มหายุทธ์เทพราชันย์

ตอนที่ 95 : บทที่ 95 : สังหารหุ่นเชิดผู้พิทักษ์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,006
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 392 ครั้ง
    1 ก.ค. 62

O_o

...เซียวชุนเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงสุดเข้าฟาดฟันใส่หุ่นเชิดทั้งสองตน กระบี่มือซ้ายดาบมือขวาถูกกวัดแกร่งโจมตีเข้าใส่เป้าหมายอย่างต่อเนื่อง หุ่นเชิดสังหารทั้งสองตนสามารถปัดป้องได้บ้างเล็กน้อยแต่ก็ยังคงได้รับบาดเจ็บจากการจู่โจมอันรวดเร็วของเซียวชุนเช่นกัน

คลื่นดาบตัดสวรรค์

ปราณดาบสีแดงขนาดใหญ่พุ่งเข้าโจมตีหุ่นเชิดตัวแรกด้วยความเร็ว มันง้างมือขึ้นต่อยเพื่อรับการโจมตีจากปราณดาบของเซียวชุน

ปังงงงงงงงง

ปังงงงงงงงง

ร่างของหุ่นเชิดตัวแรกกระเด็นลอยไปไกลกระแทกเข้ากับผนังถ้ำอย่างรุนแรง พร้อมกับร่างของเซียวชุนที่กระเด็นลอยไปไกลเช่นกัน ในชั่วพริบตาที่เขาโจมตีเข้าใส่หุ่นเชิดตัวแรก ก็คือจังหวะเดียวกันกับที่หุ่นเชิดตัวที่สองพุ่งเข้ามาโจมตีเขา เซียวชุนเห็นว่าไม่สามารถหลบพ้น เขาจึงรับการโจมตีนั้นมาเต็มๆ แต่โชคดีที่เซียวชุนใช้กระบวนท่าเกราะเทพมังกรทองได้ทัน เขาจึงได้รับบาดเจ็บไม่มากเท่าที่ควร

     ' นี่ขนาดเราสามารถใช้เกราะเทพมังกรทองมาป้องกันเอาไว้ได้ทัน เรายังถูกลูกเตะเมื่อสักครู่โจมตีทะลุเกราะป้องกันเข้ามาได้ถึงสองส่วน(20%) ' เซียวชุนยกมือขึ้นเช็ดเลือดที่มุมปากของตน เขาได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีของหุ่นเชิดตัวที่สองเล็กน้อย

ปังงงงงงงง

ตูมมมมมมม

อีกด้านไต้เสี่ยก็กำลังต่อสู้กับหุ่นเชิดผู้พิทักษ์อีกสองตนอย่างดุเดือด เนื่องจากไต้เสี่ยไม่สามารถใช้พลังได้ทั้งหมด การต่อสู้ครั้งนี้จึงเป็นการต่อสู้ของระดับเหนือยุทธ์อย่างแท้จริง บนใบหน้าของไต้เสี่ยไม่ได้มีความหวาดหวั่นหรือเป็นกังวลอยู่เลย กับมีรอยยิ้มผุดขึ้นมาบนใบหน้าเสียด้วยซ้ำ เพราะตอนนี้เขาได้พบคู่ต่อสู้ที่มีฝีมือทัดเทียมกันนั่นเอง

ฟุบบบบบบบบ

เซียวชุนเคลื่อนที่ด้วยความเร็วอีกครั้ง เขากวัดแกว่งดาบและกระบี่เข้าฟาดฟันใส่หุ่นเชิดทั้งสองอย่างรวดเร็ว ปราณดาบและปราณกระบี่พวยพุ่งในอากาศนับสิบ 

ปังงงงงงงง ๆๆๆๆ

ตูมมมมมม ๆๆๆๆ

ปราณดาบและปราณกระบี่จำนวนหนึ่งพุ่งเข้าใส่ผนังถ้ำจนเกิดแรงสั่นสะเทือน และมีปราณดาบบางส่วนพุ่งโจมตีไปโดนหุ่นเชิดผู้พิทักษ์ทั้งสองตนเหมือนกัน จนร่างของพวกมันกระเด็นลอยตามแรงปะทะของปราณ กระแทกเข้าใส่ผนังถ้ำอย่างรุนแรง

ตูมมมมมมมมมม

เซียวชุนเก็บดาบและกระบี่เอาไว้ในแหวนมิติเช่นเดิม ก่อนที่เขาจะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเข้าโจมตีหุ่นเชิดตัวแรกที่กำลังพยายามลุกขึ้นมาจากเศษซากของดินที่พังทลายลง

หมัดราชันมังกรเพลิงทลายปฐพี

หมัดขวาของเซียวชุนต่อยเข้าที่กลางหน้าผากของหุ่นเชิดตัวแรกเต็มแรง พลังภายในที่อัดแน่นและความร้อนแรงของเปลวไฟต่อยศีรษะของหุ่นเชิดผู้พิทักษ์ตนนั้นจมลงไปในเศษซากที่พังทะลาย

ตู้มมมมมมมมมมม

ศีรษะของหุ่นเชิดผู้พิทักษ์ตัวแรกระเบิดออกมาจากการโจมของเซียวชุน และก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่เข้าโดนหุ่นเชิดตัวที่สองพุ่งเข้าโจมตี เพราะเซียวชุนทุ่มพลังภายในเกือบทั้งหมดโจมตีเข้าใส่หุ่นเชิดตัวแรกหมายสังหารมันให้ตายภายในหมัดเดียว เขาจึงไม่ได้สร้างเกราะขึ้นมาป้องกันตัวเอง ครั้งนี้เซียวชุนจึงได้รับการโจมตีของหุ่นเชิดตัวที่สองเข้าเต็มๆ

พรวดดดดดดด

เซียวชุนกระอักเลือดสดๆออกมาคำโต เขายกมือขึ้นกุมที่หน้าอกก่อนจะเผยรอยยิ้มอออกมา เพราะในตอนนี้หุ่นเชิดผู้พิทักษ์ตัวแรกได้ตายลงไปแล้วนั่นเอง เท่ากับว่าการโจมเมื่อสักครู่ของเขาไม่เสียเปล่า

     ❝ ลูกชุนเจ้ายังไหวรึเปล่า  ❞ ไต้เสี่ยเอ่ยถามขึ้นทันทีเมื่อเห็นเซียวชุนได้รับบาดเจ็บ

     ❝ ข้ายังไหวท่านพ่อ ท่านไม่ต้องกังวล  ❞ เซียวชุนกล่าวตอบกลับไป ก่อนจะยกมือขึ้นเช็ดเลือดที่มุมปากของตน

     ❝ เช่นนั้นเจ้าก็ระวังตัวด้วย  ❞ กล่าวจบไต้เสี่ยก็พุ่งเข้าไปโจมตีหุ่นเชิดทั้งสองตนที่เขากำลังต่อสู้ด้วยอีกครั้ง 

ต่อมาไม่นานหุ่นเชิดตัวที่สองก็พุ่งเข้าหาเซียวชุนด้วยความเร็ว ตอนนี้กลายเป็นการต่อสู้ตัวต่อตัวแล้ว เซียวชุนจึงไม่ต้องกังวลมากนัก เขารับมือหุ่นเชิดตัวที่สองได้บ้างแต่ก็ถูกโจมตีกลับมาบ้างเช่นกัน ส่วนหุ่นเชิดตัวที่สองก็ได้รับความเสียหายจากกระบวนท่าของเซียวชุนจนแขนข้างซ้ายของมันขาดไป การต่อสู้ของพวกเขาดำเนินมากว่าหนึ่งชั่วโมงแล้ว ในเวลานี้ต่างฝ่ายต่างเหน็ดเหนื่อยจากการต่อสู้เป็นอย่างมาก 

เซียวชุนเหลือพลังภายในเพียงแค่สามส่วนเท่านั้น ส่วนหุ่นเชิดผู้พิทักษ์เองก็มีสภาพไม่ได้ดีไปกว่าเซียวชุนมากนัก แขนซ้ายของมันขาด ตาซ้ายของมันบอดสนิท ตอนนี้ทั้งสองฝ่ายจึงไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ 

ส่วนไต้เสี่ยก็สามารถสังหารหุ่นเชิดหนึ่งในสองตนได้แล้วเช่นกัน และการต่อสู้หลังจากนั้นก็กลายเป็นไต้เสี่ยที่เป็นฝ่ายควบคุมการต่อสู้อย่างชัดเจน ผ่านไปไม่ถึงห้านาที ไต้เสี่ยก็สามารถสังหารหุ่นเชิดผู้พิทักษ์อีกตัวลงได้ ตอนนี้ไต้เสี่ยเองก็มีอาการเหน็ดเหนื่อยไม่น้อย เขาเดินไปนั่งพิงผนังถ้ำเพื่อฟื้นฟูพละกำลังและชมการต่อสู้ของเซียวชุน เพราะเขารู้ดีว่าเซียวชุนคงไม่ต้องการความช่วยเหลือแน่ และต่อให้ตัวเขาอยากจะช่วยเหลือก็คงไม่สามาถทำได้ เพราะเรี่ยวแรงของเขาในตอนนี้แทบจะไม่มีเหลืออยู่แล้ว

เซียวชุนเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเข้าหาหุ่นเชิดผู้พิทักษ์ตัวสุดท้าย เข้าเงื้อมือคล้ายจะต่อยเข้าใส่หุ่นเชิดตนนั้นแต่เขากลับนำดาบเหล็กสีดำออกมาฟาดฟันเข้าใส่หุ่นเชิดตนนั้นด้วยปราณดาบขนาดใหญ่

คลื่นดาบตัดสวรรค์

เซียวชุนใช้พลังปราณทั้งหมดที่เขามีเพื่อการโจมตีในครั้งนี้ หุ่นเชิดผู้พิทักษ์ที่ไม่ได้เตรียมตัวเพื่อรับการโจมตีของปราณดาบที่พุ่งมาอย่างกระทันหันและกระชั้นชิด ทำให้ร่ายของมันถูกฟันออกเป็นสองท่อนในทันที

เมื่อสังหารหุ่นเชิดผู้พิทักษ์ตัวสุดท้ายได้แล้ว เซียวชุนก็ลมตัวลงนอนด้วยความเหนื่อยล้า เขาหอบหายใจแรงอย่างเหน็ดเหนื่อย ตอนนี้เซียวชุนแทบจะไม่สามารถขยับร่างกายได้เลย

หุ่นเชิดผู้พิทักษ์ทั้งสี่ตนที่ประมือกับเซียวชุนและไต้เสี่ยนั้น ในตอนที่พวกเขายังมีชีวิตอยู่ พวกเขาคือยอดอัจฉริยะที่มีพรสวรรค์สีแดงเช่นเดียวกับเซียวชุน นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เซียวชุนและไต้เสี่ยพบเจอกับความยากลำบากในการต่อสู้ครั้งนี้ เพราะพวกเขาได้พานพบกับยอดฝีมือที่ทัดเทียมอย่างแท้จริง ถึงแม้ทั้งสี่จะเป็นเพียงหุ่นเชิด แต่ความสามารถทั้งหมดล้วนเป็นของจริง เพราะผู้สร้างได้ทำการปลุกจิตวิญญาณของทั้งสี่คนขึ้นมาและทำการผนึกลงไปที่ร่างเดิมอีกครั้ง ในนามหุ่นเชิดผู้พิทักษ์หรืออีกชื่อเรียกก็คือ พิธีกรรมซากศพหวนคืน

และการที่เซียวชุนสามารถเอาชนะหุ่นเชิดผู้พิทักษ์ทั้งสองตนได้ นั่นก็เพราะเขาใช้กลอุบายหลอกล่ออีกฝ่ายและเล่นงานจุดอ่อนรวมถึงการจู่โจมในขณะที่หุ่นเชิดทั้งสองไม่ทันระวังตัว ถ้าหากเป็นการต่อสู้ซึ่งๆหน้า เซียวชุนคงไม่สามารถเอาชนะหุ่นเชิดผู้พิทักษ์ทั้งสองตนนี้ได้ง่ายๆแน่

สองพ่อลูกต่างหมดเรี่ยวแรงกันทั้งคู่จนแทบจะไม่สามารถขยับปากเพื่อกล่าวสิ่งใดออกมาได้ ทั้งสองจึงทำได้เพียงนั่งและนอนอยู่นิ่งๆเท่านั้น

ช่วงเวลาเดียวกัน เก้าพี่น้องที่แยกกันออกต่อสู้เป็นสามกลุ่มก็กำลังไล่ฆ่ากลุ่มอสูรอย่างเมามันส์ ตอนนี้เก้าพี่น้องสังหารอสูรไปกว่า 3,000-3,500ตนแล้ว พวกเขาจะหยุดพักก็ต่อเมื่อหมดแรงสู้เท่านั้น

~ ที่ชั้นหกของหอคอยอสูร 

กลุ่มสำนักและนิกายต่างๆ รวมถึงเหล่าตระกูลใหญ่ตระกูลเล็กและจอมยุทธ์พเนจร ต่างก็ออกล่าอสูรและสำรวจพื้นที่กันตามปกติ แต่การล่าอสูรของพวกเขาก็ยังคงเป็นรูปแบบเดิมคือการสร้างเขตอาคมกักอสูรขึ้นมาชั่วคราว และหลอกล่อพวกมันให้มาติดกับก่อนจะรุมโจมตีอสูรเหล่านั้นอย่างไร้ปราณี

~ ที่ด้านนอกหอคอยอสูร

กลุ่มพ่อค้าหัวใสก็ยังสามารถขายโอสถต้านพิษได้อยู่เรื่อยๆ เพราะยังคงมีชาวยุทธ์จำนวนไม่น้อยที่สนใจจะเข้าไปสำรวจในหอคอยอสูรเพื่อเสี่ยงโชค แน่นอนว่ามันค่อนข้างอันตราย แต่มันก็คุ้มค่าที่จะลองเสี่ยงดูสักครั้ง เพราะก่อนหน้านี้ไม่นานมีจอมยุทธ์บางคนพานพบหีบสมบัติโบราณ และยังมีสมุนไพรหายากอีกจำนวนไม่น้อยอีกด้วย

~ ที่พักแรมของกลุ่มเซียวชุน

หลายสิบวันมานี้ เมิ่งเทียนได้ฝึกฝนร่างกายอย่างหนักในทุกๆวัน ตอนนี้เด็กน้อยเมิ่งเทียนเริ่มมีรูปร่างกำยำขึ้นจากการออกกำลังกายอย่างหนัก พละกำลังของเขาในยามนี้อยู่ที่ 1,000จิน นอกจากการฝึกฝนร่างกายแล้ว เมิ่งเทียนยังได้ฝึกศิลปะการต่อสู้ระยะประชิดจากตงฟางเอ้อหลาง รวมถึงการเรียนรู้และศึกษาสมุนไพรเบื้องต้นจากเกี๊ยะหลานอีกด้วย

ส่วนเมิ่งหวินก็ยังคงเก็บตัวเพื่อทะลวงระดับอยู่เช่นเคย เพราะเขาทะลวงระดับพลาดมาหลายครั้งแล้ว แต่เนื่องจากมีโอสถลมปราณนิทราคอยช่วยเหลือจึงทำให้เขาสามารถทะลวงระดับได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่เสียเวลา ทางด้านเมิ่งหยวนหยวนก็เลื่อนระดับสู่จักรพรรดิยุทธ์ขั้นต่ำแล้วเช่นกัน แต่นางก็ยังคงนั่งบ่มเพาะต่อไป

     ❝ นี่ก็ผ่านมากว่า 20วันแล้ว เซียวชุนและไต้เสี่ยเดินทางสำรวจหอคอยอสูรไปถึงชั้นไหนแล้วนะ  ❞ ตงฟางเอ้อหลางที่กำลังนั่งย่างกระต่ายป่าอยู่นั้นเอ่ยพึมพำออกมาเบาๆ

     ❝ ทำไม เจ้าก็อยากจะเข้าไปสำรวจที่ด้านในด้วยอย่างนั้นรึ  ❞ เกี๊ยะหลานที่กำลังจัดเตรียมตำราสมุนไพรเอาไว้สอนเมิ่งเทียนอยู่ ก็เอ่ยถามขึ้นเช่นกัน

     ❝ มันแน่นอนอยู่แล้ว ข้าอยากจะรู้ว่ามีอสูรที่แข็งแกร่งมากแค่ไหนที่อาศัยอยู่ในหอคอยอสูรนั้น  ❞ ตงฟางเอ้อหลางกล่าวตอบ

     ❝ ก็คงจะพอสมควรแหละ ดูอย่างนิกายซือซุยสิ ได้ยินมาว่าศิษย์ในนิกายตายไปหลายคนแล้ว เห็นว่าพบเจอกับกลุ่มอสูรนับพันรุมล้อมโจมตีอยู่หลายครั้ง  ❞ 

     ❝ ข้าหวังว่าพวกเขาคงจะไม่เล่นสนุกจนเกินไปหรอกนะ อย่างน้อยๆก็ขอให้จำนวนอสูรในหอคอยลดลงบ้างก็ดี ไม่อย่างนั้นแล้วในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ เมืองจันทร์ครามคงได้เกิดความวุ่นวายครั้งใหญ่แน่ ถ้าหากอสูรที่หลุดออกมามีมากกว่า 50,000ตน  ❞ ตงฟางเอ้อหลางฉีกเนื้อกระต่ายป่าเข้าปากหลังจากที่ย่างมันจนสุกได้ที่แล้ว 

~ ที่ชั้นแปดของหอคอยอสูร 4ชั่วโมงต่อมา(2ชั่วโมงที่ด้านนอก)

เซียวชุนและไต้เสี่ยกำลังนั่งสมาธิเพื่อฟื้นฟูลมปราณของพวกเขาอยู่ หลังจากที่ได้นอนพักฟื้นร่างกายมาหลายชั่วโมง

30นาทีต่อมา

เซียวชุนก็ค่อยๆลืมตาขึ้นช้าๆ ในตอนนี้พละกำลังและลมปราณทั้งหมดของเขาได้กลับมาเต็มเปี่ยมเช่นเดิมแล้ว

     ❝ การต่อสู้กับหุ่นเชิดผู้พิทักษ์ในครั้งนี้ เล่นเอาพวกเราสองคนย่ำแย่ไปเลยทีเดียว  ❞ เซียวชุนถอนหายใจแรง นี่เป็นครั้งแรกที่เขาต้องพบเจอกับยอดฝีมือที่ทัดเทียม มันเป็นการต่อสู้ที่ยากลำบากไม่น้อยเลยทีเดียว

     ❝ ฮ่าๆๆ นับว่าเป็นการต่อสู้ที่หาได้ยากยิ่ง การที่จะได้พบเจอคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งเช่นนี้คงหาไม่ได้ง่ายๆแน่ในดินแดนของมนุษย์ นับว่าเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมจริงๆ  ❞ ไต้เสี่ยหัวเราะออกมาเบาๆ นี่เป็นการต่อสู้ครั้งแรกในชีวิต ที่ทำให้ตัวมันเกิดความหึกเหิมและสนุกสนานไปพร้อมๆกัน 

จากนั้นเซียวชุนก็ลุกเดินไปที่หีบสีทองที่ตั้งอยู่ไม่ไกล เขาเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าหีบก่อนจะเอื้อมมือเปิดหีบใบนั้นขึ้นมา ในทันทีที่หีบถูกเปิดออกมา แสงสว่างเจิดจ้าก็พวยพุ่งปรากฏเป็นรูปร่างของมนุษย์คนหนึ่ง 

มนุษย์ผู้นี้มีใบหน้าที่ค่อนข้างธรรมดาไม่ได้โดดเด่นอะไรมากนัก แต่กลิ่นอายพลังภายในที่แผ่ออกมา มันคือระดับเทพวิถีฟ้าอย่างแน่นอน

    ^ นึกไม่ถึงว่าเจ้าจะมีความสามารถมากพอที่จะจัดการกับผู้พิทักษ์ทั้งสี่ของข้าได้ แสดงว่าเจ้าคู่ควรที่จะสืบทอดเคล็ดวิชาของข้าแล้ว ผู้สืบทอดของข้า เจ้าจงจำไว้ให้ดีในยามที่เจ้าคิดจะเดินทางไปยังดินแดนอันไกลโพ้น เจ้าจงอย่าได้เชื่อถือวาจาของพวกคนเหล่านั้น เพราะสถานที่แห่งนั้น เผ่าพันธุ์มนุษย์เช่นเราก็เป็นเพียงเผ่าพันธุ์ชั้นต่ำสำหรับพวกมัน จงเชื่อถือเพียงตัวเองเท่านั้น เพราะไม่มีเผ่าพันธุ์ใดที่จริงใจต่อเผ่าพันธุ์มนุษย์เช่นเรา ในยามที่พวกมันดีกับเรานั่นก็เพราะมันต้องการบางสิ่งบางอย่างจากเราเท่านั้น จงอย่าได้เป็นเหมือนข้าที่ถูกหลอกจนต้องจบชีวิตลงอย่างน่าอดสูเช่นนี้ ขอให้เจ้าจงโชคดี หนุ่มน้อย ^  พอคำพูดสุดท้ายจบลงแสงสว่างนั้นก็หายวับไปในทันที      


☆ เกล็ดความรู้ท้ายตอน 

พิธีกรรมซากศพ : คือการปลุกจิตวิญญาณที่ยังหลงเหลืออยู่ของผู้ที่ตายใหม่ๆให้ตื่นขึ้น ก่อนจะใช้วิชาผนึกวิญญาณ ทำการผนึกจิตวิญญาณของพวกเขาลงในร่างเดิมอีกครั้ง เพื่อทำให้พวกเขากลายเป็นหุ่นเชิดผู้พิทักษ์(หรือซากศพหวนคืน)พวกเขาก็จะได้รับวิชาและความสามารถทั้งหมดของเขาในช่วงเวลาก่อนที่พวกเขาจะตายกลับคืนมา และความแข็งแกร่งของพวกเขาจะอยู่ที่ 20%ของระดับความสามารถของผู้ที่สร้างเขาขึ้นมา พิธีกรรมนี้จะสามารถใช้ได้เพียงครั้งเดียว หากหุ่นเชิดผู้พิทักษ์ตายลง จะไม่สามารถทำการปลุกจิตวิญญาณได้อีกครั้ง



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 392 ครั้ง

773 ความคิดเห็น

  1. #562 dohuna7x (@dohuna7x) (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 22:27
    สนุกมากครับ รออยู่นะครับ
    #562
    0
  2. #561 dfrdz007 (@dfrdz007) (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 12:45
    thank u
    #561
    0
  3. #560 198851988 (@198851988) (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 08:27
    เซียวซุนจะขึ้นไปหอคอยจนคบไม่คับ ตั้ง100ชั่นแนะนานเกิดกว่าจะถึง
    #560
    0
  4. #559 Parichat1009 (@Parichat1009) (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 08:24

    สนุกมาก
    #559
    0
  5. #558 Lalla Elizabeth (@minghao00luhan77) (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 05:49

    ขอบคุณค่ะไรท์
    เซียวชุนได้เวลาเมพอีกขั้นแล้ว
    #558
    0
  6. #557 joelamtan (@joelamtan) (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 01:11
    ขอบคุณครับ
    #557
    0
  7. #556 นักอ่านนิยายจีน (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 23:31

    ขอบคุณค่ะ

    #556
    0
  8. #555 Wissarut Khammee (@rutzaa009) (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 23:05
    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-11.png ขอบคุณครับ
    #555
    0