มหายุทธ์เทพราชันย์

ตอนที่ 67 : บทที่ 67 : แข่งขันล่าอสูร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,042
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 518 ครั้ง
    12 มิ.ย. 62

O_o

     ❝ ที่เซียวชุนพูดมาก็มีเหตุผล ถ้ารวมกลุ่มกันไว้น่าจะดีกว่า เพราะเราไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดวางแผนจะทำอะไร  ❞ รองเจ้าสำนักหลิวค่อนข้างเห็นด้วยในเรื่องนี้ ทั้งสถานที่จัดแข่งขัน ทั้งอสูรระดับจักรพรรดิ ล้วนเป็นสำนักเมฆาทะยานที่จัดเตรียมขึ้น

     ❝ เช่นนั้นก็เอาตามนี้ ให้ทุกคนรวมกลุ่มกันเอาไว้ หากเกิดอะไรขึ้นจะได้คอยช่วยเหลือกันได้ ส่วนเซียวชุนจะตามเข้าไปทีหลัง  ❞ เจ้าสำนักจางเอ่ยขึ้นบ้าง เหตุผลที่เซียวชุนพูดมานั้นเดิมทีนางก็ครุ่นคิดอยู่บ้าง 

ศิษย์คนอื่นๆต่างก็ไม่มีใครปฏิเสธหรือแสดงความคิดเห็นอื่นๆ เพราะตั้งแต่ที่รู้ว่ามีอสูรระดับจักรพรรดิเข้ามามีส่วนร่วมด้วย พวกเขาก็รู้สึกไม่ชอบมาพากลแล้ว ผ่านมาอีกไม่นานเวลาเตรียมตัวหนึ่งเค่อก็หมดลง ฉินจางจินเจ้าสำนักเมฆาทะยาน ก็เดินมาที่ตรงกลางลานอีกครั้ง

     ❝ ตอนนี้เวลาหนึ่งเค่อในการเตรียมตัวก็หมดลงแล้ว ในการแข่งขันล่าอสูร แต่ละสำนักจะต้องส่งศิษย์รุ่นเยาว์เข้าร่วมแข่งขันได้ไม่เกินสิบคน และจะแบ่งออกเป็นสองรอบแข่งขัน ให้ศิษย์รุ่นเยาว์ที่จะเข้าไปด้านในเป็นกลุ่มแรกของแต่ละสำนักเดินมารวมกันที่ตรงนี้  ❞ ฉินจางจินเอ่ยขึ้นเสียงดัง หลังจากนั้นศิษย์รุ่นเยาว์ทั้งสี่สำนักตัวแทนก็ก้าวเดินออกมารวมตัวกันที่ลานกว้าง

สำนักที่เข้าร่วมแข่งขันทั้งสี่คือ สำนักเมฆาทะยาน จากอาณาจักรเมฆขาว  ,สำนักกระเรียนฟ้า จากอาณาจักรปลายฟ้า  ,สำนักกิเลนม่วง จากอาณาจักรสายลม  และสำนักมังกรทอง จากอาณาจักรหมอกดารา ทั้งสี่สำนักล้วนเป็นสำนักอันดับหนึ่งจากทั้งสี่อาณาจักรในทวีปภูผาสวรรค์

ศิษย์รุ่นเยาว์กลุ่มแรกของแต่ละสำนักที่จะเข้าไป สำนักเมฆาทะยานส่งศิษย์กลุ่มแรกเข้าไป 7คน สำนักกิเลณม่วงส่งศิษย์กลุ่มแรกเข้าไป 7คน สำนักมังกรทองส่งศิษย์กลุ่มแรกเข้าไป 7คน และสุดท้ายสำนักกระเรียนฟ้าส่งศิษย์กลุ่มแรกเข้าไปถึง 9คน 

การที่สำนักกระเรียนฟ้าส่งศิษย์กลุ่มแรกเข้าไปถึง 9คนนั้น ได้สร้างความประหลาดใจให้กับผู้ชมไม่น้อย รวมไปถึงสำนักที่เข้าร่วมแข่งขัน นั่นหมายความว่า ในรอบที่สองสำนักกระเรียนฟ้าจะต้องส่งศิษย์เข้าไปเพียงคนเดียว เหตุใดพวกเขาถึงได้กล้าส่งศิษย์เข้าไปคนเดียวเช่นนั้น

     ❝ ส่วนการนับคะแนน ก็จะเป็นองครักษ์หลวงที่ทางราชสำนักส่งเข้าไป พวกเขาจะคอยจดบันทึกทุกครั้งที่พวกเจ้าสามารถฆ่าอสูรได้ ผลคะแนนจะถูกรายงานในทุกๆสองชั่วยามบนศิลาก้อนนั้น โดยใช้อักษรอาคมที่เชื่อมต่อระหว่างสองเขตแดน  ❞ ฉินจางจินชี้มือไปที่ศิลาก้อนยักษ์ที่ตั้งอยู่ตรงปากทางเข้าเขตอาคมกักอสูร ทุกคนต่างก็หันไปมองอย่างสนใจ

     ❝ ได้เวลาแล้ว ข้าจะพาพวกเจ้าไปที่เขตอาคม จงตามข้ามา  ❞ ฉินจางจินเดินนำหน้าศิษย์รุ่นเยาว์จากสำนักต่างๆไปที่ทางเข้าเขตอาคมกักอสูร

เมื่อทุกคนเดินมากันครบแล้ว มันหยักหน้าให้กับผู้ดูแลเขตอาคมกักอสูรเพื่อปลดผนึกทางเข้า เมื่อทางเข้าถูกปลดผนึกแล้ว เหล่าศิษย์รุ่นเยาว์ก็ทยอยเดินเข้าไปด้านใน พอทุกคนเข้าไปจนครบ เขตอาคมก็ถูกผนึกเอาไว้เช่นเดิม

     ❝ ส่วนศิษย์รุ่นเยาว์ที่เหลือจะเข้าไปหลังจากนี้ในอีกหกชั่วยาม จงเตรียมตัวให้พร้อม  ❞ กล่าวจบฉินจางจินก็เดินกลับไปยังที่พักของตน


     ❝ เจ้ามีความเห็นยังไงบ้างในเรื่องนี้  ❞ เจ้าสำนักจางเอ่ยถามเซียวชุนที่กำลังจ้องมองไปที่ทางเข้าเขตอาคมกักอสูร

     ❝ เท่าที่สังเกตุดูเขตอาคมกักอสูรก็ไม่ได้มีอะไรที่ผิดปกติไป บางทีพวกเราอาจจะคิดมากไปเอง หรือไม่ก็คงต้องลองเข้าไปสำรวจด้านในดูถึงจะรู้  ❞ เซียวชุนเอ่ยตอบเจ้าสำนักจาง บางทีพวกเขาอาจจะคิดมากกันไปเองก็ได้ แต่เพื่อความแน่ใจ มีทางเดียวที่จะรู้ได้คือ เข้าไปสำรวจด้วยตัวเอง

~ ภายในเขตอาคมกักอสูร

พอเข้ามาด้านในเรียบร้อยแล้ว ศิษย์รุ่นเยาว์ของแต่ละสำนักก็แยกย้านกันไปคนละทิศทาง โดยที่กลุ่มของสำนักกระเรียนฟ้าเดินทางไปยังทิศตะวันออก

     ❝ ทุกคนระวังตัวด้วย ที่นี่กลิ่นสาบอสูรแรงมาก บางทีอาจจะมีอสูรที่แข็งแกร่งอาศัยอยู่แถวๆนี้  ❞ ต้วนลี่ผิงเอ่ยเตือนทุกคน เมื่อนางสัมผัสได้ถึงบางอย่าง คนอื่นๆต่างก็นำอาวุธของตนเองออกมาถือเอาไว้ในมือเพื่อเตรียมพร้อมต่อสู้

ในระหว่างที่กำลังค่อยๆก้าวเดินไปอย่างระมัดระวังอยู่นั้น จู่ๆก็มีอสูรตนหนึ่งโผล่เข้ามาโจมตีพวกเขา

     ❝ ทุกคนระวัง  ❞ หวังเย่าซีร้องตะโกนเสียงดัง ก่อนจะเคลื่อนตัวเข้ารับการโจมตีของอสูรตนนั้น

เคร้งงงงง

เสียงกรงเล็บปะทะเข้ากับกระบี่ของหวังเย่าซี พร้อมกับร่างของนางที่กระเด็นถอยหลังหลายสิบก้าว ทุกคนต่างหันไปมองที่อสูรตนนั้น

     ❝ หมาป่าอัคคี อสูรระดับราชา  ❞ ฮัวอี้เอ่ยขึ้นด้วยท่าทางกังวล เพราะในตอนที่อยู่ในหุบเขาอสูรเทวะ มันและศิษย์คนอื่นๆได้เคยต่อสู้กับหมาป่าอัคคีมาแล้ว 

อสูรตระกูลหมาป่านั้นขึ้นชื่อในเรื่องของความเร็วในการเคลื่อนไหวและยังมีประสาทสัมผัสที่เฉียบคม การต่อสู้ของพวกเขากับหมาป่าอัคคีในครั้งนั้น เป็นไปอย่างยากลำบากไม่น้อย ถึงแม้จะเอาชนะมันได้ แต่ทุกคนก็บาดเจ็บปางตาย แต่ละคนมีอาการสาหัสกันทั้งนั้น

     ❝ บ้าเอ้ย!! อสูรตนแรกที่เจอ ทำไมถึงเป็นหมาป่าอัคคีกันนะ  ❞ เหลียงฮุยหยีกัดฟันแน่นด้วยความฉุนเฉียว เพราะในการต่อสู้ครั้งก่อน นางเกือบต้องตายด้วยน้ำมือของอสูรหมาป่าอัคคี

     ❝ ทุกคนอย่าได้หวาดกลัวมัน ในครั้งนั้นพวกเรายังไม่มีความชำนาญในการต่อสู้มากพอ แต่ตอนนี้พวกเราฝึกซ้อมและพัฒนาฝีมือขึ้นมากแล้ว ผลที่ออกมาย่อมต้องแตกต่างไป  ❞ โจฮั่นเอ่ยกล่าวกับทุกคนเพื่อกระตุ้นพวกเขา เพราะมันรู้ดีว่าทุกคนกำลังคิดสิ่งใดอยู่ 

     ❝ ใช่แล้วอย่าให้ความหวาดกลัวในอดีตมาบดบังความสามารถของพวกเรา ย๊ากกกกกก  ❞ ฮัวอี้เป็นคนแรกที่พุ่งเข้าโจมตีหมาป่าอัคคี เขาเหวี่ยงหมัดต่อยไปที่หัวของมันเต็มแรง หมาป่าอัคคีไม่คิดที่จะหลบ มันใช้หัวของมันชนเข้ากับหมัดของฮัวอี้เช่นกัน

ปังงงงงงง

หมาป่าอัคคีกระเด็นถอยหลังไปสองก้าว ส่วนฮัวอี้กระเด็นถอยหลังไปเกือบสิบก้าว ด้วยความต่างของระดับการปะทะครั้งนี้ย่อมเป็นฮัวอี้ที่เสียเปรียบ

     ❝ ฮัวอี้  ❞ เหลียงฮุยหยีเอ่ยขึ้นอย่างเป็นกังวล

     ❝ ข้าไม่เป็นไร  ❞ เขาเอ่ยตอบทันที

     ' บ้าจริง นี่ขนาดข้าใช้พละกำลังเต็มที่ก็ยังไม่สามารถทำอะไรมันได้เลยเหรอเนี่ย '

ฮัวอี้พึมพำในใจ พร้อมกับสะบัดมือของตนไปมา ผลจากการโจมตีเมื่อสักครู่ ทำให้มือของเขารู้สึกชาขึ้นมาเล็กน้อย 

หลังจากเห็นฮัวอี้เข้าโจมตีหมาป่าอัคคีอย่างกล้าหาญ คนอื่นๆก็ไม่รอช้า พวกเขาช่วยกันโจมตีหมาป่าอัคคีอย่างต่อเนื่อง ด้วยทักษะที่พวกเขามี ซึ่งมันได้ผลดีกว่าที่คาด หมาป่าอัคคีได้รับบาดเจ็บหลายแห่งจากการโจมตีของพวกเขา นั่นก็เพราะว่าการฝึกฝนเพื่อพัฒนาฝีมือของพวกเขาสูงขึ้นกว่าแต่ก่อนนั่นเอง 

ศิษย์รุ่นเยาว์ทั้งเก้าคนช่วยกันรุมล้อมโจมตีหมาป่าอัคคีอย่างต่อเนื่อง ใช้เวลาเกือบสามสิบนาทีพวกเขาก็สามารถฆ่าอสูรหมาป่าอัคคีระดับราชาลงได้ ในขณะเดียวกันก็มีชายชุดดำเก้าคนเฝ้าดูการต่อสู้ของพวกเขาอยู่ห่างๆ ก่อนที่หนึ่งในนั้นจะบันทึกบางอย่างลงไปที่สมุดบันทึกเล่มเล็ก

     ❝ ศิษย์รุ่นเยาว์จากสำนักกระเรียนฟ้าน่าสนใจไม่เบา จากการต่อสู้กับหมาป่าอัคคีเมื่อสักครู่ บ่งบอกได้เลยว่าพวกเขามีประสบการณ์จากการต่อสู้กับอสูรตระกูลหมาป่ามาแล้ว  ❞ หนึ่งในชายชุดดำเอ่ยขึ้นอย่างสนใจ ส่วนคนอื่นๆก็ต่างพยักหน้าเห็นด้วย เพียงไม่นานจากนั้นพวกเขาก็ค่อยๆเลือนหายไปในเงามืด

ชายชุดดำกลุ่มนี้ก็คือองครักษ์หลวงที่ทางราชสำนักส่งมาดูแลความปลอดภัยของศิษย์รุ่นเยาว์ที่เข้าร่วมแข่งขันในครั้งนี้ ความปลอดภัยของพวกเขาเทียบได้กับหน้าตาของฮ่องเต้โจเลยก็ว่าได้ การแข่งขันถูกจัดขึ้นในพื้นที่ปกครองของมัน หากตัวมันไม่อาจดูแลชีวิตของศิษย์รุ่นเยาว์ที่เข้าร่วมได้ มันคงไม่สามารถตอบคำถามฮ่องเต้คนอื่นๆได้เช่นกัน

ทางด้านศิษย์รุ่นเยาว์จากสำนักอื่นๆ ก็เริ่มมีการต่อสู้เกิดขึ้นแล้วเช่นกัน ส่วนมากพวกเขาพยายามหลีกเลี่ยงอสูรระดับราชาตระกูลหมาป่า หากไม่มีความจำเป็นจริงๆพวกเขาเลือกที่จะไม่เผชิญหน้ากับพวกมัน ก่อนหน้านี้ที่กลุ่มของสำนักกระเรียนฟ้าต่อสู้กับอสูรหมาป่าอัคคี แม้แต่ต้วนลี่ผิงที่อยู่ในระดับราชันยุทธ์ขั้นสูงก็ยังยากที่จะรับมือกับหมาป่าอัคคีที่มีความเร็วเป็นเลิศได้ หากเป็นอสูรระดับราชาทั่วไปนางย่อมสามารถรับมือพวกมันได้อย่างแน่นอน

~ ที่ด้านนอกเขตอาคมกักอสูร

ผ่านมาสี่ชั่วยามแล้วตั้งแต่ที่ศิษย์รุ่นเยาว์กลุ่มแรกเข้าไปด้านในเขตอาคมกักอสูร ตอนนี้ผลคะแนนที่ได้รับมาถูกเขียนเอาไว้ที่ศิลาก้อนยักษ์ด้วยอักษรอาคม

     ผลคะแนนจากการล่าอสูร

อันดับ 1 : สำนักเมฆาทะยาน ฆ่าอสูรระดับราชา 4ตัว ,อสูรระดับผู้นำ 9ตัว ,อสูรระดับแม่ทัพ 5ตัว มีคะแนนทั้งหมด 300คะแนน

อันดับ 2 : สำนักกระเรียนฟ้า ฆ่าอสูรระดับราชา 2ตัว ,อสูรระดับผู้นำ 12ตัว ,อสูรระดับแม่ทัพ 10ตัว มีคะแนนทั้งหมด 240คะแนน

อันดับ 3 : สำนักกิเลนม่วง ฆ่าอสูรระดับราชา 2ตัว ,อสูรระดับผู้นำ 10ตัว ,อสูรระดับแม่ทัพ 6ตัว มีคะแนนทั้งหมด 212คะแนน

อันดับ 4 : สำนักมังกรทอง ฆ่าอสูรระดับราชา 1ตัว ,อสูรระดับผู้นำ 14ตัว ,อสูรระดับแม่ทัพ 7ตัว มีคะแนนทั้งหมด 204คะแนน

ผลคะแนนในการล่าอสูรที่ถูกเขียนบนศิลา สร้างตื่นเต้นให้กับผู้ชมไม่น้อย เพราะผลคะแนนไม่ได้ห่างกันมากนัก โดยเฉพาะอันดับสามและสี่ ที่มีคะแนนไล่ๆกัน 

     ❝ คะแนนสำนักเราตามหลังสำนักเมฆาทะยานอยู่ 60คะแนน ดูแล้วก็ไม่ได้มากมายอะไรนัก   ❞ ซือถูหนานจิ้งผู้อาวุโสสำนักเอ่ยออกมาหลังจากที่เห็นผลคะแนนที่จะเปลี่ยนแปลงในทุกๆ 2ชั่วยาม

     ❝ ดูเหมือนต้วนลี่ผิงจะยังไม่ได้แสดงฝีมือเท่าไหร่นัก หากเปรียบเทียบกับการต่อสู้เมื่อครั้งก่อน อีกทั้งตอนนี้นางสามารถเลื่อนสู่ระดับราชันยุทธ์ขั้นสูงได้แล้ว ฝีมือของนางเองก็คงจะพัฒนาขึ้นมากเช่นกัน  ❞ เจ้าสำนักจางเอ่ยขึ้นบ้าง เพราะในศิษย์กลุ่มแรกที่ส่งเข้าไปนั้น ก็มีต้วนลี่ผิงที่มีระดับปราณยุทธ์และระดับฝีมือที่สูงกว่าคนอื่นๆ

สองชั่วยามต่อมา

ฉินจางจินเรียกตัวศิษย์รุ่นเยาว์ในกลุ่มที่สองที่จะเดินทางเข้าสู่เขตอาคมกักอสูรให้มารวมตัวกันที่หน้าทางเข้า

ทุกคนต่างจับจ้องมาที่สำนักกระเรียนฟ้า เพราะอยากรู้ว่าศิษย์คนใดที่จะเข้าไปด้านในเขตอาคมกักอสูรเพียงลำพัง ทันทีที่เซียวชุนก้าวเดินออกมา พวกเขาก็ต้องตื่นตะลึงกับสิ่งที่ได้เห็น

     ❝ ผู้ใช้อสูร(อีกความหมายก็คือผู้ที่ทำพันธะสัญญาโลหิตกับอสูร)  ❞ ห่างออกไปไม่ไกลฮ่องเต้โจจินหยางเอ่ยขึ้นด้วยความตื่นตะลึง การทำพันธะสัญญากันอสูรนั้นยากเย็นยิ่งนัก ซึ่งตัวมันเองก็รู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี แต่เด็กหนุ่มคนนั้นกลับสามารถที่จะทำพันธะสัญญากับอสูรได้

ไม่ใช่แค่ฮ่องเต้โจจินหยางเท่านั้นที่ตื่นตะลึง แม้แต่ผู้ชมจำนวนมากที่รับรู้ เจ้าสำนักทั้งสามและศิษย์รุ่นเยาว์คนอื่นๆเองก็ด้วย การมีอสูรในครอบครองก็เป็นดั่งความฝันของพวกมันเช่นกัน

     ❝ หนุ่มน้อย อสูรของเจ้านั้น..  ❞ ฉินจางจินกำลังจะกล่าวบางอย่างออกมา

     ❝ มันคงไม่ผิดกฏใช่ไหม ที่ผู้เยาว์จะนำอสูรตนนี้เข้าเขตอาคมกักอสูรด้วย  ❞ เซียวชุนพูดดักคอฉินจางจินเอาไว้ เขายังไม่รู้ถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงของมัน เขาย่อมไม่ประมาทที่จะพาไต้เสี่ยร่วมเดินทางไปด้วย ฉินจางจินขมวดคิ้วแน่น ก่อนที่มันจะเปลี่ยนสีหน้ากลับมาเป็นปกติ

     ❝ แน่นอนว่ามันไม่ผิดกฏใดๆ  ❞ ฉินจางจินกล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้มของมัน แต่ภายในกลับซุกซ่อนบางอย่างเอาไว้ เซียวชุนสามารถสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ แต่ในตอนนี้เขายังไม่รู้ว่าสิ่งผิดปกตินั้นคืออะไร

     ❝ เช่นนั้นผู้เยาว์ขอตัวก่อน  ❞ เซียวชุนประสานมือขึ้นกล่าว ก่อนจะเดินเข้าเขตอาคมกักอสูรไปทันที เพราะผู้ดูแลได้คลายผนึกทางเข้าออกแล้ว ฉินจางจินมองตามหลังเซียวชุนไปด้วยสีหน้าทะมึน ไม่มีใครล่วงรู้ว่ามันกำลังคิดสิ่งใดอยู่

หลังจากที่เห็นเซียวชุนเข้าไปแล้ว ศิษย์รุ่นเยาว์คนอื่นๆที่เหลือก็รีบเดินตามเข้าไปเช่นกัน เมื่อเข้ามาด้านในแล้วเซียวชุนก็ให้ไต้เสี่ยเดินทางไปรวมกลุ่มกับศิษย์พี่ของเขาที่ล่วงหน้าเข้ามาก่อน ส่วนตัวเขาจะเดินทางเพียงลำพัง พอไต้เสี่ยทะยานจากไป เซียวชุนก็กระโดดขึ้นไปบนยอดไม้สูง ก่อนจะใช้ทักษะจิตเทพมังกรบรรพกาลตรวจจับความเคลื่อนไหวในระยะ 20ลี้รอบๆบริเวณ ซี่งเขตอาคมกักอสูรก็มีพื้นที่เพียง 20ลี้เช่นกัน ไม่นานเซียวชุนก็ค่อยๆลืมตาขึ้น

     ❝ ไม่ได้มีอสูรระดับจักรพรรดิเพียงแค่ตนเดียว แต่มันมีถึงห้าตน ทั้งตำแหน่งที่อยู่ของพวกมันก็ดูแปลกๆ ❞ เซียวชุนเอามือจับที่คางและกำลังครุ่นคิดบางอย่าง ในระหว่างนั้นเขาก็ได้ยินเสียงคนพูดคุยกันโดยมีตัวเขาเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย

     ❝ เจ้าเด็กนั่นมันหายหัวไปไหนแล้ว  ❞ ชายหนุ่มชุดเขียวเอ่ยขึ้นด้วยท่าทางร้อนรน ชายหนุ่มคนนี้ก็คือลั่วอี้ คุณชายรองแห่งตระกูลลั่วนั่นเอง

     ❝ เจ้าเป็นบ้าอะไรอีก จะไปวุ่นวายกับเขาทำไมกัน ที่พวกเราเข้ามาที่นี่ก็เพื่อทำภารกิจที่ท่านเจ้าสำนักมอบหมาย อย่าได้คิดฟุ้งซ่านในเรื่องอื่น  ❞ หญิงสาวอีกคนตวาดลั่นด้วยความรำคาญกับท่าทางของชายหนุ่ม หญิงสาวคนนี้ก็คือฉินเหยาถิง คุณหนูใหญ่แห่งตระกูลฉิน

     ' ภารกิจอย่างนั้นรึ ดูท่าสามคนนี้คงจะไม่ได้แค่มาล่าอสูรสินะ หากข้าตามพวกมันไป บางทีข้าอาจจะรู้ได้ว่าพวกมันกำลังคิดทำสิ่งใดกันอยู่ ' เซียวชุนที่กำลังแอบฟังอยู่นั้นก็พึมพำในใจหลังจากที่ได้ยินบทสนทนาของคนทั้งสาม

     ❝ พวกเจ้าจะทะเลาะกันไปเพื่ออะไร โดยเฉพาะเจ้า  ❞ ชายหนุ่มอีกคนชี้มือไปที่ลั่วอี้ ❝ อย่าได้พยายามก่อปัญหาใดใดจะดีกว่า หากภารกิจที่ท่านเจ้าสำนักมอบหมายล้มเหลวละก็ เจ้าคงรู้นะว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้นกับเจ้า  ❞ ชายหนุ่มอีกคนกล่าวข่มขู่ลั่วอี้ 

     ❝ ฮึ เจ้าไม่ต้องมาทำเป็นสั่งสอนข้าหรอกเจียงหวาง ดูแลตัวเจ้าเองให้ดีเถอะ อย่าได้มาขอร้องให้ข้าช่วยเหลือแบบครั้งก่อนก็แล้วกัน ฮ่าๆๆๆๆๆ  ❞ ลั่วอี้หัวเราะอย่างชอบใจ ส่วนชายหนุ่มที่ชื่อเจียงหวางกำหมัดแน่นด้วยความขุ่นเคือง ส่วนฉินเหยาถิงเร่งฝีเท้าเดินขึ้นไปด้านหน้าเพราะรู้สึกรำคาญชายหนุ่มร่วมเดินทางทั้งสองคน



##  โอ้นี่มันบั้กแตงโม โอ้นี่มันบั้กส่มโอ ##








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 518 ครั้ง

771 ความคิดเห็น

  1. #291 psek33 (@psek33) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 17:43
    แตงโมใครอ่อไรท์><
    #291
    0
  2. #290 kandam007 (@kandam007) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 17:20
    มาต่อเร็วๆเด้อออ&#128591;&#128525;
    #290
    0
  3. #289 Sassy ptn (@27032542) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 16:10
    ขอบคุณครับ กำลังสนุกเลย
    #289
    0
  4. #287 joelamtan (@joelamtan) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 12:34
    ขอบคุณครับ
    #287
    0
  5. #286 AumStranger (@AumStranger) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 12:13
    ขอบคุณครับ ถ้าทุกคนรู้ว่าไต้เสี่ยมีระดับเทพอสูร คงอกแตกตายกันแน่ 555
    #286
    0
  6. #285 198851988 (@198851988) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 12:05
    ตอนนี้ไม่มีอะไรให้สนใจอ่านข้ามๆไปให้มันจบๆ
    #285
    0