ตอนที่ 6 : เล่มที่1 ตอนที่6 ฝ่ามือหยินหยาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19290
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1001 ครั้ง
    18 ก.ค. 61

        ภายในห้องเงียบสงัดเป็นอย่างมาก เฉินฝู๋มองไปที่จื่ออวี้ที่กำลังมองเต้าหลิงอย่างสนอกสนใจ ภายในใจของเฉินฝู๋เต็มไปด้วยความตกตะลึง ไม่รู้ว่าเกิดอะไรกับคุณหนู ไม่บ่อยนักที่จะเห็นนางเป็นเช่นนี้ อีกทั้งนัยน์ตาดำคู่สวยของนางยังฉายแววอยากรู้อยากเห็นอีกด้วย

        ด้านหน้า เต้าหลิงกำลังจับจ้องสายตามองไปที่รอยกำปั้นที่อยู่บนแผ่นหยกอย่างไม่คลาดสายตา ภายในนัยน์ตาคู่ดำสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างที่ว่างเปล่า คลื่นพลังลึกลับแพร่กระจายออกมาเป็นเส้นๆ

        และในตอนนั้นเองที่เต้าหลิงคล้ายจะเข้าใจในวิทยายุทธ์นี้ทั้งหมด หมัดของเขาค่อยๆกำแน่นขึ้น แน่นเสียจนกระดูกกระทบกันส่งเสียงดังก้องออกมา

        วิ้ง!

        พลังกายภายในร่างของเต้าหลิงไหลทะลักออกมารวมกันอยู่ที่หมัด ทั่วทั้งกำปั้นแปรเปลี่ยนไปดูน่ากลัวมากขึ้น แรงกดดันทำให้มวลอากาศระเบิดกระจายออกไปโดยรอบจนกลายเป็นพลังที่แข็งแกร่งหาสิ่งใดมาต้านทานได้

        “อะไรกันนี่มันเป็นไปได้อย่างไร?” เฉินฝู๋ตกใจราวกับเห็นผีก็มิปาน เขาส่งเสียงหลงออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ เขาสำเร็จวิทยายุทธ์นี้แล้วอย่างนั้นรึอีกทั้งยังสำเร็จภายในไม่กี่ชั่วยามเท่านั้น นี่มันเกินกว่าที่ข้าคิดเอาไว้มาก!

        เสียงที่ดังขึ้นอย่างไม่คาดคิด นัยน์ตาของเต้าหลิงพลันหรี่ลงพลังที่อัดแน่นอยู่ในหมัดก็กระจายสลายตัวไป เขาหมุนกายกลับมาเมื่อเห็นว่ามีคนสองคนยืนอยู่ตรงประตู ใบหน้าละอ่อนของเขาก็ฉายประกายความเก้อเขิน “ข้า ข้าแค่ดูเฉยๆ

        ภายในใจเต้าหลิงรู้สึกปั่นป่วนด้วยความเสียใจอยู่ไม่น้อย เขาไม่สมควรอ่านมันเลย นี่เป็นวิทยายุทธ์ของผู้อื่น ซ้ำเขาก็ยังไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของอีก

        “ไม่เป็นไร เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น” ดวงตาคู่สวยของจื่ออวี้เบิกกว้างเล็กน้อย ขนตาของนางสั่นไหวขึ้นลงชวนให้คนหลงใหลเคลิ้บเคลิ้ม ทั้งรูปร่างยังอรชรอ้อนแอ้น ดูอ่อนหวานและสง่างามยิ่ง จื่ออวี้กำลังจ้องมองไปยังเต้าหลิงราวกับพบเจอสมบัติล้ำค่า อัจฉริยะใช้เวลาเพียงไม่นานก็สามารถสำเร็จวิทยายุทธ์นี้ได้แล้ว พรสวรรค์ของเขาจะต้องเป็นสิ่งที่ฟ้าประทานมาให้อย่างแน่นอน!

        ‘อัจฉริยะ!’ เฉินฝู๋แผดเสียงร้องกล่าวในใจ มิน่าล่ะเขาถึงได้รับมอบหมายให้ดูแลผลึกหินทองแดงโลหิต อาจารย์ของเขาจะต้องเป็นคนที่มีฝีมือล้ำเลิศโดยแท้เป็นแน่

        “ใช่แล้ว หาใช่เรื่องใหญ่ไม่ ก็แค่วิทยายุทธ์วิชาหนึ่งเท่านั้น” เฉินฝู๋กล่าวเสริม ดวงตาของเขาจ้องมองเต้าหลิงด้วยความนับถือ เฉินฝู๋รู้ดีว่าบุคคลฝีมือเลิศล้ำเช่นนี้หาได้ยากยิ่งนัก

        เต้าหลิงยิ้มออกมาด้วยความเขินอาย สายตาของเขามองไปที่จื่ออวี้ เขามองนางอยู่หลายครั้งอย่างอดไม่ได้ หญิงสาวผู้นี้ช่างงดงามยิ่งนัก ผิวของนางขาวดุจหิมะเนียนละเอียดเปล่งประกาย

        เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายจ้องมองตนตาไม่กระพริบ มุมปากของจื่ออวี้ก็ยกขึ้นมาเล็กน้อยพลางกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงไพเราะ “ข้าชื่อจื่ออวี้ แล้วเจ้าล่ะ...?”

        สีหน้าเฉินฝู๋ฉายแววแปลกใจอยู่ไม่น้อย เขานั้นเพิ่งเคยได้ยินคุณหนูออกปากเอ่ยนามของตนก่อน เขาเดาว่าคุณหนูจะต้องคิดอะไรบางอย่างอยู่แน่นอน อัจฉริยะเช่นนี้คว้าเอาไว้ก่อนน่าจะดี

        “ข้าชื่อเต้าหลิง” เต้าหลิงกล่าวยิ้มพลางยักไหล่แล้วยิ้มออกมาบางๆ คนผู้นี้คงมิใช่คนธรรมดาทั่วไป เฉินฝู๋ยังให้ความเคารพแก่นางเป็นอย่างมาก คาดว่านางคงจะเป็นคุณหนูของคลังสมบัติ

        ‘เต้าหลิงสกุลเต้า?’ เมื่อได้ยินเช่นนั้น สายตาของจื่ออวี้ก็ฉายแววตกใจ นางจับจ้องไปยังเด็กหนุ่มที่อยูาตรงหน้าอย่างพินิจพิจารณา หรือว่าเขาจะเป็นคนของตระกูลเต้าทว่านั่นไม่น่าจะเป็นไปได้ ตระกูลเต้าอยู่ห่างจากแคว้นชิงเป็นอย่างมาก อีกทั้งพลังของอีกฝ่ายก็ไม่ได้สูงมากขนาดนั้น

        ‘คงจะสกุลเดียวกันเฉยล่ะมังๆ’ จื่ออวี้กล่าวพึมพำในใจ ภายในมือของนางปรากฏขวดหยกขวดหนึ่งขึ้น นางยิ้มออกมาน้อยๆแล้วกล่าวว่านี่คือเลือดของสัตว์อสูรโบราณ ไม่รู้ว่าเจ้าพอใจหรือไม่?”

         “โฮกกก!” 

        เสียงคำรามแผดดังขึ้น สัตว์อสูรสีทองร้องคำรามอยู่ภายในขวดหยก ลักษณะของมันคล้ายกับเสือดาว ทั่วร่างปกคลุมด้วยเกล็ดสีทองอร่ามหนา ดูน่าหวาดผวา

        ถึงแม้ว่าสัตว์อสูรตนนี้จะมีขนาดเล็กมาก แต่ดูแล้วกลับแข็งแกร่งโดดเด่น ทั่วร่างของมันปกคลุมไปด้วยพลังที่รุนแรง ดูแล้วแข็งแกร่งน่าเกรงขามยิ่งนัก

        'อสูรเกล็ดเสือดาวภายในใจของเต้าหลิงเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น นี่คือสัตว์อสูรโบราณชนิดหนึ่งที่น่ากลัวเป็นอย่างมาก ถึงแม้จะเป็นเพียงแค่เลือด แต่กลับสามารถปรากฏเป็นรูปร่างได้ มันต้องเป็นสัตว์อสูรโบราณระดับสูงไม่ผิดแน่

        สายเลือดของสัตว์อสูรโบราณนั้นก็มีหลายระดับมีทั้งอ่อนแอและแข็งแกร่ง ยิ่งระดับสายเลือดของพวกมันเหล่านั้นแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ เมื่อเติบใหญ่ก็จะยิ่งน่าสะพรึงกลัวมากขึ้นเท่านั้น แน่นอนว่าเลือดที่สกัดกลั่นออกมาน่ากลัวกว่าหลายเท่า

        “ไม่น่ารักเอาซะเลย” จื่ออวี้จ้องมองเลือดแท้จริงอสูรเกล็ดเสือดาวที่ไม่อยู่นิ่ง มุมปากนางยกขึ้นชวนหลงใหล นิ้วเรียวชี้ไปเข้าที่ขวดหยกแกมสั่งสอน ทันใดนั้นร่างของสัตว์อสูรตัวน้อยก็พลันสลายร่างกลับไปเป็นเลือดสีทองอร่าม แต่ล่ะหยดรินไหลสว่างเจิดจ้า แวววาวละลานตายิ่งนัก อีกทั้งแต่ล่ะหยดล้วนมีเลือดลมหมุนเป็นเกลียวเด่นชัด

        “ข้าพอใจมาก ขอบคุณเจ้ามาก” เต้าหลิงยิ้มบางๆ ก่อนจะยื่นมือออกไปรับขวดหยกนั้นแล้วเก็บลงไป เดาว่าหากดื่มเลือดแท้จริงสัตว์อสูรโบราณนี้ ร่างกายของเขาจะต้องขึ้นไปสู่ขั้นที่น่ากลัวอีกขั้นหนึ่ง

        “ข้าขอถือวิสาสะถามเจ้าสักหน่อย เจ้าที่อยู่ในขั้นหลอมกายา ตอนนี้เจ้ามีพลังเท่าไหร่อย่างนั้นหรือ?” จื่ออวี้ยิ้มหวานพลางเอ่ยถาม นางสัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายยังไม่ได้ทะลวงเข้าไปสู่ขั้นสถิตวิญญาณ

        “ข้าเองก็ยังไม่รู้เช่นกัน ข้ายังไม่เคยทดสอบพลัง” เต้าหลิงส่ายหน้าเบาๆ เขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าตอนนี้จะมีพลังหมัดอยู่ที่เท่าใด

        เมื่อจื่ออวี้ได้ยินดังนั้น นางก็อึ้งไปเล็กน้อย เขาไม่ได้สนใจพลังของตัวเองเลยอย่างนั้นรึนางจึงลองถามกลับไปว่า “เจ้าอยากจะลองทดสอบดูหน่อยไหมละ?”

        “ได้สิ” เต้าหลิงยิ้มเล็กน้อยพลางกล่าวตอบรับ เขาก็รู้สึกแปลกใจว่านางต้องการจะทำอะไร? แต่ลองวัดพลังดูหน่อยก็ไม่เสียหาย ในเมื่อนางอุตส่าห์นำเลือดของสัตว์อสูรโบราณออกมาให้ เช่นนั้นก็ไม่ควรหักหาญน้ำใจนาง

        ปรากฏแท่งหินสีดำตั้งตระหง่านอยู่ภายในห้อง เต้าหลิงยืนมองอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะกำหมัดแน่นพลางสาวเท้าเดินเข้าไป แล้วจึงปล่อยหมัดออกไปปะทะเข้ากับแท่งหิน

        กำปั้นกระทบแท่งหินสีดำจนเกิดเสียงดังปึ้ง ทั่วทั้งแท่งหินสั่นสะท้านอยู่นาน สายตาทั้งสามคู่จ้องมองไปยังรอยประทับบนหิน สิบนิ้ว!

        “สองหมื่นชั่ง!” สีหน้าของเต้าหลิงดูประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง ข้ามีพลังถึงสองหมื่นชั่งเขีวหรือนี่ใช้เวลาเพียงแค่ห้าหกวันเท่านั้น ความรวดเร็วในการฝึกฝนนี้ช่างน่ากลัวเสียจริง

        ขนาดหวังหลิ่งที่อยู่ในขั้นหลอมกายายังต้องใช้เวลาหนึ่งถึงสองปี ถึงจะมีพลังสองหมื่นชั่ง ทว่าเขากลับใช้วเลาแค่ห้าหกวันเท่านั้น หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไปคงจะสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งแว่นแคว้นแน่!

        “หากข้าได้ดื่มเลือดของสัตว์อสูรโบราณ ไม่แน่ว่าอาจจะมีพลังถึงห้าหมื่นชั่งก็เป็นได้หรือไม่ก็อาจจะสูงมากกว่านั้น!”ภายในใจของเต้าหลิงพลันลุกโชนขึ้นราวกับเปลวเพลิงที่แผดเผา อันดับหนึ่งของแคว้นชิงมีพลังแค่ห้าหมื่นชั่งเท่านั้น เขาจะต้องไปถึงขั้นนั้นได้แน่!

        “เหตุใดคนที่มีพรสวรรค์อย่างเจ้า ถึงได้มีพลังแค่นี้?” จื่ออวี้ขมวดคิ้วเล็กน้อย ผู้ที่เต็มเปี่ยมด้วยพรสวรรค์เช่นเขาในระดับขั้นหลอมกายา อย่างน้อยๆก็น่าจะมีพลังอยู่ที่สี่ห้าหมื่นชั่งสิ

        “เต้าหลิง ในขั้นหลอมกายายิ่งเจ้ามีร่างกายที่แข็งแกร่งมากเท่าไหร่ ความสำเร็จในภายภาคหน้าก็จะยิ่งใหญ่มากเท่านั้น” ดวงตากลมโตของจื่ออวี้มองไปที่เขาพลางยิ้มแล้วกล่าวออกมาว่า “พรสวรรค์ของเจ้าน่ากลัวมาก หวังว่าเจ้าจะไม่ใช้มันอย่างสูญเปล่า

        “ข้ารู้ ทว่าการเพิ่งความแข็งแกร่งทางกายไม่ใช่ว่าจะเพิ่มกันได้ง่ายๆ เสียหน่อย” เต้าหลิงตอบกลับพลางยิ้มน้อยๆ เรื่องนี้ไม่จำเป็นให้เจ้าต้องมากังวล ห้าหมื่นชั่งสำหรับข้าย่อมไม่ใช่ความฝัน

        “อ๊ะ... ใช่แล้ว ข้าสามารถช่วยเจ้าเพิ่มความแข็งแกร่งทางกายได้นะ” จื่ออวี้ใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่ง นางก็ยกยิ้มมุมปากขึ้นมา ฝ่ามือเรียวสวยกำหมัดเล็กน้อยเพราะพรสวรรค์ของเขาเข้าขั้นน่ากลัว จะปล่อยไว้ก็น่าเสียดาย

        “ช่วยข้าเจ้าจะช่วยข้าอย่างไร?” เต้าหลิงอึ้งไป เรื่องแบบนี้ช่วยกันได้ด้วยหรือ?

        ในมือเรียวสวยของจื่ออวี้มีขวดหยกขวดหนึ่งปรากฏขึ้นมา นางเม้มปากพลางยิ้มหวานข้างในนี้บรรจุลำฐานเหลวระดับสี่เอาไว้ เจ้าคงเคยได้ยินมาบ้างใช่หรือไม่?”

        “ลำฐานเหลวระดับสี่!”  เต้าหลิงรู้สึกราวกับว่าหัวใจกำลังจะหยุดเต้น ม่านตาดำหรี่ลงเล็กน้อย ลำฐานเหลวระดับสี่ถือว่าเป็นสมบัติที่ล้ำค่าเป็นอย่างมาก

        งานประมูลครั้งก่อนที่เมืองชิงสือ มีคนที่นำลำฐานเหลวระดับสองออกมาประมูล ซึ่งมูลค่าของมันอยู่ที่ห้าแสนเหรียญทอง!

        ทว่าระดับสองและระดับสี่ช่างแตกต่างกันมากเสียเหลือเกิน ของสิ่งนี้นับได้ว่าเป็นสมบัติที่หายากอย่างมาก นางจะมอบมันให้แก่ข้าอย่างนั้นหรือภายในใจของเต้าหลิงรู้สึกไม่อยากจะเชื่อเสียเท่าไหร่ เขารู้สึกว่าตนเหมือนกับหนูตกถังข้าวสาร

        มุมปากของเฉินฝู๋พลันบิดเบี้ยว ลำฐานเหลวระดับสี่ใช่ว่ามีเงินก็จะหาซื้อได้ มูลค่าของมันยิ่งใหญ่นัก เพราะมันสามารถสร้างอัจฉริยะหนึ่งคนขึ้นมาได้เลยทีเดียว คิดไม่ถึงเลยว่าคุณหนูจะมอบมันให้กับคนที่ไม่รู้ที่มาที่ไป นี่มันจะเป็นการกระทำที่มุทะลุเกินไปหรือไม่?

        “มันล้ำค่าเกินที่ข้าจะรับมันไว้ได้ ข้าขอบคุณสำหรับน้ำใจของเจ้ามาก” เต้าหลิงส่ายหน้าปฏิเสธ ของสิ่งนี้ล้ำค่าเกินไปจริงๆ

        “น้ำใจเล็กน้อย เพื่อมิตรภาพของพวกเรา อย่าได้เกรงใจไป อันที่จริงสำหรับข้าแล้วมันหาได้มีค่าขนาดนั้น” จื่ออวี้มองค้อนไปที่เขาแว่บหนึ่งพลางฉีกยิ้มออกมา ท่าทีของนางนั้นชวนหลงไหลเป็นอย่างมาก

        เต้าหลิงขมวดคิ้ว เขาจ้องมองลำฐานเหลวระดับสี่ที่อยู่ในมือนาง สีหน้าฉายแววหนักอึ้ง ก่อนจะเอ่ยปากถามออกมาตรงๆ “จื่ออวี้ เจ้ามีเรื่องที่อยากให้ข้าทำใช่หรือไม่

        “ใช่ ทว่ามันเป็นเรื่องที่ดีนะ” นางหัวเราะคิกคัก ภายในมือมีแผ่นหยกอันหนึ่งปรากฏขึ้นมา นางยื่นออกไปให้เต้าหลิงพลางกล่าว “และนี่ก็คือเรื่องดีที่ข้าว่า เจ้าจะต้องฝึกฝ่ามือหยินหยางให้สำเร็จภายในสามเดือน!”

        ได้ยินดังนั้นเฉินฝู๋ก็ตกใจจนแทบจะล้มพับ ฝ่ามือหยินหยางเป็นหนึ่งในสิบยอดวิชามหาอำนาจ ถึงแม้ว่าฝ่ามือหยินหยางนี้จะมีเพียงแค่ส่วนหัวเท่านั้น ทว่ามันก็สามารถทำให้แคว้นชิงเกิดสงครามนองเลือดได้ คุณหนูท่านป่วยไข้แล้วใช่หรือไม่!

        “ง่ายแบบนี้เลยหรือ?” เต้าหลิงประหลาดใจ มอบลำฐานเหลวให้แก่เขา อีกทั้งยังมอบวิทยายุทธ์ให้เขาฝึกอีกนางหมายความว่ายังไงกัน

        “ง่ายแบบนี้เลย หากทว่าภายในสามเดือนเจ้าฝึกฝนไม่สำเร็จ ถึงตอนนั้นเจ้าต้องนำมันมาคืนให้แก่ข้านะ” นางชายตามองเต้าหลิงพลางกล่าว นัยน์ตานางฉายแววรอคอยเด่นชัด หากเขาสามารถฝึกฝนมันได้สำเร็จ เขาจะต้องเฉิดฉายขึ้นแน่

        “ข้าจะลองดูก็แล้วกัน” เต้าหลิงรับแผ่นหยกวิทยายุทธ์ฝ่ามือหยินหยางมาเก็บไว้ ก่อนจะยิ้มแล้วกล่าวออกมาหากหมดเรื่องแล้ว ข้าขอตัวก่อน

        จื่ออวี้พยักหน้าพลางมองเขาเดินจากไป ตอนนั้นเองเฉินฝู๋ก็รีบกล่าวขึ้นมาอย่างร้อนรนว่าคุณหนู นั่นฝ่ามือหยินหยางเชียวนะ ทำไมถึงได้มอบให้เขาไปง่ายๆเช่นนั้นเล่า?”

        “เจ้าจะกลัวอะไรไม่ใช่ว่าเป็นแค่ส่วนหัวของวิทยายุทธ์หรอกหรือหากว่าเขาสามารถฝึกฝนได้สำเร็จ ก็จะสามารถเปิดพื้นที่มรณะภาพของปรมาจารย์หยินหยางได้ เมื่อถึงเวลานั้นก็ไม่แน่ว่าอาจจะได้วิทยายุทธ์ฝ่ามือหยินหยางที่สมบูรณ์มา อย่างไรซะมันก็คือสิบยอดวิชามหาอำนาจเชียวนะจื่ออวี้เอามือมาวางไว้ที่ริมฝีปากพลางหัวเราะออกมา

        “เป็นไปไม่ได้” เฉินฝู๋ส่ายหน้ารัวราวกับกลองสั่นแล้วกล่าวต่อว่าอัจฉริยะของแต่ละตระกูลต่างก็ได้ลองฝึก ทว่าไม่มีผู้ใดเลยที่จะฝึกได้สำเร็จ แล้วเด็กหนุ่มคนนั้นก็เป็นแค่คนที่คุณหนูจับพลัดจับผลูมาเจอเท่านั้น จะฝึกสำเร็จได้อย่างไร?”

        “อีกอย่างพลังกายของเขาก็มีแค่เพียงสองหมื่นชั่ง พรสวรรค์ก็แค่ระดับทั่วไป เทียบกันเด็กหนุ่มอัจฉริยะคนอื่นแล้วถือว่าห่างชั้นกันมาก” เฉินฝู๋ไม่เชื่อว่าเขาจะสามารถฝึกสำเร็จได้

        “ก็ไม่แน่เสมอไปหรอก เมื่อครู่ข้าได้มอบลำฐานเหลวระดับสี่ให้กับเขา ไม่แน่ว่าเขาอาจจะทะลวงธรณีประตูห้าหมื่นชั่งไปได้ก็ได้!” จื่ออวี้ลูบคลำคางขาวสะอาดพลางกล่าว

        “คุณหนู ยิ่งท่านคาดหวังกับเขามากเท่าไหร่ ท่านก็จะยิ่งผิดหวังมากเท่านั้นนะขอรับ” เฉินฝู๋ส่งเสียงหึต่ำในลำคอ พลังกายห้าหมื่นชั่งเป็นดั่งธรณีประตูที่ยิ่งใหญ่ ยากเป็นอย่างยิ่งที่จะทะลวงผ่านไปได้ ถึงแม้จะเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งของแคว้น ก็ยังไม่อาจะทะลวงธรณีประตูห้าหมื่นชั่งนี้ออกไปได้

        อีกทั้งนี่นับว่าเป็นแค่พื้นที่ส่วนหนึ่งเมื่อเทียบกับโลกที่กว้างใหญ่แล้ว ห้าหมื่นชั่งคืออัจฉริยะ แปดหมื่นชั่งพบได้ยากเป็นอย่างยิ่ง แล้วยิ่งหนึ่งแสนชั่งนั้น หนึ่งในแสนคนก็ยังยากที่จะหาพบ ในภายภาคหน้าพวกเขาเหล่านั้นจะต้องยิ่งใหญ่มากจนน่ากลัวแน่

        เต้าหลิงเดินออกมาจากคลังสมบัติด้วยใบหน้าปลื้มปิติ ครั้งนี้ผลประโยชน์ที่เขาได้รับมานั้นมากกว่าที่เขาคาดหวังเอาไว้มาก เพียงแต่เขาไม่รู้ว่าลำฐานเหลวระดับสี่จะให้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมเพียงใด

        เมื่อเดินบนถนนได้สักพัก เต้าหลิงก็ขมวดคิ้วขึ้น จู่ๆรอบด้านของเขาก็ผกผันหมุนกลับกลายเป็นภาพป่าเขา น่าแปลกประหลาดยิ่งนัก!

        “นี่มันค่ายกล!” เต้าหลิงกำหมัดแน่น ใครกันที่มีเงินมากมายขนาดนี้เขารู้ว่าค่ายกลเป็นสิ่งที่หาเจอได้ยากเป็นอย่างมาก

        เมื่อเห็นคนที่เดินออกจากด้านในป่า สีหน้าของเขาก็พลันดูไม่ดีนัก

        ใบหน้าของหวังเชียนปูดบวม สายตาโหดร้ายของนางจ้องไปที่เต้าหลิงพลางกล่าวเสียงแหลมดังออกมา “เจ้าสัตว์เดรฉานข้าบอกแล้วเจ้าจะอยู่ไม่ถึงคืนนี้แน่!”

        หวังเชียนบันดาลโทสะ กว่านางจะได้งานที่คลังสมบัติ นางหาจนเลือดตาแทบกระเด็นทว่าตอนนี้กลับถูกทำลายจนป่นปี้ หากไม่ฆ่าเขาให้ตายเสีย นางก็คงตายตาไม่หลับ!

        “ฮ่าฮ่า  ไม่รู้ผู้ใดที่ไหนช่างกล้าหาญยิ่งนัก กล้ามาล่วงเกินคนของตระกูลหวังขอข้าดูหน่อยเถอะว่ามันเป็นใคร!” ชายหนุ่มถ่มน้ำลายพลางกล่าวเสียงติดขบขัน นาทีที่เห็นเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้า สีหน้าของเขาก็พลันเฉิดฉายประกายขึ้น

        “ฮ่าฮ่า ที่แท้เป็นเจ้านี่เอง เทพแห่งการนอน!” หวังลี่ล้อเลียนเขาด้วยการทำท่าทางราวกับเห็นเทพอยู่ตรงหน้า เขาชี้ไปที่เต้าหลิงแล้วหัวเราะเสียงดังออกมา “เป็นเจ้านี่เอง เจ้าขยะไร้ค่าฮ่าฮ่าฮ่า

        หวังลี่หัวเราะออกมาจนใกล้จะบ้า เจ้าขยะไร้ค่ากล้าล่วงเกินคนตระกูลหวัง ชีวิตด้อยค่าเช่นนี้ ต่อให้ตายสักสิบชีวิตก็ไม่พอ

        “ดี!” เต้าหลิงกำหมัดแน่น หวังลี่ น้องชายของหวังหลิ่ง!

         

 


----------------------------


ฝากLikeเพจของเรื่อง หมื่นอสูรก้มกราบ

ไว้อัพเดทนิยายกันด้วยนะคะ ^_^








120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาทค่ะ ^_^)
 เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอน เท่ากับ 1 เล่ม
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.001K ครั้ง

1,176 ความคิดเห็น

  1. #617 ujasaai (@ujasaai) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 / 23:17
    อารมณ์พระเอกแบบ พวกเจ้าเรียกข้าว่าเทพแห่งการนอนแล้วเหตุใดพวกเจ้าถึงปลุกข้าให้ตื่นขึ้นจากการหลับไหล อหหหหอวยพรให้ปลอดภัยเด้อหวังงง5555555
    #617
    0
  2. #494 เงาสายลม (@fenrir_m) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 20:07
    ลำฐาน ลำธาร หรือเปล่า
    #494
    0
  3. #144 บิลเลียส (@Ororite) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 กันยายน 2561 / 14:51
    ลำฐานหรือลำตัด อดอ่านว่าลำตัดไม่ได้เลย
    #144
    1
    • #144-1 sroemsak (@sroemsak) (จากตอนที่ 6)
      5 ตุลาคม 2561 / 13:59
      เดี๋ยวๆ ได้เหรออออ
      #144-1
  4. #93 warinps (@warinps) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 กันยายน 2561 / 02:02
    -หวัง ตายแน่
    #93
    0