มหายุทธ์เทพราชันย์

ตอนที่ 72 : บทที่ 72 : พูดคุยในวันว่าง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,974
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 495 ครั้ง
    14 มิ.ย. 62

O_o

...เมื่อการแข่งขันในรอบแรกจบลง ศิษย์ตัวแทนสำนักจากอาณาจักรต่างๆมีเวลาพักผ่อนหนึ่งวันก่อนจะเริ่มการแข่งขันในรอบที่สอง ส่วนคดีความของฉินจางจินยังไม่มีความคืบหน้า เพราะฮ่องเต้โจจินหยางยังขาดหลักฐานสำคัญบางอย่างหรือพยานบุคคล จึงยังไม่อาจดำเนินการในเรื่องนี้ได้

อำมาตย์จวนและองค์หญิงมู่เชียนเชียน ถูกฮ่องเต้โจเชื้อเชิญไปนั่งรับประทานอาหารร่วมกันที่ห้องรับรองพิเศษที่ทางสำนักเมฆาทะยานจัดเตรียมไว้สำหรับแขกคนสำคัญ ทางด้านศิษย์ตัวแทนจากอาณาจักรอื่นๆก็ถูกเชิญไปพักที่ตึกรับรองทางด้านหลังสำนักเขตนอก ติดกับหน้าผาสูงชัน

โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็นสัดส่วนดังนี้ ชั้นที่หนึ่งเป็นของสำนักมังกรทอง ชั้นที่สองเป็นของสำนักกิเลนม่วง และชั้นที่สามเป็นของสำนักกระเรียนฟ้า แค่ละชั้นมีห้องพักราวๆ 20ห้อง ซึ่งเพียงพอต่อจำนวนคนของแต่ละอาณาจักรที่ส่งมา

~ ชั้นสามของตึกรับรองภายในห้องโถงใหญ่(แต่ละชั้นจะมีห้องโถงสำหรับนั่งพูดคุยกัน)

     ❝ เจ้าคิดเห็นยังไงบ้างเกี่ยวกับเรื่องนี้  ❞ เจ้าสำนักจากเอ่ยถามเซียวชุนหลังจากที่ดื่มชาเสร็จ

     ❝ ผู้เยาว์ได้จัดการกับคนที่อยู่เบื้องหลังและทำให้แผนการของพวกมันล้มเหลวไปแล้ว หากพวกมันคิดจะเปิดประตูสู่ดินแดนอสูรอีกครั้ง ก็คงต้องรออีกสองพันปีถึงจะสามารถทำได้  ❞ เซียวชุนกล่าวตอบ ก่อนหน้านี้เขาได้เล่าถึงแผนที่ชายชุดม่วงและฉินเจาจินคิดจะทำ ให้เจ้าสำนักจาง ผู้อาวุโสซือถูและอาจารย์ปู่ของเขาหลิวเซี๊ยะฟง

     ❝ จากที่เจ้าเล่ามา ข้าเชื่อว่าตอนนี้ฮ่องเต้โจก็คงจะทราบเรื่องแล้วเช่นกัน แต่ก็คงจะยังดำเนินการเอาผิดอะไรมันไม่ได้  ❞ จางปิงยี่เอ่ยขึ้นอีกครั้ง

     ❝ หากต้องการเอาผิดมันในเรื่องที่มันโกหกว่ามีอสูรระดับจักรพรรดิเพียงตนเดียวก็สามารถทำได้ แต่เรื่องแผนการเปิดประตูสู่ดินแดนอสูรนั้นคงทำไม่ได้ พราะนอกจากพวกเราและตัวมันเองแล้ว ก็ไม่มีใครทราบถึงเรื่องนี้อีก  ❞ ส่วนตัวเขาเองก็ไม่อยากให้เกิดความวุ่นวายขึ้นเช่นกัน ความลับเกี่ยวกับประตูสู่ดินแดนอสูรนั้น มันควรจะเป็นความลับต่อไป ยิ่งคนล่วงรู้น้อยก็ยิ่งดี เพราะตอนนี้มนุษย์ไม่สามารถที่จะเอาชนะอสูรที่อยู่อีกฝากของห้วงมิติได้แน่นอน

     ❝ แล้วเรื่องของรางวัลที่เจ้าบอกจะคุยกับข้าละ  ❞ นางเอ่ยถามถึงเรื่องที่เซียวชุนต้องการจะพูดคุยกับนางก่อนหน้านี้

     ❝ เรื่องนั้น  ❞ เซียวชุนนำโอสถหยกหอม(ระดับ6) ,โอสถเพิ่มพูนลมปราณ(ระดับ 6) ,โอสถลมปราณนิทรา(ระดับ 6) ออกมาวางไว้บนโต๊ะเป็นจำนวนมาก

     ❝ นี่คือโอสถหยกหอม ,โอสถเพิ่มพูนลมปราณและโอสถลมปราณนิทรา ทั้งหมดมีอย่างละ 18ขวด มีเพียงโอสถลมปราณนิทราเท่านั้นที่มีเพียง 9ขวด(100เม็ด/1ขวด) แน่นอนว่าโอสถทั้งสามชนิดนี้เป็นโอสถระดับหกที่มีคุณภาพชั้นยอด ผู้เยาว์อยากจะขอแลกโอสถเหล่านี้กับสมุนไพรทั้งหมดที่ได้จากรางวัลผู้ชนะเลิศอันดับหนึ่งในการแข่งขันครั้งนี้  ❞ เซียวชุนชี้มือกล่าวอย่างจริงจัง ส่วนจางปิงยี่ก็ได้แต่นิ่งอึ้งไป ไม่ว่านางจะพบเห็นหรือสัมผัสอีกสักกี่ครั้ง นางก็อดที่จะรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้ ผู้อาวุโสซือถูและรองเจ้าสำนักหลิวเองก็ตื่นเต้นเหมือนกัน พวกมันกล้าพูดได้เต็มปากเลยว่า ในทวีปภูผาสวรรค์แห่งนี้ นอกจากเซียวชุนแล้วก็คงไม่มีใครสามารถปรุงโอสถระดับนี้ขึ้นมาได้

     ❝ เจ้าต้องการเช่นนั้นจริงๆอย่างนั้นหรือ สมุนไพรเหล่านั้นถึงแม้จะล้ำค่ามาก แต่หากเทียบกับโอสถเหล่านี้แล้วมันช่างต่างกันนัก  ❞ นางรู้สึกเสียดายแทนเซียวชุนเล็กน้อย สำหรับนางแล้วขวดโอสถที่วางอยู่ตรงหน้าของนางนั้นล้ำค่ายิ่งกว่าสมุนไพรเหล่านั้นเสียอีก

     ❝ ตอนนี้โอสถเหล่านี้อาจจะดูล้ำค่ามากกว่า แต่ในภายภาคหน้าสมุนไพรเหล่านั้นย่อมมีค่าไร้เปรียบ ..ท่านเจ้าสำนักไม่ต้องเป็นกังวล ก่อนที่จะออกเดินทางผู้เยาว์จะปรุงโอสถเหล่านี้ให้ท่านเก็บเอาไว้จำนวนหนึ่งอย่างแน่นอน  ❞ เซียวชุนกล่าวยิ้มๆ จางปิงยี่พยักหน้าเบาๆ ไม่นานนางก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้

     ❝ เจ้าว่าไงนะ เมื่อสักครู่นี้เจ้าบอกว่าจะออกเดินทางอย่างนั้นรึ  ❞ จางปิงยี่ลุกขึ้นยืนพร้อมกับเอ่ยถามอย่างตกใจ

     ❝  ถึงเวลาที่เจ้าต้องไปแล้วสินะ ชุนเอ๋อ  ❞ หลิวเซี๊ยะฟงถึงแม้มันจะรู้สึกใจหายบ้าง แต่สุดท้ายแล้วลูกนกก็ย่อมต้องโบยบินออกจากรัง มันจึงไม่ควรจะรั้งเขาเอาไว้

     ❝ ใช้แล้วขอรับท่านอาจารย์ปู่ พอจบการแข่งขันในครั้งนี้แล้ว พวกเราก็คงจะไม่ได้พบกันอีก อาจจะซักหลายปี แต่ชุนน้อยสัญญาว่าจะกลับมาเยี่ยมเยียนท่านและคนอื่นๆอย่างแน่นอน  ❞ เซียวชุนกล่าวตอบกับไปด้วยรอยยิ้มที่สดใส ทุกคนในสำนักกระเรียนฟ้าก็เปรียบเสมือนครอบครัวของเขา ถึงแม้เขาจะเดินทางจากไปไกลแสนไกล แต่เขาไม่มีวันลืมผู้คนเหล่านี้อย่างแน่นอน

     ❝ ในตอนที่เจ้าจะออกเดินทาง เจ้าคิดจะไปร่ำลาพวกเขาด้วยหรือเปล่า  ❞ ความหมายของซือถูหนานจิ้งก็คือเหล่าสหายของเซียวชุน ถึงแม้ตัวมันจะไม่ค่อยสนิทสนมกับเซียวชุนมากนัก แต่ก็เป็นเพราะเซียวชุนที่คอยช่วยเหลือ มันจึงสามารถมีวันนี้ได้ เซียวชุนส่ายหน้าไปมา

     ❝ ไม่ดีกว่าขอรับ เพียงบอกกล่าวให้พวกท่านได้รับรู้ก็พอ หลังจากที่ผู้เยาว์จากไปแล้ว ขอฝากพวกท่านร่ำลาพวกเขาด้วยแล้วกัน  ❞ ตัวเขาคิดเสมอว่าการร่ำลาครั้งสุดท้ายเป็นดั่งลางบอกเหตุ หากจะจากไปเพียงบอกกล่าวร่ำลาเอาไว้แต่เนิ่นๆ ถึงเวลาก็จากไปทันทีไม่ต้องมาอาลัยอาวรให้พร่ำเพ้อ การร่ำลาแบบนั้นตัวเขาไม่ค่อยชอบใจนัก จางปิงยี่ได้แต่ถอนหายใจเบาๆก่อนจะกล่าวออกมา

     ❝ ในเมื่อเจ้าได้ตัดสินใจแล้ว พวกเราก็คงไม่สามารถทำสิ่งใดได้ ข้าขออวยพรให้เจ้าจงโชคดี  ❞ เดิมทีนางอยากจะให้เซียวชุนอยู่ต่ออีกซักหน่อย แต่ดูเหมือนว่าเขาได้ตัดสินใจไปแล้ว ก็คงไม่มีใครห้ามเขาได้

     ❝ ขอบคุณท่านเจ้าสำนักสำหรับคำอวยพร เช่นนั้นผู้เยาว์ไม่รบกวนแล้ว  ❞ เซียวชุนประสานมือขึ้นกล่าว ก่อนจะเดินออกจากห้องโถงไป

~ ที่พักของฉินจางจิน

ตอนนี้มันกำลังเดินกลับไปกลับมาซ้ำๆเช่นเดิมด้วยท่าทางกระวนกระวาย ไม่นานหลังจากนั้นฉินเหยาถิงก็มาถึง นางเคาะประตูห้องก่อนจะเปิดประตูเข้ามาข้างในและปิดเอาไว้เช่นเดิม

     ❝ ถิงเอ๋อ เจ้าจงบอกข้ามาตามตรง ภารกิจที่ข้าให้เจ้าไปทำนั้น เจ้าได้ทำสำเร็จหรือไม่  ❞ ฉินจางจินเอ่ยถามฉินเหยาถิงอย่างร้อนรนทันทีทีนางมาถึง

     ❝ แน่นอน หลานทำสำเร็จเรียบร้อยดีทุกขั้นตอนที่ท่านปู่สั่ง หลานไม่ได้ทำพลาดแม้แต่นิดเดียว  ❞ ฉินเหยาถิงกล่าวตอบตามจริง และนางสังเกตเห็นท่าทางลุกลี้ลุกลนของปู่ของนาง ก็มีความสงสัยเกิดขึ้นเพียงแต่ไม่กล้าที่จะเอ่ยถาม

     ' ในเมื่อนางก็ทำสำเร็จแล้ว แล้วทำไมผู้ชายคนนั้นถึงไม่ได้เดินทางกลับมาด้วย บัดซบ!! ข้าเหลือเวลาอีกแค่สิบวันเท่านั้น ' ฉินจางจินครุ่นคิดในใจอย่างกังวล ความจริงแล้วตัวมันนั้นได้ดื่มโลหิตพิษเพื่อสาบานกับชายชุดม่วงคนนั้น และมันจะต้องได้ดื่มยาถอนพิษทุกๆหนึ่งเดือน มิเช่นนั้นมันจะเจ็บปวดทุกข์ทรมานจนตาย ตามปกติหากชายคนนั้นจะเดินทางไกล มันมักจะให้ยาถอนพิษเอาไว้ล่วงหน้าเสมอ แต่ครั้งนี้มันกลับไม่ได้ทิ้งยาถอนพิษเอาไว้ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ฉินจางจินดูกระวนกระวายใจ

รุ่งเช้าของวันใหม่

ที่ลานกว้างริมหน้าผา เซียวชุนและฮัวอี้ลุกขึ้นมาออกกำลังกายตั้งแต่เช้าดังเช่นทุกวัน โดยมีไต้เสี่ยร่วมวงด้วย ตอนนี้มันกำลังใช้เล็บที่แหลมคมขูดที่ต้นไม้ไปมา ศิษย์ตัวแทนจากสำนักอื่นๆที่เห็นเหตุการณ์พวกมันก็พากันหัวเราะเยาะกับการกระทำของทั้งสองคน แต่พวกมันก็ทำได้แค่แอบหัวเราะเท่านั้น เพราะพวกมันไม่กล้าส่งเสียงดัง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งลั่วอี้ ที่มันพึ่งโดนไต้เสี่ยเล่นงานมาจนใบหน้าของมันเป็นแผลเหวอะหวะ ทั้งยังถูกพิษบางอย่างเข้าไปอีกด้วย ทำให้ใบหน้าของมันไม่สามารถรักษาด้วยโอสถหยกหอมระดับสี่ได้ มันจึงต้องให้บิดาของมันไปช่วยขอร้องให้แพทย์เทวะเกี๊ยะหลานช่วยรักษามัน

แน่นอนว่านางยอมช่วยเหลือ แต่นางขอค่ารักษาเป็นเงินจำนวน 100ล้านเหรียญทอง หากไม่ได้ตามนี้นางก็ไม่ยอมรักษาให้ ซึ่งทำให้ลั่วเทียนเหอบิดาของลั่วอี้ถึงกับต้องกัดฟันแน่น เพื่อที่จะยอมจ่ายเงินจำนวนมหาศาลนี้ให้กับนาง

ในขณะเดียวกัน สามขั้วอำนาจก็ได้นำข่าวเกี่ยวกับตระกูลใหญ่ทั้งสี่ที่นางเอ่ยขอไปก่อนหน้านี้มาแจ้งให้ได้ทราบ พวกมันสืบทราบมาว่าตระกูลถังนั้นไปตั้งรกรากอยู่ที่อาณาจักรทะเลหวนในทวีปจันทร์คราม ส่วนอีกสามตระกูลที่เหลือ ไม่สามารถรู้ได้ว่าพวกนั้นเดินทางไปที่ใดต่อหลังจากที่ได้พักพิงอยู่ที่อาณาจักรทะเลหวนราวๆสามเดือน พวกมันมีระยะเวลาสืบข่าวน้อยเกินไป แน่นอนว่าพวกมันนั้นมีแหล่งข่าวอยู่ตามทวีปต่างๆ แต่กว่าที่ข่าวจะส่งมาถึงก็ใช้เวลานานหลายเดือน

เกี๊ยะหลานได้มอบโอสถเพิ่มพูนลมปราณระดับให้กับขั้วอำนาจทั้งสามไป กลุ่มละห้าร้อยขวด(100/ขวด)เพื่อแลกกับข่าวที่ได้รับมาหนึ่งข่าว โอสถที่เสียไปก็ถือว่าคุ้มค่าไม่น้อย

ในเวลานี้ศิษย์รุ่นเยาว์จำนวนมากต่างกำลังฝึกซ้อมเพื่อเตรียมตัวแข่งขันในวันพรุ่งนี้ ซึ่งเป็นการทดสอบจิตใจ แต่ละคนต่างก็เริ่มนั่งสมาธิกันยกใหญ่ เพราะพวกมันไม่รู้ว่าในวันพรุ่งนี้จะต้องแข่งขันด้วยวิธีใด

     ❝ เซียวชุนเจ้าคิดว่าพรุ่งนี้พวกเราจะต้องทำการทดสอบจิตใจแบบไหนกัน  ❞ ฮัวอี้เอ่ยถามอย่างกังวล 

     ❝ อืม..ก็คงจะเป็นค่ายกลมายาอะไรซักอย่างนั่นแหละ อย่างเช่นการทดสอบความกล้า ความกลัว กิเลสตันหา ความโลภ ความรักอะไรประมาณนี้  ❞ หากเป็นการทดสอบที่เกี่ยวกับจิตสมาธิ ตัวเขาไม่เคยหวั่นวิตกอยู่แล้ว

     ❝ ไม่รู้พรุ่งนี้ข้าจะสามารถผ่านการทดสอบได้รึเปล่า  ❞ ฮัวอี้ถอนหายใจออกมาเสียงดังอย่างท้อแท้

     ❝ ปล่อยวาง เพียงสองคำนี้ถ้าท่านทำได้ ก็ไม่มีภาพมายาอันใดสามารถทำอันตรายต่อท่านได้  ❞ เพียงสองสิ่งนี้เท่านั้นที่สำคัญสำหรับการทดสอบจิตใจ เซียวชุนเหลียวมองไปที่ฮัวอี้ที่ทำหน้างุนงงกับคำกล่าวของเขาเมื่อสักครู่ เซียวชุนเลยอธิบายต่อไปว่า

     ❝ ปล่อย ก็คือการทำให้จิตใจล่องลอยไปอย่างไร้ทิศทางราวกับนุ่นสีขาวที่ถูกสายลมห่อหุ้มพัดปลิวไสวล่องลอยอยู่บนนภาเนิ่นนาน ส่วนวาง ก็คือการวางความคิด วางทุกสิ่งทุกอย่างลงเพื่อทำจิตใจให้สงบไม่คิดฟุ้งซ่านในเรื่องใด เพียงเท่านี้ภาพมายาก็ไม่สามารถทำอะไรท่านได้แล้ว ❞ ฮัวอี้พยักหน้าเบาๆ ถึงแม้มันจะยังงงๆอยู่บ้างแต่ก็พอจะจดจำคำพูดของเซียวชุนได้

หลังจากนั้นฮัวอี้ก็พยายามทำตามสิ่งที่เซียวชุนอธิบาย เมื่อใดที่มันสามารถปล่อยได้ แต่มันกลับไม่สามารถที่จะวางได้ และถ้ามันวางได้แต่มันกลับไม่สามารถปล่อยได้ ไม่ว่าจะลองพยายามสักกี่ครั้ง มันก็ไม่สามารถทำทั้งสองอย่างพร้อมกันได้เลย 

ไม่เหมือนกับเซียวชุนในตอนนี้ที่เขาอยู่ในห้วงสมาธิสมบูรณ์แบบ ฮัวอี้พยายามปลุกอยู่หลายครั้งแต่เซียวชุนก็ไม่ลืมตาตื่นขึ้นมา และทุกครั้งที่เซียวชุนนั่งสมาธิ จะต้องมีไต้เสี่ยมานอนอยู่ข้างๆเสมอ แน่นอนว่าความปลอดภัยของลูกชายมันย่อมสำคัญที่สุด

และแล้ววันแข่งขันในรอบที่สองก็มาถึง

ฉินจางจินเดินทางนำคนอื่นๆไปอีกสถานที่หนึ่ง สถานที่แห่งนี้คือเขตแดนค่ายกลมายา มันได้ติดตั้งค่ายกลมายาทั้งสี่รูปแบบลงไป ไม่ว่าจะเป็นมายาลวงจิต มายาแห่งความกลัว มายาแห่งความโลภ และมายาแห่งราคะ ..สี่ภาพมายาที่ผู้เป็นมนุษย์มิอาจสลัดพ้นไปได้

เดินทางมาได้ไม่นาน พวกเขาก็มาถึงลานกว้างขนาดใหญ่ รอบๆลานกว้างมีเรือนพักพิงถูกสร้างเอาไว้มากมายเพื่อรับรองแขกที่เข้าร่วมแข่งขันและแขกที่มารับชม พอเห็นทุกคนนั่งประจำจุดกันเรียบร้อยแล้ว ฉินจางจินก็เดินไปหยุดอยู่ที่เส้นแบ่งระหว่างพื้นที่ปกติและพื้นที่ค่ายกลมายา

     ❝ ในวันนี้จะเป็นการแข่งขันในรอบที่สอง และสิ่งที่จะใช้เพื่อแข่งขันก็คือ การทดสอบจิตใจ การทดสอบจิตใจจะไม่มีการจำกัดเวลา เวลาในการทดสอบจะดำเนินไปจนกว่าจะถึงยามโหย่ว(17.00-18.59) หากศิษย์รุ่นเยาว์คนใดสามารถออกมาจากค่ายกลมายาทั้งสี่รูปแบบได้ จะถือว่าผ่านเข้าสู่การแข่งขันในรอบต่อไปทันที และผู้ที่ไม่ผ่านการทดสอบนี้จะหมดสิทธิ์เข้าร่วมแข่งขันในรอบสุดท้าย ❞ สิ้นคำกล่าวของฉินจางจิน ผู้ชมจำนวนมากก็เริ่มพูดคุยเสียงดังด้วยความตื่นเต้นกับกฏกติกาในครั้งนี้เป็นอย่างมาก ซึ่งมันหมายถึงจะมีศิษย์ตัวแทนเพียงไม่กี่คนที่จะเข้าสู่รอบสุดท้ายได้

     ❝ และรูปแบบค่ายกลทั้งสี่นั้น ก็คือ ค่ายกลมายาลวงจิต ค่ายกลมายาแห่งความกลัว ค่ายกลมายาแห่งความโลภ และค่ายกลมายาแห่งราคะ ขอเพียงพวกเจ้าสามารถผ่านค่ายกลทั้งสี่นี้ได้ ไม่ว่าจะใช้เวลานานเพียงใดก็ตาม พวกเจ้าก็จะถือว่าสามารถผ่านการทดสอบ   ❞ เป็นอีกครั้งที่ผู้ชมโห่ร้องด้วยความตื่นเต้น ผิดกับศิษย์รุ่นเยาว์จากอาณาจักรต่างๆ ที่รู้สึกวิตกกังวลอย่างมาก การที่จะผ่านบททดสอบในครั้งนี้มันช่างยากเย็นสำหรับพวกเขามากนัก

~ ที่พักของสำนักกระเรียนฟ้า

     ❝ อย่าได้คิดกังวลสิ่งใดให้มากมาย จงทำให้เต็มที่ก็เพียงพอแล้ว  ❞ เจ้าสำนักจางเอ่ยขึ้นเพื่อเตือนสติศิษย์รุ่นเยาว์ ที่ตอนนี้พวกเขาแต่ละคนต่างกำลังเคร่งเครียดกันอย่างมาก

     ❝  ใช่แล้ว อย่าไปกังวลกับมัน ข้าเชื่อว่าพวกเจ้าจะต้องผ่านไปได้ ❞ ซือถูหนานจิ้งกล่าวให้กำลังใจศิษย์รุ่นเยาว์อีกแรง

การทดสอบจิตใจนั้น แม้แต่ผู้อาวุโสที่ใช้ชีวิตมายาวนานอย่างพวกมันก็ใช่ว่าจะสามารถผ่านการทดสอบเหล่านั้นมาได้ง่ายๆ เพราะมนุษย์ทุกคนที่เกิดมา ย่อมหนีไม่พ้นความรัก ความโลภ ความโกรธ ความหลงใหล อำนาจ ราคะ ความกลัว ความหิวกระหาย ทุกสิ่งอย่างล้วนเป็นสิ่งที่มนุษย์มิอาจหลุดพ้น


##  =_=  นกน้อยกำลังจะโบยบิน  ##






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 495 ครั้ง

771 ความคิดเห็น

  1. #703 samel1864 (@samel1864) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 18:38
    ไรท์กรุณาอย่าพูดคำว่า นก 555
    #703
    0
  2. #318 198851988 (@198851988) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2562 / 08:12
    ดีใจสุดๆในที่สุดก็จะออกจากสำนักไปไรล่าตระกลูถังแล้ว555ยิ้มร้าย
    #318
    0
  3. #317 sunday25 (@Fahfon-n) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2562 / 07:50

    ขอบคุณค่ะ.
    #317
    0
  4. #316 Wissarut Khammee (@rutzaa009) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2562 / 01:08

    สนุกดีครับ

    #316
    0
  5. #315 joelamtan (@joelamtan) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 23:30
    ขอบคุณครับ นกน้อยหรออเสือน้อยมากก่า
    #315
    0
  6. #314 St-one (@St-one) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 22:55
    จะได้พบคู่ต่อสู้ฟ้าประทานซะที ลุ้น ๆ
    #314
    0
  7. #313 TEE NOI (@teenoi13245) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 22:24
    อีกนิดๆๆๆๆ
    #313
    0