มหายุทธ์เทพราชันย์

ตอนที่ 33 : บทที่ 33 : จวนเปียงหวาเข้าแทรกแซง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,560
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 610 ครั้ง
    26 พ.ค. 62



     ❝    เจ้าหนูจงปล่อยมือของเจ้าซะ แล้วข้าจะไว้ชีวิต    ❞  ร่างของชายชราสวมชุดสีคลุมสีเทาเหินลงมาจากหลังคาสูงลงสู่พื้นอย่างแผ่วเบา

     ❝   ผู้อาวุโสแฮหัว     ❞ ศิษย์ในสำนักพยัคฆ์อัคคีเอ่ยเสียงดัง ท่าทางที่ดูตรึงเครียดของพวกมันก่อนหน้านี้ค่อยๆหายไป

     ❝   หยุนตี้คารวะผู้อาวุโสแฮหัว     ❞ ชายหนุ่มชุดแดงเดินเข้ามาทักทายชายชราผู้มาใหม่ 

     ❝    ฮึ่ม!! หยุนตี้เหตุใดเจ้าถึงไม่ยื่นมือช่วยเหลือเปียวเอ๋อของข้า    ❞ ชายชราเค่นเสียงไม่พอใจ ที่ชายหนุ่มชุดแดงนิ่งเฉยและปล่อยให้หลานชายของมันถูกเล่นงานเช่นนี้

     ❝   ผู้อาวุโสแฮหัวเข้าใจผิดแล้ว ข้ากำลังจะเข้าไปช่วยเหลือแฮหัวเปียวอยู่แล้ว เพียงแต่บังเอิญเห็นท่านเดินทางมาถึงเสียก่อน ข้าเลยหยุดเคลื่อนไหว     ❞ ชายชุดแดงอธิบายให้ชายชราฟังด้วยคำโกหกของมัน

     ❝    วันนี้ถือว่าเป็นทีของเจ้า อย่าได้คิดว่าข้าไม่รู้สิ่งที่เจ้าคิดจะทำ     ❞ กล่าวจบชายชราก็หันกลับไปมองที่เซียวชุนอีกครั้ง

     ❝   เจ้าหนู เจ้าหูหนวกหรือยังไง ถึงไม่ได้ยินคำเตือนของข้า     ❞ ชายชราปลดปล่อยกลิ่นอายจักรพรรดิยุทธ์ออกมาเพื่อต้องการข่มขู่

 เซียวชุนมองไปยังชายชราคนนั้นชั่วครู่   ❝  สิ่งที่ท่านกล่าวมา ข้าจำเป็นต้องทำตามด้วยอย่างนั้นรึ      ❞ ก่อนที่เขาจะใช้มืออีกข้างที่มีเปลวไฟนิรันดร์วางทาบลงบนหน้าของชายหนุ่มคนนั้น

     อ๊ากกกกกกกกก

มันร้องโหยหวนออกมาด้วยความเจ็บปวด เพราะโดนเปลวไฟแผดเผา ผิวหนังที่เหวอะหวะของมัน จนผิวหนังเหี่ยวแห้งไปครึ่งหน้า คนที่เห็นเหตุการณ์ต่างก็ตื่นตะลึงและไม่อยากจะเชื่อ ว่าเด็กหนุ่มคนนี้จะกล้าลงมือทำ เพราะชายหนุ่มคนนั้นคือหลานชายของ แฮหัวถาน มันมีชื่อว่า แฮหัวเปียว 

ใครๆต่างก็รู้ดีว่า ตระกูลไป๋ ตระกูลแฮหัว ตระกูลซือหม่า และตระกูลหยุน คือสี่ตระกูลใหญ่ที่ทรงอำนาจที่สุดในอาณาจักรปลายฟ้า(ไม่นับตระกูลมู่ที่เป็นตระกูลราชวงศ์) ไม่มีใครหาญกล้าไปมีเรื่องกับพวกตระกูลทั้งสี่อย่างแน่นอน ถ้าไม่มีทางเลือกจริงๆ

เซียวชุนโยนร่างของชายหนุ่มคนนั้นลงที่พื้น อย่างกับขยะชิ้นหนึ่ง

     ❝    เปียวเอ๋อ บังอาจนัก!! ไอ้เด็กเหลือขอ รนหาที่ตาย   ❞ ชายชราชุดเทาตะเบงเสียงคำราม มันระเบิดปราณยุทธ์ออกมา ก่อนพุ่งตรงเข้าไปโจมตีเซียวชุน

     ห่างออกไปไม่ไกล เจ้าสำนักจาง ผู้อาวุโสหลิวและผู้อาวุโสซือถูก็เดินทางมาถึงพอดี ❝ แย่แล้ว     ❞ จางปิงยี่เอ่ยขึ้นอย่างตกใจเมื่อเห็นว่าชายชรากำลังพุ่งเข้าไปเพื่อจะโจมตีเซียวชุน นางกำลังเคลื่อนตัวเพื่อจะไปช่วยเหลือ แต่ถูกหลิวเซี๊ยะฟงห้ามเอาไว้ เขาส่ายหน้าไปมา เพราะตอนนี้พวกเขายังไม่ควรเปิดเผยฐานะ  และเขาเชื่อว่าเซียวชุนสามารถรับมือได้แน่

เมื่อเห็นว่าชายชราพุ่งเข้ามาโจมตี เซียวชุนกลับไม่ได้มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย เขากลับมีรอยยิ้มขึ้นมาที่มุมปาก เซียวชุนโคจรลมปราณไปที่ฝ่ามืออีกครั้งพร้อมกับใช้เปลวไฟห่อหุ้มไปที่ฝ่ามือของเขา เซียวชุนกระแทกฝ่ามือเข้าปะกับชายชราทันที

ปังงงงงงงง

ฝ่ามือทั้งสองเข้าปะทะกันด้วยพลังลมปราณ จนทำให้เกิดแรงกดดันมหาศาลกระแทกร่างชาวบ้านธรรมดาที่กำลังดูเหตุการณ์อยู่ ถึงกับลมกลิ้งไปตามๆกัน ส่วนผู้ที่มีระดับต่ำกว่าจักรพรรดิยุทธ์ต่างก็มีสีหน้าหวาดหวั่น กับการปะทะครั้งนี้ ชายชราหน้าตาตื่นตะลึง เมื่อเห็นว่าการโจมตีของมันถูกเด็กหนุ่มคนหนึ่งต้านทานเอาไว้ได้

     ❝   บัดซบ!!     ❞ ชายชราสบถคำหยาบคายด้วยความตกใจ เพราะฝ่ามือของมันกำลังถูกบางอย่างแผดเผาจนผิวหนังของมันมีกลิ่นเหม็นไหม้ มันดีดตัวออกห่างเซียวชุนในทันที

แต่มีหรือที่เซียวชุนจะเปิดโอกาสให้มันทำเช่นนั้นได้ง่ายๆ เขาเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเข้าหาชายชราในชั่วลมหายใจ ก่อนจะใช้ฝ่ามือกระแทกเข้าที่หน้าท้องของมัน ชายชราแฮหัวตาเบิกโพรงด้วยความตื่นตะลึงอีกครั้ง แน่นอนว่าการโจมตีครั้งนี้มันไม่สามารถหลบหลีกทัน

อั้กกกกกกก

ร่างของชายชราชุดเทาลอยปลิวไปกระแทกเข้ากับประตูร้านค้าจนพังเสียหาย ในระหว่างนั้นซึ่งเป็นตอนที่เซียวชุนกำลังเผลอ ชายหนุ่มชุดแดงเคลื่อนตัวลอบโจมตีเขาจากทางด้านหลัง มันใช้ฝ่ามือเล็งซัดไปที่ศีรษะของเซียวชุน แต่เขาสามารถก้มหลบการโจมตีของมันได้ทัน เซียวชุนเหลือบมองไปที่ชายหนุ่มชุดแดงคนนั้นด้วยหางตาเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะใช้เท้าถีบเข้าที่ท้องของมัน ชายหนุ่มชุดแดงสามารถยกแขนขึ้นมาป้องกันเอาไว้ได้ แต่ก็ถูกแรงถีบจนกระเด็นถอยหลังไปไกลหลายสิบก้าว

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วนี้ ได้สร้างความตื่นตะลึงให้กับผู้ที่เห็นเหตุการณ์ซ้ำแล้วซ้ำแล้ว เด็กหนุ่มคนหนึ่งสามารถเอาชนะแฮหัวถานซึ่งเป็นผู้อาวุโสสำนักพยัคฆ์อัคคีด้วยการปะทะกันของพลังลมปราณ ทั้งยังสามารถจัดการกับอัจฉริยะอันดับหนึ่งอย่างหยุนตี้ จนทำให้เขาเสียท่าได้

บนหลังคาสูง

     ❝   ฮ่าๆๆๆ ดูเหมือนคำว่าอัจฉริยะอันดับหนึ่ง ก็เป็นเพียงคำกล่าวอ้างสินะ อัจฉริยะหยุนตี้พ่ายแพ้ให้กับเด็กหนุ่มคนหนึ่ง ทั้งๆที่เขาลอบโจมตีเด็กหนุ่มคนนั้นจากทางด้านหลังในตอนที่เด็กคนนั้นกำลังเผลอ ซึ่งมันก็น่าอายอยู่แล้วสำหรับชาวยุทธ์เช่นเรา แต่ก็ยังไม่สามารถทำอะไรเด็กหนุ่มคนนั้นได้อยู่ดี ทั้งยังถูกถีบกระเด็นกลับมา ช่างน่าขายหน้าจริงๆ    ❞ ชายวัยกลางคนสวมชุดคลุมที่ดำ ที่อกด้านซ้ายปักรูปเต่าสีทองเอาไว้ ชายคนนี้ก็คือเจ้าสำนักเต่าทมิฬ เล่ยจางฉวี

     ❝   เจ้าสำนักเล่ย ท่านจะกล่าวหนักเกินไปแล้ว หยุนตี้ยังไม่ได้แสดงฝีมือเลยด้วยซ้ำ จะบอกว่าหยุนตี้พ่ายแพ้ได้ยังไง     ❞ เจ้าสำนักพยัคฆ์อัคคีเอ่ยตอบอย่างเฉยชา มันคิดว่าเด็กหนุ่มคนนั้นเพียงโชคดีเท่านั้น ที่สามารถโจมตีหยุนตี้กลับมาได้ 

เจ้าสำนักพยัคฆ์อัคคี เจ้าสำนักเต่าทมิฬ และเจ้าสำนักวิหคเหมันต์ ทั้งสามเพิ่งจะเดินทางมาถึงในช่วงที่หยุนตี้ลอบโจมตีเซียวชุน พวกมันยังไม่รู้ว่าชายชราแฮหัวถานก็ถูกเด็กหนุ่มคนเดียวกันเล่นงานจนหมดสภาพไปก่อนหน้านี้

     เซียวชุนหันหลับมามองที่ชายหนุ่มชุดแดงด้วยสายตาเย็นชา ❝   ในเมื่อเจ้าอยากจะสู้ก็จงเข้ามา ข้ารออยู่ หากไม่แล้วก็จงไสหัวไปให้ไกล    ❞ เซียวชุนกล่าวเสียงดัง คำกล่าวนี้ดังก้องอยู่ในหัวของผู้ที่ได้รับฟังอย่างแน่นอน คำกล่าวที่แสนจะโอหังและท้าทายนี้ มันทำให้ผู้ที่กำลังเฝ้าดูเหตุการณ์ ต่างก็ลุ้นว่าชายหนุ่มชุดแดงจะทำเช่นไรต่อไป

หวังเย่าซีและคนอื่นๆฉวยโอกาสที่เหตุการณ์กำลังตรึงเครียดวุ่นวายหลบหนีจากวงล้อมของศิษย์สำนักพยัคฆ์อัคคีมาได้ พวกเขารีบเข้าไปดูอาการของฮัวอี้ด้วยความกังวล

บนยอดหอคอยสูง 

     ❝   นึกไม่ถึงว่าใต้เท้าจวนจะสนใจการต่อสู้ในครั้งนี้ด้วย     ❞  ชายชราขายสมุนไพรเอ่ยวาจาล้อเลียนผู้มาใหม่ 

     ❝   ข้าเพียงมาสังเกตุการณ์ตามคำสั่งขององค์ฮ่องเต้เท่านั้น ..ว่าแต่เป็นยอดฝีมือคนใดกันที่มีจิตสังหารที่แผ่ออกมาอย่างรุนแรงก่อนหน้านี้     ❞ ชายชราสวมชุดนักพรตเอ่ยถามบ้าง สายตาคอยจ้องมองไปยังเบื้องล่าง เพราะตัวมันเองก็เพิ่งจะมาถึงเลยไม่รู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้นก่อนหน้านี้

     ❝   ฮ่าๆๆๆ หากการต่อสู้นี้ยังดำเนินต่อไป ท่านคงได้รู้แน่     ❞ ชายชราขายสมุนไพรมีรอยยิ้มผุดขึ้นมา แต่กลับไร้คำกล่าวจากชายชราอีกคน นอกจากส่ายศีรษะไปมาเท่านั้น

กลับมายังพื้นที่เกิดเหตุ

     ❝    ตกลงเจ้าจะเอายังไง จะเข้ามาหรือไม่เข้ามา ถ้าหากเจ้าไม่ยอมเข้ามา ข้าจะเป็นคนเข้าไปเอง    ❞ เซียวชุนเคลื่อนที่ด้วยท่าร่างความเร็วเข้าประชิดตัวหยุนตี้ เขาแกล้งยื่นฝ่ามือเข้าหาใบหน้าของมัน หยุนตี้เสียความเยือกเย็นที่เคยมีก่อนหน้านี้ไปในทันที มันรีบดีดตัวออกห่างจากเซียวชุนเพื่อหลบฝ่ามือของเขา

หยุนตี้เกิดความหวาดระแวงในทักษะก่อนหน้านี้ของเซียวชุน ที่ทำให้ใบหน้าของแฮหัวเปียวเกิดรอยไหม้จนผิวหนังเหี่ยวแห้ง มันเกรงว่าเซียวชุนจะใช้ทักษะดังกล่าวกับมัน

ถึงแม้หยุนตี้จะมีความเร็วอยู่บ้าง แต่มีหรือจะเทียบกับความเร็วของเซียวชุนได้ เขาเคลื่อนที่หลบฉากไปที่ด้านหลังของมัน ก่อนจะเตะเข้าที่หลังของชายหนุ่มชุดแดงเต็มแรง จนร่างของมันลอยปลิวไปกระแทกเข้ากับแผงร้านค้าที่วางขายข้างทางจนพังพินาศ

     ❝    บัดซบ !!    ❞  ชายหนุ่มชุดแดงกัดฟันแน่น ตอนนี้มันอับอายเป็นอย่างมาก ที่ถูกเด็กหนุ่มคนหนึ่งจัดการ ก่อนที่มันจะระเบิดปราณยุทธ์ทั้งหมดออกมา

     ❝   โอ้ ระดับราชันยุทธ์ขั้นกลาง ไม่เลวๆ แต่ว่ามันยังไม่พอที่จะเอาชนะข้าได้     ❞ เซียวชุนพุ่งเข้าไปโจมตีชายชุดแดงอีกครั้ง เพียงแต่การต่อสู้กับชายชุดแดง เขาใช้ลมปราณเพียงแค่สองส่วน ที่เหลือคือพละกำลังทั้งหมด 

เซียวชุนเตะต่อยชายชุดแดงอย่างต่อเนื่อง จนมันไม่สามารถที่จะป้องกันได้ทันทั้งหมด มันถูกเตะต่อยเข้าไปหลายสิบครั้ง จนกระทั่งหมัดขวาของเซียวชุนชกเข้าที่ใบหน้าของมันเต็มแรง

ร่างของชายชุดแดงลอยปลิวไปกระแทกเข้ากับแผงร้านค้าของพ่อค้าอีกครั้ง 

โครมมมมมมม

ชายชุดแดงกระอักเลือดออกมา มันพยายามพยุงตัวลุกขึ้น เซียวชุนเดินย่างก้าวเข้าหามันอีกครั้ง

ในขณะเดียวกัน เจ้าสำนักพยัคฆ์อัคคีก็พุ่งเข้าหาเซียวชุนหมายลงมือโจมตี 

ปังงงงงงงงงง

แต่การโจมตีของมันกลับถูกชายชราขายสมุนไพรเข้ามาขวางเอาไว้ ทั้งคู่ต่างกระเด็นถอยหลัง เพียงแต่ชายชราขายสมุนไพรเสียเปรียบอยู่เล็กน้อย เพราะตัวเขาที่มีอาการบาดเจ็บอยู่ก่อนแล้วจึงทำให้ไม่สามารถใช้พลังลมปราณได้อย่างเต็มที่

ก่อนหน้านี้ไม่นาน เจ้าสำนักพยัคฆ์อัคคีเห็นว่าหยุนตี้หรือก็คือชายหนุ่มชุดแดงกำลังพลาดท่าเสียเปรียบ มันจึงได้คิดยื่นมือเข้าช่วยเหลือ ทางด้านชายชราขายสมุนไพรก็คอยสังเกตุการณ์ความเคลื่อนไหวของเจ้าสำนักพยัคฆ์อัคคีอยู่เหมือนกัน เขาคิดว่าด้วยนิสัยของมันแล้วมันจะต้องลงมือแทรกแซงในการต่อสู้ครั้งนี้แน่ ซึ่งก็เป็นจริงตามคาด

ส่วนเซียวชุน เขาได้กางอาณาเขตตรวจจับอยู่นานแล้ว เขาสามารถรับรู้ความเคลื่อนไหวโดยรอบได้อย่างแม่นยำ เดิมที่ในตอนที่เจ้าสำนักพยัคฆ์อัคคีพุ่งมาโจมตีเขา เขาสามารถรับมือมันได้อยู่แล้ว แต่เมื่อเขารับรู้ว่าชายชราขายสมุนไพรก็พุ่งมาเช่นกัน เขาจึงเลือกที่จะยืนอยู่เฉยๆจะดีกว่า 

     ❝    เห้อออ แฮหัวกวง ท่านเป็นถึงเจ้าสำนักอันดับหนึ่ง กลับกระทำเรื่องที่น่าละอายเช่นนี้ ยื่นมือเข้ามาวุ่นวายการต่อสู้ของรุ่นเยาว์ ท่านคิดว่ามันเหมาะสมแล้วอย่างนั้นรึ    ❞ ชายชราขายสมุนไพรยืนเอามือไขว้หลังจ้องมองไปยังเจ้าสำนักพยัคฆ์อัคคีด้วยสายตาเย็นชา

     ❝   ตาแก่อย่างท่านเองก็ยื่นมือเข้ามาวุ่นวายเช่นกัน แล้วไหนเลยมากล่าวหาข้าเพียงคนเดียวเช่นนี้     ❞ เจ้าสำนักพยัคฆ์อัคคีพยามยามเบี่ยงเบนความผิดของมัน

     ❝   ฮ่าๆๆๆๆ ช่างน่าขันนัก มันก็จริงที่ข้าเองก็ยื่นมือเข้าสอดแทรก แต่นั่นเป็นเพราะท่านคิดลงมือลอบทำร้ายเด็กน้อยคนนี้ และข้าก็ได้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ ดังนั้นท่านลองชาวคนที่เห็นเหตุการณ์ดู ว่าเป็นท่านหรือข้าที่กระทำเรื่องที่น่าละอายกว่ากัน     ❞ ชายชราขายสมุนไพรส่งรอยยิ้มเย้ยหยันไปที่เจ้าสำนักพยัคฆ์อัคคีอย่างเป็นต่อ เพราะคนที่มองดูย่อมรู้ดีว่าใครผิดใครถูก แฮหัวกวงขบฟันแน่น ตัวมันทั้งอับอายและโกรธเกรี้ยว 

     ❝   จงหยุดมือเพียงเท่านี้เถอะ อีกไม่กี่วันก็จะถึงงานประลองยุทธ์สำนักแล้ว อย่าให้เรื่องราวมันบานปลายจนต้องเลื่อนวันประลองออกไปเลย ฝ่าบาทคงไม่สบายใจแน่ถ้าเกิดเหตุการณ์เช่นนี้     ❞ ร่างของผู้มาใหม่เจ้าของเสียง ค่อยๆลอยลงมายังพื้นเบื้องล่าง

     ❝   แฮหัวกวงคารวะใต้เท้าจวน     ❞ เจ้าสำนักพยัคฆ์อัคคีประสานมือคารวะทันที เมื่อรู้ว่าผู้ที่มาเป็นใคร

เจ้าสำนักเต่าทมิฬ เจ้าสำนักวิหคเหมันต์ และผู้อาวุโสซือถูหนานจิ้ง ก็ต่างรีบเข้ามาทักชายผู้มาใหม่คนนี้ มีเพียงผู้อาวุโสหลิวและเจ้าสำนักจางที่ไม่ได้ออกต้อนรับ เพราะทั้งสองยังไม่ต้องการเปิดเผยฐานะ จากนั้นพวกเขาก็เดินทางกลับไปที่โรงเตี๊ยม ส่วนเรื่องทางนี้ปล่อยให้ผู้อาวุโสซือถูเป็นคนจัดการ เพราะดูเหมือนจะไม่มีสิ่งใดร้ายแรงเกิดขึ้นแล้ว

     ❝   ซือถูหนานจิ้งคารวะใต้เท้าจวน     ❞ 

     ❝    เล่ยจางฉวีคารวะใต้เท้าจวน    ❞ 

     ❝    เสียนซุยจี้คารวะใต้เท่าจวน    ❞ ทั้งสามคนประสานมือคารวะชายชราที่อยู่ตรงหน้าอย่างพร้อมเพรียง แน่นอนว่าไม่มีใครไม่รู้จักชายชราคนนี้ เจ้าของสมญานามอันเลื่องชื่อ ปรมาจารย์ค่ายกลจวนเปียงหวา ผู้ที่โลดแล่นในยุทธภพมาหลายสิบปี ก่อนจะถูกองค์ฮ่องเต้เชิญชวนให้ไปเป็นที่ปรึกษาส่วนพระองค์

     ❝   ว่ายังไงหนุ่มน้อย เจ้าพอจะยุติเรื่องบาดหมางในครั้งนี้ลงได้หรือไม่     ❞ ชายชราหันไปมองยังเซียวชุนด้วยท่าทางสนใจ ก่อนหน้านี้ตัวมันได้ฟังรายละเอียดจากตาเฒ่าขายสมุนไพรมาบ้าง และพอจะคาดเดาสถานการณ์ได้ 

สิ่งที่ทำให้มันสนใจเด็กหนุ่มคนนี้ก็เพราะ ความช่วยเหลือจากตาเฒ่าขายสมุนไพรนั่นเอง เพราะด้วยนิสัยของตาเฒ่าคนนี้มีหรือที่จะยอมออกหน้าช่วยเหลือใคร นี่เป็นครั้งแรกที่ตัวมันเห็นตาเฒ่าออกหน้าช่วยเหลือคนอื่นเช่นนี้ นั่นแสดงว่าตาเฒ่าจะต้องเห็นบางอย่างในตัวของเด็กหนุ่มเป็นแน่

     ❝  ต้องขออภัยท่านใต้เท้าด้วย ที่ผู้เยาว์ต้องกล่าวเช่นนี้      ❞ คำพูดของเซียวชุนทำให้ชายชราค่อนข้างแปลกใจเล็กน้อย

     ❝   หากเจ้าสำนักพยัคฆ์อัคคียอมจ่ายค่าเสียหายที่เกิดขึ้น ผู้เยาว์ก็จะยอมจบเรื่องนี้แต่โดยดี เพราะก่อนหน้านี้สหายของผู้เยาว์ถูกทำร้านจนสาหัสซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้เยาว์ยอมไม่ได้     ❞ เซียวชุนก้มศีรษะให้ชายชราจวนเล็กน้อยหลังจากที่พูดจบ แฮหัวกวงขบฟันแน่น

     ❝   แล้วท่านละผู้อาวุโสซือถูคิดเห็นเช่นไร เด็กน้อยคนนี้เป็นศิษย์ในสำนักของท่านมิใช่รึ     ❞ ชายชราจวนหันไปเอ่ยถามซือถูหนานจิ้งบ้าง

     ❝   เรียนใต้เท้า เรื่องนี้ข้าเห็นด้วยกับเด็กหนุ่มคนนี้ ในเมื่อศิษย์สำนักของเราโดนทำร้ายก่อน คนที่ผิดก็ย่อมต้องเป็นคนของสำนักพยัคฆ์อัคคีที่ก่อเรื่อง หากไม่เช่นนั้นเรื่องราวคงไม่บายปลายเช่นนี้     ❞ ซือถูหนานจิ้งเอ่ยตอกย้ำในความผิดของสำนักพยัคฆ์อัคคี ถึงแม้ว่าตัวมันจะไม่ทันเห็นเหตุการณ์ก่อนหน้าว่าเกิดสิ่งใดขึ้น แต่มันเชื่อว่าเซียวชุนไม่ใช่คนที่ชอบก่อความวุ่นวายแน่นอน

     ❝  เจ้าสำนักแฮหัว แล้วท่านจะจัดการเรื่องนี้เช่นไร ช่วยตอบชี้แจงให้ข้าฟังที      ❞ ชายชราแซ่จวนคล้ายจะเอ่ยถามเจ้าสำนักพยัคฆ์อัคคี แต่คำพูดประโยคนี้แฝงไปด้วยความดันเร่งเร้า จนทำให้เจ้าสำนักพยัคฆ์อัคคีขมวดคิ้วแน่นกับท่าทีของชายชรา

     ❝    ใต้เท้าจวน เรื่องนี้จริงเท็จแค่ไหนไม่มีใครรู้ สิ่งที่เด็กหนุ่มคนนี้กล่าวอ้าง เขาอาจจะเป็นคนปั้นแต่งมันขึ้นมาก็ได้    ❞ แฮหัวกวงพยายามใส่ไฟเซียวชุน เพื่อให้คนของมันพ้นผิด ถึงแม้มันจะรู้อยู่แก่ใจว่าศิษย์สำนักของมันกลุ่มนี้ชอบสร้างแต่ปัญหาก็ตามที

จวนเปียงหวาคิดเอาไว้อยู่แล้วว่าแฮหัวกวงจะต้องมีลูกไม้เพื่อหลีกหนีความผิด จวนเปียงหวาโบกมือเรียกชาวบ้านคนหนึ่งมาซักถาม

     ❝  เจ้าจงตอบข้ามาตามความจริง หากไม่แล้วเจ้าจะต้องถูกลงโทษอย่างแน่นอน      ❞ ชายชราเอ่ยถามชาวบ้านคนหนึ่ง ที่ตอนนี้มันมีท่าทางหวาดกลัว สายตาของมองไปยังแฮหัวกวงอยู่ตลอด ชายชราจวนสามารถรับรู้ได้จึงเอ่ยอีกว่า

     ❝   เพียงเจ้าตอบความจริงมา และไม่ต้องเกรงกลัวว่าใครจะลงมือสังหารเจ้าได้ ข้าจะไม่ยอมให้เกิดเรื่องเช่นนั้นแน่ หากข้ารู้ว่ามันเป็นใคร ตัวข้าจะเป็นคนจัดการมันเอง     ❞ คำกล่าวของชายชราทำให้แฮหัวกวงรู้สึกไม่ชอบใจนักกับท่าทางที่เป็นปฏิปักษ์ของชายชรา แต่ตัวมันก็ไม่อาจแสดงกิริยาใดใดออกไปได้ เพราะชายชราคนนี้มีอำนาจไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าตัวมันเลย อาจจะมากกว่าเสียด้วยซ้ำ ทั้งยังมีองค์ฮ่องเต้คอยหนุนหลังอีกด้วย







     
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 610 ครั้ง

774 ความคิดเห็น

  1. #61 Reezas (@Reezas) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 08:28

    สนุกกก ขออีกกก
    #61
    0
  2. #60 Parichat1009 (@Parichat1009) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 08:14
    ค้างมากกกก
    #60
    0
  3. #59 SkaDaChanPheng (@SkaDaChanPheng) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 08:13
    ขออีกๆๆๆ
    #59
    0