ตอนที่ 33 : เล่มที่2 ตอนที่33 อักขระสีทอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16098
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 870 ครั้ง
    8 ส.ค. 61

        ที่เขตใจกลางเมืองชิงโจว หอคอยผ่านจิตตั้งตระหงานอยู่ ทั่วทั้งหอคอยโอบล้อมไปด้วยหมอกสวรรค์ พลังตกลงมาเป็นสายราวกับแม่น้ำจนทำให้กลางอากาศมีเสียงสวรรค์ดังครืนๆ พลังชีวิตมหาศาลพรั่งพรูออกมาด้วยพลังอนุภาพที่แกร่งกล้า

        ชั้นที่เก้าของหอคอยผ่านจิต  ทั้งศักดิ์สิทธิ์และน่าเกรงขาม มันดูดซับพลังฟ้าดินมาหลายปี ในแต่ละวันความน่ากลัวของมันจะเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ อีกทั้งยังมีอักขระปรากฏขึ้นมา ซึ่งนั่นก็คืออักขระเต๋าที่ซับซ้อนจนไม่อาจหยั่งถึง

        มียอดยุทธ์บางคนที่นั่งขัดสมาธิอยู่กลางอากาศเพื่อหยั่งรู้อักขระเหล่านี้ แล้วได้ประโยชน์จากมันไม่น้อย

        ข้ารู้สึกว่าอักขระเหล่านี้ ลึกลับเป็นอย่างมาก ยากที่จะเข้าใจได้อย่างถ่องแท้ ถ้าบรรลุมันได้จะต้องได้วิชามหาอำนาจที่น่ากลัวมากมาครอบครองอย่างแน่นอนเสียงของชายชราดังขึ้นมากลางมิติ น้ำเสียงที่เปล่งออกมาทำให้มวลอากาศสั่นสะเทือน

        อักขระพวกนี้สามารถบรรลุได้ด้วยอย่างนั้นหรือ?” เต้าหลิงที่มาถึงหอคอยผ่านจิต เมื่อเขาได้ยินเสียงของชายชรา เขาก็อึ้งไป สายตากวาดมองไปที่อักขระสีทอง ตอนนี้เขากำลังขาดวิชามหาอำนาจอยู่พอดี คิดไม่ถึงว่าที่นี่จะมีอยู่

        เมื่อครู่ในตอนที่เข้าสอบ เขาสัมผัสได้ถึงความน่ากลัวของวิชามหาอำนาจจนเกือบจะเสียท่า ด้วยกระบวนท่าที่แข็งแกร่งนั้น เขาอยากจะได้มันมาครอบครองเสียจนอดไม่ได้

        ผู้คนที่อยู่บริเวณหอคอยผ่านจิตล้วนถอนหายใจออกมา อักขระสีทองนี่ลึกล้ำเกินไป มีเพียงยอดยุทธ์ที่แข็งแกร่งเท่านั้นถึงจะเข้าใจมันได้อย่างถ่องแท้

        มีคนที่อยู่กลางมิติคนหนึ่งตอบกลับมาไม่ผิด ข้าเองก็รู้สึกได้เช่นเดียวกัน ความเป็นมาของหอคอยนี้ลึกลับเกินไป ไม่รู้ว่าแปรเปลี่ยนกลายมาเป็นเช่นนี้ได้อย่างไร ข้าว่าสักวันหนึ่งมันจะต้องกลายสภาพเป็นแน่

        ข้าก็คิดเช่นนั้น หอคอยนี้นับวันยิ่งไม่ธรรมดา หากมีคนสามารถเอามันไปได้ มันจะต้องกลายเป็นสมบัติล้ำค่าอย่างแน่นอน

        ร่างเงาที่น่ากลัวปรากฏขึ้นเป็นระลอกๆกลางมิติ ทั่วร่างมีอักขระสีทองเผยออกมา ตลบอบอวลไปด้วยคลื่นพลังที่น่าหวาดกลัว   

         

        พวกเขาต่างก็ถอนหายใจออกมา ถึงแม้พวกเขาจะมีขั้นพลังที่สูงมาก แต่การที่จะเข้าไปชั้นที่เก้านั้น เป็นเรื่องที่ยากเกินไป จากการคาดเดาของเหล่าคนใหญ่คนโต บางทีการที่จะเอาหอคอยนี้ไปได้มีแต่จะต้องขึ้นไปชั้นที่สิบ ทว่าน่าเสียดายตั้งแต่โบราณมาจนถึงตอนนี้ ไม่เคยมีใครขึ้นไปถึงชั้นนั้นได้เลย

        ในตอนนั้น เต้าหลิงก็ได้มองสำรวจอักขระสีทอง เพียงแค่แรกเห็น เขาก็รู้สึกเหมือนกับว่าตนกำลังมองดูมหาสมุทรสีทองอันกว้างใหญ่ไร้ที่สิ้นสุดซึ่งอัดแน่นไปด้วยอักระลึกลับซับซ้อน บางทีก็หนาแน่น บางทีก็กระจัดกระจายกันออกไป จากเรียบง่ายไปเป็นซับซ้อน จากซับซ้อนไปเป็นเรียบง่าย

        เต้าหลิงยืนตรงที่เดิมอยู่พักหนึ่ง จากนั้นเขาก็ละฝีเท้าแล้วเดินมุ่งหน้าไปที่ศิลาเทพยุทธ์

         

        รอบๆศิลาเทพยุทธ์มีคนอยู่บางส่วน พวกเขาเงยหน้าขึ้นไปมองดูชื่อที่อยู่บนศิลา ทว่าน้อยคนนักที่จะกล้ามองขึ้นไปข้างบน เพราะชื่อที่สลักเอาไว้บนศิลาเทพยุทธ์นั้นยิ่งสูงเท่าไหร่ ก็ยิ่งน่ากลัวมากเท่านั้น เหมือนกับดวงอาทิตย์สีทองที่กำลังแผดเผา

        คนรุ่นก่อนมักจะบอกกับคนรุ่นหลังว่า นี่คือเกียรติยศ หากพวกเขาได้ถูกรับเลือกก็จะสามารถสลักชื่อเอาไว้บนศิลาได้

        ไม่รู้ว่าองค์หญิงน้อยได้ของล้ำค่าอะไรจากศิลาเทพยุทธ์มามีคนถอนหายใจยาวออกมา เขาอยากจะเห็นว่าของที่นางได้มานั้นเป็นอะไร

        เต้าหลิงที่เดินมาถึงที่นี่ ชุดสีขาวของเขาเปื้อนไปด้วยฝุ่น ผมยาวสีดำปลิวไสวไปตามลม สายตาจับจ้องไปที่ชื่อที่อยู่อันดับที่หนึ่ง

         

        ฟ้าดินพลันสั่นไหว บังเกิดความโกลาหลขึ้น อักขระเต๋าเผยออกมา เสียงฟ้าร้องดังสนั่นสั่นสะท้าน สายฟ้าขนาดใหญ่ผ่าฟาดลงมาจนพื้นดินแตกออก นี่ก็คือปรากฏการการสร้างโลก

        ร่างเงาสลัวๆร่างหนึ่งทลายความโกลาหลเดินออกมา ร่างเงานั้นเหมือนกับเทพสวรรค์ชั้นสองที่มองลงมาจากสรวงสวรรค์ พลังที่แผ่ซ่านออกมานั้นน่ากลัวเป็นอย่างมาก

         

        พลังที่น่าเกรงขามกดทับลงมา ทำให้ร่างของเต้าหลิงสั่นสะท้าน ทว่าครั้งนี้ไม่เหมือนกับครั้งก่อนอีกต่อไป เขาจ้องมองร่างเงาที่เดินออกมาจากความโกลาหลนั่น คลื่นพลังภายในร่างเดือดพล่านขึ้น

        ปราณสีทองที่อยู่ภายในร่างของเขาระเบิดออกมา ทั่วร่างเปล่งแสงสีทองสว่างไสว ดวงตาทั้งสองข้างมีแสงสวรรค์ส่องออกมา ยิ่งมากร่างเงานั้นก็ยิ่งสัมผัสได้ถึงความน่ากลัว แต่ในขณะเดียวกันเขาก็กลับรู้สึกคุ้นเคยกับพลังนี้ แต่ไม่รู้ว่าเคยพบเจอที่ไหน

        ทั่วร่างของเขาเป็นสีทองสว่าง กล้ามเนื้อแต่ละมัดเหมือนกับมีพลังลึกลับได้ถูกปลุกออกมาเพื่อที่จะกำราบคลื่นพลังที่น่ากลัวในชื่อของอู่ตี้ แต่ทว่าก็ยากที่จะปลุกมันออกมา

        เหมือนกับว่าข้าเคยเห็นเขาที่ไหนมาก่อนเต้าหลิงขมวดคิ้วพลางกล่าวพึมพำเสียงเบา

        ประโยคที่กล่าวออกมานั้น ทำให้ชายหนุ่มคนหนึ่งระเบิดเสียงหัวเราะออกมาเขาบอกว่าเขาเคยเจออู่ตี้อย่างนั้นหรือ น่าหัวเราะเสียจริงๆ อู่ตี้เป็นยอดยุทธ์หนุ่มอันดับหนึ่งของดินแดนลึกลับ เขาเคยมาที่แคว้นชิงแค่ครั้งเดียว ปกติแล้วจะฝึกฝนอยู่ภายในตระกูล ไม่ได้ออกมาข้างนอกบ่อยๆหรอกนะ

        เจ้านั่นคงจะคิดเพ้อฝันอยากจะเป็นแบบอู่ตี้จนบ้าไปแล้ว อู่ตี้ไม่ใช่คนที่ใครๆก็สามารถไปตีสนิทชิดเชื้อได้นะ มีเพียงอัจฉริยะใต้หล้า หรือไม่ก็นักบุญหญิงของตระกูลที่โด่งดังเท่านั้นถึงจะมีคุณสมบัติพอ

        คนส่วนมากที่กล่าวออกมาล้วนแล้วแต่เป็นคนหนุ่มสาวทั้งนั้ง เห็นได้ชัดว่าพวกเขาเคารพอู่ตี้มากขนาดไหน แค่เห็นเขาก็ต้องก้มหัวคำนับ

        เมื่อเห็นผู้คนรอบๆชี้นิ้วกล่าวดูถูกถากถาง เต้าหลิงไม่ได้กล่าวอะไร เขาพลางส่ายหน้าแล้วก้าวฝีเท้าเดินจากไป ในตอนนี้การฝึกฝนร่างกายเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด มีเพียงทางนี้เท่านั้นที่จะเดินบนวิถีแห่งยุทธ์ได้ดั่งปลาได้น้ำ

         “นายน้อย เขามาแล้ว เจ้านั่นคิดริอาจจะสนิทสนมชิดเชื้อกับอู่ตี้ ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเสียจริงภายในกลุ่มคน มีเด็กหนุ่มร่างยักษ์แสยะยิ้มออกมา เขารู้ดีว่าขนาดอู่เผิงไห่ที่เป็นญาติของอู่ตี้ ยังไม่สามารถเจออู่ตี้ได้ แล้วนับประสาอะไรกับคนกระจอกๆคนหนึ่ง

        หึ อย่างเขานะหรือจะเคยพบอู่ตี้” อู่เผิงไห่กล่าวอย่างไม่แยแส พลางเบือนสายตามองไปที่เด็กหนุ่มท่าทางฉลาดเฉลียวแล้วกล่าวว่าน้องชาย เขาเป็นคนที่แย่งชิงของของข้าไปก่อนหน้า ช่างหาญกล้ายิ่งนัก ไม่เห็นพวกเราวิหารยุทธ์อยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย

        คนคนนั้นก็คืออู่หงเซิ่ง ด้านข้างของเขามีอมนุษย์ที่แข็งแกร่งสองตนติดตาม ทั้งยังเคารพต่อเด็กหนุ่มคนนี้เป็นอย่างมาก เพราะเขาเคยพบอู่ตี้มาก่อน

        ขนาดอู่เผิงไห่ยังไม่มีคุณสมบัตินั้น ผู้อาวุโสหลายคนก็ยังยากที่จะพบ เห็นได้ชัดว่าการพบอู่ตี้นั้นเป็นเกียรติที่สูงส่งขนาดไหน อีกทั้งยังแสดงให้เห็นถึงพลังที่แข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่งของเขา

        อู่หงเซิ่งเป็นคนฉลาดเฉลียว คิ้วโค้งสวยรับกับรูปหน้า เขากล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงนิ่งเฉยว่า ตอนนี้ข้าก็ไม่มีเรื่องอันใด ข้าจะช่วยเจ้าจัดการก็แล้วกัน ไปเถอะ

        เขากล่าวออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำซึ่งแฝงไว้ด้วยความโอหัง แต่เขาก็มีสิทธิที่จะทำเช่นนั้น เพราะเด็กหนุ่มคนนี้เป็นคนสำคัญของวิหารยุทธ์ ในภายภาคหน้าเขาจะต้องเป็นใหญ่เป็นโตและมีอำนาจ

        สีหน้าอู่เผิงไห่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น ขอเพียงแค่เขาลงมือ ความอัปยศของตนก็จะต้องถูกลบล้าง คิดได้ดังนั้นเขาก็รีบพาอู่หงเซิ่งไปที่คอหอยผ่านจิตในทันที

        ที่ชั้นหนึ่งมีคนอยู่เป็นจำนวนมาก พลังชีวิตด้านในนั้นเบาบางจึงไม่พอที่จะแบ่งให้ทุกๆคน

        เต้าหลิงเดินขึ้นมาจนถึงชั้นที่ห้า เขาดูดซับพลังชีวิตบริสุทธิ์รอบๆไปพลางมองสำรวจดูอักขระที่เห็นเมื่อครู่ เขาสัมผัสได้ถึงความลึกลับของมัน ถ้าหากสามารถคัดลอกมันออกมาได้ พลังโจมตีจะต้องแข็งแกร่งมากจนถึงขีดสุดแน่

        เขาเม้มปากพลางครุ่นคิดในใจ หลังจากนั้น ฝ่ามือก็สั่นไหว มีพลังสีทองพรั่งพรูออกมาชั้นหนึ่ง กลุ่มพลังมหาศาลที่พุ่งออกมานับพันหมื่นเส้น มันเลื้อยไปมาอยู่กลางอากาศก่อนที่จะค่อยๆรวมตัวกันกลายเป็นอักขระสีทอง ทว่าดูแล้วไม่เปล่งประกายแสงเท่าไหร่นัก

        อักขระพวกนี้มหัศจรรย์จริงๆ ถ้าสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งให้มันได้เช่นนั้นก็จะเหมือนกับได้วิชามหาอำนาจมาครอบครองเต้าหลิงยิ้มออกมาในใจอย่างตื่นเต้น เขาไม่คิดมาก่อนเลยว่าอักขระพวกนี้จะปรากฏขึ้นมาจริงๆ

         

        ในขณะที่กำลังครุ่นคิด เขาก็สัมผัสได้ถึงแววตาอำมหิตที่จ้องมาทางตน ไอพลังสังหารที่น่าขนลุกแผ่ซ่านออกมา

        เต้าหลิงขมวดคิ้วพลางหันหลัง ในตอนนั้นเองเขาก็เห็นคนที่เดินเข้ามา สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความปิติ พอดีเลยจะได้ลองทดสอบพลังอนุภาพของอักขระเสียหน่อย

        อู่เผิงไห่รอคอยเวลาที่เต้าหลิงจะมาคุกเข่าร้องขอชีวิต เดิมทีเขาคิดว่าอีกฝ่ายจะตื่นกลัวกับพลังแผ่ซ่านออกไป ทว่าใครจะคิดว่าเขาจะทำหน้าดีอกดีใจเสียอย่างนั้น ทั้งยังตั้งท่าต่อสู้ ในตอนนั้นเขาคิดว่าตนตาฝาดไป

        สีหน้าของเขาดูไม่ดีเท่าไหร่นัก หรือว่าเจ้าเด็กนี่จะไม่กลัวเลย

        “ หึ จะตายอยู่ร่อมร่อแล้ว เจ้ายังจะยิ้มอีกอย่างนั้นหรือ? ”เด็กหนุ่มร่างยักษ์กล่าวเสียงเย็น มารับความตายไปซะ

        เสียงที่กล่าออกมาทำให้คนที่กำลังฝึกฝนอยู่ลืมตาขึ้นมาด้วยความโมโห ทว่าเมื่อเห็นกลุ่มคนที่เป็นที่มาของเสียง พวกเขาก็ได้แต่กลืนคำพูดที่กำลังจะเอ่ยออกลงคอไปในทันที

        คนของวิหารยุทธ์” มีหนึ่งคนในนั้นกล่าวขึ้นมาด้วยความตกใจ

        วิหารยุทธ์เป็นขุมพลังอำนาจมหาศาลของดินแดนลึกลับ น้อยคนนักที่จะกล้าล่วงเกินพวกเขา

        หลายปีมานี้ด้วยความแข็งแกร่งที่ไร้เทียมทานของอู่ตี้ ทำให้วิหารยุทธ์นั้นเพิ่มพูนความน่ากลัวมากยิ่งขึ้นไปอีก

        เจ้าเด็กนั่นซวยแล้ว ไม่รู้ว่าเขากล้าไปมีเรื่องกับวิหารยุทธ์ได้อย่างไร พลังอำนาจของวิหารยุทธ์กระจายไปทั่วทั้งดินแดนลึกลับ ถ้ากล้าไปมีเรื่องด้วยละก็ได้จบไม่สวยแน่

        ใช่แล้ว ความเป็นมาของวิหารยุทธ์นั้นเก่าแก่เป็นอย่างมาก ทั้งยังมีอำนาจที่แกร่งกล้าถึงจะเป็นภูเขาสวรรค์โบราณหรือผู้สืบทอดของนิกายเก่าแก่ก็ยังไม่กล้าล่วงเกิน

        เสียงของผู้คนโดยรอบที่กล่าวขึ้นมาทำให้สีหน้าของอู่เผิงไห่ดูหยิ่งผยองขึ้นในทันที จากนั้นเขาก็กล่าวออกมาเรียบๆเจ้าหนู ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงกล้ามาแย่งของของวิหารยุทธ์ อย่างไรก็ต้องตายสถานเดียว

        อย่ามัวแต่พล่ามมากอยู่เลย อยากจะสู้ก็เข้ามา ข้ามีเวลาไม่มากเต้าหลิงลั่นเสียงพลางแสยะยิ้ม

        หาที่ตาย” อู่หงเซิ่งเดินเข้ามาพลางเอามือไขว้หลังด้วยท่าทีที่น่าเกรงขาม สายตาเย็นเฉียบจ้องเขม็งไปที่เด็กหนุ่มพลางแผดเสียงตะโกนออกไปรีบไปฆ่ามันซะ ข้ายังมีเรื่องต้องทำ ไม่อยากมาเสียเวลากับคนตาย

        ขอรับนายน้อย” อมนุษย์ทั้งสองตนที่ยืนอยู่ด้านข้างเดินออกมาท่ามกลางสายตาที่ตกตะลึงของผู้คน คนๆนี้จะต้องเป็นคนสำคัญของวิหารยุทธ์ ถึงได้มีอมนุษย์สองตนที่แข็งแกร่งติดตามมาด้วย สถานะของเขาในวิหารยุทธ์จักต้องสูงขึ้นเป็นแน่

        อักขระแต่ละตัวก่อร่างขึ้นมากลางฝ่ามือของเต้าหลิง แสงประกายออกมาเป็นเส้นๆพลางลอยกระพริบปริบๆอยู่กลางอากาศ

        โฮกกก” อมนุษย์ทั้งสองคำรามดังลั่น ฟ้าดินพลันสั่นสะเทือน ก้อนหินขนาดใหญ่โดยรอบระเบิดแตกออกเพราะเสียงคำรามของพวกมัน ฝุ่นม้วนตัวลอยตลบ ในเวลาเดียวกันพวกมันก็พุ่งทะยานออกไปข้างหน้า หมายจะตัดหัวของอีกฝ่าย

        เต้าหลิงกวาดสายตามองไปที่พวกมันแวบหนึ่ง พลางกวาดฝ่ามือออกไปกลางอากาศ อักขระปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า ทุกๆตัวล้วนมีน้ำหนักหมื่นชั่ง เหมือนกับก้อนหินขนาดใหญ่ที่ตกลงมาจากอากาศ

        อะไรกัน เด็กหนุ่มคนนั้นมีวิชามหาอำนาจอักขระอย่างนั้นหรือ เหมือนกับมายาสังหารไม่มีผิดมีคนร้องเสียงหลง เขารู้สึกคุ้นตากับมายานี้อย่างไรชอบกล

        วิทยายุทธ์กระจอก แหลกไปซะอมนุษย์ร่างแดงดุจเปลวเพลิงแผดเสียงคำรามลั่น แขนยักษ์ของมันพุ่งออกไปโจมตี หินโดยรอบที่อยู่ใกล้ๆแค่โดนแตะเบาๆก็ระเบิดออก ไม่นานนักอักระก็ถูกทำลายลง

        อมนุษย์สีเงินอีกตนหนึ่งพุ่งออกไปโจมตี ด้วยกระบวนท่าที่ดุดัน ฝ่ามือสีเงินยื่นออกไป ก่อนจะปรากฏเป็นระลอกคลื่นสีเงินพุ่งออกไปข้างหน้า

        ดวงตาของเต้าหลิงขยับครู่นึก จากนั้นกลางฝ่ามือของเขาก็มีอักขระปรากฏออกมาอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันได้หลอมรวมกับร่างกายของเขาเป็นหนึ่ง ผิวหนังบนฝ่ามือมีอักขระสีทองปรากฏขึ้นมา ฝ่ามือเข้าปะทะกับฝ่ามือสีเงิน

        ตู้ม! เสียงดังสนั่นหวั่นไหวลั่นไปทั่วผืนฟ้า เหมือนกับหินขนาดยักษ์ทั้งสองปะทะเข้าด้วยกัน ทำให้ผู้คนโดยรอบปวดหูกันไปหมด

        อักขระสีทองแต่ละตัวเปล่งแสงจ้าละลานตา จนยากที่จะดับมอด การโจมตีของเต้าหลิงครั้งนี้รุนแรงและดุดันเป็นอย่างมาก ทั้งยังแฝงไว้ด้วยพลังของอักขระสีทองที่หนักหมื่นชั่ง ทำให้ฝ่ามือของอมนุษย์สีเงินระเบิดออก

        ในตอนนั้น อมนุษย์อีกตนก็พุ่งเข้ามา เต้าหลิงยื่นขาขวาแหวกฝ่าอากาศออกไป อักขระสีทองปรากฏขึ้นมา และพุ่งเข้าใส่ร่างของมันจนเกิดเสียงดังขึ้น ทำให้แสงที่ปกคลุมร่างของมันถูกทำลาย อกของมันแตกระเบิดออกพร้อมกับอักขระสีทองที่พุ่งเข้าไปในร่าง

        อักขระสีทองที่หนักอึ้งปรากฏขึ้นภายในร่างของมัน อวัยวะภายในถูกบดขยี้จนระเบิดออกก่อนที่จะตายคาที่


-----------------------------------


ฝากLikeเพจของเรื่อง หมื่นอสูรก้มกราบ

ไว้อัพเดทนิยายกันด้วยนะคะ ^_^






อ่านเล่มที่ 6 เร็วกว่าใครและอุดหนุนผลงานถูกลิขสิทธิ์ได้ที่ลิงก์นี้


120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาทค่ะ ^_^)
 เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอน เท่ากับ 1 เล่ม
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 870 ครั้ง

1,176 ความคิดเห็น

  1. #194 mirror image (@abnormality) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 15 กันยายน 2561 / 18:54

    ห๊ะ เห็นแค่คนคุยกันว่าอักขระคงเป็นวิชา

    พระเอกมองอักขระ แล้วก็เอามาใช้ได้เลยหรอ

    อะไรวะ งง

    #194
    1
    • #194-1 WhiteFT13 (@WhiteFT13) (จากตอนที่ 33)
      7 พฤษภาคม 2562 / 11:24
      ครั้งก่อนแค่มอง ตำราฝึกยุทธยังฝึกสำเร็จเลย ตอนขายแร่หินโลหิตที่คลังสมบัติ
      #194-1
  2. #122 prasitkai (@prasitkai) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 5 กันยายน 2561 / 21:58
    สุดยอดด
    #122
    0
  3. #108 jkluio55455zxc (@jkluio55455zxc) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 4 กันยายน 2561 / 15:56
    กลายเปนใช้อักขระสู้ไปละ55
    #108
    0
  4. #76 pomafsdzxcv (@pomafsdzxcv) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2561 / 15:40
    อักขระมาจากไหนทำไมข้ามเนื้อข้ามตอนจัง เหมือนเคยอ่านมาก่อนแต่พอมาอ่านอีกทำไใ

    ตัดไปหลายคำอ่านไม่เข้าใจเยอะมากเบื่อนิดๆละ
    #76
    1