ตอนที่ 69 : เล่มที่ 3 ตอนที่ 69 : ค่ายกลสังหาร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13098
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 687 ครั้ง
    10 ก.ย. 61

        ยอดยุทธ์ที่แข็งแกร่งจำนวนมากได้มาเยือนที่เมืองชิงโจวภายในเมืองเต็มไปด้วยประเด็นที่กล่าวถกเถียงกันว่าแท้จริงแล้วชื่อเต้านั้นมาจากที่ไหนเพราะเรื่องนี้จึงทำให้ขุมพลังอำนาจหลายๆแห่งสั่นสะเทือนถึงแม้ว่าจะเป็นแค่ขั้นพลังแรกแต่ด้วยพลังศักยภาพระดับนั้นทำให้อัจฉริยะหลายคนตัวสั่นมีผู้คนมากมายต่างก็คาดเดาเอาไว้ว่าคนคนนั้นจะต้องเป็นศิษย์ที่ยอดยุทธ์เก่าแก่เลี้ยงดูมาเป็นแน่

        ผลกระทบจากเรื่องนี้ใหญ่หลวงนักจอมยุทธ์ที่แข็งแกร่งต่างก็รู้ดีถึงความสำคัญของขั้นพลังที่หนึ่งดังนั้นมูลค่าของศิลาเทพยุทธ์ในสายตาของพวกเขานั้นเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างที่สุด

        สามารถฝึกฝนขั้นพลังที่หนึ่งมาได้จนถึงขนาดนี้ในภายภาคหน้าจะต้องเติบใหญ่กลายเป็นจอมยุทธ์ที่ไม่ธรรมดามีคนที่เอาเรื่องของหอคอยผ่านจิตเชื่อมโยงกับเรื่องนี้เป็นไปได้ว่าคนที่ทำน่าจะเป็นคนคนเดียวกัน

        ในวันนี้ทั่วทั้งดินแดนลึกลับพลันเกิดความโกลาหลขึ้นเป็นไปได้สูงว่าเต้าจะได้สมบัติล้ำค่าจากหอคอยผ่านจิตไปอีกทั้งชื่อของเขาที่อยู่อันดับหนึ่งเขาจะต้องได้สมบัติล้ำค่าไปอีกอย่างหนึ่งแน่

        สมบัติล้ำค่าสองอย่างนั่นทำให้เหล่าจอมยุทธ์เกิดความโลภขึ้นมาขุมพลังอำนาจขนาดใหญ่หลายแห่งต่างก็ตามหาปรมาจารย์ยอดฝีมือเพื่อที่จะตามหาคนคนนี้

        เต้านี่น่ากลัวเสียจริงๆเขาสามารถกำหราบอู่ตี้ได้แท้จริงแล้วขั้นพลังของเขาในขั้นหล่อกายานั้นน่ากลัวมากแค่ไหนกัน

        ถึงจะน่ากลัวทว่าว่ากันว่าขั้นฝึกฝนของเต้านั้นก็ไม่ได้สูงมากเขายังห่างชั้นกับอู่ตี้หลายขุมพวกเจ้าอย่าลืมสิว่าอู่ตี้สลักชื่อนั้นเอาไว้ตอนที่อายุเพียงแค่สิบขวบมีคนส่ายหัว

        ครั้งนี้ที่โถงวิหารดาราจะต้องคึกคักมากแน่อู่ตี้ก็มาเดาว่าเต้าเองก็ต้องมาเหมือนกันข้าได้ยินมาว่ามีอมนุษย์หลายตนที่มาจากเขาสวรรค์โบราณทั้งยังมีผู้สืบทอดของตระกูลใหญ่ๆมาอีก

        เสียงพูดคุยกล่าวขึ้นมาในสำนักซิงเฉินเต้าหลิงที่ได้ยินเสียงนั่นหัวใจของเขาก็ร้อนขึ้นมาเล็กน้อยเพราะยังไม่รู้ว่าตนนั้นได้ของล้ำค่าอะไรมาจากศิลาเทพยุทธ์เขาจึงเตรียมตัวที่จะกลับไปดูที่ที่พัก

        หวังว่าจะเป็นวิชามหาอำนาจฝ่ามือของเขากระชับขึ้นเล็กน้อยเต้าหลิงรอคอยอย่างใจจดใจจ่อในตอนนี้วิชามหาอำนาจที่เขามีก็คือวิชาฝ่ามือหยินหยางที่ไม่สมบูรณ์ส่วนวิชาสามทิศกายทองคำกายทองทิศที่สามที่สำคัญที่สุดก็ดันหายไปเสียได้ถ้าหาทิศสุดท้ายไม่เยอก็จะต้องหาวิชามหาอำนาจที่แข็งแกร่งกว่านี้ถึงจะได้

        เมื่อมาถึงบนเขาวิญญาณเต้าหลิงก็ขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อยสายตามองไปที่ร่างเงาสองร่างที่อยู่ตรงหน้าอมนุษย์สองตนปลดปล่อยแสงหมอกสวรรค์ออกมาพลังเปี่ยมล้นจนน่าตกใจ

        "ข้าบอกไปแล้วว่าเขาไม่อยู่ที่นี่แล้วพวกเจ้าคิดจะทำอะไรใบหน้าของหลินซือซือบิดเบี้ยวเล็กน้อยด้วยความเจ็บปวดคิ้วดำเรียงตัวสวยขมวดแน่นฝ่ามือมีเลือดไหลออกมากระบี่ล้ำค่าตกอยู่ที่พื้น

        หึไม่พูดกล่าวให้ชัดเจนวันนี้เจ้าไม่รอดแน่อมนุษย์ทั่วร่างปกคลุมไปด้วยไอสลัวๆกล่าวนัยน์ตาของมันปลดปล่อยแสงอำมหิตออกมาช่วงระยะนี้พวกมันมาที่นี่ทุกวันแต่ทุกๆครั้งห้องฝึกกายของเต้าหลิงก็จะแขวนป้ายปิดขั้นพลังเอาไว้ซึ่งพวกมันไม่กล้าที่จะบุกเข้าไปเพราะข้างในวิหารมีค่ายกลสังหารอยู่

        ในตอนนี้ความอดทนของพวกมันได้หมดลงถ้ายังขืนชักช้าอยู่แบบนี้นายท่านของพวกมันจะต้องลงโทษพวกมันอย่างหนักแน่

        เสียงข่มขู่ที่กล่าวออกมาทำให้สีหน้าของหลินซือซือพลันขึงขังขึ้นและในตอนนั้นเองก็มีเสียงเย็นเอ่ยดังออกมาทำให้หัวใจของเด็กสาวผ่อนคลายลง

        ข้าอยากจะรู้นักว่าพวกเจ้าจะมีชีวิตรอดออกไปจากที่นี่หรือไม่

        ประโยคที่กล่าวออกมานั้นทำให้สีหน้าอมนุษย์ทั้งสองตนหนักอึ้งนัยน์ตาเย็นชาระเบิดแสงเย็นยะเยือกออกมาตั้งแต่ที่พวกมันมาที่สำนักซิงเฉินนี่เป็นครั้งแรกที่มีคนกล้ากล่าววาจากับพวกมันแบบนี้

        เจ้าอย่าเข้ามานะดวงตากลมโตของหลินซือซือมองไปยังเด็กหนุ่มที่เดินเข้ามาภายในใจพลันรู้สึกร้อนรุ่มขึ้นนางสัมผัสได้ว่าอมนุษย์ทั้งสองตนนี้แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก

        "เจ้าไม่เป็นไรนะ"เต้าหลิงจ้องมองฝ่ามือของหลินซือซือที่มีเลือดไหลออกมาฝ่ามือพลันกระชับหมัดแน่นเพลิงโทสะแผดเผาขึ้นมาในหัวใจเขาคิดไม่ถึงเลยว่าอมนุษย์ทั้งสองคนนี้จะทำร้ายหลินซือซือ

        ไม่เป็นไรข้าไม่ได้บาดเจ็บอะไรมากหลินซือซือฝืนยิ้มไม่รู้ว่าทำไมนางถึงรู้สึกได้ถึงความปลอดภัยที่ปลดปล่อยออกมาจากร่างของเต้าหลิงความร้อนรุ่มในหัวใจสลายหายไปในทันที

        โทษข้าเถอะเพราะข้าเจ้าถึงได้บาดเจ็บใบหน้าของเต้าหลิงเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดสายตาจ้องมองไปที่อมนุษย์ทั้งสองตนพลางปลดปล่อยจิตสังหารออกมา

        อมนุษย์ที่โอบล้อมไปด้วยแสงสีเขียวตนหนึ่งเอ่ยเสียงเย็นออกมาเจ้าหนูถ้าเจ้ามาช้ากว่านี้อีกสักหน่อยชีวิตของนางคงจะดับสูญรีบมากับพวกข้าซะเจ้าหน้าของข้าต้องการพบเจ้า

        ดวงตากลมโตคู่สวยของหลินซือซือเบิกกว้างขึ้นหัวใจบีบรัดเข้ามาอีกครั้งอมนุษย์ทั้งสองคนนี้จะต้องเป็นลิ่วล้อไม่อยากจะคิดเลยจริงๆว่าพวกมันจะน่ากลัวมากแค่ไหน

        เต้าหลิงไม่เอ่ยอะไรลมปราณทั่วร่างพัดดังจนเกิดเสียงหวีดร้องป่าไผ่สั่นไหวใบไม้ปลิวว่อนฝีเท้าก้าวออกไปข้างหน้า

        เจ้าหนูแล้วเจ้าจะเสียใจเจ้าแส่หาเรื่องเองนะอมนุษย์ที่โอบล้อมไปด้วยแสงสีเขียวแผดเสียงกล่าวด้วยใบหน้าขึงขัง

        เป็นแค่ลิ่วล้อแต่กลับปากดีโอหังข้าอย่างจะรู้นักว่าพวกเจ้าจะมีความสามารถมากแค่ไหนเต้าหลิงคำรามพลังทั่วร่างเดือดขึ้นแสงสีทองม้วนตัวออกไปก้อนหินรอบทิศพลันยกลอยขึ้นมา

        รนหาที่ตายอมนุษย์ร่างเขียวมรกตถูกยั่วโทสะจนขนทั่วร่างลุกชันขึ้นถึงแม้ว่ามันจะเป็นแค่ลิ่วล้อแต่มันก็เป็นความภาคภูมิใจในตัวของมันเองถึงจะเป็นผู้สืบทอดของขุมพลังอำนาจใหญ่ๆเพียงแค่พบมันก็ต้องโค้งคำนับทว่าเจ้าเด็กมนุษย์ผู้ต่ำต้อยนี้กลับมาพูดจาเหยียดหยามทำให้มันโกรธเป็นอย่างมาก

        มันผลิกฝ่ามือออกไปปรากฏแส้หนังสีเขียวเส้นหนึ่งขึ้นมันโอบล้อมไปด้วยแสงสว่างจ้าทั้งยังแฝงไปด้วยคลื่นพลังที่รุนแรงขนาดของมันใหญ่เท่าแขนของมนุษย์ทั้งบนแส้หนังก็มีคราบเลือดสดที่ติดอยู่แสดงให้เห็นว่ามันคงจะใช้แส้นี้หวดคนไปนักต่อนักแล้ว

        มันตวัดเหวี่ยงแส้ไปมาจนเกิดร่างเงาทับซ้อนกันพลังที่รุนแรงม้วนตัวขึ้นดุจคลื่นน้ำแรงเหวี่ยงที่สะบัดออกไปทำให้มวลอากาศเกิดเสียงดังฟึ่บ

        เต้าหลิงก้าวเดินออกมาสายตาของเขาจ้องมองไปยังแส้หนังที่พุ่งเข้ามาแขนของเขาก็แปรเปลี่ยนสีทองแดงนิ้วมือเกร็งจนกล้ามเนื้อปูดขึ้นพลางใช้ฝ่ามือคว้าเข้าไปจับแส้หนังเอาไว้

        ข้ารู้อยู่แล้วว่าเจ้ามีกายมหาอำนาจทว่าอมนุษย์ร่างเขียวเอ่ยเสียงเย็นแสงสีเขียวของมันพลันน่ากลัวขึ้นร่างเงาของมังกรคะนองน้ำตนหนึ่งได้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาเสียงร้องคำรามดังลั่นทะลวงฟ้าดิน

        นั่นมันของล้ำค่าที่ทำมาจากเส้นเอ็นของมังกรคะนองน้ำฝ่ามือเรียวสวยของหลินซือซือกำแน่นคิ้วสวยขมวดขึ้นนั่นคือของล้ำค่าพิสดารพลังการโจมตีนั้นรุนแรงเป็นอย่างมากไม่รู้ว่าเต้าหลิงจะสามารถรับมือได้ไหวหรือไม่

        ทว่าของสิ่งนี้ไม่ใช่ของเจ้าเต้าหลิงแสยะยิ้มเย็นลมปราณภายในร่างของเขาระเบิดออกแขนทั้งแขนปรากฏอักขระสีทองขึ้นกำปั้นพุ่งออกไปปะทะกับร่างเงาของมังกรคะนองน้ำ

        อักขระสีทองพุ่งออกไปอย่างรุนแรงทั้งยังแฝงไปด้วยเงาหมัดมันพุ่งเข้าใส่ร่างเงามังกรคะนองน้ำไม่หยุดร่างเงาของมันสั่นไหวคล้ายกับจะระเบิดออก

        ในขณะนั้นร่างของเต้าหลิงก็พุ่งทะยานฝ่าออกไปลมปราณเดือดพล่านหมักปะทะเข้ากับฝ่ามือของอมนุษย์ร่างเขียว

        อมนุษย์ร่างเขียวไม่กล้าที่จะปะทะกับเต้าหลิงเพราะมันรู้ว่าคนคนนี้นั้นน่ากลัวมากขนาดไหนแส้สีเขียวตวัดกลับมาร่างเงามังกรคะนองน้ำรวมตัวขึ้นอีกครั้งหนึ่งพลังพลันแข็งแกร่งขึ้นมันอ้าปากกว้างหมายที่จะกัดกลืนแขนของเต้าหลิง

        ร่างของเต้าหลิงหยุดชะงักไปแขนทั้งสองหมุนควงผิวหนังสีทองแดงปลดปล่อยพลังปราณที่น่ากลัวออกมาทั้งยังมีแสงของดวงดาราส่องประกายระยิบระยับด้วยแรงกดดันที่หนักหน่วงทำให้ผู้คนที่เห็นรู้สึกหายใจไม่ออก

        เต้าหลิงระเบิดพลังออกมาอีกเท่าหนึ่งมือทั้งสองคล้ายกับหลอมมาจากทองสวรรค์ช่วงพริบตาเขาก็ใช้ฝ่ามือฉีกปากของมังกรคะนองน้ำประหนึ่งสัตว์อสูรที่ดุร้าย

        แหลกไปซะเต้าหลิงแผดเสียงคำรามเขาเข้าไปข้างในร่างของมังกรคะนองน้ำอักขระทั่วร่างไหลทะลักออกมาแสงดวงดาราส่องสว่างจ้ามีเสียงดังตึ้งขึ้นแรงกดดันที่รุนแรงได้บดขยี้ร่างของมังกรคะนองน้ำจนแหลกเป็นผุยผง

        อะไรกันทำไมพลังของเขาถึงได้รุนแรงขนาดนี้หรือว่าเขากำลังเปลี่ยนรูปอมนุษย์ร่างเขียวตกใจเป็นอย่างมากการเปลี่ยนรูปนั้นไม่ใช่สิ่งที่พวกมันจะสามารถสัมผัสได้ซึ่งพวกมันรู้ว่าเจ้านายของพวกมันนั้นได้เข้าสู่ขั้นเปลี่ยนรูปแล้วเช่นนั้นจึงได้ถูกกล่าวขานว่าเป็นอัจฉริยะของรุ่นนี้แค่ในขั้นสถิตวิญญาณก็สามารถที่จะประมือกับอสูรดุร้ายของโบราณกาลได้แล้ว

        สถิตวิญญาณอะไรคือสถิตวิญญาณสถิตวิญญาณก็คือทุกสรรพสิ่งคนที่สามารถเข้าไปอยู่จนเปลี่ยนรูปได้นั้นมีเพียงยอดยุทธ์อัจฉริยะที่จะสามารถทำได้ซึ่งมีจำนวนเพียงหยิบมือเท่านั้น

        น้อยคนนั้นที่จะสามารถเข้าสู่ขั้นเปลี่ยนรูปในขั้นพลังสถิตวิญญาณทว่าเมื่อใดที่เปลี่ยนรูปแล้วพลังที่ระเบิดออกมาสามารถผลิกพันฟ้าดินทั้งของสิ่งนี้ยังไม่ได้ใช่พรสวรรค์แต่ที่ต้องใช้ก็คือวิชาโบราณที่น่ากลัวมีเพียงตระกูลใหญ่ๆเท่านั้นถึงจะมีมัน

        อมนุษย์ร่างเขียวแผดเสียงร้องคำรามมันรู้สึกได้ว่าร่างกายของมันกำลังถูกบีบอัดจวนจะระเบิดออกพลังปราณของอีกฝ่ายไม่ใช่แค่เปี่ยมล้นทว่ายังแฝงไปด้วยแรงกดดันที่น่าหวาดกลัวทำให้มันสำรอกเลือดออกมาร่างทั้งร่างกระเด็นลอยออกไป

        เต้าหลิงช่วงชิงแส้สีเขียวมรกตมาพลางโยนให้กับหลินซือซือแล้วกล่าวว่านี่คือของชดเชยแทนคำขอบคุณทว่ามันยังไม่พอหรอก

        หลินซือซือรับของล้ำค่ามาไว้ในมือด้วยความปิตินางฉีกยิ้มออกมาดวงตากลมโตกลายเป็นรูปประจันทร์ครึ่งเสี้ยว

        เจ้าใบหน้าของอมนุษย์ร่างเขียวพลันบิดเบี้ยวทั่วร่างปลดปล่อยพลังอำมหิตออกมาพลางแผดเสียงกล่าวคำรามอย่างบ้าคลั่งจัดการซะเจ้าเด็กนี่ชักจะโอหังมากเกินไปแล้ว

        อมนุษย์ทั้งสองตนมาจากเขาสวรรค์โบราณซึ่งมันไม่เห็นคนนอกอยู่ในสายตาการที่จะฆ่ามนุษย์สักคนใช้เวลาแค่เสี้ยววินาทีเท่านั้นทว่าเจ้าเด็กนี่กลับนำของล้ำค่าของมันมอบให้กับเด็กสาวเป็นของชดเชยเสียอย่างนั้น

        ชายหนุ่มที่ไม่พูดไม่จาจู่ๆเขาก็เอ่ยปากออกมาว่านายท่านได้เห็นแล้วว่าขั้นพลังของเจ้านั้นไม่ธรรมดาในตอนนี้เจ้าได้ผ่านการทดสอบในการเป็นทหารรับใช้ของนายท่านส่วนเรื่องพลังอำนาจของเขาสวรรค์โบราณนั้นข้าคงไม่ต้องกล่าวอะไรอีกการที่เจ้าได้เป็นทหารของนายท่านนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่โชคดีมากในชีวิตของเจ้าคิดไตร่ตรองให้ดี”

        ได้ยินดังนั้นสายตาเย็นชาของเต้าหลิงก็มองไปที่ชายหนุ่มพลางกล่าวออกมาข้าเองก็เห็นแล้วเหมือนกันว่านายท่านของเจ้านั้นไม่ธรรมดามีคุณสมบัติพอที่จะเป็นทหารรับใช้ของข้าพอดี”

        ว่าไงนะอมนุษย์ร่างสีเขียวหน้าเปลี่ยนสีมันชี้นิ้วที่สั่นเทาไปที่เต้าหลิงพลางกล่าวออกมาว่าเจ้าไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงรนหาที่ตาย!”

        อมนุษย์ร่างเขียวระเบิดโทสะออกมาเขาสวรรค์โบราณนั้นขุมพลังอำนาจที่น่าหวั่นเกรงเป็นอย่างมากทั้งอยู่มาตั้งแต่สมัยโบราณกาลจนถึงตอนนี้อมนุษย์แต่ละตนที่ออกมาจากเขาไม่ว่าใครที่เห็นก็ต้องก้มหัวคำนับ

        ทว่าเขากลับพูดว่าจะเอานายท่านของมันไปเป็นทหารรับใช้เจ้าเด็กนี่ไปเอาความหาญกล้านี้มาจากไหน

        สีหน้าของชายหนุ่มเย็นชาจนน่ากลัวเขาเอ่ยเสียงเย็นออกมาว่า เจ้ารนหาที่เองนะถ้าตายไปอย่ามาโทษข้าก็แล้วกัน”

        “รีบฆ่าเจ้าเด็กนี่เร็วเข้าสิ” อมนุษย์ร่างเขียวตะโกนตอนที่ออกมาพวกเขาได้เตรียมค่ายกลสังหารเอาไว้เพื่อที่จะบดขยี้ร่างของเต้าหลิงให้กลายเป็นหมอกเลือดไปเสีย

        แขนเสื้อของชายหนุ่มสะบัดขึ้นปรากฏธงเล็กเก้าผืนสีเลือดขึ้นกลางอากาศแต่ละผืนปลดปล่อยแสงสีเลือดที่น่ากลัวออกมาทั้งยังตลบอบอวลไปด้วยจิตสังหารที่เย็นเฉียบ

        ธงเลือดเก้าผืนสั่นไหวไปตามแรงลมจากนั้นมีก็ขยายใหญ่ขึ้นผืนธงม้วนตัวออกมาช่วงพริบตามันก็ได้ล้อมร่างของเต้าไปลองเอาไว้แล้วกลายเป็นค่ายกลสังหารที่น่าหวาดกลัวพลังสังหารที่ระเบิดออกมาไหลเชี่ยวกราดราวกับแม่น้ำที่ไหลทะลัก

        แย่ละสิค่ายกลสังหาร” สีหน้าของหลินซือซือเปลี่ยนสีนี่คือค่ายกลสังหารที่น่าหวาดกลัวมันสามารถฆ่าศัตรูที่แข็งแกร่งได้และมันจะไม่หยุดจนกว่าอีกฝ่ายจะตายกลายเป็นหมอกเลือด


-----------------------------------


ฝากLikeเพจของเรื่อง หมื่นอสูรก้มกราบ

ไว้อัพเดทนิยายกันด้วยนะคะ ^_^






อ่านเล่มที่ 10 เร็วกว่าใครและอุดหนุนผลงานถูกลิขสิทธิ์ได้ที่ลิงก์นี้


120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาทค่ะ ^_^)
 เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอน เท่ากับ 1 เล่ม
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 687 ครั้ง

1,176 ความคิดเห็น

  1. #606 Zebastian Michaelis (@beerorbie) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 07:23
    นังหลินซือซือนี่ทำไมต้องมายุ่งเรื่องของพระเอกทุกเรื่องเลย
    #606
    1
    • #606-1 Mon tree (@treedk) (จากตอนที่ 69)
      5 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:04
      ใช่รำคาญจริง
      #606-1
  2. #175 artit6939 (@artit6939) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 11 กันยายน 2561 / 13:59
    ต่อเลยครับ
    #175
    0