พิษรัก | ดวงใจ [YAOI][BL]

ตอนที่ 3 : พิษรักดวงใจ : 3 : ถูกกำหนด 60%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 38
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    16 ต.ค. 57

พิษรักYดวงใจ

ตอนที่ 3 ถูกกำหนด

 

หลังจากว่าที่นายหญิงคนงามแต่งองค์ทรงเครื่องเรียบร้อย  ร่างบางก็เอาแต่จ้องใบหน้าของชายหนุ่มที่ถือวิสาสะนั่งลงบนเตียงนุ่มอย่างหวาดระแวง  ใบหน้าคมคร้ามแดดนิดๆชวนหลงใหล  ทำเอาร่างบางจ้องอยู่เสียนานเพราะใบหน้าที่งดงามนั้น  ให้ความรู้สึกคุ้นอย่างประหลาด

ท่าน..จะบอกข้าได้หรือยัง?  ว่าท่านเป็นใครกัน

..เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้หรอก  แค่เดินตามข้ามาเท่านั้นก็พอเจ๋ออี้บอกก่อนจะลุกตัวออกจากฟูกนุ่มแต่เดินออกไปข้างนอกอย่างไม่คิดจะรอบุตรชายตระกูลหยางแม้แต่นิด

เข้ามาห้องของข้าแต่กลับไม่บอกชื่อเสียงเรียงนาม ชายผู้นี้จะให้ข้าไว้ใจเดินไปด้วยได้อย่างไรกัน  จื่อหลิงได้แต่คิดอยู่ในใจ

เจ้ามัวรีรออะไรกัน! เดินตามข้ามาสิ!”สิ้นสุรเสียงที่ดูเหมือนกำลังดุเด็กน้อยที่ไม่ทำตามคำสั่ง  ทำเอาจื่อหลิงสะดุ้งตัวขึ้นมาเล็กน้อย  ก่อนจะลุกขึ้นอย่างลังเลแต่ก็ยอมเดินตามแผ่นหลังกว้างที่เดินนำไปก่อนหน้านี้แล้ว

และเมื่อถึงห้องอาหารเหล่าข้าราชบริพารก็ต่างมองทั้งอยู่ด้วยความสนใจ  รวมถึงผู้เป็นบิดาอย่างหลินโป๋หนาน  โดยที่ข้างกายมีข้ารับใช้ของคุณหนูจื่อหลิงอยู่ด้วย  ทำเอาคิ้วเรียวขมวดกันเป็นปม  ร่างบางเดินเข้ามาและนั่งทางด้านซ้ายของหลินโป๋หนาน  โดยที่ชายหนุ่มแปลกหน้าที่ว่าก็นั่งลงบนเก้าอี้อีกฝั่งนึงเช่นกัน 

ทำไมชายผู้นี้ถึงนั่งข้างท่านโป๋หนานกัน อ๊ะ!! ข้านึกออกแล้วใบหน้าแบบนี้....ท่านชายที่เจอในตลาดหนิ!!! ร่างระหงส์เพิ่งนึกออก  หลังจากถามคนตัวสูงอยู่หลายครั้งว่าเป็นใคร  แต่กลับไม่ได้คำตอบ

นี่บุตรชายข้า หลินเจ๋ออี้ ผู้ที่จะเป็นคู่ครองของเจ้า หยางจื่อหลิงเสียงทุ้มของผู้นำตระกูล  ดึงสติของร่างบางให้ตื่นจากภวังค์ทำเอาจื่อหลิงสะดุ้งเล็กน้อย

คู่...ครองของข้าโลกช่างกลมเสียจริงจื่อหลิงคิด

ใช่ และข้าก็ต้องขอโทษเจ้าด้วย  ที่เอาคนของเจ้ามาช่วยงานโดยไม่บอกกล่าวแบบนี้

“…”

กินเถอะ....เดี๋ยวมื้อค่ำที่ข้าเตรียมไว้จะเย็นเสียก่อนหลินโป๋หนานจบการสนทนาทั้งหมดและลงมือทานมื้อค่ำ  โดยที่คุณหนูคนงามก็เอาแต่นั่งนิ่งๆอยู่สักพักจนเฟิ่งต้องเอื้อมมือแตะไหล่บางเบาๆ

มื้อค่ำผ่านพ้นไปด้วยดี แต่ไร้การสนทนาของทั้งจื่อหลิงและเจ๋ออี้  ด้วยเป็นเพราะความตกใจปนสับสนเล็กน้อยของจื่อหลิงและความไม่พอใจของเจ๋ออี้ที่รู้ว่าคนตรงหน้าไม่ใช่หญิงถึงแม้นว่าจะงามสักเพียงใด....มันทำให้ชายหนุ่มไม่ชอบใจเอาเสียเลยที่ต้องมานั่งร่วมโต๊ะกันแบบนี้

.

.

ท่านชาย  ท่านเป็นอะไรกัน อารมณ์ท่านตอนนี้ดูจะเกรี้ยวกราดมากเลยนะขอรับอาเฟ่ยถามหลังกลับมาที่พัก

เจ้าไม่คิดว่ามันน่าหงุดหงิดมากหรือไร!! ที่ข้าต้องมาแต่งงานกับผู้ชายแบบนี้!!”

“…..ผู้ชาย  ใครหรือขอรับผู้ชาย?

จะใครเสียอีกเล่า! ก็........ร่างสูงทำท่าจะพูดออกไป  โดยที่ลืมว่ามีเพียงไม่กี่คนที่รู้ว่าหยางจื่อหลิงเป็นชาย

ก็......ใครหรือขอรับ

ก็...ไม่มีอะไรหรอกข้าแค่พูดไปอย่างนั้นแหละ  เจ้าก็รู้ว่าข้ายังไม่อยากมีคู่ครองคำตอบข้างๆคูๆของผู้เป็นนาย  ทำให้อาเฟ่ยตะหงิดใจเล็กน้อย  แต่ก็ไม่อยากเซ้าซี้อะไร

ได้แต่ขอตัวออกไปทำธุระข้างนอก

ท่านหญิงออกจะงดงามเพียงนั้น.....ทำไมท่านชายจึงไม่อยากสมรสกัน  ถ้าเป็นข้าก็ดีหรอก  แต่จะว่าไปแม่นางที่มากับท่านหญิงก็งามไม่ใช่น้อย.....Jอาเฟ่ยพูดออกมาตลอดทางหลังจากออกจาที่พักของผู้เป็นนาย  โดยที่ไม่ได้สังเกตเลยว่าจะมีผู้ใดได้ยินสิ่งที่ตนพูดรึเปล่า

เพราะข้าเป็นชายสินะ...หยางจื่อหลิงที่เดินออกมานอกที่พักพอดี  จึงได้ยินเข้าก็แอบรู้สึกน้อยใจนิดๆ  กับคำว่าไม่อยากสมรสทั้งๆที่ตอนแรกที่เจอกัน  ท่านชายออกจะใจดีขนาดนั้นแท้ๆ

30%
 

ร่างบางที่ได้ยินแบบนั้นก็ได้แต่หันหลังกลับไปยังทางที่เดินมาด้วยใบหน้าที่ติดจะเศร้าเล็กน้อย  จื่อหลิงเดินไปเรื่อยๆจนถึงสวนดอกไม้ก่อนหน้านี้  ซึ่งอยู่ใกล้ๆกันกับจวน

ท่านพ่อ...ข้าควรทำเช่นใดกันเล่า  ถึงจะรักษาสัญญาที่ท่านมีต่อตระกูลหลินได้  ทั้งๆที่ข้าก็เป็นชาย..และคงไม่มีชายใดที่คิดจะอยากได้ภรรยาเป็นชายเช่นกันหรอกร่างบางรำพึงรำพันกับตัวเองเบาๆ

จื่อหลิงได้แต่ทรุดตัวนั่งลงกับพื้นข้างๆสวนนั่น ชันเข้าขึ้นเล็กน้อยให้ใบหน้านวลได้ซบลง  นิ้วเรียวยาวยกขึ้นไล้กลีบกุหลาบอย่างแผ่วเบาด้วยความรู้สึกเศร้าใจ

 

พรึ่บ!

......ท่านโป๋หนานร่างบางเงยหน้ามองผู้ที่ส่งมาแพรผืนงามมาคลุมไหล่ให้ด้วยความตกใจเล็กน้อย

ค่ำแล้ว...เจ้ายังไม่กลับเข้าจวนอีกหรือ

ข้าแค่...อยากจะออกมาเชยชมดอกไม้อีกซักนิดจื่อหลิงได้แต่โป้ปดออกไป

งั้น...ทำไมเจ้าไม่เด็ดไปเสียสักดอกหล่ะหลินโป๋หนานพูดอกมาเมื่อมองไปยังร่างบางที่ไล้กลีบกุหลาบอย่างแผ่วเบา

สวนนี้เป็นของท่านชาย  ข้าไม่กล้าหรอกร่างบางเอ่ยออกมาโดยมิได้หันไปมองคนข้างหลังแต่อย่างใด

“…”

ชายวัยกลางคนไม่ได้พูดอะไรเพียงแต่เดินเข้าไปและเด็ดดอกไม้งามขึ้นมาหนึ่งดอกและก้มลงมามอบให้ว่าที่นายหญิงของบุตรชาย

รับไปสิ...พ่อเจ้าคงว่าข้า  หากเพียงดอกไม้ในสวนดอกเดียวข้าจะให้เจ้าไม่ได้ร่างบางได้ยินแบบนั้นก็ได้แต่เพียงยื่นมือออกไปรับดอกกุหลาบสีขาวสด และไม่ทันจะเอ่ยขอบคุณแต่อย่างใด  ชายวัยกลางคนก็เอ่ยขอตัวเข้าจวนไปเสียก่อน

หยางจื่อหลิงกดจมูกที่กลีบกุหลาบเบาๆอย่าเกรงว่ามันจะช้ำ  เพื่อดอมดมกลิ่นหอมของมัน  โดยไม่รู้ว่าการกระทำตั้งแต่เจ้าตัวทรุดกายนั่งลงกับพื้น  อยู่ในสายตาของหลินเจ๋ออี้ทั้งหมด

 

ตึกๆ ตึกๆ

ท่านยังไม่กลับจวนอีกหรือร่างบางเอ่ยขึ้นเมื่อใดยินฝีเท้าจากทางด้านหลัง  ที่ซึ่งคิดว่าเป็นหลินโป๋หลาน

“…”

 

ฟึ่บ!

ร่างสูงด้านหลังที่ยืนอยู่นานโดยไม่ตอบคำถาม  เพียงแต่เอื้อมมือมาหยิบดอกกุหลาบสีขาวออกจากมือร่างบาง  เป็นเหตุให้จื่อหลิงสะดุ้งเล็กน้อยและหันหน้ามาด้วยความไม่เข้าใจในการกระทำ  แต่ทว่าดวงตาสวยก็ต้องเบิกกว้างเพราะผู้ที่มาเยือนคราวนี้ไม่ใช่หลินโป๋หนานแต่เป็นหลินเจ๋ออี้ต่างหาก

...ท่านชาย......

สวนนี้เป็นของข้า...ใครอนุญาตให้เจ้าเด็ดดอกไม้ในสวนของข้ากัน!”ชายหนุ่มพูดออกมาด้วยน้ำเสียงดุดันทั้งๆที่รู้ว่าผู้เป็นพ่อเป็นคนเด็ดดอกไม้นี่มาให้จื่อหลิงก็ตาม

...ข้าไม่ได้....ร่างบางเตรียมจะเอ่ยปฏิเสธหากแต่ก็ไม่ทันเสียงดุดันนั่นที่แทรกเข้ามาก่อน

จะบอกว่าเจ้าไม่ได้เด็ดงั้นหรือ?......แล้วมันจะมาอยู่ในมือเจ้าได้อย่างไรกันรู้ทั้งรู้ว่าร่างบางไม่ผิด  หากแต่ความไม่พอใจกับการแต่งงานกับคนตรงหน้าครั้งนี้นั้นมีมากเสียจนเจ๋ออี้พูดออกไปแบบนั้น

...ข้าขอโทษหากจะเอ่ยแก้ต่างไปตอนนี้คงไม่มีผล    ร่างบางเลยได้แต่เอ่ยขอโทษออกมาอย่างแผ่วเบา

หึ...ข้าไม่ต้องการว่าเสร็จก็พลางหันหลังหมายจะกลับเข้าจวน  แต่ในขณะนั้นมือบางก็ฉุดรั้งชายชุดของเจ๋ออี้เอาไว้เพราะกุหลาบที่อยู่ในมือท่านชาย  เป็นเหตุให้การทรงตัวของชายหนุ่มเสียสมดุลจนหงายหลังลงมาทับกับคนตัวเล็กที่นั่งอยู่  จนล้มลงไปในสวนกุหลาบทั้งคู่โดยที่จมูกโด่งฝังลงที่แก้มนิ่มอย่างพอดิบพอดี   จนเจ๋ออี้เองก็เผลอสูดดมกลิ่นหอมที่พวงแก้มนิ่มนั่นอยู่นานจนรู้สึกเจ็บแปล๊บๆที่ข้อมือขึ้นมาจึงได้สติลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว  และเดินออกไปโดยไม่สนใจที่จะพยุงให้อีกคนลุกขึ้นแต่อย่างใด

...ไม่มีคำเอื้อนเอ่ยออกมา ร่างบางได้แต่มองกุหลาบน้อยช้ำๆก่อนจะหยิบมันขึ้นมาและลุกขึ้นปัดเศษดินเศษหญ้าตามตัวจนสัมผัสได้ว่าที่ฝ่ามือมีรอยเลือดซึมนิดๆ    แต่จื่อหลิงก็ไม่ได้สนใจแผลเล็กๆนั่นสักเท่าใด คนตัวเล็กหยิบผ้าผืนที่หลินโป๋หนานให้มา  ก่อนจะเดินเข้าไปในจวนของตัวเองด้วยดวงใจที่เต้นไม่เป็นระส่ำ  เพราะใบหน้าคมที่ฝังจมูกลงบนแก้ม...แถมยังสูดดมความหอมไปอีก

 

น่าอายยิ่งนัก...-///-

 

 60%
 

TALK : เรียกได้ว่าบ่ามีคนอ่าน T^T  แต่ไม่เป็นไรอัพต่อไปจนกว่าจะจบแล้วกันเน๊อะ-3- 

© themy  butter

10 ความคิดเห็น

  1. #8 Tukta (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2557 / 17:23
    มีเค้าอ่านอยู่นะ จุ๊ฟๆ
    #8
    0
  2. #6 IamIlean (@itirin) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2557 / 14:42
    จะบอกว่า หลงเข้ามา เฮ้ย ไม่ใช่ละ 555 ชอบค่ะชอบ จะคอยติดตามนะคะ หยางสู้ๆทนเจ็บปวดใจหน่อยนะลูก เดี๋ยวค่อยเอาคืนหลินกัน
    #6
    0