ตอนที่ 4 : เล่มที่1 ตอนที่4 คลังสมบัติ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19789
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1021 ครั้ง
    18 ก.ค. 61

        ภายในห้องที่มืดสลัว มวลอากาศสั่นคลอนเป็นระลอกๆเพราะถูกคลื่นพลังที่แข็งแกร่งบางอย่างทำให้เกิดการสั่นสะเทือนขึ้น ถึงแม้จะเป็นการกระทำที่ไม่ใหญ่โตมากนัก ทว่ากลับเต็มไปด้วยความลึกลับเกินจะหยั่งถึง

        ภายในห้องเต็มไปด้วยเส้นพลังที่รุนแรง ราวกับมีเตาหลอมที่กำลังไหม้โชนลุกลามอยู่ภายใน

        ร่างเงาร่างหนึ่งกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่ภายในห้อง เปลืองตาทั้งสองข้างยังคงปิดสนิท ทรวงอกกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหายใจเข้าออก ลมหายใจของเขามีพลังดูดซับลึกลับอย่างหนึ่งเอ่อล้นออกมา ภายในอากาศมีไอพลังปรากฏขึ้นมาเป็นเส้นๆ มันหลอมรวมเข้าไปภายในร่างของเขาตามจังหวะ

        เพื่อให้พลังบริสุทธิ์ฟ้าดิน กลั่นหลอมร่างกายของเขา!

        เวลาที่เดินไปเรื่อยๆ ร่างกายของเขาก็พลันแข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าอย่างพึงใจ ความรู้สึกที่แข็งแกร่งเช่นนี้ ช่างทำให้เขารู้สึกดีจริงๆ

        ชั่วพริบตาเวลาก็ผ่านพ้นไปถึงห้าวัน วันนี้ดวงตาที่ปิดสนิทก็ค่อยๆ ลืมขึ้น มือทั้งสองของเขาคลำกล้ามเนื้อทั่วตัวที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด มุมปากยกยิ้มยินดี เพียงเวลาไม่กี่วันก็สัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งที่ก้าวกระโดดไปอีกขั้น

        อีกสิบวันสำนักซิงเฉินก็จะเปิดรับสมัครศิษย์ใหม่เข้าสำนัก สามวันหลังจากนั้นก็จะเป็นวันลงชื่อสมัคร และข้าจะต้องผ่านการคัดเลือกจากผู้คนที่ไปสมัครนับไม่ถ้วนให้จงได้!” เต้าหลิงกระชับฝ่ามือแน่น ก่อนจะพึมพำต่อว่า : “ตอนนี้ข้าควรไปหาเลือดสัตว์อสูรเสียก่อน หากฝึกเฉกเช่นคนทั่วไป พลังข้าคงไปไม่ถึงไหนแน่!”

        เต้าหลิงไม่ได้รีบร้อนเกินการณ์ เขาเดินเข้าห้องอาบน้ำสาดน้ำชโลมกาย สวมอาภรณ์สีขาวสะอาด เส้นผมสะบัดพลิ้วไป ดูๆ ไปแล้วเต้าหลิงท่วงท่าสง่างามไม่น้อย

        แม้ว่าพ่อขาเป๋ของเขาจะยากจน แต่ทว่าก็ยังเคยซื้ออาภรณ์เนื้อดีเก็บไว้อยู่หลายตัว ในตอนที่เขาเอาหินน้ำงามไปขาย อีกฝ่ายจะต้องไม่รู้แน่ว่าของล้ำค่านี้มาจากเขตทุรกันดาร   

         “หินขัดหม้อนี้น่าจะมีมูลค่าสูงค่ากว่าหินที่พ่อขาเป๋ใช้ขัดเท้าหรือเปล่านะ?” เต้าหลิงลูบคางอย่างขบคิด แววตาฉายแสงประกายขึ้นอย่างมีหวังว่ามันจะเป็นหินน้ำงามที่มีค่า

        เต้าหลิงคาดเดาว่า...พ่อขาเป๋ของเขานั้นคงกังวลว่าหากหินล้ำค่าน้ำงามเหล่านี้ออกไปสู่สายตาคนภายนอก อาจจะทำให้ผู้คนอิจฉาตาร้อนได้ ดังนั้นจึงไม่ยอมให้เขานำมันออกไปข้างนอก แม้ว่าที่อยู่อาศัยของพวกเขาจะไม่สู้ดีนัก แต่ว่าเรื่องอาหารการกินนั้นถือว่าไม่ย่ำแย่ อีกทั้งพวกเขาก็ไม่ค่อยเห็นความสำคัญกับวัตถุนอกกาย

        คงอีกพักใหญ่กว่าพ่อขาเป๋จะกลับมาจากเหมือง เมื่อถึงตอนนั้นก็ค่อยถามเขาก็แล้วกันว่าเขาได้หินแร่เหล่านี้มาจากที่ไหน”

        เต้าหลิงปัดฝุ่นที่อยู่บนเสื้อก่อนที่จะปิดประตูบ้าน ฝ่ามือของเขาเอื้อมเข้าไปแตะหินสีทองแดงที่อยู่ภายใต้แขนเสื้อ ไม่ต้องถามก็รู้ได้เลยว่าเขาจะเดินทางไปที่คลังสมบัติ!

        คลังสมบัติเป็นร้านค้าที่ใหญ่ที่สุดในเมืองชิงสือ และยังมีความน่าเชื่อถือเป็นอย่างมาก อีกทั้งคลังสมบัติยังมีสาขาน้อยใหญ่ไปทั่วทั้งแคว้นชิง นับว่าอิทธิพลเป็นที่น่าหวั่นเกรงเป็นอย่างมาก

        เต้าหลิงมาถึงใจกลางเมือง นัยน์ตาดำนิ่งสนิทจ้องมองไปยังร้านค้าที่โอ่อ่าหรูหรา คนที่กล้าย่างกายเข้าไปยังที่แห่งนี้นับว่าน้อยมาก คงเพราะสิ่งของภายในร้านค้าล้วนแต่มีมูลค่าสูงลิ่ว ซึ่งนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เขามาเยือนที่นี่

        เต้าหลิงสูดลมหายใจเข้าลึกพลางเดินเข้าไปในร้านด้วยท่าทีสงบนิ่ง เมื่อย่างเท้าเข้ามาภายในร้าน รูปภาพที่อยู่รอบๆทำให้หัวใจของเขาเต้นระรัวขึ้นมาฉับพลัน แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังคงรักษาท่าที ก้าวเท้าต่อไปอย่างสุขุมเยือกเย็น

        ภายในนั้นเป็นห้องโถงขนาดใหญ่ที่มีขนาดราวๆหนึ่งพันตารางเมตร บนกำแพงรอบๆประดับตกแต้งไปด้วยของล้ำค่าที่ส่องแสงแวววับ ด้านล่างบนหิ้งหยก บนนั้นวางของต่างๆที่สุดแสนล้ำค่าเหนือคำบรรยายเอาไว้ มีคนจำนวนไม่น้อยที่กำลังพูดคุยชี้แนะกัน ดูแล้วครึกครื้นไม่น้อย

        ของล้ำค่ามีเยอะมากจริงๆ สมแล้วที่เป็นคลังสมบัติ!” มือของเต้าหลิ่งที่ซุกอยู่ภายใต้แขนเสื้อสั่นเทา ของล้ำค่าเหล่านี้เขาล้วนแต่ไม่รู้จักทั้งสิ้น อีกทั้งยังมีมากเสียจนนับชิ้นไม่ได้

        เมื่อเห็นเด็กหนุ่มสวมอาภรณ์สีขาวเยื่องกายเข้ามาในร้าน หญิงสาวหน้าตาสะสวยคนหนึ่งก็เดินเข้ามาต้อนรับ นางยิ้มและเอ่ยเสียงหวานออกมาว่า: “คุณชาย ท่านต้องการของล้ำค่าชิ้นใดหรือเจ้าคะ?”

        ภายในใจของหวังเชียนรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย ความจริงแล้วนางล้วนแต่รู้จักหน้าค่าตาของคุณชายเมืองชิงสือทุกคน แต่ทว่าคุณชายท่านนี้นางพึ่งจะได้พบเขาเป็นครั้งแรก ไม่รู้ว่าท่านผู้นี้เดินทางมาจากที่ใดกัน

        ไปคุยด้านหน้านั้นเถอะ” เต้าหลิงมองไปรอบๆ แล้วเดินตรงไปข้างหน้า เพราะบริเวณที่เขายืนอยู่เมื่อสักครู่มีคนยืนอยู่จำนวนไม่น้อย เขาไม่อยากจะเป็นที่สนใจของลูกค้าท่านอื่น อีกทั้งเขาก็ยังไม่รู้ด้วยว่าหินทองแดงที่เขานำมานี้จะมีมูลค่าขนาดไหน

        หวังเชียนคิ้วขมวดเป็นปม เขาจะทำอะไร? แค่มาซื้อของยังต้องมีท่าทีลับๆ ล่อๆ  ลองดูไปก่อนก็แล้วกันว่าเขาต้องการที่จะทำอะไร

        เต้าหลิงเดินเข้าไปด้านในลึกสุด ก่อนที่จะหยิบหินทองแดงออกมา ภายในใจก็ลุ้นจนตัวสั่นว่ามันจะมีมูลค่าสูงเพียงใด และที่สำคัญไปกว่านั้นเขาหวังว่าจะไม่ถูกพวกเขาปฏิเสธ!

        เมื่อเห็นหินสีทองแดงที่อยู่ในมือของเด็กหนุ่ม นัยน์ตาของนางก็ฉายแสงประกายออกมา นางรู้สึกว่าสินค้าชิ้นนี้หาได้ด้อยค่าไม่ นางยิ้มออกมาบางๆแล้วกล่าวออกมาว่า“ท่านต้องการจะขายแร่ชิ้นนี้อย่างนั้นหรือ? ท่านคิดจะขายมันในราคาเท่าไหร่?”

        ข้าต้องการหนึ่งหมื่นเหรียญทอง แล้วส่วนที่เหลือขอแลกเป็นเลือกสัตว์อสูร และที่สำคัญจะต้องเป็นเลือดของสัตว์อสูรที่ระดับสูงกว่ากิเลนไฟ และจะต้องเป็นเลือดที่ต่างชนิดกัน” เต้าหลิงกล่าวรัวออกมาอย่างตื่นเต้น เขาเองก็ไม่รู้ว่าราคานี้เหมาะสมหรือไม่?

        มีเสียงโครมดังขึ้น ร่างของหวังเชียนโงนเงนโซเซจวนจะล้มลง เขากล่าวว่าอย่างไรกันนะ? หนึ่งหมื่นเหรียญทอง? นี่เขารู้หรือไม่ว่าหนึ่งหมื่นเหรียญทองมีค่าเท่าใด?

        แล้วเขายังกล่าวอะไรอีกนะ...กิเลนไฟ? รู้หรือไม่ว่ากิเลนไฟนั้นคืออะไร? นั่นมันเป็นสัตว์อสูรที่ยากจะพบได้! แล้วเจ้ายังต้องการเลือดของสัตว์อสูรที่มีระดับสูงกว่ากิเลนไฟ?อีกทั้งยังต้องการต่างชนิดกันอีก!

        ของห่วยๆ อย่างนั้นน่ะหรือ เจ้าเป็นคนบ้าหรืออย่างไร!” สีหน้าหวังเชียนพลันเปลี่ยนเป็นเย็นชาดูหมิ่น เจ้าโง่ที่ไหนกันกล้ามาที่นี่เพื่อหลอกข้า? ไม่อยากจะมีชีวิตอยู่แล้วรึยังไง!

        ได้ยินดังนั้น หัวใจเต้าหลิงพลันเต้นระรัวด้วยความตกใจ หรือว่าเขาจะตั้งราคาสูงเกินไป? หากรู้เช่นนี้เขาคงจะให้นางเป็นฝ่ายตั้งราคา ภายในใจของเขารู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมากหรือว่ามันจะไม่มูลค่าเลย?

        ใครก็ได้รีบมาจับเจ้าโง่ที่อาจหาญผู้นี้ ไปเฆี่ยนตีให้รู้สำนึกซะ!” หวังเชียนกล่าวด้วยสีหน้าเย็นชา ดูน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก

        เสียงร้องว่ากล่าวของหวังเชียนทำให้รอบข้างเงียบลงฉับพลัน ก่อนจะปรากฏเสียงหัวเราะดังลั่นขึ้น : “เจ้าโง่หาญกล้าที่ไหนบังอาจมาล่วงเกินน้องหวังเชียน เจ้าอยากให้ข้าช่วยสั่งสอนมันหรือไม่?”

        ใช่แล้วน้องหวังเชียน เจ้าโง่นี่มันจับบั้นท้ายของเจ้าอย่างนั้นหรือ? เจ้าถึงได้โกรธเกรี้ยวเช่นนี้” ชายหน้าดำร่างสูงใหญ่กล่าวพลางมองไปที่สะโพกของหวังเชียนที่งอนเป็นทรงได้รูป ก่อนที่จะส่งเสียงหัวเราะออกมา

        เสียงวิพากษ์วิจารณ์รวมเสียงหัวเราะโดยรอบ ยิ่งทำให้นางบังเกิดโทสะ นางขบฟันเม้มปาก ไม่รู้เลยว่าไอ้บ้านนอกนี้โผล่มาจากไหน ทั้งยังทำให้นางอับอายขายหน้า นางจะไม่ยอมให้เขาเดินออกจากร้านไปง่ายๆแน่!

        เมื่อเห็นผู้คุ้มกันเดินเข้ามาใบหน้าของเต้าหลิงพลันขึงขังขึ้น แค่เขาตั้งราคาผิด เหตุใดต้องทำถึงขนาดนี้ด้วย? มีร้านค้าที่ไหนทำการค้าเช่นนี้กัน!?

        น้องชาย นับว่าเจ้าใจกล้าไม่เบาเลยนะ ถึงได้กล้ามาหาเรื่องถึงที่นี่!” ชายร่างสูงใหญ่กำยำลูบกุมกำปั้นของเขาพลางส่งเสียงเย็นออกมา“ไม่รู้หรือว่าที่นี่คือที่ไหน? บอกข้ามาว่าเจ้าอยากจะตายอย่างไร?”

        ในเมื่อพวกเจ้าไม่ต้องการที่ซื้อของๆข้า ข้าก็ไม่ข้องใจ หากแต่ทำไมต้องนำคนมาไล่ข้าด้วยเล่า?” เต้าหลิงตีหน้าเยือกเย็นขึงขังกล่าวกับผู้คุ้มกัน : “ข้าได้ยินมาว่าคลังสมบัติมีความน่าเชื่อถือที่ยอดเยี่ยม แต่มาวันนี้ทำให้ข้ารู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมาก”

        เฉินต้าไห่ขมวดคิ้วเล็กน้อย สายตาของเขากวาดสายตามองไปยังเต้าหลิงที่ยังคงวางตัวสบายๆ ไร้ท่าทีทุกข์ร้อน แล้วไห่ต้าก็พลันสงสัยเหตุใดเจ้าน้องชายผู้นี้จึงไม่มีทีท่าจะหวาดกลัว เขาจึงหันไปถามหวังเชียน : “เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?”

        หึ แค่ไล่เจ้านี่มันยังน้อยไปเสียด้วยซ้ำ เรื่องที่เจ้ากล่าวเกี่ยวข้องอันใดกับชื่อเสียงของร้านเรา?” ใบหน้าหวังเชียนแสดงความโกรธเกรี้ยว นางอยากจะฉีกปากของชายตรงหน้าให้เละเทะ จากนั้นนางก็หันไปกล่าวกับผู้คุ้มกันว่า : “ก็ไอ้บ้านนอกนี่มันแส่หาเรื่อง คิดจะเอาหินผุๆ มาหลอกขายเราในราคาสูง!”

        สีหน้าของเฉินต้าไห่สีเย็นยะเยือกลง ภายในใจรู้สึกไม่พอใจหวังเชียนเป็นอย่างมาก นางมาจากตระกูลหวัง ด้วยบารมีของตระกูลทำให้นางจึงชอบล่วงเกินลูกค้าเป็นประจำ การต่อรองราคาในการทำธุรกิจนั้นเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่ต้องเจอ แค่พูดจาดีดีก็พอแล้วมิใช่หรือ?

        ท่านลูกค้า พอจะให้ข้าดูสิ่งของที่ท่านนำมาได้หรือไม่?” เฉินต้าไห่มองไปยังเต้าหลิงพร้อมเอ่ยถาม ภายในใจคิดแล้วว่าหากเจ้าเด็กนี่กล้าตั้งราคามั่วเพื่อโก่งราคา คงจะต้องสั่งสอนเขาให้รู้สำนึกเสียหน่อย 

        หัวใจของเต้าหลิงร้อนรนดั่งไฟเผา หรือว่าหินก้อนนี้จะเป็นขยะจริงๆหากเป็นเช่นนั้นเรื่องนี้คงไม่จบง่ายๆ แน่

        ยังจะมัวตะลึงอะไรอยู่? ยังไม่รีบนำมันออกมาให้พวกข้าดูความล้ำค่าของหินผุๆนั่นของเจ้าอีก” หวังเชียนชี้นิ้วไปที่เต้าหลิงพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา : “เจ้าจะผิดหวังเป็นแน่ ข้าล่ะอยากจะเห็นจริงๆ ว่าสีหน้ายามที่เจ้าผิดหวังนั้นจะเป็นเช่นไร!”

        เสียงหัวเราะรอบๆก็ระเบิดดังขึ้นมา ทุกสายตาล้วนแต่จับจ้องไปยังเต้าหลิง เพราะอยากจะรู้ว่าของที่เขาเอาออกมานั้นจะเป็นของล้ำค่าอะไร

        เต้าหลิงกำหมัดแน่นพลางก้าวเท้าไปตรงหน้าของเฉินต้าไห่ ไม่ว่าหินแร่ทองแดงนี่จะเป็นของล้ำค่าหรือไม่ ก็ไม่ควรให้ผู้คนภายนอกเห็นจะเป็นการดี

        เฉินต้าไห่เห็นการกระทำดังกล่าวก็เกิดความประหลาดใจขึ้น แต่เขายังคงวางเฉยอำพรางความรู้สึกนั้นไว้ เขาเองก็อยากจะรู้จริงๆ ว่าของสิ่งนั้นคืออะไร เหตุใดจึงต้องปกปิดขนาดนี้

        หึ กับอีแค่หินผุๆ ยังต้องปกปิดอันใดอีกหรือ สมกับเป็นคนบ้านนอกเสียจริงๆ” หวังเชียนยิ้มเยาะขบขัน นางเฝ้ารอที่จะได้ดูอะไรสนุกๆ

        หินแร่รูปทรงคล้ายหัวเจาะปรากฏอยู่ตรงหน้าเฉินต้าไห่ หินก้อนนี้แม้ดูแล้วจะดูเก่าครึไปเสียหน่อย แต่ทว่ากลับซุกซ่อนประกายแสงสีแดงฉานล้ำดุจหยกไหลวนอยู่ภายใน

        เปลือกตาเฉินต้าไห่พลันสั่นระริก เขาพยายามจ้องมองและวิเคราะห์อย่างถี่ถ้วน ก่อนที่จะขยี้ตาอยู่หลายหน จนในที่สุดก็สามารถสรุปได้ว่ามันคือของสิ่งนั้น เขาสูดลมหายใจลึกด้วยความตะลึง สิ่งนี้คือผลึกหินทองแดงโลหิตไม่ผิดแน่!

        เขาเคยได้ยินชื่อของหินแร่ชนิดนี้มาก่อน มันจะซุกซ่อนอยู่ในเหมืองแร่ที่น่ากลัว เป็นของล้ำค่าที่ยากจะขุดออกมาได้

        ตระกูลหวังมีกระจกล้ำค่าโลหิตอยู่บานหนึ่งซึ่งมันมีผลึกหินทองแดงโลหิตผสมอยู่เล็กน้อย เพียงแค่นั้นก็ทำให้อำนาจบารมีของตระกูลหวังรุ่งโรจน์ขึ้นมาสูงสุด!

        และจากงานประมูลครั้งก่อนก็มีการนำผลึกหินทองแดงโลหิตขนาดเพียงหนึ่งเล็บมือเท่านั้นออกมาประมูล ซึ่งมันมีราคาสูงถึงห้าแสนเหรียญทอง!

        เต้าหลิ่งสังเกตเห็นถึงสีหน้าของเฉินต้าไห่ ภายในใจของเขารู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาทันที พร้อมกับสบถด่าว่าหวังเชียนขึ้นมาในใจ นางดูสินค้าไม่เป็นแท้ๆ แต่ยังบ่นโวยวายว่ามันเป็นแค่หินผุๆ!

        เป็นยังไง?แค่หินผุๆใช่หรือไม่?” หวังเชียนยิ้มเยาะ “แค่หินขยะชิ้นหนึ่ง ยังจะกล้าโก่งราคา ช่างเพ้อเจ่อเสียจริง!”

        ใบหน้าของเฉินต้าไห่พลันบิดเบี้ยว สวรรค์ ช่วยปล่อยสายฟ้าฟาดมาใส่นางหญิงโง่เขลาผู้นี้โดยเร็วด้วยเถอะ! ไม่อยากจะเชื่อเลยว่านางจะกล้าปฏิเสธของล้ำค่าเช่นนี้ อีกทั้งยังเป็นถึงผลึกหินทองแดงโลหิตที่มีอยู่แค่ในเหมืองที่น่ากลัวอีก!

        ในเมื่อเป็นเพียงแค่หินผุๆ เช่นนั้นข้าคงต้องขอลา” เต้าหลิงเก็บผลึกหินทองแดงโลหิต ก่อนจะก้าวเท้าออกจากร้านไป

        ว่าไงนะ?เจ้าคิดจะหนีอย่างนั้นรึ!”ฉับพลันสายตาหวังเชียนก็จ้องเต้าหลิงอย่างเดือดดาล นางชี้ตรงไปที่เต้าหลินแล้วแผดเสียงคำรามออกมา : “ข้าบอกเจ้าแล้ว วันนี้เจ้าอย่าหวังว่าจะเดินออกไปได้ง่ายๆ เฉินต้าไห่รีบไปหักขามันเดี๋ยวนี้!”

        เฉินต้าไห่ตื่นเต้นเกินจะควบคุม หากเขาสามารถรับผิดชอบการซื้อขายผลึกหินทองแดงโลหิตนี้ได้ จะต้องได้ผลประโยชน์มหาศาลอย่างแน่นอน!

        เมื่อเฉินต้าไห่ได้ยินคำพูดของเต้าหลิงที่จะขอตัวกลับนั้น ภายในใจก็พลันร้อนรนขึ้นในทันที เจ้าจะไปไหนไม่ได้ ถ้าเจ้าไปแล้วข้าจะได้ส่วนแบ่งอะไรละ

        ในตอนนั้นเฉินต้าไห่ที่ได้ยินเสียงคำรามของหวังเชียน เขาก็ทั้งโกรธเกรี้ยวและเป็นปิติในเวลาเดียวกัน

        เจ้าผู้หญิงโง่เขลาจะตะโกนร้องเสียงดังทำไม!?” เฉินต้าไห่ใช้ฝ่ามือตบฉาดเข้าที่แก้มของหวังเชียนอย่างไม่เกรงกลัว พลางแผดเสียงคำรามออกมาราวกับเสียงสายฟ้า“นางโง่ กล้ากระทำต่ำช้ากับลูกต้าแบบนี้ เจ้าสมควรตาย!”

        ฝ่ามือที่ฟาดลงไปนั้นทำให้ผู้คนต่างตกตะลึง ทุกสายตาล้วนจับจ้องไปที่แก้มบวมเป่งของหวังเชียน ฟันหลายซี่ค่อยๆ หลุดลงมา กลุ่มคนที่เห็นเหตุการณ์ต่างตื่นกลัวสุดขีด นี่มันเกิดอะไรขึ้นกัน?

        หัวของหวังเชียนหมุนตื้อไปมา นางจ้องเขม็งไปที่เฉินต้าไห่อย่างไม่อยากจะเชื่อนางโกรธมากจนควันออกหู ราวกับว่าเป็นความเคียดแค้นที่ยาวนานถึงพันปีก็ไม่ปาน“เจ้าบัดซบ! เจ้ากล้าตบข้าอย่างนั้นรึ เจ้าอยากตายหรือยังไง!”

        เฉินต้าไห่ชี้หน้านางพลางแผดเสียงคำรามออกมาด้วยโทสะ“ตีเจ้าแล้วอย่างไร? ข้าจะบอกอะไรเจ้าไว้นะ เจ้าควรจะต้อนรับลูกค้าด้วยความเคารพ เปรียบลูกค้าเสมือนพระเจ้า เจ้าดูการกระทำอันโง่เขลาของเจ้าเสีย ข้าไม่ฆ่าเจ้าก็บุญหัวเจ้ามากเกินพอแล้ว!”

        ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเย็นชา หากเรื่องนี้ถึงหูผู้อาวุโสของคลังสมบัตินี้เข้าล่ะก็ นางต้องโดนสับเป็นชิ้นๆ แน่

        คนที่สามารถเดินถือผลึกหินทองแดงโลหิตไปทั่วได้แบบนี้จะเป็นคนธรรมดาอย่างนั้นหรือ?แน่นอนว่า ไม่ใช่อย่างเด็ดขาด! 

        เต้าหลิงเองก็ตกตะลึงไปเช่นเดียวกัน คิดไม่ถึงเลยว่าเฉินต้าไห่จะอาจหาญเช่นนั้น

 

----------------------------


ฝากLikeเพจของเรื่อง หมื่นอสูรก้มกราบ

ไว้อัพเดทนิยายกันด้วยนะคะ ^_^








120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาทค่ะ ^_^)
 เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอน เท่ากับ 1 เล่ม
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.021K ครั้ง

1,176 ความคิดเห็น

  1. #1079 malin964 (@malin964) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 10:22
    เหมือนพ่อพระเอกจะเทพเกิ้น
    #1079
    0
  2. #890 KrKuKong (@KrKuKong) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:01
    เต้าหลิงจะทำให้พ่อลำบากมั้ยหนออ
    #890
    0
  3. #773 num no (@Galliano) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 23:47
    พ่อพระเอกเป็นใครเนีายย
    #773
    0
  4. #345 คีย์บอร์ดดำ (@Akasitmika) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 20:37
    พ่อพระเอกกูว่ามันต้องเป็นถังห่าวแน่นอน เหมืองถังซาน55
    #345
    2
    • #345-1 aphisit14 (@aphisit14) (จากตอนที่ 4)
      17 ธันวาคม 2561 / 21:14
      ใช่เลยฟามเป็นปี
      #345-1
    • #345-2 maiwereooooo (@maiwereooooo) (จากตอนที่ 4)
      25 มีนาคม 2562 / 17:05
      คนละเรื่องละเพ้
      #345-2
  5. #210 wanpen725 (@wanpen725) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 กันยายน 2561 / 10:43
    สะใจจริงๆ
    #210
    0
  6. #142 บิลเลียส (@Ororite) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 กันยายน 2561 / 14:36
    คนอื่น : ผลึกหินฟ้า ผลึกหินโลหิต ผลึกบลาๆๆ
    พระเอก : หินขัดเท้า หินขัดหม้อ หินรองขาโต๊ะ หินบลาๆๆ
    55555555 //ไก่ได้พลอยที่แท้
    #142
    0
  7. #63 chamillia (@chamillia) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2561 / 09:41

    พระเอกธรรมดาๆของเรานี่ล่ะ ที่เดินถือไปๆมาๆ

    #63
    0
  8. #6 orawanyokin (@orawanyokin) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 18:54
    รู้สึกเลือดลมพุ่งพล่านเลย
    #6
    0
  9. #4 Lson (@Lson) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2561 / 19:57
    สะใจ555
    #4
    0