[นิยายแปล] หมื่นอสูรก้มกราบ (สนพ.กวีบุ๊ค)

ตอนที่ 21 : เล่มที่1 ตอนที่21 โอสถมนุษย์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15474
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 869 ครั้ง
    18 ก.ค. 61

        ลำแสงพุ่งออกมาจากดวงตาที่สามซึ่งตรงอยู่ระหว่างคิ้ว รูปร่างคล้ายกระบี่เทพ ลำแสงพุ่งตรงแหวกผ่านสุญญากาศให้แตกกระจุยออก ดูแล้วรุนแรงยิ่ง

        ภายในอกของเต้าหลิงพลันบีบแน่นเมื่อสัมผัสได้ถึงอันตราย ก่อนจะทยานร่างหลบออกด้วยความเร็ว แต่ว่าพลังปราณที่พุ่งมานั้นรุนแรงเกินไป หนึ่งเส้นพลังปราณบาดเฉียดคอของเขาไป เลือดหลั่งไหลออกมาเป็นสาย

        เมื่อครู่หากเขาหลบช้าไปเพียวเสี้ยววิ ศรีษะของเขาคงหมุนกลิ้งอยู่บนพื้นไปแล้ว แต่เพียงแค่พลังจากตาที่สามของอีกฝ่ายก็สามารถทำให้เต้าหลิงได้รับบาดเจ็บแล้ว ร่างกายของเต้าหลิงรับรู้ได้ถึงพลังอันน่ากลัว

        ระวังตาที่สามของมันให้ดี อย่าได้ประมือกับพลังของมัน” กันเหยาใช้พลังกายทั้งหมดดันตาข่ายทรายดาวขึ้นมาพลางกล่าวอย่างร้อนรน เมื่อครู่นางก็พลาดท่าเพราะตาที่สามทำให้นางบาดเจ็บ

        ตาที่สามที่อยู่ระหว่างคิ้วของตระกูลสามตานั้นมีความแข็งแกร่งยิ่ง มันก็คือดวงตามหาอำนาจ บนโลกนี้น้อยคนนักที่จะกล้าไปหาเรื่องกับตระกูลสามตา

        เต้าหลิงหยักหน้าพลางเริ่มขยับกาย คลื่นพลังที่ไหลเวียนอยู่ในร่างพุ่งสู่อากาศ ทันใดนั้นในกายของเขาก็เกิดเสียงฟ้าร้อง เขาระเบิดหายปล่อยหมัดทะลวงออกไป ทั่วทั้งร่างพลันเปล่งแสงสีทองจ้าออกมา

         “หายไปซะ!” ชายสามตาคำรามสนั่น แล้วปล่อยหมัดออกไปปะทะ

        ปรากฏเสียงดังลั่นเมื่อสองหมัดทั้งเข้าปะทะกัน คลื่นพลังระเบิดออกเสียจนหินยักษ์โดยรอบถูกหอบลอยมั่วซั่วขึ้นกลางอากาศแล้วสุดท้ายก็ถูกคลื่นพลังกระทบเข้าเสียจนแหลกละเอียด

        ชายสามตาตะลึงงันไม่น้อย เมื่อสักครู่เขานั้นใช้พลังทั้งหมดเข้าปะทะ ไม่คาดคิดว่าพลังกายของเจ้าเด็กนี่จะทัดเทียมสูสีกับเขา มันเป็นใครมาจากไหนกันร่างกายถึงได้แข็งแกร่งเยี่ยงนี้!

        เต้าหลิงคำรามพร้อมกับพลังทั่วร่างที่ทะลักออกมา เส้นผมยาวปลิวไสว ก่อนจะโถมกระหน่ำเข้าไปโจมตีด้วยหมัดอย่างต่อเนื่อง

        ชายสามตาปล่อยแสงออกมาทั่วร่าง ระดับพลังของเขาก็เพิ่มสูงขึ้น ดวงตาที่สามเปิดออกจนสุด ทันใดนั้นภาพของเต้าหลิงที่ฉายอยู่ในม่านตาเขาก็เคลื่อนไหวช้าลง ฉันพลันหมัดของเขาก็พุ่งตรงเข้าใส่ที่เอวของเต้าหลิง

        การโจมตีนี้เร็วเสียจนไร้ที่เปรียบ ทว่าเมื่อครู่กันเหยาได้เตือนแล้วว่าให้ระวัง ดังนั้นเต้าหลิงจึงได้เตรียมรับมือป้องกันตาที่สามอยู่ทุกชั่วขณะ ไม่คิดว่าดวงตานั้นจะมีอานุภาพร้ายกาจเช่นนี้ เขารีบดึงข้อศอกลงมาขวางไว้ ทำให้ร่างทั้งสองต่างสั่นสะเทือน

         “ตาย!” นัยน์ตาเต้าหลิงจ้องเขม็ง พลังทั่วร่างปะทุออกมาเป็นแสงสีทองที่ร้อนแผดเผา เขาปล่อยหมัดเข้าไปเต็มแรง

        แสงเจิดจ้ากลบทั่วพื้นฟ้าดิน เสียดแทงตาเสียจนเห็นเป็นเหงาของสองคนที่กำลังปะทะกัน หินขนาดใหญ่ต่างพากันแตกร้าวบ้างก็กระจายออกเป็นเสี่ยงๆ ฉากเงาร่างที่ทั้งสองปะทะพร้อมกับเสียงดังสนั่นอย่างต่อเนื่อง

        สีหน้าของมังกรคะนองน้ำไม่ใคร่สู้ดีที่จู่ๆ ก็มีอัจฉริยะที่แข็งแกร่งยิ่งโผล่มา หากสามตาจัดการกับเจ้านั่นไม่ได้จะต้องเป็นปัญหาใหญ่แน่ อีกทั้งกันเหยา นางเองก็ไม่ใช่คนที่จะรับมือได้ง่ายๆ     

        นางสามารถรับมือศัตรูอย่างอมนุษย์ได้ทั้งสามตน แถมนางยังสังหารไปได้หนึ่ง แค่นี้ก็พอจะเห็นได้แล้วว่านางแข็งแกร่งแค่ไหน!

        เต้าหลิงยิ่งเข้าปะทะก็ยิ่งฮึกเหิม ร่างกายของเขาได้รับบาดเจ็บบางส่วน ดวงตาที่สามของอีกฝ่ายน่ากลัวยิ่งนัก ความเร็วของเต้าหลิงเมื่ออยู่ในตาที่สามนั่นก็จะช้าลงทันที อีกฝ่ายพุ่งหมัดเข้ามายังหัวคิ้ว ทำให้เลือดพุ่งทะลักออกมาทันที   

        หัวคิ้วของเขาชาไปชั่วคราว เสียงฟ้าร้องระเบิดดังขึ้นภายในร่าง เขาคำรามลั่นพร้อมกับพุ่งหมัดเข้าใส่หน้าอกของชายสามตาเสียจนทั่วร่างพลันสั่นสะท้าน

        พลังแห่งชีวิตที่อยู่รอบตัวหมุนเวียนขึ้นมา เต้าหลิงดูดซับพลังนั้นไปแทนที่พลังที่สูญเสียไป บาดแผลตรงหัวคิ้วก็ค่อยหายไปอย่างรวดเร็ว

        กลับมาที่ชายสามตา ทั่วร่างของเขาเต็มไปด้วยเหงื่อ ดวงตาที่สามเริ่มพร่ามัวเลือนลาง อีกทั้งยังได้รับบาดเจ็บ แต่ทว่าเขากลับดูดซับพลังมารักษาร่างไม่ทัน หากยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไปคงได้ถูกแรงกดดันในชั้นนี้กดทับจนตายแน่!

        ตายเสียเถิด!” ชายสามตาคำรามอย่างบ้าคลั่ง พลังสำรองที่เก็บออมไว้ในตาที่สามพลันปะทุออกมา ซึ่งการโจมตีครั้งนี้รุ่นแรงยิ่งขึ้นไปอีก เจาะทะลุสุญญากาศพุ่งตรงไปยังระหว่างคิ้วของเต้าหลิง หมายจะให้ทะลุถึงกระดูกหน้าผาก

         “หึ ข้ากำลังรอเจ้าอยู่เลย!” เต้าหลิงตวาดลั่น ราวกับฟ้าผ่า แขนเสื้อยาวพลันปลิวออกปราฏหอคอยล้ำค่าประกายแสงสีม่วงพันล้อมรอบ ก่อนจะทะยานขึ้นไปปะทะ

        เสียงตูมดังขึ้นพร้อมกับแผ่นอากาศกระจายออก หอคอยม่วงขนาดเล็กสามารถสลายพลังของชายสามตาได้ ช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก ลอยค้างอยู่กลางอากาศนานจนพลังสลายไปจนหมด

        เต้าหลิงเก็บหอคอยม่วงลงมา ทว่าเขาก็ได้สูญเสียพลังไปมาก แรงกดดันในนี้รุนแรงเกินไปเขา เขาเพิ่งจะได้ฝึกพลังได้ไม่นานเองนะ!

         “บัดซบ!” ชายสามตาเดือดดาลดั่งฟ้าผ่า ในนี้เข้าไม่อาจปลดปล่อยพลังออกมาได้ทั้งหมด ชายสามตารู้สึกว่าตัวเองในตอนนี้ไม่ใช่คู่มือของหลิงเสียแล้ว หากยังเข้าปะทะต่อไป แรงกดดันในชั้นเจ็ดนี้จะต้องทำให้เขาบาดเจ็บสาหัสอย่างแน่นอน!

        ฮึบ!”

        กันเหยาเปล่งเสียงเบา พยายามใช้หัวดันตาข่ายขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะเรียกกระบี่ล้ำค่าสีแดงฉานออกมา ปรากฏเสียงดังราวกับบรรยากาศแตก พร้อมกับที่ตาข่ายใหญ่นั้นฉีกขาดออก  

         “อะไรกัน?” ชายสามตากล่าวด้วยน้ำเสียงตกใจ เขากำลังคิดจะหนีอยู่แล้ว แต่กันเหยากลับหลุดจากพันธนาการเสียได้ ยุ่งยากเสียแล้ว ราชวงศ์กันไม่ใช่สิ่งที่เขาจะเข้าไปยุ่มย่ามด้วยได้!

         “หึ เข้ามา อย่าได้คิดหนี ” เต้าหลิงตะโกนลั่นพลังทั่วร่างระเบิดออกเป็นระลอกคลื่นสีทองกระจายออกไป

         “แหลกไปซะ!” ชายสามตาคายตราล้ำค่าออกมา ทันใดนั้นแสงจ้าก็ระเบิดออก ตราล้ำค่าหมุนวนเข้าไปก่อนจะทำให้ระลอกคลื่นสีทองของเต้าหลิงมลายหายไป

             

        ชายสามตาอ่อนแรงยิ่ง เขาเก็บตราล้ำค่ารวดเร็วแล้วพุ่งทะยานเพื่อหนี เต้าหลิงตะโกนตามหลังว่า “เอาสมบัติเจ้าทิ้งไว้ก่อน!”

         “บัดซบ!” มังกรคะนองน้ำบันดานโทสะอย่างเดือดดาล แผนการของมันเกือบจะสำเร็จแล้วเชียว อีกทั้งยังไปล่วงเกินราชวงศ์กันอีก เขาแย่แล้ว!

        ผีโลภสมบัติ!” กันเหยาปาดเหงื่อบนหน้าผากออก สายตาก็พลางจ้องมองเต้าหลิงที่วิ่งตามชายสามตาไป ตอนนี้นางเหนื่อยจริงๆ จึงได้นำกาน้ำหยกออกมาก่อนจะดื่มน้ำแร่วิญญาณสองสามอึก จากนั้นจึงได้ตามเต้าหลิงออกไป

        นางเดินมาตามมาสักพัก ก็เห็นเต้าหลิงที่นอนหอบหมดแรงอยู่บนพื้น นางรีบเดินเข้าไปดูทันที “เจ้าไม่เป็นไรนะ”    

        ให้ตายสิ แรงกดดันนี่มันรุนแรงไปแล้ว” เต้าหลิงจิปากอย่างเสียดาย เมื่อครู่เขาเกือบจะจับชายตามตาได้สำเร็จแล้ว แต่ว่าเจ้านั่นกลับเรียกของล้ำค่าที่ใช้หลบหนีออกมาซะอย่างนั้น!

         “เจ้าคิดจะฆ่าก็ใช่ว่าจะฆ่าได้อย่างง่ายๆหรอกนะ อย่างไรเสียพวกมันก็ต้องมีของล้ำค่าที่เอาไว้รักษาชีวิตอยู่แล้ว” กันเหยากล่าวให้อีกฝ่ายเข้าใจ ก่อนจะยื่นกาน้ำหยกให้เต้าหลิง “น้ำแร่วิญญาณนี้จะช่วยฟื้นฟูพลังของเจ้า ดื่มซะสิ”

        เต้าหลิงรับมาก่อนจะกระดกลงไปสองสามอึก กันเหยาใช้สายตามองไปที่เต้าหลิง ในขณะที่นางเห็นว่าเต้าหลิงดื่มน้ำแร่วิญญาณหมดแล้ว จากนั้นใบหน้านางก็ขึ้นสีแดงระเรื่อ เมื่อครู่นางก็เพิ่งจะดื่มไป เช่นนี้ไม่ใช่ว่าเป็นกระประกบปากทางอ้อมหรอกรึ...

         “เจ้าเป็นอะไรของเจ้า?” เต้าหลิงมองเห็นสีหน้าของนางที่แปลกไป ก่อนจะมองไปยังกาน้ำหยกพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงดูหมิ่น“เมื่อครู่ข้าได้ช่วยเจ้าเอาไว้ กับแค่ดื่มน้ำแร่ของเจ้าเองก็ไม่ได้อย่างนั้นรึ? ขี้เหนียวจริง”  

         “เจ้าต่างหากที่ขี้เหนียว!” กันเหยาโต้แย้งกลับไปด้วยความโมโห นัยน์ตากลมโตของนางจ้องเขม็ง ใจเต้นดั่งกลองสั่น นางไม่ควรจะเอ่ยเรื่องเมื่อครู่นี้ออกไปใช่หรือไม่? ไม่ได้การแล้ว จะต้องเก็บเป็นความลับ กลืนหายลงไปในท้องได้เลยยิ่งดี! 

        ในน้ำแร่วิญญาณแฝงด้วยพลังที่เปี่ยมล้น เต้าหลิงสัมผัสได้ว่าทั่วร่างในตอนนี้เต็มเปี่ยมด้วยพลัง ก่อนจะรีบกล่าวทวงคำพูดที่กันเหยาได้กล่าวเอาไว้ก่อนหน้านี้ “เมื่อครู่เจ้าพูดแล้วนะว่าหากช่วยเจ้า ข้าจะได้สิ่งตอบแทน กระบี่ล้ำค่าสีแดงฉานเมื่อครู่ก็ไม่เลวเลย ข้าเอาอันนั้นก็พอแล้ว”

        ได้ยินดังนั้น มุมปากนิ่มของกันเหยาก็เบะขึ้นในทันทีที่ได้ยินคำพูดของอีกฝ่าย มือเรียวสวยกำแน่นพร้อมกับความรู้สึกหนึ่งที่เกิดขึ้นอยู่ภายในใจ นางรู้สึกว่าราวกับว่านี่ไม่ใช่ตัวนาง หากนางย่างเท้าไปที่ไหนล้วนแต่เป็นเดือนที่มีดาวหลายล้อมรอบตัว ใครๆ ก็ต่างอยากจะช่วยเหลือแต่ก็ไม่อาจทำได้ แต่กับเจ้าคนนี้ แค่อ้าปากก็พูดถึงแต่ผลประโยชน์!

        ไอ้ขี้งก! แล้วนางก็ตั้งฉายาให้อีกฝ่ายอยู่ในใจ นางมองเต้าหลิงด้วยหางตาพลางกล่าวเสียงต่ำ “เห็นทีจะไม่ได้ ผู้อาวุโสเป็นผู้มอบกระบี่ล้ำค่าให้แก่ข้ามา เจ้าเลือกอันอื่นเถอะ”

         “เลือดสัตว์อสูรสวรรค์?” เต้าหลิงรีบพูดขึ้นทันที ด้วยสถานะของนางก็ไม่ใช่ธรรมดา ก็น่าจะมีของเช่นนี้อยู่กระมั่ง?

        ได้ยินดังนั้นกันเหยาก็เกิดอาการเวียนศรีษะ ก่อนจะกล่าวด้วยใบหน้าเคร่งขรึมว่า “ข้าไม่มีหรอก เลือกอันอื่นเถอะ”

         “ดีจริงๆ ไอ้นี่ก็ไม่มี ไอ้นั่นก็ไม่มี นี่เจ้ากำลังเล่นลูกไม้กับข้าอยู่หรือ?” เต้าหลิงกล่าวพลางชายตามองนางอย่างจับผิด

        กันเหยาขบกรามแน่น ดวงตาโตกลอกไปมา จิ๊ปากอย่างไม่ใคร่พอใจ “เลือดสัตว์อสูรสวรรค์ข้าไม่มี แต่ข้ามีเลือดสัตว์อสูรโบราณ”  

        นางเพิ่งจะฆ่ามันไปตัวหนึ่งเมื่อครู่ แม้จะเป็นแค่อสูรโบราณที่เยาว์วัย แต่อย่างไรซะก็ถือว่าเป็นเลือดของสัตว์อสูรโบราณ

        เบื้องหน้าปรากฏร่างสีเงินที่ถูกฟันขาดออกเป็นสองซีกของมังกรคะนองน้ำ คราบเลือดไหลนองทั่วพื้น เขาบนหัวแตกกระจาย มันก็คือมังกรคะนองน้ำ!  

        ของดี!” เต้าหลิงดีใจในอก ภายในร่างของมังกรคะนองน้ำมีสายเลือดของมังกรแท้จริงอยู่ ทั้งยังแข็งแกร่งกว่าอสูรกิเลนเสือดาว เขาต้องการแค่เลือดแท้สัตว์อสูรเท่านั้น ไม่ว่าจะแข็งแกร่งในระดับไหนก็ตาม เพราะสามารถใช้มันในการเปิดพลังศักยภาพในร่างกาย

        เลือดแท้สีเงินแต่ละหยดถูกเก็บขึ้นมาจากอกของมังกรคะนองน้ำ ถึงแม้จะมีแค่สามหยด แต่ว่าก็มีมูลค่ามหาศาลแล้ว หากนำไปขายข้างนอกคงได้เงินก้อนใหญ่ไม่น้อย

         “เจ้าจะเข้าสำนักซิงเฉินใช่หรือไม่?” กันเหยาจ้องคนตรงหน้าด้วยแววตาเจ้าเล่ห์

         “อืม ข้ามาเพื่อเข้าสำนักซิงเฉิน คิดว่าอีกไม่นานก็คงถึงเวลาสอบแล้วล่ะ” เต้าหลิงพยักหน้า พลางเอ่ยถามกลับ “เจ้าก็ด้วยหรอ?”

         “ก็ประมาณนั้น อ่ะ ใช่แล้ว ข้าดูแล้วพลังของเจ้าเหมือนกับว่ายังไม่ได้ทะลวงไปขั้นสถิตวิญญาณใช่หรือไม่?” กันเหยารู้สึกแปลกใจอยู่ไม่น้อย เหตุใดเขาถึงยังไม่ทะลวง?

         “เร็วๆนี้แหละ” เต้าหลิงสูดหายใจลึก พลางหวนคิดถึงคำพูดของชายขาเป๋ที่บอกให้เขาขึ้นไปยังชั้นเก้า แม้ว่าการจะขึ้นไปชั้นเก้าจะมีความยากลำบากอยู่บ้าง แต่เขาก็รู้สึกว่าก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่สักเท่าไหร่นัก

        เมื่อครู่เจ้าช่วยข้าไว้ โอสถมนุษย์นี้ข้าให้เจ้า” ฝ่ามือขาวละเอียดของกันเหยายื่นออกมา บนมือนางมีโอสถเม็ดเปล่งประกายสีทอง กลิ่นหอมคละคลุ้ง ก่อนจะเอยต่ออย่างเคืองๆ ว่า “ข้าบอกเจ้าแล้วว่าข้าไม่ใช่คนขี้เหนียว”   

        นางได้เห็นตอนที่เต้าหลิงปะทะกับชายสามตา นางก็มองได้อย่างชัดเจนว่าโอสถเม็ดนี้จะช่วยเขาฝึกพลัง แล้วเขาก็จะสามารถขึ้นไปยังชั้นแปดได้ และนี่ก็ถือว่าเป็นการตอบแทนบุญคุณที่เขาได้ช่วยชีวิตนางไว้

         “ได้ เจ้าไม่ใช่คนขี้เหนียว แต่นี่มันคือโอสถอะไรอย่างนั้นหรือ?” เต้าหลิงหยิบโอสถเม็ดสีทองขึ้นมาหมุนไปมา ด้วยความดีใจ สัมผัสได้ว่าโอสถเม็ดนี้จะต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน

         “มันคือโอสถมนุษย์ หากเจ้ากินมันแล้ว คาดว่าน่าจะช่วยให้เจ้าขึ้นไปยังชั้นแปดได้”กันเหยาเม้มรีฝีปากแดงอย่างฉงน รู้สึกประหลาดใจเหตุใดเขาถึงไม่รู้จักโอสถชนิดนี้ นี่เป็นโอสถเม็ดที่มีชื่อ แม้ว่ามูลค่าจะไม่สูงนัก แต่ทว่าสำหรับขั้นหลอมกายาแล้ว มันสามารถทำให้ทะลวงขีดจำกัดได้!

        ทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าหนักแน่นดังขึ้นแต่ไกล สองคนสวมชุดนักรบสีเงินรีบวิ่งเข้ามา ชุดนักรบสีเงินนั้นแตกต่างจากแบบปกติอยู่บางส่วน สลักอักขระสีทองพันเกลียวแฝงไว้ด้วยคลื่นพลังลึกลับชนิดหนึ่ง

        ผู้ที่เดินนำหน้ามาคือผู้อาวุโสท่านหนึ่งที่ดูแล้วน่าเกรงขามทั้งน่ากลัว นัยน์ตาราวกับตะเกียงสีทองที่กำลังลุกโชนเผาไหม้ อีกทั้งแผ่กระจายคลื่นพลังอันน่าหวาดกลัวปกคลุมไปทั่ว

 


----------------------------


ฝากLikeเพจของเรื่อง หมื่นอสูรก้มกราบ

ไว้อัพเดทนิยายกันด้วยนะคะ ^_^








120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาทค่ะ ^_^)
 เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอน เท่ากับ 1 เล่ม
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 869 ครั้ง

1,177 ความคิดเห็น

  1. #294 YukiKiyu (@YukiKiyu) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2561 / 21:13
    ปักธงตัวคนโคตรอันตรายเข้าแล้ว เมิงเป็นศัตรูกับขุนนางทั่วแคว้นแน่
    #294
    0
  2. #120 prasitkai (@prasitkai) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 กันยายน 2561 / 19:09
    ต้องปักธง
    #120
    0