ตอนที่ 5 : เล่มที่1 ตอนที่5 เลือดแท้จริงของสัตว์อสูรโบราณ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19620
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1042 ครั้ง
    18 ก.ค. 61

        เห็นสภาพที่น่าอดสูของหวังเชียน เต้าหลิงรีบลูบคลำผลึกหินทองแดงโลหิตอย่างอัศจรรย์ใจ ของสิ่งนี้ต้องไม่ธรรมดาเป็นแน่ ถ้าไม่อย่างนั้นผู้คุ้มกันท่านนี้คงจะไม่ลงมือจนถึงขั้นนี้

        ผู้คนต่างก็อึ้งไปตามๆกัน ต่างก็คิดไม่ถึงว่าเฉินต้าไห่จะกล้าลงไม้ลงมือกับนาง พวกเขาแต่ละคนไม่รู้ว่าควรจะทำตัวเช่นไรดี

        หวังเชียนบันดาลโทสะออกมาในทันที ที่แก้มของนางมีเลือดไหลซึมออกมา อารมณ์เพลิงโกรธของนางพุ่งทะยานจนถึงขีดสุด หมอกควันสีดำพุ่งขึ้นมาเหนือหัว ร่างทั้งร่างสั่นเทา ใบหน้าบิดเบี้ยวจนอัปลักษณ์

        ขณะนั้นเองท่านผู้อาวุโสท่านหนึ่งก็เดินลงมาจากชั้นสอง แม้ใบหน้าจะเหี่ยวย่นแต่ยังคงความน่าเกรงขามเอาไว้ เขาขมวดคิ้วพลางเอ่ยถามออกมา “ต้าไห่ เกิดเรื่องอันใดขึ้น?”

        “ท่านผู้อาวุโส เขาลงไม้ลงมือกับข้าอย่างไร้เหตุผล!” หวังเชียนพลันเปลี่ยนท่าที นางวิ่งมาหาท่านผู้อาวุโสแล้วทำตัวน่าสงสาร นิ้วเรียวชี้ไปยังเต้าหลิงนพลางแผดเสียงคำรามดังลั่น “ยังมีเจ้าคนนั้น ที่นำหินผุพังมาขายโก่งราคา ข้าให้เฉินต้าไห่ไล่เจ้านั่นออกไป เขาไม่ไล่เจ้าบ้านั่นซ้ำยังหันมาตีข้าท่านลุงฝู๋จะต้องจัดการให้ข้านะ!”

        ได้ยินหวังเชียนเอ่ยวาจาเช่นนั้น ต้าไห่ก็ยิ้มเยาะอยู่ในใจ เป็นเจ้าเองนะที่รนหาที่ตาย อย่ามาโทษข้าก็แล้วกัน!

        “ต้าไห่ เกิดอะไรขึ้น?” เฉินฝู๋เอ่ยถามพลางเหลือบสายตามองไปทางเต้าหลิง เขารู้ดีว่าต้าไห่ไม่ใช่คนมุทะลุบุ่มบ่าม เขาติดตามเฉินฝู๋นานร่วมสิบปีแล้ว ซึ่งเฉินฝู๋จะฟังแค่ฝั่งหญิงสาวไม่ได้

        เฉินต้าไห่เดินเข้าหาเฉินฝู๋อย่างสุภาพ ก้มกระซิบข้างหู เมื่อเฉินฝู๋ฟังจบเขาก็บันดาลโทสะออกมา ผลึกหินทองแดงโลหิตเป็นของล้ำค่าที่ต้องไปขุดยังเหมืองโบราณที่อยู่ในเหวลึกเท่านั้นจึงจะได้มา!

        แต่ทว่าตอนนี้ของล้ำค่าเช่นนี้กลับถูกหญิงโง่เขลามองเป็นหินผุๆอย่างนั้นรึ?!

        หวังเชียนจิตใจเบิกบานขึ้นทันทียามเห็นสีหน้าของเฉินฝู๋ นางคิดอย่างเข้าข้างตัวเองว่าท่านผู้อาวุโสจะต้องจัดการเรื่องนี้ให้นางอย่างแน่นอน

        ทว่าใครจะคาดคิด ทันใดนั้นทั่วร่างของเฉินฝู๋ก็เกิดคลื่นพลังที่รุนแรงขึ้น ทำเอาฟ้าดินสั่นไหว แรงกดดันเข้าปกคลุมร่างของหวังเชียน ผู้คนที่ยืนดูอยู่ด้านหลังต่างก็หวาดกลัวจนตัวสั่น เพราะสัมผัสได้ถึงความตายที่กำลังเข้ามาเยือน

        “นางสารเลว รีบไสหัวออกไป เจ้าถูกไล่ออก ไสหัวไป!” เฉินฝู๋กล่าวด้วยความเดือดดาล สีหน้าดูไม่ดีนักพลางสะบัดแขนเสื้อยาวออกไปอย่างรุนแรง จนบังเกิดปราณลมขึ้นและพัดร่างของหวังเชียนกระเด็นลอยออกไป

        ผู้คนโดยรอบต่างก็ตกตะลึง สายตาจ้องไปยังเด็กหนุ่มสวมอาภรณ์ขาวอย่างไม่วางตา สิ่งที่เขาผู้นี้นำมาจะต้องเป็นของล้ำค่าที่หายากจนถึงขั้นทำให้เฮินฝู๋ตาร้อน หวังเชียนคงจะดูพลาดไปจริงๆ!

        “ฮ่าๆ สหาย เจ้าอย่าได้ไปถือสาเลยนะ” เฉินฝู๋ระงับความฉุนเฉียวเอาไว้ ก่อนที่จะเดินไปหาเต้าหลิงพลางกล่าวหัวเราะ “สาวใช้เมื่อสักครู่มีตาหามีแววไม่ เจ้าอย่าได้ใส่ใจเลย ตาแก่อย่างข้าอยู่นี่แล้ว ข้าจะชดใช้ให้กับเจ้าเอง

        “ใช่แล้ว ความรู้นางยังน้อยนัก ดีที่ข้าเข้ามาเห็นทันพอดี” เฉินต้าไห่พยักหน้าแกมหัวเราะ แล้วกล่าวอย่างตรงไปตรงมา “พูดตามจริงแล้ว นี่ไม่ใช่ของล้ำค่าทั่วๆ ไป มีเพียงคลังสมบัติเท่านั้นที่จะสามารถรับซื้อมันได้ สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ พวกเราจะชดเชยให้แก่เจ้าอย่างแน่นอน

        “ถูกต้อง จะต้องชดใช้อย่างแน่นอน สหายน้อยเชิญด้านใน!” เฉินฝู๋ยิ้มออกมาดั่งดอกเบญจมาศที่บานสะพรั่ง วัตถุล้ำค่าที่ถูกขุดขึ้นมาจากเหมืองโบราณในเหวลึก อย่างไรก็จะต้องเอามาให้ได้!

        เต้าหลิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จึงพยักหน้าตอบ ที่พวกเขากล่าวนั้นก็ไม่ผิด ของสิ่งนี้นอกจากคลังสมบัติแล้ว คงจะไม่มีผู้ใดรับซื้อมันได้

        ขณะเดียวกันนั้นที่ประตูปรากฏสายตาเคียดแค้นกำลังจ้องมองมา หวังเชียนกำหมัดแน่น พลางกล่าวออกมาด้วยใจด้วยความเกรี้ยวกราดเจ้ารอก่อนเถอะ ข้ารับรองว่าชีวิตของเจ้าอยู่ได้ไม่ถึงคืนนี้แน่!’

        ที่ชั้นสองของคลังสมบัติ ไม่มีใครอยู่ข้างบนนี้เลย แต่ละห้องล้วนเป็นห้องที่ตกแต่งได้วิจิตรประณีตงามตา เดาว่าคงมีไว้ใช้รับรองแขกพิเศษ

        เฉินฝู๋จ้องมองพินิจวิเคราะห์ผลึกหินทองแดงโลหิตอย่างละเอียดถี่ถ้วน ก่อนที่จะพยักหน้าอย่างสรุปได้ว่ามันคือของสิ่งนั้นไม่ผิดแน่ แล้วจึงหันมากล่าวกับเต้าหลิงว่า “ไม่ทราบว่าท่านจะแลกเปลี่ยนเป็นของล้ำค่า?หรือต้องการจะขายมัน?”

        “ให้ข้าก่อนห้าแสนเหรียญทองและข้าก็ต้องการเลือดอสูร ยิ่งหายากยิ่งดีและจะต้องเป็นชนิดที่ต่างกัน ทั้งจะต้องแข็งแกร่งมากขึ้นไปเรื่อยๆ ถ้าให้ดีข้าอยากได้ขวดที่ล้ำค่ามากที่สุด” เต้าหลิงเอ่ยออกมาเรียบๆ

        ได้ยินดังนั้น เฉินฝู๋สายตาเปล่งประกายยิ่ง รีบกล่าวถาม “ท่านเป็นนักปรุงโอสถอย่างนั้นรึ?”

        “อาจารย์ของข้าเป็นนักปรุงโอสถ” เต้าหลิงโกหกออกไป นักปรุงโอสถนั้นเป็นอาชีพที่สูงส่งเป็นอย่างมาก มีเพียงนักปรุงโอสถเท่านั้นที่สามารถซื้อเลือดของสัตว์อสูร เพราะว่าเลือดของสัตว์อสูรนั้นนำไปปรุงเป็นโอสถได้

        “อย่างนี้นี่เอง” เฉินฝู๋พยักหน้า เขาเดาว่าอาจารย์ของเด็กหนุ่มผู้นี้จะต้องเป็นนักปรุงโอสถที่เก่งกาจอย่างมากเป็นแน่ เพราะผู้ที่สามารถอยู่ในเหมืองโบราณในเหวลึกได้ ย่อมต้องมิใช่คนธรรมดาสามัญ เขารีบกล่าวออกมาว่าต้าไห่ เจ้ารีบไปนำเลือดสัตว์อสูรล้ำค่าในคลังออกมา  อย่าลืมล่ะว่าต้องให้ตรงกับความต้องการของคุณชายท่านนี้ด้วย

        “ขอรับ ข้าจะรีบไปเดี๋ยวนี้” ต้าไห่ผงกหัวรับคำ ภายในใจรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง หากการค้าครั้งนี้เจรจาสำเร็จล่ะก็เขาจะต้องได้ส่วนแบ่งไม่น้อยอย่างแน่นอน

        “ท่านตามข้ามา เชิญท่านนั่งรอที่ห้องนี้ก่อน

        เต้าหลิงตามเข้าไปยังห้องที่ได้รับการตกแต่งอย่างประณีตดูโอ่อ่าหรูหรา เฉินฝู๋ชงชาให้พลางกล่าวๆ ยื่นชาให้แก่เต้าหลิง “นี่คือชาหยกมรกตที่พึ่งเก็บเกี่ยวมา ท่านลองชิมดู

        เต้าหลิงพยักหน้ารับพลางดื่มไปหนึ่งอึก ทันทีที่น้ำชาไหลเข้าสู่ร่าง เขาก็สัมผัสได้ถึงพลังอันอ่อนนุ่มแผ่กระจายไปทั่วร่าง ความอบอุ่นแทำให้ความแข็งแกร่งในร่างกายของเขาเพิ่มขึ้นมาไม่น้อยจนอดที่จะเชยชมขึ้นมาในใจไม่ได้ ‘ไม่คิดเลยว่ามันจะช่วยเสริมระดับความแข็งแกร่งได้

        “ท่านผู้อาวุโส เลือดสัตว์อสูรในคลัง มีไม่มากพอขอรับ

        เฉินต้าไห่สาวเท้ายาวฉึบฉับเข้ามา สองมือประคองถาดเอาไว้ ภายในถาดมีขวดหยดอยู่สองขวด ขวดแรกบรรจุโลหิตสีแดงประดุจหยก อีกขวดนึงมีสีฟ้าครามสด นอกจากนี้ยังมีบัตรสีทองอีกหนึ่งใบ

        “ขวดนี้คือเลือดล้ำค่าของอสูรกิเลนโลหิต ส่วนอีกขวดหนึ่งคือเลือดของอสูรผลึกฟ้า ถึงแม้พวกมันจะมีมูลค่าไม่สูงนัก แต่ก็นับได้ว่าเป็นสัตว์อสูรที่ยากจะหาพบ ส่วนบัตรนี้คือบัตรห้าแสนเหรียญทอง

        เต้าหลิงกวาดสายตาคร่าวๆ ภายในใจก็พลันร้อนผ่าวขึ้นมา สัตว์อสูรทั้งสองชนิดนี้เขาเคยได้ยินมาก่อน ล้วนแล้วแต่มีระดับที่สูงกว่าอสูรกิเลนไฟอยู่หนึ่งขั้น

        “แต่นี่มันจะไม่น้อยไปหรอกหรือ?” เขาขมวดคิ้ว ภายในใจก็ยังไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วนั้นมันมีมูลค่าเท่าใด

        “ท่านอย่าได้รีบร้อน สิ่งเหล่านี้ถือเป็นเพียงของกำนัลที่มอบให้ ส่วนของที่ท่านต้องการข้าจะรีบไปเอามาให้โดยเร็วเฉินฝู๋รีบกล่าวออกมาเช่นนั้นข้าขอตัวไปเอาเลือดของสัตว์อสูรโบราณก่อน

        ได้ยินดังนั้นหัวใจก็สั่นรัวอย่างตื่นเต้น สัตว์อสูรโบราณสัตว์อสูรที่น่ากลัวเกินกว่าจะจินตนาการได้ มันไม่ใช่สิ่งที่สัตว์อสูรทั่วไปจะเทียบเคียงได้ ดังนั้นเลือดของสัตว์อสูรโบราณจึงเป็นของล้ำค่าหาที่หายากเป็นอย่างยิ่ง

        ‘ประมาณค่าผลึกหินทองแดงโลหิตต่ำไปเสียแล้ว ไม่คิดเลยว่ามูลค่ามันจะมากมายมหาศาลถึงขั้นแลกเปลี่ยนกับเลือดของสัตว์อสูรโบราณได้เช่นนี้!’ เต้าหลิงขบคิดอยู่ภายในพลางถอนหายใจออกมาอย่างใจหาย ก่อนที่จะกล่าวด้วยท่าทีสงบเยือกเย็นว่า “ต้องใช้เวลานานเท่าใด

        “ข้าต้องไปนำมาจากเมืองชิงโจว ไปกลับประมาณหนึ่งถึงสองชั่วยาม ต้องรบกวนท่านโปรดรอข้าสักครู่หนึ่ง” เฉินฝู๋กล่าวอย่างร้อนรน เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะไม่ยินยอมที่จะรอ

        “เมืองชิงโจว” เต้าหลิงกำหมัดเบาๆ ที่เมืองชิงโจวเป็นเมืองท่าที่ใหญ่ที่สุดในแว่นแคว้นชิง อีกทั้งยังเป็นเมืองเก่าแก่ที่มีอยู่มานานตั้งแต่โบราณกาลทั้งเจริญรุ่งเรืองและยังมีเหล่าจอมยุทธ์ผู้เก่งกาจมากมายนับไม่ถ้วน เขาพยักหน้าแล้วจึงกล่าวออกมาว่าตกลง ข้าจะได้พักผ่อนสักครู่หนึ่ง

        ภายในห้องก็พลันเงียบสงบลง เต้าหลิงรออยู่ชั่วครู่ก่อนที่จะหยิบเลือดอสูรกิเลนโลหิตขึ้นมาดื่ม

        เลือดล้ำค่าหลอมถูกหลอมเข้าไปในร่างอย่างรวดเร็ว พลังบ้าคลั่งไหลเวียนอยู่ภายในอย่างเชี่ยวกราด ทั่วร่างของเต้าหลิงสั่นสะท้าน เขารู้สึกเหมือนกับว่าร่างกายกำลังจะระเบิดออก

        เขาตั้งสมาธิสงบจิตให้มั่น เมื่อวิชาสยบฟ้าถูกขับเคลื่อน พลังที่ไหลเวียนอย่างบ้าคลั่งก็สงบลง ก่อนที่จะเริ่มขับเคลื่อนปรับเปลี่ยนให้พลังแทรกซึมทะลุเข้าไปสู่ร่างกาย

        กล้ามเนื้อทั่วร่างของเขาบิดตัวไปมาอย่างไม่หยุด หากลองสังเกตดีๆ ก็จะเห็นได้ว่ากล้ามเนื้อของเขากำลังชำระเลือดของสัตว์อสูร จนทำให้เกิดช่องว่างเล็กๆขึ้นมา

        ซึ่งพื้นที่ว่างเหล่านั้นก็ได้ถูกเข้าแทนที่ด้วยมวลพลังมหาศาล

        ความเร็วที่แปรเปลี่ยนขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง เต้าหลิงสัมผัสได้ว่าร่างกายของเขากำลังเปลี่ยนแปลงขึ้นไปอย่างด้าวกระโดด ปราณบริสุทธิ์ที่อยู่ภายในร่างเดือดพล่านขึ้น ลมเลือดพุ่งกระฉูดขึ้นอย่างไม่หยุด

        กรอบแกรบ!

        ปรากฏเสียงหนึ่งขึ้นภายในร่างของเขาคล้ายเสียงระเบิดยามที่เมล็ดพันธ์พืชแตกหน่อออกมา  ในทุกๆส่วนของกล้ามเนื้อปลดปล่อยเลือดลมที่หนาแน่นออกมา จากนั้นจึงหลอมรวมกันเป็นหนึ่ง พลังที่กล้าแกร่งถูกส่งกระจายออกไปทั่วทุกจุดของร่างกาย

        ราวครึ่งชั่วยามผ่านไป เขาก็รู้สึกได้ว่าพลังที่อยู่ภายในร่างถูกซึมซับจนหมดสิ้น เต้าหลิงไม่รอช้าเาขดื่มเลือดขวดที่สองตามไปในทันที ลมปราณไหลเวียนไปทั่วร่าง ทว่าผลลัพธ์ของขวดที่สองกลับไม่ชัดเจนเท่าใดนัก

        “ที่แท้วิชาสยบฟ้าก็สามารถสับเปลี่ยนพลังอนุภาพของสัตว์อสูรมาไว้บนร่างของข้าได้นี่เอง” เต้าหลิงสูดลมหายใจลึก เขาจะต้องหาเลือดสัตว์อสูรระดับสูงมาให้จงได้ ไม่รู้ว่าเลือดของสัตว์อสูรโบราณนั้นจะแข็งแกร่งเพียงใด?

        ปัง!

        เต้าหลิงปล่อยหมัดออกไปกลางอากาศ จนปรากฏเสียงระเบิดดังขึ้น มวลอากาศโดยรอบระเบิดออกเป็นวงกว้างจนบิดเบี้ยว

        “แข็งแกร่งมาก ร่างกายของข้าแข็งแกร่งขึ้นมาก ความเร็วในการฝึกระดับนี้ช่างน่ากลัวจริงๆ!” สีหน้าละอ่อนของเต้าหลิงฉายแววยินดีออกมา ภายในใจพลันสั่นไหว ใครกันนะที่เป็นคนมอบวิชาสยบฟ้าให้แก่ข้า?

        “กายบรรพกาลศักดิ์สิทธิ์เป็นกายศักดิ์สิทธิ์แบบไหนกัน?”เต้าหลิงเม้มปาก ใบหน้าเรียวมีอาการตื่นตัวเล็กน้อย เขาเคยได้ยินแค่กายสวรรค์ กายสงคราม กายราชันย์ ซึ่งกายเหล่านี้ล้วนแต่มีคุณสมบัติที่พิเศษต่างกันออกไป กายศักดิ์สิทธิ์เองเขาก็เคยได้ยินมาบ้าง แต่ว่ากายบรรพกาลศักดิ์สิทธิ์เพิ่งจะเคยได้ยินเป็นครั้งแรก

        “ข้าคงต้องสืบหาข้อมูลหน่อยเสียแล้ว ไม่รู้ว่าคนที่มอบวิชานี้ให้กับข้าจะโผล่ออกมาหรือไม่?” เต้าหลิงกำหมัด เขารู้สึกขอบคุณคนผู้นั้นเป็นอย่างมาก และหวังว่าจะมีโอกาสได้ตอบแทนบุญคุณ

        เต้าหลิงยืนขึ้นขยับกายไปมา เขากวาดสายตาไปทั่วห้อง จนสะดุดเข้ากับแผ่นหยกแผ่นหนึ่ง

        แผ่นหยกนี้ดูเก่าแก่โบราณเป็นอย่างมาก ด้านบนมีรอยประทับรูปหมัด แสงดวงดาวเป็นเส้นๆประกายออกมาระยิบระยับ เขาเอ่ยกล่าวออกมาด้วยความประหลาดใจหมัดดาราไหลเวียน นี่เป็นวิทยายุทธ์ระดับไหนกัน?”

        วิทยายุทธ์สามารถเพิ่มพลังความแข็งแกร่งในการต่อสู้ได้ ของสิ่งนี้ในสำนักชิงซานนั้นมีอยู่น้อยมาก ไม่คิดเลยว่าเฉินฝู๋จะนำวิทยายุทธ์มาวางไว้บนโต๊ะเช่นนี้

        เพียงมองไปแค่แว่บเดียว เต้าหลิงก็เหมือนกับถูกดึงดูด เขาจ้องไปที่ตราประทับรูปหมัด จากนั้นเขาก็สัมผัสได้ถึงปราณพลังยุทธ์ที่แข็งแกร่งไหลเวียนอยู่ภายในนั้น คาดว่าจะมันจะต้องเป็นแผ่นหยกที่จอมยุทธ์ผู้แข็งแกร่งสร้างขึ้นมาอย่างแน่นอน

        ประตูถูกเปิดออก เฉินฝู๋เดินนำเข้ามา ตามด้วยเด็กสาวสวมอาภรณ์สีม่วง คิ้วของนางสวยดกดำโค้งรับใบหน้า ท่าทางดูอ่อนช้อยงดงาม แต่ละท่วงท่าล้วนแฝงไปด้วยความสง่าน่าหลงไหล เพียงแรกพบก็สลักตรึงใจให้แก่ผู้ที่พบเห็น จนยากที่จะลืมเลือน

        “หืม?” เมื่อเห็นว่าเต้าหลิงยืนจ้องวิทยายุทธ์หมัดดาราไหลเวียนอยู่ เฉินฝู๋ก็อึ้งไปเล็กน้อย คิดไม่ถึงว่าเขาสนใจวิทยายุทธ์นี้ด้วย

        ในขณะที่จะเอื้อนเอ่ยเสียงออกไป เด็กสาวสวมอาภรณ์สีม่วงก็ยกมือเรียวเกลี้ยงเกลาขึ้นห้าม ดวงตาคู่โตสวยจ้องร่างของเต้าหลิงไม่กระพริบ ภายในนัยน์ตาของนางแฝงไว้ด้วยความประหลาดใจ

        “เจ้า...” เฉินฝู๋กล่าวเสียงค่อยลงพลางเบะปาก เขาไม่รู้ว่าคุณหนูต้องการที่จะทำอะไร?

        ถึงแม้ว่าหมัดดาราไหลเวียนจะไม่ใช่วิทยายุทธ์ที่เก่งกาจมากเท่าไหร่นัก แต่ถึงกระนั้นก็นับว่าเป็นวิทยายุทธ์ระดับสูง

        หากคิดจะสำเร็จวิทยายุทธ์นี้ในเวลาอันสั้นล่ะก็คงทำได้แค่ฝันเอาเท่านั้น แม้แต่ตัวเขาเองที่ศึกษาอยู่นานครึ่งค่อนเดือนแล้ว ก็ยังไม่สามารถเข้าใจได้ทั้งหมด ขนาดอัจฉริยะที่น่ากลัวยังต้องใช้เวลาหลายวันถึงจะศึกษาได้สำเร็จ

 

----------------------------


ฝากLikeเพจของเรื่อง หมื่นอสูรก้มกราบ

ไว้อัพเดทนิยายกันด้วยนะคะ ^_^








120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาทค่ะ ^_^)
 เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอน เท่ากับ 1 เล่ม
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.042K ครั้ง

1,176 ความคิดเห็น

  1. #143 บิลเลียส (@Ororite) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 กันยายน 2561 / 14:40
    อ่านของกวีบุ๊คมาหลายเรื่อง ไม่เข้าใจอย่างนึงว่าเวลาทับศัพท์ชื่อคน จะใช้ไม้จัตวากับคำเสียงจัตวาทำไม เฉินฝู ฝูคือเสียง

    ๋ อยู่แล้ว ไม่ต้องใส่เป็นเฉินฝู๋ให้ซ้ำซ้อน มันผิดหลักภาษา
    #143
    0
  2. #111 Gouyjeng (@Gouyjeng) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 กันยายน 2561 / 23:25
    อ่านถึงตอนนี้ สนุกมาก ตัวตนของพระเอกไม่ได้ถูกตระกูลไล่ฆ่า พ่อทิ้งแบบที่เคยอ่าน
    #111
    0