[นิยายแปล] หมื่นอสูรก้มกราบ (สนพ.กวีบุ๊ค)

ตอนที่ 63 : เล่มที่ 3 ตอนที่ 63 : เปลวเพลิงต้นกำเนิด (พิเศษผู้อ่านติดตามครบ 2,000 คน ^_^)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13428
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 782 ครั้ง
    22 ก.ย. 61

วิหคเพลิงร้องออกมาอย่างน่าเวทนา ทั่วร่างเต็มไปด้วยคราบเลือด ขนนกร่วงหล่นหลุดโรยออกมาเป็นจำนวนมาก ร่างของมันหมอบนอนอยู่กับพื้น

เมื่อมันสังเกตเห็นเด็กหนุ่ม วิหคเพลิงก็จดจ้องไปหลายต่อหลายครั้ง ก่อนที่จะแผดเสียงร้องแหลม ร่างทั้งร่างสั่นเทา ทำไมถึงได้มาเจอเจ้าปีศาจใจโฉดนี่ได้ อีกทั้งเจ้านั่นก็ยังอยู่เหนือหัวของมันอีกด้วย

วิหคเพลิงฝังใจกับเจ้าราชาปีศาจนี้เป็นอย่างมาก ในตอนที่เข้าการสอบมันก็ได้ถูกคนๆนี้แย่งชิงเหรียญตราไปจนหมด ทั้งๆที่มันใช้เวลาทั้งคืนแล้วยังไม่ได้หลับไม่ได้นอนกว่าจะได้เหรียญตรามา หลังจากนั้น พอมันทะลวงเข้าสู่ขั้นสถิตวิญญาณได้ มันก็อยากจะลบล้างความอัปยศของมัน แต่ใครเล่าจะรู้ ว่ามันเกือบจะถูกฝ่ามือฆ่าตาย ซึ่งในตอนนี้วิหคเพลิงได้เอาเด็กหนุ่มมาไว้ในรายชื่อของศัตรูที่ห้ามไปมีเรื่องด้วยเด็ดขาด

เมื่อเห็นว่าฝ่ามือสีทองยื่นเข้ามา วิหคเพลิงก็รีบแผดเสียงร้องคำรามดังลั่นหยุด หยุด อย่าตีข้า อย่าตีข้าเลย มีอะไรก็พูดกันดีๆ

เต้าหลิงทำปากมุ่ย ร่างของเขาหายแว่บไปปรากฏอยู่ข้างๆร่างของมัน พลางใช้ฝ่ามือตบเข้าไปที่ร่างของวิหคเพลิง ความเจ็บปวดทำให้ร่างของมันสั่นเทา เลือดสำรอกออกมาจากปาก

มันค่อยๆใช้ปีกพยุงร่างของตัวเองหมายจะหนี ถ้าเจ้าราชาปีศาจนี่มาแย่งของๆมันละก็ได้ขาดทุนย่อยยับแน่ อย่างไรเสียหนีก่อนน่าจะเป็นการดี

กลับมาเต้าหลิงยื่นมือออกไปจับเข้าที่ปีกของมันแล้วดึงมันกลับมาก่อนที่จะขมวดคิ้วแล้วกล่าวว่าเจ้าจะหนีทำไม

ได้ยินดังนั้น วิหคเพลิงแทบจะพ่นเลือดออกมาจากปาก ถ้าไม่หนีจะรอให้เจ้ามาขโมยของของมันหรือยังไง มันกล่าวกระอึกกระอักออกมาไม่ได้หนี ข้าแค่ออกกำลังกายเฉยๆ ก็แค่ยืดเส้นยืดสาย

พูดจบ มันก็แกล้งทำท่าขยับซ้ายขยับขวาพลางยื่นกรงเล็บยาวออกมา ทว่าภายในใจนั้นเจ็บปวดจนถึงขีดสุด เลือดไหลออกมาจากปาก

เจ้าเจออะไรข้างบนนั่นเต้าหลิงมองไปข้างบนแม่น้ำดาราพลางเอ่ยถามขึ้น

ข้างบนมีสมบัติล้ำค่าอยู่ เมื่อครู่ข้าไม่ระวังจึงผลัดตกลงมา เจ้ารีบไปเอาสิ สมบัติล้ำค่าเชียวนะ” วิหคเพลิงกล่าวอย่างมีลับลมคมใน ทั้งยังเน้นคำว่าสมบัติล้ำค่าเป็นพิเศษ

นัยน์ตาของเต้าหลิงพลันเป็นประกาย วิหคเพลิงที่เห็นดังนั้นมันก็เอากรงเล็บมาทาบปากเอาไว้พลางแอบหัวเราะเพื่อไม่ให้เสียงดังเล็ดรอดออกไป

แต่ใครจะรู้เล่า จู่ๆเต้าหลิงก็กระโดดขึ้นมาข้างหลังมันพลางกล่าวออกมาว่าเร็ว รีบพาข้าขึ้นไป

วิหคเพลิงเบิกตากว้าง อ้าปากค้าง ดวงตาของมันแดงก่ำ ในขณะที่กำลังจะด่าปากตัวเองนั้น มันก็กล่าวออกมาด้วยความโกรธเจ้าขึ้นไปเองสิ!

มันหาญกล้าขึ้นมาในทันที มันเป็นถึงสัตว์อสูรโบราณจะให้มันไปเป็นสัตว์ขี่ได้อย่างไร มันส่ายหัวเหมือนกับรัวกลอง ตระกูลวิหคเพลิงก็มีศักดิ์ศรีเหมือนกัน!

ข้าขึงไปไม่ได้” เต้าหลิงถลึงตาพลางกล่าวข่มขู่ออกมาว่า “จะขึ้นไปดีๆหรือว่าจะขึ้นไปด้วยน้ำตา?”

ข้าบาดเจ็บหนัก บินไม่ได้ เหตุใดเจ้าถึงไม่ใช้ของล้ำค่าบินขึ้นไปเล่าวิหคเพลิงทรุดลงไปที่พื้น ร่างของมันอาบไปด้วยเลือดพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงอิดโรย

งั้นก็ได้เต้าหลิงพยักหน้า วิหคเพลิงดีใจเป็นอย่างมาก ทว่าคำพูดต่อจากนั้นก็พลันทำให้ใบหน้าของมันเขียวปั้ด

เอาของล้ำค่าที่ใช้บินได้มาเต้าหลิงยื่นมือออกมา เขาดูออกมา แม่น้ำดาราที่ลอยอยู่บนวิหารนั้นมีแรงกดดันที่หนักหน่วงเป็นอย่างมาก จะต้องใช้ของล้ำค่าบินขึ้นไปเท่านั้นถึงจะได้

ร่างของวิหคเพลิงสั่นเทา มันสบถด่าเด็กหนุ่มออกมาในใจ พลางกล่าวตระกุกตระกักข้าไม่มี

งั้นก็บินไปเร็วๆเข้าสิ อย่าได้มาเล่นลูกไม้กับข้านิ้วมือของเต้าหลิงกดไปที่คอของมัน

วิหคเพลิงตกใจสะดุ้งโหยง มันสัมผัสได้ถึงแรงกดดันของลมปราณที่กดทับลงมา ร่างของมันสั่นเป็นเจ้าเข้า มันรีบกระพือปีกพลางมุ่งหน้าไปที่แม่น้ำดาราที่ลอยอยู่ข้างบน

ในตอนที่บินขึ้นมานั้น ภายในแม่น้ำดาราก็มีเปลวเพลิงดาราเส้นหนึ่งตกลงมา ในขณะที่เต้าหลิงกำลังจะซึมซับเปลวเพลิงนั่น วิหคเพลิงก็อ้าปากพลางใช้แรงดูดกลืนมันเข้าไป เปลวเพลิงได้ไหลเข้าไปในร่างของมันจนประกายแสงสีดาราสว่างออกมา พลังของมันแข็งแกร่งขึ้นในทันที

เต้าหลิงอึ้งไป หลังจากนั้นเขาก็เข้าใจได้ วิหคเพลิงนี้เป็นนกธาตุไฟ ภายในร่างของมันมีเปลวเพลิงต้นกำเนิดอยู่ ซึ่งสามารถที่จะพัฒนาขึ้นได้ในภายหลัง 

เปิดช่องแสงนั่นเร็ว ตอนนี้พลังของข้าอ่อนแอเกินไป ข้าบินขึ้นไปไม่ได้” ทั่วร่างของวิหคเพลิงชุ่มไปด้วยเหงื่อ

เต้าหลิงกวาดสายตาไปรอบๆ พลังงานพุ่งออกมาจากนัยน์ตาของเขา ช่วงพริบตาช่องแสงที่ว่าก็ถูกทำลาย จากนั้นวิหคเพลิงก็กระพือปีกแล้วบินขึ้นไป

ภายในนั้นกว้างขวางเป็นอย่างมาก ทั้งพลังงานที่อยู่ข้างในก็น่าเกรงขาม พื้นมีแม่น้ำดาราผสานเข้าด้วยกัน สวยงามไร้ที่เปรียบ  

เป็นวิชามหาอำนาจที่ใหญ่มากเต้าหลิงอึ้งไป ใช้แม่น้ำดารามาทำเป็นทาง ไม่อยากจะคิดเลยว่าเป็นยอดยุทธ์ที่แข็งแกร่งขนาดไหนเป็นคนทำ

อีกทั้งภายในวิหารนี้ก็ถูกสร้างขึ้นด้วยแม่น้ำดาราเช่นเดียวกัน แสงสวรรค์ไหลเวียนไปมา สว่างจ้าละลานตา ดูแล้วน่าตกใจเป็นอย่างยิ่ง

อยากจะร่วมมือกับข้าหรือไม่ ข้าเห็นห้องหลอมโอสถอยู่ห้องหนึ่ง เป็นไปได้ว่าข้างในนั้นจะมียาโอสถโบราณอยู่วิหคเพลิงกลอกตาพลางกล่าวพึมพำ

ห้องหลอมโอสถเปลือกตาของเต้าหลิงกระตุกขึ้นเล็กน้อยพลางกล่าวต่อว่าเปลวเพลิงดาราเหล่านี้ออกมาจากห้องหลอมโอสถสินะ

ก็ประมาณนั้น ทว่าก็ไม่ได้อันตรายมากเท่าไหร่วิหคเพลิงกล่าว มันกลัวว่าเขาจะกลัวเปลวเพลิงจนไม่ยอมเข้าไป ทว่าท่าทีของเต้าหลิงหลังจากนั้นเกินความคาดหมายของมันมาก เขารีบเร่งมันให้เดินไปทางนั้นอย่างรวดเร็ว

ความเร็วของวิหคเพลิงเร็วมากขึ้นหลายเท่าราวกับเปลวเพลิงที่พุ่งทะยานออกไป ทางที่มันเลือกเดินไปนั้นมีเปลวเพลิงดาราจำนวนมาก สายตาของเต้าหลิงจ้องมองไปในส่วนลึก ในตอนนั้นเขาก็สังเกตเห็นประตูเปลวเพลิงสลัวๆบานหนึ่งขึ้น

อุณหภูมิโดยรอบร้อนแรงเป็นอย่างมาก ประตูบานนี้ถูกสร้างขึ้นมาจากเปลวเพลิงดารา เส้นแสงความร้อนถูกปลดปล่อยออกมาเป็นเส้นๆ เมื่อเข้าไปก็รู้สึกเหมือนกับว่าเดินเข้ามาในมหาสมุทรลาวา รอบๆเต็มไปด้วยเปลวเพลิงที่ลุกโชนขึ้น

เข้มข้นมากเต้าหลิงรู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่ง เปลวเพลิงที่นี่มีอยู่เยอะมาก ทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็นเปลวเพลิงดาราบริสุทธิ์ ถึงแม้ว่าจะหาเปลวเพลิงต้นกำเนิดไม่เจอ ทว่าหากเปลวเพลิงแก้วสามารถกลั่นหลอมเปลวเพลิงข้างในนี้ได้ พลังเปลวเพลิงก็จะแข็งแกร่งขึ้น

วิหคเพลิงสูดเปลวเพลิงเข้าไปข้างใน สายตาจ้องมองไปข้างในด้วยความหวาดผวา ซึ่งด้านในนั้นมีชายหนุ่มคนหนึ่งนั่งขัดสมาธิอยู่ ทั่วร่างมีร่างเงาอสูรลอยขึ้นมา ร่างเงาอสูรเหล่านั้นถูกสร้างขึ้นมาจากเปลวเพลิงสีทอง ดูแล้วน่าเกรงขามเป็นอย่างมาก

เพลิงอสูร เพลิงอสูรทองคำเต้าหลิงเอามือลูบคาง สัตว์อสูรทองคำเป็นสัตว์อสูรโบราณที่พบเจอได้ยากเป็นอย่างมาก ซึ่งมันเองก็เป็นสัตว์อสูรธาตุไฟ พลังภายในร่างของสัตว์อสูรนั้นแข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง

หลังจากนั้นเต้าหลิงก็ใจสั่นขึ้นมา สัตว์อสูรทองคำได้ดูดกลืนเปลวเพลิงดาราเข้าไปเส้นหนึ่ง เปลวเพลิงดาราเส้นนั้นเปล่งแสงระยิบระยับใสดุจอัญมณีเหมือนกับทำมาจากหยกดาราสวรรค์ หมอกหลากสีปลดปล่อยออกมา เป็นไปได้ว่ามันจะเป็นเปลวเพลิงต้นกำเนิด

เมื่อมีคนเดินเข้ามา ชายหนุ่มที่นั่งขัดสมาธิอยู่ก็ลืมตาขึ้น แววตาคมกริบฉายแสงสว่างออกมา เขาที่สังเกตเห็นวิหคเพลิงจากนั้นก็กล่าวเสียงเย็นออกมาว่าเจ้าสัตว์เดรัจฉาน เมื่อครู่ข้ายังสั่งสอนเจ้าไปไม่พออีกงั้นรึ

เขาไม่มองเต้าหลิงแม้แต่หางตา เมื่อครู่วิหคเพลิงได้ต่อสู้กับเขาที่นี่และได้ถูกชายหนุ่มโจมตี ตอนนี้ที่วิหคเพลิงกลับมาอีกครั้งทำให้เขาโกรธมาก

วิหคเพลิงโมโหเป็นฟืนเป็นไฟ เปลวเพลิงทั่วร่างถูกปลดปล่อยออกมา มันแผดเสียงต่ำคำรามเป็นมนุษย์ก็อย่าได้อวดดีนัก ขั้นพลังของเจ้าสูงกว่าข้าแค่ไม่กี่ขั้น” 

ใบหน้าของชายหนุ่มพลันเย็นยะเยือก เปลวเพลิงโทสะเดือดขึ้นในใจ ในตอนนี้ได้มาถึงช่วงการดูดซับเปลวเพลิงดาราต้นกำเนิดที่สำคัญที่สุด แต่วิหคเพลิงกลับมาหยุดเขาเสียได้ เขาลุกยืนขึ้นพลางเอ่ยเสียงเย็นอยากตายนักข้าจะสงเคราะห์ให้” 

กล่าวจบ สายตาของเขาก็มองไปที่เต้าหลิงพลางแผดเสียงด่าข้าคือชิงอี้หยุน เจ้าไสหัวไปได้แล้ว

วิหคเพลิงมองเขม่นไปที่เขา มันไม่กล่าวอะไร มันที่พาเต้าหลิงมาที่นี่ก็เพื่อที่จะจัดการกับเจ้านี่ ทว่าคิดไม่ถึงเลยว่าเจ้านี่จะโอหังถึงขนาดแผดเสียงด่าออกมา

สายตาของเต้าหลิงมองไปที่เปลวเพลิงดาราที่ตกลงมาจากท้องฟ้า ดวงตาของเขาพลันลุกโชนขึ้น เขาสัมผัสได้ถึงพลังวิญญาณธาตุไฟจากในเปลวเพลิงต้นกำเนิดนั้นซึ่งเข้มข้นกว่าเปลวเพลิงธรรมดาหลายร้อยเท่า อีกทั้งจิตวิญญาณของเปลวเพลิงต้นกำเนิดนี้ก็ยังสูงมาก ถ้าหากเพลิงโอสถดูดกลืนเปลวเพลิงนี้เข้าไปพลังจะต้องเพิ่มขึ้นหลายเท่าแน่

สีหน้าของชิงอี้หยุนขึงขังขึ้น เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้สนใจเขาเลยสักนิด สายตาจ้องมองไปยังเด็กหนุ่มที่กำลังจดจ้องเปลวเพลิงที่เขาหมายตาเอาไว้ สีหน้าของเขาอัปลักษณ์ขึ้น เขาคิดไม่ถึงเลนว่าชื่อของตนจะไม่สามารถทำอะไรอีกฝ่ายได้ ทั่วทั้งสำนักไม่มีใครที่จะกล้าแส่หาเรื่องเขาชิงอี้หยุน

เจ้าหนู เจ้าเป็นคนแรกที่กล้าเมินข้า ข้าจะทำให้เจ้าจดจำวันนี้ไปชั่วชีวิตทั่วร่างของชิงอี้หยุนปลดปล่อยคลื่นพลังที่แข็งแกร่งออกมา ร่างเงาอสูรสีทองปรากฏรอบๆกาย ซึ่งนั่นก็คือเปลวเพลิงโอสถของเขา

วิหคเพลิงแอบฉีกยิ้ม มันได้ดูดซับเปลวเพลิงดาราที่อยู่รอบทิศเข้ามาฟื้นฟูอาการบาดเจ็บของตัวเอง

เจ้าคือนักปรุงโอสถสายตาของเต้าหลิงมองไปที่เขา นอกจากเย่ยวิ้นแล้วนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เขาเจอนักปรุงโอสถคนอื่น ถ้าสามารถดูดกลืนเปลวเพลิงอสูรนี้ได้ เปลวเพลิงโอสถแก้วจะต้องแข็งแกร่งขึ้นแน่

ครั้งก่อนที่หลอมของเหลวกายทองแดง เต้าหลิงรู้สึกว่าเปลวเพลิงโอสถยังแข็งแกร่งไม่พอ ถ้าหากเปลวเพลิงโอสถของเขาแข็งแกร่งขึ้นอีกระดับหนึ่ง ความเร็วในการหลอมสมุนไพรวิญญาณก็จะเร็วมากขึ้นหลายเท่า

ใช่ ข้าเป็นนักปรุงโอสถระดับสองสูงสุดสีหน้าของชิงอี้หยุนเต็มไปด้วยความหยิ่งผยอง มือทั้งสองไขว้ไว้ข้างหลัง ร่างเงาอสูรที่อยู่รอบๆน่ากลัวขึ้นมา มวลอากาศแต่ชั้นถูกบดสลาย

นักปรุงโอสถระดับสองสูงสุดนั้น ถึงแม้ว่าในโลกนี้จะไม่ได้สูงส่งอะไรมากนัก แต่ในสำนักซิงเฉินนอกจากชายชราแล้ว การพัฒนาของเขานั้นถือว่าสูงมาก ถ้าหากเขาได้ก้าวเข้าไปเป็นระดับสามเมื่อไหร่ สถานะของเขาจะต้องน่ากลัวมากกว่านี้หลายเท่า

สีหน้าของเต้าหลิงเต็มไปด้วยความตกตะลึง ก่อนหน้านี้เขาที่หลอมโอสถขยายจิต ซึ่งถือว่าเป็นโอสถระดับหนึ่งสูงสุด แต่คนๆนี้กลับมีขั้นสูงกว่าเขาอีกขั้นหนึ่ง

ดูท่าเจ้าจะไม่รู้สถานะของข้า เช่นนั้นตัดแขนของตัวเองทิ้ง แล้วไสหัวไปซะ” 
ชิงอี้หยุนกล่าวเสียงเย็นออกมา ไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายมีความผิดอะไรแต่เป็นเพราะท่าทีของเด็กหนุ่ม เขาจึงอยากจะสั่งสอนให้รู้สำนึกเสียบ้าง

เต้าหลิงอึ้งไป พลางหลุดหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้เจ้านี่มัน บัดซบจริงๆ

 *เนื่องจากมีคนติดตามมากกว่า 2,000 คน นักแปลจึงมาลงนิยายเพิ่มให้ตามที่สัญญาไว้

แจกฟรีวันละ 2 ตอน เป็นเวลา วัน ให้อ่านกันอย่างจุใจไปกันเลยค่ะ... d(>w<)b


-----------------------------------


ฝากLikeเพจของเรื่อง หมื่นอสูรก้มกราบ

ไว้อัพเดทนิยายกันด้วยนะคะ ^_^






อ่านเล่มที่ 9 เร็วกว่าใครและอุดหนุนผลงานถูกลิขสิทธิ์ได้ที่ลิงก์นี้


120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาทค่ะ ^_^)
 เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอน เท่ากับ 1 เล่ม


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 782 ครั้ง

1,177 ความคิดเห็น

  1. #337 yukai (@yukai) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 14:02

    ขอบคุณ
    #337
    0
  2. #236 Fresher Aeolus Zephyrus (@fresherzephyr) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 22 กันยายน 2561 / 22:14
    รู้สึกนึก -> รู้สำนึก
    #236
    0
  3. #110 เทพ3วิ (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 4 กันยายน 2561 / 21:38

    ฮานกนี้มาก 5555

    #110
    0