มหายุทธ์เทพราชันย์

ตอนที่ 78 : บทที่ 78 : หนึ่งปีแห่งการฝึกฝน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,046
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 519 ครั้ง
    17 มิ.ย. 62

O_o


     ❝ ฮึ่มมมม  ❞ พอได้ฟังที่ทหารยามเล่ารายละเอียดให้ฟัง ถงหนานก็ร้อนรนเดินออกจากห้องโถงใหญ่ โดยมีทหารยามรีบวิ่งตามออกไป

ถังหนานมายืนรอหลานชายของมันที่หน้าประตูทางเข้าคฤหาสน์อย่างร้อนรน กระทั่ง30นาทีต่อมา รถม้าคันหนึ่งก็แล่นมาจอดที่หน้าคฤหาสน์ ทหารยามเฝ้าประตูต่างรีบวื่งเข้าไปช่วยแบกร่างของถังฟ่านออกมาจากรถม้า ก่อนจะพาเข้าไปในคฤหาสน์

     ❝ วางหลานข้าลงเบาๆ  ❞ ถังหนานกำชับทหารยาม

     ❝ หมอฮวางเจ้าจงรีบรักษาหลานชายของข้าให้หายโดยเร็ว มิเช่นนั้นข้าจะเล่นงานเจ้าแทน  ❞ มันข่มขู่หมอที่เดินทางมารักษาหลานชายของมันทันที

     ❝ น่ะ นายท่านโปรดวางใจ ข้าจะพยายามจนสุดความสามารถ  ❞ หมอฮวางกล่าวตอบอย่างหวาดหวั่น มันแอบคิดในใจว่ามันไม่น่าหยุดงานรักษาคนวันนี้เลย ไม่อย่างนั้นมันคงไม่ต้องมาพบเจอเรื่องแบบนี้

☛ เกาะกลางทะเลสาบ

เซียวชุนและคนอื่นๆในตอนนี้ต่างก็หยุดฝึกฝนเป็นเวลาหนึ่งวัน พวกเขาจะใช้เวลา 4วันเพื่อฝึกฝนเคล็ดวิชา ใช้เวลา 2วันเพื่อบ่มเพาะระดับปราณยุทธ์ และจะหยุดพักผ่อนหนึ่งวัน โดยจะทำเช่นนี้ซ้ำไปซ้ำมา 

เพราะหากดันทุรังฝึกฝนมากจนเกินไป มันจะไม่เป็นผลดีต่อร่างกาย อย่างน้อยๆภายใน 7-10วัน จะต้องมีวันหยุดหนึ่งวัน เพื่อจะได้มีเวลาผ่อนคลายหรือมีเวลาหยุดพักเพื่อทำอย่างอื่นบ้าง ในระหว่างที่เซียวชุนกำลังนั่งตกปลาอยู่

     ❝ ข้ามีคำถามที่อยากจะถามเจ้ามานานแล้ว  ❞ ตงฟางเอ้อหลางถือเบ็ดตกปลามานั่งลงข้างๆเซียวชุน

     ❝ คำถามอย่างนั้นรึ ท่านอยากจะรู้อะไรล่ะ  ❞ เซียวชุนเหวี่ยงเบ็ดลงไปที่ทะเลสาบ

     ❝ ถ้าหากภารกิจทั้งหมดของเจ้าสำเร็จลุล่วง เจ้าคิดจะใช้ชีวิตเช่นไรต่อไป  ❞ ตงฟางเอ้อหลางก็เหวี่ยงเบ็ดลงน้ำบ้าง

     ❝ ตอบท่านตามตรง ในเรื่องนี้ข้าไม่เคยได้คิดหรือวาดฝันเอาไว้ สำหรับเรื่องสี่ตระกูลใหญ่ ข้ามั่นใจว่าข้ามาสามารถทำได้สำเร็จ แต่เรื่องสำคัญอีกเรื่องที่ข้าคิดว่าโอกาสอาจจะมีเพียงน้อยนิดเท่านั้น  ❞ เซียวชุนหมายถึงเรื่องของอาจารย์ของเขา เพราะถ้าหากวันใดที่เขาเดินทางไปถึงดินแดนนิรันดร์ เท่ากับว่าความตายก็คืบคลานเข้ามาใกล้เขาแล้ว เพราะศัตรูที่เขาต้องเผชิญคือเหล่าทวยเทพที่แข็งแกร่ง

    ❝ เจ้าเองก็ยังเป็นแค่เพียงเด็กหนุ่มคนหนึ่ง เหตุใดเจ้าไม่ลองวาดฝันในสิ่งที่เด็กหนุ่มคนอื่นๆคิดจะทำกันล่ะ คนทุกคนย่อมมีสิ่งที่วาดฝันเอาไว้ทั้งนั้น ❞ ตงฟางเอ้อหลางกล่าวขึ้นบ้าง การที่เซียวชุนไม่มีแบบแผนชีวิตหลังจากที่เขาจัดการกับปัญหาทุกอย่างจบนั้น มีเพียงสิ่งเดียวคือเขาพร้อมที่จะเอาชีวิตของตนเองไปเผชิญกับบางสิ่งอย่างแน่นอน ถึงตอนนี้มันจะไม่รู้ว่าภารกิจที่สำคัญที่สุดของเซียวชุนคืออะไรก็ตาม ส่วนเซียวชุนไม่ได้กล่าวสิ่งใดต่อ เขาเพียงยิ้มออกมาเล็กน้อย

ทางด้านไต้เสี่ยก็พยายามสอนการสื่อสารพูดคุยในแบบมนุษย์ให้กับเก้าพี่น้องแซ่เจียอย่างตั้งใจ ส่วนคนทั้งเก้าก็ตั้งใจเรียนตามที่ไต้เสี่ยคอยสอนเช่นกัน เกี๊ยะหลานก็ใช้เวลาว่างของนางไปกับการดูแลสวนสมุนไพร เวลาอยู่กับสวนสมุนไพรนางจะดูมีความสุขและอ่อนโยนอย่างมาก

หนึ่งวันแห่งการพักผ่อนก็ได้ผ่านพ้นไป เซียวชุนและคนอื่นๆก็เริ่มเก็บตัวบ่มเพาะระดับและฝึกวิชาอีกครั้ง หกวันฝึกหนึ่งวันพัก พวกเขาจะทำเช่นนี้ตลอด 

7เดือนต่อมา

ตอนนี้ระดับของเกี๊ยะหลานและตงฟางเอ้อหลางอยู่ที่บรรพชนยุทธ์ขั้นสูงแล้ว เหลือเพียงการทะลวงระดับสู่วีรชนยุทธ์เท่านั้น 

ไต้เสี่ยก็สามารถเลื่อนระดับสู่ราชันอสูรขั้นสูงมาได้(เหนือยุทธ์) เก้าพี่น้องแซ่เจียก็ทะลวงข้ามขีดจำกัดความสามารถของตัวเองได้แล้วเช่นกัน ตอนนี้พวกเข้าอยู่ในขั้นที่5(จักรพรรดิยุทธ์)ของขีดจำกัดความสามารถ ส่วนทางด้านเซียวชุนก็เลื่อนขั้นมาที่จักรพรรดิยุทธ์ขั้นสูงได้แล้ว เหลือเพียงขั้นตอนการทะลวงระดับ

ตอนนี้ก็ผ่านมากว่าแปดเดือนแล้ว ตั้งแต่ที่เซียวชุนและคนอื่นๆเก็บตัวบ่มเพาะเพิ่มระดับ,ฝึกฝนเคล็ดวิชา เหลือเวลาอีกสี่เดือนก่อนที่พวกเขาจะออกเดินทางไปยังทวีปจันทร์คราม เมื่อถึงตอนนั้นระดับของเซียวชุนก็คงจะเลื่อนสู่บรรพชนยุทธ์ได้แล้ว

☛ อาณาจักรปลายฟ้า

ตั้งแต่ที่สำนักกระเรียนฟ้าสามารถเอาชนะสำนักอันดับหนึ่งของอาณาจักรอื่นๆมาได้ บรรยากาศภายในเมืองจิ่งหลิงก็ดูคึกคักมากกว่าเดิม ส่วนที่สำนักกระเรียนฟ้าเองก็คึกคักไม่น้อยเช่นกัน โดยเฉพาะศิษย์หลักของสำนัก พวกเขาต่างกระตือรือร้นที่จะออกไปทำภารกิจ เพราะรางวัลที่ได้จากภารกิจระดับสามคือ โอสถเพิ่มพูนลมปราณระดับสี่จำนวน 10เม็ด ถึงแม้หนึ่งเดือนจะสามารถรับภารกิจได้เพียงหนึ่งครั้งก็ตาม แต่อย่างน้อยมันก็คุ้มค่า(เจ้าสำนักจางนำโอสถระดับหกไปแลกเปลี่ยนกับโอสถระดับสี่มาจากฮ่องเต้มู่ เพื่อจะนำมาเป็นของรางวัลสำหรับศิษย์สำนัก)

จะไม่ให้พวกเขาตื่นเต้นได้ยังไง เพราะแต่ไหนแต่ไรมาแล้ว การที่พวกเขาจะได้ครอบครองโอสถระดับสี่นั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย มีเพียงราชวงศ์มู่และผู้ร่ำรวยเท่านั้น ที่สามารถครอบครองโอสถล้ำค่าพวกนั้นได้ แต่ว่าตอนนี้พวกเขามีโอกาศได้ครอบครองมันแล้ว

นอกจากโอสถเพิ่มพูนลมปราณระดับหกแล้ว เจ้าสำนักจางยังมีข้อเสนอแลกเปลี่ยนกับฮ่องเต้มู่อีกหนึ่งอย่าง นั่นคือการครอบครองหุบเขาอสูรต่อไปอีกจากสี่ปีเป็นสิบปี โดยที่นางจะมอบโอสถลมปราณนิทราระดับหกให้จำนวน 6ขวด(1ขวด/ปีที่เพิ่มขึ้น)เพื่อแลกกับสัญญา

ฮ่องเต้มู่ได้ตอบตกลงรับข้อเสนอในทันที หลังจากที่ได้ฟังสรรพคุณของโอสถลมปราณนิทรา  เมื่อได้รับโอสถมาแล้ว ฮ่องเต้มู่ยังมอบโอสถลมปราณนิทราให้กับอำมาตย์จวนไป 20เม็ด ทำให้ตอนนี้อำมาตย์จวนเปียงหวาก็สามารถเลื่อนระดับสู่บรรพชนยุทธ์ได้แล้ว อำมาตย์จวนเดินทางมาขอบคุณเจ้าสำนักจางด้วยตัวเอง เพราะถ้าไม่มีโอสถลมปราณนิทรา ตัวมันก็คงไม่สามารถเลื่อนระดับสู่บรรพชนยุทธ์ได้

จากการกระทำของจางปิงยี่ ทำให้ราชวงศ์มู่มีสัมพันธ์อันดีกับสำนักกระเรียนฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างมาก นี่ก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่นางคิดเอาไว้แล้วเช่นกัน สำหรับตัวนางแล้วการมีมิตรที่ดีย่อมดีกว่ามีศัตรูคู่แค้น 

ส่วนศิษย์สำนักคนอื่นๆ ก็ต่างออกเดินทางไปฝึกฝนที่หุบเขาอสูรเทวะ ต้วนลี่ผิง ,เหมาฟางได้รับอนุญาตเป็นกรณีพิเศษให้สามารถเข้าสู่หุบเขาเพื่อฝึกฝนได้ ทั้งคู่ย่อมไม่ปฏิเสธน้ำใจในครั้งนี้อย่างแน่นอน เพราะที่ถ้ำลึกลับแห่งนั้นพวกเขาเองก็ไม่รู้ว่าวันใด จะมียอดฝีมือคนอื่นๆมาค้นพบเจอ หากถึงตอนนั้นอาจจะมีการแก่งแย่งช่วงชิงกันเกิดขึ้น พวกเขาสองคนอาจจะต้องพบเจอกับอันตรายเป็นแน่ ต้วนลี่ผิงเลยตัดสินใจบอกเรื่องนี้กับเสียนซุยจี้เจ้าสำนักวิหคเหมันต์ให้รับรู้ ส่วนนางและเหมาฟางเลือกที่จะมาฝึกอยู่ที่หุบเขาอสูรเทวะแทน เพราะได้รับอนุญาตจากเจ้าสำนักจางแล้ว ให้ใช้สถานที่แห่งนั้นได้จนกว่าทางสำนักกระเรียนฟ้าจะหมดสัญญาที่ทำไว้กับราชวงศ์

☛ เกาะกลางทะเลสาบ

วันเวลาก็ได้ล่วงเลยผ่านพ้นไป เวลาหนึ่งปีที่ใช้เก็บตัวเพื่อเพิ่มระดับก็ได้ครบกำหนดแล้ว และระดับของทุกคนในตอนนี้คือ

เกี๊ยะหลาน - วีรชนยุทธ์ขั้นต่ำ ,ตงฟางเอ้อหลาง - วีรชนยุทธ์ขั้นต่ำ ,ไต้เสี่ย - เทพอสูรขั้นต่ำ(ตำนานยุทธ์) ,เจียอี่,เจียเอ้อ,เจียซัน,เจียซือ,เจียอู่,เจียลั่ว,เจียชี,เจียปา,เจียจิว-ขั้นที่หก(บรรพชนยุทธ์) และเซียวชุนอยู่ในระดับบรรพชนยุทธ์ขั้นต่ำ(สามารถต่อกรกับเหนือยุทธ์ขั้นต่ำได้)

     ❝ พวกท่านพร้อมเดินทางรึยัง  ❞ เซียวชุนเอ่ยถามผู้ติดตามของเขา ทุกคนต่างพยักหน้าเบาๆ เมื่อทุกคนพร้อมออกเดินทางแล้ว ไต้เสี่ยก็แปลงรูปลักษณ์กลับไปเป็นเสือเขี้ยวดำเช่นเดิม พร้อมกับขยายร่างกายให้ใหญ่โตอีกครั้ง ก่อนจะทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้าเพื่อออกเดินทางหลังจากที่ทุกคนขึ้นขี่หลังของมันเสร็จ

ในตอนนี้ไต้เสี่ยอยู่ในระดับเทพอสูร เขาสามารถแปลงกายเป็นมนุษย์ได้แล้ว พร้อมกับการพูดคุยแบบมนุษย์ ในตอนแรกที่เกี๊ยะหลานและตงฟางเอ้อหลางรู้ถึงระดับของไต้เสี่ย พวกเขารู้สึกตกตะลึงเป็นอย่างมาก ตามความรู้ของพวกเขา อสูรที่อยู่ในระดับอสูรสวรรค์ก็สามารถพูดภาษามนุษย์ได้แล้ว เช่นนั้นก่อนหน้านี้ไต้เสี่ยก็สามารถที่จะพูดคุยได้เช่นกัน แต่พวกเขาก็ไม่ได้ติดใจอะไร เพราะทั้งสองรู้ดีว่าเซียวชุนคงจะมีเหตุผลบางอย่างที่ต้องปิดบังเอาไว้ ในเมื่อเขาไม่บอกพวกมันก็ไม่คิดจะเอ่ยถามเช่นกัน

เมื่อเลื่อนระดับสู่เทพอสูรได้แล้ว ความเร็วในการเคลื่อนที่ของไต้เสี่ยก็เพิ่มขึ้นด้วยเหมือนกัน จากตอนแรก 1,200ลี้/ชั่วยาม ตอนนี้กลายเป็น 1,600ลี้/ชั่วยาม(400ก.ม/ชั่วโมง) เท่ากับว่าจะร่นระยะเวลาในการเดินทางของพวกเขาน้อยลงไปอีก แต่การเดินทางของไต้เสี่ยนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่า ใครที่ขี่หลังของมันอยู่ หากเป็นเซียวชุนและผู้ติดตามในตอนนี้ ไต้เสี่ยสามารถใช้ความเร็วสูงสุดได้ แต่ถ้ามีคนอื่นนั่งมาด้วย ความเร็วที่ใช้ก็จะลดลง เพราะแต่ละคนมีขีดจำกัดของร่างกายไม่เหมือนกัน หากเร่งความเร็วสูงเกินไปอาจจะทำให้คนเหล่านั้นหมดสติหรือตายได้เลย

ห้าวันต่อมา

ไต้เสี่ยยังคงเดินทางตลอดทั้งวันทั้งคืนโดยไม่หยุดพัก ตอนนี้พวกเขาเดินทางมาได้เกือบครึ่งทางแล้ว คงใช้เวลาอีกราวๆสิบวันก็ไปถึงอาณาจักรทะเลหวนหากพวกเขาไม่ได้หยุดพักในการเดินทาง

     ❝ ท่านสามารถหยุดพักได้ทุกเมื่อ ท่านเดินทางติดต่อกันหลายวันแล้ว  ❞ เซียวชุนเอ่ยกับบิดาของเขา 

     ❝ เจ้าไม่ต้องกังวล ในตอนนี้ร่างกายของข้ายังเป็นปกติอยู่ หากไม่ไหวจริงๆข้าจะหยุดพักเอง  ❞ ไต้เสี่ยกล่าวตอบ ตัวมันอยากเร่งเดินทางให้ถึงอาณาจักรทะเลหวนให้เร็วที่สุด

     ❝ เช่นนั้นก็ตามใจท่านเถิด ..ตอนนี้พวกเราน่าจะเดินทางมาได้เกือบครึ่งทางแล้ว เหลือระยะทางอีกราวๆ 150,000ลี้ ก็จะถึงเขตแดนของอาณาจักรทะเลหวน และอีก ราวๆ50,000ลี้ก็จะถึงพื้นที่เขตใต้ ❞ เซียวชุนลองคำนวนดูจากแผนที่ที่ได้รับมาจากตระกูลฉิน

     ❝ พอไปถึงที่นั่นเจ้าคิดจะทำสิ่งใดก่อน จะเข้าร่วมสำนักหรือพรรคใดใดเลยหรือไม่  ❞ เกี๊ยะหลานเอ่ยถามขึ้น

     ❝ ก่อนอื่นคงต้องสืบเรื่องราวต่างๆของตระกูลถังโดยละเอียด นอกจากนี้ข้ามีงานสำคัญให้พวกท่านได้ทำ  ❞ เซียวชุนหันมามองที่หนุ่มสาวทั้งสอง

จากนั้นเขาก็เล่าแผนการคร่าวๆให้ทั้งสองคนได้ฟัง และหน้าที่ที่ทั้งสองจะต้องไปทำ เกี๊ยะหลานและตงฟางเอ้อหลางพยักหน้าเห็นด้วยกับแผนการของเซียวชุนในครั้งนี้

เดิมทีด้วยกำลังความสามารถของพวกเขาที่มีในตอนนี้ เซียวชุนสามารถที่จะบดขยี้และจัดการตระกูลถังได้ในทันที แต่เซียวชุนไม่คิดจะทำเช่นนั้นแน่ เพราะการที่เขาเป็นคนต่างถิ่น แต่กลับไปสร้างความวุ่นวายและเหยียบย่ำสถานที่ที่มีคนปกครองดูแลอยู่นั้น มันเท่ากับเป็นการหยามหน้าของอีกฝ่าย มันจะกลายเป็นว่าเขาได้สร้างศัตรูเพิ่มขึ้นอย่างไม่ตั้งใจ อีกทั้งเขาไม่รู้ว่าตระกูลถังมีอิทธิพลฝังลึกมากแค่ไหน เซียวชุนจึงคิดจะจัดการกับตระกูลถังโดยที่เขาจะไม่ให้ขั้วอำนาจต่างๆ สามารถที่จะยื่นมือหรือมีข้ออ้างใดใดเข้ามาวุ่นวายได้

เข้าเมืองตาหลิ่วก็ต้องหลิ่วตาตาม นั้นคือสิ่งที่เซียวชุนคิด เขาจะไม่บุ่มบ่ามกระทำสิ่งใดโดยที่ไม่มีแผนการรองรับอย่างแน่นอน เขาสามารถรอที่จะแก้แค้นมาตลอด 14ปีได้ รอเพิ่มอีกซักเล็กน้อยมันจะเป็นอะไร

ไต้เสี่ยเดินทางมาได้อีกห้าวัน ก็ต้องทะยานลงสู่พื้นเพื่อหยุดพัก เพราะตัวมันก็เริ่มที่จะหิวแล้วเช่นกัน พวกเขาตั้งค่ายพักแรมอยู่ในป่าลึก โดยมีเกี๊ยะหลานคอยปรุงอาหารให้ทุกคนได้ทาน ส่วนเซียวชุนออกเดินทางหาแหล่งน้ำใกล้ๆ เพื่อที่จะได้อาบน้ำชำระร่างกาย เพราะนี่ก็ผ่านมาสิบวันแล้วที่เขาและคนอื่นๆยังไม่ได้อาบน้ำผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเลย

เดินทางมาได้สักพักเขาก็มาเจอกับบึงน้ำขนาดเล็ก แต่ก็ไม่ถึงกับเล็กมาก บึงน้ำแห่งนี้มีความกว้างความยาวประมาณ 6เมตร เซียวชุนสำรวจพื้นที่รอบๆเมื่อเห็นว่าปลอดภัยจากอสูร เขาก็ถอดเสื้อผ้าออกเกือบทั้งหมดเหลือเอาไว้เพียงกางเกงสีขาวตัวเดียว ก่อนจะกระโดดลงน้ำ

30นาทีต่อมา พออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อย เซียวชุนก็เดินทางกลับไปที่ค่ายพักแรม

     ❝  เจอแหล่งน้ำหรือไม่  ❞ เกี๊ยะหลานเอ่ยถามขึ้น เพราะนางที่เป็นสตรีงาม แต่กลับไม่ได้อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ามากว่าสิบวันเช่นนี้ มันช่างน่าอายนัก

     ❝ อืม..จากที่นี่ไปยังทิศทางนั้น ราวๆ 5ลี้จะมีบึงน้ำขนาดเล็กอยู่ หากท่านจะไป ท่านก็พาเจียลั่ว เจียชีและเจียจิว เดินทางไปด้วยแล้วกัน  ❞ เซียวชุนชี้มือไปยังทิศทางดังกล่าว เขาเข้าใจดีว่าสตรีเช่นพวกนางย่อมต้องรักษาความสะอาดของร่างกายอยู่เสมอ

พอได้ยินเซียวชุนกล่าวตอบกลับมา เกี๊ยะหลานก็รู้สึกดีใจไม่น้อย ก่อนที่นางจะเอ่ยชวนสามสาวตระกูลเจียร่วมเดินทางไปด้วย ตอนนี้เก้าพี่น้องตระกูลเจียสามารถที่จะพูดคุยสื่อสารแบบมนุษย์ได้แล้วนั่นเอง 

     ❝ ส่วนพวกท่านที่เหลือ ก็รอให้สาวๆเดินทางกลับมาก่อนแล้วกัน  ❞ เซียวชุนกล่าวกับหนุ่มๆทั้งเก้าคนที่กำลังนั่งมองดูสภาพของตัวเองอยู่ ก่อนที่เขาจะใช้มีดปลายแหลม เฉือนเนื้อที่ย่างจนสุกแล้วขึ้นมาทาน 

เพราะในตอนนี้ระดับของทุกคนสูงขึ้น หากไม่มีศิลาหมื่นวิญญาณที่ใช้ตรวจสอบอายุขัย ย่อมไม่สามารถล่วงรู้ได้ ว่าใครมีอายุมากน้อยเพียงใด เพราะแต่ละคนดูมีอายุอยู่ในช่วง 20-25ปีกันทั้งนั้น มีเพียงเซียวชุนที่ดูเหมือนเด็กหนุ่มอายุ 15ปี

ครึ่งชั่วยามต่อมา สี่สาวก็เดินทางกลับมาถึง ตงฟาวเอ้อหลางและพี่น้องตระกูลเจียที่เหลือก็มุ่งหน้าไปที่บึงน้ำทันที รวมถึงไต้เสี่ยที่อยู่ในรูปลักษณ์ของมนุษย์ก็เดินทางไปที่บึงน้ำเช่นกัน



## แต่งไปง่วงไป เกือบแต่งไม่จบตอน ฝันดีฮะ ##







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 519 ครั้ง

771 ความคิดเห็น

  1. #752 jkooktaev (@jkooktaev) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 20:15
    สนุกกกก อ่านเพลินมาก
    #752
    0
  2. #627 GGTVGGKNK (@GGTVGGKNK) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 13:13
    ไรท์ เก็บทุกรายละเอียดเลยจริงๆ ยอมๆ
    #627
    0
  3. #469 JoeyTK (@JoeyTK) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2562 / 08:08
    ฟื้นฟูตะกูลไง หลังเสร็จภารกิจอะ
    #469
    0
  4. #367 คิม (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 13:23

    ขอบคุณค่ะไรท์ อ่านรวดเดียวจบสนุกมาก รอตอนต่อไปค่ะ

    #367
    0
  5. #364 dfrdz007 (@dfrdz007) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 09:50
    สนุกมาก
    #364
    0
  6. #363 198851988 (@198851988) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 06:01
    ขออย่าให้เซียวซุนเจ้าสำนักอีกเลยมันน่าเบื่อ
    #363
    0
  7. #361 Waffelwaffel (@Waffelwaffel) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 00:59
    สนุกมากกก
    #361
    0
  8. #360 Wissarut Khammee (@rutzaa009) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 00:25

    ติดตามทุกวันครับ

    #360
    0
  9. #359 joelamtan (@joelamtan) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 23:17
    ขอบคุณครับ
    #359
    0
  10. #358 Eakkalak53 (@Eakkalak53) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 23:16
    แปลงเป็นคนได้ต้องอยู่ในระดับเทพอสูรหรือก้อคือเทพยุทธ์ไม่ใช่หรอ ครับ หรือผมเข้าใจผิด
    #358
    1