
อันเนื่องมาจากว่าน้องสาวกำลังจะแต่งงานค่า เลยเกิดความเซ็งขึ้นมา เพราะว่าเป็นพี่สาวงัย แต่ดั๊นยังไม่แต่ง ... ใครๆ ก็ถามอยู่นั่นแหละว่าเมื่อไหร่จะแต่ง ทำไมไม่แต่ง แล้วมันเกี่ยวกะใครตรงไหนวะ ชั้นมีความสุขแบบไม่แต่งงานไม่ได้หรืองัย ... เซ็งง่ะ ไม่ได้เซ็งอย่างเดียวนะคะ แต่ว่าเศร้าด้วย ไม่ได้เศร้าที่ไม่ได้แต่งงาน แต่เศร้าสงสารพ่อแม่ง่ะ ต้องมาตอบปัญหาไร้สาระของชาวบ้านนกกระจิบนกกระจาบ ... ตอนนี้อยากจะกรี๊ดง่ะค่า .... โอ๊ย แล้วแกเกี่ยวอะไรวะ มันหนักอะไรของใคร ... อ๊ากกกกกกกกกกกกกส์ ...
อีกอย่างที่อาการหนักมากมายคือการเตรียมงานแต่งเนี่ยแหละค่ะ ... เฮ้อ อะไรมันจะปานน๊าน จะมากมายไปไหนวะเนี่ย ทั้งน้องสาวจะเอาแบบนั้น แม่เปลี่ยนเป็นแบบโน้น พ่ออยากได้แบบนี้ Wedding บอกแบบนึง เจ้าบ่าวคิดอีกแบบนึง ... แว๊ก... จะเอายังไงก็เอาซะอย่างได้ไหมวะ ... คนช่วยทำรำคาญนะเฟ้ยเนี่ย
เลยให้มาคิดว่า ...
ทำไมเราต้องเปลืองตังค์เลี้ยงคนอื่น เก็บตังค์ไว้สร้างครอบครัวกันไหม
ทำไมต้องทนให้ใครๆ มาวิจารณ์โน่น นี่ นั่นในงานเรา รวมทั้งเรา แฟนเรา ญาติเรา อาหารที่เราเลี้ยง ... บลา บลา บลา บลา ... มันควรจะเป็นวันที่เรามีความสุข ไม่ใช่หรือไง???
ทำไม...
ทำไม...
ทำไม...
มีคำถามให้ทำไม... ทู๊กวัน...
แล้วนอกจากว่ามาตำน้ำพริกละลายแม่น้ำเพื่อประกาศให้คนรู้ว่าอ่ะนะ เรารักกันนะจ๊า เราจะอยู่ด้วยกันแล้วจ้า ... ไอ้การแต่งงานนี่มันมีอะไรดีบ้างไหมเนี่ย ทำไปทำไมวะ เอ๊ะหรือเราเป็นบ้า เป็นคนขี้รำคาญที่งี่เง่าไม่เอามนุษย์มนาวะ ถึงได้คิดแบบนี้
คิดไปคิดมาหรือว่าเราเป็นหมาป่า กินองุ่นไม่ได้ เลยว่าองุ่นเปรี้ยว ไม่มีแววว่าจะแต่งงานเลยพาลรำคาญคนอื่น ... ก็ม่ายน้าคนอื่นแต่งก็มีความสุขดีอยู่ เพื่อนก็เพิ่งจะแต่งไปอ่ะ ยังไปช่วยจัดงานอยู่เลย สงสัยเป็นเพราะงานเพื่อน งานคนอื่นเราไม่ต้องยุ่งด้วยมากขนาดนี้ ไม่ต้องอยู่ในสถานการณ์ที่เจ้าสาวคนงามปรึกกะพ่อเจ้าบ่าวสติเสื่อม... ขบคิดกันไปมาสามชาติเศษว่าจะเอาแนวไหนกันดีคะที่รักงัย (โปรดใช้วิจารณญานในการรับชม .. อิชั้นไม่ชอบน้องเขยว่างั้น... มันมาแย่งน้องสาวอิชั้นไป T_____T) แล้วก็ไม่มีใครมายุ่งกะเรา ถามปัญหาโง่ๆ โลกแตกกะเราด้วย ... เฮ้อ เกิดมาเป็นสัตว์สังคมนี่มันช่างน่าเบื่อ หนีไปอยู่ป่ากะแพนด้าซะดีไหมเนี่ย
การแต่งงานไม่ใช่คำตอบของทุกอย่างซะหน่อย ชีวิตของใครก็เป็นแบบของใคร ... เฮ้อ .. เฮ้อ ... เฮ้อ ใครมีคาถากันวีนมั่งเนี่ย วันงานอิชั้นตายแน่ จะทนให้คนถามได้ซักกี่คนไม่รู้นะ ก่อนจะตอบคำตอบสุดท้ายว่า ... "แต่งแล้วไง ไม่แต่งแล้วไง หนักอะไรพี่ค้า..."
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกส์ ............ 
ขอบคุณที่ทนอ่านนะคะ ช่วงนี้เซ็งเลยจิตป่วนไปหน่อยนะคะ... อ๊ากกกกกกกกกกกกกส์
เจ้าเบ็น
THE WEDDING BORER
ความคิดเห็น
ในความคิดหนูหนูว่า มนุษย์เป็นสัตว์สังคมค่ะ แต่ว่าพอคนเยอะเรื่องก็แยะตามมา
แต่พี่ขาใจเย็นๆนะคะ ทำใจค่ะ เวลาใครถามก็ท่องไว้ในใจพอค่า แต่อย่าหลุดออกมานะคะ เด๋ว
งานกร่อย ...... เรามีความสุขของเราใครจะทำมาย เหอ เหอ แต่ไงปอาจมีแต่ระทมก็ได้ (ว่าเข้าไปนั่น)
เอาท่อนแรกก่อน อันนี้กระแทกใจมาก ฮาาา
เพราะข้าพเจ้าก็เคยถูกถามแบบนี้เหมือนกัน!
อันว่ามนุษย์โลกนี้แปลกดีแท้ ตอนเล็ก ๆ มักถูกถามว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร พอเรียนจบเขาจะถามว่าจะทำงานอะไร แล้วต่อจากนั้น
ถ้าเป็นผู้ชายจะถูกถามว่าเมื่อไหร่บวช ผู้หญิงก็เมื่อไหร่แต่งงาน
เอิ๊ก ๆ สรุปคือพี่เบ็นทำใจเท้อ นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
\"โลกนี้มีคำถามที่ถูกกำหนดมาแล้ว\"
หรือถ้าคิดจะทำอะไรสักอย่างมีให้เลือก 3 ช้อยส์
1. ไม่ตอบอะไรเลย
2. ตอบว่าอ๋อ ไม่แต่งค่ะมีอะไรมั้ย
3. ถามกลับไปว่า ทำไมเหรอคะ ชีวิตมันต้องทำอะไรตามสเต็ปหมดหรือไง สลับตำแหน่งกันไม่ได้เลยเหรอ ทำไมต้องทำแบบนี้เสร็จแล้วต้องมาทำแบบนี้ หรือว่า เดี๋ยวถ้าแต่งแล้วจะถามอีกมั้ยคะว่าจะมีลูกเมื่อไหร่ (555+)
สรุปรวมได้ใจความว่า ทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะความสุข+ความรัก
เราไม่ได้เลี้ยงคนอื่นเพื่อคนอื่น แต่เลี้ยงคนอื่นเพื่อตัวเอง
ผู้หญิงส่วนใหญ่ฝันอยากมีงานแต่งงานในแบบของตัวเอง
น้องสาวพี่เบ็นก็คงเหมือนกัน ตอนนี้น้องสาวพี่เบ็นกำลังทำฝันของเขาอยู่ (เชื่อดิ่) ส่วนเจ้าบ่าว แหม คิดแง่ดีก็ว่าน่ารักนา ยุคนี้หาคนแต่งงานกันยากจะตาย นี่เขาทำถูกต้องตามประเพณีทู้กอย่างแถมใส่ใจจะเอาอย่างงั้นอย่างงี้ ในความเรื่องมากก็คือความใส่ใจไงพี่เบ็น
ส่วนคุณพ่อคุณแม่พี่ กับตัวพี่เอง ที่ปวดหัวอยู่นี่ก็เพราะความรักไง...รักน้องสาวของพี่
คนเราถ้าไม่ใส่ใจซะอย่าง ไม่รู้สึกอะไรหรอก ไม่ร้อนไม่หนาว ไม่ปวดหัวเพราะไม่ใช่เรื่องของฉัน!
แต่แอบขำ ประเด็นหลักเพราะคิดว่าถูกแย่งชิงน้องสาวแน่เลย ฮาาา
น้องพี่แต่งงานน้าาา ไม่ได้ถูกลักพาตัว แต่งแล้วก็มาหากันได้นี่นา
วนกลับมาอีกทีเรื่องมีคนเซ้าซี้ถามมาก ๆ
พี่เบ็น บางทีนะบางที ความสงบมันก็สยบความเคลื่อนไหวได้ เงียบไว้ เดี๋ยวเมื่อยเขาก็หยุดถามกันเองแต่ต้องนัดกันเงียบทั้งบ้านนะ ไม่งั้นเราเงียบก็แจ้นไปถามพ่อแม่อีก เหอๆ
ปล. ทำไมมันต้องกำหนดจำนวนอักษรทำให้ต้องโพสต์หลาย ๆ ครั้งด้วย(ฟระ)
งานเข้าค่ะแบบนี้
ฮิ ฮิ เรื่องแบบนี้น่าเบื่อจริงๆค่ะ และก็น่าสงสารแม่+ยายที่ต้องคอยตอบคำถาม
เหมือนคนถามเค้าไม่รู้จะคุยอะไร ก็เลยถามถึง อย่าคิดอะไรเลยค่ะ
อินเจอคนถามจนอินปลง
อินมีคาถากันอารมณ์เสียค่ะเวลาคนถามให้ได้ยินว่า
"ทำไมไม่มีแฟนล่ะ"...ตอบในใจ "เรื่องของฉัน"
"แต่งงานแล้วดีนะ"...ตอบในใจ "เรื่องของแก" 555
สบายใจดีค่ะ
แล้วเมื่อไหร่พี่สาวจะแต่งบ้างล่ะ
โอ๊ะๆๆๆ เห็นๆๆๆ เห็นคานลอยมาแต่ไกล
(คานทองซะด้วย)
>_____<
ปีที่แล้ว : หลังจากมีแฟนแก่ๆอยู่คนนึง พ่อก็ถามว่าเมื่อไหรจะแต่ง
ณ บัด นาว : กลับมาโสดเหมือนเดิม พ่อใหม่ก็บอกว่า ไม่ต้องแต่ง ไม่ต้องมีแฟนก็ได้ พ่อเลี้ยงด๊ายย (แล้วเมื่อก่อนจะถามทำไม 555)
ใหม่อยากจัดงานแต่งแบบเล็กๆเลี้ยงกันเองในครอบครัวกับเพื่อนสนิท เลี้ยงกันแบบ hi-end ไปเลย ไม่ต้องจัดงานเลี้ยงคนอื่นให้วุ่นวาย อิอิ แต่เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น 55
ปล. ยินดีกับน้องพี่เบ็นด้วยนะคะ omedetou~~~~!!
คุณเบ็นคะ เรื่องนี้ คนในอยากออก คนนอกอยากเข้าค่ะ แต่เข้าๆออกๆบ่อยๆ ก็ไม่ดีอีกแหละน่ะค่ะ แบบว่าเป็นแฟนชั่วนิจนิรันดร์จะดีที่สุดนะคะ รักได้แต่ไม่ครอบครอง รักน้อยๆแต่นานๆนะคะ
แต่ถ้าเจอคนถูกใจจริงๆ คุณเบ็นอาจจะขอแต่งวันนี้ พรุ่งนี้ก็ได้นะคะ อิอิ
คุณเบ็นคะ เรื่องนี้ คนในอยากออก คนนอกอยากเข้าค่ะ แต่เข้าๆออกๆบ่อยๆ ก็ไม่ดีอีกแหละน่ะค่ะ แบบว่าเป็นแฟนชั่วนิจนิรันดร์จะดีที่สุดนะคะ รักได้แต่ไม่ครอบครอง รักน้อยๆแต่นานๆนะคะ
แต่ถ้าเจอคนถูกใจจริงๆ คุณเบ็นอาจจะขอแต่งวันนี้ พรุ่งนี้ก็ได้นะคะ อิอิ
ส่วนคนโสดอย่างพวกเราก็เจอว่า เมื่อไรจะมีแฟน ตอบจนขี้เกียจจะตอบ ทามมายฟะ เป็นโสดแล้วมันผิดตรงไหนหรือฟะ
แต่เรื่องนี้ดีหน่อยว่า พ่อ แม่ เค้าไม่สนใจเท่าไร คนนอกมากกว่าจะพูด
น้องนวลจ๊ะ ... พี่เบ็นก็ท่องอยู่จ้า แต่มันจะน้อตหลุดง่ายๆ เพราะเป็นคนจุดเดือดต่ำมากมายนี่แหละ ... ช่วงนี้พี่ก็พยายามจะไม่เอาหู ตา และปากไปบ้านแม่เนี่ยแหละ .. เฮ้อ ...
คุณอัคนี... ขอบคุณค่ะสำหรับความเห็นดีๆ เจ้าเบ็นสุดแสนจะเห็นด้วยง่ะค่ะ รู้สึกดีจังเวลาที่คุณอัคนีบอกว่า ... อันว่าทุกอย่างเกิดจากความรัก ... ช่างเป็นความคิดที่วิเศษจังนะคะ แต่ว่าบางทีมันก็รำคาญใจง่ะค่ะ ตอนนี้พยายามจะเป็นคนดีและให้ความรักนำทางอยู่ค่ะ (แต่ก็ไม่รู้ว่าจะรอดไปถึงเมื่อไหร่ .. เฮ้อ..) ... พี่ง่ะนะพยายามจะสงบสยบความเคลื่อนไหวอยู่นี่แหละ แต่คนบางคนก็กระโหลกหนาเกินกว่าจะเข้าใจ ... วัยรุ่น (เมื่อหลายปีที่แล้ว) เซ็ง...
ไอ้เรื่องงานแต่งงานนี่ ... มันคงจะแล้วแต่กรณีของใครของคนนั้นง่ะจ้ะ บางทีการแต่งงานก็ไม่ได้เป็นคำตอบของทุกอย่าง และบางทีมันก็มีเงื่อนไขของแต่ละคู่ที่ไม่ลงตัวพอจะทำให้เกิดการแต่งงานขึ้นได้ ... พี่เชื่อในความรักนะคะ และเมื่อเรามั่นคงในรัก ในกันและกัน บางทีเราก็ได้แต่หวังว่ามันจะเพียงพอค่ะ ...
คุณ Eve จ๊ะ ... คานไม่กลัวนะ กลัว (ปาก) คน ... เซ็งจิต ....
น้องใหม่ ... 555 เนอะ นี่เป็น step ของพ่อแม่เลยนะเนี่ย ของพี่ก็เหมือนกันตอนเรียนนี่หวงมากมาย พอจบมาไม่มีแฟนเริ่มมาถามว่าเมื่อไหร่จะมีเนี่ย แต่ของพี่ไม่มีใครกล้ามาถามเรื่องแต่ง (แบบว่าพี่เป็นใหญ่ในครอบครัวว่างั้น ... ไม่มีใครกล้าหือ 5555 ... ม่ะช่าย แต่ว่าเค้าคงเห็นว่าไม่ได้เหลวไหลอะไรน่ะจ้ะ) เรื่องงานแต่งงานถ้ามันเล็กๆ ได้พี่ก็คงจะชิลล์ๆ ง่ะนะ แต่ว่า.. บ้านพี่เนี่ยญาติมหาศาล ไหนจะเพื่อนพ่อ ก๊วนแม่ .. โฮ้ย... เรื่องแยะ ... ม่ะไหว...
ฟีน่า ... ก็นะ พี่ก็เซ็งไอ้คนนอกเนี่ยแหละ