มหายุทธ์เทพราชันย์

ตอนที่ 32 : บทที่ 32 : ความวุ่นวายในเมืองหลวง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,808
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 674 ครั้ง
    25 พ.ค. 62



     ❝    ช่วยจัดเตรียมห้องพักให้ที ขอเป็นห้องพักระดับกลางซัก 10ห้อง พวกเราจะพักซักประมาณห้าวัน     ❞

     ❝  ได้เลยขอรับ เดี๋ยวข้าน้อยจะรีบไปจัดเตรียมที่พักให้ ส่วนอาหารที่สั่งทุกท่านโปรดรอสักครู่ ข้าน้อยขอตัวก่อน      ❞ เสี่ยวเอ้อก้มศีรษะคำนับก่อนจะเดินจากไป

     ❝   พวกเราเดินทางมาถึงก่อนกำหนด ซึ่งเหลือเวลาอีกสี่วัน ถึงจะเริ่มงานประลองยุทธ์ ในสี่วันนี้พวกเจ้าก็แวะเที่ยวชมเมืองหลวงกันไปก่อน     ❞ จางปิงยี่เอ่ยขึ้นอีกครั้งหลังจากที่สั่งอาหารเสร็จ 

     ❝    ได้ยินมาว่าที่เมืองจิ่งเทียนมีเสื้อผ้าสตรีสวยๆ รวมถึงเครื่องประดับอีกมากมายวางขายเต็มไปหมด      ❞ เหลียงฮุยหยีตาเป็นประกายเมื่อเอ่ยถึงเสื้อผ้าสตรี นางเป็นคนที่ชื่นชอบในการแต่งองค์ทรงเครื่องอยู่ด้วยแล้ว มีหรือที่จะพลาดโอกาสเช่นนี้

     ❝   เย่าซี พอทานอาหารเสร็จพวกเราไปเดินเที่ยวในเมืองกัน     ❞ เหลียงฮุยหยีเอ่ยชวนสหายรักของนาง

     ❝    ไปสิ    ❞ หวังเย่าซีตอบตกลง นางเองก็เป็นสตรี เรื่องความสวยความงามมีหรือที่นางจะพลาด

     ผ่านไปสักพักเสี่ยวเอ้อก็นำอาหารทั้งสิบอย่างมาวางบนโต๊ะจนครบ รวมทั้งชาและสุราชั้นยอด 

     ❝   อาหารทั้งสิบอย่างที่สั่งครบเรียบร้อยขอรับ และนี่คือป้ายห้องพักทั้งสิบห้องที่คุณหนูจองเอาไว้ขอรับ     ❞ เสี่ยวเอ้อยื่นป้ายเหล็กขนาดเล็กให้กับเจ้าสำนักจาง บนป้ายเหล็กเขียนหมายเลขห้องเอาไว้อย่างชัดเจน

     ❝    อืม ขอบคุณ .. เจ้าช่วยคิดค่าที่พักและค่าอาหารรวมกันเลยจะได้จ่ายในทีเดียว    ❞ จางปิงยี่รับป้ายเหล็กมา ก่อนจะยื่นแจกจ่ายให้กับคนอื่นๆ

เสี่ยวเอ้อยืนคิดค่าอาหารกับค่าที่พักอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยตอบกลับมา

     ❝    ทั้งค่าอาหารและที่พักรวมทั้งหมด 270เหรียญทองขอรับ..แบ่งเป็นค่าอาหาร 10เหรียญทอง ,ค่าน้ำชาและสุราชั้นยอด 10เหรียญทอง ,ค่าห้องพักระดับกลางตกคืนละ 5เหรียญทอง ทั้งหมดสิบห้อง พักทั้งหมดห้าวันคิดเป็นเงิน 250เหรียญทองขอรับ    ❞ เสี่ยวเอ้อชี้แจงรายละเอียดของราคาค่าอาหารและค่าที่พักให้ฟังอย่างละเอียด จางปิงยี่นำเงินออกมา 275เหรียญทองส่งให้กับเสี่ยวเอ้อ มันยืนนับเงินอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะมีรอยยิ้มผุดขึ้นมาด้วยความดีใจ

     ❝    ขอบคุณขอรับ ขอให้ทุกท่านรับประทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อยสำราญใจ ข้าน้อยไม่รบกวนแล้ว    ❞ เสี่ยวเอ้อโค้งคำนับก่อนจะหันหลังเดินออกไป

จากนั้นจางปิงยี่ก็ส่งสันญานให้ทุกคนลงมือทานอาหารได้ ใช้เวลาเพียงไม่นานทุกคนก็อิ่มหนำไปกับอาหารชั้นเลิศ ที่รสชาติและคุณภาพเหมาะสมกับราคาที่จ่าย สมกับเป็นตระกูลไป๋ ที่สามารถสรรหาคนครัวที่มีประสบการณ์ในการทำอาหารเช่นนี้มาได้

พอทานอาหารกันเสร็จเรียบร้อย พวกเขาต่างก็แยกย้ายกันไป โดยเจ้าสำนักจาง ผู้อาวุโสหลิว ผู้อาวุโสซือถูต่างก็ขึ้นไปพักผ่อนที่ห้องของตัวเอง ทางด้านหวังเย่าซี เหลียงฮุยหยี ฮัวอี้ โจฮั่นแบะอู๋เฟิง ก็ไปเดินเที่ยวเล่นภายในเมือง ส่วนเซียวชุนขอแยกตัวไปจัดการธุระของเขาแล้วค่อยไปรวมกลุ่มกับคนอื่นๆ ส่วนห้องพักที่เหลือเจ้าสำนักจางมอบให้กับชายชราคนขับรถม้าและชายหนุ่มอีกคน ให้ทั้งสองพักห้องเดียวกัน

เซียวชุนเดินทางมุ่งหน้าไปที่ตลาดสมุนไพร ก่อนหน้านี้เขาได้สอบถามเสี่ยวเอ้อว่าเขาจะหาซื้อสมุนไพรจำนวนมากได้ที่ไหน และเสี่ยวเอ้อได้แนะนำว่าให้ลองไปที่ตลาดสมุนไพรดู ที่นั่นมีพ่อค้าแม่ค้ารวมถึงชาวบ้านจำนวนมาก นำสมุนไพรมาวางขายทุกวัน

เดินทางมาได้ซักพักก็มาถึงตลาดสมุนไพร ที่ตอนนี้เต็มไปด้วยผู้คนมากมายที่เดินขวักไขว่ไปมา เซียวชุนก็ได้เดินเลือกชมตามแผงต่างๆเพื่อหาสมุนไพรที่เขาต้องการ จนกระทั่งไปสะดุดตาเข้ากับแผงขายสมุนไพรของชายชราคนหนึ่งที่นั่งปูเสื่ออยู่กับพื้น

      ❝    ท่านตา ต้นเพลิงอสูรกองนี้ท่านขายยังไงหรือ    ❞ เซียวชุนนั่งยองๆพูดคุยกับชายชราขายสมุนไพร

     ❝  ต้นเพลิงอสูรเป็นส่วนผสมที่หาได้ยาก คุณชายท่านนี้คิดว่าราคาของมันควรจะมากน้อยเพียงใด      ❞ ชายชราเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเทา เซียวชุนหรี่ตามองไปที่ชายชราเขาใช้ทักษะดวงตาสวรรค์หนึ่งในทักษะย่อยของจิตเทพบรรพกาลมองสำรวจเส้นชีพจรของชายชราคนนั้น จนพบว่าชีพจรของเขาดูอ่อนแออย่างมาก และในระหว่างที่เซียวชุนกำลังจเอ่ยปากพูด 

     ❝   คุณหนูของข้าขอซื้อต้นเพลิงอสูรกองนั้นในราคา 500เหรียญทอง     ❞ จู่ๆก็มีชายหนุ่มคนหนึ่งเสนอราคาของต้นเพลิงอสูรขึ้นมา เซียวชุนส่ายหัวไปมาเบาๆ

     ❝    สำหรับท่านตาแล้ว เงิน 500เหรียญทองคงไม่ได้มากมายอันใด ผู้เยาว์ขอแลกเปลี่ยนว่านถนอมกายใจ 1ต้นกับต้นเพลิงอสูรของท่านกองนี้ ท่านตาคิดเห็นเช่นไร    ❞ เซียวชุนสังเกตุเห็นว่าชายชราคนนี้ถึงแม้จะแต่งตัวซ่อมซ่อ แต่เขากลับมีกำลังภายในที่แข็งกล้า เซียวชุนจึงได้ลองสำรวจดูพบว่า ชายชราคนนี้อยู่ในระดับจักรพรรดิยุทธิ์ขั้นสูง หากเปรียบเทียบกับตอนที่อาจารย์ปู่ของเขาในตอนที่ยังไม่เลื่อนระดับสู่บรรพชนยุทธ์ หากได้ประลองฝีมือกัน ย่อมเป็นชายชราคนนี้ที่เป็นฝ่ายมีชัยเหนืออาจารย์ปู่ของเขา

     ❝    ฮ่าๆๆๆๆ ช่างน่าขัน ว่านถนอมกายใจที่เป็นสมุนไพรระดับต่ำเพียงต้นเดียว เจ้าจะเอาไปแลกต้นเพลิงอสูรหนึ่งกองทั้งยังเป็นสมุนไพรชั้นยอด เจ้าคิดจะหลอกผู้อาวุโสคนนี้รึยังไง    ❞ น้ำเสียงเย้ยหยันของชายหนุ่มคนเดิมเอ่ยขึ้น มันพยายามเปิดโปงเพื่อทำให้อีกฝ่ายอับอายและหนีไป แต่ผลมันกลับไม่เป็นเช่นนั้น

     ❝    หนุ่มน้อย เจ้าแน่ใจหรือว่าเจ้าจะมอบว่านถนอมกายใจให้ชายชราคนนี้    ❞ ก่อนหน้านี้ในตอนที่เซียวชุนบอกว่าจะขอแลกว่านถนอมกายใจหนึ่งต้นกับต้นเพลิงอสูรทั้งกอง ชายชรารู้สึกตื่นเต้นไม่น้อย

     ❝  ผู้อาวุโส ท่านอย่าได้หลงเชื่อลมปากของเจ้าสิบแปดมงกุฏคนนี้ มันกำลังหลอกลวงท่าน ท่านน่าจะขายต้นเพลิงอสูรกองนี้ให้กับคุณหนูของข้าจะดีกว่า หาก 500เหรียญทองมันน้อยไป ท่านสามารถเสนอราคามาได้ ท่าน..      ❞ ยังไม่ทันที่มันจะเอ่ยจนจบ ชายชราก็ขัดขึ้นเสียก่อนด้วยความรำคาญ

     ❝    หุบปากของเจ้าซะหรือจะให้ข้าเป็นคนจัดการเอง ถึงข้าจะแก่แต่ก็ไม่ได้เลอะเลือน ถ้าหากจะให้ข้าเรียกร้องจริงๆ ต้นเพลิงอสูรกองนี้คงมีราคาไม่ต่ำกว่า 4,000เหรียญทองอย่างแน่นอน หึ!! 500เหรียญทองอย่างนั้นรึ น่าขัน    ❞ ชายชราปลดปล่อยกลิ่นอายจักรพรรดิยุทธ์ออกมาเพียงเล็กน้อย ก็ถึงกับทำให้ชายหนุ่มคนนั้นหน้าตาซีดเซียวด้วยความหวาดกลัว สตรีที่มาด้วยกันกับมันก็มีสีหน้าไม่สู้ดีนัก

     ❝    ผู้เยาว์ต้องขออภัยแทนผู้ติดตามที่ไม่รู้ความคนนี้ด้วย หวังว่าผู้อาวุโสจะเมตตาไม่ถือสา   ❞ หญิงสาวประสานมือก้มศีรษะเพื่อขอโทษชายชรา

     ❝    นับว่าเจ้ายังรู้ความ ข้าจะไม่เอาเรื่องมันแล้วกันเพื่อเห็นแก่เจ้า จงรีบไปซะก่อนที่ข้าจะเปลี่ยนใจ    ❞ ชายชราเอ่ยขึ้นอย่างเย็นชา ในขณะเดียวกันก็เริ่มมีผู้คนมามุงดูมากขึ้น

     ❝  ขอบคุณผู้อาวุโสที่เมตตา ในอนาคตหากผู้อาวุโสต้องการความช่วยเหลือ โปรดไปหาผู้เยาว์ได้ที่คฤหาสน์ตระกูลหยุน ผู้เยาว์มีนามว่า หยุนเสี่ยวหยา เช่นนั้นผู้เยาว์ขอตัวลา      ❞ สตรีแซ่หยุนประสานมือลาชายชรา ก่อนจะพาผู้ติดตามเดินจากไป ตลอดการสนทนาของพวกเขา เซียวชุนไม่ได้หันไปมองที่สตรีแซ่หยุนคนนั้นเลย

     ❝   ตกลงเจ้าสามารถทำได้จริงๆใช่หรือไม่หนุ่มน้อย     ❞ ชายชราเอ่ยถามอีกครั้งหลังจากที่สองคนนั้นเดินจากไปแล้ว

     ❝   แน่นอนว่าผู้เยาว์สามารถทำได้      ❞ เซียวชุนยืนยันหนักแน่น ชายชราครุ่นคิดอยู่ในใจอยู่สักพัก

     ❝   เช่นนั้นในวันพรุ่งนี้เจ้าไปพบข้าที่กระท่อมชายป่าที่อยู่ทางทิศตะวันตกของเมือง เพียงเจ้าเดินทางไม่เกิน 1เค่อก็จะพบกระท่อมดังกล่าว ส่วนสมุนไพรทั้งหมดที่กองอยู่ตรงนี้ ขอยกมันให้เจ้า ..แต่เจ้าจงจำไว้ว่าหากเจ้าโกหกข้าแล้วละก็ ข้าสาบานเลยว่าเจ้าจะต้องได้พบเจอกับความเลวร้ายที่เจ้าคาดไม่ถึงแน่นอน     ❞ ชายชราทิ้งท้ายด้วยคำขู่ ถ้าหากว่าตัวมันโดนหลอกลวง มันจะตามล่าเซียวชุนอย่างแน่นอน

     ❝   ผู้อาวุโสโปรดวางใจ ผู้เยาว์ไม่เคยผิดคำสัญญาอย่างแน่นอน     ❞ เซียวชุนประสานมือยืนยันคำพูดของเขาอย่างหนักแน่น

     ❝   เช่นนั้นก็ดี ข้าหวังว่าจะได้พบเจ้าในวันพรุ่งนี้ ข้าขอตัวก่อน     ❞ พูดจบชายชราก็เอามือไขว้หลังแล้วเดินจากไป เซียวชุนมองตามไปชั่วครู่ ก่อนเก็บสมุนไพรทั้งหมดเอาไว้ในแหวนมิติ 

จากนั้นเขาก็เดินชมตลาดสมุนไพรต่อ เซียวชุนเลือกซื้อสมุนไพรเก็บเอาไว้มากมาย ส่วนมากจะเป็นสมุนไพรหายาก ที่ไม่ค่อยจะมีขายที่เมืองจิ่งหลิง เซียวชุนหมดเงินไปกว่า 1,000,000เหรียญทองกับการมาเดินตลาดสมุนไพรในครั้งนี้ เขาได้รับสมุนไพรหายากกลับไปราวๆ 150ชนิด

เมื่อได้สมุนไพรมากพอตามที่ต้องการแล้ว เซียวชุนก็เดินทางไปรวมกลุ่มกับคนอื่นๆทันที

ราวๆ 20นาทีก่อนหน้า ที่พื้นส่วนกลางของเมืองจิ่งเทียน ซึ่งห่างจากตลาดสมุนไพรที่เซียวชุนอยู่ราวๆ 2ลี้

     ❝   พวกเจ้าคิดจะเดินหนีไปง่ายๆหรือยังไง เหตุใดพวกเจ้าไม่ขอโทษศิษย์น้องของข้าก่อน     ❞ ชายหนุ่มตัวใหญ่สวมชุดคลุมยาวสีฟ้า ที่หน้าอกเสื้อด้านซ้ายมีรูปพยัคฆ์ตัวใหญ่ปักอยู่ แน่นอนว่าชายหนุ่มคนนี้มาจากสำนักพยัคฆ์อัคคีทั้งยังเป็นศิษย์หลักอีกด้วย

     ❝    พวกข้าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องกล่าวขอโทษใคร ในเมื่อนางเป็นฝ่ายผิดเหตุใดสหายของข้าต้องก้มหัวของโทษนาง    ❞ ฮัวอี้ชี้นิ้วไปยังสตรีชุดฟ้าอีกคนด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว

     ❝  บางทีเจ้าควรจะได้รับการสั่งสอนเสียบ้างจะได้สำนึก      ❞ พูดจบชายหนุ่มคนนั้นก็เคลื่อนที่ด้วยความเร็วเข้าโจมตีฮัวอี้

     ❝   ฮัวอี้ระวัง!!      ❞ โจฮั่นที่ยืนอยู่ไม่ไกลเอ่ยขึ้น มันพยายามจะเข้ามาช่วยเหลือแต่กลับถูกศิษย์อีกคนของสำนักพยัคฆ์อัคคีขวางเอาไว้

ในการจู่โจมครั้งแรกของมันฮัวอี้สามารถก้มหลบได้ทันแต่ก็ยังถูกโจมตีอยู่ดี เพราะอีกฝ่ายมีระดับชั้นและความเร็วที่เหนือกว่า ชายหนุ่มคนนั้นใช้เข่ากระแทกเข้าที่หน้าของฮัวอี้เต็มแรง จนร่างของเขากระเด็นขึ้นสูง ก่อนจะตกลงมาที่พื้น

     ❝    ฮัวอี้ !!!     ❞  ทั้งหวังเย่าซีและเหลียงฮุยหยีต่างร้องตะโกนเสียงดัง เพราะพวกนางทั้งสองก็ถูกขัดขวางเอาไว้ จนทำให้ไม่สามารถเข้ามาช่วยเหลือฮัวอี้ได้

ชายหนุ่มเดินย่างสามขุมไปที่ฮัวอี้ มันยิ้มเหี้ยมขึ้นที่มุมปาก 

     ❝  เจ้าบังอาจชี้นิ้วสกปรกของเจ้าไปยังศิษย์น้องของข้า เจ้าควรจะได้รับการสั่งสอน      ❞ พูดจบมันก็เตะเข้าที่ชายโครงของฮัวอี้เต็มแรง

     อั้กกกกกกกก

ฮัวอี้นอนตัวงอด้วยความเจ็บปวด แต่ชายหนุ่มคนนั้นมันยังไม่หยุด มันย่ำเท้าลงไปที่ใบหน้าของเขาอยู่หลายครั้ง เลือดเริ่มไหลนองไปทั่วพื้น แค่ความเหี้ยมโหดของมันยังไม่หยุดแค่นั้น ชายหนุ่มคนนั้นมันยกเท้าขึ้นสูงหมายลงมือครั้งสุดท้าย

     ❝    พอได้แล้ว หากเจ้าอยากให้ข้าขอโทษข้าก็จะทำ เพราะฉะนั้นเจ้าหยุดมือได้แล้ว    ❞ หวังเย่าซีตะโกนเสียงดังเพื่อให้อีกฝ่ายหยุดมือลง นางยอมที่จะขอโทษพวกมันทั้งที่ตัวนางไม่ได้เป็นฝ่ายผิด แต่นางทนเห็นฮัวอี้ต้องมาเจ็บตัวเพราะนางไม่ได้ บางทีเขาอาจจะต้องตายหากชายหนุ่มคนนั้นย่ำเท้าลงไปอีกที

     ❝    ปิ๊งป่อง มันสายไปแล้วที่เจ้าเอ่ยคำขอโทษ    ❞ มันทำท่าล้อเลียนก่อนจะย้ำเท้าลงที่ใบหน้าของฮัวอี้อีกครั้ง

     ❝    ไม่ๆๆๆๆๆๆๆๆ    ❞  หวังเย่าซีและคนอื่นๆต่างร้องตระโกนด้วยความตกใจ

     ปังงงงงงงงง

     สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ถึงกับทำให้คนที่อยู่ในเหตุการณ์ตรงนั้น ตื่นตะลึงอย่างมาก ไม่ใช่เพราะชายหนุ่มคนนั้นย่ำเท้าลงที่ใบหน้าของฮัวอี้ แต่เป็นเพราะชายหนุ่มคนนั้นถูกเตะกระเด็น จนใบหน้าของมันไถลไปกับพื้น จนเกิดรอยแผลเหวอะหวะเต็มไปหมด ชายหนุ่มคนนั้นหมดสติในทันที

     ❝  ใครที่มันบังอาจทำร้ายสหายของข้า ข้าจะทำร้ายมันกลับเป็นสิบเท่า ใครที่มันบังอาจสังหารสหายของข้า ข้าจะกวาดล้างพวกมันทั้งโคตร      ❞

น้ำเสียงเย็นชาที่อาจจะฟังดูอวดดี แต่มันกลับแฝงไปด้วยจิตสังหารอันรุนแรง ถึงขนาดทำให้ผู้เยี่ยมยุทธ์ที่อยู่ห่างออกไปรับรู้ได้

✹ ที่ชายป่าฝั่งตะวันตกของเมือง

     ❝   จิตสังหารที่รุนแรงนี้ช่างน่าหวาดหวั่นยิ่งนัก ผู้เยี่ยมยุทธ์คนใดมาปรากฏตัวยังสถานที่แห่งนี้กัน     ❞ ชายชรารีบพุ่งทะยานกลับไปยังทิศทางของจิตสังหารนั่นทันที

✹  ภายในโรงเตี๊ยมเหยาฮัวที่ชั้นสาม

     จางปิงยี่ หลิวเซี๊ยะฟง และซือถูหนานจิ้งต่างลืมตาตื่นขึ้นจากสมาธิเมื่อสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่รุนแรงและน่าหวั่นเกรง

     ❝    เซียวชุน    ❞  ทั้งสามคนต่างเอ่ยขึ้นเป็นเสียงเดียวกัน เพราะพวกเขาเคยสัมผัสถึงจิตสังหารนี้มาก่อน และมันคือจิตสังหารของเซียวชุนไม่ผิดแน่ ทั้งสามคนรีบทะยานออกจากห้องพักตรงไปยังทิศทางของจิตสังหารอย่างรวดเร็ว

✹  พระราชวัง ซึ่งเป็นที่พักขององค์ฮ่องเต้

     ในขณะที่องค์ฮ่องเต้กำลังนั่งอ่านหนังสือร้องเรียนที่ถูกส่งมาจากหลายที่อยู่นั้น ก็สามารถรับรู้ได้ถึงจิตสังหารอันรุนแรง ถึงขนาดทำให้ขนของเขาลุกชูชันขึ้น

     ❝    ช่างเป็นจิตสังหารที่น่าหวั่นเกรงยิ่งนัก เป็นยอดฝีมือคนใดกัน    ❞ ฮ่องเต้มู่เอ่ยขึ้นก่อนจะวางหนังสือลงบนโต๊ะ สายตาจับจ้องไปยังทิศทางดังกล่าว

     ❝   ฝ่าบาทโปรดวางพระทัย หม่อมฉันจะรีบไปสืบดูเองพะยะค่ะ     ❞ ชายชราสวมชุดนักพรตสีขาวประสานมือขึ้นกล่าว

     ❝  เช่นนั้นเราขอฝากท่านด้วย ใต้เท้าจวน      ❞ ฮ่องเต้มู่เอ่ยตอบชายชรา จากนั้นชายชราก็รีบทะยานออกจากห้องทรงอักษร มุ่งหน้าไปยังทิศทางของจิตสังหารเช่นกัน

ส่วนยอดฝีมือคนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าสำนักเต่าทมิฬ ,เจ้าสำนักวิหคเหมันต์ ,เจ้าสำนักพยัคฆ์อัคคี รวมถึงยอดฝีมือคนอื่นๆต่างก็รีบเร่งเดินทางมายังตำแหน่งที่จิตสังหารปรากฏ

✹  กลับมาที่จุดเกิดเหตุ

หวังเย่าซี เหลียงฮุยหยี เมื่อเห็นว่าเป็นใครที่จัดการชายหนุ่มคนนั้นพวกนางถึงกับปล่อยโฮออกมาอย่างโล่งใจ

     ❝    ศิษย์น้อง    ❞ โจฮั่นเอ่ยขึ้นทักด้วยความดีใจ แม้แต่อู๋เฟิงที่เพิ่งจะเข้ากลุ่มมาได้ไม่นานก็รู้สึกเช่นเดียวกัน

เซียวชุนก้าวเดินอย่างแผ่วเบาไปที่ร่างของชายหนุ่มคนนั้น เขายกศีรษะของมันขึ้นมา จนตอนนี้ร่างของชายหนุ่มคนนั้นเท้าของมันลอยอยู่เหนือพื้นดินแล้ว

เซียวชุนเรียกเปลวไฟนิรันดร์ขึ้นที่มือข้างขวา เขาเคยกล่าวเอาไว้แล้วว่า ใครที่ลงมือทำร้ายสหายของเขา เขาจะต้องทำร้ายมันกลับเป็นสิบเท่า

     ❝    ปะ เปลวไฟนิรันดร์ นั่นมันเปลวไฟนิรันดร์จริงๆด้วย    ❞ ชายชราขายสมุนไพรที่กำลังยืนดูเหตุการณ์อยู่นั้น อุทานออกมาด้วยความตื่นตกใจ เมื่อสังเกตุเห็นเปลวไฟสีขาวบริสุทธิ์ที่ลุกไหม้อยู่ที่มืออีกข้างของเซียวชุน

หากมองด้วยตาเปล่าจะไม่มีทางรู้เลยว่า เด็กหนุ่มคนนั้นเป็นผู้มีเปลวไฟนิรันดร์ เพราะเปลวไฟนิรันดร์นั้นเป็นเปลวไฟที่ไม่มีรูปลักษณ์ภายนอก คนที่สามารถมองเห็นได้จะต้องเป็นคนที่มีจิตสมาธิขั้นสูงเท่านั้น(จิตปราณ) เพราะจะต้องเพ่งจิตมองดูถึงจะสามารถมองเห็นเปลวไฟนิรันดร์ได้





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 674 ครั้ง

779 ความคิดเห็น

  1. #58 SkaDaChanPheng (@SkaDaChanPheng) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 07:12
    ค้างๆๆๆๆคับ
    #58
    0
  2. #57 Jay7715 (@Jay7715) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 02:12
    ค้างงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
    #57
    0
  3. #56 Teptar10 (@Teptar10) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 19:40
    ขออีกสองตอนครับ
    #56
    0
  4. #55 psek33 (@psek33) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 19:29
    เขียนดีมากครับ
    #55
    0
  5. #54 Aquarejina (@Aquarejina) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 18:23
    ต่อเลยไรทททททททททททททททททท์
    #54
    0
  6. #53 Parichat1009 (@Parichat1009) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 18:01
    ค้างมากกก
    #53
    0
  7. #52 aimjunggm (@aimjunggm) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 16:49
    ค้างงงงงงงงงง ตบกันไหมมมมม
    #52
    0
  8. #51 godring1008 (@godring1008) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 16:47

    TTม่ายๆๆฆ่ามันมเลย


    #51
    0
  9. #49 jinkung97x (@jinkung97x) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 15:02
    อ๊ากกกกค้างงงงขอออออีกกกกตอนนนนนนนนนน
    #49
    0