มหายุทธ์เทพราชันย์

ตอนที่ 1 : บทที่ 1 : ออกเดินทาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,296
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 894 ครั้ง
    1 มิ.ย. 62


     ดินแดนที่อยู่บนโลกมนุษย์ถูกแบ่งแยกออกเป็นหลายทวีป หลายอาณาจักร และวิถีชีวิตของพวกเขาเหล่านั้น ใน30%ของจำนวนประชากร จะเป็นผู้ฝึกยุทธ์หรือที่เรียกว่าชาวยุทธ์ อีก70%จะเป็นเพียงคนธรรมดาที่ไม่ได้มีวิทยายุทธ์ใดใด เพราะไม่ใช่ว่าทุกคนจะสามารถฝึกฝนและก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งยุทธ์ได้


     หากคนใดที่ไร้ซึ่งพรสวรรค์ที่มีมาแต่กำเนิด ในสายตาของชาวยุทธ์คนเหล่านั้นก็จะถูกมองเป็นเพียงคนไร้ค่า ไร้ประโยชน์เท่านั้น ผู้คนเหล่านั้นตลอดทั้งชีวิตของพวกเขาก็เป็นได้เพียงชาวบ้านธรรมดา


     โลกแห่งการฝึกยุทธ์ก็จะถูกแบ่งออกเป็นหลากหลายขั้วอำนาจ ทั้งพรรคใหญ่ๆ สำนักใหญ่ๆ หรือแม้แต่เหล่าตระกูลใหญ่ทั้งหลาย ชาวยุทธ์ส่วนมากจะพยายามดันตัวเองเข้าร่วมกลุ่มอำนาจต่างๆ แต่ละคนต่างก็มีเหตุผลของตัวเอง ทุกอาณาจักร ทุกทวีป ล้วนหนีไม่พ้นการแข่งขันเพื่อชิงชัยความเป็นใหญ่กันทั้งนั้น คนอ่อนแอย่อมเป็นฝ่ายถูกกระทำ คนชนะคือคนที่สามารถขีดเขียนประวัติศาสตร์ขึ้นมาได้ จะเพิ่มเติมเสริมแต่งอย่างไรก็ได้ไม่มีใครล่วงรู้ นี่คือสัจธรรมของโลกมนุษย์ ผู้ที่แข็งแกร่งกลืนกินผู้ที่อ่อนแอ มันคือวัฒจักรแห่งชีวิต


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -


  ณ ทวีภูผาสวรรค์

    ถ้ำใต้น้ำตกขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ในหุบเขาในส่วนที่ลึกที่สุด ห่างจากตัวเมืองราวๆ 2,000ลี้(1,000กิโลเมตร)อยู่ในเขตพื้นที่ของอาณาจักรปลายฟ้า ถ้ำใต้น้ำตกแห่งนี้เป็นที่อยู่อาศัยของเด็กหนุ่มคนหนึ่งกับเสือเขี้ยวดำ ซึ่งเป็นสัตว์อสูรชั้นสูง


    เด็กหนุ่มคนนี้มีชื่อว่า เตียวชุน ซึ่งเป็นชื่อแซ่ที่เสือเขี้ยวดำเป็นผู้ตั้งให้ เสือเขี้ยวดำได้พบเจอเตียวชุนในตอนที่เขามีอายุได้เพียง 1ขวบเท่านั้น ในตอนนั้นพ่อแม่ของเตียวชุนถูกคนกลุ่มหนึ่งฆ่าตาย และกำลังจะลงมือฆ่าเตียวชุนอีกคน เพียงแต่เสือเขี้ยวดำได้เข้าไปช่วยเหลือเตียวชุนเอาไว้ในครั้งนั้น และพาเตียวชุนกลับมาที่ถ้ำใต้น้ำตก


     ปกติแล้วสัตว์อสูรจะไม่มีสติปัญญานึกคิดใดๆมากนัก แต่เพราะเสือเขี้ยวดำเป็นสัตว์อสูรชั้นสูง หรืออีกชื่อเรียกก็คือ สัตว์อสูรในตำนาน(อสูรสวรรค์) ไม่ใช่สัตว์อสูรระดับต่ำทั่วๆไป ดังนั้นเสือเขี้ยวดำจึงมีสติปัญญาเทียบเท่ามนุษย์หรือบางทีอาจจะมากกว่าเสียด้วยซ้ำ ทั้งยังสามารถพูดคุยสื่อสารกับมนุษย์ได้ และการที่เสือเขี้ยวดำเข้าช่วยเหลือเตียวชุนในครั้งนั้นก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นคำสั่งของสิ่งมีชีวิตลึกลับที่แข็งแกร่ง ที่อาศัยอยู่ในถ้ำน้ำตก นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเสือเขี้ยวดำถึงต้องเข้าไปช่วยเหลือเตียวชุนเอาไว้


ลึกเข้าไปในถ้ำ พื้นที่ตรงนั้นเป็นทะเลสาบน้ำจืดขนาดเล็ก
   
     ย๊ากกกกกกกกกกก


     ตูมมมมมมมมมมมม


     การระเบิดของคลื่นพลังลมปราณดังสนั่น ละอองน้ำฟุ้งกระจายลอยคลุ้งไปทั่วแอ่งน้ำ หลังจากที่ละอองน้ำจางหายไป ได้ปรากฏร่างเด็กหนุ่มรูปงามผู้หนึ่ง ที่สวมเพียงกางเกงตัวเดียว ท่อนบนเปลือยเปล่าไร้สิ่งปกปิด แสดงให้เห็นถึงร่างกายที่กำยำล่ำสัน ผิวขาวผุดผ่อง เรือนผมสีดำเงายาวสลวย ใบหน้าหล่อเหลาได้รูป ชายหนุ่มคนนี้ไม่ใช่ใครอื่น เขาก็คือเตียวชุนนั่นเอง


     “   ฮ่าๆๆๆ ในที่สุดข้าก็สามารถฝึกฝนทักษะราชันย์มังกรเก้าวิถี ในวิถีที่เก้าได้สำเร็จเสียที  ถึงแม้ว่าข้าจะไม่อาจฝึกสำเร็จในขั้นสมบูรณ์แบบก็ตามที (ในระดับว่างเปล่า) แต่อย่างน้อยก็อยู่ในระดับบรรลุก็ถือว่าดีมากแล้ว ” เด็กหนุ่มมีรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าอย่างตื่นเต้นดีใจ ทักษะวิชาจะแบ่งระดับความสำเร็จออกเป็น พื้นฐาน เข้าใจ แก่นแท้ บรรลุ รู้แจ้ง ว่างเปล่า ซึ่งเหมือนกับการฝึกจิตปราณนั่นเอง 


     ในปีนี้เตียวชุนมีอายุครบ 16ปีพอดี ไม่ว่าจะเป็นรูปร่าง หน้าตา ผิวพรรณ เรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบสำหรับบุรุษในฝันที่เหล่าสตรีต่างวาดฝันถึง


     “  ยอดเยี่ยมมาก .. สมแล้วกับการที่เจ้ามีพรสวรรค์สีแดงที่สูงส่ง สามารถฝึกฝนทักษะวิชาได้สำเร็จรวดเร็วเช่นนี้ ช่างน่าตื่นตะลึงนัก    ”  เสือเขี้ยวดำเอ่ยปากชม ตอนนี้เสือเขี้ยวดำอยู่ในรูปลักษณ์ที่ย่อขนาดลง กลายเป็นเพียงลูกเสือตัวเล็กๆเท่านั้น


     “  ลูกยังห่างไกลกับคำว่าความสำเร็จที่แท้จริงมากนักท่านพ่อ ตอนนี้ทักษะวิชาที่ลูกฝึกเพียงอยู่ในระดับบรรลุเท่านั้น กว่าจะสำเร็จในขั้นสมบูรณ์แบบ(ว่างเปล่า)คงต้องใช้เวลาอีกมาก และลูกคิดว่าต่อให้มีพรสวรรค์ที่สูงส่งแค่ไหน แต่หากไร้ซึ่งความมานะฝึกฝน ไร้ซึ่งความพยายาม มันก็ไร้ค่าอยู่ดีท่านพ่อ .. ตอนนี้ตัวลูกฝึกทักษะวิชาราชันย์มังกรเก้าวิถีสำเร็จไปกว่าครึ่งแล้ว  แต่ละวิถีต่างอยู่ในระดับบรรลุ ซึ่งน่าจะเพียงพอที่ลูกจะออกเดินทางเพื่อสืบหาต้นกำเนิดของตัวเองได้แล้ว เพื่อสืบหาว่าใครกันที่เป็นคนบงการ และร่วมมือกันลงมือสังหารท่านพ่อและท่านแม่ที่แท้จริงของลูก ลูกจะให้พวกมันได้ชดใช้    ” เตียวชุนกัดฟันแน่นด้วยความเคียดแค้น เขาไม่มีวันลืมเลือนสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน ถึงแม้ในตอนนั้นเขาจะยังเด็กมากแต่ด้วยพรรสวรรค์สีแดงที่เขามี มันทำให้ตัวเขาเป็นคนที่มีความจำเป็นเลิศ เขาสามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆได้อย่างรวดเร็วกว่าคนปกติหลายสิบเท่า จึงทำให้เขาพอจะจดจำเหตุการณ์ในครั้งนั้นได้บ้างเล็กน้อย ถึงแม้ตอนนั้นเขาจะยังเป็นเพียงเด็กทารก อีกทั้งมันก็ยังเป็นแค่ภาพที่เลือนลางก็ตามที แต่เสียงที่เขาได้ยินในตอนนั้นเขาจดจำได้ไม่มีวันลืม นอกจากนี้พ่อบุญธรรมของเขา(เสือเขี้ยวดำ)ยังเคยเล่าให้ฟังเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุการณ์ในครั้งอดีต ยิ่งทำให้เขามีความแค้นที่ฝังใจ บุญคุญให้ชีวิตตอบแทนด้วยชีวิต ความแค้นสังการบุพการีไม่มีวันอภัย นี่คือสิ่งที่หล่อเลี้ยงจิตใจของเด็กหนุ่มมาโดยตลอด 15ปี


     “   ลูกพ่อ .. พ่อมีสิ่งหนึ่งที่อยากจะเอ่ยเตือนเจ้าเอาไว้    ” เสือเขี้ยวดำเอ่ยขึ้นเบาๆ


     “   สิ่งใดหรือขอรับ ท่านพ่อ   ”


     “   จงอย่าได้วางใจผู้ใดมากกว่าตัวเจ้าเอง .. เจ้าสามารถที่จะเชื่อใจพวกเขาได้ แต่จงอย่าได้วางใจผู้คนเหล่านั้นมากจนเกินไป ไม่ว่าคนคนนั้นจะเป็นสหายรักของเจ้า หรือแม้แต่คนที่เจ้ารัก เพราะจิตใจของมนุษย์นั้น โหดร้ายยิ่งกว่าสิ่งใด มันคือต้นกำเนิดของเรื่องราวทั้งปวง..จงอย่าได้ลืมคำสอนของพ่อ    ” เสือเขี้ยวดำเอ่ยเตือน จิตใจและความนึกคิดของมนุษย์นั้นยากจะคาดเดา เพียงเพื่อพลังอำนาจเล็กๆน้อยๆ ก็สามารถทำให้เพื่อนรักที่คบหากันมานาน เข่นฆ่ากันจนตายมานักต่อนักแล้ว


     “   ลูกจะจดจำคำสอนของท่านพ่อขอรับ ท่านพ่ออย่าได้เป็นกังวล    ” เตียวชุนรับปากอย่างจริงจัง เพราะเขารู้ดีว่าเสือเขี้ยวดำ รักและเป็นห่วงเขามากแค่ไหน ตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้ หากไม่มีพ่อเสือเขี้ยวดำแล้วละก็ ชีวิตของเขาคงจบสิ้นไปนานแล้ว


     “   ดีแล้วๆ เจ้าไปเตรียมตัวเถอะ    ” เสือเขี้ยวดำเอ่ยปาก


     “   ขอรับ    ” เตียวชุนลุกขึ้นไปใส่เสื้อผ้า ก่อนจะเดินไปอีกด้านของถ้ำ เพื่อไปเก็บข้าวของที่จำเป็น


     ผ่านไปราวๆ หนึ่งก้านธูป(30นาที) เตียวชุนก็เดินกลับมาพร้อมสัมภาระห่อใหญ่


     “  ภายในกล่องไม้อันนี้คือกำไลผนึกสวรรค์ มันเป็นสมบัติที่สำคัญที่สุดของท่านผู้นั้น ท่านต้องการมอบมันให้แก่เจ้า จงรับไป  นอกจากกำไลผนึกสวรรค์แล้ว ในนั้นยังมีแหวนมิติระดับสวรรค์อยู่ด้วย ภายในแหวนนั่นมีทรัพย์สมบัติมากพอที่เจ้าจะสามารถนำออกมาใช้จ่ายได้นานนับร้อยปี   ” เสือเขี้ยวดำใช้เท้าเล็กๆผลักกล่องไม้สีดำให้กับเตียวชุน เตียวชุนเปิดกล่องไม้ดู พบกำไลสีแดงขนาดใหญ่ที่มีความกว้างราวๆ 2ชุน(2นิ้ว)มีลวดลายมังกรตัวใหญ่สลักเอาไว้อย่างประณีตสวยงาม และข้างๆกำไลก็เป็นแหวนสีทองที่สลักลวดลายเอาไว้อย่างปราณีตเช่นกัน


     “   ลูกฝากขอบคุณท่านอาจารย์ด้วยขอรับท่านพ่อ ตลอดหลายปีที่ผ่านมาลูกรู้สึกเสียใจนักที่ไม่มีโอกาสได้พูดคุยกับท่านอาจารย์ด้วยตัวเอง  ” เตียวชุนเอ่ยขอบคุณ ก่อนจะสวมกำไลเอาไว้ที่แขนข้างขวา และสวมแหวนเอาไว้ที่นิ้วกลางมือซ้าย


     “  เจ้าจะไม่สามารถเปิดใช้กำไลผนึกสวรรค์ได้ จนกว่าเจ้าจะอยู่ในระดับวีรชนยุทธ์ .. จงรักษาเอาไว้ให้ดีแล้วรีบทำพันธะสัญญาโลหิตเพื่อเป็นเจ้าของกำไลอันนั้นซะ .. อาจารย์ของเจ้าฝากข้ามาบอกเจ้า ” เสือเขี้ยวดำนำข้อความที่ได้รับมา ถ่ายทอดให้เตียวชุนได้ฟัง


     “  ขอรับ   ” เตียวชุนใช้มีดจิ้มที่นิ้วของตนเองก่อนจะหยดเลือดลงไปที่กำไลสีแดง ผ่านไปไม่นานกำไลก็ส่องแสงเจิดจ้า จนกระทั้งแสงนั้นหายไป การทำสัญญาผูกมัดเจ้าของเสร็จสมบูรณ์ เตียวชุนยิ้มอ่อนอย่างพึงพอใจ


     “ ท่านพ่อ ท่านจะไม่ไปกับข้าจริงๆหรือขอรับ    ” เตียวชุนลองเอ่ยชวนเสือเขี้ยวดำอีกครั้ง


     “   ถึงข้าอยากจะไปข้าก็ยังไปไม่ได้ในตอนนี้ เจ้าก็น่าจะรู้ว่าเพราะเหตุใด เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงข้าหรอก จงกราบลาอาจารย์ผู้มีพระคุณเหนือหัวของเจ้าซะ   ” เสือเขี้ยวดำตอบปฏิเสธไป เพราะเขาจำเป็นต้องอยู่ดูแลถ้ำแห่งนี้ จนกว่าจะหมดหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย


     “  ลูกเข้าใจแล้ว ท่านพ่อได้โปรดดูแลตัวเองให้ดี   ” เตียวชุนเดินเข้าไปกอดลาเสือเขี้ยวดำเป็นครั้งสุดท้ายก่อนออกเดินทาง เขาก้มลงกราบลาเสือเขี้ยวดำ


     จากนั้นเตียวชุนก็เดินไปที่รูปปั้นมังกรแล้วคุกเข่าทั้งสองข้างลงกับพื้น  “  ศิษย์ไร้ความสามารถคนนี้ ขอขอบคุณท่านอาจารย์ที่มอบความรู้และความทรงจำมากมายของท่านให้แก่ศิษย์ ทั้งยังคอยสอนสั่งศิษย์ตลอดระยะ 15ปีที่ผ่านมา ในวันข้างหน้าศิษย์จะต้องหาวิถีทางเพื่อไปยังดินแดนนิรันดร์ให้จงได้ ..ศิษย์จะไปทวงคืนทุกสิ่งอย่างที่เป็นของท่านอาจารย์กลับคืนมา ศิษย์ขอกราบลาท่านอาจารย์   ”  เขาก้มลงกราบอยู่หลายครั้ง รูปปั้นมังกรเป็นทั้งอาจารย์และผู้มีพระคุณ ที่มอบความรู้ความทรงจำมากมายให้แก่เขา ทั้งยังสั่งสอนสิ่งต่างๆมากมายให้แก่เขาอีกด้วย ถึงแม้เขาจะไม่สามารถรับฟังสิ่งที่รูปปั้นมังกรเอ่ยกับเขาได้ก็ตาม(มีเพียงเสือเขี้ยวดำที่สามารถสื่อสารกับรูปปั้นมังกรได้)


     ก่อนที่จะออกเดินทาง เสือเขี้ยวดำได้สั่งให้สัตว์อสูรกวางป่า ไปส่งเตียวชุนที่ตีนเขา เตียวชุนขึ้นขี่หลังกวางป่า ก่อนที่พวกเขาจะรีบออกเดินทางในทันที


     “   ขอให้เจ้าจงโชคดี ลูกชายข้า ในไม่ช้าเราคงได้พบกันอีก   ” เสือเขี้ยวดำมองตามหลังของเตียวชุนไปจนลับตา ก่อนจะเดินเข้าไปที่ห้องโถงด้านใน


     เตียวชุนและสัตว์อสูรกวางป่าออกมาจากถ้ำใต้น้ำตก และมุ่งหน้าเดินทางลงเขาอย่างรวดเร็ว ด้วยความเร็วในการกระโดดของกวางป่า จึงทำให้การเดินทางในครั้งนี้สะดวกรวดเร็วยิ่งนัก


     เตียวชุนใช้เวลาในการเดินทางเพียง 15ชั่วยาม ก็มาถึงบริเวณตีนเขาแล้ว


     หุบเขาที่เตียวชุนอาศัยอยู่นั้น เป็นหุบเขาลึกลับ ที่ทั้งรกและทึบ มีอสูร,สัตว์อสูรระดับสูงอาศัยอยู่ในพื้นที่แถบนั้นมากมาย รวมไปถึงเส้นทางที่สลับซับซ้อนราวกับค่ายกลที่วกวน จึงทำให้ไม่มีมนุษย์คนใดสามารถที่จะเข้าไปถึงใจกลางหุบเขาและพบเจอถ้ำใต้น้ำตกได้


     “   ขอบคุณพี่กวางป่าที่มาส่ง ข้าฝากดูแลท่านพ่อของข้าด้วย   ” เตียวชุนเอ่ยปากฝากฝังกวางป่า เขาโบกมือไปมา กวางป่าแสดงท่าทางตอบรับก่อนจะหันหลังวิ่งเข้าป่าไป 


     ส่วนเตียวชุนก็เริ่มออกเดินทางเช่นกัน บริเวณที่เขาอยู่สามารถมองเห็นเมืองทั้งเมืองได้อย่างชัดเจน ทำให้การเดินทางของเขาต่อจากนี้ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนมากนัก


     2ชั่วยามต่อมา เขาก็เดินทางมาถึงหน้าประตูเมือง ที่มีป้ายขนาดใหญ่เขียนเอาไว้ว่า เมืองจิ่งหลิง เตียวชุนเดินไปต่อแถวเพื่อรอตรวจคนเข้าเมือง


     “   อย่างแรกที่ต้องทำก็คงจะต้องหาซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่มาเก็บไว้ ดูจากสภาพของเราตอนนี้แล้ว..ไม่ต่างจากขอทานข้างถนนเลยแม้แต่น้อย   ” เตียวชุนก้มมองดูสภาพของตัวเองในตอนนี้มันช่างน่าเกลียดนัก เมื่อเทียบกับชาวเมืองที่เดินไปมา


     เมื่อผ่านการตรวจสอบที่หน้าประตูเมืองมาแล้ว เขาก็เดินมองหาร้านขายเสื้อผ้าอยู่นาน จนกระทั่ง


     ผลั่กกกกกกกกก


     “   บัดซบเอ้ยย!! ..เห้ยย ไอ้ขอทานเดินประสาอะไรของแกวะ แกรู้ไหมว่าคุณชายของข้าเป็นใคร  ” เตียวชุนหันไปมองยังทิศทางที่มีคนพ่นเสียงสบถและถ้อยคำอันหยาบคายออกมา เห็นชายหนุ่มชุดขาวยืนถือพัดโบกไปมาสีหน้าท่าทางดูไม่ค่อยพอใข ที่ขวามือของมันมีชายตัวใหญ่ยืนประกบอยู่พร้อมที่จะมีเรื่อง ส่วนคนซ้ายมือเป็นชายวัยกลางคนตัวเล็กท่าทางลุกลี้ลุกลนอยู่ไม่สุข ที่ด้านหลังยังมีชายฉกรรย์อีกสามสี่คนคอยติดตาม


     “  หูหนวกรึยังไง ถึงไม่ได้ยินที่ข้าถาม ไอ้ขอทานสกปรก    ” ชายที่ท่าทางล่อกแล๊กคนนี้คงจะเป็นคนรับใช้ของชายหนุ่มชุดขาว เตียวชุนได้แต่ถอนหายใจออกมาเบาๆ


     “   ต้องขออภัยคุณชาย ที่ตัวข้าไม่ทันระวัง จึงเดินไปชนท่านเข้า  ” เตียวชุนเอ่ยขอโทษ ไม่ใช่เพราะว่าเขาเกรงกลัว แต่เพราะเขาขี้เกียจวุ่นวายกับเรื่องไร้สาระ


     “   ไอ้ขอทานสกปรก เพียงแค่เพราะแกเอ่ยปากขอโทษต่อคุณชายของข้าแล้ว เรื่องมันจะจบอย่างนั้นรึ    ” คนรับใช้ตัวเล็กยิ้มเหี้ยมที่มุมปาก ตอนนี้ชาวเมืองมากมายเริ่มมามุงดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก


     “   เห้ออ น่าสงสารเด็กหนุ่มขอทานคนนั้นจริงๆ    ”


     “   นั่นน่ะสิ มีเรื่องกับใครไม่มี ดันไปมีเรื่องกับคุณชายเจ้าปัญหาซะได้    ”


     “  งานนี้ไม่ตายก็เลี้ยงไม่โต คงโดนกระทืบเละเหมือนเช่นเคย     ”


     ชาวบ้านที่มามุงดูต่างแสดงความคิดเห็นต่างๆนานา ส่วนมากจะรู้สึกสงสาร เตียวชุนได้ยินคำพูดเหล่านั้นอย่างชัดเจน


     ' คุณชายเจ้าปัญหาอย่างนั้นรึ เห้ออ เช่นนั้นคงหลีกเลี่ยงไม่พ้นแล้วสินะ ' เตียวชุนครุ่นคิดในใจอย่างเบื่อหน่าย


     “   ในเมื่อข้าขอโทษไปแล้ว พวกเจ้าจะรับหรือไม่ มันไม่ใช่เรื่องของข้า ข้าขอตัว    ” เตียวชุนเอ่ยอย่างเฉยชา และในขณะที่เขากำลังจะเดินจากไปนั้น


     “   บังอาจ!!    ” คนรับใช้ตัวเล็กซัดฝ่ามือเข้าใส่เตียวชุนหมายสั่งสอนให้หลาบจำ


     ฝ่ามือของมันพุ่งมาด้วยความเร็วกระแทกเข้าที่หน้าอกของเตียวชุนอย่างจัง


     ปึกกกกกกกกกก


     ภายในเสี้ยวลมหายใจคนรับใช้คนนั้นและคุณชายของมันยิ้มอย่างเย้ยหยันมาที่เตียวชุน แต่เพียงไม่นานรอยยิ้มนั้นก็หายไป เพราะเตียวชุนที่ยังยืนนิ่งไม่ไหวติงทั้งๆที่ถูกฝ่ามือโจมตีเข้าอย่างจัง


     “   ข้ายังไม่รู้สึกปวดเมื่อยเสียหน่อย เหตุใดเจ้าต้องใจดีมาคอยกดนวดให้ข้าเช่นนี้    ” เตียวชุนเอ่ยวาจาล้อเลียน พร้อมกับโคจรลมปราณในร่างกายสะท้อนการโจมตีของคนรับใช้ตัวเล็กกลับไป


     ฟิ้วววววววว


     ร่างของชายคนนั้นลอยละลิ่วไปไกล กระแทกเข้ากับแผงร้านค้าของชาวบ้านจนพังพินาศ


     อั่กกกกกกกกกก


     คนรับใช้ตัวเล็กกระอักเลือดสดๆออกมา มันรีบนั่งสมาธิเพื่อปรับสมดุลลมปราณในร่างกายทันที คนที่เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดต่างก็ตื่นตะลึงกับสิ่งที่เกิด พวกเขารู้ดีว่าคนรับใช้ของคุณชายเจ้าปัญหาคนนี้มีฝีมือพอสมควร ถึงแม้จะไม่ได้สูงส่งมากนัก แต่ก็คงไม่อ่อนแอกระทั่งถูกเด็กหนุ่มขอทานคนหนึ่งจัดการได้แน่


     “   ที่แท้ก็มีฝีมือพอตัว มิน่าถึงได้กล้าเหิมเกริม   ” ชายชุดขาวที่กำลังถือพัดโบกไปมาก็หยุดลง ในตอนแรกมันอึ้งไปไม่น้อยที่เด็กหนุ่มขอทานเอาชนะคนของมันได้ มันจ้องมองมาที่เตียวชุนอย่างเอาเรื่อง


     “   เอาชนะคนของข้าได้ก็อย่าได้ลำพองใจนัก เพราะเจ้านั่นมันก็แค่พวกปลายแถว ไม่ได้เก่งกาจอะไรมากนัก ไม่เหมือนกับ..ขะ   ”


     ปังงงงงงงงง


     ยังไม่ทันที่ชายชุดขาวจะพูดจบ เตียวชุนก็พุ่งเข้าโจมตีด้วยความเร็ว เขาใช้หมัดต่อยเข้าที่ใบหน้าของมันเต็มแรง จนร่างของมันลอยเคว้งไปไกลกระแทกเข้ากับแผงร้านค้าของชาวบ้านอีกครั้ง ชายชุดขาวสลบเหมือดในหมัดเดียว


     ถึงแม้จะเป็นเพียงหมัดธรรมดา แต่เตียวชุนก็ใช้พละกำลังของเขาถึงแปดส่วนต่อยไปเต็มแรง เพียงแค่เขาไม่ได้ใช่ควบคู่กับลมปราณเท่านั้น เรียกได้ว่าใช้เพียงพละกำลังล้วนๆ แต่ก็สามารถทำให้ชายชุดขาวคนนั้นสลบได้ภายในหมัดเดียว


     เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยิ่งทำให้ชาวบ้านหน้าตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เพราะคุณชายเจ้าปัญหาคนนี้เป็นที่รู้จักกันดีว่า เป็นหนึ่งในสี่อัจฉริยะของเมืองจิ่งหลิง


     “   โอ้ว..ขอทานน้อยคนนั้นมีพละกำลังที่ไม่ธรรมดาเลย  ทั้งๆที่เขาใช้เพียงความเร็วของร่างกายและพละกำลัง แต่กลับสามารถจัดการกับซ่งซิงหยวนได้ด้วยหมัดเดียว  น่าสนใจๆ ” ที่ชั้นบนของโรงเตี้ยมมีหญิงงามสวมชุดสีดำเอ่ยขึ้นมา สายตาของนางจับจ้องไปที่เตียวชุนอย่างสนใจ


     “   ซ่งซิงหยวนในตอนนั้นคงถูกเล่นงานทีเผลอ จึงไม่สามารถปัดป้องได้ทัน    ” หญิงสาวอีกคนที่นั่งอยู่ข้างๆเอ่ยขึ้นมาเช่นกัน แต่หญิงสาวคนแรกส่ายหน้าไปมา


     “   เจ้าคิดเช่นนั้นจริงๆรึ ในจังหวะที่ขอทานน้อยพุ่งเข้าโจมตี ถึงแม้มันจะรวดเร็วจนน่าตกใจ แต่ซ่งซิงหยวนก็สามารถยกแขนขึ้นมาป้องกันเอาไว้ได้ทันในเสี้ยวลมหายใจ แต่ก็ไม่อาจต้านทานแรงหมัดของขอทานน้อยได้ ถ้าหากซ่งซิงหยวนป้องกันไม่ทันท่วงที เขาคงเจ็บหนักกว่านี้แน่    ” หญิงสาวคนแรกอธิบายตามที่นางได้เห็น หญิงสาวอีกคนขมวดคิ้วเรียวสวยแน่น จ้องมองไปที่เตียวชุนอย่างไม่วางตา


     ส่วนเตียวชุนเดินผ่านลูกน้องของชายชุดขาวไป โดยที่ไม่ได้สนใจพวกมันอีก ลูกสมุนที่เหลือก็ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว ขนาดคุณชายของพวกมันยังโดนเล่นงานจนหมดสติ แล้วอันธพาลปลายแถวอย่างพวกมันจะสามารถทำอะไรได้ พวกมันทำได้เพียงมองดูเตียวชุนเดินผ่านไป 


     เตียวชุนเริ่มมองหาร้านขายเสื้อผ้าอีกครั้ง จนเหลือบไปเห็นร้านค้าเล็กๆที่ตั้งอยู่ห่างออกไปราวๆ 200เมตร


     หลังจากที่เตียวชุนจากไปแล้ว ชาวบ้านที่มามุงดูก็เริ่มแยกย้ายกันไป ก่อนจากไปสายตาของพวกเขาเหล่านั้นต่างจ้องมองไปที่ชายชุดขาวและคนรับใช้ของมันด้วยความสมเพช สะใจ และเหยียดหยันที่คุณชายเจ้าปัญหาถูกเล่นงานจนหมดสภาพเช่นนี้


     จากนั้นไม่นานลูกน้องของชายชุดขาวที่ยังเหลือรอด ก็ช่วยกันแบกร่างที่หมดสติของมันและคนรับใช้ตัวเล็กกลับตระกูลทันที


     เตียวชุนเดินเข้าไปในร้านขายเสื้อผ้า และเลือกซื้อชุดที่เขาต้องการหลายสิบชุด พอผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าและจ่ายตังเรียบร้อยแล้ว เขาก็เดินกลับมาที่โรงเตี๊ยมเพื่อที่จะจองห้องพัก




#จบไปแล้วกับหนึ่งตอน ภาษาการพูดคุยและบรรยาย ผมจะขอใช้แบบผสมระหว่างเก่าและใหม่ อาจจะดูแปลกไปบ้าง คงไม่สละสลวยกำลังภายในจ๋าแบบยุคเก่า ต้องขออภัยล่วงหน้า#

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 894 ครั้ง

774 ความคิดเห็น

  1. #615 Wissarut Khammee (@rutzaa009) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 01:03

    เปิดแมพใหม่https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-big-01.png

    #615
    0
  2. #582 เห้ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 12:29

    ในสายตาคนธรรมดา ชาวยุทธ ก็แค่คนว่างงาน เห็นแก่ตัว วัน ๆ ไม่ทำห่าอะไรเอาแต่ฝึกวิชา บางคราก็ปล้นเขากินโดยใช้วิชาที่ฝึกมา หรือไม่ใช่ ?

    #582
    0
  3. #531 Noppon Kulanam (@ponnalove) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2562 / 21:28
    เสือดำตัวนี้ยังมีชีวิตหรอ?
    #531
    1
    • #531-1 Fourzoo (@Fourzoo) (จากตอนที่ 1)
      27 มิถุนายน 2562 / 10:14
      เขี้ยวดำครับเสือดำตายไปแล้ว
      #531-1
  4. #516 ยามวิกาล​ (@Lnw-Pm) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2562 / 19:09
    ดีอ่ะ แรกเริ่ม ตืบเลยชอบๆ
    #516
    0
  5. #166 Maradora (@Maradora) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 15:24
    มีเค้าโครงจากเรื่องเก่า..สนุกอยู่ครับ
    #166
    0
  6. #38 Nidmitsu789 (@Nidmitsu789) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 01:45

    เปนความรักของครอบครัว พ่อลูกและอาจารย์ น่ารักดีค่ะ

    #38
    0
  7. #17 Parichat1009 (@Parichat1009) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 17:04
    ไรท์คะมีนางเอกมั้ยคะไม่อยากให้มีเลยอ่ะ
    #17
    4
    • #17-2 KenKrk (@KenKrk) (จากตอนที่ 1)
      21 มิถุนายน 2562 / 19:29
      เรื่องนี่ผทเดาน่าจะกิ่งมีนางเอกกิ่งไม่มีนาวเอกครับผมว่า
      #17-2
    • #17-4 healer04z (@healer04z) (จากตอนที่ 1)
      2 กรกฎาคม 2562 / 17:44
      แต่งเองเลยครับจบๆ
      #17-4
  8. #1 คนเช็ดเงา (@teemed186) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 15:34
    ผมก็นึกอยู่ว่าไรต์หายไปไหน
    #1
    1
    • #1-1 butterflyzero (@butterflyzero) (จากตอนที่ 1)
      15 พฤษภาคม 2562 / 19:05
      ครับ คือจำไม่ได้เลย ทั้งไอดี พาส รวมถึงอีเมล์ .. จำได้แค่ว่าจดบันทึกเอาไว้ แต่ไม่รู้ว่าอยู่สมุดเล่มไหน .. พอหาไม่เจอเลยแต่งเรื่องใหม่แทน ..
      #1-1