ตอนที่ 37 : เล่มที่2 ตอนที่37 เจ็บหนัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14854
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 839 ครั้ง
    12 ส.ค. 61

        พื้นที่ของชั้นที่เก้านั้นกว้างขวางเป็นอย่างมาก ทั้งยังเปี่ยมล้นไปด้วยพลังบริสุทธิ์มหาศาล พลังงานจำนวนมากหลอมรวมกันจนใกล้จะแปรเปลี่ยนเป็นรูปธรรม หมอกสีม่วงล่องลอยไปตามอากาศ

        ด้านในนี้เป็นดินแดนสมบูรณ์ที่พบเจอได้ยากเป็นอย่างมาก ผู้คนที่อยู่โลกภายในล้วนแต่ดวงตาเป็นประกาย ทว่าชั้นเก้านี้ไม่ใช่ชั้นที่ใครก็จะเข้ามาได้ ด้วยแรงกดดันที่น่ากลัวสูงสุด ทั้งยังมีหมอกพลังแห่งกฏควบคุมอยู่

        อีกทั้งพลังแห่งกฏนี้ยังน่ากลัวมาก ในตอนที่เต้าหลิงเดินเข้ามาเขาก็รู้สึกเหมือนกับร่างถูกเสียดแทงจนแทบจะแหลกสลาย

        เขาดื่มพลังชีวิตเหลวล้ำค่าลงไปหนึ่งหยด ทั่วร่างพลันเปล่งแสงสว่าง รูขุมขนคายแสงหมอกออกมาโดยรอบโอบล้อมไปด้วยคลื่นพลังชีวิตที่เปี่ยมล้น เพียงแค่หยดเดียวก็เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังที่มากมายถึงขนาดนี้ ทั้งปากและจมูกของเขามีพลังมหาศาลไหลเวียนไปมา

        พลังของเต้าหลิงพุ่งขึ้นจนถึงขีดสุด เขาแผดเสียงคำรามออกมา ฝีเท้าก้าวเดินเข้าไปข้างใน ภายในใจพลันเต็มไปด้วยความหวาดระแวง เขารู้สึกได้ว่าพลังฟ้าดินที่ปกคลุมอยู่ที่นี่ ถ้าหากอยู่นานเกินไปอาจจะถูกพลังเหล่านั้นบดขยี้จนตายได้

        ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเด็กหนุ่มผมม่วงนั่นถึงไม่ให้ข้าเข้ามา ที่แท้ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่มนุษย์จะสามารถทนได้”เต้าหลิงกล่าว ร่างของเขามีเลือดไหลออกมา เพราะถูกพลังแห่งกฏเสียดสี

        ทว่าเพราะเขาได้ดื่มพลังชีวิตเหลวล้ำค่าลงไป ทำให้มีพลังมหาศาลอัดแน่นอยู่ในร่าง ร่างกายของเขาจึงฟื้นฟูตัวเองได้อย่างรวดเร็ว

        เต้าหลิงไม่กล้าเดินเข้าไปสุ่มสี่สุ่มห้า เขาหาก้อนหินก้อนใหญ่พลางนั่งขัดสมาธิลงไป ดวงตาทั้งสองข้างปิดลงเพื่อเริ่มฝึกฝน

        หากเป็นคนภายนอกคนอื่นนั้น พวกเขาไม่กล้าที่จะมาฝึกฝนพลังอยู่ที่นี่เพราะความน่ากลัวของหมอกแห่งกฏ ที่สามารถฆ่ามนุษย์ให้ตายทั้งเป็นได้ แต่ว่ากับเต้าหลิงนั้นไม่เหมือนกัน คุณสมบัติร่างกายของเขาได้เปลี่ยนไปแล้ว เขาดูดซับพลังงานต้นกำเนิดของที่นี่อย่างรวดเร็วเพื่อใช้มันกลั่นหลอมพลัง

        พื้นที่ของชั้นที่เก้านั้นกว้างใหญ่มาก ที่นี่ยังมีวิหารโบราณตั้งอยู่ บนกำแพงเต็มไปด้วยกลิ่นไอโบราณเก่าแก่ ไม่รู้ว่ามีมาอยู่แล้วกี่ยุคสมัย

        มียอดยุทธ์บางคนที่ได้มรดกบางอย่างจากชั้นที่เก้าไป บ้างก็ได้วิชาโบราณชั้นยอด คนที่ได้ไปส่วนมากนั้นล้วนแล้วแต่เป็นอัจฉริยะที่มีชื่อเสียงในใต้หล้า

        ในพื้นที่แห่งนี้ทั้งอ้างว้างและเงียบสงบ มีเพียงแค่ในสถานที่โบราณที่มีเสียงฟ้าร้องดังสนั่นหวั่นไหว ทั้งยังมีเสียงโลหะกระทบกันคล้ายกับว่ามีคนตีเหล็กอยู่

        ช่วงพริบตา วันเวลาสิบวันก็ผ่านไป เต้าหลิงยังคงฝึกฝนร่างกายอยู่  พลังชีวิตภายในร่างกายของเขานั้นเปี่ยมล้นจนถึงขีดสุด ผิวหนังปลดปล่อยหมอกสวรรค์ออกมาทั้งยังโอบล้อมไปด้วยพลังปราณที่หนาแน่น

        เวลาผ่านไปอีกครึ่งเดือน พลังฟ้าดินก็ยังคงไหลเข้าไปในร่างกายของเต้าหลิงอย่างบ้าคลั่ง แรงดูดกลืนพลังของเขายิ่งเร็วมากขึ้นเรื่อยๆ กล้ามเนื้อทุกมัดอัดแน่นไปด้วยพลังที่แข็งกล้า

        พลังบริสุทธิ์ของเขาระเบิดทะลวงขึ้นไปจนถึงจุดสูงสุด เขาสัมผัสได้ถึงขีดจำกัดที่น่ากลัวเหมือนกับยอดสูงสุดของห้วงมหาสมุทร ยากที่จะทะลวงฝ่าออกไป

        ถึงขีดจำกัดแล้ว”เต้าหลิงลืมตาทั้งสองขึ้น เขาใช้เวลาหนึ่งเดือนในการฝึกฝน ด้วยพลังที่ไหลเข้ามาอย่างไม่ขาดสายทำให้ความเร็วในการฝึกของเขาพุ่งขึ้นไปอย่างก้าวกระโดด

        ในเวลานี้พลังทั่วร่างของเต้าหลิงได้เปลี่ยนไป หมอกสวรรค์สีเขียวมรกตถูกปลดปล่อยออกมา ทั่วร่างของเขาเหมือนกับน้ำพุชีวิตที่ส่องแสงที่ผสานเข้ากับพลังฟ้าดินโดยรอบ ซึ่งนี่ก็คือสัญญาณที่กำลังจะทะลวงเข้าสู่ขั้นสถิตวิญญาณ

        พลังต้นกำเนิดเหมือนว่าจะถูกปลดปล่อยออกมาจากข้างใน ข้าสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังมหาศาลที่เหมือนกับท้องมหาสมุทร”เขาหันหน้ามองออกไปข้างหน้า ท่ามกลางหมอกสลัวๆเขามองเห็นประตูที่น่ากลัวอยู่บานหนึ่ง

        เต้าหลิงยันกายลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปข้างหน้า แรงกดดันภายในยังคงน่ากลัวอยู่ โดยเฉพาะพลังแห่งกฏ ถึงแม้จะเป็นสัตว์อสูรสวรรค์ก็คงไม่กล้าที่จะอยู่ที่นี่นาน ไม่เช่นนั้น จะต้องได้รับบาดแผลแสนสาหัส

        ทว่าเต้าหลิงไม่กลัว เพราะเขาสามารถใช้พลังงานต้นกำเนิดนี้มาฟื้นฟูร่างกายของเขาได้

        เขาเดินเดินหยุดหยุด จนหลายวันผ่านไป เขาก็เพิ่งจะมาถึงใกล้ประตูเท่านั้น เห็นได้ชัดว่าแรงกดดันนี้น่ากลัวมากขนาดไหน

        เต้าหลิงรู้สึกได้ว่าเขาได้ฝึกฝนมาจนถึงจุดสูงสุดแล้ว ทว่าเขาก็ยังสัมผัสได้ว่าตนนั้นจะสามารถทะลวงขึ้นไปได้อีก แต่นั่นก็ขึ้นอยู่กับโชคชะตา

        อีกทั้ง ในครั้งนี้เขาสัมผัสได้ว่า เขาจะค้องใช้พลังศักยภาพของตัวเองในการทำลายขีดจำกัดนี้ เพราะดูเหมือนว่าวิชาสยบฟ้านั้นจะถึงจุดสูงสุดแล้ว

        เบื้องหน้ามีประตูสีทองอร่ามปรากฏขึ้น ราวกับดวงอาทิตย์ที่กำลังแผดเผาปกคลุมไปด้วยคลื่นพลังที่น่ากลัวและศักดิ์สิทธิ์ ข้างในนั้นเหมือนกับเป็นพระราชวังของเทพสวรรค์

        เป็นที่ที่น่ากลัวมาก หรือว่าจะเป็นชั้นที่สิบ”เต้าหลิงอึ้งไป ด้วยดวงตาที่สั่นไหว เขาสัมผัสได้ว่าพลังงานของหอคอยผ่านจิตนี้ถูกปลดปล่อยออกมาจากที่นี่

        อีกทั้ง พลังบริสุทธิ์ที่พรั่งพรูออกมาจากหน้าประตูนั้น แต่ละเส้นพลังเต็มไปด้วยความลึกลับ ทั้งยังแฝงไปด้วยพลังวิญญาณ

        ฝึกฝน”เต้าหลิงกำหมัดพลางเดินเข้าไปข้างในอย่างไม่มีทางเลือก ทั้งเขายังต้องการที่จะกลั่นหลอมพลังทั้งหมดนี้

        การกลั่นหลอมพลังในครั้งนี้นั้นสมบูรณ์มากขึ้นกว่าครั้งก่อน อวัยวะภายในทั้งห้าเปล่งแสงออกมาคล้ายกับล้อสวรรค์ กระดูกเปล่งประกายระยิบระยับดุจอัญมณี เส้นผมแต่ละเส้นประกายแสงสีทองอร่าม ทั่วร่างของเขาอาบไปด้วยแสงทองคำ ฝีเท้าเหยียดก้าวออกไป

        เพียงแค่ฝ่าเท้าข้างหนึ่งเหยียบลงไปที่พื้น ขนทั่วร่างของเต้าหลิงก็ลุกซู่ เหงื่อเย็นไหลออกมา ก่อนที่จะรีบยกขาขึ้นอย่างโดยเร็ว

        ทว่าการเคลื่อนไหวของเขานั้นช้าเกินไป ประตูที่เหมือนกับดวงอาทิตย์ที่ลุกโชน พลังน่ากลัวที่อยู่ภายในได้ตื่นขึ้น มันพุ่งทะลักออกมาเหมือนกับมหาสมุทรที่โหมปะทะเข้าใส่ร่างของเขา

        อั่กก”เต้าหลิงอาเจียนเป็นเลือดออกมากองใหญ่ ร่างของเขากระเด็นลอยออกไป ทั่วทั้งร่างระเบิดออก เลือดไหลนองออกมา กระดูกแต่ละซี่แตกหักไม่เป็นชิ้นดี

        ฟ้าดินได้เกิดการผันผวน แรงกดดันของพลังแห่งกฏ กำลังบดขยี้ร่างกายของเขา

        เต้าหลิงแผดเสียงคำรามลั่น เส้นผมเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดปลิวไสวอย่างบ้าคลั่ง ดีที่เขาได้ดื่มพลังชีวิตเหลวล้ำค่าลงไปก่อนหน้านี้แล้ว มันจึงเริ่มรักษาบาดแผลของเขาอย่างบ้าคลั่ง ถ้าช้ากว่านี้มีหวังได้ตายอยู่ที่นี่จริงๆแน่

        พลังบริสุทธิ์โอบล้อมร่างกายของเขาเอาไว้ มันรักษาอาการบาดเจ็บของเขาอย่างรวดเร็ว ทว่าด้วยบาดแผลที่แสนสาหัส เพราะแรงพลังของกฏในชั้นที่เก้า ทำให้เต้าหลิงยากที่จะต้านทานมันไหว เขาใช้เวลารักษาหนึ่งวันเต็มจากนั้นอาการของเขาก็ค่อยๆดีขึ้นมา

        เต้าหลิงนั่งขัดสมาธิอยู่ตรงประตูของชั้นที่สิบอีกครั้ง เขาดูดซับพลังงานเข้ามาอย่างไม่ขาดสายเพื่อมารักษาบาดแผลซึ่งใช้เวลาไปทั้งหมดสามวันเต็ม 

        เข้าไปไม่ได้”เต้าหลิงถอนหายใจ นี่ที่น่ากลัวเกินไป ถ้าไม่ใช่เพราะฝึกฝนในชั้นเก้ามาหนึ่งเดือน เขาก็คงจะตายไปแล้ว

        แท้จริงแล้วต้นตอของพลังนั้นคืออะไรกันแน่นะ”เต้าหลิงเกาหัว ภายในใจยังไม่ยอมแพ้ จากนั้นเขาก็เดินเข้าไปข้างในเพราะอย่างจะรู้ว่าในส่วนลึกของชั้นเก้านั้นมีอะไรอยู่

        หลังจากที่เดินไปเดินมา เขาก็มองเห็นวิหารโบราณแห่งหนึ่ง ประตูทองแดงเต็มไปด้วยสนิม ไม่รู้ว่าใครเป็นคนสร้างที่แห่งนี้ขึ้น ถึงได้อยู่มานานจนถึงตอนนี้ 

        เขาใช้มือลูบจมูก คิดอยากจะผลักประตูเข้าไป ทว่าประตูนี้หนักเกินไปมาก ยากที่จะเปิดออก

        ใช่แล้ว เมื่อครู่ เจ้าผมม่วงนั่นบอกว่าที่นี่มีมรดกอยู่ เดาว่าจะต้องใช้โชคชะตะถึงจะเปิดมันได้”เต้าหลิงส่ายหัวพลางถอนหายใจออกมา ก่อนจะมุ่งหน้าเดินเข้าไปในส่วนลึก หวังว่าจะได้มรดกมาสักชิ้นหนึ่ง

        เบื้องหน้ามีสระน้ำโบราณปรากฏขึ้นเหมือนกับตาน้ำชีวิต แต่น่าเสียดายที่ของที่อยู่ในนี้ถูกคนช่วงชิงไปแล้ว น้ำแห้งเหือดมาไม่ได้รู้กี่ปี

        ระหว่างทางเขาก็เห็นทุ่งสมุทไพรอยู่ไม่น้อย ทว่าข้างในนั้นไม่มีอะไรหลงเหลืออยู่เลย 

        ยิ่งเดินไปลึกเท่าไหร่  วิหารโบราณก็ยิ่งน้อยลง แต่ทว่าวิหารโบราณที่อยู่ด้านในนั้นล้วนไม่ธรรมดา ถึงด้านนอกวิหารจะมีสนิท แต่ข้างในกลับใหม่สะอาดคล้ายกับว่าทำมาจากแร่หินชนิดหนึ่ง

        ของมรดกสืบทอดข้างในนี้จะต้องน่ากลัวมากแน่”เต้าหลิงกล่าวพึมพำ เขาเดินไปมาข้างในอยู่หลายวัน ในที่สุดเขาก็เข้ามาถึงข้างในส่วนลึก ตรงนั้นมีวิหารโบราณตั้งอยู่ห้าแห่ง ทั้งศักดิ์สิทธิ์และน่าเกรงขาม แสงสีทองเปล่งประกายสว่างไสวจนที่พื้นถูกอาบไปด้วยแสงราวกับว่าเป็นที่อยู่ของเหล่าเทพสวรรค์

        ในตอนนั้นเขาก็มาหยุดอยู่ที่วิหารแห่งหนึ่งที่อยู่ตรงกลาง วิหารโบราณนี้เต็มไปด้วยพลังวิญญาณเก่าแก่ ซึ่งให้ความรู้สึกคุ้นเคยกับเต้าหลิงเป็นอย่างมาก

        สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความปิติ เขาลองผลักประตูเข้าไปดู จากนั้นประตูก็ถูกเปิดออก

        หรือว่าที่นี่จะมีมรดกสืบทอดของข้าอยู่”เต้าหลิงดีใจมากเพราะเขารู้ว่าวิหารทั้งห้านี้ต่างก็เป็นวิหารโบราณที่น่ากลัวที่สุด มันจะต้องมีมรดกตกทอดที่น่าสะพรึงอยู่แน่

        ยอดยุทธ์อัจฉริยะทั้งหลายต่างก็อยากมาที่นี่ แสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่ามรดกตกทองของที่นี้นั้นน่ากลัวมากขนาดไหน ตระกูลขุนนางโบราณต่างก็ตาร้อนผ่าว แต่ทว่าก็ยังมีของอยู่จำนวนไม่น้อยที่ยังไม่ถูกคนช่วงชิงไป เห็นได้ชัดว่ามันเอาไปได้ยากแค่ไหน

        ภายในห้องวิหารใหญ่โบราณนั้นว่างเปล่า ทว่ากลับอัดแน่นไปด้วยพลังที่น่าเกรงขามราวกับสถานที่ประกอบพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ เต้าหลิงรู้สึกว่าพลังที่อยู่ภายในนี้นั้นเหมือนกับพลังของเขามาก

        เขามาถึงส่วนลึกสุดของวิหารใหญ่ ก่อนจะถอนหายใจออกมา มรดกสืบทอดของที่นี่ก็มีคนช่วงชิงไปแล้ว เขามองเห็นกล่องหยกอยู่ใบหนึ่งซึ่งภายในนั้นไม่มีอะไรอยู่เลย

        หลอกกันหรือยังไง ของอะไรก็ไม่มีแล้วจะให้ข้าเข้ามาทำไม”เต้าหลิงขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด

        หลังจากนั้น สายตาของเขาก็ฉายประกายความสงสัยออกมา ถ้าหากมรดกสืบทอดถูกเอาไปแล้ว ประตูก็ถูกเปิดสิ แล้วทำไมมันถึงได้ปิดอยู่ละ

        หรือว่าคนที่เอาไป จะเอาไปไม่หมด”เขากำหมัดเล็กน้อย เพื่อที่จะรับประกันว่าการคาดเดาของตนนั้นไม่ผิด เขาจึงเดินไปรอบๆตรงประตูที่อยู่ข้างๆ ซึ่งน่าเสียดายที่ตรงนั้นไม่ได้มีของอะไรอยู่เลย

        เต้าหลิงรู้สึกว่าที่ประตูข้างๆนี้นั้นน่าจะเป็นมรดกชิ้นที่สอง วิหารหลักต่างหากละถึงจะมีมรดกของจริงอยู่

        ที่นี่มีลานอยู่แห่งหนึ่ง ภายในมีต้นไม้หยาบกร้านสูงใหญ่ เขาเดินไปมารอบๆ ในตอนนั้นเขาก็เห็นร่องรอยการถูกค้น ริมฝีปากของเขาเม้มแน่น คนอื่นก็คงไม่ได้เป็นคนโง่ เขาจะต้องเอาของทั้งหมดที่นี่ไปแล้วแน่

        เมื่อเดินมาถึงส่วนลึกสุด เต้าหลิงก็มองไปทางห้องปรุงโอสถห้องหนึ่งแล้วส่ายหัว”ห้องที่สำคัญขนาดนั้นจะต้องมีคนเข้าไปแล้วแน่ อย่าหวังเลยว่าจะโอสถหลงเหลืออยู่“

        เขาคิดที่จะหันหลังเดินกลับ ทว่าฝีเท้าก็ก้าวเข้าไปข้างในเองอย่างอดไม่ได้

         

        อุณหภูมิภายในห้องนั้นร้อนเป็นอย่างมาก บนแท่นหยกทั้งหมดว่างเปล่า ตรงกลางมีเตาโอสถอยู่อันหนึ่ง

        ใบหน้าละอ่อนของเต้าหลิงฉายสีความตกตะลึงออกมา คิดไม่ถึงว่ายังจะมีเตาโอสถหลงเหลืออยู่ หรือว่าคนที่เข้ามาไม่ได้เอาเตาโอสถไป

        หรือว่ามันจะหนักเกินไปเต้าหลิงเกาหัวพลางใช้มือทั้งสองจับไปที่ฝาเตาแล้วใช้แรงทั้งหมดที่มือออกแรงดึงมันออก

        ใครจะไปคิดละว่าฝาเตาจะถูกเปิดออกอย่างง่ายดาย เขาซวนเซจนเกือบจะล้ม เขาถือฝาเตาเอาไว้ด้วยใบหน้าที่ดำมืด มีเสียงเกร๊งดังขึ้นมา เขามองเข้าไปภายในเตาก็พลันเห็นกระดาษใบหนึ่งที่เขียนเอาไว้ด้วยตัวหนังสือสีทอง หมอกสวรรค์เปล่งแสงสว่างจ้า แต่ละตัวอักษรโบราณโอบล้อมไปด้วยเปลวเพลิง

         “มรดกสืบทอด”เต้าหลิงดีใจเป็นอย่างมาก ในขณะที่กำลังจะหยิบมันขึ้นมานั้น เขาก็สัมผัสได้ถึงพลังที่น่ากลัวจนทำให้ขนทั่วร่างของเขาลุกซู่ ฝีเท้ารีบก้าวถอยหลังไปอย่างรวดเร็วเพราะเขาสัมผัสได้ถึงความตายที่กำลังเข้ามาเยือน

-----------------------------------

ฝากLikeเพจของเรื่อง หมื่นอสูรก้มกราบ

ไว้อัพเดทนิยายกันด้วยนะคะ ^_^






อ่านเล่มที่ 6 เร็วกว่าใครและอุดหนุนผลงานถูกลิขสิทธิ์ได้ที่ลิงก์นี้


120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาทค่ะ ^_^)
 เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอน เท่ากับ 1 เล่ม
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 839 ครั้ง

1,176 ความคิดเห็น

  1. #538 srawutfluk (@srawutfluk) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 23:11
    ขั้นที่พระเอกฝึกนี้มันขั้นกำเนิดพระเจ้าไงว่ะเห็นบอกใกล้จะๆหลายรอบแล้วไม่อัพสักที
    #538
    1
    • #538-1 WhiteFT13 (@WhiteFT13) (จากตอนที่ 37)
      7 พฤษภาคม 2562 / 12:20
      ถ้าอัพแล้วก็ไม่สามรถกลับมาฝึกได้อีก คงจะรอมันสุดจริงๆแหละ แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะอีกกี่สุดของมันถึงจะพอใจ
      #538-1
  2. #303 yukai (@yukai) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 08:10

    ขอบคุณ
    #303
    0
  3. #125 prasitkai (@prasitkai) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 5 กันยายน 2561 / 22:41
    ได้มรดกสักที
    #125
    0
  4. #13 มิน (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 17:30

    สนุกมากค่ะ

    #13
    0
  5. #11 pumiput8724 (@pumiput8724) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 14:34
    คอบคุณครับ
    #11
    0