[นิยายแปล] หมื่นอสูรก้มกราบ (สนพ.กวีบุ๊ค)

ตอนที่ 70 : เล่มที่ 3 ตอนที่ 70 : กายดาราที่รุนแรง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13666
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 683 ครั้ง
    11 ก.ย. 61


        บนเขาวิญญาณตลบอบอวลไปด้วยพลังสังหารลมปราณเดือดพล่านปกคลุมทั่วท้องฟ้าแรงพลังนั้นทำให้จิตวิญญาณของผู้คนสั่นไหวคล้ายกับอยู่ในนรก

        ชายหนุ่มยืนเอามือไขว้หลังพลางใช้สายตามองต่ำถึงแม้ว่าเด็กหนุ่มจะแข็งแกร่งแต่ต่อหน้าภูเขาสวรรค์โบราณเขาก็เป็นเพียงแค่มดตัวนึงเท่านั้นแค่ใช้อาวุธล้ำค่าออกไปส่งๆก็สามารถฆ่าให้ตายได้อย่างง่ายดาย

        เต้าหลิงยืนอยู่ภายในค่ายกลสังหารธงยักษ์สีเลือดเก้าผืนสั่นไหวหน้าผืนธงโบกสะบัดคลื่นพลังสีเลือดที่น่าหวาดกลัวม้วนตัวออกมาเสียงลมร้องหวีดแหลม

        เส้นแสงสีเลือดเก้าเส้นแสงพุ่งเข้ามามวลอากาศแต่ละชั้นถูกทำลายลงแรงพลังขนาดนั้นสามารถที่จะบดทำลายภูเขาทั้งลูกได้

        เต้าหลิงหรี่ตาลงพลังทั่วร่างแข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อยๆลมปราณระเบิดออกโทสะม้วนตัวลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า

        พวกมันรวมตัวกันแปรเปลี่ยนรูปร่างกายเป็นเตาหลอมแสงสีทองส่องแสงสว่างจ้าพวกมันได้เข้าต่อต้านแสงเลือดทว่าก็ยากที่จะต้านทานทำให้บริเวณโดยรอบนั้นระเบิดออก

        ค่ายกลสังหารนี้น่ากลัวเป็นอย่างมากพวกมันได้รวมตัวเข้าด้วยกันสามารถสังหารคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งได้

        “ถ้าอยากจะทำลายค่ายกลนี้ละก็จะต้องโจมตีผืนธงให้ตกลงมาเสียก่อนไม่เช่นนั้นค่ายกลธงก็จะดูดซับพลังฟ้าดินบริสุทธิ์ทำให้แข็งแกร่งเพิ่มมากขึ้นถึงตอนนั้นจุดจบก็คือตายสถานเดียว”

        เต้าหลิงใช้มือลูบจมูกภายในมือปรากฏกระบี่หักขึ้นลมปราณที่เดือดพล่านไหลแล่นเข้าไปข้างในกระบี่หักสามท่อนปลดปล่อยแสงกระบี่ที่รุนแรงออกมาเป็นเส้นๆ

        แหลกไปซะ เต้าหลิงแผดเสียงคำรามยาวออกมาผมยาวปลิวไสวลมปราณสีทองม้วนตัวหวนขึ้นฟ้ากระบี่หักในมือของเขาน่ากลัวขึ้นมาราวกับดวงอาทิตย์ทมิฬที่แผดเผาแสงกระบี่ระเบิดออกเส้นแสงของมันขยายใหญ่ขึ้น

        พลังงานภายในร่างของเขาไหลเข้าไปในกระบี่หักพลังทั้งหมดถูกขับเคลื่อนจนถึงจุดสูงสุดแสงกระบี่ขนาดใหญ่ดุจต้นไม้ใหญ่ปล่อยออกไปข้างหน้า

        ตู้มม

        แสงกระบี่ไหลทะลวงฝ่าออกไปคล้ายกับคลื่นแสงสีขาวพลังงานสีเลือดถูกตัดขาดทำให้ธงทั้งเก้าผืนสั่นไหวจวนจะระเบิดออก

        ในขณะที่พลังงานของค่ายกลกำลังจะรวมตัวกันใหม่อีกครั้งร่างของเต้าหลิงก็หายวับไปฝีมือโจมตีเข้าใส่ธงสีเลือด

        ทว่าธงสีเลือดนั้นน่ากลัวเป็นอย่างมากฝ่ามือของเต้าหลิงชาขึ้นเขาแค่นเสียงหึเย็นสีผิวแปรเปลี่ยนเป็นสีทองแดงพลังภายในร่างเดือดขึ้นลมปราณที่เข้มข้นพลังสวรรค์อัดแน่นไปทั่วแขนจากนั้นเขาก็พุ่งเข้าโจมตีสีธงเลือดอีกครั้ง

        ในตอนนั้นชายหนุ่มยืนเอามือไขว้หลังอย่างไร้กังวลเขารอที่จะให้เต้าหลิงพลาดท่าทว่าจู่ๆสีหน้าของเขาก็หนักอึ้งขึ้นธงสีเลือดที่อยู่ตรงหน้าของเขาที่กำลังโบกสะบัดมันค่อยๆสลายหายไปทีละอัน

        อะไรกัน” สีหน้าของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความตกตะลึงก่อนที่จะขยับมือควบคุมธงสีเลือดเพื่อที่จะเอามันกลับมานั่นเป็นถึงของล้ำค่าที่สำคัญเป็นอย่างมากถึงแม้ว่าเขาจะไม่สามารถดึงพลังอานุภาพสูงสุดของมันออกมาได้ทว่าถ้าหากมันหายไปเขาจะต้องถูกลงโทษอย่างหนักแน่

        ธงทั้งเก้าสั่นไหวจากนั้นเต้าหลิงก็เอากระเป๋ามิติสีม่วงออกมาก่อนที่จะเก็บค่ายกลสังหารลงไป

        เจ้าเจ้ามันรนหาที่ตาย” ชายหนุ่มโกรธมากดวงตาของเขาเบิกกว้างจนแทบจะถลนสีหน้าของเขาเขียวปั้ดก่อนที่จะอ้าปากคายตราล้ำค่าออกมาหมายที่จะฆ่าเขาให้ตายเสียแล้วแย่งชิงของล้ำค่ากลับคืนมา

        เต้าหลิงเดินเข้ามากระบี่หักภายในมือส่องแสงสว่างจ้าแขนของเขาหมุนควงพลางปล่อยออกไปโจมตีเข้าใส่ตราล้ำค่าจนกระเด็น

        ในเวลาเดียวกันเขาก็กระโดดพุ่งขึ้นไปกลางอากาศหมัดซัดออกไปพลังสวรรค์พรั่งพรูเอ่อล้นแรงพลังที่ส่งออกทำให้หินบริเวณโดยรอบถูกบดสลาย

        หมัดนั้นทำให้ชายหนุ่มหน้าเปลี่ยนสีเขาสัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่ทำให้หายใจไม่ออกเขารีบใช้ฝ่ามือสวนกลับไปในทันทีแต่ทว่าช่วงพริบตาฝ่ามือของเขาก็ระเบิดออกร่างครึ่งหนึ่งก็ถูกโจมตีจนระเบิดออกด้วยเช่นเดียวกัน

        หัวใจของหลินซือซือเต้นสั่นระรัวภายในใจรู้สึกตกตะลึงในความแข็งแกร่งของเด็กหนุ่มอมนุษย์สองตนที่เข้าต่อสู้ระยะประชิดกับเขาเท่ากับฆ่าตัวตายชัดๆ

        เจ้าฆ่าข้าไม่ได้หรอก” ชายหนุ่มไอออกมาเป็นเลือดพลางแผดเสียงกล่าวคำรามออกมา หากเจ้าฆ่าข้าเจ้าไม่มีทางที่จะมีชีวิตอยู่รอดไปได้อย่าแส่หาเรื่องใส่ตัวเลยดีกว่ารีบปล่อยข้าไปแล้วขอโทษข้าซะไม่เช่นนั้นไม่ว่าใครก็ช่วยเจ้าไม่ได้”

        “ขอโทษ” เต้าหลิงหัวเราะออกมากระบี่หักภายในมือตัดฝ่าห้วงอากาศก่อนที่กะโหลกของชายหนุ่มจะกระเด็นลอยออกไปทว่าหัวกะโหลกที่หลุดออกมานั้นได้กลายเป็นหัวของสัตว์อสูรเมื่อมันตายร่างจริงจึงเผยออกมา

        อมนุษย์ร่างเขียวตกใจมากจนตัวสั่นพลางหันหัวหมายจะหนีเจ้าเด็กนี่ได้เกิดปัญหาใหญ่แน่บังอาจหาญกล้าฆ่าอมนุษย์ของเขาสวรรค์โบราณไม่ว่าใครก็ช่วยเขาไม่ได้

        “ไหนๆก็มาแล้วก็อยู่ที่นี่ซะเลยสิ” เต้าหลิงแสยะยิ้มเย็นกระบี่หักสะบัดฟาดออกไปเส้นแสงกระบี่ขนาดใหญ่พุ่งทะลวงไปข้างหน้าฟันร่างของมันจนขาดเป็นสองท่อนเลือดซาดกระจายเปรอะเปื้อนไปทั่วพื้นดิน

        อมนุษย์ทั้งสองที่ถูกฆ่าตายในเวลาแค่เสี้ยววินาทีฝ่ามือเรียวสวยของหลินซือซือกำแน่นนางจับกระโปรงขึ้นพลางวิ่งออกไปแล้วกล่าวขึ้นมาอย่างร้อนรน เจ้าฆ่าพวกมันไปไม่กลัวปัญหาที่จะตามมางั้นหรือเหตุใดถึงได้บ้าบิ่นเช่นนี้”

        อมนุษย์ทั้งสองถึงจะเป็นแค่ลิ่วล้อทว่าเด็กสาวรู้สึกเป็นกังวลกับคนที่อยู่เบื้องหลังของพวกมันนางกลัวว่าเต้าหลิงจะมีปัญหา

        ได้ยินดังนั้นเต้าหลิงก็ยิ้มให้กับนาง พวกมันต้องการที่จะฆ่าข้าข้าจะปล่อยพวกมันไปได้อย่างไรสิ่งที่เกิดขึ้นนี้พวกมันหาเรื่องเองถ้าหากว่าข้าไม่ฆ่าพวกมันเสียปัญหาจะต้องใหญ่กว่านี้แน่”

        ที่เจ้าพูดมันก็ถูก” หลินซือซือครุ่นคิดพลางพยักหน้าหลังจากนั้นริมฝีปากสีแดงสดก็ฉีกยิ้มออกมา ถ้าหากสำนักถามขึ้นมาละก็ข้าจะเป็นพยานให้เจ้าเองอย่างไรเสียพวกมันก็เป็นคนที่มาหาเรื่องก่อนตายไปก็สมควรแล้ว”

        “ไม่จำเป็นหรอกพวกมันก็แค่ลิ่วล้อ” เต้าหลิงส่ายหัว

        ก็ใช่คนที่อยู่เบื้องหลังของพวกมันคงจะไม่มาที่สำนักก็เพราะเรื่องนี้ทว่าอย่างไรเสียเจ้าก็ต้องระวังตัวเอาไว้”

        หลินซือซือใช้ฝ่ามือเรียวสวยม้วนปลายผมยาวสีดำขลับคอของนางขาวเนียนผิวละเอียดอ่อนถึงแม้ว่านางจะไม่ได้โดดเด่นอย่างจื้ออวี่ทว่าในภายภาคหน้าหากเติบใหญ่ขึ้นนางจะต้องกลายเป็นสาวงามแสนสวยเป็นแน่

        หลินซือซืออดนึกถึงตอนที่เจอเต้าหลิงครั้งแรกไม่ได้พอนึกถึงภาพที่นางถือกระบี่หมายที่จะโจมตีเขานางก็หัวเราะออกมาจนตัวโก่ง

        เจ้าหัวเราะอะไร” เต้าหลิงมองไปที่นางพลางถามด้วยสีหน้าประหลาดใจ

        ไม่มีอะไรไม่มีอะไร” นางโบกมือเรียวสวยพลานัยน์ตาที่ฉายสีเคอะเขินที่แก้มกลายเป็นสีแดงระเรื่อ

        เต้าหลิงส่ายหัวอย่างไม่เข้าใจนักหลังจากนั้นเขาก็ค้นตัวอมนุษย์ทั้งสองตนทว่าน่าเสียดายที่พวกมันไม่มีกระเป๋ามิติแต่เขาก็ได้ของมาอยู่ไม่น้อยจากนั้นเขาก็นำโอสถรักษาบาดแผลส่งให้กับนาง

        หลินซือซือเม้มปากสีแดงสดพลางรับโอสถเอาไว้อย่างไรเสียนี่ก็เป็นอุบัติเหตุนางจึงรับมาอย่างไม่เกรงใจ

        หลังจากนั้นนางก็มองไปที่เต้าหลิงที่อยู่ริมแม่น้ำพลางถลกหนังของอมนุษย์ทั้งสองด้วยสายตาประหลาดใจนางเดินเข้าไปหาเต้าหลิงพลันย่อตัวนั่งลงฝ่ามือทั้งสองกอดขาเรียวยาวสวยเอาไว้แล้วเอ่ยถามอย่างสงสัย เจ้าจะทำอะไร?

        อมนุษย์ทั้งสองนี้มีขั้นพลังที่ไม่ได้อ่อนแอภายในเลือดเนื้อของมันอุดมไปด้วยพลังบริสุทธิ์จำนวนมากถ้ากินเข้าไปพลังจะต้องเพิ่มขึ้นมากแน่ เต้าหลิงฉีกยิ้ม

        หลินซือซืออ้าปากค้างนี่มันสัตว์อสูรโบราณเชียวนะเขาคิดที่จะกินมันอย่างนั้นหรือนี่มันป่าเถื่อนเกินไปแล้ว!

        หลังจากนั้นนัยน์ตาสีดำของนางก็เหลือบไปเห็นเปลวเพลิงที่อยู่กลางฝ่ามือของเต้าหลิงนางก็อึ้งไปพลางกล่าวถามว่า เจ้าหลอมโอสถได้ด้วยอย่างนั้นหรือ?”

        นิดหน่อยหน่ะ เต้าหลิงนั่งอยู่บนพื้นเพลิงโอสถแก้วในฝ่ามือถูกปลดปล่อยออกมาก่อนที่จะเริ่มเผา

        สุดยอด หลินซือซือดึงชายเสื้อของเขาพลางฉีกยิ้มแล้วกล่าวว่า ทีหลังถ้าข้าจะหลอมโอสถข้าจะมาหาเจ้านะฟรีด้วยล่ะ

        ถ้าหลอมไม่สำเร็จละทำยังไง เต้าหลิงกล่าวพึมพำ

        งั้นเจ้าก็เอาสมุนไพรวิญญาณให้ข้าสิ หลินซือซือกระพริบตาปริบๆพลางหัวเราะฮี่ฮี่

        เต้าหลิงกลอกตาเขามองดูพลังบริสุทธิ์ที่เริ่มไหวออกมาจากเนื้อความเร็วของเปลวเพลิงที่พ่นออกมาลดลงไปไม่น้อยเพลิงโอสถแก้วนี้น่ากลัวเป็นอย่างยิ่งทั้งเนื้อของสัตว์อสูรสองตนนี้ก็ไม่ได้แข็งแกร่งมากไม่นานนักมันก็ถูกเผาจนสุก

        กลิ่นหอมลอยโชยออกมาหลินซือซือทำจมูกฟุดฟิดน้ำลายในปากเริ่มไหลสอออกมาก่อนที่นางจะกล่าวเร่งออกมาว่า เร็วสิข้าไม่ได้กินเนื้อมานานแล้ว

        ไม่นานนักน่องขนาดใหญ่ก็มีน้ำมันไหลเยิ้มออกมาเนื้อล้ำค่ากลายเป็นสีใสดุจอัญมณีแสงสว่างไหลทะลักออกมาเนื้อสีทองคำเหลืองดูแล้วน่าอร่อยเป็นอย่างยิ่งกลิ่นหอมลอยตามสายลมออกไปไกล

        ด้านล่างเขาวิญญาณกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งเดินขึ้นมาข้างบนเมื่อได้กลิ่นหอมของเนื้อพวกเขาก็รู้สึกสงสัยเป็นอย่างยิ่งปกติแล้วจอมยุทธ์ที่ฝึกฝนจะกินลมกินอากาศสามารถอยู่ได้โดยการอิ่มทิพย์แล้วเหตุใดถึงได้มีกลิ่นเนื้อย่างอยู่ข้างบนกันเล่า

        พวกเราเป็นผู้ฝึกฝนตนจิตใจจะต้องสงบนิ่งจะถูกสิ่งเร้ารบกวนไม่ได้มาฝึกตนแท้ๆแต่กลับมากินเนื้อข้าว่าอย่างไรเสียพวกเขาจะต้องหยุดอยู่ที่เดิมไม่พัฒนาไปไหนเป็นแน่ ชายหนุ่มแสยะยิ้ม

        อย่างที่พูดข้าเองก็ไม่ได้กินเนื้อมาหลายปีแล้วข้าว่าน่าจะเป็นพวกศิษย์ใหม่ที่เพิ่งจะเข้ามากล้ามาทำเรื่องเปอะเปรื้อนในสำนักซิงเฉินทั้งยังมากินเนื้อบนเขาวิญญาณระดับสูงได้จบไม่สวยแน่

        มีคนกล่าวเตือนออกมาวันนี้เป็นวันแย่งชิงเขาวิญญาณพวกเขาที่มาที่นี่นั้นต่างก็คิดไม่ถึงว่าแค่เดินขึ้นเขามาก็จะได้กลิ่นเนื้อย่างสิ่งนั่นทำให้พวกเขาโกรธเป็นอย่างมาก

        บนยอดเขาวิญญาณกลิ่นหอมเริ่มฉุนหนักขึ้นเรื่อยๆทั้งยังตลบอบอวลไปด้วยพลังบริสุทธิ์ที่เปี่ยมล้นไม่นานักน่องขนาดใหญ่ก็สุกได้ที่ทั้งเนื้อหนังข้างนอกก็ยังกรอบเป็นอย่างมาก

        กินสิ เมื่อเห็นหลินซือซือที่รอแทบไม่ไหวเขาก็ส่งน่องชิ้นยักษ์ไปให้กับนางภาพลักษณ์ของหญิงสาวได้หายไปทันทีนางใช้มือฉีกเนื้อออกมากลิ่นหอมที่อัดแน่นอยู่ภายในเนื้อลอยโฉยนางกลืนน้ำลายลงคอก่อนที่จะกลืนเนื้อลงไปอย่างหิวโหย

        หอมมากหลินซือซือแลบลิ้นออกมาเพราะความร้อนภายในใจไม่รู้สึกประหลาดใจอะไรมากนักอย่างไรเสียนี่ก็คือเนื้อล้ำค่าของอสูรโบราณพลังงานที่อัดแน่นอยู่ภายในนั้นเข้มข้นเป็นอย่างยิ่ง

        เต้าหลิงกัดไปหลายคำใหญ่น้ำมันจากเนื้อล้ำค่าไหลเข้าไปในท้องเขาเม้มปากไม่นานนักเขาก็กินน่องยักษ์ไปจนหมด

        ในตอนนั้นเองกลุ่มคนที่เดินเข้ามาก็เห็นพวกเขาทั้งสองที่กำลังกินเนื้อย่างกันอยู่

        นี่มัน หนังตาของหลินมู่กระตุกขึ้นสายตามองไปที่หลินซือซือที่มือทั้งสองเปื้อนไปด้วยน้ำมันที่มุมปากมีคราบน้ำมันติดอยู่ขาของเขาแทบจะทรุดลงไปกับพื้นเขาคิดไม่ถึงเลยว่าหลินซือซือที่เรียบร้อยเหมือนกับผ้าพับไว้จะกินเนื้อด้วยท่าทางเช่นนี้

        บรรยากาศบนเขาวิญญาณประหลาดไปในทันทีพวกเขาสบตามองกันและกันด้วยความงงงวยคิดไม่ถึงเลยว่าสาวงามของสำนักอย่างหลินซือซือจะมานั่งกินเนื้ออย่บนเขาอีกทั้งท่าทางที่นางกินนั้นทำให้ภายในใจของพวกเขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่านี่คือเรื่องจริง

        และนางที่นั่งกินเนื้ออยู่กับศิษย์ที่มาใหม่กลุ่มคนถึงกับเบิกตากว้างจนอยากจะแผดเสียงคำรามกล่าวออกมาภายในใจรู้สึกเสียดายถ้ารู้ว่านางชอบกินเนื้อมากขนาดนี้พวกเขาคงจะเอาเนื้อมาให้นางในทุกๆวันทว่าตอนนี้นางได้ถูกศิษย์ใหม่คาบไปกินแล้ว

        เหตุใดเจ้าถึงมากินเนื้ออยู่ที่นี่เจ้าจะทำอะไรตามอำเภอใจเช่นนี้ไม่ได้ ชายหนุ่มกล่าวออกมาด้วยความโกรธภายในใจคิดขึ้นมาว่าเขาจะต้องเป็นคนพาหลินซือซือมาทำเรื่องแบบนี้แน่

        เต้าหลิงที่กำลังแทะเนื้ออยู่สายตาเหลือบมองไปที่เขาแว่บหนึ่งพลางกล่าวออกมาโดยที่กำลังเคี้ยวเนื้ออยู่ เอาหน่อยไหม?”

        กลุ่มคนโกรธเป็นอย่ายิ่งเจ้านี่ชักจะโอหังมากเกินไปเสียแล้วเขากล้ากล่าวเช่นนั้นออกมาได้ยังไงไม่คิดจะขอโทษสักหน่อยหรือ

        ทว่าใครเล่าจะรู้ชายหนุ่มรีบพยักหน้าอย่างไม่รอช้าพลางวิ่งเข้าไปแล้วนั่งลงตรงหน้าหลินซือซือก่อนที่จะกัดกินเนื้ออย่างหิวกระหายแล้วพูดคุยกับเด็กสาวไปพลาง

        จริงๆแล้ววิธีการย่างเนื้อเช่นนี้ไม่ถูกนะเจ้าจะต้องปรุงรสเพิ่มเติมแต่งเข้าไปเสียหน่อยแล้วไฟก็ต้องร้อนกว่านี้รสชาติจะได้สดใหม่ ชายหนุ่มกล่าวขึ้นมา

        อื้มพูดได้ไม่เลวเลย หลินซือซือพยักหน้าพลางฉีกกินเนื้อล้ำค่าลงไปไม่นานนักเนื้อล้ำค่าก็หลอมละลายพลังที่อยู่ภายในเนื้อพรั่งพรูออกมา

        กลุ่มคนอ้าปากค้างเจ้าบ้ายังมีหน้าจะมาพูดแบบนั้นอีกนะหนังหนาของเจ้านี่ชักจะหนาเกินไปเสียแล้ว

        ฮ่าฮ่า...ศิษย์น้องขอข้าด้วยสิ เด็กหนุ่มร่างอ้วนวิ่งเข้ามาพร้อมกับกลุ่มคนที่อยู่ข้างหลังก่อนที่จะกล่าวประจบเต้าหลิงเพราะอยากจะกินเนื้อ

        เต้าหลิงมองกลุ่มคนที่อยู่รอบๆสีหน้าก็พลันบิดเบี้ยวเจ้าคนพวกนี้มาได้ผิดเวลาเสียจริง

        นี่นี่” นิ้วมือของหลินมู่สั่นเทาใบหน้าของเขาเขียวปั้ดพลางจ้องมองกลุ่มคนที่กำลังกินเนื้ออย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว

        หญิงสาวที่มากับกลุ่มคนสีหน้าของนางดูไม่ดีนักนางจ้องมองไปที่หลินซือซือด้วยความเกลียดชังเพราะศิษย์พี่ที่อยู่ข้างกายนางต่างก็ไปตรงนั้นกันหมดแล้ว

        แย่ละสิ” ชายหนุ่มแผดเสียงร้องคำรามออกมาควันลอยขึ้นทั่วร่างผิวหนังกลายเป็นสีแดงก่ำร่างกายของเขาสั่นเทาเส้นเลือดปูดนูนขึ้นเหมือนกับจะระเบิดออก

        ศิษย์พี่เป็นอะไรไป” เด็กหนุ่มร่างอ้วนที่สังเกตเห็นท่าทีของชายหนุ่มเขาก็ร้องเสียงหลงออกมาด้วยความตกใจ หรือว่าในเนื้อจะมีพิษ”

        กลุ่มคนตื่นตระหนกพวกเขาไม่สนใจชายหนุ่มสายตามองไปที่หลินซือซือพลางตะโกนออกมา ศิษย์น้องหญิงอย่ากินนะเนื้อนั่นมีพิษห้ามกินเด็ดขาด

        ใช่แล้วศิษย์พี่ข้ามีโอสถแก้พิษศิษย์พี่รีบกินเข้าไปเถอะ

        อะไรมีพิษ” หลินซือซือทำปากมุ่ยนางมองไปที่กระดูกที่ถูกกัดแทะจนเกลี้ยงแล้วโบกมือกล่าวออกมา เจ้ากินมากเกินไประวังตัวจะระเบิดเอา

        ไอ้หยาศิษย์น้องหญิงกินไปแค่สองชิ้นตัวจะระเบิดได้ยังไงในเนื้อนี่จะต้องมีพิษแน่เจ้าหยุดกินได้แล้ว

        ใช่แล้วศิษย์น้องหญิงเจ้าอย่ากินนะถ้าเจ้าอยากกินเดี๋ยวศิษย์พี่พาเจ้าไปกินที่โรงเตี๊ยมก็ได้ที่นั่นมีเนื้อสัตว์อสูรล้ำค่าอยู่มากมายเลยนะ ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลากล่าวแนะนำนาง

        ชายหนุ่มมองกลุ่มคนที่โอบล้อมหลินซือซือเอาไว้พลางแผดเสียงคำรามออกมาทะลวง!”

        เมื่อเสียงนั้นสิ้นสุดลงพลังบริสุทธิ์มหาศาลก็ไหลทะลักออกมาเสียงกระดูกทั่วร่างของเขาดังลั่นออกมาภายในร่างไหลเวียนไปด้วยพลังลมปราณที่เข้มข้น

        อะไรกันทะลวงแล้วอย่างนั้นรึหนังตาของหลินมู่กระตุกขึ้นสายตาจับจ้องไปที่เนื้อสัตว์อสูรด้วยความตกตะลึงนั่นจะต้องเป็นเนื้ออสูรล้ำค่าเป็นแน่ดังนั้นชายหนุ่มถึงได้ทะลวงขั้นพลัง

        ผู้คนพลันอึ้งไปตามๆกันทำไมถึงทะลวงไปได้กันละ

        ชายหนุ่มวิ่งเข้ามาด้วยเปลวเพลิงที่ฮึกเหิมพลางหยิบกระดูกที่ตกอยู่ที่พื้นขึ้นมาแทะใหม่จนสุดท้ายเขาก็กัดกระดูกแตกจนฟันแทบหลุด

        สีหน้าของกลุ่มคนพลันเย็นยะเยือกเจ้านั่นบ้าไปแล้วหรือยังไงขนาดกระดูกก็ยังจะกินเข้าไป

        ชายหนุ่มหัวเราะด้วยความปิตินี่จะต้องเป็นเนื้อของสัตว์อสูรที่น่ากลัวมากแต่การมาที่เขาวิญญาณรอบนี้ช่างคุ้มค่าเสียจริงๆแค่แป๊บเดียวก็สามารถทะลวงขั้นพลังย่อยได้ประหยัดเวลาไปตั้งสองเดือน

        ไม่ผิดแน่นี่จะต้องเป็นเนื้อล้ำค่าของอสูรวิญญาณเขียว สีหน้าของเด็กสาวคนหนึ่งเต็มไปด้วยความตกตะลึงนางมองเนื้อที่เต้าหลิงกำลังกัดแทะพลางกล่าวเสียงหลงออกมา

        ว่าไงนะอสูรวิญญาณโบราณอสูรวิญญาณเขียวอย่างนั้นรึ ผู้คนโดยรอบกล่าวออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ

        อสูรวิญญาณกับสัตว์อสูรนั้นไม่แตกต่างกันมากเท่าไหร่นักทว่าอสูรวิญญาณจะเหมาะสมแก่การฝึกฝนมากกว่าทว่าสิ่งที่พวกเขากินกันนั้นก็คือเนื้อล้ำค่าของอสูรวิญญาณโบราณถ้าหากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไปจะต้องตกตะลึงกันยกใหญ่แน่

        กลุ่มคนเบิกตากว้างเด็กอ้วนเช็ดน้ำลายที่ไหลออกมาจากมุมปากของสิ่งนี้เข้าไม่เคยกินมาก่อนหรือว่าชายหนุ่มเมื่อครู่จะทะลวงขั้นพลังเพราะเนื้อล้ำค่านี้จริงๆ

        แต่ที่ไม่ธรรมดาก็คือพลังภายในร่างของอสูรวิญญาณโบราณนี้อุดมไปด้วยพลังวิญญาณและพลังบริสุทธิ์ที่เปี่ยมล้นซึ่งเนื้อล้ำค่านี้เป็นเนื้อชั้นยอดของโรงเตี๊ยมมีเพียงยอดยุทธ์ที่มีฝีมือเท่านั้นถึงจะสามารถซื้อได้

        เจ้ากินอสูรวิญญาณโบราณอย่างนั้นรึ?” สีหน้าของหลินมู่ดูไม่ปกติเท่าไหร่นักเขาเดินเข้าไปพลางเอ่ยถามเขาที่กินเนื้อล้ำค่านี้ไม่กลัวว่าตระกูลของพวกมันจะโกรธเกรี้ยวเอาหรืออย่างไร

        ไม่รู้เหมือนกันพวกเจ้ามาทำอะไรกันที่นี่?” เต้าหลิงเอามือลูบท้องพลางลุกขึ้นมากล่าวถาม

        ลูกพี่ลูกน้องของข้ามาเที่ยวเฉยๆไม่ได้มาทำอะไรหรอก หลินซือซือกินอิ่มแล้วเมื่อได้ยินประโยคนั้นนางก็ฉีกยิ้มแล้วเดินเข้ามานางรู้จักพลังของเต้าหลิงดีถึงแม้ว่าพลังของหลินมู่จะแข็งแกร่งแต่ทว่าถ้าเทียบกับเต้าหลิงแล้วยังห่างกันอยู่เล็กน้อย

        กลุ่มคนพลันยืนนิ่งเงียบพวกเขาไม่รู้ว่าควรจะตอบอะไรออกมาดีเจ้านั่นที่ย่างเนื้อของอสูรวิญญาณโบราณอย่างหน้าตาเฉยทำให้พวกเขาตกใจเป็นอย่างยิ่งนี่มันคนเหี้ยมอะไรกันมีคนที่มองออกว่าจะเกิดการต่อสู้ขึ้นในตอนนั้นพวกเขาจึงไม่กล้าพูดอะไรมาก

        หลินมู่โอหังเป็นอย่างมากเขากล่าวต่อออกมาอย่างไม่ยอมแพ้ครั้งก่อนข้าเคยบอกว่าจะประลองกับเจ้าเริ่มเลยเถอะ

        เจ้าเริ่มก่อนสิ เต้าหลิงพยักหน้า

        หลินมู่ไม่รอช้าพลังทั่วร่างไหลเวียนทั่วร่างอย่างบ้าคลั่งเขาพุ่งออกไปข้างหน้าแขนม้วนควงฝ่ามือปะทะที่อกของเต้าหลอง

        ฝ่ามือของเต้าหลิงก็ขยับขึ้นเช่นเดียวกันแสงสีทองลอยออกไปปะทะเข้ากับฝ่ามือของหลินมู่ก้อนหินบริเวณโดยรอบระเบิดออก

        ร่างเงาทั้งสองต่อสู้กันอยู่ท่ามกลางอากาศทำให้ผู้คนโดยรอบใจสั่นศิษย์ที่มาใหม่เหตุใดถึงได้แข็งแกร่งขนาดนี้เขาสามารถที่จะประมือกับหลินมู่ได้อย่างสูสี

        หลังจากที่ต่อสู้เข้าห่ำหั่นกันหลายร้อยกระบวนท่าหลินมู่ก็ถอนหายใจออกมาเขาได้ใช้พลังทั้งหมดของตนออกไปแล้วทว่ายิ่งต่อสู้มากเท่าไหร่อีกฝ่ายก็ยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้นซึ่งเขาไม่สามารถทำอะไรอีกฝ่ายได้เลยจนสุดท้ายเขาก็หยุดการต่อสู้ลง

        กลุ่มคนต่างมองหน้ากันพลางอ้าปากค้างศิษย์มาใหม่นี่ช่างน่ากลัวเสียจริงอย่าได้ไปมีเรื่องกับเขาน่าจะดีกว่า

        หึกินเนื้อกลางวันแสกๆอย่างนี้ยังจะทำหน้าระรื่นอยู่อีกนะ” เสียงเย็นชาดังขึ้นมาพร้อมกับชายหนุ่มสองคนที่ปรากฏตัวขึ้นพวกเขามองไปที่กลุ่มคนพลางกล่าว

        กินเนื้อแล้วยังไงพวกเจ้าไม่เคยกินรึ ชายหนุ่มที่เพิ่งจะทะลวงขั้นพลังไปแค่นเสียงเย็นกล่าวออกมาอย่างไม่สบอารมณ์

        หาที่ตาย ไสหัวไปซะ!” ชายเสื้อของชิงอี้หยุนกระตุกขึ้นพลังระเบิดพุ่งออกมาทำให้ร่างของชายหนุ่มสั่นเทาตัวกระเด็นลอยออกไปจนไม่สามารถลุกยืนขึ้นมาได้

        ผู้คนโดยรอบพลันใจสั่นแค่กระบวนท่าเดียวก็ทำให้ชายหนุ่มล้มจนลุกไม่ขึ้น เขาแข็งแกร่งมากเกินไปแล้ว

        สายตาของพวกเขาจับจ้องไปยังชายสองคนที่มาเยือนก่อนจะตกใจตัวสะดุ้งโหยงมีคนหลายคนที่แค่หายใจก็ยังไม่กล้า

        ชิงอี้หยุน” หลินมู่กระชับฝ่ามือแน่นคนๆนี้เป็นคนที่คอยตามจีบหลินซือซือทั้งพวกเขาทั้งสองเคยประมือด้วยกันมาก่อนทว่าชายหนุ่มใบหน้านิ่งเฉยที่ยืนอยู่ข้างๆชิงอี้หยุนนั้นทำให้หัวใจของเขาสั่นสะท้านอย่างบอกไม่ถูก

        หลินมู่นับวันเจ้ายิ่งไร้ประโยชน์ขนาดแค่ศิษย์ใหม่ยังทำอะไรไม่ได้ทำไมไม่กินเต้าหู้ตายไปเสีย” ชิงอี้หยุนแสยะยิ้มสายตาเย็นชาของเขามองไปที่เต้าหลิงเพลิงโทสะพลันร้อนรุ่มขึ้นมาในหัวใจ

        ก่อนหน้านี้ที่วิหารซิงเฉินเพลิงโอสถของเขาได้ถูกแย่งชิงไปทั้งยังถูกโจมตีจนบาดเจ็บสาหัสเขาจะลืมความแค้นนี้ไปได้อย่างไรกัน

        สีหน้าของหลินมู่พลันเขียวปั้ดหลังจากนั้นเขาก็ขมวดคิ้วน้อยๆทำไมในวันนี้ชิงอี้หยุนดูเหมือนจะไม่ได้มาที่นี่เพราะหลินซือซือแต่มาที่นี่เพราะศิษย์ใหม่

        ผู้คนที่อยู่รอบๆไม่กล้าที่จะหายใจแรงพวกเขาหลบสายตาของชายหนุ่มชุดเขียวที่มองมาคนๆนั้นก็คือชิงอี้จวิ้นซึ่งเป็นบุคคลอัจฉริยะของสำนักซิงเฉินในตอนที่อยู่ในขั้นหล่อกายาพลังของเขาไม่ได้ด้อยไปกว่าพี่ชายของเขาชิงอี้เฟยเลยแม้แต่น้อย

        อีกทั้งเขายังเข้าร่วมสำนักซิงเฉินมาตั้งแต่ยังเด็กและได้ถูกบรรพบุรุษท่านหนึ่งของสำนักรับเป็นศิษย์ซึ่งวิชาที่เขาฝึกฝนนั้นก็คือคัมภีร์ดาราโบราณของสำนักซิงเฉิน

        ว่ากันว่าเขาเหมือนกันกับพี่ชายของเขาที่เป็นกายราชาทว่ากายของเขาก็คือกายดารา

        กายชนิดนี้หาได้ยากเป็นอย่างมากทั้งเขาที่ฝึกฝนคัมภีร์ดาราโบราณจึงทำให้พลังของเขานั้นก้าวกระโดดออกไปไกลในระดับขั้นพลังเดียวกันน้อยคนนักที่จะสามารถประมือกับเขาได้

        พี่สองเขา” ชิงอี้หยุนกัดฟันกล่าวด้วยความเคียดแค้นพวกเขาสามพี่น้องเป็นศิษย์อัจฉริยะของสำนักซิงเฉินพี่ชายคนโตเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งของแคว้นชิงส่วนพี่สองเป็นกายดาราตัวเขาเองก็โดดเด่นในเรื่องของการปรุงโอสถทว่าเขากลับถูกคนต่ำต้อยที่ไร้ชื่อเสียงเรียงนามแย่งชิงเปลวเพลิงของเขาไปทำให้เขารู้สึกไม่สบอารมณ์เป็นอย่างมาก

        ท่าทางของชิงอี้จวิ้นดูนิ่งเฉยเขามองไปที่เต้าหลิงพลางเอ่ยออกมาว่า ข้ามีสองทางให้เจ้าเลือกทางเลือกที่หนึ่งส่งเพลิงโอสถของเจ้าออกมาซะทางเลือกที่สองก็คือข้าจะไปเอาเพลิงโอสถของเจ้าออกมาเองข้าจะให้เวลาเจ้าและข้าก็หวังว่าเจ้าจะคิดไตร่ตรองให้ดี

        เต้าหลิงก้าวฝีเท้าออกมาข้างหน้าลมปราณทั่วร่างเดือดพล่านขึ้นพลางกล่าวออกมา คิดไตร่ตรองอะไรถ้าอยากได้นักก็มาลองถามหมัดของข้าดูสิ

        หัวใจของผู้คนเต้นระรัวพวกเขาคิดไม่ถึงเลยว่าเต้าหลิงจะกล้าพูดกับชิงอี้จวิ้นแบบนั้น

        ในแคว้นชิงพลังอำนาจของตระกูลชิงนั้นน่ากลัวเป็นอย่างมากขนาดขุมพลังอำนาจขนาดใหญ่ของโลกภายนอกยังไม่กล้ามีปัญหากับตระกูลชิงทั้งชิงอี้จวิ้นก็เป็นอัจฉริยะของตระกูลถ้าหากแส่หาเรื่องเขาเข้าละก็จะต้องเกิดปัญหาใหญ่แน่

        ฝ่ามือเรียวสวยของหลินซือซือกำแน่นนางรู้จักพลังของเต้าหลิงดีทว่าชิงอี้จวิ้นนั้นอายุมากกว่าเขาหลายปีอีกทั้งขั้นพลังก็อยู่ในขั้นสถิตวิญญาณสูงสุดอีกฝ่ายนั้นแข็งแกร่งมาก

        นัยน์ตาของชิงอี้จวิ้นเย็นยะเยือกดุจน้ำแข็งแสงเย็นสาดส่องออกมาลมปราณทั่วร่างเดือดขึ้นรุนแรงแสงดาราโอบล้อมไปทั่วร่างกายดวงตาทั้งสองปรากฏร่างเงาดาราขึ้นสลัวๆ

        ฝีเท้าของเขากระทืบลงพื้นผืนดินพลันสั่นไหวปรากฏรอยแตกร้าวขึ้นเป็นทางยาวลมปราณระเบิดพลังที่น่าสะพรึงกลัวออกมา!

-----------------------------------


ฝากLikeเพจของเรื่อง หมื่นอสูรก้มกราบ

ไว้อัพเดทนิยายกันด้วยนะคะ ^_^






อ่านเล่มที่ 10 เร็วกว่าใครและอุดหนุนผลงานถูกลิขสิทธิ์ได้ที่ลิงก์นี้


120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาทค่ะ ^_^)
 เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอน เท่ากับ 1 เล่ม
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 683 ครั้ง

1,177 ความคิดเห็น

  1. #846 มะแขว้งขม (@yutthapong06) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:19
    ถึงว่า เอาแร่มาแคะเล็บ ตีกันตอนไหนก้อนหินแหลกหมด
    #846
    0
  2. #642 ดำดำ (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2561 / 13:09

    ตอนที่จะตายบทพูดเหมือนกันหมดเลยใช้ใหม


    #642
    0
  3. #187 amporn (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 14 กันยายน 2561 / 18:31
    ขอบคุณค่ะ
    #187
    0