ตอนที่ 16 : เล่มที่1 ตอนที่16 ค่ายกลข้ามมิติ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17392
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 913 ครั้ง
    18 ก.ค. 61

        ในขั้นหลอมกายาจะทดสอบกันที่พรสวรรค์ความแข็งแกร่งทางกาย  มีคนหลายคนที่คิดว่าเมื่อพลังของตัวเองพอที่จะทะลวงขั้นพลังได้แล้ว พวกเขาเหล่านั้นก็จะรีบทะลวงขั้นพลังขึ้นไปในทันที

        ซึ่งนั่นทำให้ให้ยอดฝีมือรุ่นเก่าหลายคนได้แต่รู้สึกเสียดาย พวกเขาจึงได้แต่พร่ำสอนคนรุ่นถัดไปว่าจะต้องทะลวงพลังในขั้นหลอมกายาให้ถึงสมบูรณ์แบบเสียก่อนจึงจะทะลวงพลังเข้าสู่ขั้นถัดไป ไม่เช่นนั้นพวกเขาจะต้องเสียใจภายหลังอย่างแน่นอน

        เพราะในขั้นสถิตวิญญาณนั้นจะเป็นการปลุกพลังลึกลับที่แฝงอยู่ในร่าง พลังที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นนั้นจะแข็งแกร่งหรืออ่อนแอล้วนเกี่ยวพันกับขั้นหลอมกายาทั้งสิ้น หากไม่รีบร้อนทะลวงขั้นสถิตวิญญาณ ความสำเร็จในภายภาคหน้าก็จะยิ่งสัมฤทธิ์ผลล้ำเลิศ

        เฉิงเมี้ยวฝูขบริมฝีปากแดง นางกระพริบตาปริบๆพลางจ้องไปที่ใบหน้านิ่งเฉยของเขา ภายในใจของนางไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่เกิดขึ้น นางสัมผัสได้ถึงพลังที่แกร่งกล้าของเขา ก่อนจะเอ่ยเสียงเบาออกมา“เมื่อครู่ขอบใจนะ”

        ได้ยินดังนั้น เต้าหลิงก็มองไปที่นาง ใบหน้าละอ่อนมีรอยยิ้มที่อ่อนโยนผุดขึ้นมา “ไม่เป็นไร ”

         “เฮ้ พลังของเจ้าแข็งแกร่งมาก หรือว่าเจ้าทะลวงขั้นพลังแล้ว?” เฉิงเมี้ยวฝูกระชับฝ่ามือพลางถามขึ้น ถึงแม้ว่านางกับเต้าหลิงจะไม่รู้จักกัน ทว่าด้วยพลังของอีกฝ่ายในตอนนี้ทำนางรู้สึกประหลาดใจมาก

         “อีกไม่นาน” เต้าหลิงยักไหล่ เขาไม่รีบร้อนที่จะทะลวงขั้นพลังเท่าไหร่นัก

        เพียงได้ยินคำตอบเรียบเฉยของเด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า ภายในใจของเฉิงเมี้ยวฝูพลันรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย ทว่านางก็ยิ้มออกมาแล้วกล่าวว่า “ข้าก็อีกไม่นานเช่นกัน ด้วยพลังของเจ้าจะต้องเข้าสำนักซิงเฉินได้อย่างสบายๆแน่”

        ใบหน้าจองหองของเด็กหนุ่มชุดขาวมองไปยังกลุ่มคนที่โดนคลื่นพลังของเขาซัดถอยออกไป นัยน์ตาเย็นชาฉายประกายแสงออกมาอย่างดูหมิ่น ทว่าเมื่อเห็นสองคนในกลุ่มนั้นกำลังพูดคุยกัน เขาก็แค่นเสียงต่ำในลำคออย่างไม่พอใจ พร้อมกับหมุนเปลี่ยนคลื่นพลังปราณทั่วร่างซัดตรงไปยังเต้าหลิง

        แรงกดดันในกลุ่มคนเมื่อครู่ก็พลันหายไป ผู้คนโดยรอบต่างถอนหายใจด้วยความโล่งอก ภายในใจรู้สึกเคารพยำเกรงยอดฝีมือขั้นสถิตวิญญาณผู้นี้อยู่ไม่น้อย

        สีหน้าของรองเจ้าสำนักเถาคังหนิงดูไม่ดีเท่าไหร่นัก เมื่อสักครู่ที่สำนักเจียลั่วแสดงพลังอำนาจออกมาเพื่อข่มขวัญเหล่าศิษย์ของเขานั้น เป็นเรื่องที่ทำเกินไปจริงๆ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่คิดที่จะสอดมือเข้าไปยุ่ง เพราะถือว่านี่เป็นการประมือของชาวยุทธ์รุ่นเยาว์   

        เต้าหลิงสัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่หนักหน่วงประดุจภูผาพุ่งเข้ามา ลมเลือดทั่วร่างของเต้าหลิงพลันเดือดพล่าน กระดูกแต่ละส่วนต่างสั่นสะเทือน ทว่าภายใต้แรงกดดันที่ถาโถมเข้ามา เลือดลมของเขาแต่ละเส้นกลับถูกกลั่นหลอม อีกทั้งยังมีปราณบริสุทธิ์จำนวนไม่น้อยที่พุ่งเข้าไปภายในกล้ามเนื้อ

         ‘ภายในเลือดของสัตว์อสูรโบราณอุดุมไปด้วยพลังจำนวนมาก ไม่น่าเชื่อว่าวิธีนี้จะช่วยให้ข้าเค้นพลังออกมาได้’ เต้าหลิงขบคิดอยู่ในใจ เขาไม่อาจจะดูดซับพลังของเลือดอสูรกิเลนเสือดาวทั้งหมดได้ ส่วนที่เหลือได้ถูกฝังเอาไว้ตามกล้ามเนื้อของเขา ซึ่งตอนนี้มันได้ถูกบีบเค้นออกมาแล้ว

        ภายในลานพลันสงบลง ศิษย์สำนักชิงซานต่างมองไปที่เต้าหลิงด้วยความตกตะลึง ภายในใจเกิดความรู้สึกไม่อยากจะเชื่อขึ้นมา เจ้าขยะนี่สามารถทนแรงกดดันมหาศาลเช่นนี้ได้งั้นรึ นี่มันจะเป็นไปได้อย่างไร?

        ใบหน้าของเฉิงเมี้ยวฝูพลันซีดขาว นางสัมผัสได้ถึงระลอกคลื่นลูกใหญ่ที่อยู่ข้างๆร่างของเต้าหลิง หากไม่ระวังแล้วเดินเข้าไป คงจะได้รับบาดเจ็บหนักเป็นแน่ นางมองเต้าหลิงด้วยความชื่นชมขึ้นอีกระดับ เสือซ่อนเล็บเสียจริงๆ

        สีหน้าของเด็กหนุ่มชุดขาวดูไม่ดีเท่าไหร่นัก เขารู้สึกขายหน้าเป็นอย่างมาก เดิมทีเขาตั้งใจจะทำให้เต้าหลิงเป็นอัมพาตเสีย ทว่าไม่คิดเลยว่าเต้าหลิงจะสามารถต้านพลังของเขาได้

        สีหน้าของเถาคังหนิงกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ยิ่งมองดูเต้าหลิงเขาก็ยิ่งรู้สึกภูมิใจ ครั้งนี้เต้าหลิงกู้หน้าเขากลับมาได้ไม่น้อยเลย       

                

        ใบหน้าของหวังหลิ่งเย็นยะเยือกลง พลางระเบิดคลื่นพลังขนาดใหญ่ออกมาทั่วร่าง เขาพุ่งทะยานออกไปข้างหน้าทำเอามวลอากาศโดยรอบสั่นสะเทือน

        เมื่อเห็นคลื่นพลังพุ่งเข้ามาข้างหน้า เด็กหนุ่มชุดขาวก็พลันขมวดคิ้ว สายตาจ้องเขม็งไปที่หวังหลิ่ง เขาคิดไม่ถึงเลยว่าสำนักชิงซานยังมียอดฝีมืออยู่อีกคน อีกทั้งยังมีพลังทัดเทียมกับเขาเสียด้วย

         “เจ้าหวังหลิ่ง เมื่อครู่ทำนิ่งเงียบไม่ยอมลงมือ แต่มาตอนนี้กลับลงมือเสียได้” เฉิงเมี้ยวฝูกล่าวอย่างไม่พอใจนัก นางรู้ว่าหวังหลิ่งคิดอะไรอยู่ เขาก็แค่ทนไม่ได้ที่เห็นเต้าหลิงได้หน้าไปคนเดียว ดังนั้นจึงได้ออกตัวเพื่อที่จะดึงสายตาผู้อื่นให้จับจ้องไปแค่ตัวเองแต่เพียงผู้เดียว!

         “พอเถอะ หยุดได้แล้ว” หัวจื้อเฉิงกวัดแกว่งมือเชิงห้ามปราม เขารู้ดีว่าหวังหลิ่งนั้นเป็นคนของตระกูลหวัง แน่นอนตระกูลหวังไม่ใช่คนที่พวกเขาจะหาเรื่องด้วยได้ ดังนั้นหยุดแต่เพียงเท่านี้น่าจะดีกว่า

         “ได้ยินว่าเจ้าเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งสำนักชิงซานใช่หรือไม่? พอถึงสนามสอบค่อยวัดกันว่าใครเหนือกว่าใคร!” เด็กหนุ่มชุดขาวกล่าวด้วยใบหน้าโอหัง พลังทั่วร่างสลายหายไป ในสายตาเขาแล้วคนเหล่านี้ไม่ต่างอะไรกับลูกไก่ตัวน้อย

        เถาคังหนิงรู้สึกเป็นกังวลอย่างมาก เห็นได้ชัดว่าพลังของเด็กหนุ่มชุดขาวแข็งแกร่งกว่าหวังหลิ่งหลายเท่า หากเขาติอันดับหนึ่งในร้อยคนแรกจริง คงจะส่งผลกระทบต่อสำนักชิงซานอย่างใหญ่หลวงแน่    

        การสอบในครั้งนี้หากมีใครที่ทำอันดับได้ดี คงจะเป็นผลดีต่อสำนักชิงซานไม่น้อย ทว่าน่าเสียดายที่อับดับหนึ่งร้อยคนแรกนั้นยากเสียเหลือเกิน

         “เจ้าไม่เป็นไรนะ? ” เฉิงเมี่ยวฝู๋มองไปที่ต้าวหลิงแล้วกล่าวถามออกมา

         “ข้าไม่เป็นอะไร” เต้าหลิงส่ายหน้า ภายในอกพลันรู้สึกเสียดายอยู่ไม่น้อยหากว่าเขาได้แรงกดดันนานกว่านี้เสียหน่อยน่าจะดี

        เมื่อครู่เขาที่สามารถต้านทานพลังของเด็กหนุ่มชุดขาวได้ ทำให้สีหน้าของหวังย่าและหวังหลิ่งดูไม่ดีนัก พวกเขาทั้งสองมองหน้ากันก่อนที่หวังย่าจะกล่าวออกมาด้วยความสงสัย“หรือว่าไอ้ขยะนั่นจะทะลวงพลังถึงขั้นสถิตวิญญาณแล้ว?”

         “เป็นไปไม่ได้ เว้นเสียแต่ว่ามันจะมีผลผ่านจิตหรือโอสถเม็ดสถิตวิญญาณ” หวังหลิ่งส่ายหน้าอย่างมั่นใจ ของล้ำค่าทั้งสองสิ่งนี้หาได้ยากเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลผ่านจิต ส่วนโอสถเม็ดสถิตวิญญาณแม้แต่สถานะเขาเองก็ยังยากที่จะได้มา อย่าได้พูดถึงคนอย่างเต้าหลิงเลย

         “แต่มันสามารถต้านพลังของผู้ที่อยู่ในขั้นสถิตวิญญาณได้ ข้าว่าพลังของมันจะต้องแข็งแกร่งมากแน่” หวังย่ากล่าวด้วยใบหน้าขึงขัง

         “หึ แข็งแกร่งแล้วยังไง? ในกลุ่มการเข้าสอบในครั้งนี้ ยังมีพี่สองของข้าอยู่ ถึงตอนนั้นข้ากับพี่สองจะร่วมมือกันฆ่ามันซะ เพียงเท่านี้ก็จบเรื่องแล้ว” หวังหลิ่งไม่ได้สนใจเรื่องความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย ราวกับว่าสิ่งที่เขาทำก็แค่การเหยียบมดตัวหนึ่งให้ตายเท่านั้น

         “เช่นนั้นก็ดี ถึงตอนนั้นข้าล่ะอยากจะรู้นัก ว่ามันจะกล้าทำตัวจองหองอยู่อีกหรือไม่” หวังย่าพยักหน้าพลางกล่าวออกมาอย่างมีความสุข“ขอเพียงแต่ฆ่ามันได้ เรื่องของผลึกหินฟ้าก็จะหายไปพร้อมกับมัน!”

        ในขณะนั้นเองก็ปรากฏคนใหญ่คนโตของสำนักซิงเฉินเดินเข้ามา ผู้อาวุโสท่านหนึ่งกวาดตามองอย่างเรียบๆ ก่อนจะโบกสะบัดชายเสื้อเพื่อเป็นสัญญาณให้เดินตามเข้าไป จากนั้นเขาก็มุ่งหน้าไปที่คลังสมบัติ

         ‘คงจะไปใช้ค่ายกลข้ามมิติของคลังสมบัติเป็นแน่ แบบนั้นจึงจะยังเมืองชิงโจวได้’ เต้าหลิงคิดในใจเงียบๆ ระยะทางจากที่นี่ไปที่เมืองชิงโจวนั้นไกลมาก มีเพียงจะใช้ค่ายกลข้ามมิติเท่านั้นจึงจะไปถึงที่นั่นได้อย่างรวดเร็ว

        ทว่าค่ายกลข้ามมิติมิใช่สิ่งที่คนธรรมดาสามัญนึกอยากจะใช้ก็ใช้ได้ โดยเฉพาะในการเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่ที่ห่างไกล เพราะในแต่ละครั้งที่ใช้จะต้องสิ้นเปลืองของล้ำค่าอย่างมหาศาล

        จำนวนของผู้คนเริ่มเยอะมากขึ้นเรื่อยๆ ผู้คนราวๆหนึ่งพันคนได้เดินเข้าไปในคลังสมบัติ  นั่นทำให้เต้าหลิงเชื่อคำพูดของเย่วิ่นขึ้นมา เขาเดาว่าจำนวนหนึ่งแสนคนที่ไปเข้าร่วมการสอบของสำนักซิงเฉินเป็นแค่จำนวนที่ต่ำที่สุดเท่านั้น

        เต้าหลิง!”

        เสียงของชายวัยกลางคนร่างกายใหญ่โตบึกบึนที่ทำหน้าที่รักษาความสงบดังขึ้น เมื่อเขาเห็นเด็กหนุ่มที่ปะปนมากับกลุ่มคนฝูงใหญ่ สีหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความตกตะลึง

        เต้าหลิงหันไปตามต้นเสียงพลางกระพริบตาให้กับเฉินต้าไห่ที่ยืน เห็นดังนั้นเฉินต้าไห่ก็ยิ้มออกมา การซื้อขายเมื่อครั้งก่อน เป็นเรื่องที่ทำให้เขายากจะลืม อีกทั้งเพราะครั้งนั้นทำให้เขาได้รับผลประโยชน์อยู่ไม่น้อย

         “ลุงฝู๋ เต้าหลิงเองก็เข้าสอบสำนักซิงเฉินด้วยนะ คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะเป็นคนของสำนักชิงซาน น่าแปลกใจจริงๆ คนแบบเขาทำไมถึงได้มาอยู่ในสถานที่เล็กๆเช่นนี้กัน?” เฉินต้าไห่สาวเท้าไปหาเฉินฝู๋พลางกล่าวกระซิบเสียงเบาด้วยความสงสัย

        ได้ยินดังนั้นเฉินฝู๋ก็มองไปที่เต้าหลิง หลังจากที่กวาดสายตาออกไปหลายครั้งเขาก็กล่าวออกมาว่า“สำนักซิงเฉินนั้นไม่ธรรมดา ไม่รู้ว่าเขาจะติดอันดับหนึ่งในร้อยได้หรือไม่?”  

         “ลุงฝู๋ ถึงแม้ว่าเต้าหลิงจะได้ลำฐานเหลวระดับสี่ไป แต่เขาก็ยังไม่ทะลวงเข้าขั้นสถิตวิญญาณ นั่นมันจะไม่ยากเกินไปหน่อยหรือ?” เฉินต้าไห่ขมวดคิ้วขึ้น ปกติแล้วหนึ่งร้อยอันดับแรกมักจะเป็นของอัจฉริยะจากตระกูลใหญ่ๆ

         “เจ้ายังไม่เข้าใจ” เฉินฝู๋ส่ายหน้า เขานั้นรู้ดีว่าเต้าหลิงมีพรสวรรค์ที่สูงล้ำ ภายภาคหน้าชื่อของเขาจะต้องดังเกรียงไกรทั่วแคว้นชิง ซึ่งในตอนนี้ปัญหาอยู่ที่เวลาเท่านั้น     

        อีกทั้งยังไม่รู้ว่าเต้าหลิงจะฝึกฝนวิชาฝ่ามือหยินหยางได้สำเร็จหรือไม่?’

        เฉินฝู๋ครุ่นคิดอยู่ในใจพลางส่ายหน้า วิชานั้นเป็นถึงสิบสุดยอดวิชามหาอำนาจที่แข็งแกร่งมาก แม้จะมีเพียงแค่ส่วนหัวแต่ก็นับว่ายากเหลือคณา อัจฉริยะจากตระกูลเก่าแก่ก็ยังไม่อาจฝึกได้สำเร็จ คงไม่ต้องหวังอะไรกับคนไร้ชื่อเสียงอย่างเต้าหลิง

         “จะว่าไปลุงฝู๋ การสอบครั้งนี้ข้าว่ามันจะต้องยากไม่ใช่น้อยแน่ ข้าได้ยินว่ามีอัจฉริยะจำนวนมากมาร่วมสอบด้วย เพราะว่าโถงวิหารซิงเฉินของสำนักซิงเฉินใกล้จะเปิดแล้ว ไม่รู้เลยว่ามีคนเท่าไหร่อยากจะเข้าสำนักซิงเฉิน” เฉินต้าไห่เม้มปาก นับว่าเป็นโอกาสยากมากที่จะคว้าเอาไว้

        เฉินฝู๋พยักหน้า“อย่างที่เจ้ากล่าว โถงวิหารซิงเฉินเป็นรากฐานของสำนัก ทั้งยังเป็นสถานที่ลึกลับที่อยู่มาตั้งแต่สมัยโบราณ ข้างในนั้นจะต้องมีสมบัติล้ำค่าอยู่เป็นแน่!”

        ข้าได้ยินมาว่าในโถงวิหารซิงเฉินมีหนึ่งในเจ็ดสิบสองยอดวิชามหาอำนาจที่มีชื่อว่าวิชาโคจรดาราอยู่ ไม่รู้ว่าคำที่ล่ำลือกันมานั้นจะเชื่อถือได้มากน้องเพียงใด?” แววตาของเฉินต้าไห่ลุกโชน

       โคจรดาราเป็นหนึ่งในวิชาที่ถูกจัดอยู่ในเจ็ดสิบสองวิชายอดมหาอำนาจ พลังอนุภาพของมันน่ากลัวมาก ทั้งยังเป็นวิชาที่มีอยู่มาตั้งแต่โบราณ

        ตั้งแต่โบราณมาจนถึงปัจจุบันเวลาก็ผ่านมาแล้วหลายหมื่นปี ทว่ากลับไม่มีวิชาไหนเลยที่จะทำให้วิชาโคจรดาราหลุดออกจากตำแหน่ง แสดงให้เห็นได้ชัดว่าวิชายอดมหาอำนาจนี้น่ากลัวมากขนาดไหน!

        บนโลกใบนี้มีจอมยุทธ์ยอดฝีมือมากมายที่สำเร็จวิชายอดมหาอำนาจ ทว่ากลับหลบซ่อนตัวไม่เปิดเผยให้ผู้ใดรู้ ยอดฝีมือผู้ยิ่งใหญ่เหล่านั้นต่างก็มีพลังอำนาจน่าเกรงขามที่จะครอบครองแผ่นดิน ทั้งมีอายุยาวนานหลายพันปี พวกเขายอมสละทั้งชีวิตที่จะคิดค้นวิชาแขนงใหม่!

        เวลาที่ผ่านไปอย่างยาวนาน อันดับของเจ็ดสิบสองวิชายอดมหาอำนาจก็จะมีการเปลี่ยนแปลง ทว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นจะเกิดขึ้นทุกๆหมื่นปี เมื่อสุดยอดจอมยุทธ์ที่แข็งแกร่งได้คิดค้นสุดยอดวิชาใหม่ขึ้นมาได้ อันดับก็จะถูกเปลี่ยนแปลงขึ้นอีกครั้ง

        แต่ใครเล่าจะคิดว่าตั้งแต่ยุคโบราณมาจนถึงตอนนี้ วิชาโคจรดาราจะยังคงติดอยู่ในอันดับเจ็ดสิบสองยอดวิชายอดมหาอำนาจ ช่างเป็นสุดยอดวิชามหาอำนาจที่น่ากลัวยิงนัก!

         “นั่นก็แค่คำล่ำลือ อย่างไรเสียปีนี้สำนักซิงเฉินก็จะต้องคึกคักอยู่แล้ว แม้แต่คุณหนูยังไปเข้าร่วมด้วย หากคุณหนูตามหาหนึ่งในสุดยอดวิชายอดมหาอำนาจโคจรดารามาได้ นั่นก็ถือว่าเป็นสมบัติที่สวรรค์ประทานให้” เฉินฝู๋เอ่ย

        ในตอนนั้นประตูห้องลับสีม่วงบานหนึ่งก็ได้ถูกเปิดออกพร้อมกับแสงสว่างจ้านับหมื่นเส้น ภายในมีแท่นค่ายกลขนาดใหญ่ตั้งอยู่ ด้านบนแท่นเต็มไปด้วยอักขระซับซ้อน กลางอากาศมีตัวอักขระลอยกระพริบอยู่กลางอากาศ ทั่วทั้งบริเวณปกคลุมไปด้วยพลังที่น่ากลัว

        ใบหน้าของผู้คนนับพันฉายแววความตกตะลึงขึ้น นี่คือค่ายกลข้ามมิติที่หายากเป็นอย่างมาก มีเพียงคลังสมบัติที่มีอำนาจใหญ่โตเท่านั้น ถึงจะสร้างค่ายกลข้ามมิตินี้ในสาขาแยกต่างๆ และทุกครั้งที่ทำการเคลื่อนย้ายจะต้องมีปรมาจารย์วิชาค่ายกลเป็นควบคุมบวกกับจะต้องใช้แร่หินล้ำค่าหลากหลายชนิด หินต้นกำเนิด และวัตถุดิบสวรรค์อื่นๆเป็นต้น ถึงจะสามารถสร้างมันขึ้นมาได้!

        ทันทีที่ห้องลับปิดลง เต้าหลิงก็รู้สึกเหมือนกับกำลังลอยอยู่ท่ามมิติที่ว่างเปล่า เขาอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง จากที่ยินมามียอดจอมยุทธ์ที่แข็งแกร่งมากบางส่วน ที่พวกเขาสามารถใช้ร่างกายของตนทะลวงข้ามผ่านมิติได้ ซึ่งพวกเขาล้วนแล้วแต่เป็นคนที่เก่งกาจในใต้หล้า

 


----------------------------


ฝากLikeเพจของเรื่อง หมื่นอสูรก้มกราบ

ไว้อัพเดทนิยายกันด้วยนะคะ ^_^








120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาทค่ะ ^_^)
 เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอน เท่ากับ 1 เล่ม
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 913 ครั้ง

1,176 ความคิดเห็น

  1. #742 นายตัวร้าย (@aom084495) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 14:02

    ขอบคุณค่ะ
    #742
    0
  2. #118 prasitkai (@prasitkai) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 กันยายน 2561 / 18:23
    สนุกครับ
    #118
    0