[นิยายแปล] หมื่นอสูรก้มกราบ (สนพ.กวีบุ๊ค)

ตอนที่ 35 : เล่มที่2 ตอนที่35 พลังชีวิตเหลวล้ำค่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15162
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 831 ครั้ง
    10 ส.ค. 61

        เต้าหลิงตกตะลึง เดิมทีเขาคิดว่าในเส้นทางสีทองนี้จะไม่มีคนอยู่ ทว่าผ่านไปชั่วขณะหนึ่ง เขาก็เห็นกลุ่มคน อีกทั้งพวกเขายังเดินอยู่บนเส้นทางสีทองอีกด้วย

         

        พวกเขาเดินไปอย่างเชื่องช้า ฝีเท้าก้าวออกไปข้างหน้าด้วยความุ่งมั่น ต้นเหตุที่ดึงดูดพวกเขานั่นก็คือน้ำพุวิญญาณ

         

        น้ำพุวิญญาณปลดปล่อยหมอกแสงสวรรค์เรืองรอง มันพ่นคลื่นพลังชีวิตที่เปี่ยมล้นออกมาดุจสายน้ำใหญ่ คล้ายกับตาน้ำชีวิต ละอองหมอกสวรรค์เบาบางหลายหมื่นเส้นพุ่งออกมา

         

        อีกทั้งพลังงานนี้ เหมือนกว่าเป็นแหล่งพลังงานต้นกำเนิดชีวิตของหอคอยผ่านจิต!

         

        แหล่งพลังงานต้นกำเนิดนี้น่ากลัวเป็นอย่างมาก ทุกๆ หยดล้วนแล้วแต่ล้ำค่าจนไม่อาจจะประเมินได้ทำให้เต้าหลิงถึงกับตัวสั่น เขาไม่คิดเลยว่าสุดเส้นทางสีทองนี้จะมีน้ำพุวิญญาณอยู่

         

        ดวงตาของเขาร้อนผ่าว หลายวันมานี้เขาดูดซับแต่พลังงานธาตุไม้มาโดยตลอด ทำให้คุณสมบัติร่างกายเปลี่ยนพลิกไป

         

        หากต้องการที่จะขยายพลังธาตุไม้นั้นเป็นเรื่องที่ยากเป็นอย่างมากซึ่งจะต้องใช้เวลาที่ยาวนานถึงจะทำได้ การที่พบเจอแหล่งพลังต้นกำเนิดที่อยู่ตรงหน้าจะไม่ให้เขาใจสั่นได้อย่างไร

         

        คนที่มาใหม่บนเส้นทางสีทอง ดึงดูดความสนใจของพวกเขา มนุษย์สามตาที่อยู่หนึ่งในนั้น เบิกดวงตาที่สาม แสงสว่างจ้าส่องประกายออกมา ดวงตานั้นโอบล้อมไปด้วยคลื่นพลังที่น่ากลัว ภายในแฝงไปด้วยอักขระที่ลึกลับ

         

        อมนุษย์ตนนี้ไม่รู้ว่าแข็งแกร่งยิ่งกว่ามนุษย์สามตาที่เต้าหลิงเคยสู้มาก่อนหน้านี้ตั้งเท่าไหร่ แต่คนที่มาถึงเส้นทางสีทองนี้ได้ ล้วนแล้วไม่ใช่ผู้อ่อนแอ 

         

        “มีคนมาที่นี่ด้วยอย่างนั้นรึ ช่างบังเอิญเสียจริงๆ”มนุษย์สามตาส่งเสียงหึดังขึ้นด้วยสีหน้าที่ไม่ยินดีสักเท่าไหร่ เพราะน้ำพุวิญญาณนี้ไม่ใช่ว่าจะแบ่งให้ได้กับทุกคน

         

        เด็กหนุ่มผมสีม่วงหันกลับมามองแวบหนึ่ง แววตาฉายประกายความประหลาดใจออกมา แม้ว่าเต้าหลิงจะใช้อักขระสีทองปกปิดรูปร่างหน้าตาเอาไว้ ทว่าเพียงแวบเดียวเขาก็มองออก คนๆนี้เหมือนกับเขาที่เป็นศิษย์ใหม่สิบอันดับต้นๆของสำนักซิงเฉิน   

         

        เด็กหนุ่มผมสีม่วงไม่ประหลาดใจก็คงแปลก คนที่ขึ้นมาที่ชั้นเก้าของหอคอยผ่านจิตได้ล้วนเป็นคนที่มีชื่อเสียงโด่งดังทั้งสิ้น เพราะแรงกดดันในชั้นนี้นั้นน่ากลัวเป็นอย่างมาก

         

        “ตาน้ำพลังชีวิตนี้ในทุกๆปีกจะผลิตพลังชีวิตเหลวล้ำค่าออกมาสิบกว่าหยด ตอนนี้มีมาเพิ่มอีกหนึ่ง คงจะแบ่งได้ไม่ลงตัว”ร่างเงาสีทองสบตากับมนุษย์สามตาแว่บหนึ่งพลางแสยะยิ้มออกมา

         

        พวกเขามาก็เพื่อเอาพลังชีวิตเหลวล้ำค่าซึ่งเรื่องนี้ก็ไม่ใช่ความลับอะไร ในทุกๆปีมันจะผลิตพลังชีวตเหลวล้ำค่านี้ออกมาแค่ไม่กี่สิบหยด ภายในของเหลวนี้อุดมไปด้วยพลังชีวิตมหาศาล สามารถยืดอายุและใช้รักษาอาการบาดเจ็บ อีกทั้งถ้านำมาหลอมเป็นโอสถ มันก็จะกลายเป็นของล้ำค่าที่มีมูลค่าสูง

         

        โดยเฉพาะกับขั้นหล่อกายา มันสามารถขยายพลังชีวิตต้นกำเนิดให้ใหญ่ขึ้น เป็นของล้ำค่าที่มีมูลค่าสูงเฉียดฟ้า น่าเสียดายที่ตาน้ำพลังชีวิตนี้จะผลิตออกมาแค่ปีละไม่กี่สิบหยดเท่านั้น

         

        “เจ้าหนู เจ้าออกไปจากที่นี่ซะจะดีกว่า พลังชีวิตเหลวล้ำค่าในปีนี้ ไม่มีส่วนแบ่งของเจ้า”มนุษย์สามตากล่าวเตือน ดวงตาที่สามเปิดออก

         

        ผมยาวของเต้าหลิงปลิวไสว แรงกดดันในเส้นทางสีทองนี้หนักหน่วงมาก เหมือนกับมีภูเขาลูกใหญ่กำลังกดทับร่างของเขาเอาไว้ เมื่อได้ยินคำพูดนั้นเขาก็กล่าวออกมาเรียบๆ“หอคอยผ่านจิตเป็นบ้านของเจ้าหรือยังไง?”

         

        ในตอนนี้พลังชีวิตเหลวล้ำค่านั้นสำคัญต่อเขามาก ของสิ่งนี้จะทำให้คุณสมบัติในร่างกายของเขาดีมากขึ้นไปอีก

         

        ได้ยินดังนั้น สีหน้ามนุษย์สามตาก็พลันขึงขังขึ้น เขาเอ่ยเสียงเย็นออกมา“เช่นนั้น เจ้าก็ลองดู”

         

        เต้าหลิงไม่ได้สนใจ เขาดึงดูดพลังบริสุทธิ์ที่อยู่รอบทิศเข้ามาภายในร่างเพื่อกลั่นหลอม ฝีเท้าก้าวออกไปข้างในอย่างไม่หยุด สายตาพลันสังเกตเห็นร่างเงาร่างหนึ่งที่อยู่ข้างหน้าสุด

         

        ด้านหลังของนางมีกระบี่สีทองด้ามใหญ่ที่เปล่งแสงกระบี่สีทองสว่างไสวออกมา มีเสียงโลหะสั่นสะเทือนดังออกมา อักขระโดยรอบถูกทำลายจนแตกหัก นั่นเป็นอาวุธที่น่ากลัวมาก

         

        เด็กสาวคนนี้แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก นางสวมเสื้อเกราะสีทองประกายแสงระยิบระยับ ร่างกายมีส่วนเว้าโค้ง ผิวขาวสะอาดดุจไข่มุก ภายในร่างปลดปล่อยพลังกระบี่ออกมาเป็นเส้นๆทำให้อมนุษย์ที่อยู่โดยรอบหวั่นเกรง

         

        ขณะนี้พวกเขาอยู่ใกล้กับตาน้ำพุชีวิตมากแล้ว เต้าหลิงเร่งฝีเท้าให้เร็วมากขึ้น แต่ยิ่งเดินเข้าไปมากเท่าไหร่ แรงกดดันก็ยิ่งรุนแรงขึ้นเท่านั้น เขาดึงพลังบริสุทธิ์โดยรอบเข้ามาในร่างอย่างไม่ขาดสาย เพื่อกลั่นหลอมพลังบริสุทธิ์มาทดแทนพลังที่สูญเสียไป

         

        ยิ่งเดินลึกเข้าไปเท่าไร เต้าหลิงก็รู้สึกได้ถึงพลังที่เปี่ยมล้นมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังแฝงไปด้วยคลื่นพลังต้นกำเนิดทำให้คุณสมบัติร่างกายของเขาแปรเปลี่ยนไปรวดเร็วมากขึ้น

         

        “มันได้ผล” เต้าหลิงกล่าวออกมาด้วยความดีใจ หากได้พลังต้นกำเนิดเหลวล้ำค่ามาล่ะก็ คุณสมบัติร่างกายของเขาจะต้องเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน

         

        ความเร็วในการฟื้นฟูพลังของคนเหล่านั้นเทียบไม่ได้กับเต้าหลิง มนุษย์สามตาหันมามองแวบหนึ่งก่อนจะแสยะยิ้มออกมา“ที่แท้เป็นธาตุไม้ หึ”

         

        พวกเขารู้ดีถึงแม้ธาตุไม้จะหายาก แต่ว่าพลังการโจมตีนั้นไม่ได้แข็งแกร่งขนาดมากขนาดนั้น มนุษย์สามตาคิดว่าที่เต้าหลิงฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว จะต้องเป็นเพราะคุณสมบัติของธาตุไม้อย่างแน่นอน

         

        “เจ้าระวังด้วย”เด็กหนุ่มผมสีม่วงมองไปที่เต้าหลิง พลางกล่าวเตือนเขาด้วยความหวังดี อย่างไรซะ พวกเขาก็เป็นศิษย์สำนักเดียวกัน ถ้าอัจฉริยะเช่นนี้จะต้องมาตายที่นี่ก็น่าเสียดายแน่

         

        เต้าหลิงมองไปที่สายตาที่หวังดีของเด็กหนุ่มผมสีม่วงพลางฉีกยิ้มออกมา ในตอนนี้เขาอยากจะประลองกับคนที่เก่งกาจอยู่พอดี

         

        “ข้ารู้แล้ว จะว่าไป เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้างในเส้นทางสีทองนี้คืออะไร?”

         

        ได้ยินดังนั้น เด็กหนุ่มผมสีม่วงประหลาดใจขึ้นมาพลางตอบกลับไปว่า“ข้างในนั้นลึกลับเป็นอย่างมาก เป็นของที่สืบทอดกันมาตั้งแต่โบราณ แต่เจ้าอย่าเข้าไปจะดีกว่า เพราะแรงกดดันในนั้นน่ากลัวกว่าที่นี่หลายเท่า จะตายได้ง่ายๆ”

        
        “แบบนี้นี่เอง”เต้าหลิงอึ้งไป แม้แต่แรงกดดันของชั้นเก้ายังรุนแรงขนาดนี้ ชั้นสิบจะน่ากลัวขนาดไหนนั้นไม่อยากจะคิดเลย หรือว่าชั้นที่สิบจะเป็นเพียงแค่ตำนาน ที่ไม่สามารถจะขึ้นไปได้

         

        ในตอนนี้เขาก็เข้ามาใกล้ร่างสีทองเข้าไปเรื่อยๆ อมนุษย์ตนนี้แข็งแกร่งยิ่ง อีกทั้งยังปลดปล่อยพลังที่ดุร้ายออกมา ทำให้ผู้คนหนาวจนถึงกระดูก มันกล่าวเสียงเย็นออกมาว่า“เมื่อครู่ข้าเตือนเจ้าแล้วว่าอย่าเข้ามาใกล้ เหตุใดเจ้าถึงไม่ฟัง”

         

        นัยน์ตาของมันมีประกายแสงดุร้ายออกมา มันจ้องไปที่ร่างของเต้าหลิงพลางแสยะยิ้มออกมา“ไม่เลว ข้าสัมผัสได้ถึงพลังชีวิตที่เปี่ยมล้นในร่างของเจ้า ถ้าข้ากินเจ้า โอกาสที่ข้าจะได้พลังชีวิตเหลวล้ำค่าก็จะเพิ่มมากขึ้น”

         

        “เจ้าคงจะเป็นสัตว์อสูรงั้นสินะ ถึงได้อยากจะกินข้า”เต้าหลิงส่งเสียงหึ

         

        ได้ยินดังนั้น พลังของร่างเงาสีทองก็เย็นลง ดวงตาทั้งสองข้างฉายสีความโกรธแค้น เจ้านี่ช่างหาญกล้ายิ่งนัก กล้าพูดจาเช่นนี้ออกมาได้อย่างไร

         

        “อยู่ไปก็รกโลก”มันแผดเสียงแหลม ฝ่ามือเปลี่ยนเป็นสีแดง ก่อนที่ฝ่ามือจะแหวกฝ่าอากาศออกไปหมายจะจัดการเต้าหลิงเสียแล้วค่อยกินเขาเข้าไป

         

        พลังที่ดุร้ายโหมซัดกระหน่ำเข้ามา เต้าหลิงกำหมัดแล้วปล่อยออกไป อักขระสีทองอัดแน่น พลางปะทะเข้ากับฝ่ามือ

         

        เสียงดังลั่นสะเทือนทั่วฟ้าดิน ทำให้อักขระโดยรอบสลายหายไป พลังที่ระเบิดออกมานั้นแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก

         

        “หืม”ร่างเงาสีทองประหลาดใจยิ่ง มันคิดไม่ถึงว่าคนๆนี้จะแข็งแกร่งมากขนาดนี้ หลังจากนั้นมันก็กล่าวออกมาด้วยดวงตาที่ร้อนผ่าวว่า“ดี ดีมาก ข้าชอบกล้ามเนื้อของเจ้า ถ้าข้ากินเข้าไปพลังของข้าจะต้องเพิ่มขึ้นมาแน่ ส่งตัวของเจ้ามาให้ข้าซะ”

         

        ฝ่ามือของมันขยับอีกครั้ง ฝ่ามือสีแดงคล้ำเปลี่ยนเป็นตราฝ่ามือขนาดใหญ่ ที่ปกคลุมท้องฟ้าพลางกดทับฝ่ามือลงไปจนมวลอากาศแหลกเป็นผุยผง

         

        เต้าหลิงกำหมัดแน่น พลังภายในร่างเอ่อล้นทะลัก ผมยาวปลิวไสวอย่างบ้าคลั่ง ทั่วร่างเปล่งแสงสีทองสว่างจ้าแล้วปล่อยหมัดสวนขึ้นไป

         

        โดยรอบสั่นสะเทือน อักขระมอดดับไป เส้นทางสีทองระเบิดเสียงดังสนั่น ร่างเงาทั้งสองปะทะเข้าด้วยกันโดยใช้ความแข็งแกร่งของร่างกาย มวลอากาศสลายจนกลายเป็นสูญญากาศ

         

        ร่างเงาสีทองคำราม ภายในร่างระเบิดพลังที่ดุร้ายออกมาราวกับเทพอสูรที่ตื่นขึ้น ยิ่งเข้าปะทะมันยิ่งแข็งกล้า แต่ละฝ่ามือทำเอาฟ้าดินสะเทือนเลือนลั่น

         

        เต้าหลิงเองก็ไม่น้อยหน้า ทั่วร่างเปล่งเส้นแสงสีทองออกมาราวกับแสงกระบี่ที่น่ากลัว หมัดที่แข็งแกร่งทำลายได้ทุกสรรพสิ่ง แต่ละการโจมตีเต็มไปด้วยไปด้วยพลังที่อาจหาญ

         

        “แหลกไปซะ” ร่างเงาสีทองคำรามลากเสียงยาว ตราฝ่ามือขนาดใหญ่กดทบลงดุจแท่งหิน

         

        “หลีกไปซะ”เต้าหลิงคำรามลั่น ฝ่ามือเปล่งแสงสีทองสว่างจ้าราวกับหลอมมาจากทองคำ ฝ่ามือของเขาเข้าปะทะดับตราฝ่ามือจนตราฝ่ามือแหลกสลาย

         

        ความเร็วของอมนุษย์สีทองนั้นเร็วมาก มันพุ่งทะยานร่างออกไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับปลดปล่อยพลังที่เปี่ยมล้น ฝ่ามือพุ่งโจมตีเข้าใส่อกของเต้าหลิง 

         

        เต้าหลิงปล่อยขาขวาออกไป ประดุจกระบี่คมที่พุ่งออกจากฝัก กระดูกส่งเสียงปะทะกันดังสนั่น กระบวนท่านี้เขาใช้พลังทั้งหมดที่มี มวลอากาศระเบิดแตกออกเป็นชั้นๆ ฝีเท้าอีกข้างที่อยู่บนพื้นทำให้พื้นดินแตกร้าวเป็นทาง  

         

        ตู้มมม คลื่นเสียงกระจายออกเป็นวงกว้างทำให้ผู้คนต่างแสบแก้วหู ทั่วร่างของอมนุษย์สีทองสั่นสะท้าน มันรู้สึกราวกับปะทะกับภูเขาขนาดใหญ่  ฝีเท้าของมันเหยียดถอยออกไปครึ่งก้าว

         

        “แข็งแกร่ง” เด็กหนุ่มผมสีม่วงใจสั่น เขารู้จักความเป็นมาของอมนุษย์สีทองดี เผ่าอสูรของมันนั้นมีร่างกายที่แข็งแกร่งมาก แต่เต้าหลิงกลับใช้ร่างกายปะทะกับอมนุษย์สีทอง นอกจากจะไม่เสียท่าแล้วยังทำให้อีกฝ่ายเหยียดเท้าถอยหลังไปได้อีก

         

        เด็กสาวที่แบกกระบี่ใหญ่สีทองด้านหน้าสุดหันกลับมามอง นางสวมเสื้อเกราะสีทอง ริมฝีปากแดงอวบอิ่ม นัยน์ตาประกายแสงสว่าง จมูกยกขึ้นสวย ดูงดงามเป็นอย่างยิ่ง นางมองไปที่เต้าหลิงแว่บหนึ่งพลางหันกลับมา ดูท่าจะไม่ใช่เป็นคนที่ชอบพูดจาเท่าไหร่นัก

         

        อมนุษย์สีทองโกรธมาก แววตาของมันเย็นดุจน้ำแข็ง มันแหงนหน้ามองฟ้าพลางเปล่งเสียงคำราม พลังดุร้ายเพิ่มขึ้น ก่อนที่จะพุ่งทะยานออกไป

         

        “ มาได้จังหวะพอดี ”เต้าหลิงหัวเราะด้วยเจตนารมถ์ในการต่อสู้ที่เปี่ยมล้น ฝ่าเท้าทั้งสองกระทืบลงพื้น แรงกดดันโดยรอบไม่อาจจะหยุดเขาได้ เขาพุ่งทะยานขึ้นฟ้าพลางปล่อยฝ่ามือทั้งสองออกไป

         

        เขาเหมือนดั่งอินทรีย์สวรรค์สยายปีก แขนทั้งสองข้างกางออกพร้อมกับพลังมหาศาลที่พุ่งทะลักออกมา ภายในร่างมีเสียงฟ้าร้องครืนๆ พลังปราณในร่างไหลรวมเข้ามากลางฝ่ามืออย่างบ้าคลั่ง เพื่อใช้พลังทั้งหมดที่มีโจมตี

         

        เต้าหลิงไม่ได้เกรงกลัวความตาย กล้ามเนื้อแต่ละมัดปลดปล่อยพลังที่เปี่ยมล้นราวกับมังกรที่พุ่งทะยานออกมา ทุกกระบวนท่าแข็งแกร่งและดุดันอย่างไร้ที่เปรียบ มวลอากาศถูกฉีกออกเป็นทาง

         

        ร่างเงาทั้งสองปะทะเข้าใส่กัน แต่ละกระบวนท่ารุนแรงอย่างยิ่ง ทำให้เส้นทางสีทองสั่นสะเทือน

         

        นัยน์ตาของอมนุษย์สีทองเย็นยะเยือกขึ้น มันสัมผัสได้ถึงร่างกายของเต้าหลิงที่น่ากลัวขึ้นมาเรื่อยๆ พลังภายในร่างโคจรราวกับน้ำไหลเชี่ยวกราด ให้ความรู้สึกที่กดดันอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

         

        “โฮกกก”อมนุษย์สีทองคำราม ร่างของมันเปลี่ยนเป็นแดงคล้ำ ความสูงเพิ่มขึ้นร่วมเก้าเมตร ลักษณะภายนอกเหมือนกับเสือดาว ผิวแดงคล้ำไร้ขนทว่ากลับมีหนามที่แหลมคมงอกออกมา

         

        “เจ้าบังอาจยั่วโทสะข้า ไม่ว่าจะบนสวรรค์หรือใต้พิภพก็ไม่มีใครสามารถช่วยเจ้าได้”มันแผดเสียงคำรามด้วยไอพลังสังหารที่เดือดพล่าน


-----------------------------------


ฝากLikeเพจของเรื่อง หมื่นอสูรก้มกราบ

ไว้อัพเดทนิยายกันด้วยนะคะ ^_^






อ่านเล่มที่ 6 เร็วกว่าใครและอุดหนุนผลงานถูกลิขสิทธิ์ได้ที่ลิงก์นี้


120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาทค่ะ ^_^)
 เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอน เท่ากับ 1 เล่ม
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 831 ครั้ง

1,177 ความคิดเห็น

  1. #207 Writer Miracal (@lamomal) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 18 กันยายน 2561 / 20:03
    อ่านไปอ่านมา บรรยายซะเก่งกว่าระดับสถิตฟ้าแล้วนะ
    #207
    0
  2. #136 amporn (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 7 กันยายน 2561 / 19:30
    ขอบคุณค่ะ
    #136
    0
  3. #123 prasitkai (@prasitkai) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 5 กันยายน 2561 / 22:18
    มันมาก
    #123
    0