ" อะไรนะอีธานเจ้าบ่นอะไรพึมพัมๆ กลับ ไป เล๊ยยยยยย!!!  ดูเหมือนอีกฝ่ายทนถูกไล่ทางสายตาไม่ไหว  ยอมโดดน้ำว่ายกลับไปเองในที่สุด 


             
            เหมือนการเจรจาครั้งนี้จะเป็นไปได้ด้วยดี  คนเราก็เงี้ยช่วยไม่ได้นะดวงกำลังขึ้น  ว่าแล้วข้าก็จัดการเก็บหนังสือลึกลับเล่มนั้น  ใส่หีบสมบัติใต้ท้องเรืออย่างอารมณ์ดี  รอให้เจ้าเซนทำใจจากหัวหน้าเก่าได้เมื่อไหร่  ค่อยให้เอาไปแปลล่ะกัน  คนที่ฉลาดเรื่องไขรหัสลับไม่มีใครเกินเจ้านั้นสักคน 


             "หิวชะมัด เฮ้ยย!!!เวเดนฟื้นรึยัง พวกเจ้าไปตามเจ้าคนครัวขี้เซาซะไม่งั้นข้าจะกินเซนเป็นอาหารหลัก...กับปลาย่างของเจ้าด้วยดิว" เท่าล่ะสิ้นเสียงข้าไม่เท่าไหร่เจ้าพี่หวงน้องเจย์ และไอ้คนเห็นแก่กินดิวจึงรีบลุกขึ้นไปปลุกเวเดนอย่างไว ลากสังขารที่น่าสงสารของเจ้าชิวาว่าหนุ่มมาสังเวยกะเพาะของข้าได้ทันท่วงที


          เจย์กับเซนไม่ได้เป็นพี่น้องกันหรอก แต่ในสมัยที่ข้า เจย์  อีริค และอีธาน ยังทำตัวติดกันเป็นแฝดสี่อยู่นั้น  ก็ได้เผลอไปช่วยเจ้าเด็กม่อมแม่มคนนึงเข้า ใช่แล้วเซนนั้นล่ะเรื่องนั้นมันก็สิบปีมาแล้วเห็นจะได้ เจราลถูกชะตากับอีกฝ่ายทันทีกับแววตาใสซื่อนั้น จึงได้รับไว้เป็นน้องบุญธรรมรับดูแลอยู่ปีนึง จนมั่นใจว่าดูแลตัวเองได้แล้วจึงปล่อยไป



              แต่ไม่รู้ไปทำอีท่าไหนเจ้าเด็กนั้นกลับชื่นชมอีธานซะงั้น ห้าปีต่อมาอีธานแยกตัวออกไปเข้าสังกัดกับทหารเรือ  พวกข้าก็ยังหาสมาชิกเพิ่มเรื่อยๆ  จนมาได้ข่าวในสองปีให้หลังว่าเจ้าเซนเดินตามรอยเท้าอีธาน  เข้าไปเป็นทหารเรือเช่นกัน  เด็กหนอเด็กเข้าไปด้วยความชื่นชมที่ราวกับภาพลวงตาสุดท้ายอยู่ไม่ได้ พวกข้าจึงรับใว้ดูแลต่อ


"ราเฟส!! ท่านไม่รู้จักระงับความอยากมั้งหรือไง ให้ข้านอนต่ออีกวันพวกเจ้าก็ไม่หิวตายซักหน่อย" หลังจากเวเดนโดนลาก(แอบกระชาก)ออกมาจากเตียงนอนแสนรัก สิ่งแรกที่เจ้าตัวทำกลับไม่ใช่ทำอาหารอย่างที่กัปตันหนุ่มเรียกร้อง แต่เป็นการแฉ่งอีกฝ่ายให้มีสำนึกกับคนป่วย ที่ดูยังไงก็แค่แอบอู้

"เจ้าแค่เมาค้าง ป่วยจริงรึก็ปล่าว ทำไมข้าต้องเห็นใจเจ้าด้วย" ข้าอธิบายอย่างเป็นเหตุเป็นผล? อย่างกัปตันที่ดีพึงกระทำ

"เจ้าจิ้งเหลนน้ำหางกุด!!!"หือเมื่อกี้เจ้าว่าอะไรน่ะ ข้าส่งสายตาไปถามอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน

"แค่ก!! ข้าหมายถึงท่านกัปตันสุดหล่อน่ะ โอเคงั้นนี่ก็ดึกมากแล้วเป็นข้าวต้มง่ายๆเป็นไง?" ข้าวต้มอีกแล้ว เวเดนเจ้าขี้เกียจทีไร  ไหงอาหารมันแปรรูปเป็นข้าวต้มทุกทีน่ะ

"ไม่ข้าจะกินเนื้อต้มมันฝรั่งกับไก่อบ!!!" 
           
"ท่านอยู่บนเรือมาเกือบเดือนแล้ว อย่าว่าแต่เนื้อเลย ของตากแห้งก็แทบจะไม่เหลือแล้ว! ถ้าอยากกินท่านก็ไปงมเนื้อในทะเลมาให้ข้าซิ"  ในทะเลมีเนื้อบ้านเจ้าซิ ช่างไม่ฉลาดเอาซะเลยเจ้าชิวาว่านี่

"ก็ได้  กินข้าวต้มก็ได้!! เคเรส เดเรสไปเมืองท่าที่ใกล้ที่สุดกัน ข้าอยากกินเนื้อ!!!" สองแฝดหนุ่มหันหน้ามามองข้าพร้อมรอยยิ้มหวานหยด

"ท่านกัปตัน เมืองท่าที่ใกล้ที่สุดถูกสึนามิถล่มไปเมื่ออาทิตย์ก่อน  ไม่มีเนื้อให้ท่านกินหรอกครับ"  เคเรสตอบข้ากลับมาอย่างสุภาพสมกับเป็นเอลฟ์แห่งพื้นดิน ขณะที่คนน้องแผ่รังสีน้ำแข็งมาแต่ไกล เดเรสถึงเจ้าจะเป็นเอลฟ์น้ำแข็ง แต่ไม่น่ามาปล่อยไอเย็นพร่ำเพรื่อเลยจริงๆ

"แล้วเมืองท่าที่พอจะไปได้อยู่อีกไกลแค่ไหน"  คราวนี้ข้าถามอย่างเป็นงานเป็นการจริงๆ

"อยู่อีกไม่ไกลประมาณเดือนครึ่งคงถึง ได้ข่าวว่าท่านอยากลองไปนานแล้ว"  อ้อที่นั้นนะเอง เมืองท่า เอดิเซีย เมืองท่าที่ขึ้นชื่อด้านความหลากหลายของสินค้าและข่าวสาร แต่เดี๋ยวนะ...เดือนครึ่ง!!!

"เจ้าจะบอกว่าข้าจะไม่ได้กินเนื้ออีกเดือนครึ่ง"

"ตามนั้น..."  คราวนี้เป็นคนน้องพูดขึ้นตัดบทคนพี่ เดเรส...ข้ารู้ว่านั้นนิสัยเจ้า แต่เจ้าไม่ควรเย็นชา  แม้แต่กับพี่ชายฝาแฝดของตัวเองกระมัง...

"เอาเถอะถ้ายังไงก็คงได้เวลาเตรียมตัวไปพอดี  รับคำสั่ง!!! เซนเจ้าต้องแกะบทกลอนในหนังสือให้ได้ในเดือนครึ่ง"  เซนค้อมหัวรับคำสั่งข้าเล็กน้อย อ้าเจ้าช่างเป็นเด็กดีแม้กับความเอาแต่ใจของข้าจริงๆ  เดือนครึ่งหากเป็นข้าคงทำไม่ได้แน่(เพราะโง่)

"เวเดนเจ้า เตรียมรายการเสบียงสำหรับสามเดือนไว้ด้วย ข้าว่าเราอาจต้องเดินทางกันไกล" หมาป่าหนุ่มยิ้มรับ ก่อนพยักน้อยๆเป็นการบอกว่าไม่มีปัญหา

"อีริค อย่าลืมยาแก้พิษ  ยารักษาโรคก็เตรียมให้ดี"  ฮึแบบนี้ข้าดูเคร่งขรึมสมเป็นหัวหน้ารึยังนะ

"เจย์อาวุธที่ต้องใช้อย่าลืมตรวจสภาพให้พร้อมรบ ส่วนดิวคอยเช็คและประสานงานให้กับทุกคน อย่าให้มีขาดล่ะ"  เตรียมพร้อมขนาดนี้ถึงหน่วยรบของอีธานบุกมาเองก็ยากแน่งานนี้!!!

"เคเรส เดเรสนำทางไปเลย" เมื่อคำสั่งสุดท้ายของข้าหลุดออกมา ดิวก็เกาหัวแกร่กก่อนพูดว่า

"อ้าาา อันที่จริงที่พวกเราเดินเรือถูกทางมาตลอด  คงเป็นเพราะความเก่งกาจของพี่น้องฝาแฝดในเรือละมั้ง"  โอ๊ะแน่นอนข้าเลือกมาเองกับมือ เพราะแบบนี้ไงข้าถึงไม่ต้องทำอะไรเองซักอย่าง รอนแรมหาลูกเรือมาหลายปีคุ้มจริงๆ  


             นับแต่วันที่ข้าออกคำสั่งล่องเรือไปยังเอดิเซีย ในที่สุดพวกข้าก็ออกจากน่าน้ำซีเวียที่คุ้นเคย และเดินหน้าไปยังทิศใต้ เหล่าลูกเรือในวันแรกก็ดูจะยุ่งกันหัวปั่นแต่พอผ่านไปเพียงวันเดียว  นอกจากเซนที่คร่ำเคร่งแกะความหมายภายในหนังสือ  กับเคเรสที่ต้องคอยดูทิศทางลม ทุกตัว?ก็ดูจะเอื่อยเฉื่อยจนเลยดี เอาเถอะนั้นอาจจะเพราะลูกเรือที่แสนเก่งกาจของข้าได้เตรียมพร้อมทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้วก็ได้ กัปตันยังไงลูกเรือก็อย่างนั้นแหล๊ะ

มีปัญหาเรื่องคอมที่บ้านช้าหน่อยเน้อ

ขออภัยในความล่าช้าค่ะ และดูเหมือนว่าบทของเซนเราจะไม่ถนัดเท่าไหร่ดังนั้นมีการเปลี่ยนไปใว้ตอนแถมพิเศษแทนค่ะและต่อจากนี้ ก็จะเป็นของกัปตันราเฟสเป็นตัวดำเนินเรื่องหลัก


แล้วจะรีบมาต่อเน้อ!!!

เม้นสักครั้งเพิ่มกำลังใจอีกหน
^w^v

ป.ล. บอกได้นะถ้าตรงไหนเขียนตก หรือผิด
ป.ล. อีกที ใครจะถามอะไรกดจิ้มจึ้กเข้ามุมตอบคำถามเน้อ จะไปตอบนอกตอนแต่ถามข้างนอกได้
เราแค่จะตอบแค่ในตอนตอบคำถามเท่านั้น



 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

6 ความคิดเห็น